Group Blog
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •   
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
เมษายน 2555

1
2
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog
เครื่องปรับอากาศที่ใช้สารทำความเย็น R-410A
สารทำความเย็น R-410A เป็นสารทำความเย็นชนิดใหม่ ที่เริ่มมีการนำมาใช้กันในเครื่องปรับอากาศ ในแวดวงเครื่องปรับอากาศบ้านเรา การนำสารทำความเย็น R-410A มาใช้ จัดว่าเป็นสิ่งที่ค่อนข้างใหม่สำหรับช่างแอร์-ช่างเครื่องเย็น เนื่องจากมีความแตกต่างจากสารทำความเย็นแบบเดิมๆในหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็น คุณสมบัติ องค์ประกอบทางเคมี ระดับแรงดัน รูปแบบวิธีการชาร์ทสารทำความเย็น ฯลฯ



ตัวผมเองเดิมที เมื่อก่อนตอนที่เครื่องปรับอากาศที่ใช้ R-410A เพิ่งเริ่มเปิดตัวในตลาด ผมเองก็ไม่ค่อยรู้รายละเอียดอะไรมากในเรื่องของสารทำความเย็น R-410A จนกระทั่ง ทีมช่างของที่ร้านได้เข้าร่วมรับฟังการอบรมเกี่ยวกับเครื่องปรับอากาศระบบ Inverter ที่ใช้สารทำความเย็น R-410A ของบริษัทผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศแห่งหนึ่ง ผมจึงถือโอกาสเข้าร่วมรับฟังเพื่อเก็บข้อมูลด้วย
ซึ่งจากการที่ผมได้คลุกคลีอยู่ในแวดวงของเครื่องปรับอากาศ พบว่ามีหลายคนทั้งที่เป็นช่างแอร์ และ เป็นผู้ใช้งานทั่วไป ได้สอบถามมาทางผม เยอะพอสมควร ในเรื่องราวที่เกี่ยวกับสารทำความเย็น R-410A อย่างที่บอกไปครับ สารทำความเย็น R-410 เป็นเรื่องที่ค่อนข้างใหม่โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในวงการแอร์ตามต่างจังหวัด ซึ่งลองมองย้อนกลับไป สำหรับใครที่มีโอกาศได้ร่ำเรียนมาในวิชาที่เกี่ยวกับเครื่องทำความเย็นและเครื่องปรับอากาศ จะพบว่าตำราเรียนในสมัยก่อนแทบจะไม่เคยพูดถึงเรื่องราวของสารทำความเย็น R-410A ช่างที่ให้บริการในงานเครื่องปรับอากาศ R-410A ส่วนใหญ่จะเป็นพวกช่างที่สังกัดร้านตัวแทนจำหน่ายของแต่ละยี่ห้อ และบริษัทผู้ผลิตก็จะเรียกไปอบรมก่อนที่จะออกให้บริการกับลูกค้า ดังนั้นข้อมูลเกี่ยวกับสารทำความเย็น R-410A จึงไม่ค่อยแพร่หลาย ต้องอาศัยช่างเฉพาะจากศูนย์บริการในงานติดตั้งและบำรุงรักษา

วันนี้ผมจึงขอรวบรวมเขียนบทความเชิงวิชาการ พูดถึงเนื้อหาในภาพรวมของสารทำความเย็น R-410A


