<<
พฤศจิกายน 2559
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
11 พฤศจิกายน 2559

นิตยสารไลฟ์สัมภาษณ์ชีวิตรักในหลวง สนพระทัยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์เพราะเพลงบีบ๊อพ!เป็นในหลวงถ่ายรูป



 โดย โรม บุนนาค

นิตยสารไลฟ์สัมภาษณ์ชีวิตรักในหลวง สนพระทัยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์เพราะเพลงบีบ๊อพ! เป็นในหลวงถ่ายรูปลำบากไม่สนุก!!

หนังสือพิมพ์ “สยามนิกร”รายวัน ฉบับวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๓ พาดหัวใหญ่และเสนอข่าวว่า
       สัมภาษณ์ชีวิตรักในหลวง
       ว่ารัฐบาลจะมือแกร่งเมื่อพระองค์อยู่
       สนพระทัยสิริกิติ์เพราะเพลงบีบ๊อพ
       ทรงปรารภว่าเป็นในหลวงถ่ายรูปลำบากไม่สนุก

       หนังสือพิมพ์ “ไลฟ์”ของอเมริกัน ได้ส่งผู้สื่อข่าวพิเศษไปยังโลซานน์ เพื่อเข้าเฝ้าสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และนำพระราชกิจวัตรประจำวัน การท่องเที่ยวจาริก พระราชเจตนาในการเสด็จนิวัติไทย ตลอดจนเบื้องหลังชีวิตรักระหว่างพระองค์กับ ม.ร.ว.สิริกิติ์ กิติยากร มาเสนอต่อผู้อ่าน

       นายจอห์น สแตนตัน ผู้สื่อข่าวของไลฟ์ ได้เขียนเรื่องราวเกี่ยวกับพระองค์ลงตีพิมพ์ในหนังสือฉบับนั้น พร้อมด้วยภาพใหม่ที่สุด เราได้รับข้อเขียนของสแตนตันจากสหรัฐ ก่อนที่หนังสือฉบับนั้นจะตีพิมพ์เสร็จและวางตลาด จึงถอดความบางตอนมาลงดังต่อไปนี้

ราชกิจยังคั่งค้าง
       ดูเหมือนว่าไทยจะพอใจแล้วที่ได้ชมพระบารมีในหลวงของตนแม้ชั่วครั้งชั่วคราว สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลพร้อมกับพระอนุชาภูมิพล ได้เสด็จนิวัติประเทศชั่วเวลาสั้นๆใน ค.ศ.๑๙๓๘ แล้วเสด็จกลับไปอีกใน ค.ศ.๑๙๕ แล้วสิ้นพระชนม์ภายในห้องบรรทมของพระองค์เองในเดือนมิถุนายนปีนั้นในกรุงเทพฯ

คณะกรรมการสอบสวนยังคงสืบพยานหลักฐานกรณีสวรรคตอยู่จนบัดนี้ แม้ว่าจะดำเนินการสืบสวนมาเป็นเวลาร่วม ๔ ปีแล้วก็ตาม ข้อเท็จจริงต่างๆก็ยังมืดมนอยู่ อย่างไรก็ตาม ในที่สุดพระอนุชาภูมิพลอดุลเดช ซึ่งขณะนั้นทรงพระชนมายุ ๑๘ พรรษาก็ขึ้นครองราชย์แทน รัฐบาลได้จัดการให้พระองค์ได้เสด็จกลับมายังโลซานน์เพื่อศึกษาวิชาใหม่ๆให้จบ

       ปัจจุบันนี้ ไทยต้องการพระเจ้าอยู่หัวของตนกลับคืนประเทศ นักการเมืองไทยพากันบ่นว่ามีราชกรณียกิจคั่งค้างอยู่มากมายที่ยังมิได้สะสาง ระหว่างที่พระองค์มิทรงอยู่ในประเทศเป็นเวลานาน ความจริงมีอยู่ว่าสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชยังไม่ได้ทรงรับการราชาภิเษกเป็นทางการ

อนึ่ง ปัญหาอภิเษกสมรสของพระองค์เล่าก็ยังเป็นปัญหาที่จำเป็นต้องถกเถียงกันอยู่ ปัญหาอันเร่าร้อนเหล่านี้ (รวมทั้งการถวายพระเพลิงพระบรมศพและพระศพรวม ๔ ศพด้วย) เป็นข้อที่เรียกร้องให้พระองค์เสด็จนิวัติประเทศอย่างรีบด่วน

