ตุลาคม 2552
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
4 ตุลาคม 2552
 

โลกต่างมิติ

โลกต่างมิติ

...การรวมกันของแรงและมวลสารต้องอาศัยอวกาศสิบมิติและเวลาอีกหนึ่งมิติ นั่นหมายถึงกาลอวกาศสิบเอ็ดมิติ...

นั่นเป็นประโยคจากทฤษฏีเอ็มซึ่งเป็นทฤษฏีที่ได้รับการปรับปรุงจากทฤษฏีสตริงกล่าวไว้

...ไม่ได้แปลกใจกับกาลอวกาศสิบเอ็ดมิติ...ไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็นไปไม่ได้...แต่ก็ไม่มีอะไรมากกว่านั้นในหัวสมอง...

...ในเมื่อไม่มีอะไรพิสูจน์ได้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ ก็แปลว่ามันอาจจะเป็นไปได้...

ผมข้ามประโยคดังกล่าวไปไม่ได้ใส่ใจอะไรเป็นพิเศษกับข้อความข้างต้น

ในเย็นวันนั้น ขณะที่กำลังสังสรรค์กับบรรดาเพื่อนๆ คำพูดหรือประโยคที่เคยผ่านหูผ่านตาจากที่ไหนสักแห่งจู่ๆ ก็ดังขึ้นในห้วงความคิด

...ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนมาจากสิ่งๆ เดียวกันทั้งสิ้น ไม่ว่าสิ่งๆ นั้นจะเป็นอะไรหรือมีรูปลักษณ์อย่างไร แต่นั่นก็ล้วนกำเนิดมาจากสิ่งๆ เดียวกัน...

ฉับพลันความคิดเรื่องกาลอวกาศสิบเอ็ดมิติก็ผุดขึ้นมาในหัวสมองอีกครั้ง หากแต่คราวนี้ผมเริ่มเชื่อมโยงความนึกคิดต่างๆ ของตนเองเข้าไว้ด้วยกัน

...ก็ในเมื่อทุกสิ่งล้วนมาจากสิ่งๆ เดียวกัน ถ้าอย่างนั้นบางทีข้อพิสูจน์ของอะไรอย่างหนึ่งก็อาจจะสามารถอธิบายอะไรอีกอย่างหนึ่งได้เช่นกัน...

ภาพโครงสร้างอะตอมในสมัยเรียนที่ประกอบด้วย นิวตรอน โปรตอน และอิเล็กตรอน ผุดขึ้นมาอย่างยากลำบากเต็มที

นิวตรอนและโปรตอนอยู่กึ่งกลางอะตอมโดยมีอิเล็กตรอนวิ่งอยู่ด้านนอกในแต่ละระดับชั้นพลังงาน

ระดับชั้นพลังงานที่ใกล้นิวเคลียสมากที่สุดคือ ระดับชั้นพลังงานที่หนึ่ง หรือแทนด้วยสัญลักษณ์ K ถัดไปเป็นชั้นพลังงานที่สอง สาม และต่อๆ ไป ซึ่งแทนด้วยสัญลักษณ์ L, M, N ไล่เรียงไปตามลำดับ

...เป็นไปได้หรือไม่ที่มิติเวลาจะเป็นเหมือนระดับชั้นพลังงานของอะตอม และสิ่งมีชีวิตในแต่ละมิตินั้นก็เปรียบเหมือนกับอิเล็กตรอนในแต่ละระดับชั้นพลังงาน...

ถ้าเป็นอย่างนั้นก็หมายความว่าในมิติอื่นๆ ก็จะมีสิ่งมีชีวิตอยู่เช่นเดียวกับโลกสามมิติที่เราๆ เป็นอยู่กันทุกวันนี้ เพียงแต่ไม่อาจพบกันได้เนื่องด้วยเงื่อนไขของระดับชั้นพลังงานหรือมิติที่แตกต่างกันนั่นเอง

...แล้วสิ่งมีชีวิตในมิติอื่นจะเป็นยังไงนะ...เป็นคำถามต่อมาที่เกิดขึ้นหลังจากที่เริ่มเอาเรื่องนั้นมาต่อกับเรื่องนี้