ความเป็นมา ของสารทำความเย็น R-410A
ย้อนกลับไปในช่วงกลางปี คศ.1990 สารทำความเย็นชนิด R-407C ได้ถูกออกแบบขึ้น โดยมีค่าการทำความเย็นและแรงดันที่ใกล้เคียงกับสารทำความเย็นชนิด R-22 ที่มีใช้กันในระบบเครื่องปรับอากาศ นานหลายสิบปี 
แต่การออกแบบนั้น ก็มีสิ่งท้าทายว่าจะออกแบบอย่างไรให้มีประสิทธิภาพด้านการแลกเปลี่ยนความร้อน และใช้พลังงานในการทำความเย็น เทียบเท่ากับระบบที่ใช้สารทำความเย็นชนิด R-22 อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสารทำความเย็นชนิด R-407C  จะไม่ใช่สารทำความเย็นในอุดมคติ ตามที่คาดหวังไว้ แต่ก็เป็นที่นิยมในตลาดเครื่องปรับอากาศของทางฝั่งยุโรป เนื่องจากคุณสมบัติของสารทำความเย็นชนิดนี้ คือ การไม่ทำลายชั้นโอโซน ช่วยลดภาวะโลกร้อน และสามารถใช้ได้กับระบบที่ใช้สารทำความเย็นชนิด R-22 เดิมได้ เพียงแก้ไขเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนข้อด้อยของสารทำความเย็นชนิดนี้ คือความไม่เสถียรในบางสถานะของสัดส่วนและคุณสมบัติของน้ำยา และประสิทธิภาพที่ลดลงเล็กน้อยจาก R-22 อย่างไรก็ตาม ผู้ส่งออกรายใหญ่หลายรายจากญี่ปุ่นได้ร่วมมือและสนับสนุนที่จะใช้สารทำความเย็นชนิด R-407C กับระบบปรับอากาศที่ส่งเข้าตลาดยุโรป 
สำหรับตลาดเครื่องปรับอากาศของญี่ปุ่นนั้น ความนิยมส่วนใหญ่ในตลาดมุ่งไปยังการใช้สารทำความเย็นชนิด R-410A แทน




ซึ่งตลาดเครื่องปรับอากาศในประเทศไทย ผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศแต่ละค่าย เริ่มนำสารทำความเย็น R-410A มาใช้ในผลิตภัณฑ์รุ่นท็อป อย่างเช่นเครื่องปรับอากาศระบบ Inverter ของยี่ห้อต่างๆ


การบรรจุสารทำความเย็น R-410A 

โดยปกติเมื่อเทียบด้วยถังบรรจุขนาด 10 กิโลกรัมนั้นให้คำนวณการบรรจุดังนี้

ถ้าเป็น R-22 บรรจุได้ Maximum 10 กิโลกรัม

ถ้าเป็น R-410A บรรจุได้ Maximum 7 กิโลกรัม


 - ราคาสารทำความเย็นอาจะมีการเปลี่ยนแปลงไปจากในภาพ ขึ้นอยู้กับร้านค้าผู้จำหน่าย -


ถ้าย้อนไปในเมื่อ 40 - 50 ปีที่แล้ว ในยุคแรกเริ่มที่ประเทศไทยได้รู้จักและเริ่มมีเครื่องปรับอากาศใช้งาน สารทำความเย็นที่เราใช้กันในเครื่องปรับอากาศ จากอดีตจนถึงปัจจุบันใช้สารทำความเย็นที่มีรหัส R-22



แต่สารทำความเย็น R-22 เป็นสารทำความเย็นในกลุ่ม คลอโรฟลูออโรคาร์บอน (CFC) ซึ่งเป็นสารเคมีที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพราะมันจะขึ้นไปทำลายชั้นบรรยากาศของโลก เป็นสาเหตุหนึ่งของสภาวะเรื่อนกระจก หรือสภาวะโลกร้อน ที่เราได้ประสบพบเจอกันในตอนนี้ จึงมีการคิดค้นสารทำความเย็นแบบใหม่ขึ้นมา เพื่อใช้ทดแทนสารทำความเย็น R-22

สารทดแทน R-22 แบ่งเป็นสามกลุ่ม

กลุ่ม Propane Series
ตัวอย่างเช่น R-290  โดยนำมา combine กับ R-600a เพื่อเพิ่มความสามารถด้าน COP และเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น Co.. 22 หรือ Re.. 22 หรือ R-431A เป็นต้น เรียนว่าเป็น "สารติดไฟ" ปริมาณการใช้น้อยกว่าร้อยละ 50 เพราะมีขนาดของโมเลกุลโตกว่า HFCs ประหยัดไฟกว่าเพราะไม่มีส่วนผสมของ Fluorine
สรุป ลุกติดไฟได้ง่าย ประหยัดค่าไฟฟ้า ใช้ปริมาณน้ำยาน้อยกว่า น้ำยาราคาแพงมากและไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย ผู้ขายน้อยราย เป็นสินค้ากึ่งผูกขาด

