Kabird
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2560
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728 
 
16 กุมภาพันธ์ 2560
 
All Blogs
 
นั่งรถไฟสายทรานไซบีเรีย จีน มองโกเลีย รัสเซีย (วันที่1:ปักกิ่ง)






Day 1 : 24/01/17 Beijing, China

ถึงสนามบินปักกิ่งอย่างปลอดภัย ก้าวขาแรกออกมาจากเครื่องบิน โอ้วววแม่เจ้ามันหนาวมาก -10 องศา พูดแล้วควันออกปากเลย เสื้อคอเต่าที่ใส่มาป้องกันอะไรมิได้ฮ่ะ ต้องรีบคว้าเสื้อกันหนาวมาใส่
รถ airport bus รับไปที่ตึกสนามบิน ผ่านจุด ตม. จีนตรวจเอกสารแปบๆไม่พูดอะไรกับเราเลย แล้วก็ผ่านเป็นอันเสร็จสรรพ
ต่อรถไฟ airport express 25 หยวน ไปลงสุดสายสถานี Dongzhimen 












เพื่อนและน้องๆ (ผึ้ง แทน หมอก หมี) เป็นเด็กนักเรียนทุนมาเรียนที่จีน 1 ปีและมาเที่ยวที่นี่ล่วงหน้าเรา 2 วันแล้ว มารับและนัดเราไว้ที่ exit A แต่ชั้นดันไปออก exit E ต้องถามพนักงานกันนานกว่าจะเจอ

เมื่อครบทีมก็ปาไป 9 โมงครึ่ง ไม่รีรอรีบเลย วันนี้จุดหมายปลายทางหลักเราคือกำแพงเมืองจีน เริ่มจาก...
ซื้อบัตรเดินทางที่ใช้ได้ทั้งบัสและ subway คือมัดจำบัตร 20 หยวน และสามารถเติมเงินได้ตลอด พวกเราจึงซื้อมา 100 หยวน ค่าโดยสารแต่ละเที่ยวก็ประมาณ 3-5 หยวน ซึ่งถือว่าถูกมาก
Subway จีนระบบรักษาความปลอดภัยดีมาก! ขอย้ำ นึกว่าอยู่สนามบิน เพราะต้องเอากระเป๋าเข้าเครื่องแสกนทุกครั้ง บางจุดหนักหน่อยคือมีเครื่องแสกนตรวจร่ายกาย แถมใน subway จะมีจุดโพเดียมแบบ 2 ขั้นบันไดที่ให้พนักงานยืนตรวจความเรียบร้อยจะได้มองเห็นได้ไกลๆ สภาพแวดล้อมโดยรวมถึงจะดูเก่าแต่ก็ไม่สกปรกนะ 



นั่งรถไฟใต้ดินสถานี จื่อเหมิน (สาย2) ไปที่ จีซุ่ยถาน 
แล้วเดินข้ามฝั่งไปตึกที่เป็นกำแพงอิฐสูงๆ ตัวอาคารทรงจีนจ๋า นั่นแหละค่ะ รอบๆบริเวณจะมีรถบัสสายต่างๆประจำอยู่ ขึ้นรถสาย 877 ไปจนสุดสายเลยค่ะ ประมาณชั่วโมงกว่า (ราคาไป 8 หยวน กลับ 12 หยวน) 
ตั๋วรถบัสที่นี่ราคางงๆขนาดไปกลับที่เดียวกันแต่ราคาต่างกัน


ถึงกำแพงเมืองจีนประมาณบ่ายโมง หนาวมากค่ะที่ปิดหูต้องพร้อมนะคะ ใส่เสื้อผ้ามา 3 ชั้นยังเอาไม่ค่อยอยู่เลย โชคดีที่ได้แผ่นให้ความร้อนแปะรองเท้าได้ผลจริงๆ

กองทัพต้องเดินด้วยท้อง ข้าวมื้อแรกคือก๋วยเตี๋ยวใส่พริกหมาล่า (พริกที่คนจีนชอบใส่ในอาหาร อร่อยแต่คันและแสบลิ้น) แวะชิม
-สตรอว์เบอร์รี่เคลือบน้ำตาล ไม้นึงมี 4 ชิ้น 20 หยวน หวานซะเลี่ยนเลย 
-อีกเมนูคือไข่ต้มชา (ต้มในน้ำชาจีน) ฟองละ 2 หยวน รสชาติก็ปกติแต่ได้ความรู้สึก healthy ฟินสุดๆฮ่ะ









ค่าเข้ากำแพงเมืองจีน 35 หยวน (นักเรียน 17.5 หยวน)
จะเดินขึ้นหรือ
-นั่ง cable car (100 เที่ยวเดียว/ไปกลับ 140 หยวน) 
-sliding car ( 80 เที่ยวเดียว/ไปกลับ 100 หยวน) ก็ได้ 

