Group Blog
 
<<
กันยายน 2551
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
27 กันยายน 2551
 
All Blogs
 
ที่ท่องเที่ยวของคนรุ่นพ่อ

Photobucket

วิหารพระมงคลบพิตร ประมาณ 40-50 ปีมาแล้ว

Photobucket

วิหารพระมงคลบพิตร ในปัจจุบัน

Photobucket

วัดพระพุทธบาทเก่าและใหม่

Photobucket

วัดพระศรีสรรเพชญ์ เจดีย์ 3 องค์ ในอดีต


Photobucket

วัดพระศรีสรรเพชญ์ เจดีย์ 3 องค์ ปัจจุบัน

Photobucket

แม่และญาติๆ ถ่ายไว้ไม่ต่ำกว่า 40-50 ปีมาแล้ว


Photobucket

พี่ๆ ที่ไปเที่ยวกันตามประสาหนุ่มสาว

Photobucket

สาว "ดำเนิน" ในเพลงของสุรพล


สมัยก่อน วันที่จะได้หยุดงานและไปท่องเที่ยง คงไม่พ้นหลังวันตรุษจีน หรือวันที่มีการจัดงานประจำปีของวัดสำคัญๆ ได้แก่

1. วัดพระพุทธบาทสระบุรี
2. วัดเขาวงพระจันทร์
3. วัดพระแท่นดงรัง
4. พระปฐมเจดีย์
5. วัดพระนอนจักรสีห์ สิงห์บุรี
6. อยุธยา
7. หัวหิน เขาตระเกียบ

งานประจำปีในยุคโน้น ยิ่งใหญ่มาก กำหนดการเที่ยวงานนมัสการของวัดบางแห่ง จะแสดงในปฏิทินด้วย

มาดูปฏิทิน ปี พ.ศ. 2500 กันว่าเขามีวันพิเศษที่ควรไปเที่ยวที่ไหนบ้าง

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ งานนมัสการพระพุทธบาท สระบุรี
วันที่ 15 มีนาคม งานนมัสการพระแท่นดงรัง กาญจนบุรี
วันที 13 ตุลาคม งานนมัสการพระวัดพนังเชิง พระนครศรีอยุธยา
วันที่ 17 ตุลาคม งานนมัสการพระสมุทรเจดีย์
วันที่ 6 พฤศจิกายน งานนมัสการพระปฐมเจดีย์ และงานภูเขาทอง

ตอนเด็กๆ เมื่อผมอายุประมาณ 7 ขวบ เห็นผู้ใหญ่เขาเตรียมตัวไปเที่ยวทะเลที่หัวหินกันอย่างคึกคัก เด็กอย่างเราเห็นแล้วก็อยากไปบ้าง พวกผู้ใหญ่หลายคนจะต้องลงเรือหางยาวจากบ้านไปที่ท่ารถ ผู้เขียนแอบกระโดดติดหัวเรือไปด้วย พวกผู้ใหญ่เขาคงไม่ได้สังเกต หรือเอะใจอะไร คิดว่าเดี๋ยวคงกลับพร้อมกับคนขับเรือ

เรือเทียบท่า ที่ท่ารถดำเนินสะดวก เมื่อพวกผู้ใหญ่ขึ้นจากเรือไปหมดแล้ว ผมดึงหญ้าที่ขึ้นริมน้ำไว้แน่นสองมือไม่ยอบปล่อย และร้องให้พวกเขาเอาเด็กแก่นๆผมไปด้วย พวกผู้ใหญ่คาดไม่ถึง ไม่รู้จะทำประการใด จะไปก็ไป ไม่ว่ากัน เป็นครั้งแรกที่เดินทางไกลที่สุดในชีวิต สนุกกับน้ำทะเลที่หัวหิน และเดินขึ้นเขาตะเกียบ ใส่เสื้อผ้าชุดเดียว 3 วันสามคืน ไม่ต้องเปลี่ยนเลย พวกผู้ใหญ่เพียงแต่ชายตามอง เหมือนเราเป็นแมลงวันที่ติดสอยห้อยตามไปด้วย

