[Lonely Happy Trip] บันทึกการเดินทางเหงาๆ ที่ไม่ใช่เรื่องน่าเศร้า ในแดนญี่ปุ่น ตอนที่ 2


เข้าสู่วันที่ 2 วันนี้ตามแพลนคือ ออกเดินทางไปยังวัดฟูชิมิอินาริเป็นที่แรก โดยนั่งรถไฟตามสเต็ปที่ได้วางไว้ ณ เวลานั้นยังดูมืดๆ อยู่เลยร้านรวงก็เพิ่งเริ่มจัดของวางขายชั้นเห็นนักเรียนหลายกลุ่มเดินเข้าวัดพร้อมๆกับชั้น แม้จะเป็นวันอาทิตย์





ชั้นยืนดูแผนที่การเดินทางลอดผ่านเสาแดงซึ่งต้องเดินขึ้นเขากันลูกนึงเลยทีเดียวชั้นก็ไม่สันทัดหรือนิยมการเดินขึ้นเขาสักเท่าไหร่ แต่มาแล้วก็ลองดู

ชั้นเดินไปเรื่อยๆ สบายๆ ในช่วงเริ่มแรกแต่พอต้องเดินขึ้นเนินสูงๆไปเรื่อยๆ อาการเหนื่อยหอบก็เริ่มมา แต่ใจก็ยังสู้อยู่เดินจนไปถึงจุดพักใหญ่ที่ให้นั่งกินลมชมวิวกันก่อนจะเดินต่อไปซึ่งชั้นก็คิดว่าชั้นเดินมาไกลมากแล้วและคงจะถึงจุดหมายในเร็วๆนี้จนกระทั่งเหลือบไปเห็นแผนที่ขนาดใหญ่แล้วก็พบว่านี่ตัวเองยังเดินมาไม่ถึงครึ่งทางเลยนะตัวชั้นเองในเวลานั้นก็อยู่ในจุดเหนื่อยและปวดขาแบบสุดๆ แล้วในขณะที่ชั้นกำลังพิจารณาว่าตัวเองควรเดินไปต่อมั้ยนั้นชั้นก็แอบเห็นหญิงแก่หลังโก่ง เดินขึ้นมาด้วยไม้เท้าค้ำยันพื้นตลอดเวลาและเดินต่อไปเรื่อยๆชั้นก็รู้สึกละอายใจมิใช่น้อย แต่อย่างไรก็ตามชั้นก็ได้ตัดสินใจแล้วว่ากลับเถอะชั้นก็แอบเสียดายเหมือนกันนะที่ไม่ได้ไปถึงจุดสูงสุด







ชั้นออกเดินทางไปยังที่ต่อไปนั่นก็คือ วัดไดโกะซึ่งเป็นสถานที่ที่ถูกจัดให้เป็นมรดกโลก ก่อนเข้าไปข้างในก็แวะทานอาหารบริเวณหน้าวัดก่อนซึ่งชั้นก็เลือกทานอุด้ง ป้าเจ้าของร้านหน้าดูดุๆไปหน่อยแต่ก็บริการดีตามสไตล์คนญี่ปุ่นนั่นแหละ




อิ่มท้องแล้วก็เดินเข้าวัดไปเลย วัดได้ถูกจัดเป็น 3 โซนอีกโซนนึงจะเป็นพิพิธภัณฑ์ โดยโซนที่เป็นไฮไลท์ที่สุดก็คือจุดกลางที่มีอาคารหลังเล็กที่เชิงเขาเป็นจุดที่สวยที่สุดของวัดถ้าชั้นมาเร็วกว่านี้นิดนึงชั้นคงได้เห็นภาพอาคารที่ถูกรายล้อมไปด้วยใบไม้สีแดงซึ่งตอนที่ชั้นไปนั้นใบไม้แดงร่วงไปเยอะแล้ว นักท่องเที่ยวที่นี่เยอะพอสมควรไม่หนาแน่นมาก บรรยากาศกำลังดีเหมาะแก่การเดินเล่น คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย




เดินจนพอใจแล้วก็เตรียมออกไปยังที่ถัดไปนั่นคือวัดคิโยมิซุหรือที่เราเรียกกันว่าวัดน้ำใส วันที่ชั้นไปนั้นเป็นวันสุดท้ายของการโชว์ Light-upเพราะฉะนั้นพลาดไม่ได้จริงๆ