กลุ่ม Zeotropics
- แบบที่ใช้แทนสารทำความเย็น R-22 ได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนน้ำมันคอมเพรสเซอร์ (ในกรณีเดินท่อระยะใกล้) ได้แก่ R-417A, R-424A, R-422D
- แบบที่ใช้ต้องเปลี่ยนน้ำมันคอมเพรสเซอร์ และคอมเพรสเซอร์ต้องออกแบบมาเฉพาะ ได้แก่ R407C, R427A
- แบบที่ต้องได้การออกแบบมาโดยเฉพาะทั้งระบบ ได้แก่ R-410A

กลุ่ม Inorganic Compounds
R-744 หรือคาร์บอนไดออกไซด์ แรงดันสูงมากอาจเป็นอันตรายได้ เปลี่ยนสถานะได้ทั้งสาม 3 สถานะคือ ก๊าซ, ของแข็งและของเหลวการดีไซน์ระบบยุ่งยากกว่า
R-717 หรือแอมโมเนีย มีราคาถูก ในเขตเมืองห้ามใช้ ต่างจังหวัดก็เริ่มมีการควบคุมในบางพื้นที่ และเมื่อรั่วจะเป็นพิษแก่ผู้อยู่ใกล้เคียง การสูดดมในปริมาณเข้มข้น เพียงเวลาไม่เกิน 15 อาจทำให้หมดสติได้ ซึ่งสารทำความเย็นประเภทแอมโมเนีย ส่วนใหญ่จะมีใช้งานในโรงน้ำแข็งขนาดใหญ่ 



ปัจจุบันหน่วยงานในระดับนาๆชาติต่างให้ความสำคัญกับสภาวะโลกร้อน ก่อให้เกิดการประชุมหารือกันในระดับนานาชาติ เพื่อกำหนดมาตรการต่างๆขึ้นมาควบคุม ยกตัวอย่างเช่น

สนธิสัญญาเกียวโต (Kyoto Protocol)
เป็นการประชุมภายใต้กรอบของอนุสัญญาสหประชาชาติ ได้มีการกำหนดให้กลุ่มประเทศอุตสาหกรรมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ซึ่งรวมไปถึงสารทำความเย็นบางชนิด เช่น R11, R12, R22, 134A เป็นสารที่ทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจกในบรรยากาศ)
ปัจจุบันหลายประเทศในโลก ไม่อนุญาตให้ใช้ R-11, R-12, R-22,R-134A

สนธิสัญญามอนทรีออล (Montreal Protocol)
มีข้อตกลงให้เลิกใช้สาร CFC (R11, R12) และลด-เลิก ใช้สาร HCFC (R-22) ในยุโรป ตั้งแต่ปี ค.ศ.2009 และห้ามนำเข้าเครื่องทำความเย็นที่ใช้สาร HCFC (R-22)
ในส่วนทางด้านรัฐบาลไทย ได้มีมติให้ยกเลิกใช้สารทำลายบรรยากาศโอโซน คือสาร CFC (R-11, R-12) และเริ่มแผนลด-เลิก ใช้สาร HCFC (R-22) ตั้งแต่วันที่ 31 มกราคม 2553 โดยกระทรวงอุตสาหกรรม
และคาดว่าในอนาคต เครื่องปรับอากาศที่ผลิตเพื่อวางจำหน่ายในประเทศไทย จะเริ่มทยอยกันเปลี่ยนมาใช้สารทำความเย็นแบบใหม่กันหมด และสารทำความเย็น R-22 ก็จะเริ่มลดจำนวนการผลิตลงเรื่อยๆ

แม้ว่าสารทำความเย็นที่สามารถใช้ทดแทน R-22 มีอยู่หลายชนิด แต่ที่กำลังมาแรงในแวดวงเครื่องปรับอากาศของบ้านเรา เห็นจะเป็นสารทำความเย็น R-410A

