ไว้อาลัยแมวตัวแรก...ที่รักที่สุด
เพิ่งเริ่มเขียนบล็อกได้ไม่นาน และก็กะว่าจะเขียนเรื่องเกี่ยวกับหมา ๆ แมว ๆ ที่บ้าน

เขียนตอนเริ่มต้นลงไปแล้ว แต่ผ่านมาเมื่อไม่กี่สัปดาห์ ไอ้แมวตัวแรกของฉันก็หายไป... 

รู้สึกเศร้าใจจริง ๆ

วันนี้เลยขอลงภาพและกลอนฝากไว้อาลัยอีกครั้งนึง





Create Date : 06 สิงหาคม 2555
Last Update : 6 สิงหาคม 2555 10:41:14 น.
Counter : 1085 Pageviews.

2 comment
ไปเที่ยวกันไหม...จะพาไปภูเก็ต (1)



สวัสดีค่ะ วันนี้อยากจะชวนเพื่อน ๆ ไปเที่ยวภาคใต้กันค่ะ

(เป็นทริปเที่ยวใต้ครั้งแรกสำหรับตัวเองด้วย)

พอรู้ตัวว่าจะได้ไปภูเก็ตและมีเวลาได้เที่ยว 1 วันครึ่ง

สิ่งแรกที่ทำก็คือ...

เปิดคุณ google หาข้อมูลเกี่ยวกับที่เที่ยวในจังหวัด

รวมถึงหาแผนที่ของจังหวัดภูเก็ตเอาไว้

แต่ปรากฎว่าวันออกเดินทางจริง 

กลับลืมหยิบทุกสิ่งทุกอย่างที่หาไว้ที่บ้าน

(สะเพร่าที่สุด)


การไปครั้งนี้บังเอิญว่าได้ไปและอยู่ฟรีค่ะ 

ขาไปนี่ตีรถตู้ยาวจากกทม.

แวะกิน แวะหลับกันไปตลอดทาง 

พอเช็คอินเข้าที่พักเรียบร้อยตอนเที่ยง ๆ

(แยกกันกับพี่ ๆ ที่ขับรถพามาแล้ว)

ยังเหลือเวลาอีกแค่ครึ่งวัน แต่ไม่มีรถพาเที่ยวก็เริ่มกังวลนิดหน่อย

สุดท้ายปรึกษากับพี่อีกคนว่า...

เราสองจะลองนั่งรถประจำทางเข้าเมืองกันดู

โดยจุดหมายปลายทางคือในเมือง 

แล้วจะไปเดินเล่นกันในย่านเมืองเก่าค่ะ


เราจึงเดินออกไปหารถประจำทางที่หน้าโรงแรม (โบ๊ทลากูนรีสอร์ท)

พอรถประจำทางผ่านมาไม่ว่าสายไหน ก็โบกถามทุกคันเลยค่ะ

“พี่ ๆ คันนี้เข้าเมืองหรือเปล่าคะ”

เก้อไปเพียงสองคันเท่านั้นก็ไปรถเข้าเมืองตามประสงค์แล้วค่ะ

โดยรถประจำทางของที่นี่เป็นรถสองแถวค่ะ 

มีชื่อเรียกน่ารัก ๆ ว่า “โพ้ถ้อง”

มีหลายสาย ถ้าไม่แน่ใจก็ถามก่อนขึ้นได้ค่ะ 

ว่าผ่านที่ที่ต้องการจะไปไหม

(ถามได้ ไม่โดนดุ)


น่าเสียดายที่เราลืมถ่ายรูปรถมาด้วย 

แต่ถ้าใครอยากเห็นก็ลองเสิร์ชหาดูกันได้นะคะ

พอลงในเมืองแล้ว ทีนี้เดินถามกันอย่างเดียวเลยค่ะว่า

“ย่านเมืองเก่า ไปทางไหนคะ”

คนที่นี่ใจดีนะคะ ไม่ว่าจะถามใคร 

ทุกคนดูใจดีบอกทางกันอย่างตั้งอกตั้งใจมาก


อ้อ! ลืมเล่าไปอย่างนึงค่ะ ถ้าใครอยากเดินทางสะดวก

โดยไม่ต้องรอรถประจำทาง

ก็สามารถโบกแท๊กซี่ได้นะคะ 

แต่แท๊กซี่ที่หมายถึงในที่นี้ก็คือรถประจำทางนี่เองค่ะ

(ไม่ใช่แท๊กซี่อย่างในกรุงเทพฯนะ)

