Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2553
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
13 สิงหาคม 2553
 
All Blogs
 
บันเทิงเริงใจ134ดราม่าเข้ม GrowingThrough Life/ตี้เหรินเจี๋ย/เปิดตัวหนุ่ม office/ซูเปอร์มัมจางป๋อจือ





เตรียมไม้กวาด....กวาดรางวัลให้คุณเรย์ฟง สถานีวิทยุ Metro Radio ของฮ่องกง ขอประกาศรางวัล Metro Raido Mandarin Hit Music Awards 2010 (新城國語力頒獎禮2010) นักร้องชื่อดังประจำเกาะมาร่วมงาน เก็บเกี่ยวรางวัลไปกันคนละอันสองอัน ครั้งนี้ Raymond fung ของแม่ยก กวาดไปได้ 3 รางวัล ก็เตรียมไม้กวาดมาแล้ว ขอติดบอร์ดไว้ให้ทราบโดยถ้วนหน้า

1. Most Global Popular Idol โปรดทราบว่าขวัญใจแม่ยกกลายเป็นที่สุดแห่ง Global ไปแล้วเหรอ เหรอ เหรอ...... แต่ไม่ได้มีฟงคนเดียว ยังมีสาวอาซา และ Yoga Lin ได้รางวัลนี้ด้วย (อันเดียวถือกันสามคนหรือเปล่าไม่แน่ใจ)

2. Mandarin Hit Songs เพลง We Are Fine (我們很好) จำไม่ได้แล้วว่าฟังจีนกลางเพลงนี้ไปตอนไหนหว่า

3.Asia's Most Hit Idol ไอด้อลระดับเอเชียอีกหนึ่ง มันต่างจากรางวัลแรกตรงไหนอ่ะ เดี๋ยวก็ทั้งโลก เดี๋ยวก็ทั้งเอเชีย แม่ยกเชียร์จนเพลีย แต่เอาเถอะ ได้กี่รางวัลก็ยินดีไปกับมาน มีแจมอีกสองคนที่ได้ด้วยคือ Jam Hsiao, Peter Ho (เหอยุ่นตง)








(ซ้ายไปขวา) Zhao Ziqi, เหลียงชิงฉี, เยี่ยถง, Song Wenfei


นัดดารารวมตัวกันที่ซุ้มรับปริญญา เอ้อ ซุ้มแห่งดวงดาวสาดส่องแต่หัววัน โปรโมทละครล่าสุด (ล่าไปเมื่อปีสองปี) ในที่สุดก็ได้คิวออนแอร์กันซะที ละครดราม่าความยาว 30 ตอน GROWING THROUGHT LIFE เป็นการจับมือร่วมกันสร้างระหว่างทีวีบีและสถานีทีวีเซี่ยงไฮ้ (สถานีปักกิ่งไม่ขอแจมด้วยเหรอ) ดาราเรียงหน้ากระดานมาเป็นพรวน คงจะถูกใจรุ่นพ่อรุ่นแม่กันยิ่ง ๆ รุ่นเก๋าอย่างหลิวสงเหยิน นำทีม (นี่ให้เกียรติคุณพ่อมาก่อนค่ะ) รุ่นเก๋าฝ่ายหญิง เจ๊เยี่ยถง เจ๊หลี่โหย่วฮุ่ย รุ่นเด็ก (เด็กที่สุดในเรื่องแล้วเฟ้ย) หลินฟง หวังจงเจ๋อะ เหลียงชิงฉี และดาราสองสาวของเมืองจีน Zhao Ziqi และ Vionn Song Wen Fei ที่ขึ้นแท่นเป็นนางเอกประกบเด็กแม่ยกและหนุ่มบอสโก้ (เปลี่ยนบรรยากาศมาชิมหนุ่ม ๆ ฮ่องกงบ้างก็ดี)




ดาวคู่มาจุติกันเห็น ๆ ดาวเทพเจ้า (หลินฟง) กับ ดาวซาตาน (บอสโก้) เปรียบเปรยกันได้รู้เช่นเห็นชาติในคาแรกเตอร์กันเชียวค่ะ เพราะพระเอกก็คือพระเอกวันยังค่ำ ฟงเป็นพระเอกฝ่ายดี สำหรับหนุ่มบอสโก้ เป็นพระเอกฝ่ายร้าย เพราะมากับความเลว หนุ่มบอสกล่าวว่า ผมจะเป็นตัวอันตรายที่จะมาทำลายครอบครัวของหลินฟง และแย่งชิงผู้หญิงของฟงด้วย (แค่อ่านก็รู้สึกว่ากลิ่นความเลวมันเตะจมูกแล้ว) หนุ่มบอสหัวเราะเอิ๊ก ๆ บอกว่า ความจริงไม่เคยมีประสบการณ์ในการแย่งแฟนกับใครมาก่อน (ได้แค่ลองคิด แต่มาลงมือกระทำ เพราะบทละครพาไป) ถ้าศัตรูหัวใจของผมคือหลินฟง ผมจะกลับหลังหันและเดินจากไป เขาทั้งหล่อทั้งรวย พวกผู้หญิงจะชอบผู้ชายแบบนี้ครับ (ทอดสะพานจนยาวไปสี่กิโลกว่าแล้ว ยังไม่สำเร็จ)