สารทำความเย็นรหัส R-410A เป็นสารทำความเย็นในกลุ่ม Hydro Fluoro Carbon (HFC) ข้อแตกต่างที่ทำให้สารทำความเย็น R-410A ดีกว่า R-22 ก็ตรงที่ R-410A เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า เพราะไม่ทำลายชั้นโอโซน รวมทั้งยังมีประสิทธิภาพในการแลกเปลี่ยนความร้อนได้ดีกว่า มีความเสถียรในด้านของสัดส่วนและคุณสมบัติ และใช้ในปริมาณที่น้อยลง R-410A จึงมีแรงดันสูงกว่า R-22 ประมาณ 1.5 – 1.6 เท่า

แต่มีข้อเสียตรงที่ สารทำความเย็น R-410A ติดไฟได้ และในตอนนี้ยังคงมีราคาแพง การให้บริการค่อนข้างยุ่งยาก ช่างในท้องตลาดส่วนใหญ่ยังไม่มีประสบการณ์และความคุ้นเคยกับ R-410A รวมทั้งช่างที่จะมาให้บริการซ่อมบำรุงเครื่องปรับอากาศที่ใช้ R-410A ควรผ่านการอบรมและแนะนำจากบริษัทผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศ หรือบริษัทที่นำเข้าสารทำความเย็นตัวนี้ ก่อนที่จะออกให้บริการลูกค้า

ข้อมูลทางเทคนิคของสารทำความเย็น R-410A

Category : HFC
Formula : CH2F2 / CHF2CF3
Boiling point : -48.5 c
Purity : 99.95%
Lubricants : POE, ABCategory : HFC

ความดันไอที่อุณหภูมิ 90F = 272.8 psig (bubble point) และ 271.2 psig (dew point)

ค่าแรงดันที่วัดได้ ตามมาตรฐานที่กำหนด สำหรับสารทำความเย็น R-410A
ด้านแรงดันต่ำ 0.15-0.25 MPa(1.5-2.5 กก/ตร.ซม, 21-36 PSIG)
ด้านแรงดันสูง 1.37-1.57 MPa(14-16 กก/ตร.ซม, 199-228 PSIG)

ในตอนนี้มีหลายคน ถามผมอยู่บ่อยๆ ในเรื่องของการวัดระดับแรงดันของสารทำความเย็น R-410A จะใช้เมนิโฟลด์ เกจของ R-22 ได้หรือไม่?

ผมขอตอบในที่นี้เลยนะครับว่า “ไม่ได้” เพราะสารทำความเย็น R-410A มีแรงดันสูงกว่า R-22 ประมาณ 1.5 – 1.6 เท่า เมนิโฟลด์ เกจ ต้องเป็นแบบเฉพาะที่ออกแบบมาให้รองรับสารทำความเย็น R-410A เท่านั้น และคอมเพรสเซอร์ที่ใช้ก็ต้องเป็นแบบเฉพาะที่ผลิตมาไว้ใช้กับสารทำความเย็น R-410A โดยตรง

และที่วาล์วลูกศรก็ต่อเข้ากันไม่ได้อยู่แล้ว เนื่องจากวาล์วลูกศรของ R-410A เป็นวาล์วลูกศรที่ใช้กับท่อขนาด 3/8” ส่วนวาล์วลูกศรของ R-22 เป็นวาล์วลูกศรที่ใช้กับท่อขนาด 1/4" ทางผู้ผลิตได้ทำขนาดให้แตกต่างกันเพื่อป้องการการพลาด ใช้เมนิโฟลด์ เกจ ผิดชนิด
ส่วนใครที่คิดจะหาทางลัด โดยการดัดแปลงทำข้อต่อเสริมให้เสียบสายเกจของ R-22 เข้ากับวาล์วลูกศรของ R-410A ได้นั้น กรณีนี้ไม่แนะนำอย่างเด็ดขาด ต่อให้คุณทำข้อต่อเพื่อดัดแปลงในการต่อสายเกจ จากด้าน Low ที่วาล์วลูกศรของ R-410A แล้ววัดค่ากับเกจ R-22 ด้านเกจ Hight ก็ไม่ได้ เพราะเป็นการใช้งานที่ผิดประเภทอาจจะก่อให้เกิดอันตรายได้




การเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศที่ใช้สารทำความเย็น R-410A

เครื่องปรับอากาศที่ใช้สารทำความเย็น R-410A ปัจจุบันเริ่มมีเข้ามาวางจำหน่ายในท้องตลาดมากขึ้น โดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศ รุ่น Inverter และผมก็คาดว่าในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นเครื่องปรับอากาศแบบธรรมดา หรือแบบ Inverter ผู้ผลิตก็จะทยอยเปลี่ยนมาใช้สารทำความเย็น R-410A กันหมด และจะส่งผลให้ สารทำความเย็น R-22 ค่อยๆหายไปจากตลาด คงเหลือไว้เพียงส่วนน้อย เพื่อใช้เป็นสารทำความเย็นสำหรับเติมเครื่องปรับอากาศรุ่นเก่า และสารทำความเย็น R-410A ก็จะมีการผลิตและวางจำหน่ายเพิ่มขึ้น และอาจทำให้มีราคาถูกลงกว่าที่เป็นอยู่
ในขณะนี้(พ.ศ. 2555)สำหรับผู้บริโภคที่ต้องการจะซื้อเครื่องปรับอากาศที่ใช้สารทำความเย็นเบอร์ใหม่ ในกรุงเทพและปริมณฑลหรือตามหัวเมืองใหญ่ๆไม่น่าจะมีปัญหา แต่สำหรับผู้บริโภคที่อยู่ต่างจังหวัด หรือซื้อเครื่องปรับอากาศ R-410A มาจากที่อื่นแล้วจะมาติดตั้งในพื้นที่ ก่อนอื่นท่านควรจะสอบถามร้านให้บริการติดตั้งแอร์ในละแวกใกล้เคียง ว่ามีความสามารถและอุปกรณ์พร้อมในการให้บริการหรือไม่

เพราะตอนนี้ปัญหาที่ผมได้ทราบมา คือ ร้านแอร์ตามท้องถิ่นนอกเมืองไม่มีเกจวัดแรงดันสารทำความเย็น R-410A ไว้ให้บริการ และช่างบางส่วนยังขาดความรู้ความเข้าใจในระบบเครื่องทำความเย็น R-410A
ซึ่งช่างที่จะออกให้บริการในงานเครื่องปรับอากาศ Inverter ที่ใช้สารทำความเย็น R-410A ควรได้รับการอบรมหรือแนะนำจากฝ่ายเทคนิคของบริษัทผู้ผลิตแอร์ เพื่อที่จะได้ออกให้บริการได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย


คำถามที่พบบ่อยในเรื่องที่เกี่ยวกับสารทำความเย็น R-410A

เครื่องทำความเย็นที่ เดิมใช้ R-22 จะเปลี่ยนมาใช้ R-410A ได้ไหม ?
โดยทั่วไปแล้วไม่สามารถทำได้ ถ้าคอมเพรสเซอร์และอุปกรณ์ต่างๆในระบบ ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อใช้กับ R-410A โดยเฉพาะ เพราะส่วนของคอยล์ อาจรับแรงดันของสารทำความเย็น R-410A ไม่ได้ คุณสมบัติแรงดัน และเทอร์โมไดนามิคของ R-410A ทำให้คอมเพรสเซอร์ที่ใช้ ต้องถูกออกแบบใหม่โดยเฉพาะ คอมเพรสเซอร์ที่ถูกออกแบบมาสำหรับ R-22 หากนำไปใช้กับสารทำความเย็น R410-A จะทำให้มอเตอร์งานเกินกำลังและทำให้ได้รับความเสียหาย หากเครื่องพยายามปั๊ม R-410A ในระบบปรับอากาศ 


น้ำมันคอมเพรสเซอร์ R-410 กับ R-22 ชนิดเดียวกันหรือไม่ ?
น้ำมันที่ใช้ในระบบ R-22 เป็นชนิดที่แตกต่างกับของระบบ R-410A การใช้งานต้องเลือกใช้น้ำมันที่ผลิตมาโดยเฉพาะ 