การไปเที่ยวสมัยก่อน จะมีคนจัดนำเที่ยวเจ้าประจำอยู่ 2-3 ราย เขาจะรู้ๆกันอยู่ว่าเจ้าไหนบริการดี หรือไม่ดี ผู้จัดจะขายบัตรล่วงหน้า ซึ่งในบัตรนำเทียวจะมีรายละเอียดว่าไปที่ไหนบ้าง และราคาบอกไว้ บางเจ้าก็จ่ายเงินกันที่ท่ารถ ก่อนจะออกเดินทาง หากอยู่ช่วงวัยกลางคน มักจะไปไหว้พระตามที่ต่างๆ หากเป็นหนุ่มสาว มักจะชอบไปที่หัวหิน

รถบัสสมัยนั้น ไม่ติดแอร์ ระเบียบเรื่องการรับษาความสะอาดสู้สมัยนี้ไม่ได้ เคยเห็นบางคนนั่งรถยนต์หรูแต่โยนเปลือกส้ม เงาะ ออกมานอกรถหน้าตาเฉย การไปทัศนาจรสมัยนั้นก็เช่นเดียวกัน แวะที่ไหนก็ซื้อขนม ของกินที่นั่น อย่างพวกผลไม้ ปอกเปลือกเสร็จแล้ว ถ้าไม่โยนทิ้งนอกหน้าต่าง ก็ทิ้งกันที่พื้นรถนั่นเลย พื้นรถจึงเป็นกองขยะดีๆนี่เอง ขณะรถกำลังวิ่ง คนที่นั่งแถวหน้าถ่มน้ำลายออกนอกรถ แต่ไม่พ้น ลอยไปติดตามหน้าตาของคนแถวหลังก็มีออกบ่อยไป

ของฝากที่ขึ้นชื่อ บางอย่างก็เป็นประโชน์ กินได้ บางอย่างใช้ฝากอย่างเดียว ใช้ทำอะไรไม่ได้เลย ของฝากมาจากภาคเหนือ จะเป็นพวกผ้าซิ่น แหนม จากเชียงใหม่ ลางสาดจากอุตรดิตถ์ ส้มฟักและดินสอพองจากลพบุรี พัดขนนกจากอยุธยา ที่เขียนข้อความซึ้งๆ ว่า "สัญญารัก" หรือ "กันลืม" หรือ "รักฉันสักนิด" ของฝากจากทางปักษ์ใต้ ก็มีพวกส้มนครไชยศรี ข้าวเกียบเมืองเพชร ข้าวเกียบกุ้งและกุ้งไม้จากสงขลา เป็นต้น

ประมาณปี 2520-2525 แม่ของผมแก่กล้ามากขึ้น จึงจัดนำเที่ยวเสียเอง ครั้งหนึ่งจัดไปเที่ยววัดพระพุทธบาท สระบุรี และสถานที่สำคัญตามเส้นทางที่ผ่าน มีการขายบัตรจองที่นั่งล่วงหน้า เมื่อถึงวันนัดก็ให้ทุกคนมารวมตัวกันที่ท่ารถตลาดน้ำดำเนินสะดวก เพื่อขึ้นรถที่เราเหมาไว้ทั้งคัน

แม่และญาติๆ จะต้องนำพืชผักผลไม้ไปด้วย ก็มีข้าว, กล้วย, มะละกอ, ผักต่างๆวางบนหลังคารถ และที่เก็บสัมภาระ เรียกว่ากึ่งรถบรรทุก กึ่งรถทัวร์ คนครึ่งหนึ่ง เสบียงครึ่งหนึ่ง ในฐานะที่ผู้เขียนเป็นลูกของหัวหน้าทัวร์ ก่อนรถออก จึงต้องทำหน้าที่จับกัง ขนของขึ้นรถจนเหงื่อชุม

ที่ต้องบรรทุกพืชผัก ผลไม้ไปด้วย เพราะว่าเราจะไปค้างคืนกันที่โรงเจ ที่สระบุรี เป็นการทำบุญไปในตัว เมื่อคณะของเราไปถึงโรงเจ เจ้าหน้าที่โรงเจจะยิ้มมาแต่ไกล กุรีกุจอต้อนรับพวกเรา ช่วยกันขนผักผลไม้ลงจากรถ หาที่หลับที่นอนให้อย่างดี พวกเรานอนเรียงกับเป็นตับในโรงเจ ใช้ห้องน้ำรวม เห็นขันในห้องน้ำต้องผูกเชือกกันหาย

โรงเจอยู่ใก้ลกับวัดพระพุทธบาท ช่วงที่เราไปนั้นเป็นหน้าแล้ง สังเกตว่าท้องไร่ท้องนาเกี่ยวข้าวกันไปแล้ว แห้งแล้งมาก ผักหญ้าน่าจะหายาก จึงเข้าใจเลยว่าทำไมคนในโรงเจ จึงยินดีมากที่คณะเราไปถึง

สิ่งที่จะต้องซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้านทุกคน คือข้าวเกียบ มะขามหวาน มะขามเทศ คนที่คอยของฝากอยู่ที่บ้านจะได้ไม่ผิดหวัง




Create Date : 27 กันยายน 2551
Last Update : 9 มกราคม 2553 20:15:27 น. 35 comments
Counter : Pageviews.

