คิดท้อเป็นถ่าน คิดผ่านเป็เพชร
 
 

ฝนเทียม

เนื่องจาก
http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X9738834/X9738834.html
และ
http://www.atlanteanconspiracy.proboards.com/index.cgi?board=general&action=display&thread=116

ก็เลยอยากเขียนเรื่องฝนเทียมขึ้นมา ก็เ่ท่านั้น

ฝนเทียม เป็นกรรมวิธีดัดแปรสภาพอากาศเพื่อให้เกิดฝน การทำฝนเทียมเป็นกรรมวิธีเลียนแบบธรรมชาติ โดยทำจากเมฆซึ่งมีลักษณะพอเหมาะที่จะเกิดฝนได้ จากนั้นจึงเร่งให้เกิดการควบแน่นของเมฆ ด้วย 3 ขั้นตอน คือ ก่อกวน, เลี้ยงให้อ้วน, และโจมตี มักทำใน 2 สภาวะ คือ การทำฝนเมฆเย็น เมื่อเมฆมีอุณหภูมิต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส และ การทำฝนเมฆอุ่น เมื่อเมฆมีอุณหภูมิสูงกว่า 0 องศาเซลเซียส การทำฝนเทียมในสองสภาวะนี้จะใช้สารในการดัดแปรสภาพอากาศที่แตกต่างกัน

สารเคมีที่ใช้ในการทำฝนเทียมนั้นก็ได้รับการพิจารณามาแล้วถึงเรื่องการเป็นพิษต่อ คน พืช และสัตว์ สารเคมีที่ใช้มี 3 ประเภท คือ
1. สารเคมีประเภทคลายความร้อนหรือทำให้อุณหภูมิสูงขึ้น ได้แก่
* แคลเซียมคาร์ไบด์ (Calcium carbide; CaC2) calcium carbide is used as source of acetylene gas
* แคลเซียมคลอไรด์ (Calcium Chloride; CaCl2) it is listed as a permitted food additive in the European Union for use as a sequestrant and firming agent with the E number E509
* แคลเซียมออกไซด์ (Calcium Oxide; CaO)

2. สารเคมีประเภทดูดกลืนความร้อนหรือทำให้อุณหภูมิต่ำลง ได้แก่
* ยูเรีย (Urea; CO(NH2)2) More than 90% of world production of urea is destined for use as a nitrogen-release fertilizer
* แอมโมเนียไนเตรด (Ammoniumnitrate; NH4N03) It is commonly used in agriculture as a high-nitrogen fertilizer, and it has also been used as an oxidizing agent in explosives
* น้ำแข็งแห้ง (Dry ice; CO2(S))

3. สารเคมีที่ทำหน้าที่ดูดซับความชื้นประการเดียว ได้แก่
* เกลือ (Sodium chloride; NaCl)
* สารเคมีสูตร ท.1

ref.
- http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%9D%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1
- http://store.tkc.go.th/multimedia/webmaster/New%20TKC/af_rain/artificial_rain.html

"รักในหลวงครับ"




 

Create Date : 29 กันยายน 2553   
Last Update : 29 กันยายน 2553 9:29:10 น.   
Counter : 413 Pageviews.  


SMS ฟรี

ข้อความจาก e-mail

วิธีส่ง SMS ฟรี! ของ 'Nokia' <เท่านั้นน๊ะ!>
1. ปิ ด แล้วเปิดเครื่อง
2. กด *#746025625#
3. จะขึ้น "Sim Clock Stop Allowed"
4.ส่งฟรีได้แล้ว ส่งแหลก!
คำเตือน!
1.ใช้ได้กับ Nokia เท่านั้น
2.บางระบบอาจใช้ไม่ได้
3.ไม่ควรใช้มาก อาจทำให้เกิดโรค"งก" ขึ้นสมองได้..

จากข้อมูลที่ลองค้นหาดู
เข้าใจว่ากด *#746025625# แล้วคงขึ้น "Sim Clock Stop Allowed" จริง (ขออภัยใจไม่กล้าพอที่จะลอง) มันไปหยุดเวลาจริง แต่เวลาเขาคิดเงินน่ะ ซิมเราไม่ใช่ตัวคิดเงินนะครับพี่น้องครับ เขาคิดเงินที่ server ครับพี่น้องครับ เราหยุดเวลาที่ซิมแล้วก็จริง แต่เราไม่ได้ไปหยุดเวลาที่ server นี่ครับพี่น้อง

แถม code สำหรับ nokia ซักหน่อย

http://digilander.libero.it/sozim/nokia.html




 

Create Date : 17 ตุลาคม 2552   
Last Update : 17 ตุลาคม 2552 8:17:32 น.   
Counter : 166 Pageviews.  