งานนี้คุณเรย์ฟงรอดจากเหยี่ยวข่าวลือไปได้อย่างไรกันนี่ แต่มันมาลงที่คู่ของยัยโทบี้ (เหลียงชิงฉี) กับหนุ่มบอสโก้ ตอนที่ถ่ายทำละครลือกันไปว่า บอสโก้กับโทบี้ ปิ๊งปั๊งกัน จนหนุ่มบอสโก้ต้องรีบแจ้นไปเมืองโอกินาว่า เพื่อจะงอนง้อสาวหูซิ่งเอ๋อ (มันแต่งละครให้ฟังอีกเรื่อง) แล้วตอนนี้คุณกลับมายืนถ่ายรูปคู่กับสาวโทบี้อีก ไม่กลัวสาวหูซิ่งเอ๋อจะโกรธเหรอ ? ห่วงใยกันเป็นตุเป็นตะ มันแค่ข่าวลือคร้าบ ทุกเรื่องที่ถ่ายทำไป มักจะมีข่าวลือออกมาเสมอ ครั้งต่อไปอาจจะลือว่าเราสองคนเข้ากันไม่ได้ (มันเบ ๆ มันต้องเราสองไปขึ้นคอนโดพร้อมกัน) สาวโทบี้ กล่าวว่า ระหว่างถ่ายทำละคร ฉันมักจะทำน้ำแกงให้กับเพื่อนนักแสดงได้ดื่มกัน โดยเฉพาะRaymond เดี๊ยนต้องเทคแคร์มากหน่อย เพราะต้องเตรียมเล่นคอนเสิร์ต ทำไมไม่ เป็นข่าวกับหลินฟงก็ไม่รู้เนี่ย ??? (ตร๊าย ๆ หล่อนแอบใส่ยาเสน่ห์ในน้ำแกง แต่อิบอสโก้มาดื่มแทน เลยตกถังเป็นข่าวกับหล่อน)






ยัยโทบี้ ออกนอกหน้าว่าอยากเป็นข่าวกับฟง แบบนี้บอสโก้ต้องยอมรับความพ่ายแพ้งั้นหรือ ? ไม่จริงหรอก ผมไม่ได้ออกไปนอกบ้าน (ไปหาถึงบ้านก็ได้ ไม่ต้องออกมาหรอก) ความจริงแล้วเราสองคนต่างกัน บอสโก้จะออกแนวเจ้าชู้ ชอบโปรยเสน่ห์เหมือนผู้หญิง (นี่จะโฆษณาว่าเพื่อนเบี่ยงเบนรึเปล่า) เคยแย่งแฟนกับใครหรือเปล่า ? ไม่ต้องถามครับ ยังไม่เคยลอง ผมต้องเลือกแค่คนเดียวที่เราชอบที่สุดครับ






ส่งท้ายด้วยรุ่นเด็กสุดค่ะ เจ๊เยี่ยถง กับ หลิวสงเหยิน ตกเป็นข่าวในแง่ไม่ค่อยลงรอยกัน แต่พอมาเจอหน้ากันวันนี้ ดูไม่มีอาการอึดอัดใจให้เห็น (ก็มันไม่ได้เป็นอย่างที่แกรคิด) เจ๊เยี่ยถง เคลียร์ให้ฟังว่า ฉันประทับใจในตัวคุณหลิวสงเหยิน เพราะเขาดูแลเทคแคร์ทุกคนอย่างดี ถึงแม้ภายนอก บางคนจะมองว่า เขาไม่เหมือนคนที่น่าจะมีนิสัยเทคแคร์คนอื่น บางครั้งฉันเองทำหน้าบึ้งตึง อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้คนอื่นเข้าใจผิดว่าฉันกับเขามีเรื่องกัน แต่วันนี้จะยืนแนบชิดซะให้เข็ดฟัน จนข่าวมันบอกว่า ทั้งเจ๊ถงและเฮียเหยิน ให้ความรู้สึกเหมือนคู่แต่งงานใหม่อย่างนั้นแหละ (สระน้ำจืดกลายเป็นสระน้ำหวานไปอีก)