พวกเรานั่ง cable car ขึ้นไปถึงจุดหมายใช้เวลาไม่นานก็ถึง วันนี้นักท่องเที่ยวพอประมาณ มีมากบ้างน้อยบ้างบางจุด อากาศหนาวเย็น ลมแรงเป็นช่วงๆ วิวทิวทัศน์โดยรอบแห้งๆสีน้ำตาลอ่อน ใบไม้ร่วง ไม่มีหิมะ เพราะละลายหมดแล้วจากอาทิตย์ก่อน







กำแพงเมืองจีน เป็นหนึ่งในลิสต์ตั้งใจไว้ตั้งแต่เด็กๆว่าจะมาเที่ยวให้ได้เพราะดูภาพสวยจากสารคดีในทีวีมาตลอด แต่ด้วยความที่วันนี้หนาว เหนื่อย และนักท่องเที่ยวเดินสวนไปมา นักท่องเที่ยวจีนเองก็เยอะ มีเด็กมาทัศนศึกษากันหลายกลุ่มทำให้ไม่ค่อยอินเท่าไร 
จริงๆแล้วกำแพงเมืองจีนมีที่ขึ้นชมหลายจุด ซึ่งจุดที่พวกเรามานี้เป็นจุดที่ขึ้นสะดวกและใกล้ที่สุดแล้ว 





ประวัติกำแพงเมืองจีน หรือกำแพงหมื่นลี้ (Great wall of China).....
สร้างขึ้นหลักๆใน 4 ช่วง
ของจีนตั้งแต่ราชวงศ์ฉิน, ราชวงศ์ฮั่น มาจนถึงราชวงศ์หมิง เพื่อป้องกันการรุกรานจากชาว ซฺยงหนู 

กำแพงเมืองจีนเป็นกำแพงที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีความยาว 21,196.18 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 15 มณฑลทั่วประเทศ และนับเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี พ.ศ. 2530 จากยูเนสโก

ซึ่งของจริงก็ยิ่งใหญ่ ตั้งตระหง่านสูงเด่นเป็นสง่า มหัศจรรย์สมคำล่ำลือจริง คือมัน amazing มากที่คนโบราณสามารถสร้างได้ขนาดนี้เพื่อป้องกันศัตรูมารุกราน 

หินแต่ละก้อนแต่ละบล็อกที่กว่าจะเรียงร้อยเป็นกำแพงได้ขนาดนี้ นับถือพี่จีนจริงๆ แต่ไม่น่ารักตรงที่มีรอยขีดเขียนผนังกำแพงถี่ยิบเต็มไปหมดเลยเนี่ยแหละ มันลดค่าลงไปเลย 







ทางเดินบ้างก็เป็นขั้นบันได ถี่บ้าง กว้างบ้าง ต้องก้าวเท้าดีๆ บ้างก็เป็นทางลาด ทางชัน ต้องเดินทรงตัวดีๆไม่งั้นจะลื่นล้มได้ง่ายๆ 

จุดที่พวกเราไปเยี่ยมชมมีทั้งหมด 14 ป้อม แต่ละป้อมจะห่างกันพอสมควร เดินแรกๆก็สนุกสนานตื่นเต้น แต่พอหลังๆนี่ขาสั่นเริ่มหมดแรง มองไปทางไหนก็เป็นกำแพงทอดยาวไปเรื่อยๆสุดลูกหูลูกตา


ใช้เวลาที่นี่ประมาณ 2 ชั่วโมงกว่าๆ แล้วจึงนั่งรถ sliding car ลงมา เหมือนอยู่ในสวนสนุกเลย ชอบๆ อิๆ ทางออกมีจุดให้อาหารหมีควายเป็นฝูงเลยคร้า ลักษณะหมีควายขนสีดำแถบขาวตัววีบริเวณคอ มันมีตัวเทพอยู่ 1 ตัวที่ปีนขึ้นมาชูคอรองับอาหาร



นั่งรถบัสสาย 877 กลับเข้าเมือง มาถึงก็เย็นแล้ว หนาวจับใจได้ที่เลย อีชั้นดันหัวเข่าเคล็ด เดินไม่สะดวกก้าวลงบันไดทีก็เสียวข้อเข่าทีคือมันทรมานสุดๆ><

