<<
มิถุนายน 2549
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
1 มิถุนายน 2549

จดหมายเก่าๆ ไปนิวออร์ลีนส์มา

กำลังจัดการเอกสารที่มันกระจัดกระจายในคอมพิวเตอร์ ไปเจอจดหมายเก่าๆ ที่เคยเขียนเล่าเรื่องไปสัมมนาเมื่อปีก่อนที่นิวออร์ลีนส์ ก่อนเฮอริเคนคาทรีน่าจะซัดเสียไม่เหลือ เดือนนี้ที่ฟอริด้าเริ่ม huricane season แล้ว

หวัดดีค่า
ไปสัมมนาที่นิวออร์ลีนส์มา สนุกและน่าเบื่อไปพร้อมๆ กัน ไปคราวนี้ไปสี่วัน ทางทุนออกค่าใช้จ่ายให้หมด บินไปใช้เวลาห้าชั่วโมง ถ้าขับรถไปก็พอๆ กัน เพราะเมืองที่อยู่ไม่มีสายการบินบินตรงเข้าไปนิวออร์ลีน ต้องไปอ้อมที่อื่นและเสียเวลารอต่อเครื่องประมาณชั่วโมงสองชั่วโมง บินจริงแค่สองสามชั่วโมงเอง

สัมมนาครั้งนี้เขาจัดให้นักเรียนทุนที่เพิ่งมาถึงปีแรกมีโอกาสไปแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและมีประสบการณ์กับสังคมอเมริกัน

Free Image Hosting by FreeImageHosting.net
ถนนแถวที่พัก


คนร่วมสัมมนาตั้ง 140 คนมาจาก 70 ประเทศทั่วโลก ทั้งเอเชีย ยุโรป อัฟริกา อเมริกาใต้ อเมริกัน สนุกดีตรงที่ต้องปรับหูกับคนสำเนียงกว่า เจ็ดสิบชาติซึ่งก็รวมตัวเอง เข้าไปด้วย

แต่ส่วนใหญ่ทุกคนภาษาอังกฤษค่อนข้างดีถึงดีมาก ก็เลยไม่ค่อย ลำบากเวลาฟัง แต่ต้องคุ้นสำเนียงชาติเขาให้ได้

เช่น คนทางเอเชียใต้ก็รัวลิ้น ปานกลางค่อนไปทางมาก ทางยุโรปอย่างฝรั่งเศส เยอรมัน หรือยุโรปตะวันออก นี่ก็พอไหว หรือถ้าเจอพี่เขมรนี่ก็ เอ็ดดูเคชั่น เป็นเอดดูเคสั้นไปซะ ก็สนุกดี

ส่วนพี่ไทยอย่างเราก็ภาษาแบบไทยๆ พูดๆ พ่นๆ แกรมม่าผิดๆ ถูกๆ เอาเป็นว่า สื่อสารได้พอเป็นสาระให้หัวเราะกันเป็นครั้งเป็นคราวยามอธิบายเรื่องบ้านเราบ้านเขา

อ้อ! มีนักเรียนไทยสองคน น้องอีกคนเป็นเด็กเรียนโปรแกรมอินเตอร์ตอนปริญญาตรี ภาษาอังกฤษดีมากๆ ส่วนอิฉันก็ห่วยเหมือนเดิมฮ่า!

คนอัฟริกานี่มีแต่ผู้ชายมาแหะ แถมพูดมาก พ่นมาก ได้สาระบ้าง แต่บางทีก็ มากไปจนน่ารำคาญในหลายๆ ครั้ง แต่สังคมเขายังไม่เปิดมาก ผู้หญิงก็เลยไม่ได้ โอกาสทางการศึกษาเหมือนผู้ชาย

ไม่เหมือนกับทางอาหรับ สาวๆ มาทั้งนั้น อย่าง ซีเรีย อิรัก ก็เป็นผู้หญิง เพิ่งรู้ว่าสาวแขกขาวนี่สวยแหะ สาวยุโรป ก็สวยนะ แต่ไม่เหมือนคนแขกขาวชาวอาหรับนั่น เขาสวยคมแบบยุโรปผสมตะวันออก ส่วนหนุ่มๆ แน่นอน หนุ่มอเมริกาใต้กินขาด หนุ่มยุโรปไม่เข้มเท่าง่ะนะ

