Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2551
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
11 พฤษภาคม 2551
 
All Blogs
 
9-5-2551 ไหว้พระ ๙ วัดสมุทรปราการ (ตลาดบางน้ำผึ้ง)





10 พฤษภาคม 2551

10 โมงเช้า อากาศกำลังเย็นสบายทีเดียว เมื่อวาน ถึงเมื่อคืนฝนตก แต่ตอนเช้ายังไม่ตก

จริง ๆ วันหยุดวันนี้ตั้งใจทำงานเขียนให้ลุล่วงสักวันละหน้าสองหน้า แต่..เมื่อมีโอกาสไป

เที่ยวเปิดหูเปิดตาและก็ทำบุญกุศล ก็เลยอยากเก็บภาพ และเรื่องเล่ามาฝาก พี่น้องชาวบล็อกแก๊งครับ..

โปรแกรมไว้พระ 9 วัด หลาย ๆ คนอาจจะเบื่อ (กลัวร้อน)

บางคนคุ้นเคยกับจังหวัดอยุธยา
บางคนก็คุ้นกับ กทม.
บางคนก็คุ้นกับการจัดการทัวร์ 9 วัดของ ขสมก. ซึ่งผมเองก็เคยแอบใช้บริการ (เอาแค่ใบปลิวเขามาแล้วมาจัดเอง) แบบว่าเราไม่ได้อยู่กทม. ก็เลย ไม่มีเวลาไป..แต่สอบถามพี่ ๆ คนจัดที่เจอะกันบ่อย พี่เขาบอกว่า มีหลายสิบเส้นทาง ถ้าสนใจเส้นทางไหน ไม่ต้องจอง ทุกเช้าวันเสาร์อาทิตย์ ก่อน 08.00 น.ให้ไปที่อู่บางเขน(ข้างวัดพระศรีมหาธาตุ) แล้วดูโปรแกรมถูกใจโปรแกรมไหน รอบ ๆ กทม. เช้าไปเย็นกลับ ซื้อแล้ววิ่งขึ้นรถได้เลย...







ครับ มาที่เรื่องของผมดีกว่า..
ดีกว่าอย่างไร..อ้าว..ไม่รู้เหมือนกัน เอาเป็นว่า ตัวเองนั้นจัดทัวร์ 9 วัดมานานแล้วครับ..
เหตุผลตอนนั้นมีมากมาย แต่ตอนนี้กลายมาเป็นอาชีพของตัวเองด้วยครับ ถ้าอยากใช้บริการต้องมาอยู่ที่นครสวรรค์ เพราะเราจะเริ่มต้นที่นี่..

ครับ..ไม่ได้ขายทัวร์ แต่ว่าอยากมอบ เรือ่งราวสนุกให้แล้วกัน
จริงตามโปรแกรมเดิมอยากไปดู พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ
ลูกทัวร์อีกคน อยากไป วัดอโศการาม (เพราะดูข่าวในพระราชสำนัก ในวันที่สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ฯ เสด็จบรรจุบรมสารีริกธาตุในพระเจดีย์)

เราเองคนจัดก็อ๊ะ ใจให้ได้..แต่พอโปรแกรมออกมาแล้วคนที่อยากไปไม่ได้ไปหรอก เป็นแบบนี้บ่อย ๆ..

ก็เลยเข้าอินเตอร์เน็ต หาข้อมูลจากหนังสือ..นายรอบรู้ ของสนพ.สารคดี
จึงได้วัดในเมืองสมุทรปราการมาดังนี้..
ฝั่งพระอำเภอพระประแดง-พระสมุทรเจดีย์
1. วัดไพชยนต์พลเสพย์ราชวรวิหาร
2. วัดโปรดเกศเชษฐา
3. วัดทรงธรรมวรวิหาร
4. วัดพระสมุทรเจดีย์
5. วัดป่าเกด
ฝั่งอำเภอเมือง
6. วัดพิชัยสงคราม
7. วัดกลางวรวิหาร
8. วัดชัยมงคล
9. วัดอโศการาม


โปรแกรมออกมาอย่างนั้นแต่เวลาไปจริง ๆ อาจเป็นอีกอย่าง(สำหรับคณะผม) เหตุผลก็ตอนที่เราหาข้อมูล เราหามากกว่านั้นแต่เราก็ต้องเลือกให้เหลือเพียง 9 และเผื่ออะไรสักอย่างไว้ในมือ นั่นก็คือ คำถามเจ้าถิ่นว่า มีตรงไหนอีกบ้างที่น่าสนใจกว่า เราอาจจะเปลี่ยนไปได้เลย อันนี้ในกรณีที่ไม่ได้สำรวจเส้นทางเอง(ไปเองไม่ไหวแล้วน้ำมันแพงโครต ก็เลยจะมีทริปสำรวจขึ้นมาในราคาถูกกว่าที่ช่ำชองแล้วนิดนึง)

เริ่มที่วัดแรกเลยแล้วกันครับ พอรถลงทางด่วนสะพานพระราม 9 แล้ว เลี้ยวซ้าย..
ก่อนอื่นต้องขอชม จังหวัดสมุทรปราการก่อนเลยว่า..มีป้ายท่องเที่ยวได้ละเอียดมาก ๆ ครับ.. พอเลี้ยวเข้าสู่อำเภอพระประแดงปุ๊บจะมีป้ายบอกชื่อวัดตลอดเลย ..แต่บางจังหวัด หลงแล้วหลงอีกถามคนข้างถนนก็บอกว่า ไม่รู้..







ที่เที่ยวเราอยู่ในนี้ครับ..
เริ่มวัดแรก


1. วัดไพชยนต์พลเสพย์ราชวรวิหาร


ข้อมูลครับ

ในสมัยต้นรัตนโกสินทร์เจ้านายและขุนนางนิยมสร้างวัดกันมาก หลายวัดได้กลายเป็นพระอารามหลวงในเวลาต่อมา วันนี้ก็สร้างขึ้นในยุคนี้เช่นกัน พระอุโบสถและวิหารได้รับอิทธิพลศิลปะจีนซึ่งเป็นศิลปะแบบพระราชนิยมในช่วงปลายรัชกาลที่ 3 คือ ไม่มีช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ ประดับตกแต่งด้วยลวดลายปูนปั้นและเครือ่งถ้วยชามลายครามอย่างจีน ฝีมือประณีตงดงามมาก

ตามความเห็นของผม ..คือที่วัดนี้ ที่อุโบสถและวิหาร ไม่มี ขี้นกพิราบ สะอาดน่านั่งพักสงบจิตใจร่มเย็นดีเหลือเกินเลยครับ..

ประวัติของวัดนี้มีเรื่องราวปรากฏอยู่ในพระ ราชพงศาวดารัชกาลที่ ๒
สมเด็จกรมพระยา ดำรงทรงพระนิพนธ์กล่าวถึงวัดนี้ว่า

"ในคราวเมื่อสร้างป้อมเมืองสมุทรปราการนั้น ทรงพระ ราชดำริว่าป้อมที่ได้สร้างขึ้นที่เมืองนคร เขื่อนขันธ์แต่ก่อน ยังคงค้างอยู่ไม่สำเร็จบริบูรณ์

จึงโปรดให้พระเจ้าน้องยาเธอกรมหมื่นศักดิ พลเสพเป็นแม่กองทำการสร้างเมืองนครเขื่อน ขันธ์ที่ยังค้างอยู่

นอกจากนี้ยังได้สร้างป้อมขึ้นอีกป้อม หนึ่ง ชื่อ ป้อมเพชรหึง
และให้ขุดคลองลัดหลังเมือง นครเขื่อนขันธ์คลองหนึ่ง มาทะลุออกคลองตาลาว คลองลัดที่ขุดใหม่นี้เมื่อขุดนั้น กว้าง ๖ วา ลึก ๕ ศอกยาว ๕๐ เส้น

