ลั้ลลาเชียงใหม่


หยุด 3 วัน ที่ผ่านมาได้ไปเที่ยวเชียงใหม่ จุดประสงค์หลักในการไปคือ อยากไปไหว้พระธาตุดอยสุเทพ วางโปรแกรมล่วงหน้าไว้ ปรากฎว่าลูกสาวคนโตต้องเข้าค่าย รด เลยไม่ได้ไปด้วย สรุปไปกัน 4 คน กับน้องหมา 1 ตัว เมื่อผู้ร่วมทางพร้อมเราก็ออกเดินทางกัน เช้า 11 กุมภาพันธ์ 2560 ออกจากโคราชตั้งแต่ตีห้านิดๆ ถึงเชียงใหม่บ่ายสองครึ่ง ไม่ได้มาหลายปี เชียงใหม่เป็นเมืองที่รถเยอะมากแค่ช่วงถนนที่จะขึ้นดอยสุเทพก็ติดปาไปหนึ่งชั่วโมง กว่าจะคืบคลานถึงดอยสุเทพ ปาไปบ่ายสามครึ่ง พากันขึ้นไปสักการะพระธาตุดอยสุเทพด้านบน โดยทิ้งน้องหมาไว้ในรถ (แอบสงสารเล็กน้อย)

ขาไปขึ้นรถรางกัน



ทำบุญไหว้พระกัน







เท็ดดี้บอก ผมก็อยากไปด้วยนะครับ



ขาลงเดินลงทางบันไดกัน



เจอเด็ก ๆ แต่งชุดชาวดอยกัน น่ารักเชียว ถ่ายรูปด้วยสักหน่อย ชอบตรงแก้มแดง ๆ แตกนิด ๆ อีกต่างหาก ได้ค่าขนมไปกินกัน



ลงจากดอยสุเทพเราก็เดินทางต่อไปยังอำเภอแม่ริม จุดมุ่งหมายคือ ม่อนแจ่ม แต่พอดีไม่ได้จองที่พักไว้ ตอนแรกจะจองม่อนอิงดาวเพราะเขาอนุญาตให้น้องหมาพักได้ด้วย แต่แฟนบอกว่าไม่อยากนอนเต้นท์ (มาเห็นทีหลังแฟนเราแอบเสียดายว่าน่าจะมานอนที่ม่อนอิงดาว แุถมยังบอกว่าจะมาอีกรอบ) สรุปขับรถขึ้นมาทางม่อนแจ่ม เจอม่อนกลางดอยเลยแวะถาม น้องเจ้าของน่ารักดี บอกยินดีรับน้องหมา เลยตัดสินใจพักที่นี่แหล่ะ เพราะถ้าขึ้นไปถึงม่อนแจ่มแล้วไม่มีที่พักจะลำบากในการลงมาหาที่พักอีกรอบ

ม่อนกลางดอย



ที่พักมีเป็นหลัง จำนวน 4 หลัง ลดหลั่นกันไปตามแนวดอย มีลานสำหรับกางเต้นท์ด้วย แอบเดินสำรวจ บรรยากาศเย็นสบาย

หลังที่พัก มีเตียง 5 ฟุต 2 เตียง เครื่องทำน้ำอุ่น โทรทัศน์ พัดลม กาต้มน้ำ ให้ น้ำเปล่า 4 ขวด กาแฟสำเร็จรูป 4 ซอง



เดินไปดูหลังอื่น ๆ มองเห็นหลังเดียว ไม่อยากเดินลงไปเพราะกลัวลื่น 555



ลานสำหรับกางเต้นท์



บรรยากาศโดยรอบ ๆ







เริ่มค่ำไม่มีอะไรทำ สั่งหมูกะทะมากินกัน งานนี้ก็อร่อยไปครับท่าน



อากาศเริ่มเย็นอาบน้ำนอนกันดีกว่า พักผ่อนเอาแรงไว้ไปเที่ยวพรุ่งนี้ต่อ
เท็ดดี้บอกผมเหนื่อยครับขอนอนพักก่อนนะครับแม่





ตื่นเช้ามาก็กินข้าวต้มร้อน ๆ กัน เจ้าของที่พักบอกไม่อิ่มเติมได้นะ ตอนแรกบอกให้ 1 ถ้วยต่อคน ถ้าไม่อิ่มให้สั่งเป็นชุดใหม่ เราเลยบอกกินถ้วยเดียวต้องไม่อิ่มแน่ ๆ ปรากฎว่าถึงเวลากินจริงก็กินไปถ้วยเดียวเท่านั้น น้องเจ้าของบอกเติมได้อีกนะคะพี่ไม่คิดเงิน 555



กินข้าวเช้าเสร็จก็ออกเดินทางไปม่อนแจ่มกันต่อ
ถนนทางขึ้นก็ชันพอสมควร
ในที่สุดก็ขึ้นมาถึงบนดอยม่อนแจ่มแล้วครับ
อากาศเย็นสบาย คิดว่าจะหนาวกว่านี้ พอลมมาก็พอได้สะดุ้งเพราะไม่ได้ใส่เสื้อกันหนาวกัน 555






