ถนนสายนี้มีตะพาบ 163 : บ้านนอก



ถนนสายนี้มีตะพาบ 163 : บ้านนอก

        แสงอาทิตย์ยามเช้า ส่องสว่างกระทบหยดน้ำค้างบนใบข้าว ทำให้เกิดแสงสีทองแวววาวไปทั่วท้องทุ่งนา และบริเวณใกล้เคียง เสียงไก่ขันแข่งกับเสียงนกเสียงกา ที่บินโฉบเฉี่ยวไปมาดังเซ็งแซ่ เสียงของสรรพสิ่ง ที่มาพร้อมกับการเริ่มต้นวิถีชีวิตคนบ้านนอกอย่างเช่นทุกวัน

        " เป็นเช้าที่งดงามอย่างเคย ทุ่งข้าวเขียวขจีถูกโอบล้อมด้วยแสงสีทอง มองแล้วช่าง Slow life ยิ่งนัก "

        ลูกเห็บ หนุ่มชาวนาวัย25ปีเศษ อ่านทวนข้อความบรรยายภาพทุ่งนาเป็นครั้งที่ห้า และเป็นภาพที่ถ่ายเองด้วย สมาร์ทโฟน และเมื่ออ่านทวนรอบที่หกจบไป เขารู้สึกภูมิใจที่ตัวเองเขียนข้อความได้ดีจนน้ำตาปริ่มจะไหล

        ก่อนจะส่งสู่โลกออนไลน์เขารู้สึกขัดใจกับStatusเล็กน้อยที่พิมพ์ว่า " เช้าวันใหม่ในทุ่งกว้าง " อ่านแล้วทำให้นึกถึง ทุ่งหญ้าสะวันนา ที่มักจะถูกกล่าวถึงบ่อยๆในสารคดีชีวิตสัตว์โลก และอาจมีคนมาcommentค่อนขอดได้ว่า คิดStatusเองไม่เป็นดีแต่ลอกเขามา เลยเปลี่ยนมาเป็น " เช้าวันใหม่ในทุ่งนา " แล้วโพสต์ส่งสู่โลกออนไลน์

        เขาจิบกาแฟร้อนอย่างช้าๆรอว่าจะมีใครมากดlikeหรือcommentให้บ้าง แมงกุดจี่คั่วเกลือถูกส่งเข้าปากยังไม่ทันได้เคี้ยว ก็มีcommentแรกเด้งขึ้นมา พร้อมกับกดlikeอีกด้วย

        " ว้าวๆๆ ต้นข้าวเขียวสวยน่าอร่อยมากค่ะพี่เห็บ มีความ Slow life หนักมากอ่าค่าา สนใจครีมหน้าเรียวทิ้งข้อความที่ inboxนาจา งุงิมุมิคุคิ "

        ภาพโปรไฟล์เจ้าของcommentแรกของวันคือสาวน้อยวัยใสหน้าเรียวยาวคางแหลมเปี๊ยบ ผิวขาวซีด ตาโตอกโต ทำให้หนุ่มลูกเห็บปลื้มปริ่มเป็นยิ่งนัก ถึงแม้จะรู้สึกขัดใจกับภาษาเขียนของเด็กสาว แต่เพราะความขาวอวบก็เลยมองผ่านไปบ้าง และในขณะที่ลูกเห็บกำลังคิดประโยคเพื่อตอบกลับcommentอยู่นั้นเสียงของแม่ก็ดังแทรกเข้ามาในความคิด

        " ลูกเห็บเอ๊ย นี่มันได้เวลาพาน้องไปกินข้าวแล้วนะลูก !! มัวทำอะไรอยู่นักหนาเนี่ย เดี๋ยวน้องก็ไม่พอใจโมโหหิวไม่ยอมทำงานกันพอดี"

        " จ้าแม่ รู้แล้วน่า แป๊บนะ "

        ชายหนุ่มตะโกนรับคำที่แม่บอก และทำท่าจะพิมพ์ตอบcommentสาวอีกครั้ง แต่แม่ก็มาตะโกนเรียกซ้ำอีก จึงตัดความรำคาญ รีบไปทำตามตามที่แม่บอก ขืนช้ากว่านี้อาจโดนบ่นหูชาได้ เขาเดินลงจากบ้านไม้ที่ล้อมรอบไปด้วยทุ่งนาเขียวขจีสุดลูกหูลูกตา มุ่งหน้าไปที่คอกไม้ไผ่ที่อยู่หลังบ้าน ซึ่งเป็นคอกของ " บิ๊กสโนว์ " ควายเผือกผู้สง่างาม