กรมหมื่นศักดิพล เสพ ทรงสร้างวัดขึ้นในคลองที่ขุดใหม่วัด หนึ่ง
พระราชทานนามว่า "วัดไพชยนต์พลเสพ "

พระยาเพชรพิไชย (เกษ) ซึ่งเป็น นายงานสร้างเมืองนครเขื่อนขันธ์ สร้างวัดขึ้นอีก วัดหนึ่งตรงข้ามวัดไพชยนต์ฯ ชื่อ วัดโปรดเกศ เชษฐาราม

ยังเป็นอารามหลวงอยู่จนทุกวันนี้ ทั้ง ๒ วัด

สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงสันนิษฐานเกี่ยว กับการตั้งชื่อวัดนี้ว่า ในรัชกาลที่ ๒ เห็นจะเรียกว่า "วัดกรมศักดิ์" หรือ "วัดปากลัด"

พอถึงรัชกาลที่ ๓ คนทั้งหลายก็คงจะเรียกว่า "วัดวัง หน้า"

การที่ในพระราชพงศาวดาอ้างว่า นาม "วัดไพชยนต์พลเสพ" นั้น พระบาทสมเด็จ พระพุทธเลิศหล้านภาลัย คงจะไม่ได้เป็นผู้ พระราชทานนามนี้ไว้ตั้งแต่แรกสร้าง กรม พระยาดำรงราชานุภาพจึงทรงพระวินิจฉัยจาก เค้าเงื่อนใน "สารน์สมเด็จ" ว่าผู้ที่พระ ราชทานนามว่า "วัดไพชยนต์พลเสพ" คือ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔




บุษบกยอดปรางค์ นี้ กรมพระราชวังบวรในรัชกาลที่ ๑
ทรงสร้างประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ ณ พระที่นั่ง พุทไธสวรรย์
มีเรื่องปรากฎว่า เมื่อกรมพระ ราชวังบวรฯ พระองค์นั้นสวรรคตแล้ว
การพิทักษ์ รักษาในวังหน้าก็หละหลวมถึงผู้ร้ายขึ้นลักเครื่องบูชาในพระที่นั่งพุทไธสวรรย์

พระบาทสมเด็จพระพุทยอดฟ้าจุฬาโลกจึงโปรดฯ ให้ อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ลงมาไว้ในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (ปรากฏในจด หมายเหตุครั้งรัชกาลที่ ๓ ว่าตั้งไว้บน ฐานชุกชีทางด้านใต้)

แต่บุษบกยอดปรางค์นั้น ยังตั้งอยู่ในพระที่นั่งพุทไธสวรรย์จนสิ้นรัชกาลที่ ๑

ครั้นถึงรัชกาลที่ ๒ ได้เชิญพระพุทธสิหิงค์ไปไว้วังหน้า ( จะเอาไปไว้ที่ไหนไม่ปรากฏ) แล้วตั้ง พระที่นั่งเศวตฉัตรในพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ แทนบุษบกนั้น

ถึงรัชกาลที่ ๓ กรมพระราช วังบวรมหาศักดิพลเสพ จึงโปรดฯให้เอายอด ปรางค์นั้นไปตั้งเป็นที่ประดิษฐานพระประธานที่ใน พระอุโบสถวัดไพชยนต์พลเสพ ซึ่งเป็นวัดที่พระองค์ได้ทรงสร้างขึ้น

(ตามรูปข้างบนครับ ในอโบสถ สงบร่มเย็นเงียบ ๆ ผุ้คนไม่พลุกพล่าน พอดีวันที่เดินทางไป มีการบวชนาคด้วยครับ..


ข้างหน้าโบสถ์มีสวนต้นไม้ แต่รกครึ้มไปนิดนึง..

ต่อครับ..
พระธรรม..คำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ควรน้อมเข้ามาใส่ตัว (ใส่ใจ)




จบไปหนึ่งวัด..

ด้วยเป็นทัวร์ไหว้พระ 9 วัด แล้วดันแถม ตลาดบางน้ำผึ้งไปด้วย คนจัดก็เลย ต้องเร่งลูกทัวร์(ลูกค้า+พี่+ป้า+น้า+อา) ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสตรี ให้รีบทำเวลา ที่ทุกคนให้ความร่วมมือก็เพราะว่า อยากไปตลาดน้ำ ซึ่งในโปรแกรมเดิมของเราจะไม่มี..แค่ 9 วัดนี่ก็จะแย่อยู่แล้ว ปกติท่าจะในกทม. วัดใกล้ ๆ กันแค่เอื้อม แต่ว่า..บางที หาที่จอดรถไม่ได้เดินไกล วัดแต่ละวัดมีที่น่าสนใจมาก ๆ ก็เลยทำเวลาไม่ค่อยได้..

ต่อครับ
วัดที่สอง..


วัดโปรดเกศเชษฐาราม
ขับรถออกจากวัดที่ 1 มาแค่นิดเดียว อันที่จริงมองจากหน้าโบสถ์อีกวัดก็จะเห็นรั้ววัดนี้แล้วครับ เพียงแต่มีคลองมากั้นไว้..(ตามประวัติด้านบน)



จากมุมที่ผมเดินไปถ่ายภาพแบบรีบถ่ายมาก คาดว่าเมื่อก่อนคงเป็นหน้าวัด เพราะเป็นการเดินทาง ทางเรือ ทางน้ำ แต่ปัจจุบันกลายเป็นหลังวัดไปแล้ว..

วัดนี้ ความรู้สึกแรกที่เข้าไป ต้องใช้คำว่าจุ๋มจิ๋ม คือ สิ่งปลูกสร้าง ไม่ใหญ่โตมากนัก และวันนี้ก็มีบวชนาคเหมือนเหมือนวัดที่หนึ่ง พวกเราจึงได้เข้าโบสถ์ครับ เลยไปไหว้พระที่วิหารพระนอน..

ตามรูปครับ..


ตามความเห็นของผม นะครับ..
สำหรับท่านที่ชอบ สะเดาะเคราะห์เสริมดวงชะตา ทำบุญโลงศพ ถวายสังฆทาน ฯลฯ วัตถุมงคล โดยเฉพาะองค์พระพิฆเนศ ยอมรับว่าที่วางไว้ในตู้ สวยงามและหลากหลายทีเดียวครับ คือมีกิจกรรมให้ท่านได้ใช้เวลาอยู่ที่นี่นานแหล่ะครับ..

อ้อ สำหรับ ผมเอง โดยส่วนตัวเเล้ว เวลาไปไหว้พระ ก็จะเริ่มต้นที่การสมาทาทานศีลห้า..สวดมนต์บูชาพระรัตนตรัยย่อ ..บางทีถ้าวัดไหนสงบ ๆ ก็จะสวดมนต์บทใหญ่ ๆ เช่นพาหุง มหากาฯ หรือไม่ชินบัญชร หลังจากนั้นก็ทำบุญ ตามเห็นสมควร เช่นค่าน้ำค่าไฟ บำรุงสถานที่ หากมีสิ่งปลูกสร้างใหม่ ๆ ก็จะร่วมมากหน่อย แต่ถ้าเป็นการทำนุบำรุงก็พอประมาณ

....
เทคนิคการทำบุญ
การให้ก็ดีใจ ระหว่างให้ก็เลื่อมใส หลังจากที่ให้แล้ว ก็ให้ระลึกนึกถึงด้วยความปลาบปลื้มใจ..
เรื่องของบุญกุศลมามากมายทีเดียวจะค่อย ๆ ทยอยออกมาให้สมกับที่ไปบวชอยู่วัดถึง ห้าปี..
(ไม่ได้อกหักนะ)


เป็นรูปพระบรมสารีริกธาตุ พระอรหันตธาตุครับ
ผมคงไม่อธิบายมาก หากสนใจก็ เข้ากูเกิ้ล ต่อยอดกันเอาเองเด้อ..เรื่องมันจะยาว..