รัฐบาลจะแกร่งถ้าในหลวงเสด็จกลับ

ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นอีก ก็ได้แก่เพลิงการเมืองบรรดาที่รุมล้อมอยู่รอบๆประเทศไทย ไทยก็เช่นเดียวกับสภาพของประเทศต่างๆในอาเซียทุกวันนี้ คือภายในนั้นดูอบอุ่นและสันโดษ มีลักษณะงามอย่างประหลาด ที่ทำให้พวกทหารอังกฤษระหว่างสงครามเรียกกันว่า “แผ่นดินตุ๊กตา” (Toyland) เป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์และไม่มีประชาชนยัดเยียดเกินไปนัก

ปริมาณอาหารก็มากเกินกว่าที่จะทำให้คนไทยทุกๆคนอิ่มหมีพีมันทั่วหน้าเสียอีก ไทยคุยได้ทีเดียวว่าตนมีงบประมาณแผ่นดินอันสมดุลย มีดุลยภาพการค้าที่น่าชื่นชม และมีระดับราคาสินค้าต่ำ พลเมืองนับตั้งแต่ผู้ดีที่มั่งคั่งที่สุด จนถึงกุลีสวนยางที่ยากจนที่สุด ก็มีความสุขยิ่งกว่าพลเมืองชาติไหนๆในอาเซียทุกวันนี้

แต่วงล้อมคอมมิวนิสต์กำลังรัดแน่นทุกๆที่รอบไทย และในประเทศเองก็มีคนจีน ๑ ล้านคน อันอาจเป็นทางให้คอมมิวนิสต์แทรกซึมเข้าไปได้ ในสภาพการณ์เช่นนี้แหละ รัฐบาลรู้สึกว่ามือของตนจะแข็งแกร่งขึ้นได้ก็ด้วยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จไปประทับในประเทศ

ทั้งๆที่คณะรัฐมนตรีจะเป็นผู้บริหารต่างพระเนตรพระกรรณอยู่แล้วก็ตาม แม้ถึงว่าสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลจะทรงจากไทยมานาน แต่พระองค์ก็ทรงเป็นที่เคารพบูชาอย่างยิ่งยวดในประเทศไทย

ไม่มีเสียงแซกฯ
       ประชาชนชาวไทยทุกชั้น จะออกไปเรียงรายกันแน่นขนัดทีเดียวตามฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลเสด็จทางชลมารคในเดือนหน้า ไปขึ้นที่ท่าราชวรดิฐ แล้วเสด็จพร้อมด้วยราชบริพารเป็นขบวนงามสง่าเข้าสู่พระบรมมหาราชวัง ซึ่งพระบรมศพของพระเชษฐาธิราชทรงประดิษฐานอยู่

สำหรับชาวไทยผู้กระหายในความโอฬาริก การเสด็จกลับของพรองค์ พิธีถวายพระเพลิง เหล่านี้ล้วนแล้วเป็นงานอันมโหฬารทั้งนั้น แต่สำหรับกษัตริย์หนุ่ม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล พระราชพิธีดังกล่าวจะเป็นสัญญาณแห่งการเริ่มชีวิตใหม่และพิสดารในกรุงเทพฯ

ซึ่งเสียงครวญคร่ำโหยหวนของแซกโซโฟน หรือเสียงแปร๊ดแปร๋นก้องสนั่นของทรัมเปต ก็ไม่อาจจะเรียกความสุขอันทรงสูญสิ้นไปแล้วในโลซานน์ที่แสนสำราญให้กลับคืนมาสู่พระราชวังได้
       (โปรดอ่านรายงานละเอียดของ น.ส.พ.ไลฟ์ในหน้า ๕ ต่อไป)

       จากนั้น ในหน้า ๕ ของ “สยามนิกร”ฉบับเดียวกัน ก็ได้เสนอรายงานละเอียดของไลฟ์ไว้ว่า

       กษัตริย์หนุ่มของไทย
       ทรงโปรดแซกโซโฟนและกล้องคอนแท็กซ์
       เผยเบื้องหลังสาเหตุแท้จริงที่ในหลวงของเรา
       ทรงเริ่มสนพระทัยใน ม.ร.ว.สิริกิติ์เป็นครั้งแรก
       จากเรื่องของ John Stanton ใน น.ส.พ. Life

