ตอนที่ 12(2) ออสการ์ดวลกันในตอนเช้าหรอ...? (Oscar at the Duel at Dawn...?)

ในห้องโถงภายในพระราชวังแวร์ซายส์ ดยุคเจอร์เมนได้นำปืนกระบอกใหม่ของเค้าออกมาโชว์ให้กับเหล่าสตรีชนชั้นสูงได้ชมกัน

สตรีชั้นสูง : “โอ้ว สวยจังเลย”

เค้าท์เจอร์เมน : “ปืนกระบอกนี้เป็นรุ่นล่าสุดเรียกว่า ‘Corel Style’ มันเบาและมีความแม่นยำสูงมาก”

สตรีชั้นสูง : “ชั้นได้ยินมาว่าท่านยิงปืนแม่นมากดยุคเจอร์เมน”

เค้าท์เจอร์เมน : “ถ้าท่านอยากดูล่ะก็ ชั้นสามารถยิงถูกตรงกลางเป้าที่อยู่ห่างออกไป 300 ฟุตได้”

สตรีชั้นสูง : “โอ้ว เยี่ยมเลย!” ระหว่างนั้นออสการ์เดินผ่านมาพอดี เค้าเจอร์เมนเห็นออสการ์ จึงได้พูดจาเสียดสี

เค้าท์เจอร์เมน : “ชั้นมั่นใจในฝีมือการยิงปืนของชั้น! ไม่เหมือนกับลูกนกบางตัว ที่เอาแต่พูดฉอดๆ เหมือนว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่แล้วอย่างนั้นแหละ เธออาจจะเป็นลูกของนายพล แต่ผู้หญิงจะเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดได้หรอ? ไร้สาระสิ้นดี!” ออสการ์รู้ว่าคนที่ดยุคเจอร์เมนพูดถึงนั้นหมายถึงเธอเอง ออสการ์จึงเดินไปเผชิญหน้ากับดยุคเจอร์เมนที่โต๊ะ และพูดสวนกลับไปว่า

ออสการ์ : “แล้วท่านล่ะ ผู้ชายที่ยิงเด็กไร้เดียงสาจากข้างหลัง...ผู้ชายคนนั้นสมควรเป็นดยุคหรอ?! ไร้สาระสิ้นดี!” ดยุคเจอร์เมนได้ยินดังนั้นก็โกรธมากเค้าลุกขึ้น แล้วเอามือทุบโต๊ะอย่างแรง

เค้าท์เจอร์เมน : “ก็เด็กคนนั้นมันขโมยเงินของชั้น! ลงโทษขโมยมันผิดตรงไหน? คนจนพยายามหาโอกาสที่จะขโมยของของพวกเราอยู่แล้ว! นั่นเป็นแค่ตัวอย่างนะ”

ออสการ์ : “ถ้าเด็กตัวเล็กๆต้องขโมยเพราะความหิว พวกเราก็มีสิทธิที่จะติดสินงั้นหรอ? หรือท่านคิดว่าท่านเป็นพระเจ้าฮะดยุค?” ดยุคเจอร์เมนถูกออสการ์ฉีกหน้าต่อหน้าขุนนางก็รู้สึกโมโหมากขึ้น

เค้าท์เจอร์เมน : “แกดูถูกชั้น แกคิดว่าชั้นเป็นใครฮะ? ชั้นคือ ดยุค เฮนรี่ ซัลวาดอร์ เดอ เจอร์เมน! อวดดีนัก!”

ออสการ์ : “ท่านต่างหากที่อวดดี! ถ้าเป็นดยุคแล้วจะสามารถทำอะไรก็ได้อย่างนั้นหรอ? ท่านเป็นชนชั้นสูงจริงๆรึป่าว?” ดยุคเจอร์เมนได้ยินดังนั้นก็โมโหสุดขีด เค้าใช้ถุงมือตบหน้าออสการ์อย่างแรงต่อหน้าคนทั้งห้องโถงที่ตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งนั่นหมายถึง การขอท้าดวลนั่นเอง ออสการ์หยิบถุงมือขึ้นมา เพื่อเป็นการรับคำท้า

ออสการ์ : “ชั้น ออสการ์ ฟรังซัวส์ ขอรับคำท้าของท่าน”

เค้าท์เจอร์เมน : “ผู้ช่วยของชั้นจะแจ้งเวลาและสถานที่ให้ทราบ เธอเลือกอาวุธมาสิ?”