..ครับประดิษฐานไว้ในตู้บนฐานชุกชี ของพระนอนแหล่ะครับ..

เอาประวัติของวัดไปด้วยนิดหนึ่งแล้วกันครับ เพื่อเพิ่มความศรัทธาให้ยิ่ง ๆ ขึ้น

เดิมชาวบ้านเรียกว่า วัดปากคลอง มีเพียงศาลาประดิษฐานพระพุทธรูป ไม่มีพระภิกษุจำพรรษา ครั้นมีการสร้างวัดไพชยนต์ฯ มีวัสดุเหลืออยู่ พระยาเพชรพิไชย (พระพี่เลี้ยงในสมเด็จฯ กรมพระราชวังบวรมหาศักดิ์พลเสพ) จึงนำมาสร้างวัดแห่งน้ขึ้นอีกแห่งหนึ่ง พระบาทสมเด็จฯ ร.3 พระองค์ได้พระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์ร่วมด้วย ปัจจุบันเป็นพระอารามหลวง

สิ่งที่น่าสนใจ

พระอุโบสถไม่มีช่อฟ้าใบระกา หน้าบันมีศิลปะปูนปั้นลายเครือเถาประดับเครื่องลายคราม ภายในมีพระประธานหล่อด้วยโลหะ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย

พระวิหารมีลักษณะสถาปัตยกรรมเช่นเดียวกับพระอุโบสถ ภายในมีพระพุทธไสยาสน์พระพักตร์งามมาก

นอกจากนี้ยังมีพระมณฑป(กลางน้ำ)
หลังคามุงด้วยกระเบื้องรายรอบด้วยเก๋งจีน ประดิษฐานพระพุทธรูปปางต่างๆ มีพระปรางค์ที่มุมทั้ง 4 ด้าน ภายในพระมณฑปมีพระพุทธรูปและรอยพระพุทธบาทจำลองประดับมุข


สรุปที่พวกเรา สละปัจจัยใส่บาตรพระใหม่..(เขาว่าได้บุญเยอะ)

ต่อวัดที่สามกันเลยครับ..

วัดทรงธรรมวรวิหาร
ชมเจดีย์รามัญยอดฉัตรทอง





วัดนี้หาง่าย ที่จอดรถสะดวกทั้งประตูด้านข้างและด้านหน้าครับ..

วัดนี้ในวันนั้นก็มีการบวชนาคเหมือนเดิม แถมมีญาติพ่อนาค(อนาคตพระ) นั่งกันอยู่แถว ๆ พระวิหาร พวกเราเดินผ่านก็เลยมีอาการเขิลนิด ๆ นิดเดียว
ครับ..


ประวัติ

สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 2 ระหว่าง พ.ศ. 2357-2358 เพื่อให้ชาวมอญในนครเขื่อนขันธ์มีที่บำเพ็ญกุศล ถือเป็นวัดรามัญแห่งแรกของพระประแดง ที่ตั้งของวัดเดิมอยู่ใกล้กับแม่น้ำเจ้าพระยา แต่ต่อมารัชกาลที่ 2 โปรดฯ ให้สร้างป้อมเพชรหึงในเขตวัด จึงต้องย้ายวัดเข้ามาอยู่ด้านในกำแพงป้อม พร้อมกับสร้างศาลาการเปรียญขึ้น ศาลาหลังนี้เคยเป็นศาลาทรงธรรมในรัชกาลที่ 2 และกรมพระราชวังบวรสถานมงคล อันเป็นที่มาของชื่อวัดทรงธรรม


อีกตานหนึ่งระบุว่า วัดทรงธรรม มาจากคำมอญ ว่า "เมินโท" แปลว่าผู้ทรงธรรม วัดนี้ได้รับการบูรณะในสมัยราชกาลที่ 3 เนื่องจากเป็นพระอารามหลวง จึงได้รับพระราชทานผ้าพระกฐินทุกปี รัชกาลที่ 3-5 รวมถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน ก็เคยเสด็จพระราชดำเนินทอดพระกฐินด้วยพระองค์เอง


รูปภายในวิหารหน้าพระอุโบสถครับ..

ถ่ายรูปไม่ค่อยสวยก็เลยมาเน้นที่ข้อมูลแทนครับ
แบบไปดูรูปคนอืนแล้ว ..อายจังเลย

เพิ่มข้อมูลอีกนิดนะครับ อย่าเบื่ออ่านเลย..

ถ้าเราเข้าไปยังวัดที่เป็นวัดมอญ สร้างโดยคนมอญ หงสาวดีที่อพยพมาจากประเทศพม่า จะมีเสาหงส์

หงส์ตามความเชื่อของมอญ

หงส์เป็นสัตว์ในตำนานที่เกี่ยวข้องกับการเกิดเมืองหงสาวดี ซึ่งเป็นเมืองหลวงของมอญ คือเมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จโปรดเวไนยสัตว์มาถึงภูเขาสุทัศนมรังสิต ได้ทอดพระเนตรเห็นเนินดินกลางทะเล มีหงส์สองตัวยืนอยู่ จึงมีพุทธทำนายว่า ภายหน้าเนินดินนี้จะเป็นมหานครชื่อหงสาวดี เป็นที่ตั้งพระธาตุสถูปเจดีย์ศรีมหาโพธิ์ เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพานไปแล้ว 1,000 ปี ทะเลบริเวณนี้ก็ตื้นเขินกลายเป็นแผ่นดิน และเป็นที่ตั้งเมืองหงสาวดีในที่สุด
สิ่งสำคัญภายในวัด

พระอุโบสถ สร้างขึ้นในรัชกาลที่ 3 ในยุคที่พระยาดำรงพลขันธ์เป็นเจ้าเมืองพระประแดง เป็นอูโบสถก่ออิฐถือปูน มีช่อฟ้าใบระกาทำด้วยไม้สัก
จุดเด่น คือมีเสากลมคุ่ขนาดใหญ่รอบพระอุโบสถถึง 56ต้น หน้าบันสองด้านประดับลายปูนปั้น

อดีตเป็นที่ถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยวของข้าราชการในพระประแดง พระประธานภายในเป็นพระพุทธรูปสุโขทัยปางมารวิชัย ซึ่งรัชกาลที่ 5 โปรดฯ ให้อัญเชิญมาจากกรุงเทพฯ ในครั้งที่มาทรงทอดผ้าพระกฐิน

พระวิหาร อยู่ด้านหน้าพระอุโบสถ สร้าเมื่อ พ.ศ. 2401ซ่อมแซม 2455

พระเจดีย์รามัญ ตั้งอยู่ข้างพระวิหาร (ปกติแล้วเราไหว้พระในวิหารก็จะไหว้เจดียืไปด้วย) ยอดเจดีย์เป็นฉัตรทอง มีการบรรจุพระเครือ่งในองค์เจดีย์ พ.ศ. 2500 ฐานทั้งสี่มุมล้อมรอบด้วยเจดีย์องค์เล็กแบบรามัญ


สาธุ
ได้สามวัดแล้วนะ
เวลาเราเดินทางไปจริง ๆ แดดร้อนมากครับ แดดร้อนแบบฟ้าสูงท่านว่าในที่สุดฝนจะต้องตกไม่ตอนเย็นก็ค่ำ และก็เป็นไปอย่างนั้นจริง ๆ
ซึ่งตอนนี้ก็ฟ้าฉ่ำฝน..พาลทำให้คนอัพบล็อก ง่วงนอน+หิวข้าว..

