Group Blog
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •   
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
เทคนิค วิธีตรวจเช็คคาปาซิเตอร์
บทความฉบับนี้ ผมขอเขียนในเรื่องการตรวจเช็คอุปกรณ์ทางไฟฟ้าในเครื่องทำความเย็น ในเรื่องของการตรวจเช็คคาปาซิเตอร์ ที่สามารถทำได้ง่ายๆด้วยตนเอง แต่ก่อนจะไปถึงขั้นตอนการตรวจเช็ค ผมขอพูดถึงเรื่องของคาปาซิเตอร์ก่อน

คาปาซิเตอร์ (Capacitor) ในภาษาช่างนิยมเรียกสั้นๆว่า แค๊ป (Cap) หรือ คาปา (Capa)
แต่ในชื่อภาษาไทยได้ถูกบัญญัติใช้ในชื่อ "ตัวเก็บประจุ" ซึ่งหน้าที่หลักของคาปาซิเตอร์ก็เหมือนดังชื่อของมัน คือมีหน้าที่เก็บประจุไฟฟ้ากระแสสลับหรือเก็บประจุ AC. ทำหน้าที่จ่ายให้กับโหลดเพื่อเพิ่มอำนาจแม่เหล็ก ในระบบเครื่องทำความเย็นที่ใช้มอเตอร์คอมเพรสเซอร์ที่มีแรงม้าสูง จำเป็นต้องมีคาปาซิเตอร์มาช่วยในการเริ่มเดินมอเตอร์ เพื่อเพิ่มแรงบิดให้มอเตอร์คอมเพรสเซอร์เริ่มหมุน  



ภาพที่1 คาปาซิเตอร์


ส่วนประกอบของคาปาซิเตอร์หลักๆจะมีอยู่ 3 ส่วนคือ 

1.แผ่นโละ ซึ่งเป็นแผ่นโลหะประเภทอะลูมิเนียม จำนวน2แผ่นวางอยู่ใกล้กัน มีฉนวนหุ้มอยู่
2.ฉนวน ฉนวนของคาปาซิเตอร์ทำมาจากกระดาษชุบด้วยน้ำยาเคมี ที่เรียกว่า น้ำยาอิเล็กโทรไลต์
3.วัสดุห่อหุ้ม ทำหน้าที่เป็นตัวสำหรับบรรจุชิ้นส่วนภายใน

ในตัวคาปาซิเตอร์จะมีค่าความต้านทานของตัวมันเองอยู่ ซึ่งเรียกว่าค่าความจุ มีหน่วยเป็น "ไมโครฟาราด"(Microfarad = µFD) ซึ่งสามารถเขียนเทียบได้โดย 1 Farad(FD) = 10^6 µFD

คาปาซิเตอร์ในระบบเครื่องทำความเย็น จำแนกได้เป็น2ชนิดคือ
คาปาซิเตอร์สตาร์ท,แคปสตาร์ท (S.Cap) และ คาปาซิเตอร์รัน,แคปรัน (R.Cap)
การสังเกตทำได้ง่ายๆและมีหลักในการจำที่ง่ายๆ นั่นคือ
แคปสตาร์ท มีสีดำ ค่าความจุสูง ค่าทนแรงดันต่ำ
แคปรัน มีสีเทา ค่าความจุต่ำ ค่าทนแรงดันสูง


ภาพที่2 คาปาซิเตอร์สตาร์ท,แคปสตาร์ท(S.Cap)



ภาพที่3 คาปาซิเตอร์รัน,แคปรัน(R.Cap)


การตรวจสอบคาปาซิเตอร์

โดยทั่วไปแล้ว ที่นิยมใช้กันเวลาปฏิบัติงานจริงจะมี 2 วิธี ได้แก่


วิธีที่ 1 การตรวจสอบคาปาซิเตอร์โดยใช้มัลติมิเตอร์

1.1 การตรวจสอบโดยมัลติมิเตอร์อนาล็อก ปรับตั้งที่ค่าความต้านทาน R x 1K แล้วนำปลายสายของมิเตอร์มาจี้ที่ขั้วทั้ง2ของคาปาซิเตอร์ ถ้าคาปาซิเตอร์ใช้งานได้ เข็มของมิเตอร์จะชี้ขึ้นมาในระดับครึ่งสเกล แล้วเข็มจะค่อยๆตกลง ถือว่าคาปาซิเตอร์ยังใช้งานได้ ถ้าคาปาซิเตอร์ขาดวัดแล้วเข็มจะไม่กระดิกขึ้นเลย แต่ในกรณีที่วัดคาปาซิเตอร์แล้วเข็มชี้ขึ้นจนถึงเลข0หรือเต็มสเกลแสดงว่าคาปาซิเตอร์อันนั้นลัดวงจรภายใน


