More Than I can Say
Group Blog
 
All Blogs
 

คำพูดของพ่อ

พ่อของผมไม่สบายมาก หกล้มในขณะที่กำลังซ่อมจักรยานให้หลาน
พ่อไม่สามารถเดินและช่วยตัวเองได้ ตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา
ตอนนั้นผมทำงานอยู่กรุงเทพ
ผมกลับบ้านพาพ่อไปหาหมอ ทั้งแผนปัจจุบันและแผนโบราณแต่ไม่หาย
และต่อมาพ่อก็ลิ้นแข็งแล้วพ่อก็ไม่พูดอีกเลย แต่พ่อยังเข้าใจที่ผมพูด รวมถึงสามารถตอบรับหรือปฏิเสธด้วยการพยักหน้าหรือส่ายหน้าได้
ที่บ้านอยู่ใกล้คลอง ตอนที่พ่อแข็งแรงเวลาไปอาบน้ำที่คลองข้างบ้านตอนเย็น พ่อจะลงข่ายทิ้งไว้
ตอนเช้าถึงแม้จะหนาวเราจะมีปลากินกันตลอด
ตัวเล็กทอด ตัวใหญ่แม่จะต้มกับน้ำปลาร้าแล้วเอามาตำน้ำพริก
น้ำพริกปลาร้าจึงเป็นอาหารคู่บ้านมาตั้งแต่เกิด
ตอนนี้พ่อป่วยเลยไม่ได้กินกันอีก
วันผมจะกลับกรุงเทพมาถึง
ผมซื้อส้มเขียวหวานมาที่บ้าน แกะกินแล้วรสชาดหวานอมเปรี้ยวอร่อยมาก
ก็เลยคั้นเป็นน้ำส้มให้พ่อ ก็คั้นรวดเดียวทั้งถุงเลย กะว่าถ้าพ่ออยากกินจะได้ไม่ต้องคั้นบ่อยๆ
ได้น้ำส้มสองแก้ว
แก้วแรกพ่อกินหมด เลยบอกพ่อว่ายังมีอีกนะพ่อจะกินอีกไม๊
พ่อพยักหน้า และแก้วที่สองก็หมดอีก
โถพ่อครับ นี่พ่อคงหิวน้ำ แต่ด้วยความที่พูดไม่ได้เลยไม่มีใครหาให้กิน
แล้วนี่พ่อหิวมานานเท่าไหร่แล้วล่ะนี่
ผมเข้าไปลาพ่อกับแม่เพื่อที่จะกลับกรุงเทพ
แม่ประคองพ่ออยู่ในท่าเอนหลังผมไหว้แม่ แม่ก็อวยพรให้
หันไปไหว้พ่อบ้าง
เงียบ
ผมเลยพูดเล่นๆกับพ่อว่า พ่อ..ผมจะกลับกรุงเทพแล้วนะ อยากไห้พ่ออวยพรให้หน่อย
รู้ทั้งรู้ ว่าพ่อพูดไม่ได้ ผมก็ยิ้มๆไม่ได้คาดหวังอะไรนัก เป็นการพูดเล่นกับพ่อมากกว่า
มองเห็นเหมือนพ่อกำลังกลืนน้ำด้วยความลำบาก
และสิ่งที่พ่อพยายามพูดอยู่ตอนนั้น
พ่อพุดว่า "โชคดีนะลูก"
มันไม่ชัดหรอก แต่มันกินใจคนฟังอย่างผมเหลือเกิน
เพราะว่าพ่อไม่ค่อยสบาย เสียงที่พ่อพูดจึงไม่ดังมาก
แต่มันก็ดังมาจนกระทั่งถึงวันนี้
ตอนนี้พ่อไปสบายอยู่บนสวรรค์ชั้นฟ้าแล้ว ผมอยากจะบอกให้พ่อรู้เหลือเกินว่า

คำพูดของพ่อวันนั้น
มันเพราะมาก




 

Create Date : 23 ธันวาคม 2555    
Last Update : 23 ธันวาคม 2555 15:32:05 น.
Counter : 338 Pageviews.  