ต่อกันที่วัดที่สี่ละกันครับ
เราเปลี่ยนโปรแกรมเพราะพี่สาวที่ วัดที่สอง(โปรดเกศ)
ได้บอกว่า มีวัด จากแดง น่าสนใจนะ..ไปเลย ไปเลย..ยุ แบบนี้ก็ไปซิ..
เราให้คนขับรถตู้ พาออกจากวัดทรงธรรม เลี้ยวซ้าย ลอดใต้สะพานที่สูงมาก ๆ สะพานกาญจนาภิเษก...มีสวนสาธารณะใต้สะพานด้วย เราก็นึกถึงเจ้าของที่ดินเดิมที่ย้ายนะไป ป่านนี้ทำอะไรกันอยู่จะคิดถึงบ้านบ้างไหม แต่ก็ต้องเสียสละกันหล่ะนะ..

พอรถข้ามสะพานมาแล้วจะพบวัดคันลัด แต่..ไม่เปิดอุบโสถให้เข้าไปทำกิจกรรมครับ มีพระพุทธรูปในวิหารเล็ก ๆ เท่านั้น..(สงสัยกลัวมือดีตาดีมามอง)
เราก็เลยผ่านไปวัดจากแดงครับ ขับไปเรื่อย อยู่ ขวามือ..
เข้าไปทีแรก..เราก็นึกว่าไม่มีอะไร แต่ที่ไหนได้..ซ่อนตัวอยู่หลังวัดครับ..

วัดที่ 4 วัดจากแดง
(มาจากต้นจากสีแดงมั้ง)

ดูรูปแล้วกันครับ ไม่อยากอธิบายมาก..
(ง่วง) กลัวคนอ่านง่วงด้วยครับ..

สมันตมหาปัฏฐานเจดีย์

สำหรับคนที่ชอบโคลงกลอน จะมีป้ายแบบนี้ให้อ่านรอบ ๆ เลยครับ
สำหรับผม ถ่ายรูปมาอ่านแทนเพราะว่า อากาศร้อนมากครับ
ต่อไปเป็นรูปภายในโอมครับ
หลวงพ่อเมตตาจำลองครับ องค์จริง อยู่ในวิหารพุทธคยาประเทศอินเดีย

ด้วยเคยไปไหว้องค์จริงมาแล้วก็เลยน้อมกราบไหว้อย่างงดงามครับนอกจากนั้นภายในยังบรรจุพระบรมสารีริกธาตุให้กราบไหว้ด้วย..

อะอะ ไม่เชื่ออย่าหลบหลู่ สิ่งเหล่านี้ ผมเจอมากับตัวเอง..ความศรัทธาที่มีต่อพระบรมสารีริกธาตุ พระธาตุเจดีย์ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ธรรมะและการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ชั่วระยะเวลาแค่ 2-3 ปีที่ผมเดินบนเส้นทางศรัทธา ความปรารถนาอยากลองของ ก็มีครับ..
ผมเคยอฺธิษฐานว่า ขอให้ได้มีโอกาสไปไหว้พระธาตุเจดีย์ทั่วไทย(เราได้ไปจนนับไม่ถ้วนสมใจ) พอเป็นอย่างนั้น อธิษฐานใหม่ ขอให้ได้ไปอินเดียเป็นอัศจรรย์..ครับ ไปมาแล้วสองรอบ ด้วยทุน(เต็มใจให้ด้วย) จากคนอื่นครับ..

ก็มีจริง ๆ พิสูจน์ (อยากเขียนเป็นหนังสือเหมือนกันครับแต่ว่มันยาว)

เอ้าดูรูปต่อครับ..
วิวพ้อย สวยเชียวครับบนเจดีย์เห็นแม่น้ำ เห็นสะพาน..

อีกรูปครับ หน้าเจดีย์เป็น เจดียปฐมเทศนา จำลองจากเมืองสารนาท ประเภอินเดีย ครับ


ครับ สรุปวัดจากแดง
บรรยากาศดี มีศาลาริมน้ำเหมาะแก่การใช้เวลาว่างนั่งอ่านหนังสือสักเล่ม อากาศเย็นสบาย มีวิวคลายเคลียดได้ แต่ในทางกลับกัน ที่ศาลาริมน้ำอาจจะมีใครบางคู่ คิดมิดีมิร้าย ขอร้องเถอะ..อย่าเลย..

ห้องน้ำวัดนี้สะอาดมากครับตอนที่ไป มีคณะจากญี่ปุ่นมานั่งสเก็ตภาพเจดีย์กันด้วยครับ รู้ประวัติวัดนี้ไม่มาก แต่ถ้าใครรู้เพิ่มก็บอกได้นะครับ..

สาธุ


ออกจากวัดจากแดง วัดที่สี่ เวลาประมาณ 4 โมงห้าสิบ เราตั้งใจจะไปวัดที่ห้าคือวัด ป่าเกด แต่ว่า...คนขับรถตู้คันหน้า พาเลยวัด ไกด์ที่อยู่ด้านหลังก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ เพราะอยากนำหน้าเราเอง เลยก็เลยไป แถมไม่โทรไปบอกอีกว่าเลยแล้ว ก็ขับตามกันไป..อิอิ..ดีสม..

ไหน ๆ ก็เลยวัดแล้ว เราก็เลย แวะตลาดน้ำบางน้ำผึ้งกันซะเลย
ให้เวลาเต็มที่ครับ 11.00-1230 น. ใครมาช้าจะถูกยางวงดีด

พอเข้าตลาด อารมณ์เปลี่ยนกันเลยครับ..
กรี๊ดกร๊าด ดี้ด๋ากันใหญ่(รวมถึงตัวผมด้วยครับป
คงไม่เล่าอะไรมากครับ เน้นแค่รูปนิดหน่อย
กับอยากบอกว่า ไปตลาดนี้ง่าย และสามารถ แวะไหว้พระสักห้าวัดก่อนก็ได้ครับ หรือจะมากกว่าว่านั้นก็ได้ครับ ป้ายบอกทางไปวัดใน อำเภอพระประแดงเต็มไปหมด แต่อย่างว่า พวกผมมาจากตจว. ก็เลยอยากทำบุญไหว้พระผสมเที่ยวท่องกันไปด้วย อยากดูอะไรที่มันเจริญหูเจริญตาและก็มีตำนานมีศิลปะวัฒนธรรมบ้างครับ..

จริง ๆ แล้วคณะของเรา นอกจากทำทัวร์แล้วก็รวมตัวกันทำชมรมด้วยครับ
มีทอดผ้าป่า+ถวายผ้าอาบน้ำ 9 วัดในถิ่นกระดานทุกปี รวมตัวกันสร้างห้องน้ำ รั้ววัด ตามแต่จะสะดวกด้วย ปีนี้ก็จะทำ แล้วจะแจ้งให้ทราบนะครับ(บอกบุญ)

ส่วนเรื่องเที่ยวเราก็อยากเที่ยวแบบที่น่าสนใจ..
อ้าวตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง..


วิวบนสะพานข้ามคลอง

แผงผักของสายบัว..
ชอบกินผักมากครับ โดยเฉพาะผักบ้าน ๆ แต่ทำเองไม่เป็น..

บรรยากาศ

ไม่รู้เรียกว่าอะไร เลยเรียกขนมครกใส่หอยแล้วกัน

ครับ..
สำหรับตลาดบางน้ำผึ้ง..
ถามผม ในฐานะ คนที่ไปตลาดดอนหวาย ตลาดสามชุก ตลาดอัมพวา ดอนหอยหลอด เกาะเกร็ดและอีกหลาย ๆ ที ถือว่าผ่านครับ

อยู่กทม. น่าแวะไปเดินเล่น บรรยายคล้ายกับว่าอยุ่ตจว. แทบมองไม่เห็นตึกเลยครับ เงียบ ๆ ของกินเยอะ มาก อร่อยด้วย มีตงโต๊ะไว้บริการ มีเรือให้พายเป็นชั่วโมง มีก๊วยเตี๋ยว รอแต่งบ้านจุกจิก เยอะดีครับ

สำหรับนอกจากชอบเดินดูพันธ์ไม้แบบดูชื่อดูใบไว้(เอาไว้แต่งนิยาย) แบบไม่คิดซื้อปลูก แบบขี้เกียจรถน้ำ ..แถมโตก็ตามมาตัดแต่งกิ่งอีก.
นอกจากดูพันธ์ไม้ แล้วก็ดูสินค้า เห็นมีหมอนสีชมพู คริตตี้ แล้วดูน่าเอาไปไว้นอนกอด (ให้นางเอกคิด) แบบผมก็จะเป็นแบบนี้ ดูนั่นดูนี่แล้วก็คิดว่า เมื่อไหร่เราจะเอาสิ่งที่เราเห็นมาปั้นลงในนิยาย..