เป็นอีกครั้งที่เรื่องราวที่เคยผ่านตาเข้ามามีบทบาทในห้วงความคิด

หากเปรียบโลกสองมิติเหมือนหน้ากระดาษและรูปวาดที่ประกอบด้วยเส้นห้าเส้นและหัวกลมๆ เป็นคนแล้ว นั่นหมายถึงคนบนโลกสองมิติจะเคลื่อนที่ได้เพียงในแนวระนาบของหน้ากระดาษเท่านั้น

และถ้าหากมีคนนำปากกาวาดวงกลมล้อมรอบตัวคนบนหน้ากระดาษนั้น แน่นอนว่าเขาจะออกมาไม่ได้อีกเลย

แต่นั่นไม่ใช่สำหรับเราที่อยู่ในโลกสามมิติ สำหรับเราแล้ว เราจะพบว่าหากถูกล้อมกรอบแบบนั้นเราก็ยังสามารถปีนมันหรือแม้กระทั่งขุดดินออกมาได้

แสดงให้เห็นว่าโลกสามมิติมีมุมมองที่มากกว่าโลกสองมิติ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือยังมีบางสิ่งที่โลกสามมิติมองเห็นแต่โลกสองมิติมองไม่เห็น

...แล้วถ้าอย่างนั้นโลกที่เหนือกว่าสามมิติล่ะจะเป็นอย่างไร...จะเป็นไปได้รึเปล่านะที่ยิ่งมิติสูงขึ้นก็จะยิ่งมีมุมมองที่มากขึ้น...

...ยิ่งอยู่ในโลกที่มิติสูงขึ้นเท่าใด ก็จะยิ่งเห็นในสิ่งที่คนในโลกมิติที่สามมองไม่เห็นมากขึ้น...

...เราอาจมองเห็นโลกสองมิติ เราอาจจะจินตนาการถึงโลกสี่มิติหรือสิบเอ็ดมิติได้ แต่เราไม่อาจมองเห็นมันอย่างที่มันเป็นได้ เช่นเดียวกับที่คนในโลกสองมิติไม่อาจมองเห็นความเป็นจริงในแบบของโลกสามมิติ...

โลกมิติที่สี่อาจจะมองทะลุเนื้อหนังสิ่งมีชีวิตได้ ดังนั้นเนื้อหนังจึงอาจไม่ใช่สิ่งจำเป็นที่ต้องเห็นสำหรับโลกมิติที่สี่อีกต่อไป ไม่ได้หมายความว่ามันจะไม่มี แต่อาจจะไม่ใช่รูปลักษณ์แบบที่คนในโลกมิติที่สามรู้จัก

...อาจจะเป็นเพียงอากาศหรือชั้นบางๆ โปร่งใสห่อหุ้มอยู่เท่านั้น...

โลกมิติที่ห้าอาจจะมองทะลุเส้นเลือด เห็นการไหลเวียนเลือด และเช่นนั้นเส้นเลือดก็ไม่จำเป็นต้องเห็นอีกต่อไป

โลกมิติที่เก้าอาจจะเห็นความเป็นไปของเวลา เมื่อนั้นเขาเหล่านั้นจะรับรู้ได้ถึงกระแสและความเป็นมาเป็นไปของห้วงเวลา

โลกมิติที่สิบอาจจะเห็นได้ถึงจิตใจของผู้อื่น เมื่อนั้นก็จะไม่มีการคิดดีคิดร้ายใดๆ เกิดขึ้นอีก

และโลกในมิติที่สิบเอ็ดเป็นโลกที่รู้เท่าทันทุกสิ่ง และเมื่อรู้เท่าทันทุกสิ่งก็จะหลุดพ้นจากทุกสรรพสิ่งด้วยเช่นกัน

รูปลักษณ์และความเป็นไปกลายเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นสำหรับที่นี่ เป็นโลกที่เวลาและสิ่งอื่นใดไม่อาจมีอิทธิพลใดๆ ทั้งสิ้น

ที่แห่งนั้นจะมีแต่ความว่างเปล่าที่ทุกสิ่งหยุดนิ่ง ไม่เกิด แก่ เจ็บ ตาย อีกต่อไป

...โลกแห่งการรู้แจ้งและหลุดพ้น...

...เอ...แล้วถ้าจะลองเอาเรื่องนี้มาอธิบายอะไรบางอย่างที่ชวนขนหัวลุกล่ะ...

