Step ในการวิเคราะห์ SWOT ของตัวเอง

พี่ๆ ช่วยแนะนำ Step ในการวิเคราะห์ SWOT ของตัวเองให้เข้าใจง่ายๆ เป๊ะๆ หน่อยครับ
คือสับสนๆๆ จุดแข็ง กับจุดอ่อน คิดไป คิดมา มันช่างขัดแย้งกัน

อยากจะเฟ้นหาจุดแข็งของตัวเองมาพัฒนาต่อยอด ว่ามันจะไปในทางไหนได้บ้าง อยากจะทำสิ่งที่ชอบจริงๆ ไม่ใช่ทำสิ่งที่ต้องทำ ไปวันๆ

คิดๆ ก็ยังเรียบเรียงไม่ถูกเลย พี่ๆ ช่วยมาคอมเม้นท์ให้เป็นแนวคิดหน่อยนะครับ

ขอบคุณมากครับ

จากคุณ : อัทธ์ - [ 7 ก.พ. 50 19:10:16 ]

ความคิดเห็นที่ 1

เอาเท่าที่ตัวเองเข้าใจนะคะ(ก็ไม่ได้เก่งอะไร)
SW คือปัจจัยภายในในที่นี้ก็คือตัวเองมีข้อดีข้อด้อยอะไร S = จุดแข็งหรือข้อดีหรือจุดเด่นของตัวเอง W = จุดอ่อน/ข้อด้อยของตัวเอง
OT คือปัจจัยภายนอกไม่ว่าจะเป็นสภาพเศรษฐกิจ สังคม ฯลฯ คือสิ่งต่างๆที่แวดล้อมตัวเราอยู่ที่จะส่งผลทั้งด้านบวกและด้านลบ O = โอกาส คือสิ่งแวดล้อมภายนอกที่จะส่งผลทางด้านบวกกับตัวเรา T = อุปสรรค คือสิ่งแวดล้อมภายนอกที่จะส่งผลทางด้านลบ
**รอคนอื่นมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกนะคะ

จากคุณ : HarLow - [ 7 ก.พ. 50 21:22:45 ]

เริ่มต้นจากการวางแผนวิเคราะห์ตนเองและสิ่งแวดล้อมก่อน โดยใช้หลักของ SWOT * จากนั้นจึงกำหนดวัตถุประสงค์ให้แน่นอน แล้วจึงดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ เมื่อประสบความสำเร็จตามที่ต้องการ จึงให้รางวัลแก่ตนเองเป็นขั้นสุดท้าย

1. วิเคราะห์ตนเอง (Self analysis) ได้แก่ การพิจารณาจุดแข็ง (Strength) ของตนเองที่จะช่วยให้ประสบความสำเร็จ จากนั้นจึงค่อยพิจารณาจุดอ่อน (Weakness) ภายในตนเองที่จะเป็นอุปสรรคขัดขวางความสำเร็จ

เช่น

จุดแข็ง (Strenge)

- ต้องการความสำเร็จ

- เป็นนักวางแผนที่ดี

- มีทักษะในการติดต่อสื่อสารกับผู้อื่น

- เรียนรู้งานได้รวดเร็ว

- มีความทะเยอทะยาน


จุดอ่อน (Weakness)

- ไม่มั่นใจในการเป็นผู้นำ

- บางครั้งไม่กล้าตัดสินใจได้ดวยตนเอง

- ไม่แน่ใจว่าจะทำงานใดดี

- ขาดทิศทางที่แน่นอน

จากคุณ : ดีอาร์ (๛จูล่ง๛) - [ 7 ก.พ. 50 23:49:58 ]

2. วิเคราะห์สิ่งแวดล้อม (Envirronmental analysis) หลังจากวิเคราะห์ตนเองแล้ว ขั้นต่อไปจึงพิจารณาสิ่งแวดล้อมว่า มีสิ่งแวดล้อมใดบ้างที่เป็นอุปสรรคขัดขวางมิให้ตัวเราไปถึงเป้าหมาย และมีสิ่งแวดล้อมใดบ้างที่เอื้ออำนวยให้ทุกอย่างดำเนินไปตามเป้าหมาย


โอกาสในความสำเร็จ (Opportunity) และ อุปสรรค (Threat)