เดินไปเดินมา หิว ก็เลย แวะทาน ข้าวหมูอบ คุณป้าที่ไปด้วยทานก๋วยเตี๋ยวหลอดที่กระจายเเล้ว.. ป้าเขาถามว่าเพิ่มไหม ผมบอกไม่หรอก..หากินร้านอื่นบ้าง ของกินเป็นร้อยสองร้อยร้านเรื่องไรจะอิ่มแค่ร้านเดียว..ครับ ขณะเคี้ยวข้าวสายตาก็เห็นน้องลูกสาวเจ้าของร้านนั่งอ่านนิยายอยู่ตรงหน้า..
แล้วเราก็คิดว่า ถ้าเป็นนิยายเรา ..แต่ว่าเป็นของคนอื่น หรือจะแนะนำให้น้องอ่านนิยายเราดี หรือถ้าน้องเขาเคยอ่านแล้ว อาจจะกรี๊ดใส่..หรือเอาหนังสือที่แอบซื้อไว้มาให้เซ็นต์ด้วยความดีใจที่นักเขียนมาทานอาหารที่นี่..สุดท้าย
คิดเงินครับ..

...
ว่าง ๆ ก้ไปกันนะ ไปกับแฟนเดินควงแขนเช็ดเหงื่อป้อนข้าวดูนั้นชี้นี่จุ๋มจิ๋มน่ารัก ๆ ..
..
ขี้เกียจเล่าแล้ว ยาวจัด วัดที่ห้ากันเลยครับ..

5. วัดป่าเกด..

อุโบสถ สมัยรัชกาลที่ 3
ภาพล่วงหลวงพ่อใหญ่ พระประธานในพระอุโบสถ..


ครับสำหรับวัดที่ 5 ด้วยเป็นเวลาเที่ยงครึ่ง ร้อนตับเเลบเลยครับ พอรถจอด พวกเราก็ได้ยินเสียงเพลงจากวงดนตรีในงานกินเลี้ยงบวชนาค..รู้สึกว่าจะเป็นเพลง เด้งซ้าย เด้งขวา เดินหน้า เต้นหลังกระแดบ ๆ..พอลงจากรถได้ เราก็รีบวิ่งเข้าไปในวิหารหลวงพ่อใหญ่ด้านหน้า จุดธุปเทียนบูชาท่าน แต่ว่าอธิฐานอะไรไม่ได้เลย เพราะหูจะได้ยิน เด้งซ้าย โยกขวา.สมาธิไม่พอ ก็เลยปักธูป แล้วลงมา เด้งซ้าย เด้งขวา ให้มันรู้แล้วรู้รอดไปซะ..

อิอิ โบสถ์เก่าแก่มากครับ แต่มีการถอนเสมาสร้างหลังใหม่เรียบร้อยแล้ว..วัดหน้าถ้าจะข้ามไปก็เสียดายอยากให้ไปกราบหลวงพ่อใหญ่ครับ.

ร้อนครับ รีบขึ้นรถ แล้วหลังตาก็ตึง ๆ จากฤทธิ์ หมูสเต๊ะ และเนื้อย่าง..
และอีกอย่างก็เริ่มอุ่นใจแล้วว่า อย่างไรเสีย วันนี้เก้าวัดครบแน่ ๆเลย..

แล้วรถก็ออกจากวัดที่ห้าไปวัดที่หก
วัดนี้ดังครับ มีประเพณีห่มผ้าพระเจดีย์ทุกปี.

6. วัดพระสมุทรเจดีย์

ออกจากพระประแดงไปสิบกว่ากิโล นึกถึงเมื่อสิบปีที่แล้วจริง ๆ เคยทำงานอยู่ที่พระสมุทรเจดีย์ ถนนสุดทุกข์ทรมาน น้ำขึ้นก็กลายเป็นคลอง
แต่ตอนนี้เขาพัฒนาแล้ว...

ดูรูปแล้วกันครับ..
วัดนี้ดังหาข้อมูลง่ายครับ..



เจดีย์

พระอุโบสถ

พระประธานในพระอุโบสถ

ครับ สำหรับวัดนี้ก็ยังร้อนอยู่ พอลงจากรถพวกเราก็เข้าอุโบสถ จุด ธูปเทียนไหว้พระ กราบพระ ปิดทอง ทำบุญกัน มีแจกหนังสือพระธาตุด้วยแต่ผมไม่ได้มา เพราะยังง่วงนอนอยู่ พอเดินไปปิดทองพระก็เห็นมีกุหลาบวางไว้หอบใหญ่ ก็สงสัย เพราะตรงที่ขายดอกไม้ธูปเทียนของวัดมีแต่ดอกบัว คุณป้าผู้ดูแลก็เลยบอวก่า มีคนเขาไปดูหมอดูมาว่า ต้องเอาดอกกุหลาบสีแดงถวายพระ (ป้าแกพูดแค่นั้นแหล่ะ) แต่เราคิดว่า เธอผู้นั้นเลียนแบบนางเอก(รึเปล่า) จากเรื่อง รักแห่งสยามรึเปล่าฟะ มีคงมีเคล็ด ฟามรักจะได้สมหวัง..
เฮ้ย..สมหรับผมเองไม่มีตรงนี้นะครับ..ไหว้ด้วยศรัทธาอย่างเดียว ไม่คิดว่าเอานั้นนี่มาถวายพระเเล้วจะเป็นไปตามสิ่งที่ถวาย....

ครับ พอจบจากวัดนี้ พวกเราก็จะต้องข้ามฟากไปอีกฝั่ง ..ครับสำหรับคนที่เที่ยวแบบสบาย ๆ ขับรถมาเองก็น่าจะไปป้อมพระจุลฯ หรือหาร้านอาหารทะเลระแวกนั้นทานแล้วก็กลับบ้านนอนเอาแรง แบบนี้ก็ถือว่าได้เที่ยวในวันหยุดแล้ว แต่ว่าพวกเรามาไกล และที่ตั้งใจคือ วัดอโศการามกับวัดอื่นๆ ให้ได้ 9 วัด

ตามโปรแกรม ต้องไปวัด พิชัย กับวัดกลางในตลาด..
และเท่าที่รู้มา จากตรงพระสมุทรเจดีย์ จะมีท่าเรือข้ามฟากไปยังอีกฟั่ง ค่าเรือสามบาท ผมก็เลยถามความสมัครใจว่า มีใครอยากลองนั่งเรือข้ามฟากบ้าง..อย่าหาว่าเรา บ้านน๊อกบ้านนอกเลยนะ บางทีพวกเราก็อยากทำตัวเหมือนฝารั่ง อยากรู้อยากเห็นวิถีชีวิตของคนในถิ่นที่เราไปเยือนมากกว่าครับ..

แต่งานนี้ผมขอนั่งรถไปแล้วกัน..
เพราะเคยนั่งแล้ว..


เอ้าไปต่อวัดที่เจ็ดกันเลย..

ส่วนใหญ่ไปนั่งเรือกันผมก็เลย ตั้งกล้องรอถ่ายรูปสะพานกาญจนาภิเษกฯ
(เรียกถูกเปล่าหว่า)
ดูรูประหว่างทางครับ ตื่นเต้นดีเหมือนกันได้ใช้ของใหม่..