มีดอกไม้พอประมาณให้สวยงาม







ลงจากม่อนแจ่มผ่านจุดชมวิว







มีชาวบ้านมาขายของด้วย ได้บัวหิมะ กูสเบอรี่ มันเทศต้มร้อนๆ อันนี้ไม่ได้ถ่ายรูปมา อ้อ อีกอย่างอุดหนุนเสื้อยืดม่อนแจ่มตามธรรมเนียมว่าได้มาถึงที่นี่แล้ว เอาไว้ไปใส่อวดกัน อิอิ

เดินชมสักพักรับบรรยากาศ อากาศบริสุทธิ์ ก็เดินทางกลับ เพราะมีเป้าหมายไปต่อที่สะเมิง เนื่องจากลูกสาวอยากไปเก็บสตอเบอรี่สด ๆ จากต้น

ใช้เส้นทางจากแม่ริมไปสะเมิง รถติด เนื่องจากมีงานเทศกาลสตอเบอรี่ของอำเภอสะเมิงพอดี



จุดมุ่งหมายของเราในครั้งนี้คือ ไร่ นภ-ภูผา เนื่องจากไปอ่านรีวิวในพันทิปมาแล้ว จริง ๆ อยากไปทุกไร่เลย แต่เวลาไม่พอเพราะอยากไปแช่น้ำพุร้อนที่โป่งกวาวอีก อันนี้ก็อ่านเจอมาเหมือนกัน

ถีงแล้ว ไร่ นภ-ภูผา





มองไปไกล ๆ มีวิวภูเขา เห็นไร่สตอเบอรี่กว้าง ๆ



เด็ก ๆ อยากเก็บสตอเบอรี่กันแล้ว ไปกันเลย อันดับแรกไปติดต่อด้านในก่อน เขาจะให้เราหยิบตะกร้าพร้อมกรรไกรสำหรับตัด โดยมีป้ายเขียนว่า ข้ามเดินข้ามแปลงสตอเบอรี่ ห้ามตัดลูกที่สีชมพู กับสีขาว ๆ ที่นี่ก็ชั่งตามน้ำหนักตามที่เราตัด น่าจะเหมือนไร่อื่น ๆ คิดกิโลกรัมละ 200 บาท

เด็ก ๆ เริ่มตัดสตอเบอรี่








เด็ก ๆ ก็เก็บสตอเบอรี่กันไป ผู้ใหญ่อย่างเราก็มานั่งรอ ไปหากาแฟสดกับน้ำสตอเบอรี่ปั่นมากินดีกว่า



น้ำสตอเบอรี่ หวานอร่อย เย็นชื่นใจ





นั่งรอสักพักเด็ก ๆ เก็บสตอเบอรี่เสร็จก็พาไปชั่งน้ำหนัก เดินดูรอบ ๆ ไร่ นิดหน่อย ก็เตรียมตัวกลับเนื่องจากมีจุดหมายอีกที่ ที่ตั้งใจจะไป คือ น้ำพุร้อนโป่งกวาว อยู่สะเมิงเหนือ

อ้าว เดินทางกันต่อค่ะ จากตัวอำเภอสะเมิงไปน้ำพุร้อนโป่งกวาวเห็นป้ายบอกทางว่าระยะทาง 33 กิโลเมตร ในใจนึกว่าไม่ไกลนี่นา แต่นั่งมาสักพัก ขับมา นาน ๆ จะมีรถสวนมาสักคัน จนคิดในใจว่ามาถูกทางหรือป่าวเนี่ย

เส้นทางไปลัดเลาะไปตามเขา




ถึงแล้วจ้า น้ำพุร้อนโป่งกวาว จริง ๆ ให้น้องหมาเข้าไปได้ด้วยแต่ต้องอยู่บริเวณด้านนอก จะมีโต๊ะให้รับประทานอาหาร โซนแช่น้ำพุร้อนจะอยู่ด้านในมีรั้วล้อมรอบ อันดับแรกเราก็ไปซื้อบัตรผ่านใช้บริการกันก่อน ผู้ใหญ่ 80 บาท เด็ก 40 บาท ก็จะมี ชุดสำหรับเปลี่ยนลงน้ำให้คนละชุด พร้อมผ้าขนหนู มองไปรอบ ๆ มีคนมาเที่ยวเยอะเหมือนกันนะเนี่ย แต่แอบสงสัยตอนขับรถมาไม่เจอรถใครเลย 555 มาเจอกันตอนจะจอดรถ





บริเวณรอบๆ หลังจากผ่านประตูเข้าไปด้านใน



บ้านเราเลือกห้องน้ำกัน เป็นห้องใหญ่ มีห้องน้ำด้านใน 1 ห้อง ห้องสำหรับเปลี่ยนเสื้อผ้า 1 ห้อง มีที่นั่งรอบ ๆ บ่อ พร้อมตะกร้าสำหรับใส่ของใช้ส่วนตัว กรณีมีคนเยอะ น้ำลึก 1.5 เมตร มีป้ายแนะนำว่า ให้อาบน้ำเย็นก่อนลง 2 นาที หลังจากลงไปแช่แล้ว ให้ขึ้นมาอาบน้ำเย็นอีก 2 นาที สัก 2 ครั้ง และระยะเวลาในการแช่ที่เหมาะสมคือ 15 - 30 นาที มีห้องเยอะมาก ห้องขนาดเล็กก็มีสำหรับแช่ได้ 2-5 คน แต่แอบเข้าไปมอง 5 คนน่าจะแน่นไปแน่ ๆ