นั่ง subway จากสถานีจีซุ่ยถาน(สาย8) ไปยัง Olympic sport center โผล่ออกมาจากสถานี เย็นยะเยือกยิ่งกว่าเดิมอีก บรื๊อออ 
สนามกีฬานี้ใช้แข่งขันกีฬาโอลิมปิกเมื่อปี 2008 
ออกแบบโดยนักออกแบบชาวญี่ปุ่น ตามหลักหยินหยางฮวงจุ้ย ด้านขวามือคือจุดไฮไลต์ อาคารสนามฟุตบอลทรงรังนก สวยงามมาก! ส่วนด้านซ้ายมือคือสระว่ายน้ำ ยามค่ำคืนเปิดไฟสลับสีสันต่างๆนานา
เก็บภาพกันรัวๆๆรีบๆๆ เพราะหิวและหนาวมั่กๆ







เดินทางกันต่อ ไปที่สถานี หวังฝูจิง เพื่อจะไปกินกุ้งอาหารทะเลอันขึ้นชื่อของห้าง APM คือร้าน Grandma's ปรากฎว่าร้านให้บริการไม่ได้แล้วเพราะอาหารหมด แม้ว่าเวลาปิดคือ 3 ทุ่มก็ตาม แงๆ ขอแนะนำนะคะต้องมาลอง อยู่ชั้น 6 ร้านพื้นที่เยอะมาก ลูกค้าแน่นสุดๆ ราคาย่อมเยาว์ด้วย






ก็เลย มาจบที่ร้านอาหารญี่ปุ่น แบบ to go ไก่เทอริยากิง่ายๆ ถูกๆ 28 หยวนเอง 

ก่อนกลับพวกเราเดินหาร้าน  Miniso ร้านสะดวกซื้อขายของหลากหลาย ในราคา 60 บาท อารมณ์ประมาณ Daiso อ่ะค่ะ แต่เพื่อนๆยืนยันว่าสินค้าคุณภาพดีกว่ามาก กะว่าจะซื้อ แพคถุงร้อนซะหน่อย แต่ร้านปิดซะงั้น เฮ้อ!วันนี้ไม่ใช่วันของเราจริงๆ แม้กระทั่งน้ำยาล้างคอนแทคเลนส์ยังหาซื้อไม่ได้เลย (Watson ก็ไม่มีขายจ้า) ดังนั้นใครจะมาเที่ยวที่เมืองจีนห้ามลืม! ไม่งั้นจะต้องยอมเป็นป้าแว่นแบบอีชั้นฮ่ะ เซ็งสุดๆอ่ะ



นั่ง subway ไปสถานี Beijing zan กลับโรงแรมซินเยว่ (200 หยวนต่อคืน) เรื่องโรงแรมนี่ก็เป็นตำนานซะเหลือเกิน ก็เพราะว่าก่อนหน้านี้เพื่อนจองโรงแรมผ่านเวบไซต์จีนพร้อมจ่ายเงินทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว ปรากฏว่าพอเชคอิน เค้าไม่รับชาวต่างชาติ น่าจะเป็นเพราะว่าบริเวณนี้เป็นเซฟโซนหรือเพราะช่วงนี้เป็นหน้าเทศกาลตรุษจีน (ตำรวจ ทหารเต็มไปหมดเลย) ต้องเข้มงวดเป็นพิเศษ ทั้งผึ้งและหมอกก็เดินหาโรงแรมกันให้ทั่วทั้งวันจนมาได้ที่โรงแรมซินเยว่ อยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟ หันหน้าเข้าสถานี เดินขึ้นไปทางซ้ายเดินประมาณ 8-10 นาทีก็ถึง หน้าปากซอยมีร้านกาแฟ Bālí Dâo kāfēi 
แล้วเดินเข้ามาในซอยจะเห็นป้ายโรงแรม XinYue Hotel ชัดเจน ก่อนถึงโรงแรมมีร้านสะดวกซื้อ family mart ไม่ต้องกลัวอด แม้กระทั่งในโรงแรมยังมีเลยค่ะ 
โรงแรมเล็กๆคล้ายอพาร์ตเมนต์ สะอาดในระดับหนึ่ง ห้องน้ำในตัว มีสบู่ ผ้าเช็ดตัวให้ ถึงไม่ดีมากแต่คุ้มค่ากับ backpackers อย่างพวกเรา มีฟรี wifi แต่สัญญาณกากมากขอบอก 
คืนนี้กว่าจะนอนกันก็ปาไปเที่ยงคืนกว่าๆละ หัวถึงหมอนก็หลับเลยพรุ่งนี้ลุยกันต่อเพื่อขึ้นรถไฟสายทรานไซบีเรีย zzz



Create Date : 16 กุมภาพันธ์ 2560
Last Update : 16 กุมภาพันธ์ 2560 12:54:47 น. 0 comments
Counter : 407 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Kabird
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]




Friends' blogs
[Add Kabird's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.