หมอกหรือควัน

บนสะพานมองเห็น พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณด้วย


ครับ พอลงสะพานเข้าถนนสุขุมวิท กลับรถ มุ่งตรงสู่เมืองปากน้ำครับ
วัดที่ตั้งใจไป คือวัดพิชัยสงคราม กับวัดกลางวรวิหาร ซึ่งเป็นวัดที่เจ็ดและแปด แล้ววัดที่เก้าจะเป็นวัดอโศการาม แต่พอถึงวัดนี้ โบสถ์ไม่เปิด ..ห้องน้ำไม่สะอาด ผมก็เลย
เปลี่ยนวัดอโศการามเป็นวัดที่ 7 และตั้งใจไปวัด บางพลีใหญ่ใน เป็นวัดที่ 8 และบางพลีใหญ่กลางเป็นวัดที่ 9 แต่ถึงกระนั้นความตั้งใจก็ต้องเปลี่ยนอีก..
ต่อละกันครับ..

เริ่มต้นวัดที่ 7 กับวัด อโศการามครับ

ตั้งอยู่เทศบาลบางปูซอย 60 ถนนสุขุมวิทสายเก่า ตำบลท้ายบ้าน ห่างจากตัวเมือง 6 กิโลเมตร (เข้ามาจากถนนสุขุมวิทประมาณ 1 กิโลเมตร) สร้างเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2505 ฝ่ายธรรมยุตินิกาย โดยพระสุทธิธรรมรังสีคัมภีร์เมธาจารย์ (พระอาจารย์ลี ธมฺมธโร) เป็นวัดสำคัญวัดหนึ่ง และเป็นสถานที่สำหรับวิปัสสนากรรมฐาน มีสิ่งที่น่าชม

เช่น พระธุตังคเจดีย์ เป็นพระเจดีย์หมู่รวม 13 องค์ แต่ละองค์ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ เป็นที่ระลึกถึงธุดงควัตร 13 ประการ

รูปภายในชั้นหนึ่งครับ ผมคิดว่า น่าจะเป็นคติที่ว่ามีการฝังพระบรมสารีริกธาตุลงดินแล้วสร้างเจดีย์ครอบไว้อีกทีหนึ่งครับ..
..

รูปเหมือนพระอาจารย์มั่น ภูริทัต ด้านหน้าเป็นพระธาตุของท่านที่กลายเป็นแก้วเป็นเพชรพิสูจน์ถึงคุณธรรมภายใน..

อีกองค์ที่ผมเคารพศรัทธาและพอรู้จักครับ(อ่านหนังสือ) หลวงปู่สิม..ถ้ำผาป่อง เชียงใหม่

ภายในเจดียืจะมีรูปเหมือนพระเกจิอาจารย์แบบนี้อยู่รายรอบนะครับ เดินอ่านชื่อและก็คำความเคารพ จนอยากไปอ่านประวัติของท่านว่ามีคุณวิเศษอย่างไร ลูกศิษย์ถึงได้สร้างรูปหล่อเหมือนจริงให้คนได้กราบไหว้บูชา..

วันนั้นอากาศด้านนอกร้านมาก แต่ในพระเจดีย์ เย็นสบาย ๆ..



วิหารวิสุทธิธรรมรังสี อาคารจตุรมุข 3 ชั้นส่วนยอดเป็นมณฑปประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุเช่นกัน ภายในวิหารประดิษฐานสรีระท่านอาจารย์ลี


ครับอยู่ที่วัดนี้กันนานทีเดียว อาจจะเป็นเพราะมีสองสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่และภายในแต่ละแห่งก็มีจุดน่าสนใจมากมายครับ ผมกลับมาเข้าห้องน้ำ ดื่มน้ำ นั่งรออยู่นานทีเดียว..

หลังจากนั้นเราก็ไปต่อวัดที่ 8 ซึ่งผมบอกกับคนขับรถคันหน้าว่าผมจะไปวัดบางพลีใหญ่(ใน+กลาง) พี่แกบอกว่ไกล กลับไปหาไหว้แถวอยุธยาดีกว่า ผมก็ชักสีหน้า(ไม่พอใจ) แต่ไม่ได้พูดไปหรอก ฉันจัดมา 9 วัดสมุทรปราการจะให้กลับไปยุดยา ..ได้ที่ไหน..พอรถออกจากวัด เห็นเขากลับรถ เราก็สะบายใจว่า เขาจะพาไปวัดบางพลีใหญ่ และด้วยพลีเพราะอากาศร้อน และ เคยนอนกลางวันประจำ

ผมตื่นมาอีกที...อ้าววัดไรวะไม่เคยมา ไม่มีในโปรแกรม..มัน งง ไม่รู้อะไรเลย แต่ก็สวยดีนี่ ถ่ายรูป ลงไหว้พระก่อน
(ไม่ได้จัดคนเดียวครับมีคนช่วยด้วยเขาอยู่คันหน้าแต่ไม่ค่อยรู้ถนนเท่าไหร่)

ผมก็ถ่ายรูปไหว้พระ จนกระทั่งอยากรู้ชื่อวัดที่ติดทะเลแห่งนี้ก็เลยเดินไปถาม ใครก็ไม่รู้ เขาบอกชื่อว่า วัด

8. วัดราษฏร์บำรุง

ถ้ามีวัดชื่อลักษณะนี้ ลูกทัวร์บางคน มักจะมีคำว่า วัดสิ้นศรัทธาทำ ตามมาให้ได้ฮานิด ๆ อยู่เสมอ..ถึงจะเลย ถึงวัดจะไม่ค่อยดูดีมากแต่องค์พระนอนก็สวยแหล่ะครับ..

ด้านหน้าพระนอนจะมีรูปราหูอมจันทร์ด้วยครับปั้นแบบหันหน้าเข้าหาองค์พระผมก็งง ๆ เหมือนกัน ว่าทำไมเป็นงั้น แต่ก็ไม่ได้ถามใคร

แต่นึกในใจว่า ..อมจันทร์ไม่เป็นไรแต่อย่าอมตังค์แล้วกัน..

ภาพกว้างครับ สวยดี มีหอพระจุฬามณีด้านหลังให้ขึ้นไปชมวิวทะเลอ่าวไทยในมุมสูงด้วย วัดนี้อากาศเย็นครับ ลมพัดโชยพาให้ง่วงนอน ก็นอนหลับมาแล้วบนรถ..
ปรากฏว่าพอออกจากวัดผมถึงได้รู้ว่า คนขับรถคันแรกพาหลงทางมาอีกแล้ว พี่แกไม่ยอมเลี้ยวเขาสู่อำเภอบางพลี..แถมขับนำหน้าไปแล้ว ผมก็เอ๊ะเขาจะไปไหนของเขา ผ่านไปสิบกว่า กม. ถึงอำเภอบางบ่อ..ตายห่า คนละทิศเลย ผมจะไปไหว้หลวงพ่อโตวัดบางพลี..

คราวนี้ตัดสินใจโทรถามว่า พี่จะไปไหน เขาบอกบางพลี ผมบอกนั่นจะถึงบางปะกงแล้วนะ เขาก็เลย วนรถกลับมาหาผมที่จอดรออยู่ ที่นี้ก็เริ่มมั่ว ผมก็ให้เขานำทางต่อ แบบอยากให้เขาเป็นผู้นำ..รถวิ่งลัดไปถนนเทพารักษ์ กำลังทำถนน มโหราฬ ..ตายห่าจะห้าโมงเย็นแล้ว..