       วาระใดที่พระราชหฤทัยทรงคึกคักกระปรี้กระเปร่า กษัตริย์วัย ๒๒ พรรษาของประเทศไทย จะทรงเรียกสหายนักดนตรีสมัครเล่นของพระองค์ ๖ คน มาชุมนุมกันที่วิลลาในเมืองโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นนิวาสสถานของพระองค์ หนุ่มทั้งเจ็ดนี้ได้จัดตั้งวงออเคสตราชนิดที่เรียกได้ว่ามีเครื่องเล่นแบบจับแพะชนแกะที่สุดในยุโรป

       บนกลองและเปียโน มีไฟฟ้าจุดอยู่สว่าง เครื่องดนตรีทุกๆชิ้นมีเครื่องขยายเสียงไฟฟ้า ที่พื้นล่างของวงออเคสตรายุ่งเหยิงไปด้วยลวดระเกะระกะและหม้อคุมกำลังไฟ เมื่อใดที่พวกหนุ่มๆเหล่านี้เล่นได้พรักพร้อมกันจริงๆ กษัตริย์พระองค์นั้นจะทรงสนุกสนานอย่างเอกอุ พระองค์จะเสด็จวนเวียนไปรอบๆวง เคาะเปียโนเป็นเสียงต่ำบ้าง เป่าปิคโคโลบ้าง แครีเนตบ้าง และแซกโซโฟนบ้าง

ทรงสวิงสุดเหวี่ยง
       ครั้นแล้วพระองค์จะทรงหยิบทรัมเปตของพระองค์ขึ้น ให้ปลายของมันแหงนสู่เพดานห้อง แล้วทรงเป่าอย่างครึ้มพระทัย ยิ่งตัวโน๊ตที่ทรงเล่นสูงขึ้น-สูงขึ้นเท่าใด

พระองค์ทรงทรงเอนพระวรกายเลยมาข้างหลังเท่านั้น จนกระทั่งพระองค์ทรงตกจากเก้าอี้ประทับ ทั้งๆที่ทรัมเปตยังเป่าโน้ตเสียงสูงนั้นอยู่ ในคืนไหนสนุกถึงขีด วงดนตรีนี้จะบรรเลงครื้นครั่นไปกระทั่งยันสว่าง

       ขณะนี้ประเทศไทยของพระองค์ ซึ่งอยู่ห่างออกไป ๖ พันไมล์ ราชภารกิจอันหนักอึ้งบางอย่างกำลังรอพระองค์อยู่ ประการอันสำคัญก็คือ เนื่องด้วยฤดูนี้เป็นฤดูดินฟ้าอากาศแห้ง การถวายพระเพลิงบรรดาเจ้าในราชวงศ์ไทย จะจัดขึ้นอย่างมโหฬารเบื้องพระพักตร์ของพระองค์ในฤดูแล้งนี้

ระหว่างฤดูฝนพระราชพิธีถวายพระเพลิงมักไม่นิยมกระทำกัน เนื่องจากพระเพลิงจะไม่ไหม้ ขณะนี้พระบรมศพและพระศพ ๔ ศพกำลังรอพิธีถวายพระเพลิงอยู่ในกรุงเทพฯ มีพระอัฐิของกรมพระนครสวรรค์ฯ กรมพระนริศรนุวัติวงศ์ เจ้าฟ้าหญิงประภาพรรณพิไล รวมทั้งของพระเชษฐาธิราชของพระองค์เองด้วย

เกิดอุปสรรคหลายหน
       กษัตริย์หนุ่มองค์นี้เคยตรงตั้งพระทัยปรารถนา จะเสด็จนิวัติประเทศอย่างแน่วแน่มาแล้วครั้งหนึ่งก่อนหน้ากำหนดแน่นอนครั้งนี้ พระองค์เสด็จประทับกรุงเทพฯเมื่อครั้งที่พระเชษฐาธิราชทรงสวรรคตอย่างปุบปับ ครั้นแล้วต่อมาสองเดือนก็เสด็จกลับเพื่อทรงศึกษาให้จบมหาวิทยาลัยโลซานน์ในปลาย ค.ศ.๑๙๔๖

