เรื่องกิน เรื่องเที่ยว คือเรื่องเดียวกัน และเป็นเรื่องราวของเราสองคน :)

ปลาหมึกน้อยกับนายโอเลี้ยง
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 57 คน [?]




ปลาหมึกน้อย กับ นายโอเลี้ยง รายงานตัวครับ
เนื่องด้วยเราสองคนเป็นคนชอบเที่ยว ชอบกิน ดังนั้นก็เลยจัดการหาที่เก็บสถานที่หรือร้านอาหารที่เคยแวะเยี่ยมมาแล้ว

และเสมือนเป็น ไดอารี่ส่วนตัว ที่ทุกคนเข้าดูได้ อาจจะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยสำหรับผู้ที่ผ่านเข้ามาแล้วต้องการหาข้อมูลสำหรับสถานที่นั้นๆ

ขอให้สนุกกับ Blog นี้นะ

ตอนนี้ Eat and Travel Diary by ปลาหมึกน้อยกับนายโอเลี้ยง มี fan page เพื่อให้ง่ายต่อการติดต่อครับ ถ้าใคร "ถูกใจ" blog นี้ ฝากช่วยกด "Like" กันนะครับ จะได้ติดต่อกันได้ง่ายขึ้น ^_^

Click ข้างล่างได้เลยจ้า

click เพื่อเข้าสู่ facebook Eat and Travel Diary
New Comments
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2560
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728 
 
5 กุมภาพันธ์ 2560
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ปลาหมึกน้อยกับนายโอเลี้ยง's blog to your web]
Links
 

 
Benihana เทปันยากิขั้นเทพ

ชื่อร้าน : Benihana
รายการอาหาร : อาหารญี่ปุ่น
เวลาเปิดบริการ : มื้อเย็นทุกวัน 18.00 – 22.30 น ., มื้อกลางวันเสาร์ และอาทิตย์ 12.00 – 15.00 น.
ที่ตั้งร้าน : ชั้น 2 โรงแรมอวานี เอเทรียม 1880 ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ, กรุงเทพมหานคร ห้วยขวาง Thailand
พิกัด GPS : 13° 44' 52.17" N 100° 34' 13.00" E




Benihana The Japanese Steakhouse



รีวิวนี้ขอพาไปทานอาหารญี่ปุ่นกันอีกครั้งนะครับ แต่ครั้งนี้ขอเน้นเป็นอาหารในสไตล์เทปันยากิ ที่ห้องอาหาร Benihana โรงแรมอวานี เอเทรียม ห้องอาหารเทปันยากิชื่อดังที่มีสาขาอยู่ทั่วทุกมุมโลก แน่นอนว่าที่ห้องอาหารแห่งนี้ต้องมีดี ที่ทำให้คนทั่วโลกติดอกติดใจ เดี๋ยวจะพาไปดูกันครับ





ก่อนอื่นขอพาไปดูบรรยากาศของห้องอาหาร Benihana ก่อนนะครับ แค่เพียงเดินเข้าร้านก็ไม่ต้องตกใจกับเสียงฆ้องที่ตีดังกังวาน เพราะที่นี่จะต้อนรับด้วยเสียงฆ้องแบบไทยๆ และน่าจะเป็นการส่งสัญญาณให้พนักงานในร้านเตรียมพร้อมสำหรับการต้อนรับลูกค้าที่เข้าร้าน ทำให้สามารถบริการได้ทันใจ สำหรับห้องอาหารที่เป็นสไตล์เทปันยากิแบบนี้ จะสังเกตเห็นกระทะร้อนๆ ที่อยู่ติดกับโต๊ะอาหาร สำหรับให้เชฟบริการปรุงอาหารอย่างใกล้ชิดกับลูกค้า ซึ่งเป็นสเน่ห์อีกอย่างของการรับประทานอาหารแบบนี้











ในส่วนของบรรยากาศโดยรวมที่นี่เน้นโทนสีเข้มขรึม โดยเน้นสีดำสลับกับสีแดง ภายใต้แสงไฟสลัวๆ ซึ่งน่าจะมาจากชื่อร้านที่คำว่า “เบนิ แปลว่า สีแดง” และ “ฮานา แปลว่า ดอกไม้” สำหรับที่นั่งก็กระจายอยู่รอบห้องอาหาร แต่หากต้องการความเป็นส่วนตัว หรือนัดดินเนอร์สำหรับธุรกิจก็มีห้องไพรเวทที่เป็นส่วนตัว ไม่ต้องกังวลว่าลูกค้าโต๊ะอื่นจะเข้ามาวุ่นวาย แต่หากใครที่ไม่ชอบอยู่ใกล้กับเตาร้อนๆ หรือไม่ได้มาทานเทปันยากิ ก็มีมุมสำหรับโต๊ะที่ไม่มีกระทะร้อนไว้คอยให้บริการ