โบสถปิดแล้วแน่ ๆ เลย..ทำไงดี..
ครับ ถึง
วัดที่ 9 วัดบางพลีใหญ่(ใน)

ประวัติวัดบางพลีใหญ่ใน

วัดบางพลีใหญ่ในเดิมชื่อ วัดพลับพลาไชยชนะสงครามชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงเรียกวัดนี้ว่า วัดใหญ่หรือ วัดหลวงพ่อโตทางประวัติศาสตร์จากโบราณคดีจารึกสืบต่อกันมาแต่ครั้งโบราณกาลว่า

วัดนี้สร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช หลังจากเสียกรุงศรีอยุธยา มาถึง 2 ครั้ง ในปี พ.ศ 2112 และ พ.ศ 2310 สมเด็จพระนเรศวรมหาราชได้ทรงกอบกู้อิสรภาพ สู่ความเป็นไทยอีกครั้งหนึ่ง จนอาณาเขตของประเทศ (สยาม) ขยายออกไปอีกอย่าางกว้างขวาง

ส่วนชื่อของตำบลนั้นได้ชื่อว่า " บางพลี " ก็เพราะเหตุที่สมเด็จพระนเรศวร ได้ทรงกระทำพิธีพลีกรรมบวงสรวงนั้นเอง ดังนั้นประชาชนทั้งหลายจึงเรียกว่าบางพลีและวัดพลับพลาไชยชนะสงคราม

วัดดพลับพลาไชยชนะสงคราม เป็นวัดที่อยู่ด้านใน มีอาณาเขตใหญ่โตซึ่งต่อมาได้มีพระพุทธรูปองค์ใหญ่เป็นมิ่งขวัญของวัดจึงเรียกว่า
" วัดบางพลีใหญ่ใน" หรือ " วัดหลวงพ่อโต " มาจนถึงตราบทุกวันนี้

ประวัติหลวงพ่อโต
ตามตำนานประวัติของหลวงพ่อโต ที่เล่าสืบต่อกันมาว่า มีพระพุทธรูป 3 องค์ซึ่งชาวกรุงศรีอยุธยาได้อาราธนาลงสู่แม่น้ำเพื่อหลบลี้หนีภัยสงคราม พระพุทธรูปทั้ง 3 องค์ได้ล่องลอยมาตามลำน้ำและได้แสดงอภินิหารระหว่างทางจนเป็นที่โจษขานกันทั่วไป ประชาชนในท้องที่ตำบลต่าง ๆ ได้พยายามอาราธนาท่านขึ้นสู่ฝั่ง แต่ก็ไม่สำเร็จ

จนในที่สุด พระพุทธรูปองค์หนึ่งได้ไปขึ้นประดิษฐานอยู่ที่ วัดบ้านแหลม จังหวัดสมุทรสงคราม

ส่วนองค์ที่สองไปขึ้นประดิษฐานอยู่ที่วัดโสธร จังหวัดฉะเชิงเทรา และอีกองค์หนึ่งได้ล่องลอยเรื่อยมาตามลำแม่น้ำเจ้าพระยา และปาฏิหาริย์ลอยวกเข้ามาในลำคลองสำโรง ประชาชนจึงพร้อมกันอาราธนาท่านขึ้นที่ปากคลองสำโรง แต่ท่านก็ไม่ยอมขึ้น จึงได้ทำพิธีเสี่ยงทาย ต่อแพผูกชะลอกับองค์ท่าน แล้วใช้เรือพายฉุดท่านให้ลอยตามลำน้ำสำโรงและอธิษฐานว่า

“หากท่านประสงค์จะขึ้นโปรดที่ใดก็ขอจงได้แสดงอภินิหารให้แพที่ลอยมาจงหยุด ณ ที่นั้นเถิด”

จนแพลอยมาถึงบริเวณหน้าวัดพลับพลาชัยชนะสงคราม หรือวัดบางพลีใหญ่ใน ท่านจึงหยุดนิ่ง ชาวบ้านจึงได้พร้อมใจกันอาราธนาตั้งจิตอธิษฐานนำท่านขึ้นจากน้ำได้ในที่สุด และต่อมาได้สร้างพระอุโบสถสำหรับเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อโตมาจนถึงปัจจุบัน

ครับ จริง ๆ ผมก็มาที่นี่หลายรอบแล้ว แต่วันนี้เมื่อตั้งใจมาแล้ว ก็อยากจะไปให้ทันกราบท่านในโบสถ์..
แต่พอรถถึงวัด ท่ามกลางความโล่งใจ ..ผมก็แลเหลือบไปเห็นว่าประตูโบสถ์ยังไม่ปิดนี่ ..เห็นองค์ท่านเป็นสง่า แต่พอลงจากรถ เดินไปยังประตูศาลาราย อ้าวประตูปิดแล้ว...รุ้สึกแย่เหมือนกัน แต่จะไปตะโกน ให้พระท่านเปิดก็กระไรอยู่ เพราะเวลามันเลยมาแล้ว 15 นาที(กฏต้องเป็นกฏ และก็ไม่อยากทำให้คนอื่นยุ่งยากใจ) ผมก็เดินนำคณะแบบเจียมตัว ๆ ไปกราบท่านที่ข้างโบสถ์ ใจผมนั้นนึกอยากถ่ายรูปท่าน เพราะตั้งใจไว้ว่า จะเอารูปมาทำบล็อก และถ้าวัดที่ 9 ไม่มีรูปท่าน บล็อกนี้ก็คงไม่สมบูรณ์..ไม่สมบูรณ์แน่ ๆ เลย เดี๋ยวคนอื่นจะหาว่าไม่มีฝีมือ..


ขณะที่คิดอยู่นั้น คณะเราก็เริ่มอ้อนแม่ชี(พวกเรามาไกลจากนครสวรรค์ตั้งใจมาแต่ว่าคนขับรถพาหลงฯ) แม่ชีก็ตะโกนถามใครก็ไม่รุ้ว่าพระที่ดูแลประตูไปไหน..ผมเองเห็นว่ามีโอกาสได้เข้าไปถ่ายรูป ผมก็เลยเดินไปที่ประตูเสียเอง พอไปถึง ไมได้ใส่กุญแจนี่หว่า ผมก็เลย จัดการผลักไปเสียเอง
อะอะ ข้างในมีอุบาสกกำลังทำความสะอาดองค์หลวงพ่อ แล้วก็จัดพรมสำหรับจัดงานบวชแน่ ๆ เลย (ทำหัตถบาต) ผมก็เลย ลุงขอเข้าไปหน่อยนะ..

ลุงก็ว่าอย่าเหยียพรมนะ พอลุงอนุญาต ผมก็รีบถ่ายรูปแล้วก็มาเรียกคณะให้เข้าไป...กราบ ขอพรกัน..
ดังนั้นผมจึงได้รูปท่านมา ทำให้บล็อกนี้สมบูรณ์..

..





อีกรูป


ครับ ครบ 9 วัดแล้ว..
ถามว่าได้คติอะไรบ้าง
จุดมุ่งหมาย มีเปลี่ยนแปลงได้ในระหว่างในรายละเอียดแต่จุดหมายก็คือจุดหมายที่ไม่อยากเปลี่ยน เก้า ก็เก้า สมุทรปราการก็สมุทรปราการ ทำได้สองอย่างนี้ ก็ถือว่าดีแล้ว เพราะชีวิตคนเรา บางที หากไม่ได้ไปกับคณะอาจจะเหลือแค่วัดเดียวหรือดีไม่ดี ไม่ได้สักวัดได้แต่กินอย่างเดียว หรืออาจจะทะเลาะกันระหว่างทาง..

เอ้า ตั้งแต่เช้าถึงเย็น อัพบล็อกพอ ๆกับเที่ยวเลยครับ
บุญใดที่ได้ไปทำมากับบุญใดที่ทำบล้อกบุญ ๆนี้ ขอให้คนอ่าน
สุขสุดชื่นสมหวัง มีตังค์ซื้อหนังสือผมสักเล่มละกัน..

สะบายดี อนุโมทนาบุญซึ่งกันนะครับ..
สาธุ


ปล. ที่วัดที่เจ็ด อโศการามก็มีกุหลาบแดงเหมือนกัน ผมสงสัยว่า เจ๊คนที่ไหว้จากวัดพระสมุทรจะมาที่ด้วย..ดีนะไม่ได้เจอกันไม่งั้นคงได้ถามว่า...