Source : ent.qq.com
เก็บบทสัมมนา (สัมภาษณ์) ของคุณเรย์ฟงเกี่ยวกับละคร Growing Through Life มาให้อ่านกันแบบ....ขอร้องว่าให้รู้เรื่อง ทีวีบีส่งมาลุยละครยาวโดยเฉพาะ แนวนี้มิใช่ครั้งแรกของฟง แต่ผ่านสนามละครแนวธุรกิจครอบครัว ความรัก ความแค้น มาแล้วหลายเรื่อง ขอถามความรู้สึกที่ได้แสดงเรื่องนี้ ฟงบอกว่า ผมต้องมาเจอกับนักแสดงรุ่นกระดูกเหล็ก 2 คนครับ คือคุณเจ๊เยี่ยถง และคุณพ่อหลิวสงเหยิน (แกตามมาเป็นพ่อผมอีกแล้วครับ) สำหรับเจ๊เยี่ยถง เป็นการร่วมงานกันครั้งแรก ผมนับถือฝีมือคุณเจ๊ถงครับ ไม่ต้องอุ่นเครื่องการแสดง เจ๊ถงสามารถติดปีกบินเข้าไปในตัวละครได้เลย (เจ๊ไม่อุ่นเครื่อง แต่ช่วยข่มให้รุ่นเด็กอุ่นใจแทนแล้วกันค่ะ) ส่วนคุณหลิวสงเหยิน ร่วมงานกันเป็นครั้งที่สอง (ครั้งแรก Drive of Life ทำไมมันต้องลงท้ายด้วย Life ตาลอด ๆ เลย พ่อลูกคู่นี้) ทำให้ผมมีโอกาสได้เรียนรู้เพิ่มมากขึ้น ภายใน 2 ปีที่ผ่านมา รู้สึกตัวเองโตขึ้น แสดงได้เป็นผู้ใหญ่มากขึ้นกว่าเดิม (อย่าเพิ่งรีบแก่เลยฟง)





เรื่องนี้เป็นพระเอกคนดี รับบทเป็นคนหนุ่มผู้พกพาพรสวรรค์ในตัวมาอย่างเต็มเปี่ยม พร้อมที่เรียนรู้ความก้าวหน้า ยึดถือพ่อเป็นแบบอย่างในการดำเนินธุรกิจ เป็นนักธุรกิจมือสะอาด ทำงานด้วยความโปร่งใสซื่อสัตย์ หัวใจรักในความถูกต้องและยุติธรรม (ขาวเป็นขาว ดำคือดำ) ความจริงแล้วบทคนเลวเป็นสิ่งที่ท้าทาย น่าสนุก แต่คาแรกเตอร์คนดีมันยากกว่าครับ ต้องเล่นให้คนดูเชื่อว่าเราดี ดูแล้วอยากจะเอาใจช่วย แต่ถ้าผมเล่นเป็นคนเลว รับประกันว่ามันง่ายที่จะทำให้คนดูเกลียด (แต่แม่ยกชอบ) ผมรู้สึกว่าคาแรกเตอร์ที่มองโลกในแง่ดี มันก็ซีเรียสเหมือนกัน เป็นคนดีไม่ใช่ง่าย ๆ ครับ




เพิ่งจะเสร็จสิ้นกับภารกิจคอนเสิร์ตใหญ่ที่โคลีเซี่ยม แต่คุณเรย์ฟงก็ยังไม่ได้หยุดพักผ่อนเลย (แฟนคลับเป็นซอมบี้ เปื่อยไปแล้วจ้า) มีงานโปรละครต่อทันที ฟงกล่าวว่า ปีนี้มีหนัง 2 เรื่อง ตอนนี้เรื่อง The Jade and the Pearl ที่แสดงกับอาซา ออกฉายเรียบร้อยแล้ว ต่อไปก็เป็นหนังที่แสดงกับเจ๊มิเรียม หยังเชี่ยนหัว และต่อไปผมจะมีละครใหม่ที่จะถ่ายทำกับหวีซือมั่น ด้านงานเพลงก็มีอัลบั้มจีนกลางที่อัดไปได้สองสามเพลงแล้ว หวังว่าจะได้ฟังกันในไม่ช้านี้ ระหว่างงานแสดงกับงานเพลง ผมก็ไม่ได้วางอะไรมาก่อนหลัง เพราะชอบทั้งสองอย่าง เพียงแต่จัดเวลาไม่ให้ชนกันก็พอ ผมจะพยายามทำให้ดีที่สุดครับ ........วุ่นวายมะไหวจะเคลียร์