และไฮไลท์เด่นของที่นี่ก็อยู่ที่เชฟนี่แหละครับ ที่เพิ่มเติมสีสันให้กับมื้ออาหารได้ตั้งแต่เริ่มมื้อทีเดียวครับ ด้วยลีลาการควงตะหลิว การโยนไข่ หรือกระทั่งการชวนคุยที่เรียกเสียงหัวเราะ ช่วยเพิ่มอรรถรสของมื้อเย็นตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มทานเลยครับ ซึ่งจะเป็นคอนเซ็ปของร้านนั่นก็คือ “ทุกมื้ออาหาร คือการแสดง”



ดูการโชว์เปิดตัวของเชฟไปแล้วก็มาเริ่มที่เมนู Grilled Scallop (700++) หอยเชลล์ฮอกไกโดตัวโตมากกกก ราดด้วยซอสสไปซี่ น้ำพริกญี่ปุ่นและมายองเนส รสชาติเปรี้ยวนิด เผ็ดหน่อยๆ แต่อร่อยไม่เบา เป็นเมนูที่เรียกน้ำย่อยได้ดีเชียวครับ



ระหว่างอาหารเสิร์ฟ เชฟก็ชวนคุยไปเรื่อย แล้วก็เตรียมอุปกรณ์ น้ำจิ้ม 3 แบบสำหรับเมนูเทปันยากิ เรียงจากซ้ายไปขวาจะมี Chili Sauce ซอสเผ็ดสูตรเด็ดของเบนิฮานาโดยเฉพาะซึ่งเหมาะสำหรับคนไทยที่ชอบน้ำจิ้มที่มีรสชาติเผ็ดร้อนโดยเฉพาะ , Mustard Sauce เนื้อครีมนุ่มเหมาะทานคู่กับเนื้อและหมู และ Ginger Sauce ซอสขิงสไตล์ญี่ปุ่น ทานคู่กับเมนูปลา ซีฟู้ด และผัก





จากนั้นไม่นาน Avani Boat (1,600++) เรือซูชิและซาชิมิจำนวน 16 ชิ้น ที่มีซูชิ 3 คำ, ซาชิมิปลาฮามาจิ และอะคามิ อย่างละ 3 ชิ้น, โรลฟลอตแซมและเจ็ตแซม ซึ่งเป็นข้าวห่อสาหร่ายไส้ปลาไหลญี่ปุ่นทอดเทมปุระ ไข่กุ้งสีดำ หุ้มด้วยปลาไหลญี่ปุ่นย่างไฟ ซอสวาซาบิ หมี่ผัดพริกป่นญี่ปุ่นและซอสเทริยากิ จัดมาแบบเต็มเรือกันทีเดียว สำหรับปลาดิบก็สดคุณภาพพรีเมี่ยมดีครับ



หากใครชอบทานปลาดิบแบบพวกเราก็สามารถสั่งเฉพาะเมนูซาชิมิได้ครับ ซึ่งเราเพิ่มเมนู ปลาฮามาจิ (250++) และ อะคามิ (200++) มาฟินกันให้สะใจไปเลยจ้า







ระหว่างนี้เชฟก็โชว์ฝีมืออย่างต่อเนื่อง ซึ่งเริ่มที่การกริลล์ผัก ที่เรียกเสียงฮือฮาด้วยการทำหอมใหญ่ให้เป็น Volcano ไฟลุกโชน เด็กๆ น่าจะชอบไม่เบา จากนั้นก็เริ่มเสิร์ฟผักย่างซึ่งรสชาติก็หวานนิดๆ เค็มหน่อย อร่อยไม่เบา เสิร์ฟไว้ทานคู่กับเมนูจานหลักช่วยเพิ่มรสชาติได้ดี



ไม่นาน The Fat Duck (400++) ก็เสิร์ฟ ถือว่าเป็นเมนูที่ปลื้มมาก เพราะเมนูข้าวห่อสาหร่ายที่พันด้วยแซลมอน และท็อปด้วยตับห่าน เบิร์นหน้าเล็กน้อยและราดด้วยซอสเทริยากิ ขอบอกว่าตัวตับห่านนั้นนุ่ม อร่อย ฟินมากๆ ซอสก็รสชาติกลมกล่อมชูให้เมนูนี้อร่อยฟินสุดๆ