Create Date : 11 พฤษภาคม 2551
Last Update : 27 กรกฎาคม 2551 17:19:47 น. 19 comments
Counter : 48741 Pageviews.

 
รอชม


โดย: designbox108 วันที่: 11 พฤษภาคม 2551 เวลา:10:21:33 น.  

 
เมื่อวานก็เพิ่งจะไปตลาดน้ำบางน้ำผึ้งมาค่ะ

แต่ไม่ได้ไหว้พระ

รอดูนะคะ


โดย: หยุ่ยยุ้ย วันที่: 11 พฤษภาคม 2551 เวลา:10:23:44 น.  

 
จะไปวันเสาร์ที่ ๒๔ นี่แหละค่ะ
แต่ยังลงมติกับพวกเพื่อน ๆ ไม่ได้
ว่าจะไปไหนดีระหว่างกาญจนบุรี กับ ราชบุรี

และจะรอดูรูปของคุณเฟื่องนะคะ



โดย: พุธธันวา IP: 203.156.86.135 วันที่: 11 พฤษภาคม 2551 เวลา:10:54:12 น.  

 
มาลงชื่อไว้ก่อน แล้วจะค่อยๆละเลียดอ่านทีหลัง
เชื่อว่าเรื่องต้องสนุก เพระคุณเฟื่องเป็นคนเล่า



ขอบคุณที่แบ่งปัน

สาธุๆๆๆขอผลบุญนั้นคืนกลับไปให้ผู้เป็นเจ้าของบล็อกเช่นกันค่ะ





โดย: คุณลี แห่งไร่ฝัน (โมริสา) IP: 125.24.86.28 วันที่: 11 พฤษภาคม 2551 เวลา:21:05:58 น.  

 

แวะมา Say Happy Birthday!!!!! ด้วยคร้าบบบบบ
หิ้วเค้กวันเกิดมาฝากเอาไป 2 ก้อนเลยนะ


และมาชวนไปเที่ยวเกาะไข่นอก จ.พังงา ด้วยกันครับ

เกาะไข่นอก จ.พังงา
คลิกที่ภาพเพื่อตามมาเที่ยวเกาะไข่นอกด้วยกันได้เลยนะครับ



โดย: มิสเตอร์ฮอง วันที่: 20 พฤษภาคม 2551 เวลา:1:53:07 น.  

 
สุขสันต์วันเกิด มีความสุขมากๆนะคะ


O.. ka. san...
สร้าง Comment ง่ายๆ ด้วยตัวคุณเอง คลิ๊ก http://glitter.postjung.com


โดย: โอก้าซัง วันที่: 20 พฤษภาคม 2551 เวลา:6:08:32 น.  

 

ขอให้มีความสุขตลอดปี และตลอดไป..... คิดทำอะไรก็ขอให้สมปรารถนา ร่ำรวยเงินทองและโชคลาภค่ะ by น้ำ..
สร้าง Comment ง่ายๆ ด้วยตัวคุณเอง คลิ๊ก http://glitter.postjung.com

อนุโมทนาบุญด้วยค่าวันไหนว่างๆจะตามรอยไปไหว้พระบ้างค่ะ


โดย: nanalove วันที่: 20 พฤษภาคม 2551 เวลา:7:45:20 น.  

 
สุขสันต์วันครบรอบวันเกิดค่ะ เจนนี่ขอให้คุณเจ้าของวันเกิดวันนี้ มีความสุขมากๆน่ะคะ คิดหวังสิ่งใดก็ขอให้สมหวังดังใจปรารถนา เจริญก้าวหน้า ในหน้าที่การงานน่ะคะ เป็นที่รักใคร่ของคนรอบข้าง สุขภาพแข็งแรงตลอดปีและตลอดไปค่ะ เพี้ยง เพี้ยง เพี้ยง

ป.ล. ยินดีที่ได้รู้จักเจ้าของบล็อคค่ะ ว่างๆก็แวะมาทักทายเจนนี่ได้เสมอน่ะคะ ยินดีต้อนรับค่ะ





โดย: สาวอิตาลี วันที่: 20 พฤษภาคม 2551 เวลา:8:12:47 น.  

 
สุขสันต์วันเกิดค่ะ
ขอให้มีความสุขมากๆนะคะ ^^


โดย: Charlotte Russe วันที่: 20 พฤษภาคม 2551 เวลา:8:45:04 น.  

 


โดย: ดอกฝิ่นในสายลมหนาว วันที่: 20 พฤษภาคม 2551 เวลา:8:46:00 น.  

 

Happy Birthday นะคะ ขอให้มีความสุขมากๆ
และมีสุขภาพแข็งแรง คิดหวังสิ่งใดก็ขอให้สมหวังคะ





โดย: eeh (คิตตี้น้อยสีชมพู ) วันที่: 20 พฤษภาคม 2551 เวลา:10:01:21 น.  

 
Happy Birthday to YOU

Happy Birthday to YOU

Happy Birthday, Happy Birthday

Happy Birthday to เฟื่องนคร ชอนตะวัน:)


ขอให้ตลอดทั้งปีมีเงินมีทองกองอยู่เต็มบ้าน
ขอให้มีความสำราญเริงรื่นตลอดชีวี
ขอให้มหามวลชนเปี่ยมมิตรไมตรี
ขอให้ทุกความดีอยู่ในใจคุณ





โอมเพี้ยง.........................




โดย: คุณลี (โมริสา) IP: 125.24.82.135 วันที่: 20 พฤษภาคม 2551 เวลา:10:23:48 น.  

 


::::::: H A P P Y :: B I R T H D A Y :::::::


ขอให้มีความสุขมากๆนะคะ



โดย: หนีแม่มาอาร์ซีเอ วันที่: 20 พฤษภาคม 2551 เวลา:10:54:01 น.  

 



โดย: mamminnie วันที่: 20 พฤษภาคม 2551 เวลา:11:13:13 น.  

 


รออ่านอาทิตย์ขึ้นฯ อยู่นะคะ


โดย: นู๋แป๋ว (nupaew ) วันที่: 20 พฤษภาคม 2551 เวลา:15:29:51 น.  

 






โดย: Takaw (Takaw ) วันที่: 20 พฤษภาคม 2551 เวลา:16:58:10 น.  

 
ทานเค้กจนอิ่มแล้วมั่งค่ะ มีความสุขตลอดปีนะค่ะ
ได้พิมพ์หนังสือ รอบ สอง รอบสาม สี่ ห้า หก.....


โดย: หมูอ้วนค่ะ IP: 58.64.57.128 วันที่: 20 พฤษภาคม 2551 เวลา:19:03:37 น.  

 
ขอบคุณทุกคำอวยพรจากทุก ๆ คนนะครับ ว่าง ๆ จะแวะไปขอบคุณถึงที่บ้านเลยครับ..
(เอ ทำไม เขามีลูกเล่นกันจังเลย แล้วเฮาทำไมดูจืด ๆ แบบนี้ ทำไม่เปนนนนนนน)


โดย: F_nakhon วันที่: 21 พฤษภาคม 2551 เวลา:1:34:38 น.  

 
หลายปีมากเลยครับ


โดย: ochi IP: 27.55.213.238 วันที่: 23 มิถุนายน 2559 เวลา:1:17:51 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

F_nakhon
Location :
นครสวรรค์ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]




email ถึงผู้เขียน

เฟื่องนคร : f_nakhon@hotmail.com
ลิขสิทธิ์งานเขียนทุกชิ้นในบล็อก เป็นของผู้เขียนตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ดัดแปลง หรือนำไปเผยแพร่ต่อ ไม่ว่ากรณีใด ๆ ก็ตามโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของผลงาน

-------------------


Friends' blogs
[Add F_nakhon's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.