นางเอก Zhao Ziqi ที่มาประกบคู่กับหลินฟง คาแรกเตอร์เป็นสาวข้างบ้าน ทำงานเป็นเสมียนธรรมดาคนหนึ่ง แต่เธอเป็นคนมองโลกสดใสและมีหัวใจที่เข้มแข็ง (หน้าตาเธอก็บ้านสมใจนึกจริง ๆ ล่ะ) ให้ฉันพูดถึงคนหล่อสองคนคือ หลินฟง กับบอสโก้ ทั้งสองคนดีเกินจนยากที่จะตัดสินว่าใครจะเข้าวิน นางเอกอีกคนคือ Song Wen Fei (คนผมยาว) คาแรกเตอร์เธอเป็นคุณหนูอยู่ในตระกูลร่ำรวย ความรู้สึกที่ได้ร่วมงานกับคนหล่อสองคนคือ รู้สึกกดดัน แต่พวกเขาดีมาก ไม่ทำให้เรารู้สึกว่ามีระยะห่าง เขามักจะช่วยเหลือคนอื่นด้วย ได้ร่วมงานกับทีวีบีครั้งแรก คิดว่าแฮปปี้มากค่ะ ผู้กำกับดีมาก นักแสดงทุกคนหารือกัน พูด คุย กิน เล่นด้วยกันเหมือนเพื่อน ๆ (มีอะไรไม่ดีมั่งมั้ย หล่อนไม่แง้มออกมาเลย)






Bosco Wong หวังจงเจ๋อะ รับบทคนเลวครั้งแรก และได้ร่วมงานกับทีมเมืองจีนครั้งแรก หนุ่มบอสคุยถึงประสบการณ์ให้ฟังว่า รู้สึกว่าแตกต่างอย่างมากในเรื่องการถ่ายทำ ทีมเซี่ยงไฮ้ก็ทำงานตามกำหนดเวลา เทคนิคการถ่ายทำจะออกมาเหมือนภาพยนตร์ครับ มีการจัดแสง จัดแบ็คกราวน์ ถ่ายภาพออกมาสวยมาก ทำให้ลืมไปเลยว่ากำลังถ่ายละครอยู่ คิดว่าเป็นการถ่ายทำที่ใหญ่มาก เรื่องนี้ผมจะแผ่รังสีความเลวในตัวออกมา คนดูจะได้เห็นผมในมาดใหม่ (กรุณาอย่าทำร้าย เมื่อเห็นผมเดินอยู่ข้างทาง) พูดถึงบทของหลินฟง ที่เป็นคนดี ในเรื่องนี้อาจจะมองดูว่าโง่เล็กน้อย แต่ทุกคนก็รักเขาหมด จนผมงี้กลายเป็นคนเลวในสายตาทุกคน หวังว่าจะได้พัฒนาฝีมือยิ่งขึ้น ผมให้คะแนนตัวเองประมาณ 65-70 (ผ่านมาตรฐาน อย. รึเปล่า) รู้สึกว่ามีอีกหลายอย่างที่สามารถทำได้ดีกว่านี้ และถึงผลตอบรับจะออกมาเป็นอย่างไรก็ไม่สำคัญ บางครั้งมีสิ่งอื่นที่สำคัญกว่า ที่ผมคิดว่าไม่ใช่จะมีได้ง่าย ๆ ครั้งนี้ได้ร่วมงานกับคุณหลิวสงเหยินซึ่งพิเศษมาก ๆ ได้เรียนรู้การแสดงมากมาย ความจริงละครดี ๆ ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ของเรทติ้งว่าจะต้องดีเสมอไป


















นักข่าวกว่า 20 ชีวิต เฮโลไปทำข่าวเฮียหลิวตอนถ่ายทำ ตี้เหรินเจี๋ย พอดีพอร้ายฝนเทลงมา ทำให้กองต้องดีเลย์การถ่ายทำออกไปอีก แต่ทีมงานกลัวนักสืบหาย เลยต้องคอยกางร่มตามติดไปตาลอด ๆ (ทีมงานเปียกก็ช่างหัวมันหัวเผือก แต่หัวพระเอกน่ะห้ามเปรียก)