Free Image Hosting by FreeImageHosting.net

สัมมนาเช้าวันแรกเขาพาไปเยี่ยมโรงเรียนที่นิวออร์ลีน กระจายกันไปโรงเรียนละ ประมาณ ยี่สิบสามสิบคน แล้วก็เป็นกลุ่มย่อยอีกกลุ่มละประมาณหกคน พอดูการเรียน การสอนบางห้องแล้วก็จบด้วยห้องสุดท้ายที่เราจะมีเวลาคนละประมาณห้าหรือสิบนาทีที่จะได้แนะนำประเทศตัวเอง

โอ้โห! ตั้ง 5-10 นาที ทั้งประเทศไทยเนี่ยนะ ตูจะเอา อะไรมาคุยล่ะ

เอ้าคุยกับเด็กก็ต้องคุยเรื่องเด็กล่ะ พอดีห้องที่เจอเป็นวิชา american literature เด็กประมาณซัก ม. 2-3 บ้านเรา อยากรู้อยากเห็นก็เลยคุยเรื่องภาษา บอกเขาว่าเนี่ยภาษาไทยมีตัวอักษรมากกว่าภาษาอังกฤษตั้งหลายเท่าแถมมีวรรณยุกต์ที่สร้างความสับสนอีก อย่างถ้าจะชมสาวๆ เนี่ยต้องบอกว่าสวยนะ ห้ามพูดว่า ซวย จะกลายเป็น bad luck ไม่ใช่ beautiful ก็เฮฮาดี

เด็กๆ มีคำถามว่าเนี่ยประเทศยู เด็กวัยรุ่นเขาฟังเพลงอะไร เราก็อ๋อ คล้ายๆที่นี่ก็มีแรป ฮิปฮอป แถมมีเอมทีวี คล้ายกับพวกยูนั่นแหละ

เฮ้อ! สื่ออเมริกันนี่มันทำให้เด็กแคบจริงๆ นะ เพราะเพื่อนที่ไปด้วยบางคน โดนเด็กถามว่าบ้านเมืองยูมีชอปปิ้งมอลล์หรือเปล่า อ้าว! ไม่ไกลปืนเที่ยง ขนาดนั้นหรอกจ้ะ

ที่น่าสนใจคือคนที่อยู่ในกลุ่มข้าพเจ้าน่ะเป็นสาวอิรัก เด็กสนใจ ถามกันมากๆ ดูเขาก็ชื่นชมอเมริกาดี สงสัย propaganda สำเร็จพอสมควรล่ะ อ้อ เรื่องที่กลุ่มสัมมนาเราไปเยี่ยมโรงเรียนนี่เป็นข่าวขึ้นหน้าแรกในเซ็กชั่น B ของ หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นประจำเมืองเลยนะเนี่ย พอดีเขาได้ภาพสาวอิรักคนนี้แหละ กำลังคุยกับเด็กๆ

ตอนบ่ายก็มีพรีเซ็นเทชั่นว่าไปได้อะไรกันมามั่งก็สนุกดี พอถึงตรงนี้ถึงได้รู้ว่า ทางทุนเขาคัดคนเก่งใช้ได้เลย เพราะตลอดสี่วันจะมีการสลับพรีเซ็นเทชั่น และ ตั้งคำถามเป็นช่วงๆ

ที่เขาบอกว่าความฉลาดและความสามารถของคนสังเกตได้ จากการพูดจานี่ก็จริงแหะ พรีเซ็นกี่ครั้งก็จะมีคนสลับกันขึ้นไปไม่ซ้ำหน้า แถมแต่ละคน พูดจาเฉียบคม มีประเด็นน่าสนใจ มีอารมณ์ขัน สนุกสนานและเคร่งวิชาการมากบ้างน้อยบ้างตามบุคลิกส่วนตัว