การปฏิบัติงาน ซ่อม บำรุงรักษา และติดตั้ง เครื่องปรับอากาศที่ใช้ R-410A มีข้อควรระวัง ซึ่งเป็นรายละเอียดเพิ่มเติม อะไรบ้าง?
ปัญหาในเรื่องของความชื้นและสารปนเปื้อน 
- เรื่องของความชื้น เนื่องจากน้ำมันหล่อลื่นที่ใช้ในระบบ เป็นประเภทโพลีออลเอสเตอร์ (POE) ซึ่งดูดซึมความชื้นในอัตราที่เร็วและสูงกว่าน้ำมันที่ใช้ในระบบทำความเย็นแบบเดิมๆ ดังนั้นระยะเวลาที่ ภายในคอมเพรสเซอร์จะสัมผัสถูกบรรยากาศจึงสั้นกว่ามาก หลักการปฏิบัติที่ดีคือไม่ควรดึงจุกที่อุดปลายท่อของคอมเพรสเซอร์ออกจนกว่า คอมเพรสเซอร์จะติดตั้งเรียบร้อย จึงจะเอาออกเพื่อเชื่อมต่อระบบ...และขั้นตอนการทำสูญญากาศระบบ สำหรับการติดตั้งเครื่องปรับอากาศที่ใช้ R-410A ถือว่าเป็นขั้นตอนที่สำคัญและละเลยไม่ได้ เครื่องปรับอากาศที่ใช้ R-410Aต้องทำสูญญากาศระบบด้วยปั๊มทำสุญญากาศ(vacuum pump)ตามระยะเวลาที่กำหนดเท่านั้น! จริงอยู่ที่ในการติดตั้งเครื่องปรับอากาศ R-22 บางครั้งเรายังพบการใช้วิธีลัดโดยการใช้น้ำยาที่ให้มาในระบบไล่อากาศแทนการใช้ปั๊มทำสูญญากาศ(vacuum) แต่ในกรณีของ R-410A เราจะใช้วิธีการเอาน้ำยาในระบบมาไล่อากาศแบบนั้นไม่ได้ เพราะความชื้นในระบบที่ถูกกำจัดออกไปไม่หมด จะมีผลต่อการทำงานของเครื่อง และส่งผลต่อการทำความเย็นด้วย
- อีกอย่างที่เราควรระวังในการปฏิบัติงาน ซ่อบำรุงหรือติดตั้ง เครื่องทำความเย็นที่ใช้ R-410A คือเรื่องสารปนเปื้อนในระบบ เพราะว่าน้ำมันโพลีออลเอสเตอร์ (POE) ที่ใช้ในระบบนั้น มีความสามารถในการเป็นตัวทำความสะอาดชั้นดี ซึ่งจะพาคอปเปอร์ออกไซด์ และสารปนเปื้อนอื่นๆให้ไหลไปปะปนในระบบได้ง่าย อาจทำให้เกิดการอุดตันของอุปกรณ์ในระบบ 
- ทั้งการควบคุมความชื้นและสารปนเปื้อนควรจะเป็นกระบวนการที่ให้ความสำคัญมาก ในขณะที่ปฏิบัติงาน ติดตั้ง และซ่อมบำรุง เครื่องทำความเย็นที่ใช้ R-410A 


ในอนาคต หากมีการใช้งานสารทำความเย็น R-410A อย่างแพร่หลาย แล้วเราจะทราบได้อย่างไร ว่าเครื่องปรับอากาศเครื่องนั้นใช้สารทำความเย็นรหัสไหน

เบื้องต้น ข้อมูลสารทำความเย็นที่เครื่องปรับอากาศเครื่องนั้นใช้ ทางผู้ผลิตได้แสดงรายละเอียดไว้บนแผ่นป้าย (Name Plate) ที่ติดด้านข้างของเครื่อง ยิ่งถ้าเป็นเครื่องปรับอากาศที่ใช้ R-410A ปัจจุบันผู้ผลิตจะติดป้ายขนาดใหญ่ระบุไว้ชัดเจนว่าเป็นสารทำความเย็นชนิดใหม่ "New Refrigerant HFC410A" แต่ถ้าไม่มีป้ายแสดง ก็ให้สังเกตจากวาล์วลูกศรที่ใช้เสียบเกจวัดแรงดัน(หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต) หัววาล์วลูกศรของ R-22 จะเป็นขนาด 1/4" ส่วนหัววาล์วลูกศรของ R-410A จะเป็นขนาด 3/8"