รัฐบาลธำรงฯได้ตั้งงบประมาณค่าใช้จ่ายพิธีถวายพระเพลิงพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลไว้ ๑ แสนดอลลาร์ และลงมือสร้างพระเมรุมาศขึ้นที่สนามหลวงตรงข้ามกับพระบรมมหาราชวัง แต่แล้วกลับหยุดชะงักไป เมื่อครูผู้ถวายวิชาของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลในสวิตเซอร์แลนด์ ถวายคำประท้วงว่า

การเสด็จนิวัติประเทศในฤดูร้อน จะทำให้ขาดอายุการศึกษา ใน ค.ศ.๑๙๔๗ รัฐบาลพิบูลฯซึ่งได้ขับไล่รัฐบาลธำรงฯออกไปด้วยการรัฐประหาร ยังใหม่ต่อการบริหาร และกิจการบ้านเมืองทั้งหลายก็ปั่นป่วนอยู่ ไม่เหมาะจะอัญเชิญพระองค์ให้เสด็จกลับ ครั้นใน ค.ศ.๑๙๔๘ โครงการเสด็จกลับจัดทำกันอย่างแน่นอน

รัฐมนตรีมหาดไทยถึงกับประกาศว่าจับลูกช้างเผือกได้ในป่าแถบเหนือของไทย ครั้นแล้วพระองค์กลับทรงขับรถเฟียตคันจิ๋วชนท้ายรถบรรทุกทรงได้รับบาดเจ็บสาหัสฉกรรจ์ จนเกือบจะศูนย์เสียพระจักษุขวา การเสด็จนิวัติจึงต้องเลื่อนไปอีกครั้งหนึ่ง

กลิ่นไอไทยในโลซานน์
       ตลอดเวลาเหล่านี้ในโลซานน์ แม้จะเลื่อนกำหนดนิวัติครั้งแล้วครั้งอีกก็ตาม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลก็ยังทรงพยายามรักษากลิ่นไออากาศของชาวไทยไว้ เป็นการยากที่พระองค์จะทรงทำได้ เพราะว่าในวิลลาซึ่งประกอบด้วยห้องหับ ๑๕ ห้องของพระองค์ ตั้งชิดทะเลสาบลีเมนนี้

ไม่มีความโอ่อ่าใดคล้ายคลึงกับพระบรมมหาราชวังที่กรุงเทพฯเลย นอกจากของแปลกๆเช่นลิงในตำหนักกับรูปช้างต้นสูงสามฟุต กับเรือหงส์แห่งแม่น้ำเจ้าพระยาแล้ว ก็ดูเงียบเหงาเหมือนบ้านชนชั้นกลางทั่วไป อย่างไรก็ดี สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไทยทรงตื่นจากบรรทมทุกๆรุ่งอรุณ

ถ้าไม่ด้วย แก้วขวัญ วัชโรทัย อวนตุ๊ต๊ะ ก็ด้วย ขวัญแก้ว วัชโรทัย ฝาแฝดไทยเล็กๆคู่หนึ่งซึ่งทรงอุปการะไว้ ในสัปดาห์หนึ่งมีอยู่สองคืน คือคืนวันพุธกับวันเสาร์ที่พระองค์เสวยพระกระยาหารแบบไทย อันทั้งเผ็ดทั้งร้อน บรรดาผู้เป็นที่รักของพระองค์ห้อมล้อมอยู่โดยใกล้ชิด คือสมเด็จพระราชชนนี (เดิมทรงเป็นนางพยาบาล)

สมเด็จพระพี่นางกัลาณี และคู่หมั้นผู้งามดังตุ๊กตาของพระองค์เอง คือหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร ซึ่งเรียนอยู่ใกล้ๆ กษัตริย์ของประเทศไทยไม่สู้จะร่ำรวยนัก ในปัจจุบันทรงได้รับเงินปีจากรัฐบาลปีละ ๗ แสนบาท (เท่ากับ ๕๖,๐๐๐ ดอลลาร์) มันเป็นจำนวนพอที่จะใช้จ่าย

นอกจากเป็นค่าอุปการะเด็กแฝดนั้นแล้ว ก็ยังเป็นค่าจ้างคนใช้ภายในตำหนักอีก ๓ คน สองคนเป็นคนไทย อีกคนเป็นชาวสวิส กับคนทำสวนชาวสวิสอีกคนหนึ่ง กับเป็นค่ารถซาล์มซันโอ่อ่า ๒ คันซึ่งใช้ในครอบครัว กับรถเอ็มจีเล็กๆ รวมทั้งรถสปอร์ตอีกคันสำหรับท่องเที่ยวทางไกลส่วนพระองค์เอง