เขียนให้ลูกอ่าน


เขียนให้ลูกอ่าน

ฝ่ามือพ่อ เห็นแต่ภาพ ความหยาบกร้าน
เพราะสู้งาน หนักเบา เอาทุกที่
ด้วยความหวัง ที่ยังไกล อีกหลายปี
อยากเห็นลูก ในวิถี ที่ยาวไกล
เจ้าจะอยู่ ได้อย่างดี ถ้ามีพ่อ
พ่อไม่ท้อ พ่อยังอยู่ พ่อสู้ใหว
มือพ่อแข็ง แรงพ่อดี พ่อมีไฟ
ทั้วร่างกาย และจิตใจ สบายดี
จะส่งลูก คนหนึ่ง ให้ถึงฝั่ง
พ่อจะเป็น แนวหลัง อยู่ฝั่งนี้
จะผลักดัน ด้วยกำลัง ที่ยังมี
ให้ลูกนี้ ไปจนถึง ซึ่งปลายทาง
สัญญานี้ คอยเตือนใจ ให้สู้ต่อ
ไม่ย่อท้อ ทรหด ไม่หมดหวัง
การศึกษา อ่านและท่อง ต้องใช้ตังค์
เป็นความหวัง สานฝัน ให้มั่นคง
ประคองตน ให้มั่น อย่าหวั่นใหว
สิ่งแวดล้อม รอบกาย อย่าไหลหลง
มีสติ คิดอ่าน อย่างบรรจง
ให้ซื่อตรง ทำให้ถูก อย่างลูกคน




 

Create Date : 16 มกราคม 2555    
Last Update : 16 มกราคม 2555 20:39:42 น.
Counter : 189 Pageviews.  

กาแฟใส่เกลือ อ่านแล้วได้คำตอบเหมือนผมหรือเปล่า

เขาเจอเธอในงานเลี้ยงแห่งนึง เธอดูโดดเด่นมาก และมีคนมากมายรุมล้อมเธอ ในขณะที่เขาดูเป็นผู้ชายธรรมดาคนนึง ไม่มีใครใส่ใจเขาเลย

และหลังงานเลี้ยงเลิก เขาได้มีโอกาสชวนเธอไปทานกาแฟต่อ เธอประหลาดใจมาก แต่ท่าทีที่สุภาพของเขา ทำให้เธอตอบตกลง

พวกเขานั่งในร้านกาแฟดีๆแห่งนึง เขาดูประหม่าจนพูดอะไรไม่ออก เธอรู้สึกอึดอัดมาก จนคิดในใจว่า
ได้โปรดให้ฉันกลับบ้านเหอะ

แต่ทันใดนั้น.....

เขาถามบ๋อยว่า ขอเกลือป่นได้ไหม อยากเอามาใส่ในกาแฟ ทุกคนในร้านหันมาจ้องเขาด้วยความประหลาดใจ
เขาอายจนต้องก้มหน้า แต่ก็ยังเติมเกลือลงในกาแฟ และก็ดื่มมันเสียด้วย

ทำให้เธอต้องถามเขาอย่างอดไม่ได้ว่า เขาตอบว่าทำไมชอบกาแฟรสชาติแบบนี้ เขาตอบว่า เมื่อเขายังเด็ก
บ้านเกิดเขาอยู่ริมทะเล เขาเป็นลูกน้ำเค็ม เล่นกับทะเลทุกวัน เคยชินกับรสเค็มของเกลือ เหมือนกับรสชาติของกาแฟเค็ม เพราะฉะนั้นเมื่อทุกครั้งที่เขาได้ลิ้มรสกาแฟเค็มๆ เขาก็จะคิดถึงวัยเด็ก คิดถึงบ้านเกิด
เขาคิดถึงพ่อแม่ทียังอยู่ที่นั่น

เขาเล่าไปก็น้ำตาไหลอาบแก้ม เธอรู้สึกสงสารเขาจับใจ นั่นเป็นความในใจลึกๆของเขา ผู้ชายคนไหนที่กล้าบอกว่าเขาคิดถึงบ้าน แสดงว่าเขาต้องรักครอบครัวอย่างมาก และมีความรับผิดชอบต่อครอบครัว
ดังนั้นเธอก็เริ่มประทับใจในตัวเขา เริ่มชวนเขาคุย เล่าถึงบ้านเกิดของเธอบ้าง ชีวิตในวัยเด็ก ครอบครัวของเธอ เธอกับเขาคุยกันถูกคอมากขึ้นเรื่อยๆ และจากการเริ่มต้นที่ดี ทำให้เขากับเธอคืบหน้าความสัมพันธ์ต่อไป