 
ดีจังค่ะ มีรูปเก่าของพ่อแม่แบบนี้เหมือนกัน
ชอบจัง มีรูปเปรียบเทียบของเก่ากับของใหม่แบบนี้
พ่อแม่ชอบเที่ยวก็เลยทำให้ลูกๆชอบเที่ยวกันไปด้วย
มาถึงรุ่นหลานก็พลอยชอบตามกันไปด้วยเน้อะ


โดย: Najenjira วันที่: 27 กันยายน 2551 เวลา:12:29:54 น.  

 
วิหารวัดมงคลบพิตรสมัยเพิ่งบูรณะใหม่เลยนะเนี่ย เจดีย์วัดพระศรีสรรเพชญ์ ก็ทาสีขาวหมด แต่เดี๋ยวนี้ไม่เห็นทาเลยอ่ะคับ


โดย: K_chang วันที่: 27 กันยายน 2551 เวลา:15:36:50 น.  

 
เรื่องราวน่ารักจังเลยคะ อานแล้วเพลินดีจัง


โดย: dongdangka วันที่: 27 กันยายน 2551 เวลา:18:48:19 น.  

 
เรื่องเล่าสนุกดีค่ะ
ภาพที่นำมาฝากก็สวยีค่ะ
เห็นถึงการเปรียบเทียบระหว่างอดีตกับปัจจุบันเลย

ตอนเด็กๆส่วนใหญ่ปิดเทอมก็ไปอยู่กับลุงที่เป็นครู
และเป็นทหารด้วยที่สระบุรีค่ะ

บ้านนั้นสนุก มีพี่ๆชายหญิงลูกลุงสี่คนพาเล่นค่ะ
ไปวิ่งเล่นในทุ่งบ้าง ตามรางรถไฟบ้าง
ตามตีนเขาหน้าบ้านลุง เล่นว่าวเล่นอะไรกันไป

แต่ปัจจุบันไปบ้านลุงเมื่อเร็วๆนี้ แปลกใจมากค่ะ
ภูเขาหายไปแล้ววว เหลือแต่ทุ่งโล่งๆ

บางทีก็ลุยโคลนจับปลาต้อนเป็ดกับพี่ชายลูกของลุงค่ะ
สนุกมากๆ

เปิดเทอมลุงก็พามาส่งบ้าน


โดย: Fullgold วันที่: 27 กันยายน 2551 เวลา:19:37:33 น.  

 
บล็อกวันนี้...สุดยอดจริงๆค่ะ

มีทั้งภาพอดีต และปัจจุบันมาเทียบเคียง

เรื่องเล่าก็เพลิดเพลินใจ...วันนี้ขอชื่นชมอย่างเดียวก่อนนะคะ

แล้วเรื่องเล่าของตัวเอง จะค่อยๆเล่าวันหลัง
ไม่ต้องห่วงค่ะ มาบ้านนี้ทุกวันอยู่แล้ว
มาเก็บเกี่ยวความประทับใจกับเรื่องเก่าๆ

ตอนนี้ก็ได้แต่คำนวน นึกเดาอายุ จขบ.ไปเรื่อยอะค่ะ...


โดย: ทากชมพู วันที่: 27 กันยายน 2551 เวลา:21:53:35 น.  

 
สุดยอดครับ .... ภาพเก่าๆนี่ชอบมาก

แสดงว่าทางบ้านนี่ต้องมีฐานะพอสมควรเลยนะครับ ในสมัยโน้น มีกล้องถ่ายรูปใช้ด้วยอะ สุดๆ


โดย: -*-Superbaker วันที่: 28 กันยายน 2551 เวลา:2:13:29 น.  