ส่วนเรื่องราคาเหมาก็แล้วแต่ตกลงกับเจ้าของรถค่ะ 

ซึ่งบอกได้เลยว่าแพง



ฉันกับพี่ได้มีโอกาสคุยกับพี่แท๊กซี่คันนึง 

ยกตัวอย่างจากในเมืองจะกลับไปที่โรงแรม

พี่เค้าคิดราคาเหมาอยู่ที่ 100 หรือ 150บาท

(ไม่แน่ใจ เพราะตอนแรกราคาสูงแล้วพี่เค้าค่อย ๆ ลดลงให้)

ซึ่งถ้าเทียบกับนั่งรถประจำทาง ก็คนละ 30 บาทค่ะ

ประหยัดลงนิดหน่อย แถมยังได้นั่งรถดูหนุ่ม ๆ สาว ๆ ชาวภูเก็ตอีกด้วย


แต่พอเจ้าของรถเห็นว่าเราไม่สนใจเหมาไป พี่เค้าก็ดีนะคะ

ชวนคุยและแนะนำที่เที่ยวอื่น ๆ อีกหลายที่

เข้าเรื่องต่อดีกว่า พอเดินไปถึงย่านเมืองเก่า

เราจะได้เห็นอาคารบ้านเรือนแบบเก่า ๆ ที่เรียกว่า “ชิโนโปรตุกีส”

ฉันกับพี่ใช้เวลาเกือบครึ่งวันที่เหลือ เดินเล่นถ่ายรูป 

(กลางแดดหลังเที่ยง)กันเพลิน


ขอแนะนำสำหรับคนที่อยากจะมาเดินเล่นที่ย่านเมืองเก่านะคะ

ถ้าเลือกได้ก็มาช่วงแดดเริ่มหมดน่าจะเดินกันได้สบายตัวกว่า

นอกจากไม่ร้อนแล้ว ก็ยังได้เดินชมบรรยากาศเย็น ๆ

และแสงสวย ๆอีกแบบหนึ่งด้วย

ครึ่งวันแรกของฉันในภูเก็ตก็จบลงเพียงแค่นี้ค่ะ

เขียนนอกเรื่องเวิ่นเว้อมาก ฮ่า ๆ

ส่วนรูปเมืองเก่าช่วงแดดแรง 

ก็จะได้สว่าง ๆ และสีสด ๆ อย่างที่เห็นค่ะ

 




Create Date : 11 กรกฎาคม 2555
Last Update : 11 กรกฎาคม 2555 22:46:37 น.
Counter : 520 Pageviews.

0 comment
ไอ้แมว (ตัวแรก) ของฉัน


สวัสดีค่ะ วันนี้อยากจะเขียนอะไรเกี่ยวกับหมา ๆ แมว ๆ ที่บ้านสักหน่อย

แมวที่เห็นอยู่นี่เป็นแมวตัวแรกในชีวิตของฉันเลยค่ะ

ปกติแล้วที่บ้านจะชอบที่จะเลี้ยงหมากันมากกว่า

เพราะว่าเรียกไว้ใต้ถุนบ้านไว้เฝ้าบ้านได้ 

ไม่ต้องคอยระวังขนที่จะร่วงบนบ้าน



แต่เมื่อช่วงเดือน ก.ค. ของปีที่แล้วก็มีเจ้าตัวนี้แหละค่ะที่หลงเข้ามา

แล้วอากงก็คอยวางอาหารไว้ให้กิน ตอนแรก ๆก็ยังไม่ยอมเข้าใกล้

หรือว่าให้เห็นตัวกันง่าย ๆ หรอกค่ะ

แต่เป็นว่าช่วงปีที่แล้ว น้ำท่วมบ้านค่ะ 

(บ้านใครท่วมกันบ้างคะเนี่ย)

ไอ้แมวก็เลย (จำใจ) ต้องอยู่บ้านของฉันต่อไป

จากเริ่มไม่คุ้นเคยก็ค่อย ๆ เริ่มออกมานั่งนอนให้เห็นบ่อยขึ้น

พอฉันทำ “เบ็ดตกแมว” ไว้ล่อให้เล่นด้วยกันก็เลยยิ่งสนิทขึ้น



จนถึงทุกวันนี้ผ่านมาได้ปีกว่าแล้วค่ะ

ไอ้แมวก็สนิทกับฉันมากที่สุดในบ้าน (ยอมให้จับให้เล่นได้)