หนังสุดยอดของท่านเทพหลิว Andy Lau "Detective Dee and the Mystery of the Phantom Flame" กำลังจะเผยโฉมให้ดูความเจ๋งกันเต็มตาในเดือนกันยุง ย่อมาจาก ก.ย. ที่บ้านเมืองเค้า แต่เมืองไทยจะคิวไหน ก็ยังไม่ทราบแล้วเปลี่ยน สงสัยสาวกเฮียหลิวปาดน้ำลายรอกันแย้ว ยกแผงข้อมูลมาเสิร์ฟให้อ่านไปก่อน







Credit: movie.mthai.com
Detective Dee เป็นเรื่องราวในปลายสมัยราชวงศ์ถัง ในยุคสมัยของพระนางเจ้าบูเช็คเทียน เกิดเหตุการณ์ฆาตรกรรมอันเงื่อนงำ ไร้หลัก


ฉีเคอะ กลับมาทวงบัลลังก์ผู้กำกับหนังแอ็คชั่นสุดมันส์ ด้วยผลงานทุนสร้าง 400 ล้านบาท ฝีมือการออกแบบคิวบู๊โดย หงจินเป่า รวมดาราชั้นนำทั่วฮ่องกงไม่ว่าจะเป็น หลิวเต๋อหัว ในบท “ตี๋เหรินเจี๋ย” นักสืบคู่บัลลังก์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในยุคราชวงค์ถัง ร่วมด้วย หลิวเจียหลิง กับการแสดงครั้งแรกในรอบ 4 ปี, หลี่ปิงปิง จาก The Forbidden Kingdom และ เหลียงเจียฮุย ที่เพิ่งมีผลงานใน 5 พยัคฆ์พิทักษ์ซุนยัดเซน

Detective Dee เป็นเรื่องของตี๋เหรินเจี๋ย (หลิวเต๋อหัว) นักสืบชื่อดังแห่งราชวงค์ถัง ที่ถูกเนรเทศออกจากเมืองหลวงเมื่อ 8 ปีที่แล้ว โดยเขาต้องกลับมาตามราชโองการของ องค์จักรพรรดินีบูเช็คเทียน (หลิวเจียหลิง) เพื่อไขปริศนาของการลอบสังหารสมาชิกในเชื้อสายราชวงค์ และการถูกขู่ปองร้ายในงานพิธีสถาปณาตนขึ้นครองตำแหน่ง โดย ตี๋เหรินเจี๋ย ก็ได้รับความช่วยเหลือจากจิงเอ๋อ (หลี่ปิงปิง) องครักษ์ส่วนตัวขององค์จักรพรรดินี ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับแผนการล้มล้างราชวงค์






เกร็ดภาพยนตร์
• Detective Dee คือภาพยนตร์ที่ ฉีเคอะ รับประกันว่าจะเป็นการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ หลังจากที่หายหน้าหายตาไปถึง 5 ปี โดยเขาถือเป็นผู้กำกับที่ทำหนังจีนคลาสสิกมานับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็น เดชคัมภีร์เทวดา ทั้งสามภาค, โปเยโปโลเย ทั้งสามภาค และรวมถึง หวงเฟยหง ทั้งหกภาค โดยเขาพูดถึงการหยิบเอาเรื่องของ ตี๋เหริ่นเจี๋ย มาสร้างเป็นหนังว่า “ถึงแม้ประวัติศาสตร์เกี่ยวกับตัว ตี๋เหริ่นเจี๋ย จะแตกต่างกัน แต่ผมเชื่อว่ายุคสมัยของราชวังถังมีอะไรที่น่าค้นหา และ ตี๋เหรินเจี๋ย ก็เป็นตัวละครดำเนินเรื่องที่สมบูรณ์แบบ ผมเป็นคนที่ชื่นชอบหนังกำลังภายใน และการได้กลับมาสร้างอีกครั้งถือเป็นเรื่องที่ดี แต่ครั้งนี้ผมยังได้เพิ่มความเข้มข้นของเนื้อหา และปมลึกลับแบบฉบับของหนังสืบสวนสอบสวนเข้าไปอีกด้วย”

• ตี๋เหริ่นเจี๋ย (Di Renjie) เป็นนักสืบที่มีชีวิตอยู่จริงในประวัติศาสตร์ของจีน มีอายุระหว่าง ค.ศ. 630 – ค.ศ. 700 เขาเป็นอัครมหาเสนาบดีคู่บัลลังก์ บูเช็กเทียน จักรพรรดินีองค์แรกและองค์เดียวของจีน โดยเขาได้รับการยกย่องว่าเป็นคนซื่อสัตย์ ยุติธรรม กล้าหาญ และเป็นคนที่ บูเช็กเทียน ให้ความเคารพอย่างสูง ชีวิตของเขาถูกเขียนเป็นนิยายสืบสวนสอบสวนชื่อ “ตี๋เหริ่นเจี๋ย นักสืบคู่บัลลังก์” ที่เขียนโดย เฉียนเยี่ยนชิว โดยมีความยาวทั้งสิ้น 4 เล่มจบ (ฉบับแปลเล่ม 1 เป็นของสำนักพิมพ์มติชน แปลโดย เรืองชัย รักศรีอักษร)