นอกจากนี้เป็นค่าเปียโน ทรัมเปต แซกโซโฟน ปิคโคโล และแคริเนต เพื่อทรงหาความสนุกจากดนตรี และบางทีก็ทรงพอท่องเที่ยวไปปารีสบ้างเป็นบางครั้งบางคราวด้วย อนาคตของพระองค์มีลู่ทางว่าจะรุ่งโรจน์อย่างที่สุด พระองค์ทรงเป็นทายาทองค์เดียวของสมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนาไอยิกาเจ้า ผู้ทรงพระชนมายุ ๘๘ พรรษาแล้ว

ทรงโปรด Bach
       เมื่อเสด็จนิราศสวิตเซอร์แลนด์ที่ทรงประทับอยู่มาถึง ๑๘ ปี สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลย่อมจะทรงย้อนรำลึกได้ถึงชีวิตอันเต็มไปด้วยความสงบและสะดวกสบายแต่อดีตของพระองค์ ซึ่งมีความสุขมาก และมีความวิตกกังวลเนื่องด้วยความเป็นราชาเพียงเล็กน้อย

เมื่อพระเชษฐาทรงสวรรคตนั้น ต่างรู้สึกกันว่าพระองค์ควรจะหันเข็มการศึกษาจากวิชาสถาปัตยกรรมมาสู่วิชากฎหมาย โดยเคารพต่อหน้าที่พระราชา พระองค์จึงทรงเข้าศึกษาวิชารัฐศาสตร์ในมหาวิทยาลัยโลซานน์ แต่เนื่องด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ การเล่าเรียนจึงทำให้พระองค์ทรงปวดพระเศียรจนมิอาจกลับไปศึกษาต่อได้

อย่างไรก็ตาม แต่บัดนั้นเป็นต้นมา พระองค์ได้แสดงความฝักใฝ่ในวิชากฎหมาย ด้วยพระราชวิธีอันน่าดู ขณะเมื่อตื่นจากบรรทมทุกๆวัน คือเมื่อตื่นจากบรรทมโดยผู้ช่วยฝาแฝดของพระองค์แล้ว พระองค์ก็จะทรงคว้าตำรากฎหมายเล่มหนึ่งออกไปพร้อมกับกาแฟและครัวซองส์

บางครั้งก็ทอดพระเนตรดูตำราเล่มนั้น บางครั้งก็ทรงใช้มันต่างเขนยหนุนพระเศียร และทรงนอนเหยียดทอดพระเนตรดูเพดาน ในชั่วขณะที่ทรงพักผ่อนพระทัยนี้และ จะทรงครุ่นคำนึงถึงดนตรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งถึง โจฮัน เซบาสเตียน บ๊าค พระองค์ทรงปรารภถึงบ๊าคว่า “เป็นแด๊ดดี้ของพวกเราทุกคน”

มีเพลงที่ไหน-เสด็จไปที่นั่น
       สมเด็จพระจ้าอยู่หัวทรงชอบเพลงจังหวะร้อน คราวใดที่นักเล่นเพลงร้อนจำพวก “ฮ๊อตลิพ” เพ็จหรือหลุยส์ อาร์มสตรอง มาแสดงในภาคพื้นยุโรป พระองค์สามารถใช้ความเป็นราชาเรียกเขามาแสดงถวายได้อย่างสบาย แต่แทนที่จะทรงทำเช่นนั้น พระองค์กลับทรงตัดสินพระทัยตั้งแต่เวลาตี ๓ ว่าจะเสด็จไปดูเขาเอง

ดังนั้นจึงมีการเตรียมจัดของลงกระเป๋า แล้วราชรถก็ตะบึงออกเดินทางเป็นระยะ ๑๕๐ ไมล์สู่นครปารีส เจ้าหน้าที่ตำรวจสวิสแต่ผู้เดียวเท่านั้นที่ติดตามโดยเสด็จไปถวายความพิทักษ์ เพราะเป็นคนคุ้นกับเจ้านายมาเก่าก่อน บางครั้งก็เกิดความยุ่งยากเหมือนกัน เช่นเมื่อทรงขับราชรถผ่านเข้าแดนฝรั่งเศส

