<<
พฤศจิกายน 2559
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
6 พฤศจิกายน 2559
 

แรงอธิษฐาน

แรงอธิษฐาน
ชายหนุ่มตื่นจากห้วงนิทรามาสักพักหนึ่งแล้ว แต่เขายังคงหลับตานอนนิ่งไม่ไหวติงอยู่บนเตียงนุ่ม ภาพต่างๆ ยังคงถูกฉายซ้ำอยู่ภายใต้เปลือกตาที่ปิดสนิท

อีกหนึ่งคืนแล้วสินะ กับความฝันแบบนี้ มันดูเหมือนจริงมากจนเขาเองยังรู้สึกแปลกใจ

ในนั้นเขาเห็นชายแปลกหน้าคนหนึ่งเดินเรื่อยเปื่อยไปตามบาทวิถี บรรยากาศสองข้างทางดูแปลกตาแต่เขากลับรู้สึกคุ้นเคยกับมัน และในชั่วขณะหนึ่ง หญิงแปลกหน้าก็เดินสวนทางไป

เชื่องช้า เนิ่นนาน จนเกินกว่าจะเป็นเพียงการเดินสวนทางกันธรรมดา แต่ทว่านอกจากเขาแล้ว ทั้งคู่ในภาพฝันนั้นกลับไม่ได้แสดงอาการรับรู้ถึงช่วงเวลาพิเศษนั้น คู่ชายหญิงไม่มีทีท่าแม้แต่จะรับรู้ถึงการมีอยู่ของกันและกัน

แม้จะเป็นเพียงความฝันสั้นๆ ที่ไม่ได้มีเรื่องราวอะไรเลย แต่มันกลับดูสมจริงเสียจนทำให้ชายหนุ่มหวั่นไหว เขาไม่แน่ใจเมื่อแรกตื่นว่าชั่วขณะไหนกันแน่ที่เขากำลังฝันและชั่วขณะไหนกันแน่ที่คือเรื่องจริง

จุดเริ่มต้นของความฝันอันแปลกประหลาดเกิดขึ้นหลังจากที่ชายหนุ่มได้รับรู้ข่าวร้ายที่สุดในชีวิต

เขาและเธอตกลงปลงใจว่าจะใช้ชีวิตร่วมกัน โลกทั้งโลกกำลังเป็นสีชมพู ดอกไม้กำลังผลิบานในทุกย่างก้าวที่ทั้งคู่เดินผ่าน แต่เพียงฉับพลันนั้นโลกทั้งโลกตรงหน้าก็เปลี่ยนไป

หญิงสาวอันเป็นที่รักถูกโรคร้ายคุกคามอยากหนักในระยะเวลาอันรวดเร็วเกินกว่าใครจะทันตั้งตัว และเพียงไม่นานเธอก็ทำได้เพียงนอนอยู่บนเตียงในโรงพยาบาลและหายใจผ่านทางเครื่องช่วยหายใจเท่านั้น

และตั้งแต่นั้นมาชายหนุ่มก็ฝัน

ภาพฝันที่ดูเหมือนจะธรรมดา แต่มันกลับแฝงอะไรบางอย่างในนั้น เหตุการณ์และบุคคลที่ดูเหมือนจะไม่มีความเกี่ยวข้องกันเลยในภาพฝันแต่ละคืน หากทว่าเขากลับรู้สึกถึงความเกี่ยวพันกันอย่างแปลกประหลาด

ทุกครั้งที่เขาฝัน ถึงแม้จะต่างสถานที่ ต่างช่วงเวลา หรือแม้แต่ต่างยุคสมัย แต่ก็ดูเหมือนจะมีสิ่งๆ หนึ่งที่เป็นเหมือนศูนย์รวมของความฝันทั้งหมด ทุกความฝันของเขาล้วนมีคู่ชายหญิงแปลกหน้าเป็นผู้ดำเนินเหตุการณ์