จนทีสุด เธอก็ค้นพบว่า เขาคือผู้ชายแบบที่เธอต้องการอย่างแท้จริง เขาใจกว้าง อ่อนโยน อบอุ่น และดูแลเป็นอย่างดี เขาเป็นผู้ชายที่สมบูรณ์แบบ แต่เธอเกือบจะมองข้ามเขาไป! ต้องขอบคุณกาแฟแก้วนั้น
และชีวิตรักที่สวยงามเช่นนี้ ก็เหมือนดังเรื่องทั่วไป เมื่อเธอตกลงใจแต่งงานกับเขา
โดยทุกๆครั้งที่เธอชงกาแฟให้กับเขา เธอต้องใส่เกลือลงไปในกาแฟให้ทุกครั้งไป เธอรู้ว่านี่เป็นกาแฟที่เขาชอบมากที่สุด

หลังจากนั้นอีกสี่สิบปี เขาก็จากเธอไป ทิ้งจดหมายไว้ให้เธอฉบับนึง ข้างในมีใจความว่า

" ที่รัก อภัยให้ผมด้วย ที่ต้องโกหกคุณชั่วชีวิต มีเรื่องเดียวเท่านั้นที่ผมโกหกคุณ เรื่องกาแฟเค็มนั่น
จำวันแรกที่เรามีนัดกันได้ไหม ผมประหม่ามากในตอนนั้น จริงๆแล้วผมต้องการน้ำตาล แต่ผมพูดผิดเป็นขอเกลือ ซึ่งมันยากที่จะกลับคำในตอนนั้น ผมจึงต้องปล่อยมันไป ซึ่งผมไม่คิดว่า นั่นจะทำให้เราได้เริ่มต้นการพูดคุยกัน ผมพยายามที่จะสารภาพกับคุณหลายต่อหลายครั้ง แต่ผมก็ไม่กล้าที่จะสารภาพออกไป
ทำให้ผมสัญญากับตัวเองว่า จะไม่โกหกอะไรคุณอีกแม้แต่ครั้งเดียว ตอนนี้ผมจากไปแล้ว ผมไม่ต้องหวาดกลัวอะไรอีก ดังนั้นจึงเล่าความจริงในจดหมายฉบับนี้
แท้จริงแล้วผมไม่ได้ชอบทานกาแฟรสเค็มเลยแม้แต่น้อย มันรสชาติค่อนข้างแย่ทีเดียว แต่ว่าผมทานมันตลอดทั้งชีวิตตั้งแต่ได้รู้จักคุณ ผมไม่เคยนึกเสียใจในสิ่งที่ทำเพื่อคุณเลย การได้พบคุณเป็นความสุขอันยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดชีวิตของผม ถ้าผมได้มีโอกาสมีชีวิตอีกครั้ง ผมก็ยังอยากจะได้พบคุณ และมีคุณเป็นภรรยาผมอีกครั้งเช่นกัน
แม้ว่าผมจะต้องดื่มกาแฟรสเค็มอีกตลอดชีวิตก็ตาม! "

น้ำตาของเธอหยดใส่กระดาษจดหมายจนเปียกชุ่ม และหลังจากนั้น หากมีใครถามเธอ กาแฟเติมเกลือรสชาติเป็นเช่นไร เธอก็จะตอบเสมอว่า
" มันหวาน "




 

Create Date : 24 ธันวาคม 2553    
Last Update : 24 ธันวาคม 2553 20:06:44 น.
Counter : 139 Pageviews.  

