สิงหาคม 2555

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
8 สิงหาคม 2555
ชีวิตสีเทา ตอน 1

เมฆ เด็กชายวัย 8 ขวบ ผู้อาศัยอยู่กับครอบครัวที่อบอุ่นซึ่งประกอบไปด้วยพ่อ แม่ และพี่สาว โดยอาศัยอยู่ในบ้านชั้นเดียวในหมู่บ้านแห่งหนึ่งชานเมืองกรุงเทพเมืองหลวงที่ปะรกอบไปด้วยคนจากทั่วทุกสารทิศมารวมกัน ครอบครัวของเมฆเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ได้ไม่นานก่อนหน้านี้ครอบครัวของเมฆอาศัยอยู่ในบ้านของญาติหลังจากพ่อและแม่เก็บเงินได้ก่อนหนึ่งก็ได้มีความคิดที่จะขยับขยายโดยได้มองหาบ้านเป็นของตัวเองซึ่งพ่อและเมฆของเมฆถูกใจและชอบบรรยากาศของบ้านหลังนี้จึงได้ตัดสินใจซื้อและย้ายมาอยู่

บ้านหลังใหม่ของเมฆเป็นบ้านขนาดเล็กชั้นเดียวมี 3ห้องนอน และ 1 ห้องน้ำแม้จะไม่ใหญ่โตมากแต่เมฆก็ชอบบ้านหลังนี้มากเพราะบ้านหลังนี้เป็นบ้านของครอบครัวเมฆและยังมีพื้นที่รอบๆให้วิ่งเล่นด้วยก่อนย้ายมาอยู่พ่อได้มาตกแต่งบ้าน ปลูกต้นไม้ และทำบ่อปลาขนาดใหญ่ซึ่งทำให้เมฆชอบบ้านนี้มาก แต่เพราะเพิ่งย้ายมาได้ไม่นานทำให้เมฆยังไม่มีเพื่อนในหมู่บ้านเลยสักคนหมู่บ้านจัดสรรนี้แม้จะอยู่ชานเมืองแต่ก็มีขนาดใหญ่ไม่น้อย เพราะประกอบไปด้วย 10ซอย รวมๆแล้วมีบ้านไม่ต่ำกว่า 200 หลังคาเรือน มีสนามบาสเกตบอล สนามฟุตบอล และสนามเด็กเล่นตอนเย็นๆต้องมีเด็กๆมาเล่นในละแวกนั้นไม่น้อย ทำให้เมฆคิดว่าการหาเพื่อนนั้นคงไม่จะไม่ยากเท่าไหร่ปัญหาอย่างเดียวของเมฆคือการเข้ากับคนอื่นไม่เก่งสมัยอยู่ที่บ้านเก่าเมฆไม่เคยมีเพื่อนในวัยเดียวกันเพราะอาศัยอยู่ในหมู่บ้านขนาดเล็กคนที่อาศัยอยู่ส่วนมากจะเป็นเด็กวัยรุ่น ส่วนที่อายุเท่าเมฆก็มีแค่2-3 คน และก็เป็นเด็กผู้หญิง ทำให้เมฆไม่เคยเล่นกับเพื่อนวัยเดียวกันมาก่อนทำให้เมฆไม่รู้ว่าควรจะเริ่มสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่นเช่นไร

เย็นวันแรกที่ย้ายมาอาศัยอยู่ในบ้านหลังใหม่เมฆยังไม่ออกไปเล่นข้างนอก เพราะยังทำตัวไม่ถูกไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงเมฆค่อนข้างเป็นเด็กขี้อาย ไม่กล้าแสดงออกและมักจะเป็นผู้ตามมากกว่าริเริ่มเล่นอะไรแม้กระทั่งตอนอยู่โรงเรียนเมฆจะเป็นคนที่เข้าไปขอเล่นกับคนอื่นมากกว่าที่จะชวนคนอื่นเล่น