ออสการ์ : “ท่านชอบปืนนี่ ปืนก็ได้”

เค้าท์เจอร์เมน : “อย่ากลับคำก็แล้วกัน เจ้าเด็กเมื่อวานซืน”

ออสการ์ : “ตั้งแต่ชั้นเกิดมาชั้นไม่เคยผิดคำสัญญา”

เค้าท์เจอร์เมน : “อวดเก่งดีนัก! ชั้นจะทำให้หน้าสวยๆของเธอต้องเป็นรู!”

หลังจากที่ออสการ์ได้รับคำท้าของดยุคเจอร์เมนแล้ว เธอก็ซุ่มซ้อมยิงปืนอยู่ที่บ้านอย่างสม่ำเสมอ ถึงแม้ว่าฝีมือการยิงปืนของเธอจะยอดเยี่ยมมากก็ตาม วันนี้ออสการ์ก็ยังคงซ้อมยิ่งปืนอยู่ภายในบ้าน โดยมีกัปตันเจโลเดล อังเดรและนายพลจาร์เจเยส คอยดูการซ้อมอยู่ ออสการ์ยิงไพ่ที่ติดอยู่บนเป้าได้อย่างแม่นยำโดยไม่มีพลาดแม้แต่นัดเดียว

นายพลจาร์เจเยส : “ดีมาก! ออสการ์”

อังเดร : “ทำไมท่านไม่ห้ามเธอล่ะครับนายท่าน?”

นายพลจาร์เจเยส : “ไม่ต้องห่วงหรอก เธอได้รับการฝึกฝนการยิงปืนมาอย่างดีพอๆกับการฟันดาบนั่นแหละ ฉันไม่ได้ให้เธอมาเป็นทายาทของชั้น แค่ให้เธอมาตายหรอกนะ”

เจโลเดล : “ตามธรรมเนียมแล้วผู้ที่รับคำท้าจะสามารถเลือกอาวุธได้ แต่ทำไมหัวหน้าถึงเลือกปืนล่ะครับ?”

อังเดร : “นี่แหละออสการ์ เธอชอบท้าทายความสามารถของตัวเองเสมอ! ถ้าใช้ดาบเธอจะสามารถเอาชนะได้อย่างง่ายดาย”

เจโลเดล : “แต่ดยุคเจอร์เมนได้ที่ 2 ในการแข่งขันยิงปืนเมื่อปีที่แล้วที่กรุงโรมนะครับ”

นายพลจาร์เจเยส : “งั้นหรอ? ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงหรอก”

เจโลเดล : “แต่การดวลกันนั้นยิงได้แค่นัดเดียว ถ้าเธอพลาด...” เจโลเดลบอกกับนายพลด้วยความเป็นห่วง อังเดรก็เช่นกัน

อังเดร : “ดยุคเจอร์เมนเป็นคนขี้ขลาดตาขาว ท่านไม่รู้หรอกว่าเค้าจะใช้ลูกเล่นอะไรรึป่าว”

นายพลจาร์เจเยส : “เพื่อป้องกันการโกง จะมีผู้สังเกตการณ์คอยดูอยู่ ไม่ต้องห่วง! ไม่ต้องห่วง!”   นายพลจาร์เจเยสพ่อของออสการ์ไม่ได้ห้ามออสการ์เลยแม้แต่น้อย แต่กลับสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพราะเค้ามั่นใจในฝีมือการยิงปืนของออสการ์ที่เค้าเพียรสอนมาตั้งแต่ออสการ์ยังเด็ก