ปาฏิหารย์

เมื่อได้ยินคุณพ่อคุณแม่คุยกันเรื่อง

แอนดรูว์น้องชายของ เทสส์ในวัย 8 ขวบ

ก็รับรู้ว่าแอนดรูว์กำลังป่วยมาก

และทั้งพ่อแม่ก็ไม่มีเงินเหลือติดตัวเลย

แถมเดือนหน้ายังจะต้องโดนย้ายไปอยู่อพาร์ทเม้นท์

เพราะพ่อหมดปัญญาที่จะหาเงินมาจ่ายค่าหมอและค่าเช่าบ้านนี้

หนทางเดียวที่จะช่วยชีวิตแอนดรูว์ได้ก็คือ

การผ่าตัดซึ่งต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูงมาก

และดูเหมือนว่าจะไม่มีใคร

จะมาหยิบยื่นอะไรให้แก่ครอบ ครัวนี้เลย

แต่เทสส์ก็แอบได้ยินพ่อกระซิบกับแม่ที่มีน้ำตานองว่า

"ในตอนนี้...คงมีเพียงปาฏิหาริย์เท่านั้นที่จะช่วยแอนดรูว์ได้"

เทสส์จึงตรงไปยังห้องนอนของเธอและหยิบขวดโหลเจลลี่ที่ซ่อนเอาไว้ในตู้

แล้วแม่หนูก็เทเศษสตางค์ทั้งหมดลงบนพื้นห้อง ค่อยๆ

นับ...ถึง 3 ครั้ง

ก็ได้จำนวนเท่าเดิมแล้วบรรจงเก็บใส่

ขวดโหลและปิดฝาตามเดิม

เธอผลุบผลันวิ่งไปไกลถึง 6 บล็อกเพื่อไปยังร้านขายยา

ที่มีสัญลักษณ์รูปหัวหน้าอินเดียนแดงติดอยู่บนประตูทางเข้า



เทสส์นั่งรอเภสัชกรอย่างอดทนแต่เขาช่างดูยุ่งเสียเหลือเกิน

เธอจึงขยี้เท้าไปมาแต่เสียงนั้นก็ไม่ช่วยอะไรเธอเลย

ลองกระแอมดู แต่ก็ไร้ผลเช่นเคย

ในที่สุดเธอก็เอาเหรียญ 25 เซนต์ออกมาจากขวดโหล

แล้วเคาะกับเคาน์เตอร์กระจก...

ได้การล่ะ.. เภสัชกรหันมาถามด้วยเสียงรำคาญๆ ว่า

"หนูจะเอาอะไรเหรอ

ฉันกำลังคุยกับน้องชายที่เพิ่งมาจากชิคาโก

เราไม่ได้เจอกันมาหลายปีแล้ว"

เขาพูดต่อโดยมิทันที่จะรอคำตอบจากหนูน้อย

"ค่ะ.. หนูอยากจะคุยเรื่องน้องชายของหนู"

เทสส์ตอบด้วยเสียงเนือยพอกัน

"เขาป่วยหนักมากหนูเลยอยากจะมาขอซื้อปาฏิหาริย์"

"อะไรนะ" เภสัชกรถามขึ้น

"เขาชื่อแอนดรูว์ค่ะ

หนูรู้แต่ว่าเขามีอะไรก็ไม่รู้อยู่ในหัวใจ

ได้ยินพ่อพูดว่า

มีเพียงปฏิหาริย์เท่านั้นที่จะช่วยชีวิตเขาได้

เจ้าปาฏิหาริย์นี้ราคาเท่าไรค่ะ"

"หนู ..เราไม่ได้ขายปาฏิหาริย์หรอก ขอโทษนะฉันช่วยเธอไม่ได้หรอก"

เภสัชกรคนเดิมตอบเสียงนุ่มขึ้น

"แต่หนูมีเงินจ่ายนะคะ ถึงมันจะไม่พอ

แต่หนูจะเอาที่เหลือมาให้อีก

เพียงแต่ช่วยบอกหนูหน่อยเถอะว่า ราคาเท่าไร"

น้องชายของเภสัชกรผู้แต่งตัวภูมิฐานที่นั่งฟังมาโดยตลอดก้มลงถามแม่หนูว่า

"น้องชายของหนูอยากได้ปาฏิหาริย์แบบไหนเหรอ"