ต่อด้วย Lemon Salmon (400++) ปลาแซลมอนส่วนท้องที่เสิร์ฟพร้อมซอสเลมอนและท็อปด้วยไข่กุ้งสีดำ รสเปรี้ยวนิดๆ ของเลมอนช่วยชูรสหวานๆ อร่อยๆ ของแซลมอนได้ดีเชียวครับ







แล้วก็มาเติมสีสันอีกนิดด้วย Benihana Garlic Fried Rice (120++) เป็นเมนูข้าวผัดกระเทียมที่ไม่ธรรมดา เพราะลีลาการผัดที่ใส่ใจเข้าไปเต็มๆ แถมมีลูกเล่นที่ทำให้หัวใจนั้นเต้นตามจังหวะการผัดของเชฟด้วยนะครับ นอกจากลีลาแล้ว รสชาติยังอร่อยได้ใจด้วยนะครับ










หรือจะเลือกเป็น Seafood Diablo (1,500++) ที่คัดปลาแซลมอนส่วนท้อง, ทูน่า, กุ้งลายเสือ ที่ลายสวยมากๆ และผักรวม ที่สำคัญกลิ่นหอมชวนหม่ำสุดๆ เหมาะสำหรับคนที่ชอบทานซีฟู้ดจ้า









จากนั้นก็มาถึงไฮไลท์ของค่ำคืนนี้ นั่นก็คือ Japanese SAGA Wagyu Beef A4 Grade (3,900++) รับรองคนรักเนื้อ จะฟินกับเนื้อ เนื้อวัวระดับ A4ที่คัดพิเศษจากเมือซากะ ประเทศญี่ปุ่น ถือว่าเป็นเนื้อพรีเมี่ยมระดับท็อปของเนื้อวัวกว่า 200 ชนิดในญี่ปุ่น ที่ลายเนื้อและไขมันนั้นสวย แค่เห็นก็ชวนน้ำลายสอแล้วครับ ยิ่งเวลาลงไปกริลล์บนกระทะ ก็ยิ่งส่งกลิ่นหอมชวนหม่ำ แถมเชฟยังโชว์ฝีมือได้ และเมื่อได้ลิ่มลองก็สัมผัสได้ถึงความนุ่ม ละมุน อร่อย สุดๆ เลยครับ ใครชอบทานเนื้อวัวไม่ควรพลาดนะครับ ถือว่าเป็นเมนูที่ปิดท้ายมื้อนี้ได้อย่างลงตัว



ถือว่าห้องอาหาร Benihana นั้นลงตัวทั้งบรรยากาศ การบริการ และรสชาติอาหารนั้นถือว่าทำให้ดีสมกับที่เป็นห้องอาหารที่ได้รับความนิยมทั่วโลก ที่สำคัญเชฟแต่ละคนนั้นฝีมือเยี่ยมทั้งการปรุงอาหารและการแสดงโชว์เพื่อเรียกเสียงหัวเราะซึ่งทำให้มื้อนี้ทั้งอร่อย ทั้งเพลิดเพลินคุ้มกับราคาที่จ่ายไปแน่นอนครับ

นอกจากมื้อค่ำแล้ว ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ ที่ห้องอาหารแห่งนี้ยังให้บริการเมนู Set Brunch (790++) ที่เลือกทานได้ไม่ว่าจะเป็นชุดหมูคุโรบูตะ, เนื้อวัวออสเตรเลีย, เนื้อไก่ หรือปลาแซลมอน โดยในชุดจะเสิร์ฟพร้อมกับถั่วแระญี่ปุ่น, ซุปปลาแห้ง, สลัดผักเบนิฮานา, ปลาดิบ, แคลิฟอร์เนียโรล, ผักเคียง, ข้าวผัดกระเทียม และหอยนางรมสดๆ (ที่เสิร์ฟไม่อั้น) นอกจากนี้ยังมีชาเขียวร้อนหรือเย็นให้เลือกดื่มระหว่างมื้อด้วยนะครับ เยอะขนาดนี้ รับรองอิ่ม อร่อย คุ้มค่าแน่นอนครับ สำหรับห้องอาหารเบนิฮานา นั้นอยู่ที่ชั้น 2 โรงแรมอวานี เอเทรียม กรุงเทพฯ ริมถนนเพชรบุรีตัดใหม่ มีที่จอดรถสะดวกสบายครับ





Create Date : 05 กุมภาพันธ์ 2560
Last Update : 5 กุมภาพันธ์ 2560 16:53:11 น. 0 comments
Counter : 640 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.