ไอ้ประเภทเก้อเขินบิดซ้ายบิดขวาหรือถูกรุนหลังให้ขึ้นนี่ไม่มี แต่ไม่ต้องหวังเด็กเอเชียนะ เป็นธรรมดา ถึงจะเสนอความคิดในกลุ่มย่อย แต่พอถึงเวลา ขึ้นเวทีใหญ่ก็เหนียมไม่ค่อยยอมขึ้นเท่าไหร่ แต่พอไปคุยตัวๆ แต่ละคนนี่ไม่ย่อย สมกับที่เป็นเด็กทุน(ยกเว้นข้าพเจ้าที่มะงุมะงาหราจับสลากมาได้ 5555)

เอ้า เบื่อเรื่องวิชาการหรือยัง เปลี่ยนบรรยากาศมาอ่านเรื่องรอบๆ เมืองดีกว่า นิวออร์ลีนส์เนี่ยเป็นรัฐทางใต้ สำเนียงคนทางเนี้ยก็ต้องใต้ เขาจะไม่เรียกเมืองว่า นิวออร์ลีนส์นะ เขาเรียก นอ-ออร์-ลีนส์

แล้วก็เวลาพูดว่า you all เนี่ย เขาจะพูดว่า yall (ยอล) เช่น เวลคอม-ยอล-ทู-น-ออ-ลีนส ก็คือ welcome you all to New Orleans มีอีกหลายคำ ต้องฟังเอง

แรกๆ ตอนมาฟอริด้าตาเหลือก อยู่เหมือนกัน จำได้ว่าเรียนวิชาสถิติ อาจารย์แกมีสำเนียงใต้ แถมเป็นอาจารย์ผู้ชาย เสียงพูดในลำคออีก

โอ ก๊อด *_* อยากจะบ้า ฟังทีแรก เฮ้ย! พูดอะไรว้า กว่าจะจับคำได้ แถมสอนเรื่องสถิติอีก ไงล่ะ ยากก็ยาก สำเนียงใต้อีก เอื๊อก! แต่ก็พอฟังคุ้นๆ ก็เข้าที่แล้วแหละ อ้าวนอกเรื่อง กลับมาเรื่องเมืองนี้ใหม่

ที่นี่น่ะเขาขึ้นชื่อเป็นเมืองเที่ยว ย่านหลักก็คือ French Quarter แล้วถนนที่ ขึ้นชื่อก็ถนน Borbone คล้ายย่านสีลม ถนนพัฒนพงศ์ บ้านเรานั่นแหละ เทียบง่ายๆ วันแรกไปเดินก็เห็นสถาปัตยกรรมแบบฝรั่งเศส ที่นี่เคยเป็นดินแดนในเขตปกครองของฝรั่งเศสมาก่อน ก่อนที่จะถูกซื้อเข้ามาไว้รวมเป็นประเทศสหรัฐ ก็เลยได้รับอิทธิพลฝรั่งเศสมากโขอยู่ ชื่อถนนนี่มีแต่เป็นภาษาฝรั่งเศส เรียกไม่ถูก แค่ชื่อโรงแรมที่พัก ภาษาไทยเรียก เลอ พาวิลเลียนใช่ใหม่ ที่นี่เขาเรียก เลอ พาวิลิออง

Free Image Hosting
ย่าน French Quarter


ลืมเล่าไป โรงแรมนี่เกือบร้อยปีแล้วนะ (มีมาตั้งแต่ปี 1907) เก่าและคลาสิกมาก แต่ไม่มีนะ ประเภทนอนๆ แล้วรู้สึกว่ามีใครแต่ชุดโบราณเดินไปเดินมา ไม่งั้นคงนอนผวาทั้งคืน

แต่ก็อีกแหละ พอรู้่ว่าโรงแรมเก่าร้อยปี ก่อนนอนอิฉันก็สวดมนต์แผ่เมตตาไปเสียหลายจบ ผีฝรั่งฟังรู้เรื่องมั่งหรือเปล่าไม่รู้ล่ะ