3. กำหนดวัตถุประสงค์ให้แน่นอน ในการตั้งวัตถุประสงค์นั้น ต้องคำนึงถึงความเป็นจริงด้วยว่า ตนจะสามารถดำเนินชีวิตไปให้ถึงจุดมุ่งหมายตามที่กำหนดไว้ในอนาคตได้หรือไม่ นอกจากนี้ ยังต้องเขียนวัตถุประสงค์ให้ชัดเจนอีกด้วย การเขียนวัตถุประสงค์ ควรเขียนทั้งวัตถุประสงค์ระยะยาว และวัตถุประสงค์ระยะสั้น คือ

3.1 วัตถุประสงค์ระยะยาว (Long – term objective) เป็นการเขียนวัตถุประสงค์ที่เราต้องการจะบรรจลุความสำเร็จในอนาคต โดยให้ระบุความปรารถนาที่ตนอยากมีหรืออยากเป็น ภายในขอบเขตของชีวิต เช่น อยากเป็นMDให้บริษัทขนาดใหญ่ มีรายได้เดือนละ 500,000 บาท ภายในปี 2555


3.2 วัตถุประสงค์ระยะสั้น (Short – term objective) เป็นการเขียนวัตถุประสงค์ที่เราต้องการจะบรรจลุความสำเร็จ ภายในระยะเวลาตั้งแต่ 1 วัน ถึง 1 ปี เช่น ต้องการพาครอบครัวไปต่างประเทศในช่วงปิดภาคฤดูร้อน ต้องการหารายได้พิเศษในช่วงวันหยุด ต้องการอบรมหลักสูตรระยะสั้น เป็นเวลา 3 เดือน เป็นต้น
แก้ไขเมื่อ 07 ก.พ. 50 23:56:11

จากคุณ : ดีอาร์ (๛จูล่ง๛) - [ 7 ก.พ. 50 23:53:08 ]


4. วางแผนการดำเนินชีวิต ขั้นนี้เป็นขั้นต่อเนื่องจากขั้น 3 กล่าวคือ หลังจากเขียนวัตถุประสงค์ทั้ง 2 แบบแล้ว ก็ต้องวางแผนปฏิบัติเพื่อให้เป็นไปตามจุดมุ่งหมายที่ได้กำหนดไว้



5. ควบคุมแผนเพื่อให้เกิดผลตามที่ต้องการ (Results) หลังจากที่ได้ลงมือปฏิบัติตามแผนไปได้ระยะหนึ่ง เช่น ประมาณ 1 เดือน หรือ 1 ปี ให้ตรวจสอบผลความก้าวหน้าเพื่อดูว่าเป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้หรือไม่ หากแผนหรือวัตถุประสงค์ในข้อใดไม่บรรลุเป้าหมายก็ให้แก้ไขใหม่ หรือบางครั้งอาจจะต้องวางแผนชีวิตใหม่ในบางขอบเขตของชีวิต เพื่อให้เกิดผลที่สามารถเป็นไปได้มากที่สุด



6. ให้รางวัลแก่ตนเอง (Rewards) หลังจากที่ได้ปฏิบัติตามแผนจนกระทั่งบรรลุความสำเร็จตามวัตถุประสงค์แล้ว ก็ให้รางวัลแก่ความสำเร็จของตนเอง ตัวอย่างเช่น ซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ ออกไปรับประทานอาหารที่ภัตตาคารกับแฟน (คนเดิม ) หรือหาความสุขอย่างอื่นตามที่พอใจในขอบเขตที่ตนสามารถจะกระทำได้ นอกจากนี้ ยังหาเวลาไปพักผ่อนตามสถานที่ต่างๆ เช่น ไปตากอากาศที่ชายทะเล ฯลฯ แม้ว่าการพักผ่อนอาจจะไม่ใช่การให้รางวัลแก่ตนเอง แต่ก็จำเป็นสำหรับผู้ที่ได้ผ่านการปฏิบัติงานอย่างหนักมาแล้ว


เอกสารอ้างอิง

Higgins, James M. Humen Relations : Behavior At Work. New YorK : McGraw – Hill, 1992.

ปล.