        ทุกๆเช้า ลูกเห็บจะมีหน้าที่พาบิ๊กสโนว์ไปกินต้นอ่อนข้าวสาลี ซึ่งผู้เป็นพ่อของเขา ปลูกไว้ให้บิ๊กสโนว์เล็มกินโดยเฉพาะ พ่อกับแม่ของชายหนุ่มรักควายเผือกตัวนี้เหมือนลูก เพราะมันเป็นควายที่แข็งแรงมาก ไถนาเก่งกว่าควายตัวอื่นๆในจำนวนห้าตัว รูปร่างสวยสีสวย และตั้งแต่บิ๊กสโนว์มาเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัว ก็มักจะมีแต่เรื่องน่ายินดีเกิดขึ้น ส่วนชื่อ บิ๊กสโนว์ พ่อได้ตั้งชื่อนี้เพราะเห็นว่าเข้ากันกับชื่อลูกเห็บนั่นเอง เมื่อชายหนุ่มมาถึงที่คอกของควายเผือก ก็ตกใจมากเพราะไม่พบควายอยู่ในคอก ประตูคอกถูกเปิดออก

        " หนอยแน่เจ้าควายบ้า!! มาช้าแค่10นาทีทำเป็นรอไม่ไหวเรอะ !! "

        ชายหนุมคิดว่าบิ๊กสโนว์คงขวิดประตูให้เปิดและเดินไปกินหญ้าและต้นอ่อนข้าวสาลีเอง จึงรีบเดินเร็วๆตรงไปที่บริเวณที่ได้ปลูกต้นอ่อนข้าวสาลีไว้ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากคอก แต่ก็ไม่มีแม้เงาของควายเผือก ชายหนุ่มใจเสียร้อนใจอย่างมากเมื่อควายหายไป การตามหาควายจึงเกิดขึ้นอย่างอย่างรีบเร่งและลนลาน

        " บิ๊กสโนว์ อยู่ไหน บิ๊กสโนว์ บิ๊กสโนว์ "

        ชายหนุ่มกึ่งวิ่งกึ่งเดิน ปากก็ตะโกนโหวกเหวกเรียกชื่อควายไปตามคันนา สีหน้ากังวลมาก คิดกลัวไปต่างๆนาๆ นึกโทษตัวเองที่ลงมาช้า ควายอาจหิวมากเลยหนีออกมาและอาจถูกคนขโมยมันไป เขาวิ่งร้องไห้ไปตามคันนา และต้องชะงักเท้าเมื่อวิ่งไปเจอปลักควายที่ว่างเปล่า ปลักควายตรงนี้ที่บิ๊กสโนว์ มักมานอนเล่นโคลนอย่างมีความสุข

        ลูกเห็บนึกถึงวันเก่าๆที่เขาขี่หลังบิ๊กสโนว์ชมทุ่งนา และแอบขโมยมะม่วงของเพื่อนบ้าน ด้วยการยืนบนหลังของบิ๊กสโนว์ และมีนกเอี้ยงมาเกาะที่ไหล่ของเขาอีกที และนั่นยังทำให้เขา แอบเห็นลูกสาวของเพื่อนบ้านกำลังอาบน้ำอีกด้วย

        ในขณะที่คิดถึงวันเก่าๆ เขาลงไปคลุกโคลนในปลักควาย ร้องไห้ซบหน้าบนต้นหญ้าข้างปลักควายอย่างสิ้นหวัง ภาพวันวานที่งดงาม ถาโถมทำร้ายจิตใจชายหนุ่มเล็กน้อยถึงปานกลาง นกเอี้ยงตัวหนึ่งบินมาเกาะที่ไหล่ของเขา และส่งเสียงร้องออกมา เหมือนกำลังบอกให้เขาลุกขึ้นสู้ ประกอบกับกลิ่นโคลนสาปควายที่โชยเข้าจมูก ทำให้เขามีหวังที่จะตามเจอบิ๊กสโนว์อีกครั้ง

        " วิถีชาวนา Slow Life ใจต้องสู้ คนบ้านนอกต้องไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ แดดเปรี้ยงฝนกระหน่ำยังลุยมาแล้ว กะอีแค่ตามควายจะมามัวท้อแท้อยู่ไม่ได้แล้ว "

        ชายหนุ่มพูดกับนกเอี้ยงด้วยแววตาที่มุ่งมั่น แล้วผลุนผลันออกจากปลักควาย เพื่อออกตามหาควายเผือกอีกครั้ง

        " เราจะมามัวจมปลักควายอยู่แบบนี้ไม่ได้ บิ๊กสโนว์น้องรักพี่จะไปหาแกเดี๋ยวนี้ "