ห้องพักนี่สวยเชียวแหละ คืนแรกโผล่เข้าห้องพัก โอ้โหจัดห้อง จัดเตียงเสียงสวย หมอนวางบนผ้าคลุมเตียงคลาสลิกแบบเก่า มีหมอน ตั้งแปดใบใหญ่เล็ก พอเปิดเตียงมีหมอนหนุนอีกสองใบ โอ้โห! บ้านนอกเข้ากรุงอย่าง อิฉันก็กระโดดดึ๋งขึ้นเตียงดูทีวีสบายใจเฉิบ

พอคืนที่สองสามเขาก็จัดเตียงแบบเดิมอีก แต่อีทีนี้ก็ไปเดินเที่ยวเล่นตะลิดติ้ดชึ่งกลับมาเที่ยงคืนตีหนึ่งก็ชักขี้เกียจ อาบน้ำเสร็จอยากคลานขึ้นเตียงนอนเลยก็ไม่ได้หมอนเต็มไปหมด เลยต้องเขี่ยๆ โยนๆ กองไว้กับพื้นข้างเตียง กว่าจะเปิดเตียงได้ก็เล่นเอาหายง่วง

Free Image Hosting by FreeImageHosting.net
ห้องพัก

ตีรถกลับมาว่าเรื่องถนน borbone ต่อดีกว่า ถนนนี้ขึ้นชื่อเป็นเหมือน ย่านพัฒนพงศ์บ้านเรา บาร์ คลับ ร้านอาหารเพียบ ตะแรกไปเดินตอนกลางวัน ไม่มีอะไรเห็นแต่ตัวอาคารสองข้างจะมีระเบียงขั้นสองชั้นสามเกือบทุกตึก เป็นแบบสถาปัตยกรรมฝรั่งเศส บางแห่งมีป้ายเขียนนะว่าให้เช่าระเบียง เออแน่ะ เขามีแต่ให้เช่าห้อง นี่ให้เช่าระเบียง พอมาเดินคืนที่สองคืนที่สามถึงได้รู้

Free Image Hosting by FreeImageHosting.net

แถวนี้จะมีร้านรวงขายของที่ระลึก ของที่ขายเยอะที่สุดจะไม่เชื่อเลยว่า มันคือสร้อยลูกปัดพลากสติก หลากสีหลายลาย แถมหน้ากากขนนกนั่นแหละ เต็มไปหมดทั้งร้าน แล้วไม่ใช่ร้านเดียวนะ เป็นแถบๆ

พอคืนที่สองที่สามมาเดินถึงได้รู้ว่า ไอ้ระเบียงที่ให้เช่าน่ะเขาจะมีคนขึ้นไปยืนอยู่แถวนั้นเต็มไปหมด แล้วก็มีสายสร้อย ลูกปัดในมือโดยเฉพาะมือชายหนุ่ม เอาไว้คอยเรียกร้องสาวๆ ถ้าสาวคนไหน อยากได้สร้อยเขาก็จะโยนให้ แต่มีข้อแม้ว่าต้องเปิดเสื้อโชว์นมให้ดูก่อน

ว้าว! เป็นไงล่ะ เพื่อนๆ ตาวาว สนใจล่ะซี่ อ๊ะๆ เซ็นเซอร์

ยิ่งดึกยิ่งคึกคัก คนมาเดินกันเพียบ สาวบางคนมากับแฟนถูกเรียกมากๆ เข้า บางคนก็จะยกนิ้วนางที่มีแหวนให้ดูว่า เพื่อบอกว่าเธอจ๋า อย่าเรียกเลยฉันมีแฟนแล้ว

แต่บางทีก็เจอสาวใจกล้าเปิดครึ่งเอวแล้วพอโยนสร้อยลงมาทีนี้คุณเธอก็เปิดหมด เป็นที่กรี๊ดกร๊าด

อีกรายดูจะเป็นสาวอเมริกาใต้ อกอึ๋มใช้ได้ เธอใส่สายเดี่ยว ชายหนุ่มข้างบนระเบียงล่อด้วยสร้อยเส้นใหญ่ พอคุณเธอเปิดให้ดูเสร็จ พ่อเล่นไม่โยนสร้อยให้เสียนี่ เลยโดนเจ๊ด่าแถมยกนิ้วกลางให้อีก เห็นแ้ล้วก็สนุก ตลกดี