แม้จะคิดอย่างนั้น แต่ชายหนุ่มและหญิงสาวแปลกหน้าเองก็กลับมีหน้าตา บุคลิก และการกระทำที่แตกต่างกัน และบ่งบอกให้รู้ว่าพวกเขาทั้งคู่ในแต่ละความฝันเป็นคนละคนกัน

แต่ก็อีกนั่นล่ะที่ตัวชายหนุ่มผู้ฝันเองกลับไม่คิดอย่างนั้น มันเป็นความรู้สึกขัดแย้งในตัวเองเพราะในใจกลับบอกว่าพวกเขาในความฝันมีอะไรบางอย่างที่โยงใยถึงกัน และที่สำคัญอะไรบางอย่างนั้นก็ใกล้ชิดกับตัวของเขาเองมากๆ ด้วย

เขายังหลับตาอยู่บนเตียงนอน พยายามประติดประต่อเชื่อมโยงเรื่องราวที่ได้เห็นทั้งหมดเข้าด้วยกันเช่นเดียวกับทุกครั้ง

ในคืนก่อนหน้านี้ เขาเห็นชายหนุ่มวัยรุ่นแต่งตัวตามสมัยนิยมแบบผู้มีอันจะกินกำลังนั่งอยู่หลังพวงมาลัยรถยนต์หรู

และในชั่วเสี้ยววินาทีหนึ่งที่หญิงสาวตัดสินใจวิ่งกลับลงไปบนท้องถนนหลังจากที่เพิ่งข้ามมันมาเพียงเพื่อเก็บของที่เธอบังเอิญทำหล่นลงไปอย่างลืมตัว

ด้วยความเร็วของรถยนต์ที่ชายหนุ่มขับมาทำให้คาดเดาได้ไม่ยากเลยว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อจากนั้น ร่างของหญิงสาวหมุนคว้างอยู่กลางอากาศ โลกหยุดนิ่งไปชั่ววินาทีก่อนที่ความโกลาหลและเสียงกรีดร้องจะเกิดขึ้น

ทุกอย่างดับมืดไป

และความฝันในหลายคืนก่อน ชายหนุ่มคนหนึ่งหมายมั่นจะขอหญิงสาวคนรักแต่งงานในวันนั้น ด้วยความตื่นเต้นปีติ เขาลืมตัวจนถึงกับกำวงแหวนสีทองซึ่งถูกใช้เป็นสัญลักษณ์แห่งความรักไว้ในอุ้งมือแน่นจนรู้สึกเจ็บ

หัวใจพองโต รอยยิ้มเบิกบาน ชายหนุ่มคาดหวังว่าจะได้เห็นรอยยิ้มสดใสที่สามารถเปลี่ยนชีวิตที่เหลืออยู่ของเขาไปตลอดกาลจากหญิงสาวคนรักในขณะที่เขาบรรจงสวมมันเข้าที่นิ้วนางของเธอ

เขามาถึงที่หมายก่อนเวลาหลายชั่วโมง แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่รู้สึกว่าตนเองต้องมารอนานหรือรู้สึกเบื่อเลยแม้แต่น้อย และเมื่อหญิงคนรักปรากฏตัวขึ้นที่อีกฝั่งฟากถนน ด้วยความดีใจทำให้เขาหลงลืมทุกสิ่งทุกอย่างจนหมดสิ้น

ชายหนุ่มก้าวเท้าลงไปหาเงื้อมมือมัจจุราชที่กำลังพุ่งทะยานเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง เขาไม่ได้มอง ไม่ระแวดระวัง หรือไม่แม้แต่จะสังเกตสิ่งรอบตัวในขณะนั้นเลย

และ

ร่างของชายหนุ่มล้มลงต่อหน้าหญิงสาวคนรัก แหวนสีทองที่เขาตั้งใจจะนำมันมาให้เธอในวันนี้ปลิวหลุดออกจากมืออันไร้เรี่ยวแรง ภาพรอยยิ้มของเธอผุดขึ้นมาในความคิดสุดท้ายก่อนที่สมองจะค่อยๆ ว่างเปล่าลง

