โจทย์ "อะไรคือสิ่งที่คุณกลัวมากที่สุด "






  "ความอ้วน"   Smiley Smiley




มันมาพร้อมโรคภัยไข้เจ็บ สุขภาพแย่ลง สรีระย้วยน่าสะพรึง!!!
ใส่เสื้อผ้าอะไรก็ดูเทอะทะ ไม่สวยงาม ไม่ได้รูป ไม่สมส่วน
หาข้อดีอะไรไม่ได้เลยสำหรับ"ความอ้วน"

ผู้หญิงอย่างเราๆ คงไม่สบอารมณ์นักเวลาเจอหน้ากัน
แล้วมีคนทักว่า"อ้วนขึ้นนะ" 
แม้คนทักบางคนจะอุตส่าห์เลี่ยงคำตรงๆ
เป็นคำที่ซอฟท์ขึ้น เช่น ดูมีน้ำมีนวลขึ้นนะ
"มีงอย่ามาตอแหลค่ะ "
 กุอ้วนก็บอกว่าอ้วนสิ 5555



กระทั่งแฟนที่บ้านก็เถอะ 
ที่วันนึงจู่ๆมองหน้าเราแล้วก็ยิ้มๆขึ้นมา
แบบไม่มีสาเหตุสะงั้น ต้องคาดคั้นตะคอกถามว่ายิ้มทำไม?
"ดีใจที่เหนียงมึงออกแล้ว" 
 โอ้โห เอามีดมาแทงกุเถอะ พูดแบบนี้น่ะ
แม้มันจะบอกว่าดีแล้ว อ้วนขึ้นดูดีแล้ว สดชื่นดี
แต่แหม..เหนียงๆๆๆๆๆๆ ไม่อยากได้ยิน
"เหนียง" พูดเบาๆก็เจ็บ...



เหนียง คือ ความย้วยของเนื้อบริเวณใต้คาง
มีพอนูนโค้งมนพอok.นะ แต่ถ้ามันเป็นสองชั้นสามชั้น
เราก็ต้องพิจารณาตัวเองได้แล้วว่าเรา..จะเก็บมันไว้ทำไม
กินเยอะไปมั้ย???? จะกำจัดมันยังไงดี
แล้วทำไมไอ้ที่เรากินๆนี่ ไม่ไปออกตรงนมมั่ง ไม่เข้าใจ
คือมึงเดินทางมาจากกระเพาะแล้วมึงทำไมไม่หยุดที่นม??
ข้ามผ่านมาที่คางที่คอเลย มันข้ามเยอะไปไหม 555555
บ้างก็บอก เห้ย นั่นเป็นโหงวเฮ้งที่ดีนะเว้ย!! ก็เอาเถอะ
โหงวเฮ้งดีแต่สุขภาพแย่ ไม่เอาด้วยหรอก

สำหรับตัวเองแล้ว ตอนที่เริ่มรู้ตัวว่าอ้วนสุดๆคือ ตอนที่
น้ำหนักเกินไปจากปกติ บวกลบไม่เกิน 5 กิโลกรัม
จากการคิดแบบความพอดีพื้นฐาน คือ เอาส่วนสูงลบ 110 
น้ำหนักจะได้แบบพอดีเป๊ะๆ เราสูง 165 ลบด้วย 110
น้ำหนักที่เราพอดีคือ 55 กิโลกรัม ใส่เสื้อผ้าสลิมๆได้พอดี
และเราจะสามารถหลงระเริงกับน้ำหนักได้อีก 5 กิโลกรัม
เท่านั้น!!!
ถ้าเกินคือรีบจำกัดอาหารอย่างไว สำหรับคนอื่นไม่รู้ยังไงนะ
และสำหรับตัวเองแล้ว คิดว่าผู้หญิงไม่ควรจะเกินเลข 5 นะ
59 กิโลกรัมไม่ควรเกินไปกว่านี้ ถ้าเกินคือ เริ่มอ้วนแล้ว
เคยขึ้นมามากสุดที่ 61 กิโลกรัม แบบอึดอัดมาก
รู้เลยว่าอ้วนไม่ใช่การอ้วน แต่มันมาจากการกินขนมถุงๆ
เป็นคนชอบกินขนมขบเคี้ยว ไม่กินข้าวก็ได้แต่กินขนมแทนข้าว
ซึ่งตอนหลังปรับพฤติกรรมการกินใหม่ทั้งหมดเลย เลิกกิน
กินผลไม้สด หรือถั่วต่างๆแทน ซึ่งได้ผลเร็วมาก น้ำหนักลง
ปัจจุบันก็ประมาณ 56-57 กิโลกรัม ยังคงระเริงได้อีก 555

เราสามารถตรวจสอบตัวเองว่าน้ำหนักเกินพิกัดได้จาก
เครื่องมือการคำนวณหาค่า BMI 

Body Mass Index (BMI) คือ ดัชนีมวลกาย = น้ำหนักตัว / ความสูง ยกกำลังสอง 
เพื่อคำนวณความเสี่ยง
ในการเป็นโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน หัวใจขาดเลือด
และโรคนิ่วในถุงน้ำดีได้ ขณะเดียวกันคนที่ผอมเกินไป
ก็เสี่ยงกับการติดเชื้อและประสิทธิภาพในการทำงานของ
ร่างกายลดลง ดังนั้นเราควรใส่ใจให้น้ำหนักเรา
ให้อยู่ในเกณฑ์ที่ปกติจะดีกว่าค่ะ



