สาวดอยที่ทำตามความฝันจนได้เป็นช่างแต่งหน้า
 
มีนาคม 2560
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
31 มีนาคม 2560

จากแป้งตลับเก่าของแม่....สู่อาชีพช่างแต่งหน้า







ทุกคนมีความฝัน... ทุกความฝันเป็นจริงได้ถ้าคุณ “พยายามมากพอ”


ช่างแต่งหน้าเชียงใหม่










สวัสดีค่ะ ชื่อ “แป้ง” นะคะ ตอนนี้อายุ 27 ปี เป็นช่างแต่งหน้าเจ้าของเพจ Makeup by Lamai ค่ะคงมีบางคนสงสัยว่าแล้วคำว่า Lamai (ละมัย) มาจากไหน? จริงๆแป้งชื่อ ละมัย ค่ะ เป็นชื่อจริงโดยกำเนิดที่คุณพ่อตั้งตามชื่อครูที่ตัวเองแอบปิ๊งเมื่อสมัยมัธยม55 ไม่ได้อำนะ จริงๆ ค่ะ แป้งยัง งงว่าคุณแม่ยอมได้ไงพอจะรู้เรื่องที่มาของชื่อเพจกันแล้ว เข้าเรื่องเส้นทางการตามความฝันของแป้งดีกว่าค่ะ Smiley

-------------------------------------------------------------------------

ตอนเด็กๆ ทุกคนมีความฝัน..
บางคนอยากเป็นหมอบางคนอยากเป็นคุณครู ยอมรับว่าตอนเด็กไม่รู้จักหรอกค่ะอาชีพช่างแต่งหน้าแต่จำได้ว่า ชอบเอาแป้งพัฟของแม่มาเล่น โดนด่าบ่อยมากกกกเพราะทำแม่เสียเงินซื้อแป้งที่เราทำตกแตกไปหลายตลับ 55และเป็นโรคจิตที่เวลาเห็นเครื่องสำอางจะเกิดอาการอยากเอามือไปแตะไปจับทำยังไงก็ได้ที่จะทำให้เราได้เล่นเหมือนเครื่องสำอางเป็นของเล่นเลย.. Smiley

 ---------------------------------------------------

พอโตขึ้น ตอนนั้นเราอยู่ ป.5 มีเครื่องสำอางเซทแรกเป็นของตัวเองดีใจมากกกก เพราะขอแม่แต่งหน้าไปงานโรงเรียนเอง ตอนแรกไม่ยอมคงเห็นว่าเราเด็กมากจะแต่งหน้าเองได้ไงลูกฉันทำไมแก่แดด แต่เราก็ตื้อค่ะอ้อนแม่แบบสุดช่วยทำงานบ้านทุกอย่างแม่เลยใจอ่อนยอมพาไปเดินเลือกซื้อเครื่องสำอางที่ตลาดนัดแถวบ้าน 

ได้เซทอายแชโดและลิปตลับแรกมาในราคา 80 บาท!!  จำยี่ห้อไม่ได้เห่อมากพกไปอวดเพื่อนที่โรงเรียนพักเที่ยงก็ชวนเพื่อนๆมาแต่งหน้าในห้องน้ำหลังโรงเรียน สนุกสนานกันมากจนวันงานโรงเรียนมาถึงมีเพื่อนแถวบ้านมาขอแต่งหน้าด้วยเราดีใจมากเพราะเป็นเรื่องสนุกสำหรับเราถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของช่างแต่งหน้าเลยก็ว่าได้ จำได้ว่าแต่งออกมาไม่ได้สวยเลยยยแต่ตอนนั้นแค่รู้สึกมีความสุขเวลาเราได้ทำ ได้ระบายสีบนใบหน้าหลังจากวันนั้นเราก็กลายเป็นช่างแต่งหน้าประจำห้อง เวลาเพื่อนมีการแสดงเล็กๆ เช่นงานวันแม่ หรือ งานวันภาษาไทย เขาก็จะให้เราไปแต่งหน้าให้เราก็แต่งให้ฟรีเพราะเราชอบไม่ได้คิดอะไรเพราะเราเด็กเกินกว่าที่จะคิดถึงค่าตอบแทนเป็นจำนวนเงินแค่ความสุขและความสนุกที่ได้รับก็มากเกินพอสำหรับตัวเองแล้ว ^^