แต่กับอากง ไอ้แมวไม่ยอมให้อากงจับเล่นเลยค่ะ

อย่างมากแค่เดินเฉียด ๆ กับไปนอนมองตอนอากงกินข้าวเท่านั้น

จนอากงบ่นน้อยใจบ่อย ๆ 

(ซึ่งจริง ๆ แล้วอากงเจอและให้ข้าวกินก่อนใครในบ้าน) 





ช่วงแรกไอ้แมวก็เที่ยวตรวจทุกซอกทุกมุมบนบ้านจนทั่ว 

(เลยไปถึงบนหลังคาทีเดียว)

หลังจากสำรวจบนบ้านจนเบื่อแล้ว 

พ่อหนุ่มของเราเริ่มจะซุกซนเที่ยวลงไปสำรวจใต้ถุนบ้านบ่อยขึ้น

หลายครั้งที่คนบนบ้านมักจะได้ยินเสียง

หมาวิ่งไล่กวดแมวขึ้นมาบ่อย ๆ จนต้องคอยวิ่งดุหมากันเรื่อย ๆ

แต่หลังจากสังเกตกันหลายครั้งแล้ว 

พบว่าหมาแก่ที่บ้าน วิ่งกวดแมวหนุ่มของเราไม่ทันแน่นอนค่ะ

หลัง ๆ มานี้ก็เลยไม่ค่อยกังวลใจมากนัก 

แต่วันหนึ่งก็ได้เห็นภาพนี้เกิดขึ้นค่ะ




คงกำลังจวนตัวกันจริง ๆ

ไอ้แมวเด็กใหม่ก็เลยต้องย่องอย่างเคารพให้กับหมาแก่เจ้าถิ่น

ซึ่งดีที่หมาแก่ของเราก็ค่อนข้างเชื่อฟังกันดี

ก็เลยยอมปล่อยให้ไอ้หนุ่มผ่านขึ้นบ้านไปเฉย ๆ

แต่แมวหนุ่มของเราก็ยังไม่เข็ดนะคะ 

หรือว่าจริง ๆ อยากได้หมาเป็นเพื่อนเล่นก็ไม่รู้

หลายครั้งก็ยังได้เห็นไอ้แมวพยายามไปป้วนเปี้ยนแถวเจ้าถิ่น

อย่างไม่ค่อยกลัวเกรงนัก 




จนทุกวันนี้เด็กใหม่ลงไปเดินเล่นข้างล่างได้ตามใจชอบเลยค่ะ

แล้วเหมือนหมาแก่ก็คงจะเบื่อที่จะวิ่งไล่กวดแล้ว

เดี๋ยวนี้นาน ๆ ครั้งถึงจะได้ยินเสียงวิ่งกวดกันสักทีหนึ่ง

ส่วนมากจะเห็นแต่หมาแก่นอนมองนิดหน่อย

แล้วก็นอนต่ออย่างไม่สนใจเท่าไหร่นัก

แล้วเจ้าแมวของเราก็ครองพื้นที่ทั้งบนหลังคา บนบ้าน

 และข้างล่างอย่างสบายใจ (ยึดครองได้สำเร็จ)








Create Date : 10 กรกฎาคม 2555
Last Update : 11 กรกฎาคม 2555 0:07:06 น.
Counter : 281 Pageviews.

0 comment
วันแม่ตอนเด็ก ๆ

เพราะรู้ว่าแม่รัก แจ้งประจักษ์จิตอาทร

ห่วงใยไม่แคลนคลอน รักลูกดั่งดวงชีวัน

เมื่อแรกที่ลูกเกิด ถือกำเนิดขึ้นในครรภ์

แม่รักแม่สร้างสรรค์ สิ่งดีงามให้ทันที



กลอนข้างต้นไม่ใช่กลอนที่ฉันแต่งเองหรอกนะคะ

จำไม่ได้เหมือนกันว่าไปคัดลอกมาจากที่ไหน (แป่ว!)