ทางด้านของดยุคเจอร์เมนนั้น เค้ามั่นใจในฝีมือการยิงปืนของตัวเองมากจึงไม่ได้รู้สึกหวั่นวิตกอะไร เค้าได้มานั่งดื่มไวน์อยู่กับดยุคโอเลียน

เค้าท์เจอร์เมน : “555 การดวลปืนกับยัยเด็กเมื่อวานซืนนั่น มันก็ง่ายเหมือนกับแย่งขนมจากเด็กทารกนั่นแหละ คงไม่มีอะไรหรอกมั้งท่านโอเลียน! มีอะไรหรอท่าน?”

เค้าท์โอเลียน : “แต่การดวลกันใช้กระสุนเพียงแค่นัดเดียวเท่านั้น”

เค้าท์เจอร์เมน : “นัดเดียว...” ดยุคเจอร์เมนได้ฟังคำเตือนของดยุคโอเลียนก็รู้สึกหวาดหวั่นขึ้นมา

เค้าท์โอเลียน : “ถึงแม้ว่าจะมีโอกาสแค่หนึ่งในล้าน แต่ถ้าท่านพลาด ท่านก็อาจจะตายได้ แต่ยังพอมีทางที่จะทำให้มั่นใจได้ว่าท่านจะชนะแน่นอน แม้ว่าท่านอาจจะไม่จำเป็นต้องใช้มันก็ตาม” ดยุคโอเลียนพยายามเสนอแผนชั่วให้ดยุคเจอร์เมน

เค้าท์เจอร์เมน : “ยังไงหรอท่าน?”

เค้าท์โอเลียน : “ถ้าชั้นบอกท่านแล้วชั้นจะได้อะไรตอบแทนมั้ยล่ะ?”

เค้าท์เจอร์เมน : “น..แน่นอนทำยังไงล่ะ?”

เค้าท์โอเลียน : “ไปดวลกันที่หลังมหาวิหารชาร์ท”

เค้าท์เจอร์เมน : “แล้วไงต่อ?”

เค้าท์โอเลียน : “ชั้นรู้จักที่นั่นดีเพราะชั้นไปเดินเล่นที่นั่นทุกเช้า เส้นทางที่ขนาบด้วยป่าด้านหลังวิหารชาร์ทนั้นมุ่งตรงจากทิศตะวันตกไปทิศตะวันออก ในฤดูนี้พระอาทิตย์จะขึ้นจากที่นั่น สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ชั้นจำได้ว่า กระจกเงาของหน้าต่างบานหนึ่งมันเอียงมานานแล้ว ดังนั้นเมื่อพระอาทิตย์ขึ้นแสงของดวงอาทิตย์จะสะท้อนกับกระจกและฉายลงบนพื้นในจุดเดิมทุกครั้ง จะเกิดอะไรขึ้นถ้าลำแสงสะท้อนไปโดนตาของออสการ์ตอนที่กำลังจะเตรียมยิง? ในฐานะที่ชั้นเป็นผู้สังเกตการณ์ จะเกิดอะไรขึ้นถ้าชั้นเป็นคนเลือกตำแหน่งและเป็นคนเริ่มการดวล? ออสการ์ก็มีโอกาสที่จะชนะน้อยมาก!” ดยุคโอเลียนเล่าแผนชั่วร้ายให้เจอร์เมนฟัง

เค้าท์เจอร์เมน : “อ๋อ เข้าใจแล้วขอบคุณท่านมาก!”

ในคืนก่อนที่จะถึงวันดวลกัน ในใจของออสการ์รู้สึกกังวลอยู่ไม่น้อย ออสการ์กำลังนอนครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่ในสวนหลังบ้านคนเดียว จากนั้นอังเดรก็เดินเข้ามา

อังเดร : “นอนไม่หลับหรอ?”