เรื่องที่เมื่อคุณกำลังอยู่ที่ไหนสักแห่งแล้วจู่ๆ คุณก็พบว่ามีใครบางคนยืนอยู่ต่อหน้าคุณ แต่ชั่วอึดใจต่อจากนั้นเขาคนนั้นก็หายไปเสียเฉยๆ ราวกับที่ตรงนั้นไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน

...ว่าแล้วผมก็ย้อนกลับไปที่โครงสร้างอะตอมอีกที...

ระดับชั้นพลังงานแต่ละระดับชั้นจะมีระดับชั้นพลังงานย่อยซึ่งใช้สัญลักษณ์ s, p, d และ f อยู่ในแต่ละระดับชั้นพลังงาน

เนื่องจากแรงดึงดูดของนิวเคลียสทำให้ระดับชั้นพลังงานที่อยู่ห่างออกไปมีระยะห่างแคบลงเมื่อเทียบกับระยะห่างของระดับชั้นพลังงานก่อนตัวของมันเอง

และยิ่งระดับชั้นพลังงานห่างออกไปเท่าใด ระดับชั้นพลังงานย่อยก็จะยิ่งมีความซับซ้อนมากขึ้นเท่านั้น

นั่นเองที่ทำให้ตั้งแต่ระดับชั้นพลังงานที่สามเป็นต้นไปเริ่มเกิดการเหลื่อมล้ำกันของระดับพลังงานย่อยในแต่ละระดับชั้นพลังงาน

เมื่อใส่พลังงานที่พอเหมาะลงไปเราก็จะพบว่าอิเล็กตรอนสามารถกระโดดจากระดับชั้นพลังงานหนึ่งไปอีกระดับชั้นพลังงานหนึ่งได้

...แล้วถ้าเกิดมีระดับพลังงานที่พอเหมาะเกิดขึ้นในโลกใดโลกหนึ่งที่มีระดับพลังงานสูงขึ้นไปกว่าโลกสามมิติที่มีการเหลื่อมล้ำของระดับพลังงานย่อยกันอยู่ล่ะ...

เป็นไปได้หรือไม่ที่จะทำให้จู่ๆ คนๆ หนึ่งก็จะโผล่ขึ้นมาตรงหน้าก่อนที่สมดุลจะทำให้มันกลับเป็นอย่างเดิม และกว่าเราจะตั้งสติได้ก็พบว่าเขาได้หายไปจากตรงนั้นเสียแล้ว

...สิ่งที่เราเห็นและกลัวอาจจะเป็นคนละอย่างกับสิ่งที่เราคิด...

หลังจากผสมเรื่องราวต่างๆ ไปมาทำให้ผมอดคิดต่อไปไม่ได้ว่า ถ้าอย่างนั้นก็เป็นไปได้สินะที่เราจะสามารถไปยังโลกมิติอื่นๆ แต่นั่นก็คงจะไม่ใช่ด้วยการเดินทางเหมือนอย่างที่เราๆ ทำกันอยู่ในชีวิตประจำวันทุกวันนี้

...บางที...การฝึกจิตเพื่อเพิ่มระดับจิตใจและระดับพลังงานจากภายในอาจจะเป็นคำตอบก็เป็นได้...


Create Date : 04 ตุลาคม 2552
Last Update : 4 ตุลาคม 2552 0:14:43 น. 16 comments
Counter : Pageviews.  
 
 
 
 
ยอดมากๆเลยครับผมคิดคล้ายๆกับท่านนี่แหละคับ
มีอะไรดีๆช่วยนำมาบอกเล่าสู่กันฟังด้วยนะคับ...
 
 

โดย: toysembe วันที่: 29 มกราคม 2553 เวลา:11:28:21 น.  

 
 
 
คุณ toysembe ขอบคุณที่แวะมาอ่านครับ เอาเป็นว่ามาอ่านเพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิดกันดีกว่าครับ ^^
 
 

โดย: KTH (KTHc ) วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:21:06:33 น.  

 
 
 
คิดเหมือนกันเลยนะเนี่ย
 
 

โดย: kazune IP: 192.168.212.61, 202.143.154.124 วันที่: 8 ธันวาคม 2553 เวลา:11:07:02 น.  

 
 
 
คุณ kazune ขอบคุณที่แวะมาอ่านนะครับ ^^
 
 

โดย: KTH (KTHc ) วันที่: 2 มกราคม 2554 เวลา:10:20:37 น.  