อ้อ เด็กๆ ควรมีผู้ปกครองอยู่ด้วย ห้ามลงตามลำพัง

อีกภาพค่ะ



หลังจากแช่อยู่ 30 นาที ก็พากันขึ้น เนื่องจากห่วงน้องหมา เราเอาไว้ในรถ เปิดกระจกไว้ กับเตรียมน้ำไว้ให้



ระหว่างทางขากลับก็โดดเดี่ยวอีกเช่นเคย ไม่มีรถตามมาเลย ขากลับเรากลับทางหางดง เส้นทางก็คดเคี้ยวน่าดูเหมือนกัน

คุยกันคืนนี้ว่าจะไปเดินถนนคนเดินของเชียงใหม่สักหน่อย แล้วค่อยขับรถไปพักที่ลำปางดีกว่า เนื่องจากอยากให้เด็ก ๆ ได้นั่งรถม้าที่ลำปาง ไหน ๆ ก็มาเหนือกันแล้ว ขับรถวนไปแถวถนนคนเดิน 2 รอบ หาที่จอดไม่ได้เลย หรือว่าเราไม่รู้ว่าเขาให้จอดช่วงไหนกันแน่ เริ่มเหนื่อยกัน เปลี่ยนโปรแกรมไปลำปางเลยดีกว่า

ได้พักที่ ปาณิฉัตร รีสอร์ท เส้นรอบเมือง รีสอร์ทสวย บรรยากาศดี ราคาไม่แพง ตอนไปถึงสามทุ่มแล้ว บ้านพักเป็นหลังเต็ม เลยได้พักแบบห้อง มี 2 เตียง เลยตกลงเอาเพราะไม่อยากขับรถไปเวียนหาที่พักอีก

ได้พักเป็นห้องแถวเรียงยาวแบบนี้



ภายในห้อง มี 2 เตียง



นอนพักเอาแรงก่อน

เท็ดดี้บอกไม่ไหวแล้วแม่ เหนื่อยจัง เดินทางกันทั้งวัน 555




ตื่นเช้าก็รีบ ๆ กันอีกตามเคย อยากไปขึ้นรถม้ากันช่วงเช้า ๆ อากาศจะได้ไม่ร้อน (คิดไปเองว่าจะร้อน) อากาศที่ลำปางเย็นกว่าที่เชียงใหม่นิดหน่อย

พร้อมแล้วไปกันเลย หาเส้นทางจากกูเกิ้ลอีกตามเคย

ถึงแล้วค่ะ สถานีรถม้า สอบถามราคาก่อน มี 2 ราคานะคะ แบบแรกนั่งชมเมือง ราคา 300 บาท แบบที่สองนั่งชมเมืองและแวะไหว้พระ ราคา 400 บาท เลยถามว่าน้องหมานั่งได้หรือไม่ คุณลุงใจดีบอกว่านั่งได้ แอบดีใจ ถ้านั่งไม่ได้จะทำยังไงต้องมีคนเสียสละ 1 คน อุ้มเท็ดดี้ไว้ อิอิ คาดว่าน่าจะเป็นตัวเราเอง





แวะวัดไหว้พระกัน ลืมอ่านชื่อวัด เฮ่อ!! เห็นคุณลุงคนขับบอกวัดนี้ที่เขามาถ่ายเรื่องนาคีกัน แต่เราไม่ได้ดูเลยนึกไม่ออก







นั่งรถม้าผ่านหอนาฬิกา



นั่งรถม้าเสร็จก็พากันเดินทางกลับโคราช ขากลับเรากลับทางแพร่ อุตรดิตถ์ แอบหลงทางเล็กน้อย 555 เชื่อพี่กูเกิ้ลแมพ พี่แกพาเลาะหาแต่ทางลัด ตัดผ่านเขา ผ่านป่า กว่าจะออกมาเจอถนนใหญ่ได้ ปรากฎว่าถึงโคราชหนึ่งทุ่ม ใช้เวลาเดินทางมากกว่าขาไป ขาไปเราไปทางจังหวัดตาก เอาแหล่ะยังไงก็ถึงบ้านโดยสวัสดิภาพแล้ว หมดแรงไปตาม ๆ กัน จบทริบเชียงใหม่-ลำปาง 3 วัน 2 คืนจ้า



Create Date : 14 กุมภาพันธ์ 2560
Last Update : 15 กุมภาพันธ์ 2560 15:50:49 น.
Counter : 161 Pageviews.

1 comments
(โหวต blog นี้) 
  
ขอบคุณที่แบ่งปัน
โดย: Kavanich96 วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:2:37:44 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

สมาชิกหมายเลข 3450080
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



กุมภาพันธ์ 2560

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
 
 
14 กุมภาพันธ์ 2560