 
เรื่องราวเก่าๆของที่นี่น่าสนใจเสมอนะคะ
แต่ที่น่าสนใจมากกว่าคือ การได้ไปย้อนรอยเดิมในอดีตโดยคนปัจจุบัน เช่นถ่ายรูปใหม่ณ.ที่เดิมมุมเดิม มาเปรียบเทียบกัน
ต้องใช้ความแรงใจและความพยายามมากๆเลยใช่มั๊ยคะ


โดย: จันทร์ไพลิน วันที่: 28 กันยายน 2551 เวลา:8:48:40 น.  

 
หารูปได้เก่งจริง ๆ โดยเฉพาะรูปวัดพระศรีสรรเพ็ชญ์ อดีตและปัจจุบัน

เหมือนถอดแบบตามกันมาเพียงแต่ต่างกันตามยุคตามสมัย

สถานที่ท่องเที่ยวของรุ่นพ่อรุ่นแม่ ก็ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวรุ่นเราเหมือนกัน ทั้งตอนเด็ก และตอนโต

พระพุทธบาท เด็ก ๆ ไปบ่อยค่ะ แต่เดี๋ยวนี้นิยมไปแถวอยุธยา ใกล้ ๆ ดี

เพิ่งไปมาแต่ไม่ได้แวะ วิหารมงคลบพิตร ไว้เดี๋ยวคราวหน้าจะไปใหม่ คราวนี้ไปมีปัญหาเรื่องกล้อง

เอาไปล้างแล้วยังไม่ได้กลับมา

เอาอีกตัวไปมันไม่ถนัดมือ เลยได้ภาพไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ แต่ก็หมดไปทั้งวันล่ะค่ะ

แล้วถ้ามีเวลาจะเอามาลงให้ชมนะคะ :))



โดย: วันวานที่ผ่านมา IP: 210.86.217.27 วันที่: 28 กันยายน 2551 เวลา:16:05:54 น.  

 
เมื่อก่อน แม่ไปเที่ยวหัวหิน กลับมาพร้อมกับกระเป๋าที่ทำด้วยหอยหลากสี...
เราเด็กๆจะตื่นเต้นมากค่ะ
เดี๋ยวนี้ก็ยังรู้สึกชอบหัวหินไม่คลาย..



โดย: ทากชมพู วันที่: 28 กันยายน 2551 เวลา:18:42:17 น.  

 
โอ... อ่านเรื่องนี้แล้ว คิดถึงความหลังอีกแล้วละสิ

พระพุทธบาท จ.สระบุรี นี่ นับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสุดคลาสสิคทีเดียวเชียวละ

เมื่อสามสี่สิบปีก่อนนี่ บริการ "นำเที่ยว" ที่ยังไม่เป็น "บริษัททัวร์" นี่ เขานิยมจัดไปเที่ยวเป็นอันดับต้น ๆ

คนเฒ่าคนแก่ชอบนักละ ไปแสวงบุญกันที่พระพุทธบาท จนมีเสียงร่ำลือมาว่า ใครได้ขึ้นเขาวงพระจันทร์ครบ 7 ครั้ง ตายไปจะได้ขึ้นสวรรค์ ว่ากันไปถึงโน่น

จำได้ดีว่า ของฝากที่นับว่าเป็นของฝากคลาสสิคจากวัดพระพุทธบาท คือ ไม้เท้าอันเล็ก ๆ ทำจากไม้รวก หัวไม้เท้าสวย ๆ ตกแต่งประดิษฐ์ประดอยด้วยเม็ดตาดำตาแดง เป็นรูปคล้ายเขากวาง คนไปเที่ยวที่ตั้งใจจะปีนเขาวงพระจันทร์ให้ครบ 7 ครั้ง มักจะซื้อไว้ค้ำยัน ตอนเดินขึ้นบันได พอกลับถึงบ้าน ไม้เท้าที่ว่า ยังใช้เป็นของฝากให้ญาติมิตรได้เป็นอย่างดี

เรียกว่า เสียเงินครั้งเดียว ใช้ได้ถึงสองประสงค์ ไม่มีการสูญเปล่า

ที่พระพุทธบาทนี้ สิ่งที่ประทับใจกระผมจนทุกวันนี้คือ ปริมาณยาจกขอทานจำนวนมหาศาล ที่จะหลั่งไหลมาจากทั่วทุกสารทิศ เพื่อมาขอทานจากผู้แสวงบุญ