เรื่องเดิมๆ สารพีพีเอในยา

ประกาศเพิกถอนยา
ขณะนี้อนุกรรมการควบคุมอันตรายจากการใช้ยา มีมติในรอบแรกว่า ให้เพิกถอนยาที่มีส่วนผสมของ พีพีเอ ซึ่งมีผลทำให้เลือดออกในสมองได้ ต่อไปนี้
1. ทิฟฟี่
2. ดีคอลเจน
3. นูต้า
4. นูต้าโคล
5. ทิพทอพ 6. ฟาโคเจน
7. โคลัยซาล
8. ไดมีเท๊ป

แก้กันเลยดีกว่า

"ศาลไต่สวนประกาศ ถอดยาหวัดพีพีเอ

13 มิถุนายน 2544

ไทยโพสต์

ในวันที่ 14 มิ.ย. ศาลปกครองนัดพิจารณา ไต่สวนมูลฟ้องตามที่ น.พ.เทพ เวชวิศิษฐ์ เจ้าของประตูน้ำโพลีคลินิก ยื่นหนังสือร้องเรียนคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)

ออกประกาศเพิกถอน ตัวยาฟีนิลโปรพาโนรามีน (พีพีเอ) ออกจากสูตรยาบรรเทาหวัดและไอสูตรผสม มีผลตั้งแต่วันที่ 18 มิ.ย. โดยอ้างผลการวิจัยของมหาวิทยาลัย ที่ระบุถึงอัตราเสี่ยงเกิดเลือดออกในสมอง
หากศาลปกครองพิจารณาแล้วเห็นว่า อย.ออกคำสั่งไม่ชอบ ด้วยกฎหมายจริงและมีเหตุผลตามผู้ร้องก็จะให้คุ้มครองทางกฎหมาย ขยายผลยืดระยะเวลาบังคับใช้ของประกาศวันที่ 18 มิ.ย. ออกไปก่อน และให้ อย.กลับไปพิจารณาใหม่ แต่ในทางกลับกัน ถ้าศาลเห็นว่า ไม่จำเป็นต้องคุ้มครองฉุกเฉินก็ให้เป็นไปตามคำสั่งของ อย.
น.พ.วิชัย โชควิวัฒน เลขาธิการ อย. ยืนยันว่า จะเข้าชี้ แจงกับตุลาการศาลปกครองด้วยตัวเอง ปัจจุบัน ผู้ประกอบการได้ทยอยขอ แก้ทะเบียนตำรับสูตรยาหวัด 153 ราย ครอบคลุมตำรับยา 493 สูตร จากจำนวนสูตรยาที่มีพีพีเอผสมอยู่ทั้งสิ้น 717 สูตรในไทย ซึ่งบางชนิดตั้ง ราคาขายสูงขึ้น
จากการเดินตรวจสอบร้านขายยาพบว่า ยาแก้หวัด “นูต้า” ของบริษัทโอสถสภาได้ถอนตัวยาพีพีเอ ขายแผงละ 6 บาทเท่าเดิม ส่วน “ทิฟฟี่” ของบริษัทไทยนครพัฒนา ซึ่งมีส่วนแบ่งตลาดยาแก้หวัดมากที่สุด ได้ถอนแล้วเช่นกันและใช้ชื่อการค้าใหม่เป็น “ทิฟฟี่ฟู” ราคาแผงละ 6-8 บาท จากเดิม 5-6 บาท ขณะที่ “ดีคอลเจน” เตรียมออกยาสูตรใหม่
อย่างไรก็ตาม ร้านขายยาระบุว่า บริษัทยายังไม่เก็บคืนยา สูตรเดิม เพราะไม่ได้สต็อกยาจำนวนมาก คาดว่าจะขายหมดทันวันที่ 18 มิ.ย. และผู้บริโภคไม่ค่อยดูส่วนผสมบนแผงยา"

ก็อย่างข้อความข้างบนนั่นแหละ เรื่องนี้เกิดขึ้นนานมากแล้วนะ ปี44 เชียวนะครับ และจากที่ลองสืบค้นดูส่วนประกอบในยาจะได้ตามนี้

http://my.opera.com/Jormungand/blog/show.dml/1747842

ไม่ขอลอกมาใส่ในนี้เนื่องจากอยากให้เครดิตกับเจ้าของบล็อค จะเห็นว่ามันไม่มีพีพีเอแล้ว




 

Create Date : 25 มกราคม 2552   
Last Update : 25 มกราคม 2552 0:29:51 น.   
Counter : 845 Pageviews.  