ภาพที่ 4 ตัวอย่างมัลติมิเตอร์แบบอนาล็อก SANWA





1.2 การตรวจสอบโดยมัลติมิเตอร์ดิจิตอล ปัจจุบันมัลติมิเตอร์แบบดิจิตอล เริ่มเข้ามามีบทบาทมากในแวดวงงานช่างไฟฟ้า เนื่องจากมีการแสดงค่าที่แม่นยำในระดับจุดทศนิยม และใช้งานง่ายกว่าเมื่อเทียบกับมัลติมิเตอร์แบบอนาล็อก อีกทั้งรูปทรงของมัลติมิเตอร์แบบดิจิตอลในปัจจุบันมีให้เลือกหลากลายตั้งแต่ขนาดเล็กกระทัดรัด ไปจนถึงขนาดใหญ่ รวมทั้งฟังก์ชั่นการทำงานที่ถูกพัฒนาให้วัดค่าทางไฟฟ้าได้หลากหลายในเครื่องเดียว รวมถึงยังมีความเสถียรและทนทานขึ้นกว่ามัลติมิเตอร์ดิจิตอลยุคแรกๆ 
และที่สำคัญ...ราคาค่าตัวของมัลติมิเตอร์ในปัจจุบัน มีการปรับลดราคาลงมาอยู่ในระดับที่ไม่แพงเหมือนในอดีต ทำให้สามารถหาซื้อมาใช้พกพาออกไปใช้งานนอกสนามแบบสมบุกสมบันได้ หรือสำหรับคนที่ไม่ได้อยู่ในแวดวงสายงานไฟฟ้า แต่ชอบซ่อมแซมเครื่องมือเครื่องใช้ในบ้านด้วยตนเอง การจะจะซื้อมัลติมิเตอร์แบบดิจิตอลไว้ติดบ้านสักเครื่อง ก็มีประโยชน์ไม่ใช่น้อย

วธีการตรวจเช็คคาปาซิเตอร์โดยใช้มัลติมิเตอร์แบบดิจิตอล
มิเตอร์แบบดิจิตอลหลายๆรุ่นที่วางขายในปัจจุบัน ก็มีฟังก์ชั่นสำหรับวัดค่าความจุคาปาซิเตอร์มาให้พร้อม เพียงแค่กดเปลี่ยนโหมดมาเป็นโหมดวัดค่าความจุคาปาซิเตอร์ แล้วเอาสายวัดทั้งสองของมิเตอร์ ไปแตะกับขั้วทั้งสองของคาปาซิเตอร์...เท่านี้เอง ถ้าคาปาซิเตอร์ยังดีอยู่ บนหน้าจอก็จะแสดงตัวเลขค่าความจุของคาปาซิเตอร์มาให้ ถ้าไม่แสดงก็แปลว่าคาปาซิเตอร์ขาด หรือถ้าแสดงค่าเป็นอินฟินิตี้ แสดงว่าคาปาซิเตอร์อันนั้น...ลัดวงจร

เจอมัลติมิเตอร์แบบดิจิตอลไป ทำให้การวัดตรวจสอบคาปาซิเตอร์เป็นเรื่องง่ายราวปอกกล้วยไปเลย


ภาพที่ 5 ตัวอย่างมัลติมิเตอร์แบบดิจิตอล FLUKE


-------------------------------------------------------


วิธีที่ 2 ตรวจสอบคาปาซิเตอร์โดยการจ่ายแรงดันไฟฟ้าเข้า เพื่อดูความสามารถในการกักเก็บประจุไฟฟ้าของคาปาซิเตอร์