จัดให้ตามคำขอ โชคดีครับ
แก้ไขเมื่อ 08 ก.พ. 50 00:03:33

จากคุณ : ดีอาร์ (๛จูล่ง๛) - [ 7 ก.พ. 50 23:53:49 ]

ที่พี่จูล่งบรรยายมาก็ละเอียดและน่าจะทำให้คุณอัทธ์เห็นภาพบ้างแล้วนะครับ

แต่ผมจะเสริมเพิ่มเติมบางส่วน ก็คือ SWOT นั้น เมื่อเขียนออกมาแล้ว บางทีมันก็ไม่ได้จบแค่นั้นเหมือนได้คำตอบ แต่ SWOT จะได้แนวทางที่เราต้องปรับปรุงตัวเรามากกว่า ว่าจะต้องทำหรือแก้ไขอะไรต่อไป เช่น

S-O , S-T เทียบจุดแข็งกับโอกาสและอุปสรรค แล้วจะบอกได้ว่าต้องทำอะไรต่อไป

W-O , W-T เทียบจุดอ่อนกับโอกาสและอุปสรรค แล้วก็จะบอกได้ว่าต้องทำอะไรต่อไปเช่นกัน

จากที่ตัวผมเองก็เคยเขียน SWOT ของตัวเองอยู่เหมือนกัน เลยจะขอร่างภาพคร่าวๆของ SWOT ตัวเองซึ่งจะต่างจาก SWOT สินค้าหรือบริษัทให้เห็นชัดเจนมากยิ่งขึ้นดังนี้ครับ(แต่อันนี้เป็นตัวอย่างนะครับ ไม่ใช่ของผมเอง)

1.Strength จุดแข็งหรือโอกาสที่จะเกิดจากตัวเราเอง

- บุคคลิก นิสัย ของคุณซึ่งเป็นข้อดี เช่น กระตือรือร้น มีมนุษย์สัมพันธ์
- ความรู้ เช่น มีความรู้ความถนัดด้านไอที ด้านโฆษณา ถ้าจะให้ดี เอาที่ถนัดโดดเด่นจริงๆนะครับ จะเห็นภาพมากกว่าใส่ไปเยอะๆ
- ประสบการณ์ เช่น ก็เอาที่เด่นๆเช่นกัน
- อาจมีเรื่องของเงินทุนด้วย ซึ่งจะตอบว่าคุณน่าจะทำธุรกิจเอง หาหุ้นส่วน หรือไปทำงานประจำ

2. Weakness คือ อุปสรรคที่เกิดจากตัวเราเอง

- นิสัยซึ่งเป็นข้อเสีย เช่น ใจร้อน ขี้เบื่อ ตัดสินใจช้า ฯลฯ
- ขาดเงินทุน
-

3. Opportunity โอกาสภายนอกที่เข้ามา(ควบคุมไม่ได้)

- เช่น มีเพื่อนกำลังจะทำธุรกิจ และมีส่วนที่เราน่าจะร่วมงานกันได้
- จังหวะแนวโน้มของตลาดหรือเศรษฐกิจที่มาส่งเสริมอาชีพที่เราถนัดพอดี

4. Threat อุปสรรคจากภายนอก

- เช่น สภาพเศรษฐกิจชะลอตัว ทางเลือกอาจเป็นการเลือกงานที่เป็นงานประจำไปก่อน แต่หากธุรกิจที่คุณเลือกมันเหมาะกับช่วงเศรษฐกิจพอดี อันนั้นจะถือเป็นโอกาสแทน


ทำ swot ทำได้หลายระดับครับ ตั้งแต่ทำswot ของตัวเองคนเดียว ทำswot ของครอบครัว คุณก็อาจต้องเอาข้อดีข้อเสีย ของสามี-ภรรยามาใส่ด้วย ซึ่งจะได้คำตอบที่แตกต่างกันไป ประมาณนี้นะครับ ลองดูครับ หวังว่าคงเพิ่มเติมให้เห็นภาพมากขึ้นครับ

จากคุณ : Jimmy Walker - [ 8 ก.พ. 50 09:04:49 ]


Create Date : 23 กุมภาพันธ์ 2550
Last Update : 23 กุมภาพันธ์ 2550 15:54:42 น. 1 comments
Counter : Pageviews.  

 
ดีมากๆเลย เป็นประโยชน์มากๆ ไว้จะเอาไปใช้กับชีวิต(รันทด)ของตัวเองบ้าง


โดย: sakura_chang (sakura_chang ) วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:16:49:59 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
Lazy Genius
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add Lazy Genius's blog to your web]