กริ๊ง...งงง

เสียงแหวนกระทบพื้นถนนแผ่วเบาเกินกว่าที่ใครจะได้ยิน หากแต่มันกลับดังเสียดไปถึงหัวใจของหญิงสาวที่เฝ้ารอชายหนุ่มอยู่ที่อีกฝั่งฝัน

ภาพฝันค่อยๆ เลื่อนลอยออกไป เธอกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง ร้องไห้ฟูมฟายอย่างคนเสียสติ

เรื่องราวในความฝันซึ่งน่าจะเป็นฝันอันแสนสุขจบลงเพียงเท่านี้

ดูจากการแต่งกาย ทรงผม และบรรยากาศแล้ว เหตุการณ์ในแต่ละความฝันดำเนินอยู่ต่างยุคต่างสมัยกัน ชายหนุ่มฝันเห็นเรื่องราวที่ดูเหมือนจะย้อนยุคกลับไปอดีตมากขึ้นเรื่อยๆ

ความฝันช่วงรุ่งสางที่ผ่านมานั้นอยู่ในยุคที่โบราณที่สุดตั้งแต่เขาเริ่มฝัน

ชายหนุ่มและหญิงสาวที่เห็นในความฝันแต่ละครั้งมีอะไรบางอย่างที่เป็นจุดเชื่อมทุกความฝันเข้าด้วยกัน แต่มันคืออะไรกันแน่ ความฝันทั้งหมดต้องการจะบอกอะไรกับเขา

บางครั้งเขารู้สึกเหมือนจะรู้เรื่องราวเหล่านั้นเป็นอย่างดีเหมือนกับภาพต่างๆ มันไหลออกมาจากหัวสมอง แต่พอลองพยายามมองดูภาพเหล่านั้นชัดๆ เขากลับไม่เห็นอะไรอยู่ในนั้น

ในความฝันที่ดูแสนจะธรรมดานี้มีอะไรซ่อนอยู่กันแน่

ชายหนุ่มลืมตาขึ้น มองดูนาฬิกาก่อนจะยันกายลุกขึ้นจากที่นอน เหลียวไปมองกล่องกำมะหยี่สีแดงที่หัวเตียง เอื้อมมือไปหยิบมันมาไว้กับตัว อารมณ์วูบไหวปรากฏขึ้นวูบหนึ่งในแววตา

“พรุ่งนี้แม่คงจะให้หมอถอดเครื่องช่วยหายใจของน้องออกแล้วล่ะลูก น้องเจ็บ ทรมานมามากพอแล้ว ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะเหนี่ยวรั้งเอาไว้ ปล่อยน้องให้ไปสบาย ไปสู่ภพภูมิที่ดีกว่านี้เถอะนะ”

เป็นการตัดสินใจที่ยากลำบากที่สุดของผู้เป็นพ่อเป็นแม่คน นางคงกำลังรู้สึกเหมือนตกนรกในขณะที่เปล่งคำพูดเหล่านี้ออกมา มันเต็มไปด้วยความลังเล ความเสียใจ ความทุกข์ทรมาน

น้ำเสียงสะอื้นแผ่วเบาที่ชายหนุ่มได้ยินบ่งบอกทุกสิ่งทุกอย่างในจิตใจของนางออกมาหมดแล้ว และความรู้สึกนั้นก็ได้ถูกส่งต่อมาถึงเขา มันยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาทชัดเจนจนกระทั่งตอนนี้

เขาเปิดกล่องกำมะหยี่ แหวนทองเรืองรองส่องประกายสดใสอยู่ภายใน คงจะดีหากอนาคตของเขาและเธอจะงดงามเช่นนี้

แต่วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายแล้ว

............................