เป็นแบบนี้เรื่อยมาจนมาถึงช่วงมัธยมปลายซึ่งช่วงนี้ถือว่าเป็นอีกก้าวที่เข้าใกล้การเป็นช่างแต่งหน้า....เราชอบช่วยเพื่อนแต่งหน้าในงานโรงเรียนเพื่อนเลยพอจะรู้ว่าเราแต่งหน้าได้ช่วงนั้นเป็นช่วงที่พี่ของเพื่อนเราหาช่างแต่งหน้ารับปริญญาพอดีแต่หาไม่ได้เลยมาถามเราว่าสนใจไปแต่งให้พี่มันไหม๊ เรานี่ไม่คิดเลยตอบตกลงทันทีทั้งๆที่ตอนนั้นเครื่องสำอางก็ไม่พร้อม เราเลยบอกมันว่าเครื่องสำอางมีแค่นี้นะ เพื่อนก็บอกว่าเครื่องสำอางของแม่มันมีแค่ให้เราไปแต่งให้พี่มันก็พอ เพราะตอนนั้นได้ค่าขนมไปโรงเรียนแค่ไม่กี่บาท เครื่องสำอางดีๆก็แพงไม่มีปัญญาไปซื้อ รู้สึกว่าโชคดีมากที่เราได้โอกาส เราเลยรีบคว้าไว้ตอนนั้นตื่นเต้นมาก เอาหน้าเพื่อนมาซ้อมแต่งหน้าทุกวันเป็นอาทิตย์ 55 Smiley

....และแล้วก็ถึงวันที่เราต้องแต่งจริง เรารีบตื่นแต่เช้าไปแต่ง  ด้วยความที่เราแต่งหน้าเรื่อยมาตั้งแต่ประถมจนถึงมัธยมทำให้เราคุ้นเคยกับเครื่องสำอาง แปรงแต่งหน้า และความมั่นใจในการระบายสีบนใบหน้าเราซ้อมมาดีเชื่อมั่นว่าจะต้องทำได้ จึงไม่สั่นไม่ลนลานเท่าไหร่จำได้ว่าตื่นไปแต่งให้พี่เขา 3 วัน วันซ้อม 2 วัน วันจริง 1 วัน

ตอนแรกก็แอบกลัวว่าเขาจะหนีตั้งแต่วันแรกเลยหรือเปล่า พอวันสุดท้ายพี่เค้าบอกว่าเราแต่งหน้าเก่งนะ เรานี่ยิ้มแก้มแตกซึ่งพี่เขาบอกว่าตอนแรกไม่ได้คาดหวังอะไรกับเรามากเพราะเราก็ไม่ใช่มืออาชีพแถมยังเป็นแค่เด็กม.5 แต่พอเอาเข้าจริงๆ มันโอเคเลย ถ้าฝึกเพิ่มต้องเก่งแน่นอนมีคำหนึ่งที่พี่เขาบอกกับเรา “แป้งอย่าทิ้งการแต่งหน้านะถ้าถึงวันที่พี่แต่งงานพี่จะให้แป้งแต่งให้พี่อีก” พร้อมกับเอาแบงค์หนึ่งพันบาท 2ใบ ใส่ในมือเราแล้วบอกว่า “เอาเงินนี่ไปซื้อเครื่องสำอางนะ.....”

เด็กมัธยมคนหนึ่งที่คิดแค่ว่าการแต่งหน้าคือความสุขคืองานอดิเรกที่เราชอบ ไม่คิดว่านั่นคือเงินก้อนแรกในชีวิตที่เราได้รับจากการทำในสิ่งที่เราชอบความรู้สึกตอนนั้นบอกไม่ถูก มีกำลังใจมากอยากจะร้องไห้บอกกับตัวเองเลยว่านี่แหละคือสิ่งที่เรารักและเราจะทำมันให้ดี จะทำให้ดีที่สุด....