ออสการ์ : “ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก”

อังเดร : “อย่ากังวลไปเลย เธอต้องชนะแน่” อังเดรนั่งลงข้างๆออสการ์ และพยายามพูดให้ออสการ์หายกังวล

ออสการ์ : “ชั้นไม่ได้กังวล” ออสการ์พยายามปิดบังความกังวลของตัวเองเอาไว้

อังเดร : “แล้วทำไมไม่ไปนอนล่ะ? เธอจำได้มั้ยออสการ์? ตอนที่เธอเจ็ดขวบ เราฝังสมบัติของเราไว้ใต้ต้นโอ๊คนั่น” อังเดรชี้ไปที่ต้นโอ๊คใหญ่ที่อยู่ห่างออกไป

ออสการ์ : “ชั้นจำไม่ได้หรอก” ออสการ์แกล้งลืม

อังเดร : “หัวลูกปืนลูกใหญ่กับมีดสีแดงไง เธอคิดว่ามันยังอยู่ตรงนั้นมั้ย?”

ออสการ์ : “ไม่รู้สิ...”

อังเดร : “พรุ่งนี้เช้าเราออกทางประตูด้านหลังกันนะ ถ้ายายรู้เรื่องเข้าล่ะก็ ต้องเป็นเรื่องแน่”

ออสการ์ : “เจโลเดลจะไปเป็นผู้ช่วยชั้น เธอไม่ต้องไปหรอก”

อังเดร : “ชั้นจะคอยดูอยู่ห่างๆ ไปนอนเถอะ เดี๋ยวจะไม่สบาย ชั้นเดาว่าเธอคงอยากอยู่คนเดียว งั้นชั้นไปนอนแล้วนะ” อังเดรลุกเดินออกไป แต่ก็ต้องหยุดชะงักเพราะเสียงเรียกของออสการ์

ออสการ์ : “อังเดร”

อังเดร : “มีอะไร? เธอกลัวหรอ?” ออสการ์ลุกขึ้นนั่งและเอามือลูบหน้าผากของตัวเองและเริ่มเผยความในใจให้อังเดรฟัง

ออสการ์ : “ชั้นไม่ได้กลัว ไม่สิ ชั้นคิดว่าชั้นกลัว แต่ชั้นไม่ได้กลัวเค้าหรอกนะ ชั้นกลัวที่การดวลกันมันเกี่ยวข้องกับชีวิตและความตาย เค้าท์เจอร์เมนเป็นคนใจแคบเค้าเปรียบคนที่ด้อยกว่าเช่นชาวนาเป็นเหมือนกับกิ้งกือไส้เดือน ถ้าเค้ายังทำแบบนี้เค้าจะทำให้ชนชั้นสูงรวมถึงราชนิกูลจะต้องเสื่อมเสีย แต่ชีวิตก็คือชีวิต แม้ว่าเค้าจะเป็นคนชั่วช้า แต่ชั้นก็ยังกลัวที่จะต้องฆ่าเค้า อังเดร ถ้าชั้นตาย เธอช่วยเก็บรักษาสมบัติของเราที่ฝังอยู่ใต้ต้นโอ๊คไว้ด้วยนะ หัวกระสุน มีดสีแดง และตุ๊กตาหมี  ชั้นจะไปนอนแล้ว ราตรีสวัสดิ์” แล้วออสการ์ก็เดินกลับเข้าไปในบ้าน อังเดรได้ยินออสการ์พูดจาสั่งเสียแบบนี้ เค้าเองก็รู้สึกสะเทือนใจเช่นกัน จริงๆแล้วออสการ์ยังคงจำเรื่องราวในอดีตของพวกเค้าได้เป็นอย่างดี

ในเช้ามืดของวันรุ่งขึ้นซึ่งเป็นวันที่ออสการ์และดยุคเจอร์เมนนัดหมายที่จะมาดวลปืนกัน ออสการ์กับเจโลเดลก็ไปพบกับดยุคโอเลียนและดยุคเจอร์เมนยังจุดนัดหมายหลังมหาวิหารชาร์ท โดยมีอังเดรคอยดูอยู่ห่างๆ