เป็นการเดินทางที่ชายหนุ่มไม่อยากให้ถึงจุดหมาย เป็นครั้งแรกที่เขาไม่รู้สึกหงุดหงิดกับสภาพการจราจร ตรงกันข้าม เขาอยากให้เวลายืดยาวออกไป เพราะมันทำให้รู้สึกว่าเรื่องราวทั้งหมดจะยังไม่จบสิ้น ความหวังจะยังมี เขายังสามารถเจอเธอได้ทุกครั้งที่ต้องการ

แต่เขาก็รู้ดีว่ามันไม่มีทางเป็นอย่างนั้น สุดท้ายแล้วเขาก็ต้องเดินทางไปถึงจุดหมายปลายทางแห่งการพลัดพราก

เตียงนอนสีขาวสะอาดในโรงพยาบาล หญิงสาวคนรักนอนหลับใหลนิ่งอยู่บนนั้น เธอไม่แสดงอาการรับรู้ต่อสิ่งรอบกายใดๆ อีกแล้ว ร่างกายผอมแห้งจนเหลือแต่กระดูก ผิวที่เคยเปล่งปลั่งที่บัดนี้ซีดเผือดลงบ่งบอกถึงขีดสุดของสภาพร่างกายของเธอ

พ่อและแม่ของเธอหันมองมา ดวงตาแดงหม่นคงผ่านการร้องไห้มาตลอดทั้งคืน ท่านทั้งคู่เดินออกมาจับมือและไหล่ของชายหนุ่มเบาๆ เป็นเชิงปลอบใจก่อนจะเดินออกไปเพื่อปล่อยให้เขาได้ใช้เวลาช่วงสุดท้ายบอกลาหญิงคนรัก

เขานั่งลงข้างกายเธอที่ปราศจากการตอบสนอง ดวงตาหม่นจ้องใบหน้าซีดเซียวนิ่ง โลกทั้งใบเหลือเพียงเขา เธอ และความเงียบสงัด เขาล้วงมือไปในกระเป๋าเสื้อและหยิบแหวนสีทองแวววาวออกมาจากกล่องกำมะหยี่

และฉับพลันนั้นเอง จู่ๆ ชายหนุ่มก็รู้สึกเหมือนกับมีกระแสลมพัดกรรโชกผ่านร่างกายไป มโนภาพหนึ่งผุดแทรกขึ้นมาในหัวสมอง

มันเป็นช่วงเวลาที่ถอยย้อนออกไปไกลกว่าความฝันช่วงรุ่งสางที่ผ่านมา หญิงสาวและชายหนุ่มแปลกหน้าเป็นผู้ดำเนินเหตุการณ์ในครั้งนี้เช่นเดิม

ท่ามกลางความมืดมิดที่รอบข้างรายล้อมไปด้วยบรรดาไม้สูงต่ำ ทั้งคู่ออกแรงวิ่งอย่างสุดกำลัง มือที่เกาะกุมกันนั้นแนบแน่นจนแทบจะหลอมเป็นส่วนเดียวกัน

ห่างออกไปไม่ไกล แสงสีเหลืองจากคบเพลิงจำนวนมากกำลังใกล้เข้ามา เสียงเหยียบใบไม้ เสียงกิ่งไม้หัก เสียงย้ำเท้า เสียงตะโกนโหวกเหวก เสียงคำรามโกรธเกรี้ยวจากผู้ติดตามดังกระชั้นเข้ามาเรื่อยๆ

ชายหนุ่มกระชับมือหญิงสาวพร้อมกับก้าวเท้ายาวๆ เธอหันกลับไปมองเปลวไฟสีเหลืองของกลุ่มคนที่กำลังตามมาด้วยแววตากังวล หัวใจของทั้งคู่เต้นโครมครามอยู่ในอกด้วยความความกลัว

ข้างหน้าเป็นแม่น้ำ ชายหนุ่มเตรียมเรือเล็กลำหนึ่งไว้ที่ท่าน้ำแล้ว นั่นคือทางรอดเดียวที่มีอยู่ถ้าทั้งคู่สามารถไปถึง

ชายหนุ่มก้าวเท้ายาวขึ้น เร็วขึ้น หญิงสาวซึ่งมีช่วงก้าวไม่ไกลเท่าทำได้เพียงซอยเท้าถี่ๆ เพื่อให้ทันจังหวะก้าวของเขา กลุ่มคบเพลิงใกล้เข้ามา ท่าน้ำอยู่ตรงหน้า เขายิ้มออกมาอย่างดีใจ อีกไม่ไกลแล้วที่เขาและเธอจะสมหวัง