นี่คือการรับงานครั้งแรกที่ในชีวิต สมัยอยู่ ม.5

makeup by lamai 02

(ถือโอกาสนี้ขอบคุณพี่จิ๊กกุ ลูกค้าคนแรกในชีวิตซึ่งตอนนี้พี่เขาเป็นอาจารย์ ดร. ที่แสนใจดีมีลูกศิษย์มากมาย เป็นบุคคลหนึ่งที่สร้างกำลังใจให้เราจนถึงทุกวันนี้)


จากเหตุการณ์นั้นเราก็ไม่เคยทิ้งการแต่งหน้าหาทางให้ได้ฝึกฝีมือทุกครั้งที่มีโอกาสเก็บค่าขนมบางส่วนไปซื้อเครื่องสำอางเพิ่มเติม 

-------------------------------------------------------

เป็นแบบนี้จนถึงช่วงเข้ามหาวิทยาลัยช่วงนี้เป็นช่วงที่เรามีโอกาสได้ลองทำหลายอย่างที่เราอยากทำมีอิสระในการใช้ชีวิตและตัดสินใจมากขึ้น ซึ่งช่วงชีวิตในมหาวิทยาลัยเป็นช่วงที่เราได้ฝึกฝีมือและทักษะการแต่งหน้าของเรามากที่สุดเลยใครเคยผ่านช่วงนั้นจะรู้ว่าในสังคมมหาวิทาลัยจะมีกิจกรรมหลายอย่างหนึ่งในนั้นคือเทศกาลบายเนียร์ เด็กหญิงที่เพิ่งก้าวข้ามผ่านวัยมัธยมสู่หญิงสาววัยมหาวิทยาลัยนี่คืองานประกาศศักดาแห่งความสวยยยย!!

ด้วยความที่เรามีเพื่อนที่เรียนมาด้วยกันสมัยมัธยมและสอบติดมหาวิทยาลัยเดียวกันเยอะกระจายไปแต่ละคณะ จึงทำให้เทศการบายเนียร์คือช่วงที่เราฮอตมาก เพื่อนจะรักเรามากเป็นพิเศษในช่วงนี้555 เพราะเขาเห็นว่าเราแต่งหน้าได้และที่สำคัญคือฟรีค่ะ(ทุกคนชอบของถูกและดีแต่ถ้าฟรีจะดีไปอี๊กกก) บ้างใจดีก็เลี้ยงข้าวแต่สำหรับเราชอบมากเหมือนได้ลงครอสเลย มีนางแบบมาให้เราได้เรียนรู้ฟรีๆหลายคนก็หลายโครงหน้า บ้างตาโตบ้างตาตี่ หลากหลายแนวมาก แต่งสวยบ้างไม่สวยบ้างบางเคสก็ยากเกินกำลังของช่างมือใหม่จริงๆ เพราะบางเทคนิคก็ยังไม่เคยรู้แต่อะไรที่มันเกิดขึ้นเราเชื่อว่าดีหมดค่ะโดนด่าก็มีแต่งยังไงให้ตาสองชั้นเหลือชั้นเดียว 55 เขียนคิ้วไม่เท่ากันบ้างเราผ่านมาหมดค่ะน้อมรับคำติ เพราะเราต้องเรียนรู้ไปพร้อมๆกันทั้งการได้รับคำติและคำชม

และนี่คือผลงานรับแต่งหน้างานบายเนียร์สมัยเรียนมหาลัยงานแรกเลยตอนเราอยู่ปี 1 แต่งให้เพื่อนต่างคณะรายได้งานแรกในชีวิตมหาลัยคือทำงานแลกข้าวค่ะ 55  แต่งให้เพื่อนไม่ได้คิดอะไรมาก คิดว่าช่วยๆกัน 



(ขออภัยภาพไม่ค่อยชัดต้องขออภัย เพราะนี้คือภาพ ณ สมัยนั้นเท่าที่หาได้ บางภาพเซฟมาจาก Hi5ค่ะ)

พอแต่งให้เพื่อนได้สักพักเพื่อนถามทำไมแกไม่ลองรับจ้างแต่งหน้าดูล่ะฉันว่าแกทำได้ ลองดูดิเดี๋ยวช่วย...

