[Lonely Happy Trip] บันทึกการเดินทางเหงาๆ ที่ไม่ใช่เรื่องน่าเศร้า ในแดนญี่ปุ่น ตอนที่ 3


เข้าสู่วันที่3 ในประเทศญี่ปุ่น วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ชั้นจะท่องเที่ยวในเกียวโตชั้นออกเดินทางไปยัง Arashiyama ถิ่นที่ใครๆที่มาเที่ยวเกียวโตก็ต้องมาเยือนเพราะมีป่าไผ่อันโด่งดังและรถไฟสายโรแมนติกชั้นตั้งต้นที่สถานีรถไฟเกียวโตและนั่งรถไฟ JR ไปลงสถานี SagaArashiyama ที่นั่งของรถไฟขบวนนี้มีความพิเศษตรงที่ที่นั่งสามารถโยกปรับที่พิงหลังให้เราหันหน้าไปด้านที่เราต้องการได้ในกรณีที่มากันเป็นกลุ่มเพื่อนก็ปรับให้นั่งหันหน้าเข้าหากันได้เพื่อที่จะได้นั่งเม้าท์กันได้สบายใจ

Arashiyamaเป็นโซนที่เหมาะกับคนรักธรรมชาติที่สุดเพราะจะได้เห็นทั้ง ป่าเขาลำเนาไพรและท้องนา

ชั้นออกเดินจากสถานีรถไฟSaga Arashiyama ไปยังป่าไผ่โดยที่ไม่รู้ทิศทางสักเท่าไหร่นักเห็นนักเรียนชายกลุ่มใหญ่ๆ และคนจำนวนนึงเดินไปทางทิศไหนก็เดินตามเขาไปเพราะเดาว่าน่าจะไปป่าไผ่เหมือนกันแหละ เดินไปสักพักก็เริ่มเห็นป้ายชี้ทางแล้วก็พบว่าตรูเดินอ้อมนี่หว่าแต่ก็ไม่เป็นไรเดินเรื่อยๆ เปื่อยๆ มองนู่นนี่นั่นไปเรื่อยๆ ก็ได้ จนกระทั่งเห็นกลุ่มนักเรียนชายนั้นเดินเข้าไปในวัดTenryuji ชั้นก็เดินตามเข้าไปด้วยและก็ตัดสินใจจ่ายค่าเข้าเพื่อเดินเข้าชมในวัด

วัดนี้นักท่องเที่ยวมานั่งกินลมชมวิวกันเยอะพอประมาณเลยพื้นวัดเต็มไปด้วยใบไม้แดงที่ร่วงหล่นลงมา บรรยากาศหนาวๆ คนไม่ค่อยพลุกพล่านมากพาให้ชั้นรู้สึกเหงาดีจริงๆ



เดินจนสุดวัดก็เห็นทางทะลุออกไปกลางป่าไผ่ได้ทางเดินป่าไผ่พลุกพล่านไปด้วยนักท่องเที่ยว บ้างก็มาถ่าย Pre-Wedding กันที่นี้


สุดการเดินทางในป่าไผ่ชั้นก็มุ่งไปยังสถานีรถไฟสายโรแมนติกที่สถานีSaga Torokko เพื่อสู่ตั๋วรถไฟ คนต่อคิวเยอะทีเดียวแต่ด้วยระบบการทำงานสไตล์คนญี่ปุ่น แน่นอนว่าไม่ต้องรอนานอย่างที่คิดแป๊บๆก็ซื้อตั๋วได้แล้ว ชั้นได้ตั๋วสำหรับรอบ 11 โมง ต้องรออีกประมาณเกือบสองชั่วโมงชั้นเลยเลือกที่จะออกไปเดินเล่นรอบๆ ชมวิถีชีวิตผู้คนแถวนั้นรอเวลาไป

เมื่อใกล้เวลาก็เริ่มสังเกตหาป้ายที่ชี้ทางกลับไปสถานีรถไฟแล้วเดินตามทางนั้นไป

รถไฟสายโรแมนติกนั้นเป็นรถไฟที่วิ่งด้วยเครื่องจักรไอน้ำทำให้รู้สึกถึงความเก่าคลาสสิคในแบบฉบับของเกียวโต

ชั้นได้ที่นั่งที่ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่นักเพราะไม่ติดหน้าต่างแถมยังอยู่ในด้านที่ไม่ค่อยเห็นวิวมากนักจุดที่ดีคือที่นั่งแถบด้านซ้าย เห็นเต็มๆ ตากันไปเลยทีเดียวรถไฟจะเริ่มออกจากชานชาลาและจอดที่สถานี Saga Arashiyama เพื่อรับคนเพิ่มเคลื่อนตัวผ่านป่าไผ่ ลอดอุโมงค์ และแล้ววินาทีที่รถไฟเคลื่อนตัวออกจากอุโมงค์นักท่องเที่ยวในรถไฟก็พากันออกเสียงด้วยความตกตะลึงเพราะวิวที่รถไฟขับเคลื่อนผ่านมันสวยมากจริงๆเห็นทั้งแม่น้ำ ภูเขา ใบไม้สีแดงที่ถึงแม้จะร่วงไปมากแล้วแต่ก็ยังสวยงามใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมงก็ถึงสถานีปลายทาง 






จุดหมายต่อไปคือวัดทอง ซึ่งจะเป็นการนั่งรถเมล์ครั้งแรกในญี่ปุ่น แอบหวั่นกลัวอยู่เหมือนกันว่าจะหลงมือเลยจับแผนที่ไว้เงยหน้าขึ้นลงตลอดเวลา ซึ่งระบบรถเมล์ของเขามันดีจริงๆมีป้ายบอกด้วยว่าสายไหนกำลังจะมาถึงแล้วบ้าง สายที่เราจะขึ้นใกล้มาหรือยังอยู่ตรงป้ายไหนแล้ว

มาถึงวัดทองอันโด่งดังสิ่งที่เห็นคือปราสาทที่ตั้งตระก่านเหลืองอร่ามบนบ่อน้ำ สวยสมคำร่ำรือจริงๆ



จากนั้นชั้นก็นั่งเมล์ไปลงย่านกิออนเพื่อเดินเล่นหาอะไรทานไปเรื่อยเปื่อย ชั้นอยากจะเห็นเกอิชาสักครั้งในชีวิตแต่ก็น่าเสียดายที่ชั้นไม่มีโอกาสได้เจอ

ชั้นกลับไปยังเกสท์เฮ้าท์นี่เป็นคืนสุดท้ายของที่นี่แล้ว เวลาช่างไวจริงๆสาวญี่ปุ่นผู้ดูแลเกสท์เฮ้าส์ยังตกใจที่รู้ว่าชั้นจะออกจากที่พักวันพรุ่งนี้แล้วเพราะเหมือนเพิ่งเจอกันเมื่อวานนี้เอง

มันก็ดีนะที่เราจะได้ออกเดินทางไปยังที่ใหม่ต่อไป แต่ชั้นก็รู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูกที่เวลามันเดินเร็วเกินไปแบบนี้




Create Date : 18 กุมภาพันธ์ 2560
Last Update : 18 กุมภาพันธ์ 2560 20:47:11 น.
Counter : 270 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)
Lonely Happy
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



สาวเสพติดความเหงาที่ชอบออกเดินทาง
Group Blog
กุมภาพันธ์ 2560

 
 
 
1
2
3
5
6
7
9
10
11
12
13
14
15
16
17
20
21
22
23
24
25
26
27
28
 
 
All Blog