• หลิวเต๋อหัว ซุปเปอร์สตาร์อันดับหนึ่งของวงการหนังจีน เข้ามารับบทเป็นฮีโร่คนสำคัญในประวัติศาสตร์จีน โดยพูดถึงตัวละครนี้ว่า “ตี๋เหริ่นเจี๋ย เป็นคนมีความสามารถหลายด้าน เขามีความรู้ด้านจิตวิทยาและอาชญาวิทยาที่ล้ำหน้าเกินยุค เขาจะรู้ได้ทันทีจากอากัปกริยาของผู้ต้องสงสัย จากการหายใจ น้ำเสียง ว่ามีความลับอะไรซ่อนอยู่ ในขณะเดียวกันเขาก็ยังได้รับการฝึกฝนศิลปะการต่อสู้มาด้วย โดยสไตล์การต่อสู้ของ ตี๋เหริ่นเจี๋ย มีพื้นฐานมาจากการต่อสู้เพื่อป้องกันตัวเอง และสร้างความบาดเจ็บให้กับคู่ต่อสู้เมื่อได้รับการโจมตี ผมคิดว่าเขาเป็นนักสืบที่มีส่วนผสมระหว่าง เชอร์ล็อค โฮมส์ และ เจมส์ บอนด์ ”














งามอย่างฮ่องกงมาแล้วฮ่ะ นางเอกสาวกัวเชี่ยนหนี Sonija Kwok หายหน้าหายตาจากเกาะฮ่องกงไปคลุกวงในอยู่ในโรงถ่ายที่เมืองจีน ที่เค้าฮิต ๆ ชื่อ Hengdian เจ๊โซนิจาไปรับงานละครเรื่อง.....ชื่อเรื่องอะไรบอกไม่ล่าย ไม่ได้มีความลับ แต่อ่านไม่ออกนิเฟ้ย



เจ๊โซไปเป็นนางงามแห่งราชวงศ์ชิง ขอเปลี่ยนบรรยากาศไปหนักเฮดที่กองถ่ายเมืองจีน แต่ใส่ออกมาแล้วสวย เจ๊ก็ไม่มีหวั่นล่ะค่ะ จะหวั่นเกรงก็คงเป็นอุณหภูมิที่มันทำร้ายจิตใจนักแสดงกันเหลือเกิ๊น ร้อนถึง 40 องศาเซลเซียส ชุดที่เดี๊ยนใส่น่ะ 4 ชั้น โซกดีที่ไม่เป็นลมเป็นแร้งไป (เป็นลมอย่างเดียว อย่าเป็นอีแร้งค่ะเจ๊) ระหว่างที่กบดาน เอ๊ย ถ่ายทำที่เมืองจีน ก็มีสาวกที่รักของเจ๊โซนิจา หอบเค้ก หอบของขวัญไปอวยพรวันเกิดให้ด้วย แบบนี้ก็ทำให้ปลื้มได้ แม้ว่าจะไม่มีเงาหนุ่ม ๆ มาเยี่ยมแบบเช้าถึงเย็นกลับ จนถึง ณ ตอนนี้ พวกนักข่าวก็ห่วงใยสถานะเจ๊โซนิจา ว่าเป็นโสดทำไม ? ไม่รีบแต่งงานเหรอ เจ๊ก็ไม่รีบเหมือนเดิมแหละย่ะ ตอนนี้สุขภาพคุณพ่อสำคัญกว่าสิ่งอื่น เพราะท่านมีปัญหาเรื่องสุขภาพเกี่ยวกับในท้อง ขอทำหน้าที่ลูกสาวกตัญญูก่อน แต่งงานค่อยว่ากันทีหลัง แล้วไม่ต้องเอาเรื่องเฮียเถาต้าหวี่มาใส่หัวเดี๊ยน เขาจะมีรักใหม่หรือรักเก่า ไม่รับติดต่อ ไม่ใช่ธุระของเดี๊ยนแม้แต่น้อย