ถ้าถามว่า ได้สร้อยกะเขามั่งไหม ก็ได้นะ แต่ อ๊ะ ไม่ต้องคิดลึก อิฉันยังไม่ได้ใจถึงขนาด เปิดอกโชว์หรอกน่า พวกนี้ก็เป็นนักท่องเที่ยวด้วยกันทั้งนั้นทั้งคนเปิดอกและคนให้สร้อย แต่เป็นธรรมเนียมคนที่มาเที่ยวแถวนี้เขารู้

บางทีโบกไม้โบกมือทักทายเขาก็โยนสร้อยมาให้ก็มี ของมันไม่กี่ตังค์ แต่ซื้อเองก็งั้นๆ ไม่เหมือนแบบนี้สนุกดี

อ้อ! แต่ถ้ากลับกันเป็นสาวเห็นหนุ่มหล่อจะ หลอกล่อให้สร้อยชายหนุ่ม เขาไม่ให้เปิดอกหรอกนะมันธรรมดาไป เขาให้ถอดกางเกง โชว์ก้นหรือน้องชายจ้ะ ไงล่ะ กรี๊ด! อีกหนึ่งรอบ แต่ว่าเท่าที่เดินยังไม่เห็นเลยง่ะ เห็นแต่สาวโชว์

Free Image Hosting by FreeImageHosting.net

นอกจากเรื่องสนุกของสาวเปิดอกและชายหนุ่มเปิดก้นแล้วเนี่ย แถวนี่ก็มีบาร์มีผับเต็มไปหมด เมืองนี้เป็นเมืองสีสัน ดนตรีหลากหลาย แจ๊ส กับบูลนี่ขึ้นชื่อสุดๆ ก็เมืองนี้มีพิพิธภัณฑ์แจ๊สด้วย เมืองเกิดของหลุยส์อาร์มสตรอง เจ้าพ่อเพลงบูล เพลงแจ๊สนั่นแหละ (เสียดายไม่ได้มีเวลาไป ตอนกลางวันต้องอยู่สัมมนาที่โรงแรม ทั้งวัน)

ผับมีเกือบทุกหัวมุมถนน ประตูทางเข้าร้านมีมากกว่าหนึ่งประตู ส่วนใหญ่คนเดิน เข้าเดินออก อย่าแวะร้านไหนก็แวะเข้าไปยืนดูยืนฟัง ถ้าพอใจก็มองหาโต๊ะเก้าอี้ แต่ส่วนใหญ่คนเต็ม ไม่ค่อยพอนั่ง คนยืนเสียมากกว่า

ร้านแรกที่แวะ เริ่มคึกคัก เราเห็น อ๊ะมีชายหนุ่มยืนเต้นอยู่บนเวทียกพื้นกลางร้าน พอพ่อหันมา อ้าว เฮ้ย! ใส่กางเกงใน ตัวเดียวนี่หว่า พอมองไปรอบๆร้าน เฮ้ยสองหนุ่มหน้าประตูยืนกอดกันหัวเราะคิกคัก ต๊ายอิฉัน! หลงเข้าบาร์เกย์ค่ะ จ้ำออกมาแทบไม่ทัน ถึงว่าทำไมหนุ่มในร้านมันหน้าตาดูดีไปหมด

แต่พอเดินผ่านร้านอื่นๆเขาก็มีอะไรสนุกสนานวิบวับแบบนี้นิดๆ หน่อยๆ แต่เป็นสาวๆ เต้น ส่วนแบบโชว์โจ๋งครึ่มเขาจะปิดทางเข้ามิดชิด ไม่ให้เห็นข้างใน มีแต่ภาพโฆษณาหน้าร้าน ซึ่งเป็นภาพเปิดอกชัดเจนและยั่วยวน(กว่าบ้านเราที่มีแต่รูปสาวๆ) เวลาจะเข้าไปต้องตรวจบัตร เพราะอายุต่ำกว่า 21 ห้ามเข้า ที่นี่จะซื้อเหล้า ยังขอดูบัตรเลย ไม่ว่าหน้าอ่อนแก่