"หนูไม่ทราบค่ะ" ถึงตอนนี้น้ำตาเธอเริ่มเอ่อแล้ว

"หนูรู้แต่ว่า เขาป่วยหนักมาก แม่บอกว่า

เขาต้องได้รับการผ่าตัดแต่พ่อไม่มีเงินจ่ายค่าหมอ

หนูก็เลยอยากใช้เงินของหนูเองค่ะ"

"แล้วหนูมีอยู่เท่าไรล่ะ" ชายจากชิคาโกถามต่อ

"1 ดอลลาร์ กับ 11 เซนต์ค่ะ" เทสส์ตอบอย่างไม่เต็มเสียง

"มันเป็นเงินเก็บทั้งหมดที่หนูมีอยู่..แต่หนูจะหามาอีกถ้าเกิดจะต้องใช้มากกว่านั้น"

"อืมม.. ช่างบังเอิญแท้ๆ" ชายผู้นั้นยิ้ม

"1 ดอลลาร์ 11เซนต์ ช่างพอเหมาะพอเจาะกับราคาของปาฏิหาริย์เสียจริง "

เขากำเงินจำนวนนั้นในมือหนึ่ง

อีกมือหนึ่งฉวยถุงมือของแม่หนูพร้อมกับบอกว่า

"เอาละพาฉันไปที่บ้านหน่อย ฉันอยากพบพ่อแม่ของหนู

เราจะมาดูกันว่าฉันจะมีปาฏิหาริย์อย่างที่หนูต้องการหรือเปล่า"

ที่แท้ชายภูมิฐานผู้นั้นคือ คุณหมอคาร์ลตัน อาร์มสตรอง

ศัลยประสาทแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

การผ่าตัดเสร็จสมบูรณ์โดยไม่ได้ใช้เงินเลยสักแดง

แอนดรูว์สามารถกลับบ้านได้ภายในเวลาไม่นานนัก

ทั้งยังมีสุขภาพแข็งแรงดี

พ่อกับแม่ดูมีความสุขมากที่ได้คุยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้

"การผ่าตัดนี้..เป็นเหมือนดังปาฏิหาริย์

ฉันสงสัยจังว่ามันน่าจะต้องใช้เงินสักเท่าไรนะ" แม่พูดกับตัวเอง

เทสส์ยิ้ม เธอเพียงคนเดียวเท่านั้นที่รู้ว่า

ปาฏิหาริย์นี้มีมูลค่าเท่าไร.. 1 ดอลลาร์ 11 เซนต์..

บวกกับความศรัทธา ของเด็กน้อยคนหนึ่ง

ปาฏิหาริย์มิใช่สิ่งที่เกิดขึ้นภายใต้กฎธรรมชาติ

หากอยู่เหนือกฎธรรมชาติ




 

Create Date : 24 ธันวาคม 2553    
Last Update : 24 ธันวาคม 2553 19:54:50 น.
Counter : 117 Pageviews.  

เหตุเกิดในร้านกาแฟ

ในร้านกาแฟเล็กๆแห่งหนึ่ง มีแขวนกระดิ่งเล็กๆไว้ที่ประตูร้าน ทุกครั้งที่มีแขกเข้าร้าน ก็จะทำให้กระดิ่งนั้นส่งเสียง

ดัง `Ding Ding` วันหนึ่ง มีผู้ชายคนหนึ่งอายุประมาณ 30 กว่าปี เข้ามาในร้านกาแฟ เจ้าของร้านสาวสวยก็

รีบออกมา ต้อนรับให้เขานั่งด้านใน “กาแฟแก้วนึงครับ" "ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ" เจ้าของร้านสาวพูดพลางยิ้มให้

อย่างมีมารยาท แล้วก็ไปบดเม็ดกาแฟและตั้งกาต้มกาแฟ ชายหนุ่มนั่งมองหญิงสาวอยู่ตลอด ไม่นานนัก เจ้าของ

ร้านสาวก็นำกาแฟมาเสิรฟให้ที่โต๊ะ ชายหนุ่ม “ขอบคุณครับ“ คุณเพิ่งมาเป็นครั้งแรกใช่ไหม? รู้สึกว่าที่นี่เป็นอย่าง