เป็นวิธีที่ประหยัดเวลาและง่าย(วิธีลัด) แต่...วิธีนี้ถ้าใครไม่มีความรู้พื้นฐานทางด้านงานช่างไฟฟ้า ผมจะไม่แนะนำให้ทำเป็นอันขาด เพราะอาจได้รับอันตรายจากไฟฟ้าดูดได้ ซึ่งผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณให้ดีก่อนตัดสินใจลองทำ เพราะผมในฐานนะผู้เขียน เตือนแล้วว่า "ถ้าไม่มีความรู้พื้นฐานทางด้านงานช่างไฟฟ้า อย่าไปลองทำวิธีนี้"

ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีที่ช่างแอร์ส่วนใหญ่นิยมใช้ เพราะทำได้ง่ายและรวดเร็ว คือการจ่ายไฟจากแหล่งจ่าย 220 VAC. พูดง่ายๆก็คือการขั้วของคาปาซิเตอร์ 2 ขั้ว ต่อกับสายไฟเสียบเข้าไปในรูของเต้ารับในบ้าน จ่ายแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับ 220 โวลต์ L และ N เข้าไปที่คาปาซิเตอร์โดยตรง ในระยะเวลาสั้นๆ(นับ1-10) แล้วดึงสายออกจากแหล่งจ่ายไฟ 
จากนั้นนำสายทั้ง2เส้นของคาปาซิเตอร์มาแตะกัน2-3ครั้ง หากมีประกายไฟหรือไฟแลบขณะเอาสายทั้ง2มาแตะกันถือว่าคาปาซิเตอร์ใช้งานได้ แต่ถ้าเอาปลายสายมาแตะแล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น แสดงว่าคาปาซิเตอร์ขาด 
ซึ่งการทดสอบในกรณีนี้ ถ้าไปเจอเอาคาปาซิเตอร์ที่ลัดวงจร เมื่อนำปลายสายทั้ง2ต่อเข้าแหล่งจ่ายไฟจะมีเสียงไฟช็อตดังขึ้นและเบรกเกอร์หรือฟิวส์จะตัดไฟทันที จึงขอแนะนำให้ใช้ปลั๊กพ่วงที่มีเบรกเกอร์หรือฟิวส์ในการทดสอบวิธีนี้ เพราะหากแคปลัดวงจรเบรกเกอร์หรือฟิวส์ที่ปลั๊กพ่วงจะได้ตัดวงจรก่อน

วิธีที่ 2 ใครจะเรียกว่าวิธีมักง่าย(ก็คงไม่ผิด) ซึ่งผมเองก็ยอมรับว่าใช้วิธีนี้อยู่บ้างเวลาลงไปลุยงานแอร์ด้วยตนเอง แล้วไม่สะดวกจะเอามัลติมิเตอร์มาวัดคาปาซิเตอร์

ปล. ระวังอย่าเผลอจับที่ขั้วคาปาซิเตอร์ที่เพิ่งจ่ายแรงดันเข้าไป เพราะมันมีประจุไฟฟ้าที่แรงดันพอๆกับไฟบ้านเก็บอยู่ ถ้าเผลอไปจับอาจได้รับบาดเจ็บได้ 
ก่อนจะจับหรือสัมผัสขั้วคาปาซิเตอร์...ต้องแน่ใจว่าได้ทำการช็อตปลายสายหรือขั้วทั้งสองข้างของคาปาซิเตอร์เพื่อคายประจุที่ค้างทิ้งแล้ว








Create Date : 04 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 7 กันยายน 2556 6:37:15 น.
Counter : Pageviews.