ทันใดนั้นเท้าของหญิงสาวก็ไปสะดุดกับรากไม้เข้า เธอล้มลง ชายหนุ่มพยายามพยุงให้ลุกขึ้น ทว่าข้อเท้านั้นเจ็บหนักจนไม่สามารถพยุงร่างกายให้ลุกยืนได้ไหว จนในที่สุดกลุ่มคนที่ถือคบเพลิงก็ตามทัน

“ชาตินี้เอ็งอย่าหวังจะได้อยู่กินกับลูกสาวข้าเลย ไอ้คนไม่เจียมตัว”

เสียงสบถด่าดังต่อเนื่องจากกลุ่มคนที่ตามมา หญิงสาวถูกจับตัวไว้ในขณะที่ชายหนุ่มถูกกันออกไป แม้ฝั่งฝันจะอยู่ตรงหน้าแล้วแต่ทั้งคู่ก็ไม่อาจจะไปถึงมันได้

“หากความรักต้องทำให้เราสองคนทุกข์ทรมานมากขนาดนี้แล้วล่ะก็ ไม่ว่าชาติใดภพใดขออย่าให้ข้าต้องพบเจอกับความรักอีก อย่าให้เราทั้งคู่ต้องมาพบและรักกันอีกเลยนับต่อจากนี้”

ชายหนุ่มบอกหญิงคนรักด้วยน้ำตานองหน้า นึกเจ็บแค้นในโชคชะตาและความรักของตนเอง ความผิดหวังจากการถูกกีดกันต่างๆ นานาครั้งแล้วครั้งเล่าทำให้จิตใจของเขาอ่อนล้าเจ็บปวดจนเกินจะทนไหว

เขาเข็ดขยาดกับรักที่มีแต่ความขมขื่นและไม่มีวันจะเป็นจริง

“พี่จ๋า ชั้นรักพี่นะ”

หญิงสาวพูดทั้งน้ำตานองหน้า อยากจะโผเข้าไปกอดแต่ไม่อาจทำได้ เธอส่ายหน้าไม่ยอมรับสิ่งที่ชายคนรักได้ตัดสินใจพูดมันออกมา พยายามพูดแสดงความรู้สึกทุกอย่างเพื่อให้เขารู้ว่าความรักของเธอนั้นมากมายเพียงใด

แต่ดูเหมือนสิ่งเหล่านั้นไม่อาจส่งผ่านไปถึงจิตใจของชายหนุ่มได้อีกแล้ว ทั้งคู่ถูกแยกออกจากกันห่างออกไป ห่างออกไป

จิตใจของทั้งคู่แตกสลายไม่เหลือชิ้นดี

ลมวูบหนึ่งพัดสติของชายหนุ่มกลับมา เขายังคงนั่งอยู่ข้างเตียงของหญิงคนรักในโรงพยาบาล หัวใจเต้นรัว ร่างกายเบาโหวง รู้สึกงุนงงและตกตะลึงกับภาพที่ได้เห็น ความคิด ภาพต่างๆ ที่ได้เห็นไหลออกมาจากความทรงจำ เรื่องราวค่อยๆ ถูกประติดประต่อ

เขามองหน้าหญิงสาวคนรัก ขอบตาเรื้อไปด้วยน้ำใสที่รินไหลออกมาจากหัวใจ ตอนนี้เขาเข้าใจเหตุการณ์ทั้งหมดแล้ว ชายหนุ่มทุกคนที่เห็นในความฝันล้วนเป็นตัวของเขาเอง และหญิงสาวที่เห็นก็เช่นกันที่เป็นคนรักของเขา

ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นเริ่มต้นมาจากเขา เป็นเขาเองที่ทำร้ายเธอครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่ใช่เขาหรอกที่ต้องทนเจ็บปวดหากแต่เป็นเธอต่างหาก เขาเป็นเพียงแค่คนเห็นแก่ตัวคนหนึ่งเท่านั้นเอง

“ต่อจากนี้ไม่ว่าจะอีกกี่ภพกี่ชาติ ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน จะเป็นใคร ไม่ว่าจะลำบากขนาดไหน ผมจะตามหาคุณจนพบ และเราจะอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขตลอดไปทุกๆ ชาติ ผมจะไม่ยอมให้เราต้องแคล้วคลาดกับอีกต่อไปแล้ว”

แหวนทองถูกสวมเข้ากับนิ้วนางมือซ้ายอันซีดเซียวของหญิงสาว ชายหนุ่มก้มลงใกล้กระซิบแผ่วเบา

“รอผมนะ คนดีของผม”

น้ำอุ่นที่เรื้ออยู่ร่วงผล็อยลงอาบสองแก้มตอบ ชายหนุ่มแนบหน้าลงกับแก้มของหญิงคนรัก เสียงสะอื้นเล็ดรอดออกมาอย่างเกินสะกดกลั้น

หยาดน้ำรินไหลออกมาจากดวงตาที่ปิดสนิทของหญิงสาวเช่นกัน รอยยิ้มเจือจางปรากฏที่มุมปากของเธอก่อนลมหายใจสุดท้าย มันเป็นรอยยิ้มที่เสมือนต้องการจะบ่งบอกถึงการรับรู้และความยินดีต่อคำอธิษฐานในครั้งนี้ของชายหนุ่ม

............................

แสงแดดอ่อนยามเช้าสาดส่องผ่านม่านสีชมพูบางเบา ภายในห้องนอนสว่างและอบอุ่นขึ้น นกตัวน้อยร้องประสานเสียงต้อนรับเช้าวันใหม่ด้วยเสียงใส

ชายหนุ่มลืมตาตื่นขึ้นจากความฝันอันแสนเศร้า รู้สึกใจหาย บอกไม่ถูกกับภาพที่ได้เห็น น้ำตายังคงเรื้ออยู่ที่ขอบตา

มันเหมือนจริงมากจนทำให้เขาถึงกับน้ำตาไหล มันชัดเจนเหมือนกับเคยเกิดขึ้นกับเขามาก่อน

ชายหนุ่มและหญิงสาวแปลกหน้าที่ในแต่ละภาพฝันล้วนมีรูปร่างหน้าตา อากัปกิริยาและนิสัยไม่เหมือนกัน ทุกคู่ดำรงอยู่ในยุคสมัยที่แตกต่างกันไป หากทว่ากลับมีความรู้สึกบางอย่างเชื่อมโยงถึงกัน

และเขาเองก็รู้สึกคุ้นเคยกับเขาเหล่านั้นในความฝันอย่างประหลาด

เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมาห้องนี้ถูกใช้เป็นเรือนหอ เขาเพิ่งสวมแหวนสีทองที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความรักความผูกพันให้แก่หญิงสาวคนรักท่ามกลางสักขีพยานและบรรยากาศอันอบอวลไปด้วยความสุข

ที่ข้างกายของเขา ในห้องเดียวกัน บนเตียงเดียวกัน ใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน เธอนอนอยู่ที่นี่แล้ว ชายหนุ่มพลิกตัวนอนตะแคงไปหาและพบว่าเธอมองมายังเขาอยู่ก่อนแล้ว

ทั้งคู่จ้องลึกเข้าไปในดวงตาเปี่ยมสุขของกันและกันอย่างรู้ความนัย จิตใจพองโตอย่างที่ไม่เคยรู้สึก ก่อนที่จะส่งยิ้มให้กันอย่างสดใสที่สุด



Create Date : 06 พฤศจิกายน 2559
Last Update : 6 พฤศจิกายน 2559 19:31:26 น. 0 comments
Counter : 285 Pageviews.  
 
Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

KTHc
 
Location :
สมุทรสาคร Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




[Add KTHc's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com