โชคดีอีกอย่างของตัวเอง
คือเวลากินอะไรจะชอบคิดว่ามันมีสารอาหารอะไรบ้างที่กิน 
มีประโยชน์ไหม ถ้ามีโทษก็จะเลี่ยงแบบหักดิบไปเลย
แต่ถ้ามีประโยชน์จะฝืนกิน เช่นตับ ผัก ไข่แดงที่เราเบื่อแสนเบื่อ
แต่เราก็พยายามกินให้ได้ทุกวัน ตัวอย่างอาหารที่มีประโยชน์และเร่ง
ให้ร่างกายเผาผลาญ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ อาหารลดอ้วน

คิดว่าคนเราควบคุมน้ำหนักได้ไม่ยากเลย
แค่ไม่กินเยอะ กินได้ทุกอย่างแต่อย่างละน้อยๆ
ทุกอย่างต้องเดินทางสายกลาง เคยได้ยินคำว่า
"you are what you eat"
กินอะไรก็เป็นแบบนั้น นี่คือสัจธรรมของชีวิตจริงๆ
ก่อนที่เราจะรักคนอื่นเป็น เรามารักตัวเองให้เป็นกันก่อนดีกว่า









Create Date : 19 ธันวาคม 2559
Last Update : 20 ธันวาคม 2559 1:19:00 น.
Counter : 832 Pageviews.

7 comments
  
ขอบคุณที่แวะไปที่บล็อกนะคะ

จริงค่ะ"you are what you eat"
แต่บางที่เราก็ลืมๆ กินตามใจไปเหมือนกัน
โดย: newyorknurse วันที่: 20 ธันวาคม 2559 เวลา:5:13:16 น.
  
มี้ตัวเล็กแต่ ลุงพุงค่ะ แงแง
โดย: kae+aoe วันที่: 20 ธันวาคม 2559 เวลา:8:22:17 น.
  
ฮิๆๆๆ
อ่านแล้วขำ เม้นต์ไม่ออกครับ

โดย: loongchat (สมาชิกหมายเลข 3016924 ) วันที่: 20 ธันวาคม 2559 เวลา:10:16:51 น.
  
เรื่องสวยนี่ยอมรับค่ะ แฮร่ๆ ยิ้มๆ
โดย: kae+aoe วันที่: 20 ธันวาคม 2559 เวลา:15:05:37 น.
  

สวัสดีครับ
ช่วงนี้เป็นหน้าแล้ง เข้าฤดูหนาว
บัวดินจะหยุดการเจริญเติบโต ควรปล่อยให้บัวดินได้พักผ่อน ถ้าดินแห้ง ใบบัวก็จะแห้งหลุดออกจากหัว ไม่ต้องกลัวว่าบัวดินจะตายนะครับ ปล่อยให้หัวบัว(ลักษณะคล้ายหัวหอม)ฝังดินอยู่อย่างนั้น ให้บัวดินพักผ่อน หรือจำศีลก็ว่ากันไป บัวดินไม่ตายหรอกครับ รอเวลาให้ผ่านหน้าแล้งไปก่อน ใกล้ๆหน้าฝน ค่อยรดน้ำพรวนดิน และใส่ปุ๋ยอินทรีย์บำรุงสักหน่อย ไม่นาน บัวจะแทงยอดออกมา ใบได้สังเคราะห์แสง (ควรปลูกในที่มีแสงส่องถึงนะครับ) หัวใหนสะสมอาหาร สะสมพลังงานได้พร้อมก็จะออกดอกมาให้ได้ชมแน่นอน

ขอให้มีความสุขนะครับ

โดย: loongchat (สมาชิกหมายเลข 3016924 ) วันที่: 20 ธันวาคม 2559 เวลา:17:34:32 น.
  
แบบหนุ่ยว่าอ้วน และพี่โจนเรียกว่าไร อิอิ

กินอย่างเดียวไม่ได้ค่ะ
ต้องออกกำลังกายด้วย
แถมออกกำลังกายก็ต้องลดอาหาร เพราะอะไร
เพราะออกกำลังกายเสร็จมันจะกินเป็นสองเท่า
กินอะไรก็อร่อยไปหมด
ต้องระวังอีก

เปลี่ยนพฤติกรรมการกินแล้วเปลี่ยนพฤติกรรมการนอนด้วยเอาเวลานอนมาออกกำลังกายน่ะ
ตืนตีห้ามาจ๊อกกิ้งเถอะ
โดย: ซองขาวเบอร์ 9 วันที่: 20 ธันวาคม 2559 เวลา:21:44:16 น.
  
กินมากๆ เสี่ยงอะไรหลายๆ อย่างจริงๆ กินแต่พอเหมาะแล้วออกกำลังกายบ้างดีที่สุดครับ
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 20 ธันวาคม 2559 เวลา:23:18:37 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

บ่แม่นหมาวัดและกะบ่ได้ใจนาง
Location :
สัมภเวสี  Peru

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 16 คน [?]








"มีแมวเป็นสมบัติพัสฐาน"






New Comments
ธันวาคม 2559

 
 
 
 
4
5
6
7
8
9
10
12
15
18
20
24
26
28
29
30
31
 
All Blog
Friends Blog
[Add บ่แม่นหมาวัดและกะบ่ได้ใจนาง's blog to your weblog]