39 comments
  
เธ‚เธญเธšเธ„เธธเธ“เธกเธฒเธเน†เน†เธ„เธฃเธฑเธš เธ—เธฑเน‰เธ‡ 2 เธงเธดเธ˜เธต เนเธ•เนˆเธ„เธ‡เธเธฅเน‰เธฒเนเธ„เนˆเธงเธดเธ˜เธตเธ—เธตเนˆ 1 เธญเธฐเธ„เธฃเธฑเธš เธญเธฑเธ™เธ—เธตเนˆ 2 เธเธฅเธฑเธง เธญเธดเธญเธดเธญเธดเธญเธด เธขเธฑเธ‡เน„เธ‡เธเน‡เธ‚เธญเธšเธ„เธธเธ“เธญเธตเธเธ„เธฃเธฑเน‰เธ‡เธ™เธฐเธ„เธฃเธฑเธš
1. เนเธ„เธ›เธชเธ•เธฒเธ— เน€เธเน‡เธšเธ›เธฃเธฐเธˆเธธเน€เธขเธญเธฐเธ•เน‰เธฒเธ™เธ—เธฒเธ™เธ™เน‰เธญเธข
2. เนเธ„เธ›เธฃเธฑเธ™ เน€เธเน‡เธšเธ›เธฃเธฐเธˆเธธเธ™เน‰เธญเธข เธ•เน‰เธฒเธ™เธ—เธฒเธ™เน€เธขเธญเธฐ
เธขเธฑเธ‡เน„เธ‡เธเน‡เธ–เธฒเธกเธ‹เธฑเธเธเธฐเธซเธ™เนˆเธญเธขเธ™เน‰เธฒ
1. เน„เธŸ Dcv เธงเธฑเธ”เธ–เนˆเธฒเธ™เน„เธŸเธ‰เธฒเธข.เนเธšเธ•เน€เธ•เธญเธฃเธตเนˆ เธญเธฑเธ™เธ™เธตเน‰เธงเธฑเธ”เน€เธžเธทเนˆเธญเนƒเธซเน‰เธฃเธนเน‰เธงเนˆเธฒเธกเธตเธ›เธฃเธฐเธˆเธธเธเธตเนˆเนเธญเธก เธซเธฃเธทเธญเธงเนˆเธฒเธงเธฑเธ”เน€เธžเธทเนˆเธญเนƒเธซเน‰เธฃเธนเน‰เธงเนˆเธฒเน€เธเน‡เธšเน„เธ”เน‰ เธเธตเนˆเนเธญเธกเธ›เนŒ เธญเธฑเธ™เธ™เธตเน‰เธขเธฑเธ‡เธชเธ‡เธเธฐเธชเธฑเธขเธญเธฐเธ™เน‰เธฒ
2. เน„เธŸDcmA เธญเธฑเธ™เธ™เธตเน‰เธงเธฑเธ”เธญเธฒเธฃเธฒเธขเธซเธงเนˆเธฒ เนƒเธŠเน‰เธงเธฑเธ”เธเธฑเธšเธ•เธฑเธง R เน€เธงเธฅเธฒเน„เธŸเธ”เธตเธ‹เธตเธงเธดเนˆเธ‡เธœเนˆเธฒเธ™เนƒเธŠเนˆเนƒเธซเธกเธ„เธฃเธฑเธš เธงเนˆเธฒเธกเธฑเธ™เธงเธดเนˆเธ‡เธœเนˆเธฒเธ™เธเธตเนˆเธกเธดเธฅเธฅเธดเนเธญเธก เธ„เธงเธฒเธกเธ„เธดเธ”เธ™เธตเน‰เธ–เธนเธเธซเธฃเธทเธญเธœเธดเธ”เธญเธฐเธ„เธฃเธฑเธš เธกเธฒเธ‹เธญเธขเธ•เธญเธšเนเธ™เน† เธˆเธฐเธ‚เธญเธšเธ„เธธเธเธซเธฅเธฒเธขเน†เน†
โดย: เธŠเนˆเธฒเธ‡เธซเธฑเธ”เนƒเธซเธกเนˆ เธˆเธฒเธเนเธชเธ‡เธ—เธญเธ‡ IP: 114.128.120.240 วันที่: 4 ธันวาคม 2552 เวลา:10:49:58 น.
  
ขอบคุณคร้าาาาาาาาาาาาาาบ
โดย: เด็กสัตหีบ IP: 192.168.72.130, 119.42.98.131 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:10:19:13 น.
  
ขอบคุณครับผม
โดย: Benz_me IP: 117.47.12.46 วันที่: 28 เมษายน 2553 เวลา:8:23:23 น.
  
ขอบคุณครับ
โดย: บอม IP: 125.27.80.239 วันที่: 8 กรกฎาคม 2553 เวลา:20:20:04 น.
  
ขอบคูณมากมาย
โดย: บอส IP: 118.172.66.178 วันที่: 18 กันยายน 2553 เวลา:16:48:25 น.
  
ขอบคุนผู้มา โพร์
โดย: กรุงเทพเทคนิคนนท์ 21ปี IP: 192.168.200.10, 202.80.233.7 วันที่: 5 ตุลาคม 2553 เวลา:12:38:44 น.
  