มีอะไรในถุงพลาสติก

ทราบกันหรือไม่ว่าถุงพลาสติก 1 ใบมีอะไรอยู่บ้าง
แน่นอนอย่างแรกต้องมี พลาสติกแน่นอน ในถุงพลาสติกนี้จะใช้พลาสติก PE (Polyethylene) แบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ LDPE(low density polyethylene) และ HDPE(high density polyethylene) ซึ่งจริงๆแล้วจะมีรายละเอียดอีกมากมายแยกย่อยออกไปได้อีก เช่น LLDPE, MDPE หรือ mLLDPE และอื่นๆอีกมากมาย
1. LDPE มีคุณสมบัตินิ่ม ใส เหนียว ยืดหยุ่นสูง ถือแล้วนุ่มมือดีแท้ แต่ด้อยในเรื่องความแข็งแรง ใส่ของได้น้อยกว่าถุง HDPE
2. HDPE มีคุณสมบัติ แข็งแรง ไม่ยืด รับน้ำหนักได้เยอะกว่า แต่ถุงนี้จะแข็ง เสียงดังหนวกหู
ในถุงแต่และห้างก็จะมีส่วนผสมของพลาสติกแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับว่าต้องการคุณสมบัติประเภทใดมาก-น้อยอย่างไร
อันดับต่อมา สี สีที่พบเห็นส่วนมากในตลาดจะเป็นสีขาว ส่วนสีอื่นๆจะพบในปริมาณน้อยกว่ามาก เช่น สีแดง น้ำเงิน ดำฟ้า ม่วง และอื่นๆ สีเหล่านี้ทำมาจากอะไร
1. สีขาว ทำมาจาก Titanium dioxide (TiO2) ได้มาจากแร่ธาตุ(ก้อนหิน)อีกแล้ว ซึ่งชื่อของมันจะแบ่งไปตามลักษณะผลึก เช่น rutile, anatase หรือ brookite และอื่นๆ ผสมเพื่อให้ความขาว ใส่มากขาวมาก ใส่น้อยขาวน้อยๆ
2. สีดำ ทำมาจาก carbon ถ่านนั่นเอง แต่จะเป็น carbon-black ตัว carbon-black เองถูกใช้ในหลากหลายกิจกรรม เช่น เสริมความแข็งแรงในยาง เช่น ยางรถยนต์ ขาตู้ แต่สำหรับในถุงพลาสติกเราใช้มันเป็นสารให้สีดำ
3. ส่วนสีอื่นๆนั่นส่วนใหญ่ทำมาจากแร่ธาตุ(ก้อนหินอีกแล้ว)ต่างๆ ซึ่งสีแต่ละสี และแต่ละเฉด จะได้มาจากแร่ธาตุต่างกันมากมาย
สีที่ได้มาจากแร่ธาตุนี้เป็นสีเบื้องต้นเท่านั้น จากนั้นต้องทำการผสมกันก่อนเพื่อให้ได้เฉดสีตามต้องการ
ส่วนผสมอันดับต่อมาคือ แคลเซียมคาร์บอเนต เรียกสั้นๆกันว่า แคลเซียม หรือก็คือหินปูนนั่นเอง ตัวแคลเซียมคาร์บอเนตเองนั่นถูกเติมลงไปในหลายๆจุดประสงค์ เช่น
1. เพิ่มคุณสมบัติของพลาสติก ถ้าใส่ในปริมาณที่พอเหมาะจะสามารถช่วยในเรื่องความแข็งแรงได้ และรวมถึงความสามารถในการพิมพ์ลายอีกด้วย
2. เพื่อเพิ่มความทึบ และสีขาวให้กับตัวถุงพลาสติก ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับเกรดของตัวแคลเซียมคาร์บอเนตเองว่าจะสามารถให้ความทึบแสง หรือสีขาวได้มากเพียงใด
3. เพิ่มความสามารถในการเปิดปากถุง ทำให้ผิวของถุงพลาสติกไม่ดูดติดกัน เปิดปากถุงง่าย
4. เพื่อเพิ่มน้ำหนักให้กับถุงพลาสติก เพื่อผลทางการค้า
การใส่แคลเซียมคาร์บอเนตมากเกินไปจะไปลดคุณสมบัติต่างๆของถุงพลาสติกทั้งด้านความแข็งแรง และด้านผิวสัมผัส ถุงที่ใส่แคลเซียมคาร์บอเนตมากๆลูบดูจะรู้สึกได้ ลักษณะคล้ายแป้ง ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความละเอียดของแคลเซียมคาร์บอเนตอีกเช่นกัน แคลเซียมคาร์บอเนตที่ละเอียดสัมผัสจะเนียนกว่า
สารเติมแต่งอื่นๆที่ใส่เพื่อเพิ่มคุณสมบัติด้านอื่นๆ เช่น ความลื่น ความสามารถในการทนต่อแสงแดง สารเพื่อเร่งกระบวนการย่อยสลาย
ในปัจจุบันถุงแบบย่อยสลายได้เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นซึ่งการผลิตนั้นทำได้หลากหลายวิธี เช่น
1. ใช้เม็ดพลาสติกที่ทำจากธรรมชาติล้วนๆ เช่น ข้าวโพด มันสำปะหลัง เป็นต้น แต่เข้าใจว่าในปัจจุบันยังมีราคาสูงกว่าเม็ดพลาสติกทั่วไปอยู่
2. ผสมเม็ดแบบที่ 1 กับเม็ดพลาสติก
3. ใช้สามารถเติมแต่งเร่งการสลายตัวเมื่อโดนแสงแดด จะทำให้พลาสติกสลายตัวได้เร็ว แตกเป็นชิ้นเล็กๆเมื่อโดนทิ้งไว้กลางแจ้ง