        คราวนี้เขาหันมาพูดกับปลักควายบ้าง ก่อนจะเดินไปล้างตัวที่สระน้ำใกล้ๆแถวนั้น แล้วรุดหน้าไปที่ชายทุ่ง ที่พ่อของเขากำลังหว่านปุ๋ยในนาข้าวอยู่ เขาวิ่งสุดฝีเท้าไปตามคันนา วิ่งผ่านเพื่อนบ้านโดยไม่หยุดทักทาย ทั้งที่อีกฝ่ายเอ่ยทักเขาก่อน เพื่อนบ้านได้จึงตะโกนตามหลังมาถามว่า

        " จะรีบไปตามควายที่ไหนล่ะไอ้เห็บ " เขาหยุดวิ่งทันทีที่ได้ยินเพื่อนบ้านถามและหันมาตะโกนตอบ

        " น้ารู้ด้วยเหรอว่าเห็บกำลังวิ่งตามหาควายอยู่ แสดงว่าน้าเห็นควายเห็บสิใช่มั้ย "

        " เอิ่ม!!! ควายเอ็งหายเรอะ น้าไม่รู้หรอกและก็ไม่เห็นด้วย มันคงไปหากินหญ้าที่ไหนซักที่ล่ะมั้ง "

        " นั่นสินะมันคงอยู่ที่ไหนซักที่จริงๆนั่นแหละ เห็บขอบคุณน้ามากที่บอก ไม่บอกไม่รู้จริงๆนะเนี่ย"

        พูดจบ ชายหนุ่มหันหลังวิ่งตรงไปหาพ่อ เพื่อหวังจะให้พ่อช่วยหาบิ๊กสโนว์อีกแรง และเมื่อไปถึงตรงที่พ่อนั่งพักอยู่ตรงใต้ต้นสะเดา เขาดีใจอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน ที่เห็น บิ๊กสโนว์ เดินเล็มหญ้าอยู่ไม่ไกลจากที่พ่อนั่งอยู่ เขาวิ่งไปกอดพ่อแน่นจนพ่อนึกแปลกใจ

        " เอ้าๆ นี่ยังไม่ถึงวันพ่อเลยนะ มากอดพ่อร้องไห้ทำซาบซึ้งอะไรนักหนาวะเนี่ย "
        
        ชายหนุ่มจึงเล่าเรื่องทั้งหมดให้พ่อฟัง ผู้เป็นพ่อหัวเราะอย่างชอบใจอย่างนึกเอ็นดูลูกชาย และดีใจที่ลูกชายรักควายเผือกตัวนี้ไม่น้อยไปกว่าเขา

        " พ่อพาเจ้าบิ๊กสโนว์มาเองแหละลูกเอ๊ย เมื่อตอนเช้ามืดพ่อไปดูเบ็ดปักปลาช่อน ได้หลายตัวเลยเอาไปให้แม่เอ็งแกงเป็นมือเช้า ช่วงรอแม่เอ็งทำกับข้าว ก็เลยมาหว่านปุ๋ยซะหน่อย "

        "แล้วก็ไม่บอกแม่ไว้ล่ะ พ่อนะพ่อ ลูกเห็บตกใจมากเลย นึกว่าควายหายซะแล้ว "

        " พ่อก็บอกแม่เอ็งอยู่นะ สงสัยจะลืมมั้ง ตอนพ่อเดินผ่านคอกเจ้าบิ๊กสโนว์ มันทำท่าเหมือนอยากมาด้วย พ่อก็เลยพามาให้กินหญ้าแถวนี้ดูบ้างน่ะ "

        สองพ่อลูกเดินคุยกันสนุกสนานตามประสามุ่งหน้ากลับบ้าน เพื่อกินข้าวเช้าพร้อมหน้ากันอย่างเช่นทุกวัน และหลังมื้ออาหารต่างก็แยกย้ายไปทำตามหน้าที่ ผู้เป็นพ่อกลับไปหว่านปุ๋ยในนาข้าวต่อ ส่วนแม่ก็เก็บผักที่ปลูกไว้มากมายหลายชนิด เพื่อเตรียมไปส่งขายให้แม่ค้า โดยมีลูกชายช่วยปลูกและช่วยเก็บผัก รวมถึงเป็นคนนำไปส่งให้แม่ค้าที่ตลาดด้วย