ขอขอบคุณท่านเจ้าของบล็อคมากๆเลยครับ
ที่ได้ให้ความรู้เป็นวิทยาทาน
รบกวนช่วยเขียนหน้าที่และวิธีการตรวจเช็คอุปกรณ์ตัวอื่นๆเพิ่มเติมอีกนะครับ
ขอบคุณครับ
โดย: tuktuk IP: 192.168.31.148, 203.155.120.191 วันที่: 29 พฤศจิกายน 2553 เวลา:9:26:28 น.
  
ขอบคุณมากครับ
โดย: 234 IP: 192.168.1.102, 223.204.34.183 วันที่: 7 เมษายน 2554 เวลา:8:48:30 น.
  
อือๆๆ เป็นประโยชน์
โดย: ่jtnairhome IP: 115.87.112.38 วันที่: 18 เมษายน 2554 เวลา:9:35:24 น.
  
ขอบคุณครับ ที่ชี้แนะ
โดย: drsr IP: 125.26.188.147 วันที่: 2 สิงหาคม 2554 เวลา:22:41:13 น.
  
ขอบคุณครับ
โดย: chat IP: 10.0.2.20, 124.121.159.64 วันที่: 1 กันยายน 2554 เวลา:14:04:33 น.
  
ขอบคุณคับ..อยากทราบว่าแคปรันในรูปตัวละเท่าไรบาท
โดย: นึก IP: 49.49.75.194 วันที่: 27 มกราคม 2555 เวลา:14:15:10 น.
  
เป็นประโยชน์อย่างมากเลยครับ ถ้าไม่อ่านก่อน คงเสียเงินไปมากกว่านี้
โดย: เอกชัย IP: 61.7.134.170 วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:20:21:25 น.
  
ขอบคุณมากค่ะ ที่ได้ให้ความรู้อันเป็นประโยชน์!
โดย: April15 IP: 124.121.235.232 วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:13:42:07 น.
  
ขอบคุณคับ
โดย: นารูโตะ IP: 180.180.30.174 วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:18:29:47 น.
  
ขอบคุณมากครับความรู้ที่ให้ได้นำมาใช้ประโยชน์จริง
โดย: แดง IP: 125.27.50.117 วันที่: 4 มีนาคม 2555 เวลา:15:01:16 น.
  
cap. run ตัวละ. 200. บาท ครับ ซื้อได้ที่ร้านขายอะไหล่แอร์บ้านครับ
โดย: แดง IP: 125.27.50.117 วันที่: 4 มีนาคม 2555 เวลา:15:04:51 น.
  
โดนช่างแอร์เรียกเก็บค่าเปลี่ยแคปรันตั้ง1800 บาท
โดย: เอก IP: 202.28.179.5 วันที่: 30 เมษายน 2555 เวลา:18:56:33 น.
  
คุณเอกครับ...คือราคาค่าเปลี่ยน Capacitor ต้องเข้าใจครับ ว่าคุณจะเอามาเทียบกับราคา Capacitor ที่ขายกันในร้านอะไหล่เครื่องทำความเย็นไม่ได้
ราคา Capacitor ที่ขายกันในร้านอะไหล่แอร์ ที่ว่าราคาตัวร้อยสองร้อยมันเป็ราคาส่งครับ

อยากให้มองโลกในสองมุม ไม่ใช่มองเพียงว่าโดนช่างโกง-ขูดรีด
เวลาแอร์มีปัญหา แอร์ไม่เย็น แล้วคุณเรียกช่างแอร์มาตรวจสอบ พอช่างแอร์มาถึงก็ไม่ใช้ว่าช่างแอร์จะมีญาณวิเศษ ย่างก้าวเข้าไปในบ้านปุ๊บรู้ว่า Capacitor เสียเลย
ต้องมีขั้นตอนการทดลองเดินเครื่อง แล้วปีนขึ้นไปตรวจเช็คที่ชุดคอยล์ร้อน แถมบางบ้านคอยล์ร้อนก็ติดตั้งในพื้นที่ ที่เข้าถึงยากลำบากมาก หรือมีความเสี่ยงสูง เมื่อปีนขึ้นไปแล้วต้องแกะตัวเครื่องเพื่อวัดทดสอบตามขั้นตอน ซึ่งพื้นที่ปฏิบัติงานก็มีจำกัด ตรวจเช็คแล้วจึงจะทราบว่าส่วนไหนที่มีปัญหา