ไรบ้างคะ? เจ้าของร้านสาวถาม “ใช่ครับ ผมรู้สึกว่าที่นี่บรรยากาศดีมากๆเลยครับ“ฉันก็ชอบบรรยากาศของร้านนี้

มากเหมือนกัน ถึงแม้ว่ากิจการร้านนี้ไม่ค่อยดีนัก ฉันกับสามีก็เสียดายไม่อยากจะปิดร้านทิ้ง ทั้งคู่เงียบไปสักพัก

“ผมขอถามอะไรคุณบางอย่างได้ไหมครับ? เอ่อ... ก่อนที่จะถามคุณ ผมอยากจะเล่าเรื่องเรื่องหนึ่งให้คุณฟังก่อน

ชายหนุ่มพูดถามขึ้นมา “ได้ค่ะ คุณพูดมาได้เลย เจ้าของร้านสาวก็สนใจที่จะฟัง ชายหนุ่มก็เล่าเรื่องเรื่องหนึ่งซึ่ง

ผ่านมานานมากแล้ว “เมื่อก่อนผมมีแฟนคนหนึ่ง เราสองคนก็ตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในอนาคตแล้ว ความ

รักของเรา สองคนนั้นถึงแม้จะธรรมดา แต่แค่นี้ผมก็พอใจแล้ว เพราะผมรักเธอมาก เพียงแค่มีเธออยู่ข้างๆผมก็มี

ความสุขมากแล้ว แต่ทว่า ความสุขอันนี้มันช่างสั้นนัก หลังจากนั้นก็มีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้น ก่อนหน้าพิธีหมั้นของเรา

สองคนหนึ่งเดือน คืนนั้นผมมีธุระต้องทำ จึงไม่สามารถไปส่งเธอกลับบ้านได้ ในคืนนั้น เธอโดนคนร้ายรุม

ข่มขืน...“แล้วหลังจากนั้นเป็นอย่างไรคะ? ความรู้สึกของคุณที่มีต่อเธอเปลี่ยนไปหรือ? เจ้าของร้านสาวถามด้วย

ความสงสาร “ถึงแม้จะมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น ความรักของผมที่มีให้เธอก็คงยังมั่นคง มิได้แปรเปลี่ยนเลยสักนิด ผมก็

ตั้งใจจะจัดพิธีหมั้นขึ้นตามเดิม แต่.. เธอคิดไม่ตก เธอเชื่อว่าเธอไม่ได้เป็นเธอคนเดิมแล้ว ในวันหมั้นของเราสอง

คนวันนั้น เธอผูกคอตาย โชคยังดีที่ว่าพวกเราพบเธอได้เร็ว ช่วยชีวิตเธอไว้ไดEแต่เพราะว่าสมองขาดอ็อกซิเจ็น

นานเกินไป ทำให้ เธออยู่ในสภาพไม่มีความรู้สึกตัว และอาจจะไม่ฟื้นขึ้นมาเลยก็ได้.. สุดท้าย เธอก็ฟื้นขึ้นมา

เมื่อผมรู้ว่าเธอฟื้นขึ้นมาแล้วก็รีบไปหาเธอ แต่พ่อแม่เธอขวางกั้นผมไว้ไม่ให้ไปพบเธอ พวกเขาคุกเข่าลงมาขอร้อง

ผม พูดว่า ลูกสาวเขาตื่นกลัวกับเหตุการณ์เกิดขึ้นกับตัวเธอมาก ตอนนี้ กลายเป็นว่าความทรงจำบางส่วนได้หายไป
หมอบอกว่าเมื่อคนโดนกระตุ้นจิคใจอย่างแรง ก็อาจจะเลือกที่จะหลบหลีกความทางจำอันนั้นโดยการฝังลึกไว้ใน

ใจตัวเอง ไม่ต้องการที่จะจำเรื่องเลวร้ายนั้นอีก เธอลืมหมดทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับเขาด้วย พ่อแม่เธอขอร้องให้

ผมอย่าเพิ่งไปพบเธอสักพัก เขาไม่ต้องการให้เธอนึกถึงเรื่องน่าเศร้านั้นอีก เพราะกลัวว่าเธอจะฆ่าตัวตายอีก ผมให้

