มันไม่ใช่แค่ติดแบล็คลิสท์
ปัญหาเรื่องหนี้ ใช้เงินเกินตัว นี่เป็นปัญหาใกล้ตัวของเราสุดๆ ไปเลยว่าม๊ะ?

ในฐานะที่คุ้นเคยกับการเป็นหนี้ และคนที่เป็นหนี้มานาน ทั้งจากชีวิตส่วนตัวและการทำงาน หลักการบางหลักการในการแก้หนี้ ก็ใช้ไม่ได้ในชีวิตจริง 

ปัญหาของคนที่เป็นหนี้ส่วนใหญ่ พูดง่ายๆ เลยคือ การขาดวินัยทางการเงิน และการวางแผนการเงินที่ดี

การใช้เงินในอนาคตมากจนเกินไป เมื่อบริหารจัดการไม่ได้ สุดท้ายแล้วภาระหนี้ก็กลายมาเป็นเชือกที่เราใช้มัดตัวเองจนเราดิ้นไม่หลุด บางทีแค่เห็นซอง Statement บัตรเครดิต ก็เครียดตั้งแต่ยังไม่ทันจะเปิดซองเลย จริงม๊ะ??

บางคนอาจจะคิดว่า เป็นหนี้ อย่างมากก็แค่ติดแบล็คลิสท์ (Blacklist) อย่างมากก็โดนฟ้อง แต่สำหรับเรามันไม่แค่นั้น  ช่วงวิกฤติของการเป็นหนี้ แล้วพยายามจะยื้อไว้ ทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้ติดแบล็คลิสท์ในเครดิตบูโร เหมือนมีมีดมาจ่อคอ หายใจแทบไม่ออก กว่าจะผ่านมันมาได้ ต้องขอบคุณความพยายามในครั้งนั้นเลยจริงๆ เพราะถ้าเราไม่พยายามยื้อไว้ ใครจะคิดว่าวันนึงมันจะมีผลต่อหน้าที่การงานเราอย่างคาดไม่ถึง

วันนึงที่คิดจะเปลี่ยนงาน มีการดึงตัวยื่นข้อเสนอที่ดีงาม จนไม่มีเหตุผลจะปฏิเสธ ตกลงกันเรียบร้อยจนถึงวันนัดจะเซ็นสัญญาเข้าทำงาน ฝ่ายบุคคลขอเอกสารประกอบการเซ็นสัญญา และ 1 ในนั้นคือ เอกสารการตรวจสอบประวัติทางการเงินกับเครดิตบูโร  คือถ้าเรามีประวัติติดแบล็คลิสท์ในระบบ วันนั้นคงจบ ไม่ได้เซ็นสัญญาจ้าง ถึงต้องขอบคุณในความพยายามของตัวเองที่จะรักษาเครดิตเอาไว้ เพราะถ้าไม่ใช่สิ่งที่ทำในวันก่อน เราคงต้องทิ้งโอกาสดีๆ ที่จะเติบโตในหน้าที่การงานไป ด้วย "ความไม่รู้" เลยจริงๆ

จากนั้นถึงได้รู้ว่า มีอีกหลายบริษัทที่มีการตรวจสอบประวัติทางการเงินของพนักงานก่อนจะรับเข้าทำงาน  มันจึงไม่ใช่แค่การติดแบล็คลิสท์ ที่ก็แค่ขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินไม่ได้ แต่มันส่งผลกระทบยาวไปจนถึงหน้าที่การงานในอนาคตของเราด้วย โดยเฉพาะกับคนทำงานที่อยู่ในแวดวงของสถาบันการเงิน 

ที่พูดนี่ไม่ได้จะทำให้คนเป็นหนี้เครียดมากขึ้นกว่าเดิม แต่แค่อยากจะบอกว่า ถ้าคุณอยู่ในระดับที่ยังคงสามารถรักษาเครดิตทางการเงินของตัวเองเอาไว้ได้ ก็ทำเถอะค่ะ เพราะเราไม่รู้ว่าวันไหนที่มันจะกระทบกับชีวิตด้านอื่นๆ ของเราอีกรึเปล่า

ในทางกลับกัน ถ้าพยายามแล้ว มันไม่ไหวจริงๆ เราก็แนะนำให้ปล่อยไป ไม่ต้องเครียดกับมันจนทำร้ายสุขภาพจิตของตัวเราเอง เพราะติดแบล็คลิสท์ได้ มันก็มีทางรักษาได้เหมือนกัน มีปัญหา ก็มีต้องทางแก้ ฉันใดก็ฉันนั้นแหละค่ะ  แค่ต้องอาศัยเวลานิดหน่อย แต่มันไม่ใช่เรื่องที่แก้ไขไม่ได้ จนเราต้องหันมาทำร้ายตัวเอง  

เริ่มแรกคือ เราก็แค่ต้องตั้งสติ อย่าจมอยู่กับปัญหา เพราะมันจะทำให้เราหาทางแก้หรือทางออกไม่เจอ ปัญหาเรื่องเงินนี่ยังพอแก้ไขได้นะคะ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เราจมอยู่กับมันจนลามไปเป็นปัญหาสุขภาพกายและจิตแล้วละก็ แก้ยากขึ้นอยากหลายสเตปเลยล่ะ

เพราะฉะนั้น ตั้งสติก่อนค่ะ สติมา แล้วปัญญาจะเกิด จากนั้นค่อยมาคิดหาวิธีแก้กันต่อไป ^^




Create Date : 24 พฤศจิกายน 2558
Last Update : 24 พฤศจิกายน 2558 12:33:54 น.
Counter : 348 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

สมาชิกหมายเลข 720148
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



พฤศจิกายน 2558

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
26
27
28
29
30