ก่อนที่จะมีความรู้สึกไม่ดีว่าโดนช่างหลอก ต้องลองมองถึงค่าดำเนินการ ที่นอกเหนือจากค่าของ
ไม่ว่าจะเป็น ค่าแรงช่าง ค่าน้ำมันรถ ค่าตรวจเช็ค ค่าความเสี่ยงต่างๆ

คือมองในสองมุมนะครับ แต่ถ้าชุดคอยร้อนแอร์ตั้งอยู่กับพื้น หรือบนระเบียง เดินเข้าถึงได้สะดวกไม่ยากลำบาก ไม่ต้องปีนขึ้นสูงให้เสี่ยงอันตราย และร้านแอร์อยู่ใกล้บ้านนิดเดียว ผมว่าเปลี่ยน Capacitor ราคา 1,800 บาท ก็ถือว่าแพงเวอร์ไป
โดย: KanichiKoong วันที่: 1 พฤษภาคม 2555 เวลา:1:41:02 น.
  
เทพพระเจ้าคาปาซิเตอร์จริงจริง




โดย: เทคนิคแม่วงก์ IP: 183.89.2.3 วันที่: 5 มิถุนายน 2555 เวลา:14:31:26 น.
  
ขอบคุณสำหรับข้อความที่โพสมาให้
โดย: ปู เอกชัย IP: 125.27.216.104 วันที่: 24 พฤศจิกายน 2555 เวลา:10:46:28 น.
  
แล้วถ้าใช้คลิปแอมจะต้องตั้งไปที่ย่านไหนครับแล้วอ่านยังไงครับ
โดย: ปู เอกชัย IP: 125.27.216.104 วันที่: 24 พฤศจิกายน 2555 เวลา:10:50:46 น.
  
ถ้าคุณจะใช้คลิปแอมป์(แคลมป์มิเตอร์)วัดคาปาซิเตอร์
ก่อนอื่นต้องดูว่า มิเตอร์ตัวนั้นมีฟังก์ชั่นวัดความต้านทานหรือไม่ ถ้ามีก็ต้องเป็นแคลมป์มิเตอร์แบบอนาล็อก(แบบเข็ม) ก็วัดตามแบบมิเตอร์เข็มที่ผมเขียนไว้แล้วเลยครับ

แต่ถ้าเป็นมิเตอร์ดิจิตอลรุ่นใหม่ๆ จะมีฟังก์ชั่นการวัดค่าความจุตัวเก็บประจุมาให้แล้ว ก็ปรับไปที่โหมดดังกล่าวแล้ววัดโลดครับ
โดย: KanichiKoong วันที่: 18 มกราคม 2556 เวลา:12:12:30 น.
  
อธิบายเรื่องราคาค่าช่าง กับราคาสินค้า ได้ดี ช่วยลดภาวะความโต้เถียงเรื่องขูดราคาได้บ้าง อย่างน้อยก็ต่อรองบนเหตุผลของทั้งสองฝ่าย ได้รู้ว่าทำไมบางครั้งช่างต้องเรียกแพง ได้รู้ว่าจะขอต่อรองราคาลงมาตามความยากง่ายเป็นเท่าไร ขอบคุณครับ
โดย: ประยงค์ วรรณเสน IP: 101.51.51.243 วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:23:23:59 น.
  
ขอบคุณครับได้ความรู้เยอะเลย
โดย: เบียร์ IP: 203.154.158.242 วันที่: 17 มีนาคม 2556 เวลา:0:47:34 น.
  
มอเตอร์คอยล์เย็น มิตซู ขนาด13000BTUใช้คาปาซิเตอร์ขนาดเท่าไร
โดย: Theepon IP: 118.173.161.54 วันที่: 29 เมษายน 2556 เวลา:19:18:59 น.
  
มอเตอร์คอยล์เย็น มิตซู ขนาด13000BTUใช้คาปาซิเตอร์ขนาดเท่าไรครับ ช่วยทีครับขอบคุณครับ
โดย: Theepon IP: 118.173.175.164 วันที่: 1 พฤษภาคม 2556 เวลา:14:20:52 น.
  