ในทันทีที่รถของพระองค์ผ่านสถานีวอลเลอร์เบ ตรงพรมแดน จะเกิดข่าวแพร่สะพัดทันทีว่า กษัตริย์กรุงสยามเสด็จเข้าสู่ดินแดนฝรั่งเศสแล้ว ในเมืองบางเมือง เป็นต้นปองตาร์ลิเอร์และดิจอง พวกตำรวจลับอ้วนๆของฝรั่งเศสจะต้องตื่นจากที่นอนอันแสนอุ่น เพื่อขับรถไปตามทางหลวงรักษาความปลอดภัยให้พระองค์

 โดยปกติเมื่อพระองค์เสด็จถึงเขตนครปารีสนั้น จะมีพวกนักสืบคอยตามระแวดระวังอยู่ข้างหลังถึง ๒๐ คน จากนั้นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงบรรทมเสียนิดหน่อย แล้วทรงเริ่มเดินต่อไปยังโรงมหรสพเพื่อฟังนักเป่าลือชื่อแสดง แล้วเสด็จต่อไปยังบัลตาบาแรง แล้ววกไปยังโรงที่ฝั่งซ้ายเพื่อทรงฟังคล็อดลูเตอร์เป่าเพลงร้อนๆด้วยแคริเนต

พบพระราชินี
       ก็เพราะดนตรีนี่แหละ ที่ทำให้พระองค์ทรงหมั้นเมื่อ ๒ ปีมาแล้ว ขณะเสวยพระกระยาหารค่ำอยู่ที่สถานเอกอัครราชทูตไทยในปารีสคืนหนึ่ง พระองค์ทรงพบกับ ม.ร.ว.สิริกิติ์ ผู้ซึ่งขณะนั้นอยู่ในวัย ๑๕ กำลังกำดัด และซึ่งมีความคิดบางอย่างพิสดารอยู่ อาทิเช่น เธอชอบเพลงแบบบีบ๊อพอย่างรุนแรง

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวผู้ทรงเกลียดเพลงบีบ๊อพ ทรงโต้กับเธออยู่นานตลอดเวลาเสวย แต่ก็ไม่อาจทำให้เธอเปลี่ยนความคิดสำเร็จ สุดท้ายพระองค์ทรงขออนุญาต ม.จ.นักขัตรมงคลบิดาของเธอว่า พระองค์จะทรงพาเธอไปฟังออเคสตราบางวงในเมือง เพื่อให้เธอเข้าใจว่า การที่พระองค์ทรงแอนตี้เพลงบีบ๊อพนั้นหมายถึงอะไร

ปัญหา Bebop
       เมื่อเธอมาเรียนต่อในไฮสกูลที่โลซานน์ เธอได้มีโอกาสคุ้นเคยกับพระองค์ยิ่งขึ้น และได้เล่นดนตรีร่วมกันบ่อยๆโดยเธอเป็นผู้เล่นเปียโนประกอบ ม.ร.ว.สิริกิติ์ยังคงศรัทธาในเพลงบีบ๊อพอย่างแน่นแฟ้น จึงความคิดเห็นไม่อาจลงรอยกับพระองค์ได้ แต่ก็มีอะไรอย่างอื่นที่พระองค์กับเธอได้ตกลงลงรอยกันแล้ว

เมื่อเดือนกรกฎาคมก่อนพระองค์ทรงขอให้ ม.จ.นักขัตรมงคลเสด็จมาที่โลซานน์ แล้วทรงขอหมั้นกับธิดาของท่าน ในเดือนสิงหาคมพระองค์เสด็จไปลอนดอน ซึ่ง ม.จ.นักขัตรมงคลเป็นเอกอัครราชทูตอยู่ ณ ที่นั่น และทรงเข้าร่วมงานฉลองวันเกิดของ ม.ร.ว.สิริกิติ์ด้วย ซึ่งการหมั้นก็ได้ประกาศขึ้นในงานนี้

เท็คนิคการใช้กล้อง
       ขณะใดที่พระองค์มิได้ทรงครุ่นรำพึงถึงบ๊าคหรือถึงเครื่องเป่า หรือเพลงบีบอพ พระองค์มักจะทรงหมกมุ่นอยู่กับกล้องถ่ายรูป ฟิลเตอร์ และความเร็วของการกดชัตเตอร์ ความสนพระทัยรุนแรงในศิลปะแห่งการถ่ายรูปของพระองค์ ได้ทวีขึ้นอย่างมากกว่าปกติในระยะก่อนเสด็จกลับเมืองไทย อันมีภูมิภาพเหมาะแก่ตากล้องยิ่ง