ทุกขั้นกระไดที่ขึ้นสู่เขาวงพระจันทร์ จะมียาจกอย่างน้อยหนึ่งคน นั่งรอขอทานจากผู้มีใจบุญ จำนวนขอทานที่นี่ นับว่ามากมายจริง ๆ ผุ้เฒ่าผู้แก่จึงนิยมแลกเศษเหรียญใส่ถุงใบเล็ก ๆ ติดตัวไปด้วย ก้าวหนึ่งก้าว ก็ทำบุญหนึ่งเหรียญ

โชคดีที่สมัยนั้น เงินเหรีญห้าสตางค์ สิบสตางค์ หรืออย่างเก่งหนึ่งสลึง ยังได้รับการยอมรับจากบรรดาขอทานเหล่านี้ นักแสวงบุญจึงไม่สิ้นเปลืองเงินทองมากมายนัก ในการบริจาคทานให้ทั่วถึง ถ้าเป็นสมัยนี้ คงต้องหมดหลายพัน...

สำหรับเรื่องโรงเจ ที่เจ้าของบล็อกเล่ามานั้น จำได้ว่าเคยไปรับประทานอาหารเจด้วยความเอร็ดอร่อยหลายครั้ง และที่ประทับใจทุกครั้ง คือน้ำชาสมุนไพร รสชาติกลมกล่อม ที่ทางโรงเจจัดไว้ให้ดื่ม รสชาติหอมกลมกล่อมดีเหลือเกิน จนต้องซื้อกลับมาชงดื่มเองที่บ้านอีกหลายห่อ

แต่พอเอามาชงเอง กลับไม่อร่อยเท่ากินกันที่โรงเจ

เข้าใจว่า คงเป็นเพราะบรรยากาศ และความกระหายในตอนนั้น ช่วยขับเน้นรสชาติของน้ำชาได้อย่างชะงัด....

พูดขึ้นมาแล้ว ยังระลึกถึงรสชาติและกลิ่นหอมของชาจากโรงเจของที่นั่นขึ้นมาไม่หาย...


โดย: ลุงแว่น วันที่: 29 กันยายน 2551 เวลา:17:40:34 น.  

 
จขบ.หายไปไหนเอ่ย.....สองวันแร้ววว...

รีบๆกลับมานะคะ.....


โดย: ทากชมพู วันที่: 29 กันยายน 2551 เวลา:23:18:04 น.  

 
ตามรอย พ่อแม่ อิอิ
เอามาฝาก ไม่ได้ไปไหน เอาจากต้นหน้าบ้าน
>


โดย: noitpituk วันที่: 30 กันยายน 2551 เวลา:0:18:43 น.  

 
ชอบรูปถ่ายเก่าๆ จังค่ะ ดูแล้วอบอุ่นดี



โดย: ปิ่นเดือน ครูดอย วันที่: 30 กันยายน 2551 เวลา:10:51:43 น.  

 
มาขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมหลายครั้ง ทั้งที่ยังไม่ได้อัพบล็อก ค่ะ



สมัยก่อน แม่เคยเล่าว่า ถ้ามา กทม. ต้องมาเที่ยวงานภูเขาทอง
ฟังแม่บรรยายแล้วก็นึกภาพงานวัดตามไปด้วย
ตอนนี้ ตัวเองได้อยู่ กทม.แท้ๆ ... แต่ยังไม่เคยขึ้นไปชมสักที

หายไปจากบล็อก เพราะกลับไปพักใจที่บ้าน ตจว. 2 อาทิตย์ค่ะ กลับมาก็ดีขึ้นเยอะ
คราวนี้ไปยืนพินิจรูปติดฝาผนังสมัยพ่อของยาย (เอ เรียกทวดใช่ไหมคะ)
สมัยนั้นจับลูกหลานมายืนเรียงกันเป็นแถวนับสิบคน
ตอนนั้นยายของส้มแป้นยังเด็กอยู่เลยค่ะ
ทุกคน ถือผ้าเช็ดหน้ากันคนละผืน ทั้งหญิง-ชาย...
เป็นวัฒนธรรมจากต่างชาติที่รับเข้ามาใช่ไหมคะ


โดย: แม่ส้มแป้น วันที่: 30 กันยายน 2551 เวลา:12:17:46 น.  