ตอบคุณ Theepon
ถ้าให้ข้อมูลมาแค่นี้ ผมก็จนปัญญาจริงๆไม่สามารถบอกได้ เพราะข้อมูลรายละเอียดไม่ชัวร์ บอกไปผิดเดี๋ยวเกิดปัญหาอีก
มอเตอร์พัดลมของชุดคอยล์เย็น Fan coil Unit มันมีหลายแบบ หลายขนาด มีทั้งแบบไฟ DC และ AC
ของคุณเป็นแอร์มิตซูอะไร Electric หรือ Hevy Duty รหัสรุ่นอะไร ปีไหน เป็นมอเตอร์ AC หรือ DC และขนาดกี่ HP.

เบื้องต้น ถ้าเป็นไปได้ลองแกะบอร์ดควบคุมที่อยู่ในคอยล์เย็นออกมาดูก่อน ดูว่าของเดิมมี Capacitor ของพัดลมอยู่หรือเปล่า และถ้ามีอยู่ ลองดูขนาดของเดิมก่อน
โดย: KanichiKoong วันที่: 3 พฤษภาคม 2556 เวลา:3:15:37 น.
  
ขอบคุณคับ
โดย: Theepon IP: 118.173.164.16 วันที่: 3 พฤษภาคม 2556 เวลา:15:13:58 น.
  
แอร์ LG ชุดแฟนคอยล์ และชุดคอนเดนซิ่งเป็น รุ่น S13-SEA6EN เหมือนกัน มีขนาด 12,474.61 BTU
ต้องใช้ capacitor รุ่นอะไร ขนาดอะไรครับ
โดย: เต้ IP: 110.168.138.246 วันที่: 31 พฤษภาคม 2556 เวลา:0:03:43 น.
  
ขอทราบการต่อพ่วงแค๊ปรัน แบบอนุกรมครับ ในกรณีแค็ปรันไม่สามารถหาซื้อได้ ขอบคุณครับ
โดย: มงคล IP: 110.164.136.120 วันที่: 27 มิถุนายน 2556 เวลา:11:36:15 น.
  
Microfarad ไมโครฟาราด สะกดแบบนี้ครับ
โดย: เพิ่มเติมให้ครับ IP: 110.171.85.173 วันที่: 6 กรกฎาคม 2556 เวลา:21:54:54 น.
  
ขอถามด้วยครับ เปิดแอร์แล้ว ชุดคอยล์เย็นทำงานปกติ ส่วนคอยล์ร้อนนั้นพัดลมหมุนปกติ แต่คอมเพรสเซอร์ไม่ทำงานได้ ซึ่งในช่วงที่เริ่มสตาร์ทคอมเพรสเซอร์นั้น จะมีเสียงดังตืดๆ มาจากตัวคอมเพรสเซอร์ด้วยครับ ลองเช็ค cap run ตามกะทู้นี้แล้วปรากฎว่ายังดีอยู่ โดยใช้มิเตอร์วัด และ ได้วัดลงกราวด์ของคอมเพรสเซอร์แล้วก็ไม่ลงกราวด์ และ วัดช๊อตเทรินของขอลวดภายใน โดยตั้งย่านวัด x1 ปรากฎว่าค่าความต้านทานที่เกิดขึ้นเท่ากันสองขด และ ขดลวดที่เหลือมีค่าความต้านทานต่างจากทั้งสองขดแรกที่วัด เป็นไปได้มั้ยครับว่า คอมเพรสเซอร์มันจะเสียแล้วครับ.....
โดย: toon IP: 101.108.107.244 วันที่: 8 กรกฎาคม 2556 เวลา:16:20:48 น.
  
ขอบคุณความรู้มากกก
โดย: พรช IP: 119.46.171.185 วันที่: 1 ตุลาคม 2556 เวลา:14:14:18 น.
  
ตู้เย็นเมื่อเสียบปลั๊กแล้ว compressor ทำงานประมาณ 5 วินาที แล้วเงียบไป แต่ไฟในตู้เย็นยังติด
เป็นเพราะอะไร คะ
โดย: Ate IP: 171.101.112.7 วันที่: 18 ตุลาคม 2556 เวลา:23:25:31 น.
  