แต่พระองค์ทรงรู้สึกว่าคนทั่วไปยังเข้าใจผิดอยู่ ในการที่กษัตริย์จะทรงมาเป็นช่างถ่ายภาพสมัครเล่น พระองค์ทรงอธิบายให้ฟังอย่างนี้ว่า “บางคนคิดว่า สมัยนี้รถยนต์ที่วิ่งเรียบและเปิดหลังคาโล่ง ได้เข้ามาแทนที่การนั่งช้างอันโขยกเขยกในราชพิธีเป็นส่วนมากแล้วในเมืองไทย การถ่ายรูปจึงเป็นของง่ายสำหรับพระเจ้าอยู่หัว

 ฉันคิดว่านี่ก็จริงอยู่อย่างหนึ่งเหมือนกัน แต่นั่นยังมิใช่แก่นแท้ของปัญหาทีเดียว แก่นแท้ของปัญหานั้นคือว่า ในราชพิธี ท่านไม่อาจเปิดกล้องลงมือถ่ายรูปคนอื่นๆทุกคน ที่เขาเองก็พากันกำลังจ้องถ่ายรูปตัวท่านอยู่ได้อย่างสบายนักดอก นอกจากนั้นแล้ว รูปถ่ายพระเจ้าอยู่หัวก็คงจะไม่มีภาพพระเจ้าอยู่หัวติดอยู่

บางคนเคยแนะนำให้ฉันเอากล้องคอนแท็กซ์สวมติดไว้กับผิวหนัง แล้วเจาะรูเล็กๆที่เครื่องแต่งกายพอให้เลนซ์โผล่ออกมาข้างนอกได้ เพื่อให้ดูคล้ายกับเครื่องประดับอย่างหนึ่ง แต่ฉันคิดว่าคงไม่ได้ผล ฉันได้พยายามแก้ปัญหาสองวิธี

 วิธีแรก ฉันกะคเณรูปที่ฉันต้องการถ่ายไว้ก่อนลงมือ จากนั้นก็ตั้งกล้องแล้วขอให้เพื่อนคนหนึ่งชี้ล่อประชาชนไปทางอื่น แล้วฉันก็กดปุ่มให้ทันท่วงที แต่อย่างไรก็ตาม วิธีนี้มีเพื่อนน้อยคนนักจะทำได้ถูกต้อง

อีกวิธีหนึ่งก็คือ ฉันเอากล้องคอนแท็กซ์ใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกง พอมโหฬีเริ่มบรรเลง หรือมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นที่จะทำให้ฝูงชนหันไปจากฉันไปเสียทางอื่น ฉันก็รีบควักกล้องออกมาแล้วถ่าย แล้วเก็บลงกระเป๋ากางเกงอีก แต่ไม่สนุกเลยจริงๆ”

นิตยสารไลฟ์สัมภาษณ์ชีวิตรักในหลวง สนพระทัยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์เพราะเพลงบีบ๊อพ! เป็นในหลวงถ่ายรูปลำบากไม่สนุก!!


นิตยสารไลฟ์สัมภาษณ์ชีวิตรักในหลวง สนพระทัยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์เพราะเพลงบีบ๊อพ! เป็นในหลวงถ่ายรูปลำบากไม่สนุก!!
พอรู้ข่าวหมั้น นักข่าวและช่างภาพตามไปพบ ม.ร.ว.สิริกิติ์ที่ไม่เคยเปิดตัวที่งานโรงเรียนแห่งหนึ่ง


นิตยสารไลฟ์สัมภาษณ์ชีวิตรักในหลวง สนพระทัยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์เพราะเพลงบีบ๊อพ! เป็นในหลวงถ่ายรูปลำบากไม่สนุก!!


นิตยสารไลฟ์สัมภาษณ์ชีวิตรักในหลวง สนพระทัยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์เพราะเพลงบีบ๊อพ! เป็นในหลวงถ่ายรูปลำบากไม่สนุก!!
วงดนตรีของในหลวง

ขอบคุณ MGR Online

คุณโรม บุนนาค




Create Date : 11 พฤศจิกายน 2559
Last Update : 11 พฤศจิกายน 2559 10:54:22 น. 0 comments
Counter : 289 Pageviews.  

Letalia
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




[Add Letalia's blog to your web]