เก็บภาพเจ๊โซนิจาไปเป็นสาวราชวงศ์ชิง ดาราที่ร่วมแสดงด้วยคงจาคุ้น ๆ กัน อย่างเจ๊หลิวเซียะหัว (ซูสีไทเฮาผู้โด่งดัง) และเฮียทังเจิ้นเยี่ย (หนึ่งในห้าพยัคฆ์ทีวีบีเมื่อครั้งอดีต) ตอนนี้เฮียกินซาลาเปาเข้าไปเยอะ หน้าเลยบวมค่ะ ส่วนพระนางคนอื่นก็ไม่รู้จะไปขุดชื่อมาจากไหน ภาษาจีนมันลายพร้อยไปหมด ให้ชมโฉมเจ๊โซนิจางามในแบบฉบับกี่เพ้าสมัยชิง
























พระเอกกู่ Louis Koo และนางเอก เกา (หยวนหยวน) มาป๊ะกันในภาพยนตร์เรื่องใหม่ ขายเมืองจีนกันโดยเฉพาะ หนังของ ผกก.มือดี ท่านตู้ฉีฟง ร่วมกับอีกหนึ่ง ผกก. Wai Ka Fei SINGLE MEN and WOMEN <單身男女> อัพข่าวไปคราวที่แล้ว ยังไม่ได้เปิดตัวเฮียกู่อย่างเป็นทางการ จะแอบซุกไว้รึก็เปล่า คราวนี้ กรี๊ดสมใจบ่ค่ะ เฮียกู่เทียนเล่อในมาดนักธุรกิจ หล่อติดบอร์ดออฟฟิศ ใส่เชิ้ตขาวผูกไทด์ นั่งเต๊ะท่าแบบเงินเดือนตรูเยอะสุดๆ ข่าวบอกว่าเฮียกู่ ผอมเพรียวลงไป 20 โล (ปอนด์) เนื่องจากสภาพอากาศร้อนตอนไปถ่ายทำหนังที่เซี่ยงไฮ้ พอให้กลับมาเป็นหนุ่มออฟฟิศ เสื้อผ้าพระเอกก็ต้องมาแก้ไขขนาดกันใหม่ ใส่ให้มันหล่อปิ๊ง




พระเอกกู่ กับนางเอก เกา มีฉากคิสด้วยกันหนึ่งฉาก ซึ่งค่อนข้างจะออกแนวขำ ๆ เพราะดันให้คิสกันตอนที่กำลังจะจัดบ้าน และปิดไฟ (อย่างหลังนี่ควรทำมากกว่า) มีอาการเขินระหว่างถ่ายทำฉากนี้มั้ย ? เกาหยวนหยวน บอกว่า นักแสดงจะต้องอินกับบทค่ะ (ก็ไม่เข้าใจชีค่ะ ว่าตกลงเก็บอาการอยู่หรือไม่อยู่กันแน่) ภาษาเลิฟที่ใช้สื่อสารกับพระเอกก็ใช้จีนกลางค่ะ (ทราบว่าความหล่อของพี่กู่พัฒนาไปไม่สิ้นซาก แต่ไม่ทราบว่าพระเอกปั๊ดตะนาจีนกลางไปถึงไหนแล้วรือ)
















วีคนี้เมืองไทยฉลองวันแม่ ได้หยุดยาวรักแม่กัน 4 วันรวด (วันอื่นก็รักค่ะคุณแม่) เลยขอพาคุณแม่กับลูกชายสุดฮอตของวงการบันเทิงฮ่องกง มาโชว์โฉมความรักความผูกพันกันให้เต็มสองตา จางป๋อจือกับลูกชาย 2 คน Lucas พี่ชาย และ Quintus น้องชายตัวน้อยคนที่สองของตระกูลเซียะ ที่ปรากฏตัวเป็นครั้งแรกที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในฮ่องกง (นักข่าวรุมกระหน่ำสิ ถามได้) ดูความน่ารักกันให้ชัด ๆ ไปเอาเมี่ยงเขามาอมใน blog (มีลูกน่าชังเยี่ยงนี้ เดี๊ยนร๊ากตรายเลย)






คุณแม่จางป๋อจือประกบ Lucas ยัดปากด้วยขี้เถ้า ป้อนอะไรสีเหมือนแกงส้มให้ลูก ?? ส่วนหลาน Quintus คุณย่าตีปอร่า ประคบประหงมเองกับมือ เอาขวดนมยัดปาก อย่าให้มานร้องดัง แค่นี้ก็ดังตั้งแต่เกิดแร้ว นักข่าวถามจางป๋อจือเกี่ยวกับลูกตัวน้อยว่าเป็นอย่างไร ป๋อจือส่งยิ้มแล้วตอบว่า เขาดีมากและส่งเสียงร้องตอนกลางคืน (คุณรู้สึกมายด์หรือเปล่ากับการที่นักข่าวเฝ้าติดตามทำข่าว) ฉันอยู่วงการมานานพอที่จะรู้ถึงสิ่งที่นักข่าวต้องการ ฉันไม่รำคาญกับสิ่งที่เขาเขียน ตราบใดที่ไม่มีผลกระทบกับลูก ฉันก็โอเคแล้ว (เป็นยอดคุณแม่ที่ตั้งใจเลี้ยงลูกมาก ๆ )