 
+ โอ้โห! น่าทึ่งจังเลยอ่ะครับ สำหรับหน้านี้ของคุณ ฯMuseum ได้อารมณ์ย้อนยุค - รำลึกอดีตแบบสุดๆ เลยอ่ะครับผม

+ รู้สึกชื่นชม (เช่นเดียวกับคนบนๆ) ที่คุณ จขบ. สามารถไปหารูปเปรียบเทียบสถานที่ในมุมเดียวกัน ระหว่างอดีตกับปัจจุบัน มาให้ชาวบล็อกชมกันได้อ่ะครับผม

+ โอ๊ะโอว! พอเห็นย่อหน้า ประมาณปี 2520-2525 ... ยังงี้ผมต้องขอยกมือวันทาไว้ก่อนเลย แบบนี้เป็นรุ่นพี่ผมแน่นอนครับ (แต่คงยังไม่ถึงน้า หรือลุง หรอกมั้ง)

+ เวลาเด็กๆ ผมชอบอ่านนวนิยายย้อนยุค ประเภท ๔ แผ่นดิน, ร่มฉัตร, รัตนโกสินทร์ ฯลฯ แล้วผมก็ให้รู้สึกชอบบรรยากาศในยุคบุร่ำบุราณนั้นจัง มันดูสงบ เย็น นิ่งเนิบ ไม่ร้อนรุ่ม รวดเร็ว รุนแรง เหมือนสมัยนี้อ่ะครับ ... สงสัยผมคงจะเกิดผิดยุคละมั้งเนี่ย?

+ แต่จริงๆ ไม่ต้องย้อนไปไกลถึงขนาดนั้นก็ได้ แค่ยุค 40-50 ปีที่แล้ว หรือแค่ 20-30 ปีก่อน เทียบกับยุคปัจจุบัน ก็ยังเห็นความแตกต่างได้มากโขอยู่เนาะครับ

+ ขอบคุณสำหรับเรื่องเล่าดีๆ ที่นำมาเล่าสู่กันฟังด้วยครับผม


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 30 กันยายน 2551 เวลา:17:43:45 น.  

 
ประทับใจในความเห็นของทุกท่าน ที่ช่วยกันรำลึกอดีตอันหวานชื่นของคนรุ่นพ่อแม่ ในมุมมองที่หลากหลาย และมีความงดงามในทางความคิด ทำให้เรื่องนี้เกิดความสมบูรณ์อย่างคาดไม่ถึงครับ
ขอบคุณครับ




โดย: Insignia_Museum วันที่: 30 กันยายน 2551 เวลา:21:06:58 น.  

 
ขอบคุณค่ะ คิดอยู่ว่าวัดนั้นชื่อว่าอะไร พอคุณชาวคลองบอกมา อ๋อทันที

ตอนแรกก็อุตส่าห์จะจำแต่พอกลับมากลับลืมซะนี่ "วัดธรรมนิเวศน์ประวัติ"

ตอนแรกอยากลองนั่งเหมือนกัน แต่เกรงว่าเวลาจะไม่พอ พอบอกว่ามีพิพิธภัณฑ์ก็แอบเสียดายเล็ก ๆ นะ

ช่วงกำลังนั่งกินก๋วยเตี๋ยวก็เห็นคนนั่งไปมา รวมทั้งพระด้วย

....

ราตรีสวัสดิ์ค่ะ


โดย: วันวานที่ผ่านมา วันที่: 30 กันยายน 2551 เวลา:23:28:21 น.  

 
อยากจะฟื้นความทรงจำสมัยเด็กให้แจ่มชัดที่สุด แต่ก็ทำไม่ค่อยไ้ด้ หรือได้บ้าง เลือนลางบ้าง บางทีมองเห็นเด็ก ๆ เล่นสนุก ทำให้หวนกลับมามองตัวเองเช่นกัน...ชื่นชมยินดีกับเรื่องราวเก่าๆ เสมอ เท่ากับว่าสิ่งนั้นเป็นฐานหนุนส่งเราสู่ทุกวันนี้และพรุ่งนี้


โดย: sarntee วันที่: 1 ตุลาคม 2551 เวลา:14:09:35 น.  

 
หาดสมิหลา ตรงจุดนางเงือกเนี่ย
สำหรับตัวเองถือเป็นที่เที่ยวที่คลาสสิคอึกที่หนึ่งค่ะ
เพราะคุณพ่อเคยมีภาพสมัยที่ยังหนุ่มๆถ่ายกะนางเงือก...ลูกๆดูแล้ว โห...ภาพขาวดำคลาสสิคมาก

สมัยก่อนตรงนี้จะมีช่างภาพถือกล้องไปเร่หาลูกค้า
เดี๋ยวนี้อาชีพช่างภาพตามสถานที่เที่ยวต่างๆ สูญพันธ์ร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วค่ะ...