บรรยากาศรอบๆ วัดน้ำใสนี่ครึกครื้นดีจริงๆมีร้านเช่าชุดกิโมโนให้ได้ใส่เดินเล่นกัน ร้านอาหาร ร้านขายของฝากเยอะแยะมากมายและเรื่องที่ชั้นไม่อยากให้เกิดขึ้นนั่นก็คือ ฝนตก!ที่จริงก็ทำใจไว้แล้วล่ะว่าฝนจะตกเพราะได้เช็คกับแอพ weather ในไอโฟนมาก่อนแล้วแต่ก็แอบหวังลึกๆ ว่ามันจะไปตกที่อื่น ชั้นเลยพยายามหาร้านอาหารซักร้านให้นั่งทานอะไรไปพลางๆในระหว่างรอฝนหยุดตก ชั้นก็กางร่มหาไปเรื่อยๆ จนมาเจอร้าน Kyoto Style Beefดูน่ากินมากๆมีคนรอต่อแถวประมาณนึง ชั้นก็ยืนรอกับเขาด้วย รอประมาณเกือบครึ่งชั่วโมงได้ก็ได้เข้าไปนั่งในร้านสักที





ชั้นก็เลือกเซ็ทยอดนิยมไปเลย การยืนรอครั้งนี้ไม่ผิดหวังจริงๆเพราะมันอร่อยมากๆๆๆๆ ไม่ว่าจะจิ้มเนื้อกับน้ำจิ้มหรือไข่ต้มก็อร่อยไปซะทุกอย่างฟินสุดๆ จริงๆ แทบจะลุกปรบมือให้เลย เว่อร์ไปไหม

หลังจากกินเสร็จ ฝนก็ยังไม่หยุดตก และเหลือเวลาอีกตั้ง 2 ชั่วโมงกว่า Light-upจะเริ่มชั้นแอบมีความคิดจะเดินกลับไปที่พัก แล้วค่อยมาวัดน้ำใสใหม่วันพรุ่งนี้แต่ก็ไม่อยากพลาดงาน Light-up วันสุดท้ายของเขาเลยตัดสินใจเดินกางร่มกลับไปทางวัดน้ำใสอีกครั้งระหว่างที่รอก็เดินเตร็ดเตร่แถวหน้าวัด ดูของขาย ร้านขนมไปเรื่อยจนเสียงระฆังดังขึ้น หันกลับไปทางวัดก็มีแสงพุ่งขึ้นฟ้า คนแถวนั้นก็เริ่มแห่กันเข้าวัดชั้นก็เดินไปกับเขาด้วย

วัดน้ำใสเต็มไปด้วยคนหนาแน่น เดินเบียดเสียดกันไปมาแย่งกันดูแย่งกันถ่ายรูป ต้องคอยระวังร่มจะไปทิ่มหน้าคนอื่นอีกฝนก็ตกไม่หยุดอยู่อย่างงั้น เป็นการเดินชมวัดที่ทรหดจริงๆไม่ค่อยชอบบรรยากาศแบบนี้เท่าไหร่เลย จะว่าสวยก็สวยอยู่หรอก แต่บรรยากาศแอบชวนให้รู้สึกทุกข์เกินไปเดินจนรอบวัด ออกไปยังทางออกได้ก็หายใจโล่งขึ้นทันที และแล้วก็ถึวลาเดินทางกลับไปยังเกสท์เฮ้าท์

ถึงแล้วก็ไปนั่งที่ห้องครัวอีกเผื่อมีใครจะมาให้เราชวนคุยบ้างแต่ก็ไม่มีเลยแฮะได้แต่นั่งแพลนแผนวันพรุ่งนี้เงียบๆ คนเดียว






Create Date : 08 กุมภาพันธ์ 2560
Last Update : 8 กุมภาพันธ์ 2560 19:16:20 น.
Counter : 322 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)
Lonely Happy
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



สาวเสพติดความเหงาที่ชอบออกเดินทาง
Group Blog
กุมภาพันธ์ 2560

 
 
 
1
2
3
5
6
7
9
10
11
12
13
14
15
16
17
20
21
22
23
24
25
26
27
28
 
 
All Blog