เค้าท์โอเลียน : “พวกเราจะทำการดวลกันตามธรรมเนียมของอัศวินที่มีเกียรติ” ดยุคโอเลียนเปิดกล่องที่บรรจุปืนสั้นสองกระบอกเพื่อให้ทั้งคู่ได้เลือก

เค้าท์โอเลียน : “ท่านทั้งสองจะต้องหันหลังให้กัน ชั้นจะนับ 1-10 เมื่อท่านเดินถึงก้าวที่ 10 ให้หันกลับมาและยิงได้”

ในขณะเดียวกันมาดามโนอิลได้นำข่าวการดวลกันของออสการ์และดยุคเจอร์เมนมากราบทูลกับพระราชินีอังตัวเน็ตในห้องบรรทมตอนเช้ามืดวันนั้น เมื่อพระราชินีอังตัวเน็ตทราบเรื่องก็ตกพระทัยและรู้สึกเป็นห่วงออสการ์เป็นอย่างมาก

อังตัวเน็ต : “ทำไมไม่บอกชั้นให้เร็วกว่านี้?”

มาดามโนอิล : “หม่อมชั้นพึ่งทราบเรื่องเมื่อคืนตอนดึกเพคะ”

อังตัวเน็ต : “ชั้นต้องไปหยุดพวกเค้า! ชั้นไม่อยากจะเชื่อเลยว่าออสการ์จะรับคำท้า!” พระนางอังตัวเน็ตรีบเดินทางด้วยรถม้าออกจากวัง เพื่อมายังจุดที่พวกเค้านัดดวลกัน ในขณะที่การดวลกันหลังมหาวิหารชาร์ทก็ยังคงดำเนินต่อไป

เค้าท์โอเลียน : “ในขณะนี้พวกเราจะทำการดวลระหว่างดยุค เฮนรี่ ซัลวาดอร์ เดอ เจอร์เมน...และผู้บัญชาการทหารรักษาพระองค์ ออสการ์ ฟรังซัวส์ เดอ จาร์เจเยสโดยมีพยานคือ หลุยส์ ฟิลลิป โจเซฟ เดอ โอเลียน และกัปตัน วิตเตอร์ คลีแมนด์ เดอ เจโลเดล เริ่มได้!” ออสการ์และดยุคเจอร์เมนถือปืนคนละกระบอกหันหลังให้กัน และก้าวเดินทีละก้าวตามการนับของดยุคโอเลียน “1...2…3…4…5…6”

พระนางอังตัวเน็ตสั่งให้เร่งรถม้า โดยเร็วที่สุด

อังตัวเน็ต : “เร็วอีก! โอ้พระเจ้า! ได้โปรดไปให้ทันเวลาด้วยเถอะ”

พระอาทิตย์ใกล้จะขึ้นเต็มทีแล้ว ดยุคโอเลียนยังคงนับต่อไปเรื่อยๆ ในใจของออสการ์หวนคิดถึงเมื่อวัยเด็กที่เค้าได้ฟันดาบกับอังเดร และฝึกขี่ม้ากับนายพลจาร์เจเยสและคิดถึงตอนที่ได้รับใช้พระนางอังตัวเน็ต หรือนี่จะเป็นจุดจบของเธอจริงๆ

เค้าท์โอเลียน : “7…8…9” พระอาทิตย์เริ่มส่องแสงแล้ว แสงแดดส่องสะท้อนกับกระจกเงาของวิหารชาร์ท และฉายลงมาตรงจุดที่ออสการ์กำลังจะก้าวเดินไป เป็นไปตามที่ดยุคโอเลียนวางแผนไว้ แต่ในขณะเดียวกัน ออสการ์ก็สังเกตลำแสงนั้นเช่นกัน

ออสการ์ : “ลำแสงจากทางด้านหลังนั่นมันคืออะไรกัน? แสงสะท้อนจากวิหารนั่น? ถ้าหากว่าลำแสงส่องลงมาตรงนั้นแล้วล่ะก็ เมื่อชั้นหันหลังกลับไป ชั้นก็จะมองไม่เห็น แย่แล้ว!” ออสการ์คิด

เค้าท์เจอร์เมน : “ชั้นจะยิงกลางหน้าผากสวยๆของเธอ!”