         เพราะเป็นช่วงรอข้าวออกรวงจึงมาเน้นที่การปลูกผักขาย ลูกเห็บเองก็มีช่องทางขายพืชผักในช่องทางออนไลน์อีกด้วย เป็นวิถีที่ปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย ส่วนบิ๊กสโนว์ควายเผือก ก็นอนเล่นพักผ่อนในปลักควายอย่างสนุกสนาน หลังจากไถร่องดินเพื่อเตรียมปลูกผักได้ตามเป้าหมายแล้ว ผ่านไปอีกวันกับวิถีบ้านนอกที่แสนเรียบง่าย และเมื่อมีเวลาว่าง ลูกเห็บจะดักจับหนูนาส่งให้กับโรงงาน เพื่อทำหนูนากระป๋องสามรสตราแม่นอนดูซีรี่ย์ ทำให้มีรายได้ในแต่ละวันมากพอดู

        " ยามเมื่อแสงทองจางหายไป ความมืดคืบคลานครอบคลุม หรีดหริ่งเรไรร้องเพลงเซ็งแซ่ "

        ลูกเห็บอ่านทวนข้อความบรรยายภาพดวงอาทิตย์ตกดิน ที่เขากำลังจะโพสต์อย่างนึกภูมิใจ ที่นึกประโยคอะไรแบบนี้ออกมาได้ แล้วกดส่งสู่โลกออนไลน์ และใช้เวลาพูดคุยตอบcommentอยู่เป็นนาน จนเมื่อได้เวลานอนก็หลับไปอย่างสุขใจ

.................. จบจ้า ...................




ขอบคุณที่ติดตาม แล้วพบกันใหม่จ้า





 

Create Date : 20 กันยายน 2559
10 comments
Last Update : 23 กันยายน 2559 22:31:54 น.
Counter : 212 Pageviews.

 

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
เจ้าการะเกด Food Blog ดู Blog
อุ้มสี Home & Garden Blog ดู Blog
mambymam Music Blog ดู Blog
กะว่าก๋า Book Blog ดู Blog
ร่มไม้เย็น Dharma Blog ดู Blog
สายหมอกและก้อนเมฆ Photo Blog ดู Blog
เรียวรุ้ง Literature Blog ดู Blog
เป็ดสวรรค์ Photo Blog ดู Blog
NENE77 Literature Blog ดู Blog

 

โดย: เจ้าหญิงไอดิน 20 กันยายน 2559 21:04:12 น.  

 

สวัสดีจ้า

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
กะว่าก๋า Book Blog ดู Blog
NENE77 Literature Blog ดู Blog



 

โดย: ก้นกะลา 20 กันยายน 2559 22:15:28 น.  

 

"บ้านนอก" ของตัวเอง อ่านแล้วไม่บ้านนอกเลย
มีเทคโนโลยีทันสมัยเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย น่าจะให้อีตาลูกเห็บเล่นบล็อก ซะรู้แล้วรู้รอด 555

ชื่อ "ลูกเห็บ" = เรานึกถึง "เห็บหมา" ยังนึกขำว่าเพื่อนมีมุกตลกในการตั้งชื่อตัวละครทุกที

มาเข้าใจตรงที่บอกว่า "บิ๊กสโนว์ พ่อได้ตั้งชื่อนี้เพราะเห็นว่าเข้ากันกับชื่อลูกเห็บ" อ้อ ... "เห็บ หิมะ"
บ้านนอกที่ไหน ตั้งชื่อควายว่า "บิ๊กสโนว์" น่าชื่อ "อีเผือก" มากกว่า 555

-----------------

ดอกชมจันทร์หากินไม่ได้ง่าย ๆ หรอก เราเจอครั้งแรกก็ที่ อตก.
ตลาดแถวบ้านก็ไม่มีเหมือนกัน อยากกินต้องปลูกเอง ปลูกไม่ได้อีก เพราะไม่มีที่ 555
บล็อกแก๊งคงมีปัญหาแหละ เราก็เข้ายากแล้วก็ไม่เสถียรด้วย
ปกติใช้ IE แต่พอเข้าบล็อกยาก เราก็เปลี่ยนไปใช้โครม
แต่เวลาอัพบล็อกก็ต้องกลับไปใช้ IE เพราะ IE สะดวกกว่า คนอื่นไม่รู้นะ

------------------------

มีผิดอยู่บ้างนิดหน่อยจ้า อิอิ

ขอบคูณ = ขอบคุณ
ผู้เป็นหัวเราะ = ผู้เป็นพ่อ ... (ตกคำว่า "พ่อ")
ช่วงรอแม่เองทำกับข้าว = แม่เอ็ง
คลืบคลานครอบคลุม = คืบคลาน

ยังไม่ได้ตอบหลังไมค์นะ เด๋วว่าง ๆ ก่อน
ตอนนี้ออนบล็อกใหม่ด้วยนะตะเอง ดร๊าฟท์ไว้ชาติหนึ่งแล้ว
ที่เพื่อนเคยพูดไว้ไง จำได้หรือเปล่า 555

 

โดย: ฟ้าใสวันใหม่ 21 กันยายน 2559 9:19:37 น.  