บทบาทใหม่แกะกล่องของดาราสาวหยังอี้ Tavia Yeung ครั้งนี้จะมาว่าความคดีต่าง ๆ ในบทของทนายความสาว (ต้องไฟแรงด้วยใช่ป่ะ) ในละครใหม่ “Truth 真相” ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย (อย่าได้โกหก ตล. ซึ่งกันและกันเลย) ในเรื่องจะมีทั้งหมด 18 คดี 25 ตอน นอกจากสาวทาเวีย จะนำโดดเด่นแล้ว ก็มีหนุ่มหวงเฮ่าเจี๋ย Raymond wong , หนุ่ม Rico Chan (มันโผล่มาจากไหนอีกไม่รุ) และสาว Natalie ถังซือหย่ง มีดารารับเชิญในแต่ละคดี เช่น ป้าหลี่ซือฉี และหนุ่มหม่ากั๋วหมิง เป็นต้น



ทาเวียรับบททนายความเป็นครั้งแรก รู้สึกตื่นเต้ลที่จะได้สวมชุดทนายแบบเต็มยศ ก่อนหน้านี้ผ่านมาแล้วกับบทคุณครู บทตำรวจ ฉันได้เติมฝันให้แม่หลายอย่างแล้ว แต่ยังขาดอีกหนึ่งไม่ได้เป็นหมอ (อยู่ ๆ ไปอีกสิบปี ได้เป็นครบแน่) ตัวฉันไม่มีคุณสมบัติหรอก แม้ว่าจะตั้งใจเรียนทั้งชีวิตก็คงไม่ได้เป็นทนายความกับเค้าแน่ (เป็นทางลัดในละครได้ นี่ถือว่าเยี่ยม)




สคริปที่ฉันได้อ่านแล้ว มันยาวมาก รู้สึกว่าเครียด ตอนเล่นศึกบุปผาวังมังกร ทั้งกลัวทั้งเกร็งไปหมดจนท้องไส้ปั่นป่วน พอมาเรื่องนี้ฉันก็ท้องเสียอีกแระ (ต่อมเครียดเล่นงานหนัก) แต่ฉันจะต้องกิ๊ก ๆ กับผู้ชาย 3 คน ทั้งหม่ากั๋วหมิง (รับเชิญ) , หวงเฮ่าเจี๋ย และ Rico Chan แต่ละคนจะต้องผ่านมือเดี๊ยน แจมกันเป็นตอน ๆ เพราะเดี๊ยนว่าความทุกคดี แต่ต้นจนจบ เหมาเรียบ จนท้องเสียกำเริบ (ไม่ต้องมีเอฟเฟ็คประกอบการรายงาน)




หนุ่ม Rico Chan (ใส่แว่น) จะมารับบทเด่น บทหนัก (หนักส่วนไหน) เป็นทนายความครั้งแรก หลังจากกลับมาเข้าทีวีบี เป็นทนายความที่รักความถูกต้องและยุติธรรม พูดตามตรงว่าเครียด แต่โชคดียังได้ร่วมงานกับนักแสดงเก่ง ๆ อีกหลายคน รวมทั้งมีทาเวีย คงจะรับประกันเรื่องเรทติ้ง ผมก็เลยมั่นใจมากขึ้นครับ












Create Date : 13 สิงหาคม 2553
Last Update : 30 กันยายน 2553 18:21:12 น. 1 comments
Counter : Pageviews.

 
เห็นด้วยค่ะข้น้อย อยากเห็นฟงเล่นร้าย

ไม่เห็นนานเกินไปแล้ว มันก็จริงนะบท

คนดีเล่นยากจริงๆ เล่นยังไงไม่ให้คนเบื่อ

แถมยังอาจโดนตัวร้ายกลบไปอีก แต่เชื่อว่า

ฟงจะผ่านไปได้ นี่เป้นการเรียนรู้อีกขั้น


โดย: มิโดริ IP: 115.87.94.5 วันที่: 13 สิงหาคม 2553 เวลา:22:41:47 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
BlogGang Popular Award#10


 
ข้าน้อยคาราวะ
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 12 คน [?]




Friends' blogs
[Add ข้าน้อยคาราวะ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.