“หนูควรจะออกไปเล่นข้างนอกนะลูกเมื่อกี้แม่เห็นเด็กๆปั่นจักรยานออกไปเล่นเยอะแยะเลย น่าสนุกดีนะจ้ะ ออกหาเพื่อนใหม่ดูหน่อยไหม”แม่ถาม

“ไม่เอา เมฆกลัวไม่มีใครให้เมฆเล่นด้วยเมฆไม่รู้จักใคร เมฆดูการ์ตูนอยู่บ้านดีกว่า”

“แต่ถ้าหนูไม่ออกไปแล้ว หนูจะรู้จักใครได้ยังไงละเอาอย่างนี้ วันนี้แม่ให้เวลาเมฆทำใจก่อนแต่เย็นวันพรุ่งนี้เมฆต้องออกไปเล่นข้างนอกนะลูกไปทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ไม่ยากหรอก”

ไม่นานพ่อและพี่สาวก็กลับถึงบ้านทั้งสี่คนทานข้าวเย็นพร้อมกันในบ้านหลังใหม่อย่างมีความสุข พ่อและแม่ก็ได้ช่วยกันให้กำลังใจเมฆให้ออกไปเจอเพื่อนใหม่ๆในวันพรุ่งนี้แม้เมฆจะไม่เต็มใจและกลัวการเริ่มต้นใหม่ก็ตาม

วันต่อมาเมื่อเมฆกลับมาถึงบ้านแม่ก็ได้เตรียมอุปกรณ์ให้ออกไปเล่นเรียบร้อยเรียกว่าเป็นการบังคับเมฆไปในตัวโดยเตรียมลูกบาสเกตบอลไว้ให้เมฆเรียบร้อย เพราะแม่รู้ว่าบาสเกตบอลคือกีฬาโปรดของเมฆหากพกลูกบาสเกตบอลไปเล่นคงจะสร้างเพื่อนใหม่ได้ไม่ยากแต่แม่คิดผิดไปถนัด หลังจากเมฆออกจากบ้านด้วยความไม่เต็มใจไปที่สนามเด็กเล่นและตั้งใจจะไปยืนชู้ตบาสคนเดียว เมฆก็พบว่าสนามบาสนั้นเต็มไปด้วยวัยรุ่นเล่นเต็มไปหมดไม่มีทางที่เด็กตัวน้อยอย่างเค้าจะสอดแทรกเข้าไปเล่นด้วยได้เลยและรวมถึงความขี้อายของเค้าทำให้เค้าไม่กล้าแม้จะเดินเข้าไปขอเล่นกับวัยรุ่นเหล่านั้นเมฆจึงตัดสินใจไปนั่งกอดลูกบาสข้างๆสนามเพื่อรอเวลาเย็นๆแล้วจะได้กลับบ้านไปโกหกแม่ว่าเค้าไปเล่นมาแล้วเพราะหากกลับไปตอนนี้แม่ต้องสั่งให้เค้าออกมาเล่นและหาเพื่อนใหม่อีกครั้งอย่างแน่นอน

ขณะนั่งรออยู่นั้นได้มีเด็กวัยเดียวกันเข้ามาถาม

“เฮ้ย เอ็งเป็นใครมานั่งอะไรแถวนี้วะเอาลูกมานี่สิ ข้าจะเอาไปเล่น” หนึ่งในนั้นถาม

“ไม่ เราไม่รู้จักกัน ทำไมเราต้องให้นาย” เมฆตอบ

“มึงอย่ามาซ่าแถวนี้นะไอเด็กใหม่เดียวมึงจะโดนต่อแน่” เด็กชายคนเดิมตะคอก พร้อมทั้งกระชากลูกบาสออกจากมือของเมฆ