...............................................................

ต้องบอกก่อนเลยว่าการมีเพื่อนที่เป็นกัลยาณมิตรถือเป็นบุญชีวิตค่ะเพราะคนเหล่านี้จะผลักดันชีวิตของคุณให้ไปในทางที่ดีขึ้นคอยเตือนและสอนคุณเวลาคุณทำผิด โชคดีมากที่ส่วนใหญ่เราได้เพื่อนดีคอยช่วยเหลือเราตลอดถ้าเจอเก็บรักษาพวกเขาเหล่านี้ไว้ดีค่ะ

พอตัดสินใจ เราก็เริ่มเลยค่ะขบวนการช่างมือใหม่รับจ้างแต่งหน้า ขั้นแรกเลยเราทำป้ายประกาศแผ่นเล็กๆโดยการปริ้นและติดสติ๊กเกอร์ใสไปติดตามห้องน้ำในหอพักนักศึกษา พังไม่ผิดค่ะการตลาดแรกที่เราใช้คือประกาศในห้องน้ำ 55 ไม่ได้คิดอะไรซับซ้อน เพราะสังเกตุตัวเองเวลาเราทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำนานๆไม่มีอะไรทำสายตาเราก็จะกวาดไปมา เลยคิดว่าแผนนี้น่าจะได้ผล (สมัยนั้นมือถือยังไม่ใช่อวัยวะที่33 ที่เราต้องพกไปทุกที่แม้แต่ในห้องน้ำเหมือนปัจจุบัน เรายังอยู่ในยุคของ Hi5อยู่เลยค่ะ) 

เราลืมบอกว่าเราเรียนอยู่ มช.ซึ่งจะมีหอในมหาวิทยาลัยให้นักศึกษาได้พักกัน เราก็ปริ้นมาติดที่ห้องน้ำของหอเราให้เพื่อนต่างหอไปช่วยติดบ้าง ติดตามห้องน้ำคณะต่าง ๆ บ้าง ผลตอบรับดีค่ะมีคนโทรมา 

และนี่คือลูกค้ารายแรกจากการทำการตลาดในห้องน้ำของเรา 55แต่งหน้าทำผมในราคา 100 บาท จำได้ว่าโจทย์คือ แวมไพร์



เรารับงานมาเรื่อยๆ จบจบมหาวิทยาลัยซึ่งส่วนมากจะเป็นงานบายเนียร์ค่ะ

พอเรียนจบใหม่ ๆ เพื่อนที่รู้จักได้งานกันหมดแล้ว ตอนนั้นเราล่องลอยค่ะเลยหางานไปเรื่อย ๆ จนได้งานประจำที่กรุงเทพฯ ไปอยู่ กทม. งานแต่งหน้าก็เฟดลงบ้างแต่ก็ยังได้แต่งเล่น ๆ ให้พี่ที่ทำงาน ยอมรับว่าเราคิดถึงการแต่งหน้ามากแต่ไม่มีโอกาสเพราะกรุงเทพเมืองใหญ่เด็กดอยจบใหม่ยังไม่เคยชินกับการใช้ชีวิตในป่าคอนกรีตแห่งนี้ ถนนหนทางก็ไม่ค่อยรู้เรื่อง เริ่มรู้สึกว่ากลับบ้านดีกว่า 1ปีเต็มกับการใช้ชีวิตในเมืองใหญ่สอนเราหลายอย่างและทำให้เรารู้ว่าคิดถึงการแต่งหน้าขนาดไหนพอกลับบ้านด้วยความที่หายไป 1 ปีเต็มลูกค้าเก่าๆ ก็เริ่มหายเราก็เลยคิดว่าเห้ยไม่ได้ละต้องทำอะไรสักอย่างอย่างน้อยให้คนรู้ว่ามีช่างแต่งหน้าคนนี้บนโลกใบนี้นะช่วงนั้นเฟสบุ๊คเพจกำลังเข้ามาใหม่จากการทำการตลาดจากโบชัวร์ในห้องน้ำเปลี่ยนมาเป็นการทำตลาดออนไลน์ แต่เราหายไปนั่นแปลว่าต้องเริ่มต้นใหม่หมดเริ่มหาลูกค้าเริ่มสร้างผลงานขึ้นใหม่ พอสักพักก็เริ่มมีคนติดต่องานเข้ามา

