|
Lonelinessology
Lonelinessology : ศาสตร์แห่งความเหงา
Intro : บทนำ
ในอดีตความเหงาได้มีบทบาทสำคัญต่อชีวิตของข้าพเจ้า แม้จะเป็นอาการเล็กๆไม่ส่งผลกระทบต่อชีวิตแต่ก็ทำให้ความสุขที่ควรจะได้รับในแต่ละวันลดน้อยลงไปไม่มากก็น้อย ข้าพเจ้าจึงใช้ความรู้เท่าที่มีทำการศึกษาและวิเคราะห์ความเหงา ทำให้ในปัจจุบันความเหงานั้นไม่มีผลกระทบใดๆกับข้าพเจ้าอีกต่อไปข้าพเจ้าจึงขอเผยแพร่ความรู้ที่ข้าพเจ้ามีแด่ผู้ที่ยังทนทุกข์ทรมานกับความเหงา ถ้าบทความนี้ช่วยเหลือท่านได้แม้เพียงจะน้อยนิดก็ถือว่าตรงตามจุดมุ่งหมายของข้าพเจ้าแล้ว
What is Loneliness ? : ความเหงาคืออะไร ?
จากการหาข้อมูลใน wikipedia ได้ความดังนี้ Loneliness is an emotional state in which a person experiences a powerful feeling of emptiness and isolation. Loneliness is more than the feeling of wanting company or wanting to do something with another person สรุปคือความเหงาคืออารมณ์ชนิดหนึ่งเมื่อคนรู้สึกถึงความว่างเปล่าและแปลกแยก
Taxonomy of Loneliness : อนุกรมวิธานของความเหงา
ในความคิดข้าพเจ้าความเหงานั้นสามารถแบ่งได้ออกเป็นสองแบบตามแหล่งกำเนิดได้แก่ ความเหงาที่เกิดจากการไม่มีและความเหงาที่เกิดจากการสูญเสียความเหงาที่เกิดจากการไม่มีเช่น นาย ก.ไม่เคยมีแฟนอยู่มาวันหนึ่งนาย ก. เห็นเพื่อนมีแฟนนาย ก.จึงเกิดความเหงา ความเหงาที่เกิดจากการสูญเสียเช่น นางสาว ข. เลิกกับแฟนได้สองเดือน นางสาว ข.คิดถึงแฟน นางสาว ข. จึงเกิดความเหงาขึ้น เป็นต้น
Morphology of Loneliness : สัณฐานของความเหงา
ความเหงาไม่มีรูปร่าง ส่วนใหญ่ไม่สามารถสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่า ยกเว้นบุคคลนั้นจะโดนความเหงาเล่นงานอย่างแรงจนบุคคลภายนอกสังเกตได้
Anatomy of Loneliness : กายวิภาคของความเหงา
ความเหงาเป็นอารมณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ แต่ก็ยังสามารถบอกได้ว่า ความเหงานั้นมีส่วนผสมของอารมณ์ต่างๆอยู่ได้อาทิเช่น ความเศร้า ความคิดถึง ความกลัว ความไม่แน่ใจ ฯลฯ ขึ้นอยู่กับบุคคลและสถานการณ์
Physiology of Loneliness : สรีระวิทยาของความเหงา
ความเหงาส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันโดยการกระตุ้นให้เกิดอาการอื่นๆตามมา โดยกลไกการทำงานของความเหงานั้นยังไม่ทราบแน่ชัด ทราบเพียงแค่เป็นระบบที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของจิตใจ
Pathology of Loneliness : พยาธิวิทยาของความเหงา
ความเหงานั้นเมื่อเกิดขึ้นแล้วจะชักนำให้เกิดอาการต่างๆโดยเป็นผลต่อเนื่องทางอารมณ์ เช่นร่างกายไม่อยากเคลื่อนไหว ตอบสนองต่อเพลงเศร้าได้ดีขึ้นอย่างมาก ในรายที่ร้ายแรงอาจรุนแรงถึงขั้นเสียน้ำตาได้
Epidemiology of Loneliness : ระบาดวิทยาของความเหงา
ความเหงาไม่ใช่โรคติดต่อ ไม่สามารถติดต่อระหว่างคนได้ แต่ คนนั่นแหละที่เป็นเหตุให้เกิดความเหงาขึ้น กล่าวคือเราไม่สามารถติดความเหงามาจากคนอื่น แต่คนอื่นสามารถทำให้เราเกิดความเหงาได้
Genetics of Loneliness : พันธุศาสตร์ของความเหงา
ไม่มีการค้นพบความเหงาในระดับยีน ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่าความเหงานั้นเป็นสิ่งที่เกิดจากสภาวะแวดล้อมเท่านั้นไม่สามารถส่งถ่ายจากรุ่นไปสู่อีกรุ่นได้
Conclusion : บทสรุป
จากการวิเคราะห์เบื้องต้นจะเห็นว่าความเหงานั้นมิได้เกิดจากตัวเรา เป็นสิ่งที่เกิดจากบุคคลภายนอกแต่ผลกระทบนั้นกลับเกิดกับตัวเรา โดยผลที่เกิดจากความเหงานั้นมิได้ส่งผลดีต่อตัวเราแต่อย่างใด เมื่อคิดถึงเหตุและผลได้ก็จะก่อให้เกิด Lonelinase (เอนไซม์ย่อยความเหงา) ทำให้ความเหงานั้นไม่ส่งผลกระทบใดๆต่อเราได้อีกต่อไป
| Create Date : 07 ตุลาคม 2551 |
| Last Update : 7 ตุลาคม 2551 0:59:56 น. |
| |
1 comments
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
| | 1 | 2 | 3 | 4 |
| 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 |
| 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 |
| 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 |
| 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | |
|
| |
|
|
|
|
|
|
|
|
|