การชาร์ทน้ำยาเข้าสู่ระบบ ใช้การตวงวัดปริมาตรแบบไหน ?
ในการชาร์ทน้ำยาเข้าสูระบบ สำหรับสารทำความเย็น R-410A จะใช้วิธีการชั่งน้ำหนักด้วยเครื่องชั้งดิจิตอล โดยอ้างอิงปริมาณน้ำยาจากข้อมูลที่ทางผู้ผลิตให้มา และหากมีการเดินท่อเพิ่มจากความยาวที่กำหนด จะต้องนำความยาวท่อในส่วนที่เพิ่มขึ้น มาคำนวนหาค่าน้ำหนักของสารทำความเย็นที่จะต้องใส่เพิ่มไปการชาร์ทน้ำยาเข้าสู่ระบบ




สรุป : สารทำความเย็น R-410A เป็นสารทำความเย็นแบบใหม่ที่นำมาใช้แทนสารทำความเย็น R-22 มีแรงดันสูงกว่า R-22 ประมาณ 1.5 - 1.6 เท่า ราคาในตอนนี้ยังถือว่าแพง และติดไฟได้ ที่สำคัญ...ไม่สามารถใช้เกจของ R-22 มาวัดแรงดันของ R-410A ได้...ต้องซื้อเกจตัวใหม่ที่รองรับ R-410 ในตอนนี้ช่างที่มีความรู้ความเข้าใจในระบบทำความเย็นที่ใช้ R-410A ยังมีน้อย ช่างที่จะติดตั้งเครื่องปรับอากาศ R-410A ทางที่ดีควรจะได้รับการฟังบรรยายอบรม เกี่ยวกับเครื่องปรับอากาศที่ใช้ R-410A

และเนื่องด้วยสารทำความเย็น R-410A นั้น เป็นส่วนผสมของ HFC-35 และ 120 ในอันตราส่วน 1:1 โดยสารทำความเย็นชนิดนี้จะปราศจากคลอรีน ไม่ทำลายโอโซนในชั้นบรรยากาศโลก และมีประสิทธิภาพดีกว่าสารทำความเย็นแบบ R-22 ถึง 10% การใช้งานในประเทศไทย ซึ่งมีอุณหภูมิเฉลี่ย 25-35 องศาเซลเซียสนั้น เครื่องปรับอากาศที่ใช้สารทำความเย็น R-410A นั้น จะช่วยประหยัดพลังงาน และค่าไฟต่อปีได้ดีกว่าเครื่องปรับอากาศ R-22 




Create Date : 03 เมษายน 2555
Last Update : 26 กุมภาพันธ์ 2556 12:55:12 น.
Counter : Pageviews.

3 comments
  
ปัญหาแอณ์บ้านทำงานไปได้สักระยะประมาณ10นาที แล้วดับไปเฉยๆ เกิดจากอะไรครับ
โดย: ผีโรงเย็น EG IP: 58.64.73.103 วันที่: 9 พฤษภาคม 2555 เวลา:16:19:20 น.
  
ปัญหาแอร์บ้านทำงานไปได้สักระยะประมาณ10นาที แล้วดับไปเฉยๆ เกิดจากอะไรครับ
โดย: ผีโรงเย็น EG IP: 58.64.73.103 วันที่: 9 พฤษภาคม 2555 เวลา:16:21:18 น.
  
ใช้แล้วดีจริง น้ำยาแอร์ 410 ดีใจที่ไม่ปล่อยมลพิษ
http://www.refrigerant-trading.com/refrigerant_410.html
โดย: MutainChiro วันที่: 6 มกราคม 2557 เวลา:19:34:52 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
AC&EE
Location :
สงขลา  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 86 คน [?]



ช่องทางการติดต่อผู้จัดทำ

- หลังไมค์
- E-mail : aum_tawatchai@hotmail.com
-------------------------------------
-------------------------------------
New Comments