รบกวนสอบถามเรื่อง ซี หน่อยครับ ผมมีมอเตอร์ 3เฟส 4 แรง ใช้ลากเครื่อผสมปูน ซื้อเขามาอีกทีครับ ลูกใหญ่มาก ผมจะต่อใช้กับไฟ 220 v เฟสเดียว หรือไฟบ้าน ผมใช้เทคนิคใช้ซีสตาร์ท ค่อมขา แดง-ขาว หรือ ดำ-ขาว แล้วแต่ทิศทางว่าอยากให้หมุนไปทางไหน ผลที่เกิดขึ้น มอเตอร์หมุนปกติ แต่มีปัญหาคือ แรงมอเตอร์หายไปเยอะ ไม่พอ ต่อการใช้งาน ผมก็เลยทดลองเพิ่มซี เขาไปอีกสองตัว รวมเป็น สามตัว ดังนี้ 75,50,50 ไมโคร ผลที่เกิดขึ้นพบว่ามอเตอร์มันแรงเพิ่มขึ้นชัดเจน แต่ยังไม่เพียงพอ เรียนสอบถามดังนี้ครับ ซีเป็นแบบไม่มีขั้ว มีสายต่อ 2 สาย 450 vac และเป็นเแบบ มีที่ต่อ 4 ที่ ต้องต่อคนละข้าง ไม่งั้นระเบิด อันนี้น่าจะเป็นแบบมีขั้วแน่เลย (ผมเดา) ผมสงสัยและอยากสอบถามว่า
1. ถ้าผมต้องการให้มอเตอร์มีแรงมากขึ้นจะต้องทำอย่างไรครับ เพราะซี มีแค่ 100 ไมโคร
2.ผมเห็นมีซีอีกประเภท คือ 500 ไมโคร เอามาลองต่อดู ปรากฏว่า มอเตอร์แรงดีมาก แต่มันร้อนมากครับ 300vac กลัวมันจะระเบิดก็เลยถอดออกครับ
จึงขอคำแนะนำหน่อยครับ พึ่งจับซีครั้งนี้ครั้งแรกครับไม่มีความรู้มาก่อนครับ ทำเพราะจำเป็น ไม่มีใครทำให้แล้วครับ
โดย: kumaret07 IP: 27.55.34.253 วันที่: 9 เมษายน 2557 เวลา:22:29:20 น.
  
พึ่งเปลี่ยนไปสดๆร้อนๆ แคปรันระเบิด ช่างเอามาเปลี่ยนให้ คิดราคา 1,150 บ. ขอลดราคาลงหน่อยลดให้ 1,100 บ. มาเปิดเน็ตดู...เขาขายกันตัวละไม่กี่ร้อยบาท แต่ช่างหน้างานบอกเขาก็ขายกันอยู่ที่ราคานี้ โดนช่างหลอกกันได้ เดินทางก็ไม่ได้ไกล ถนนสายไหมนี่เอง ถนนเดียวกัน คิดค่าแรง+ค่าเดินทางซะแพงเชียว คราวหน้าจะล้างแอร์หรือแอร์มีปัญหาต้องหาร้านใหม่ซะแล้ว ช่างกะเจ้าของร้านไม่จริงใจ เอาเปรียบกันเกินไป ร้านต้นๆซอยสายไหมหลังป้ายรถเมล์ท็อปซุปเปอร์มาเก็ตแหล่ะ
โดย: ร้านแอร์เอากำไรเกินควร IP: 1.47.164.36 วันที่: 21 เมษายน 2557 เวลา:14:32:41 น.
  
เอาจริงๆนะ ซี+ค่าแรง ผมให้ 500-600 ก็ว่ามันเยอะแล้ว เปลียนยากยังไง ถอดออก ใส่ใหม่ แต่ 1100+ คุณว่ามันเยอะเกินไปหรือเปล่า
โดย: อย่าคิดว่าโง่ IP: 171.6.143.39 วันที่: 6 มิถุนายน 2557 เวลา:18:23:23 น.
  
ไม่แพงครับ
ทุกสาขาวิชาชีพมันก็ต้องมีค่าวิชาความรู้ด้วยกันทั้งนั้นแหล่ะ
ถ้าอยากได้ถูกๆ ก็ทำเอง
โดย: DIY IP: 125.26.173.222 วันที่: 19 กรกฎาคม 2557 เวลา:16:32:36 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)
AC&EE
Location :
สงขลา  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 77 คน [?]



ช่องทางการติดต่อผู้จัดทำ
- ข้อความหลังไมค์
- E-mail : aum_tawatchai@hotmail.com
-------------------------------------
-------------------------------------
hibernate hosting | glassfish web hosting
New Comments