แม้เมฆจะไม่ใช่เด็กก้าวร้าวแต่ด้วยความที่เค้าไม่เคยเล่นกับเด็กในวัยเดียวกันและไม่เคยเจอใครมารังแกทำให้เค้าไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรเมฆตัดสินใจลุกขึ้นและผลักเด็กชายคนนั้นจนล้มลง เด็กชายคนนั้นโกรธมากหลังจะลุกได้เค้าก็วิ่งเข้ามาต่อยเมฆเมฆไม่เคยชกต่อยหรือทะเลาะกับใครแบบนี้ทำให้เค้าไม่รู้ว่าต้องทำยังไงเค้าจึงเหวี่ยงหมัดออกไปมั่วๆ แต่ก็หามีประโยชน์ไม่ เมฆโดนเด็กชายคนนั้นอัดจนน่วมสักพักผู้ใหญ่แถวนั้นก็มาห้ามและแยกเด็กชายคนนั้นออกไป มีเด็กวัยเดียวกันที่อยู่ดูเหตุการณ์อยู่2 คนเข้าช่วยพยุงเมฆ

“เป็นยังไงบ้าง ทำไมถึงไปสู้กับไอรามละมันเป็นพวกเด็กเกเรนะ” หนึ่งในเด็กชายถาม

“เราไม่รู้ เราเพิ่งย้ายมาอยู่ที่นี่เมื่อวานนี้เองอยู่ดีๆมันก็เข้ามาจะแย่งลูกบาสเรา แต่เราไม่ยอม” เมฆตอบ

“อ้าวหรอ ถึงว่าเราไม่เคยเห็นหน้านายเลยเราชื่อโชกุน ส่วนนี่โบว์ นายชื่ออะไรหรอ” เด็กชายถาม

“เราชื่อเมฆ โอ้ย!!! เจ็บ เราขอกลับบ้านก่อนดีกว่า บ้านเราอยู่ซอย 10 นี่เอง” เมฆตอบ

“อ้าวหรอ เรากับโบว์อยู่ซอย 9 ไป งั้นกลับบ้านพร้อมกันเลยก็ได้เดี๋ยวเรากับโบว์ปั่นจักรยานไปส่งนายที่บ้าน” โชกุนกล่าว

หลังจากถึงบ้านแม่ก็ตกใจว่าเมฆไปทำอะไรมาเนื้อตัวสกปรกไปหมด เมฆก็ได้แต่โกหกแม่ว่าไปเล่นบาสกับเพื่อนใหม่มาแล้วล้มเสื้อจึงเปื้อนไปหมด นี่เพื่อนก็ปั่นจักรยานมาส่งด้วยแถมก่อนกลับยังบอกว่าด้วยว่าพรุ่งนี้จะมาหาแล้วไปเล่นด้วยกันแม่รู้เข้าก็ดีใจไปวันแรกก็ได้เพื่อนแล้วแถมเล่นกันซะมอมแมมคงจะสนิทกันมากส่วนเมฆก็ได้แต่เก็บความเจ็บใจจากที่โดนรามอัดมาไว้ข้างใน แต่มียังดีใจที่ได้เพื่อนใหม่มา2 คน คือโชกุนกับโบว์ เหมือนที่ในทีวีบอกว่า “ในความโชคร้ายมักจะมีโชคดีแฝงอยู่เสมอ” 




Create Date : 08 สิงหาคม 2555
Last Update : 8 สิงหาคม 2555 16:56:25 น.
Counter : 1822 Pageviews.

1 comments
  
โดย: เมฆ IP: 171.4.176.230 วันที่: 19 ตุลาคม 2555 เวลา:12:15:45 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

แล้วแต่ผมยังไงก็ได้
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



สวัสดีจ้า ผมอยากลองเขียนเรื่องสั้นสักเรื่อง ตอนนี้กำลังลองเขียนมาจะมาอัพเดทลงทุกวัน รบกวนติชมกันด้วยนะครับว่ามันแย่ยังไง ฮ่าๆ
New Comments