โดย: ทากชมพู วันที่: 1 ตุลาคม 2551 เวลา:17:05:57 น.  

 
อยากกินเจเหมือนกัน แต่อยู่นี่หากินยากอ่ะ


โดย: CDCR265 วันที่: 1 ตุลาคม 2551 เวลา:17:58:34 น.  

 


ถ้าดูออกว่าเป็นภาพอะไรก็ช่วยไปตอบหน่อยนะคะ
ตอนนี้กำลังเพ่งอยู่ค่ะ....โอย...ปวดตา


โดย: ทากชมพู วันที่: 1 ตุลาคม 2551 เวลา:21:50:37 น.  

 
วันนี้ดูข่าวช่วงค่ำ มีข่าวเกี่ยวกับเว็บที่บันทึกความทรงจำในอดีต เปิดตัวที่ลอนดอน เป็นที่นิยมในขณะนี้ คนรุ่นใหม่เข้าไปดูกันมาก เช่น การบันทึกช่วงหลังสงครมโลกครั้งที่ 2 เสียดายที่จำชื่อแว๊บไม่ได้ครับ รู้สึกจะมีคำว่า mylife


โดย: Insignia_Museum วันที่: 1 ตุลาคม 2551 เวลา:22:45:26 น.  

 
อยากดูบ้างจังเลยค่ะเวปที่ว่าน่ะค่ะ

บางทีก็มองกรุงเทพสวยงามค่ะ
บางทีก็ไม่ใช่ มันดูวุ่นวาย
แต่ก็สวยงามในบางมุมน่ะค่ะ

ฝันดีน่ะค่ะ



โดย: Fullgold วันที่: 2 ตุลาคม 2551 เวลา:1:10:09 น.  

 
ขอบคุณค่ะ...

พูดถึงวัดแต่ละวัดก็นอกจากจะสวยงามกันไปตามยุคตามสมัย ยิ่งเก่ายิ่งมีดูจะดึงดูดสายตา

บางครั้งแอบคิดว่า เออคนสมัยก่อน ที่ตรงนี้ ในช่วงเวลานั้นเค้าเป็นยังงัยกัน

ตอนไปเชียงรายเชียงใหม่เมื่อหลายปีก่อน มีวัดมากมาย ก็ทัวร์แทบทุกวัด สวยงามทั้งนั้น

ศิลปะแบบผสมผสาน ก็น่าทึ่ง มารวมตัวกันทำให้น่าค้นหา น่าศึกษา

....

เห็นด้วยค่ะ เวปดังกล่าวน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ^^


โดย: วันวานที่ผ่านมา IP: 210.86.215.136 วันที่: 2 ตุลาคม 2551 เวลา:20:25:38 น.  

 
ว่าจะถามจขบ.นานแล้ว แต่ลืมค่ะ

วันก่อนนู้นที่บอกว่า จะไปดูละครเรื่องข้างหลังภาพ

ตกลงได้ไปดูรึเปล่าคะ...

รูปสามมิติที่เอามา...ตัวเองก็ยังดูไม่ออก

สงสัยไม่มีใครดูออก ...ลืมเทคนิคการดูซะแล้วค่ะว่าต้องทำยังไง



โดย: ทากชมพู IP: 202.91.19.206 วันที่: 2 ตุลาคม 2551 เวลา:21:40:42 น.  

 
มาดูภาพเก่าๆ ร่วมสมัยยายเก๋า

เก่งนะเอารูปเก่ามาโพส ได้อย่างไร แนะนำบ้างซี



โดย: ยายเก๋า (ชมพร ) วันที่: 3 ตุลาคม 2551 เวลา:1:00:21 น.  

 
ที่เที่ยวสมัยโน้น ก็เหมือนสมัยนี้
เพียงแต่ลดความนิยมลงไป


โดย: aomamm (Forest-ic ) วันที่: 3 ตุลาคม 2551 เวลา:9:42:27 น.  