สัญญากับพ่อแม่ของเธอไว้ว่าจะไม่ไปพบเธอก่อนจะครบสิบปี ถึงแม้จะบังเอิญเจอกันในที่อื่น ก็จะทำเป็นไม่รู้จัก

ไม่ทักทายกันเด็ดขาด ช่วงเวลานั้นมันช่างทรมานยิ่งนัก อยากรักเธอ แต่ไม่อาจทำได้ อยากจะพบหน้าเธอ แต่ก็

ไปพบไม่ได้ วันนี้ เป็นวันครบสิบปีนั้นแล้ว “ขอแสดงความยินดีให้ด้วยค่ะ คุณรอคอยมาสิบปีแล้ว ในที่สุดวันนี้ก็

สามารถไปพบเธอได้แล้ว “ใช่ครับ แต่ .. ยิ่งใกล้ถึงเวลานี้ ผมก็ยิ่งกลัว สิบปีที่ผ่านมานี้ ความรักผมนั้นยังไม่

เปลี่ยน แต่ตัวเธอล่ะ? ถ้าผมเล่าเรื่องในอดีตให้เธอฟัง เธอก็ยังจำผมไม่ได้ แล้วผมจะทำยังไงดีล่ะ? หรือว่าเธอได้

แต่งงานไปแล้ว ผมควรจะทำเช่นไรดี? เพราะเช่นนี้ ผมอยากจะถามคุณว่า คุณคิดอย่างไร? ถ้าแฟนผมคนนี้แต่ง

งานไปแล้ว ผมควรจะบอกให้เธอ ได้รับรู้เรื่องนี้มั้ย?เจ้าของร้านสาวก็พูดอย่างจริงใจว่า “ถ้าสมมุติว่าเธอมีแฟนแล้ว
ก็ไม่เป็นไร เพราะทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้แต่งงานกัน คุณยังมีโอกาศ แต่ถ้าเธอคนนั้นได้แต่งงานมีครอบครัวไปแล้ว

คุณก็ไม่ควรไปทำลายครอบครัวเขาชายหนุ่มได้รับฟังแล้ว ก็แค่ตอบสั้นๆด้วยความผิดหวัง... “นั่น

สินะ...`Ding Ding` พอดีเวลานี้ก็มีแขกคนอื่นเข้ามาในร้าน เจ้าของร้านสาวก็พูดกับชายหนุ่มว่า “ฉันต้องไป

ต้อนรับแขกแล้ว เชิญตามสบายนะคะ เธอเดินออกไปได้สองก้าว ก็หันกลับมาถามเขาว่า “จริงสิ คุณเพิ่งมาที่นี่เป็น

ครั้งแรก ยังไม่ค่อยสนิทกับฉันมากนัก ทำไมถึงเล่าเรื่องนี้ให้ฉันฟังล่ะคะ? “เพราะว่า เธอคนนั้นเคยพูดเอาไว้ว่า

หลังแต่งงานแล้ว เธออยากจะเปิดร้านกาแฟเล็กๆอย่างนี้เหมือนกัน ชายหนุ่มคิดสักครู่ถึงตอบออกมา “อย่างนี้เอง

หรือคะพูดจบเธอก็หันหลังกลับเดินไปต้อนรับแขกที่เข้ามาใหม่ ชายหนุ่มมองตามร่างของเจ้าของร้านสาวนั้น


น้ำตาเขาค่อยๆหยาดไหลออกมา เขาตัดสินใจไม่บอกเธอว่า แท้จริงแล้วเขามาที่ร้านนี้เพื่ออะไร แฟนของเขาคน

นั้น อยู่ใกล้แค่เอื้อม แต่ความสัมพันธ์ะหว่างเขาและเธอนั้นมันช่างไกลยิ่งนัก

...กาแฟในแก้วนั้น ก็ไม่รู้เย็นลงตั้งแต่เมื่อไหร่ ....




 

Create Date : 24 ธันวาคม 2553    
Last Update : 24 ธันวาคม 2553 19:53:24 น.
Counter : 164 Pageviews.  

1  2  3  

Muhin
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Muhin's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.