รู้แต่ว่าไปหากลอนนี้มาสมัยตอนอยู่ชั้นประถม

เพื่อจะเขียนลงการ์ดที่ทำให้แม่ในวันแม่แห่งชาติปีนั้น

(แล้วก็จำได้มาจนถึงทุกวันนี้)

ซึ่งจริง ๆ ถ้าจะเรียกให้ถูกต้องแล้ว 

จะต้องเรียกว่า กาพย์ยานี ๑๑ ค่ะ

(หน้าห้า หลังหก ท่องมาแต่เด็ก)



นึกถึงช่วงเด็ก ๆ แล้วก็อดขำตัวเองไม่ได้นะคะ

สมัยเด็ก ๆ นอกจากจะทำการ์ดและเอาดอกมะลิมาไหว้แม่แล้ว

จำได้ว่าฉันยังเคยทำบัตรของขวัญแบบเด็ก ๆ ให้แม่อีกด้วย



บัตรนี้เรียกว่า “บัตรใช้ได้ตามใจชอบ”

ฉันได้ความคิดนี้มาจากการ์ตูนโดเรมอนที่ชอบดูตอนเด็ก ๆ ค่ะ

เพราะว่าตอนเด็ก ๆ ฉันเป็นเด็กที่ขี้เกียจ

ไม่ค่อยชอบทำงานบ้านตามหน้าที่สักเท่าไหร่

แม่ก็มักจะบ่นฉันเสมอ พอถึงวันสำคัญอย่างวันแม่

ฉันก็เลยอยากจะเอาใจแม่บ้าง

ก็เลยเอาเศษกระดาษเหลือใช้ที่แม่ตัดเป็นแผ่นยาว ๆ ไว้ให้ทดเลข

เอามาเขียนเป็น บัตรใช้ได้ตามใจชอบ ขึ้นมา



ในแต่ละแผ่นก็จะมีรายละเอียดการใช้งานที่แตกต่างกัน อย่างเช่น

บัตรนวดฟรี บัตรถอนผมหงอกฟรี บัตรทิ้งขยะ บัตรกวาดบ้าน เป็นต้น

ซึ่งแต่ละบัตรก็จะมีประมาณ 5-6 ใบ

โดยทุกบัตรจะมีลายเซนต์ของฉันกำกับทุกใบ 

(คงกลัวแม่ปลอมแปลง)

และหลังบัตรทุกใบจะมีหมายเหตุหลังบัตรกำกับไว้อย่างชัดเจน

อย่างเช่น บัตรนวดฟรีนี่ก็กำหนดเอาไว้ด้วยว่า

นวดให้สูงสุดแค่ 15 นาที/1 ใบ

หรืออย่างถอนผมหงอกก็บอกไว้ด้วยว่าสูงสุดกี่เส้น 

(จำไม่ได้แล้ว)



จำได้แต่ว่าฉัน (ในตอนนั้น) รู้สึกภูมิใจในบัตรของขวัญนี้้มา

ถึงขนาดต้องมีพิธีก่อนการให้การ์ดกับบัตรด้วย

โดยนำริบบิ้นมาผูกกั้นหน้าห้องนอน เอาไว้ให้แม่ตัดเปิดงาน

จากนั้นฉันก็เป่าขลุ่ยเพลงมหาฤกษ์ มหาชัยเปิดงาน

(สมัยนั้นเริ่มเรียนเป่าขลุ่ยใหม่ ๆ ค่ะ 

ไม่รู้แม่ฟังออกหรือเปล่าว่าเป่าเพลงอะไร)

จำไม่ได้เหมือนกันว่าแม่รู้สึกยังไงกับของขวัญและพิธีที่ฉันทำให้

แต่พอนึกถึงทีไรก็ยังตลกตัวเองทุกครั้งไป



แล้วเพื่อน ๆ ล่ะคะ แต่ละคนเคยให้ของขวัญ

หรือทำอะไรให้กับคุณแม่กันบ้าง

ส่วนฉันเอง ปีนี้ก็คงจะหาเมนูอาหารอร่อย ๆ สักอย่าง

ทำกินกันที่บ้านแล้วบอกรักแม่ค่ะ^^




Create Date : 10 กรกฎาคม 2555
Last Update : 10 กรกฎาคม 2555 23:26:57 น.
Counter : 1451 Pageviews.

3 comment

The Wheel of Fortune
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]