 
สวัสดีครับ รปสวยมาจริงๆ ในหลายๆวัด
ขอบคุณ ที่กรุณาไปให้กำลังใจน้องโรส
และเขียน comment ที่มีคุณค่าสำหรับเราครับ

ตอนนี้ เรากำลังยุ่งมากกับ งานศพพี่ชาย
ซึ่งเสียชีวิตเมื่อ วันที่ 28 ที่ผ่านมา
และจะเผา ในวันที่ 6 ตุลาที่จะถึง
งานศพอยู่ที่จังหวัด ตรัง
เพราะพี่ชาย และครอบครัวอยู่ที่นั่น
อีกสักพัก หลังจากงานศพแล้ว ผมจะมาเยี่ยมใหม่ครับ
เพราะต้องไปอยู่ที่งานศพ จนกว่าจะเผาเสร็จ

คุณ ผมขาว แม่ของน้องโรส ได้เขียนเรื่อง พิจารณาความตายจากคนใกล้ชิด
ซึ่งเธอเขียน เมื่อวันที่ได้อยู่กับวาระสุดท้าย ของพี่ชายผม ที่ตรัง ด้วยครับ

ตอนนี้ผมกลับมาที่สงขลา มาเตรียมตัว จะไปงานศพอีก เย็นนี้ครับ

ขอขอบคุณ



โดย: ทวีศักดิ์ ถาวรรัตน์ (คนตาพิการ ) วันที่: 3 ตุลาคม 2551 เวลา:11:09:14 น.  

 



หวัดดีค่ะ

ขอบคุณค่ะ ที่ไปอวยพรวันเกิดให้

ขอให้มีความสุขมากๆ มีสุขภาพแข็งแรงนะคะ


โดย: ข้ามขอบฟ้า วันที่: 4 ตุลาคม 2551 เวลา:5:23:48 น.  

 

Good morning!


โดย: จันทร์ไพลิน วันที่: 4 ตุลาคม 2551 เวลา:7:44:47 น.  

 




สวัสดีครับ...

ภาพเก่า ๆ แบบนี้ดูแล้วให้ความรู้สึกอบอุ่นดีนะครับ

มีความสุขวันหยุดครับ


โดย: เซียน_กีตาร์ วันที่: 4 ตุลาคม 2551 เวลา:8:21:06 น.  

 
ถ้าพูดถึงที่เที่ยวที่เก่าแก่สุดคลาสสิคอีกที่หนึ่ง

ต้องนี่เลยค่ะ เขาดิน

สมัยเด็ก อยู่บ้านนอก
พ่อพาไปเที่ยวเขาดิน จะมีมุมถ่ายรูปประจำคือสระน้ำแล้วมองไปข้างหลังเป็นพระที่นั่งอนันตสมาคม

จะได้เอารูปไปยืนยันกับเพื่อนบ้านว่าไปถึงกรุงเทพแล้วจริงๆ



โดย: ทากชมพู วันที่: 4 ตุลาคม 2551 เวลา:10:54:19 น.  

 
ชอบเรื่องเล่าเด็กใจเด็ดโดดขึ้นเรือตามผู้ใหญ่ไปเที่ยว อิ อิ
ตอนวัยใกล้เคียงกัน ไปเที่ยวทะเลครั้งแรกที่บางแสนค่ะ นั่งกลัวตัวสั่นอยู่ด้านหลัง มองไปข้างหน้าเห็นทะเลเวิ้งว้าง กลัวพ่อขับรถตกทะเล!!

ขอบคุณสำหรับอดีตที่สวยงามค่ะ




โดย: กังสดาล IP: 125.25.56.244 วันที่: 4 ตุลาคม 2551 เวลา:19:11:24 น.  

 
อัพบล็อกแล้ว...
ขอเชิญอีกซักครั้งเถอะนะคะ



โดย: ทากชมพู วันที่: 4 ตุลาคม 2551 เวลา:19:54:12 น.  

 



โดย: Fullgold วันที่: 5 ตุลาคม 2551 เวลา:0:52:11 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
Insignia_Museum
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 29 คน [?]




ความตั้งใจในการทำบล็อกเปลี่ยนไปตามกาลเวลา เริ่มต้นด้วยการเขียนถึงถิ่นที่อยู่ในวัยเด็ก ต่อมาเป็นเรื่องเครื่องหมายต่างๆ เรื่องศิลปะ ภาพถ่ายในยุคก่อนๆ อาหารการกิน และอะไรต่อมิอะไรที่ประสบพบเห็น สนใจอะไรขึ้นมาก็อยากรู้ให้มากขึ้น กลุ่มเนื้อหาจึงแตกแขนงไปเรื่อยๆ
New Comments
Friends' blogs
[Add Insignia_Museum's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.