 
 
 
"บางที...การฝึกจิตเพื่อเพิ่มระดับจิตใจและระดับพลังงานจากภายในอาจจะเป็นคำตอบก็เป็นได้"

ใช่ค่ะ เพราะคุณแม่ ท่านทำสมาธิประจำ ตอนหลังเลยมีคนมาขอแบ่งบุญบ้าง บรื๊ออ..เกี่ยวกันมั๊ยเนี่ย..
 
 

โดย: คนละเรื่องเดียวกัน IP: 183.89.233.172 วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:10:09:15 น.  

 
 
 
สำหรับผมเชื่อเรื่องพวกนี้นะครับ

จริงๆ แล้วในทางศาสนาเค้าบอกว่ามีสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวเท่านั้นที่กินบุญจากการแผ่เมตตาเป็นอาหาร ก็คือเปรตครับ

พอมีคนที่มีจิตละเอียดมากพอที่จะสัมผัสสิ่งมีชีวิตในภพภูมิอื่นได้ (ทางศาสนากล่าวว่าพอตายปุ๊บวิญญาณจะต้องไปเกิดใหม่ในทันที ดังนั้น ภูติผีจึงต้องเป็นสิ่งมีชีวิต แต่อยู่ในภพภูมิอื่น) เค้าก็เลยมาขอส่วนบุญ

แต่สำหรับคนทั่วไปอย่างเราๆ ก็คงเป็นเรื่องน่ากลัวครับ ^^
 
 

โดย: KTH (KTHc ) วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:18:16:58 น.  

 
 
 
ใช่ค่ะ แต่ละเรื่องที่ท่านเจอก้ล้วนแล้วแต่น่ากลัวทั้งนั้น ไว้มีโอกาสจะเหลา เอ้ย เล่าแลกเปลี่ยนกันฟังบ้าง

ปกติเป็นคนไม่ค่อยเชื่อนัก(เชื่อบ้างตามอัตภาพ เพราะคนรอบข้างเจอบ่อยเหลือเกิน)

เพราะเรียนทางวิทย์มา แต่แหะๆ... ทุกอย่างล้วนมีข้อยกเว้นค่ะ
 
 

โดย: เชื่อดีกว่า IP: 183.89.233.172 วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:19:43:46 น.  

 
 
 
ผมก็เรียนวิทย์ แต่เชื่อสนิทใจเลยอ่ะครับ ^^

ดีครับ ชอบอ่านเรื่องสยอง อิอิ
 
 

โดย: KTH (KTHc ) วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:10:16:43 น.  

 
 
 
ไม่ต้อง เรียนวิทย์ ตามด้วยอ่ะ ฮ่าๆๆ

จบจากวัดลิงขบด้วยหรือเปล่าคะ เอิ๊กๆ ล้อเล่น

จบคณะอะไรคะ ขอเดาว่า วิทยาศาสตร์ หรือเทคโนโลยีอาหาร แน่เลย
 
 

โดย: Setakan วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:16:39:37 น.  

 
 
 
ลิงไม่ขบครับ ลิงแก่แล้ว ไม่มีฟัน อิอิ

คณะวิทย์นั่นล่ะครับ ^^
 
 

โดย: KTH (KTHc ) วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:20:28:20 น.  

 
 
 
พรุ่งนี้จะไปซื้อหวย ลั่นล้า
 
 

โดย: Setakan วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:22:13:11 น.  

 
 
 
เผื่อด้วยใบนึงครับ
 
 

โดย: KTH (KTHc ) วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:22:21:59 น.  

 
 
 
ไม่ค่ะ
 
 

โดย: ไม่...อย่างแน่นอน IP: 183.89.84.193 วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:10:05:23 น.  

 
 
 
พูดตัดเยื่อใย T T
 
 

โดย: KTH (KTHc ) วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:11:47:13 น.  

 
 
 
โอ๋... มาสานเยื่อใยใหม่ละกัน คนหัวล้ามักใจน้อยแฮะ
 
 

โดย: Setakan วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:17:01:28 น.  

 
 
 
งั้นก็ใบนึง อิอิ
 
 

โดย: KTH (KTHc ) วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:18:20:04 น.  

Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
KTHc
 
Location :
สมุทรสาคร Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add KTHc's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com