 

Create Date : 25 ธันวาคม 2551   
Last Update : 25 ธันวาคม 2551 16:29:10 น.   
Counter : 574 Pageviews.  


Mentos' effect

เนื้อหา
มีเด็กเล็กในบราซิลตายหลังจากที่กิน mentos กับโค้กพร้อมกันพร้อมทั้งเตือนว่าอันตรายมากทั้งเด็กและผู้ใหญ่

ความจริงวันนี้

http://www.snopes.com/horrors/freakish/mentos.asp

ปฏิกริยานี้เกิดจากเมนทอสขนมหวานธรรมดา ที่มีเปลือก ที่เปลือกของลูกอมเย็นๆธรรมดานี้มีรูพรุนมากมาย ซึ่งหมายถึงพื้นที่ผิวที่มากตามไปด้วย และเมื่อมันถูกหย่อนลงไปในน้ำอัดลมที่ซึ่งมีแก็สผสมอยู่และรอที่จะออกมามาก มาย แก็สจำนวนมากมายนั่นจะถูกปลดปล่อยที่บริเวณพื้นที่ผิวของวัสดุ (สังเกตนะครับว่าในน้ำอัดลมจะเกิดฟองที่ผิวของขวด เราจะไม่เห็นมันเกิดที่กลางน้ำ) และเมื่อทั้งสองได้มาพบกัน พื้นผิวที่มากมาย+แก็ส=แก็สจำนวนมาก ประกอบกับขวดบรรจุที่มีปากเล็กทำให้แก็สและรวมถึงโค้ก ก็พุ่งออกมา ปรากฎการณ์นี้เรียกว่า "Mentos effect"

พูดถึงเนื้อหาในเมล ความจริงคือ ไม่มีเด็กที่ไหนตาย ไม่มีการตายเนื่องจากกินเมนทอสกับโค้ก เพราะเมนทอสไม่ได้ทำปฏิกริยากับเมนทอส แต่มันทำกับผิวของโค้ก ขอแค่คุณอย่ากินโค้กเข้าไปทันทีที่เปิด(หมายถึงมีแก็สจำนวนมากในท้อง) และกินเมนทอส"ทั้งเม็ด"(ในลักษณะกรอกลงท้อง)ตามเข้าไป มัน"อาจจะ"เกิดขึ้นได้ แต่เท่าที่ดูคลิปจากอินเทอร์เน็ตมีบางคลิปมีการทดลองดังกล่าวแล้วโดยการ ทดลองในปากของเขา มันไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย




 

Create Date : 04 ธันวาคม 2551   
Last Update : 4 ธันวาคม 2551 20:52:10 น.   
Counter : 384 Pageviews.  



judo13
 
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add judo13's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com