อาหารที่นี่ขึ้นชื่อคือ craw fish คล้ายๆ กุ้งก้ามกราม แต่ตัวเล็กกว่าสิบเท่า แล้วก็ Gumbo เป็นซุปแบบ นิวออร์ลีนส์ เขามีเลี้ยงเป็นเมนูในบุฟเฟ่ที่โรงแรมมื้อกลางวัน ลองชิมแล้วอร่อยดีเป็นซุปข้นแบบฝรั่งผสมอาหารทะเล พวกปูกุ้งและพริกหยวก แถมด้วยพริกไทยป่น แต่ไม่มีชีส

โอ้โหแซ่บหลาย อิฉันก็บ้านนอกอีกตามเคย จัดการซี้ดซ้าดไป สองถ้วย เพราะคิดถึงอาหารไทย แต่ซุป gumbo นี่มีแต่คนบ่นว่าเผ็ด ยกเว้นพี่ไทย พี่ลาวกับเขมร สำรวจความเห็นมาแล้ว แซ่บหลายเด้อทั้งน้านจ้า

อ้อ ร้านอีกร้านนึง ที่ขึ้นชื่อที่นี่คือร้านกาแฟ ที่มีขนมเสิร์ฟคล้ายกับปาท่องโก๋ซาละเปาทอดบ้านเราเลย ชื่อ ร้าน café’ demonde อ่านว่า คาเฟ เดอมองด์ ขนมที่ว่าคือ เบงเน่ (beignett สะกดยังงี้มั้ง) หน้าตาคล้ายปาท่องโก๋ โรยด้วยน้ำตาลไอซิ่งซะขาวไปหมด หวานมาก
เวลากินต้องเคาะน้ำตาลออก แต่เนื้อขนมคล้ายๆกับซาละเปาลูกกลมๆ ที่ทอดขายคู่กับปาท่องโก๋น่ะ อ้อที่นี่กาแฟอร่อย แต่คนละแบบกับบรรดากาแฟนอกยี่ห้อดังในบ้านเรานะ ยิ่งดึกคนยิ่งเยอะ แทบไม่มีโต๊ะนั่งเลย

มาประชุมสัมมนาตั้งสี่วัน ได้กินแต่อาหารฝรั่ง อิฉันต้องรื้อฟื้นวิธีกินโต๊ะฝรั่งกะเขาเหมือนกันประเภทแบบเสิร์ฟเป็นเซท สลัด ขนมปัง ซุป main dish ตบท้ายของหวาน จำได้ว่ามื้อแรก reception dinner เลี้ยงที่ร้านแถว French quarter นี่แหละ ใช้ซ้อมมีดผิดๆ ถูกๆ

มารู้ตัวตอน main dish เป็นปลา พอหยิบส้อมกับมีด ไหงซ้อมเล็กกว่าหว่า อ้าวอิฉัน ปล่อยไก่ไปหนึ่งเล้า สัอมใหญ่ที่คู่กับมีดถูกยกไปพร้อมจานสลัดแล้ว พอมื้อหลังถึงต้องจำไว้ว่าใช้จากข้างนอกเข้าข้างในนะจ้ะ

เจอเพื่อนต่างชาติเยอะมาก จำหน้า จำชื่อกันไม่หมด ไว้มีอะไรสนุกๆ แล้วจะเล่าสู่กันอ่านใหม่ จ้า ตอนนี้ขอกลับไปจมกับกองหนังสือและรายงานต่อก่อนนะ O_O

คิดถึงทุกคนค่ะ
March 2005




 

Create Date : 01 มิถุนายน 2549
0 comments
Last Update : 2 มิถุนายน 2549 1:06:40 น.
Counter : 663 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


koffeemilk
Location :
Florida United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ชอบกินกาแฟใส่นม มากกว่ากาแฟดำแก่ๆ เพราะมันขม อย่างชีวิตเราก็น่าจะหวานมัน ถึงบางทีก็อาจเจอกาแฟขมๆบ้าง ก็เป็นรสชาติของชีวิตเหมือนกัน
[Add koffeemilk's blog to your web]