ปีแรกๆ มีลูกค้าไม่กี่ราย เป็นลูกค้าเก่าที่เคยแต่งบ้างลูกค้าใหม่บ้าง เพราะตอนนั้นเฟสบุคเพจยังไม่บูม ส่วนมากจะเป็นแต่งหน้าไปร่วมงานแต่งหน้ารับปริญญา และแต่งหน้าบายเนียร์

นี่คือผลงานช่วงแรกของเราของการเริ่มแต่งหน้าอาชีพ







จนโอกาสก็วิ่งชนเราเข้าอย่างจังมีพี่ที่รู้จักแนะนำให้รู้จักกับสตูแต่งหน้าซึ่งแน่นอนว่าเรายังไม่เคยแต่งหน้าเจ้าสาว และนี่คือโอกาสครั้งใหญ่ของเราอีกครั้งโอกาสที่จะเปิดประตูบานใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม ผู้หญิงเราจะมีวันสำคัญไม่กี่วันในชีวิตที่เราจะต้องสวยที่สุดรับปริญญาถ้าปริญญาตรียังไม่สวยที่สุดคุณยังมีลุ้นในการแต่งหน้ารับปริญญาโทหรือปริญญาเอกแต่การแต่งงานคือวันที่สำคัญที่สุดและจะเป็นวันที่สวยที่สุดในชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่ง

--------------------------------------------------------------

ประตูใหม่บานนี้ได้ทำให้แป้งได้มีโอกาสได้ทำงานหลากหลายไม่ว่าจะเป็นการแต่งหน้าเพื่อถ่าย Pre-weddingการแต่งหน้าเพื่อถ่ายภาพในสตูดิโอยิ่งทำยิ่งรู้ว่ายังมีอีกหลายอย่างที่เราต้องเรียนรู้กับอาชีพนี้ได้มาสัมผัสคำว่าเบื้องหลังอย่างแท้จริง โดยเฉพาะงาน Pre-wedding เป็นงานที่เหนื่อยมากแต่สนุกมากกก




พอผลงานในหน้าเพจของเรามีเยอะขึ้น งานแปลกใหม่ที่เราไม่เคยทำก็ติดต่อเข้ามามีงานหนึ่งติดต่อให้เราไปเป็นวิทยากรแต่งหน้า ตอนมีคนคิดต่อเข้ามาแปลกใจมากเพราะเราไม่เคยมีประสบการณ์ด้านนี้เลย และยังรู้สึกว่าไม่เก่งพอที่จะไปสอนหรือแนะนำใครได้ความรู้เกี่ยวกับการแต่งหน้าที่มีก็มาจากการลองผิดลองถูกเองทั้งนั้น ถ้าไปสอนคนอื่นมันจะถูกต้องหรือเปล่าก็ไม่รู้แต่ด้วยความที่ชอบลองอะไรใหม่ ๆเปิดโอกาสให้ตัวเองได้ทำในสิ่งที่แปลกใหม่และไม่กลัวคำด่าเพราะเจอมาเยอะ 55เลยบอกเขาไปถึงข้อจำกัดของเรา ซึ่งคนที่ติดต่อมารับได้ก็เลยตอบตกลง