เค้าท์โอเลียน : “10!” เมื่อดยุคโอเลียนนับถึง 10 ทั้งออสการ์และดยุคเจอร์เมนก็หันกลับมาเพื่อจะเตรียมยิง แสงแดดได้ส่องเข้าตาของออสการ์ตามที่ออสการ์คาดไว้ ดยุคเจอร์เมนเล็งปืนมาที่หน้าผากของออสการ์และยิง แต่ทุกอย่างก็ไม่เป็นไปตามที่ดยุคเจอร์เมนและดยุคโอเลียนวางแผนไว้ เพราะออสการ์รู้ว่าดยุคเจอร์เมนจะต้องยิงที่หน้าผากของเธอแน่นอน ออสการ์จึงยกปืนขึ้นมาบังหน้าผากไว้ กระสุนของดยุคเจอร์เมนกระทบเข้ากับปืนของออสการ์และกระเด้งออกไป ออสการ์ได้ทีจึงเล็งปืนกลับไปที่ดยุคเจอร์เมนทันที

ออสการ์ : “ชั้นจะยิงมือสกปรกของแก ที่แกยิงเด็กคนนั้น!” ออสการ์ยิงไปที่มือของดยุคเจอร์เมนจนปืนกระเด็นหลุดออกจากมือ เลือดสาดกระจาย อังเดรและเจโลเดลรีบวิ่งเข้ามาหาออสการ์

อังเดร : “เธอโอเคใช่มั้ย ออสการ์?”

เค้าท์เจอร์เมน : “มือของชั้น! มือของชั้น!” ดยุคเจอร์เมนร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดจนผู้ช่วยต้องรีบวิ่งเข้ามาทำแผลให้

ผู้ช่วยของเจอร์เมน : “ไม่เป็นไรหรอก ไม่ถึงตายหรอกน่า” ทันใดนั้นรถม้าของพระนางอังตัวเน็ตก็มาถึงพอดี

เค้าท์เจอร์เมน : “ออสการ์! เธอเล่นสกปรกใช่มั้ย? เธอต้องใช้ลูกเล่นอะไรบางอย่างแน่ๆ! เธอหยามชั้น ชั้นเป็นดยุคนะ!” พระนางอังตัวเน็ตลงมาจากรถม้าและเข้าไปต่อว่าทั้งออสการ์และดยุคเจอร์เมน

อังตัวเน็ต : “ออสการ์! เธอทำอะไรของเธอ? ชั้นขอสั่งกักบริเวณเธอ 1 เดือน! ดยุคเจอร์เมนมันน่าอับอายใช่มั้ยที่ขุนนางไม่รู้จักควบคุมตัวเอง!” แล้วพระนางก็เดินกลับขึ้นรถม้าไปทันที

อังเดรได้แต่แอบบ่นตามหลัง

อังเดร : “แย่จัง มันไม่ยุติธรรมเลย มันโหดเกินไป!”

ที่พระนางอังตัวเน็ตต้องทำเช่นนี้ก็เพราะหวังดีกับออสการ์ นี่คือวิธีที่ดีที่สุดที่เธอจะทำได้ “ออสการ์ชั้นขอโทษนะ...แต่ชั้นไม่สามารถปล่อยให้เธอตกหลุมพลางของพวกเค้าได้”

จบตอนที่ 12

หน้าถัดไป




Create Date : 30 มิถุนายน 2555
Last Update : 14 ตุลาคม 2558 21:21:54 น.
Counter : 1135 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Lady Oscar
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]



New Comments
มิถุนายน 2555

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
7
8
9
11
12
13
14
15
17
18
19
20
21
22
23
25
26
27
28
29
 
All Blog