และนี่คือการเป็นวิทยากรแต่งหน้าครั้งแรกในชีวิตโจทย์ตอนนั้นคือใช้เครื่องสำอางของเขาครีเอทลุคให้นางแบบและเนื่องจากผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นสายเกาหลี เราเลยครีเอทลุคสาวเกาหลีสไตล์ไทยเป็นการแต่งหน้าให้เข้ากับผิวและโครงหน้าของสาวไทย 



ไม่น่าเชื่อว่าความรู้สึกที่เราได้ก้าวข้ามคำว่า “กลัว” รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก …. ในที่สุดเราสามารถเอาชนะใจตัวเองได้

และนี่คือผลงานแต่งหน้าทำผมปัจจุบันค่ะ  




(Credit : https://www.facebook.com/dewy.saru)


Credit : https://www.facebook.com/littlehousewedding


Credit : https://www.facebook.com/littlehousewedding


Credit : https://www.facebook.com/littlehousewedding


จนถึงวันนี้การแต่งหน้าได้สร้างทั้งความสุขและรายได้ให้เราสร้างความภาคภูมิใจให้พ่อกับแม่เราแม่บอกว่าดีใจที่วันนั้นส่งเราไปซื้อเครื่องสำอางที่ตลาดนัด


ต้องขอขอบคุณทุกโอกาสที่ผ่านเข้ามาเพื่อนทุกคนที่มาเป็นหนูทดลองให้เรา ลูกค้าทุกคนที่เชื่อใจและจ้างเรา ทุกประสบการณ์เหล่านี้หล่อหลอมในเราตระหนักถึงโอกาสเรียนรู้ที่จะใช้ Passion ของเราในการทำงานให้มีความสุข

อยากฝากถึงคนที่รักและหลงใหลในศิลปะการแต่งหน้าหรือสนใจในอาชีพนี้ อย่าหยุดที่จะหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ เปิดโอกาสให้ตัวเองได้ลองผิดลองถูกและอย่าหยุดที่จะพัฒนาฝีมือของตัวเองเส้นทางสายนี้ไม่ง่ายแต่ก็ไม่ยากเกินกว่าความพยายามของเรา ยุคนี้โชคดีมากมีสื่อออนไลน์ที่เราสามารถเข้าไปหาความรู้ได้ง่าย ๆ มีทั้งคลิปในยูทูปมีผลงานของช่างแต่งหน้าเก่งๆ ให้ดูในอินสตราแกรม มีช่างแต่งหน้าดัง ๆ มาไลฟ์สดเทคนิคการแต่งหน้าให้เราดูในเฟสบุ๊ค

แป้งไม่ได้บอกว่าแป้งเป็นช่างแต่งหน้าที่เก่งแต่แป้งแค่อยากแบ่งปันเรื่องราวของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ชอบและหลงใหลในบางสิ่งแล้วทำมันให้เติมที่ไม่ว่าความชอบของคุณคืออะไรจงแปรเปลี่ยนมันให้เป็นพลังด้านบวกที่ขับเคลื่อนให้คุณไปถึงจุดที่คุณได้ทำในสิ่งที่รักและรักในสิ่งที่คุณทำและที่สำคัญทำมันให้เติมที่ Smiley

ขอบคุณค่ะSmiley



ติดตามผลงานเพิ่มเติมได้ที่

Makeup by Lamai ช่างแต่งหน้าเชียงใหม่

IG : Makeup_by_Lamai







Create Date : 31 มีนาคม 2560
Last Update : 18 เมษายน 2560 13:21:48 น. 0 comments
Counter : 275 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

LM888
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สวัสดีค่ะชื่อ แป้ง Freelance ช่างแต่งหน้าเชียงใหม่ ทำควบคู่กับงานประจำ

เป็นชะนีที่บ้าการแต่งหน้าและเครื่องสำอาง
[Add LM888's blog to your web]