 

ตอบแล้วจ้า อิอิ

 

โดย: ฟ้าใสวันใหม่ 21 กันยายน 2559 11:12:47 น.  

 

ขบเบอร์รี่ ชื่อน่ารักดีนะ 555
เราเจอมาตั้งแต่เด็ก แต่ไม่รู้จักหรอก (ตอนนั้น) ไม่เคยกินด้วย ชักอยากลอง 555
ดูเหมือนจะขึ้นเอง เพราะนกคงกินแล้วมาถ่ายมูล คนก็เลยดูเหมือนเป็นวัชพืช ไม่มีใครสนใจ
เป็นอาหารนกกาซะมากกว่า แต่หมาบ้านเพื่อนเราเค้ากินด้วยนะ 555
เพื่อนมันคงเลี้ยงแบบบุฟเฟ่ต์ ให้หากินเอง 555

 

โดย: ฟ้าใสวันใหม่ 21 กันยายน 2559 18:54:46 น.  

 

NENE77 Literature Blog ดู Blog

ตามมาอ่านตะพาบค่ะ

ได้กลิ่นบ้านทุ่งเลยค่ะ

 

โดย: ซองขาวเบอร์ 9 21 กันยายน 2559 19:42:55 น.  

 

555 ลืมไป เด๋วนี้บ้านนอกปั๊ดตะนาไปเยอะแล้ว
ในหัวเรามีแต่ภาพเก่า ๆ ไม่มีภาพใหม่อยู่ในหัวเลย
บ้านยายเราเป็นสวนผักผลไม้มากกว่า ขุดบ่อเลี้ยงปลา เลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ จะว่าไปก็คล้าย ๆ เกษตรพอเพียงนี่แหละ
ปิดเทอมได้ไปซนเป็นลิงเป็นค่างอยู่บ้านสวน หนุกหนานมากเลย 555

ขืนทำเนียนส่งงานตะพาบ มีหวังโดนเจ้าพ่อเบตาดีนค่อนแคะอีก

 

โดย: ฟ้าใสวันใหม่ 21 กันยายน 2559 23:17:40 น.  

 

อ้าว ๆ ใครว่า น้ำท่วม ... เค้าให้เรียกว่า "น้ำขังรอระบาย"
เป็นคนกรุงก็ต้องอย่างนี้แหละ ฝนตก รถติด น้ำขังรอระบาย กร๊าก ๆ ๆ
เผลอ ๆ อาจมี "ไฟดับ" เป็นของแถมอีกด้วย

ไม่ต้องอยู่บ้านน้อกบ้านนอกหรอกเธอ ที่บ้านใช้กันสาดโพลี พอฝนตกทีเสียงดังกระหึ่มไม่แพ้กัน
ต้องปิดประตูหน้าต่างหมด ไม่งั้นดูทีวีไม่รู้เรื่องเลย เสียงกลบหมด
ที่ตัวเองพูดเรื่องตกปลาหลังบ้านด้วยข้าวสวย ลงทุนน้อยจัง 555
ทำให้นึกไปถึงที่เค้าจับ "ตัวเอี้ย" ที่สวนลุมตอนนี้ มีการเอาปลาดุกผูกเชือกไปล่อด้วยนะ
เห็นภาพ ไอ้เข้น้อย วิ่งไล่ตามปลาดุก ก็นะ หลายอารมณ์บอกไม่ถูก

เรื่องตำลึงน่ะ อยู่ในลิสต์อยู่แล้ว มองรอบตัวมีเรื่องให้ทำเยอะแยะไปหมด
วันก่อนยังถ่ายผีเสื้อได้ด้วย ว่าจะเอามาลงบล็อกเหมือนกัน อิอิ
แต่เรื่องปลูกอะไรก็คงไม่ไหวแล้ว แค่อัญชันตอนนี้ก็รกมากแล้ว เลื้อยอิรุงตุงนังไปหมด
ดอกมีให้เก็บทุกวัน นี่จ้อง ๆ ว่าจะทำข้าวอัญชันซักที ดูว่าจะได้สียังไง
เคยซื้อที่เป็นข้าวสารอัญชัน เอามาหุง สีแทบไม่เห็นเลย ไว้ทำเองดีกว่า อิอิ

 

โดย: ฟ้าใสวันใหม่ 23 กันยายน 2559 16:49:57 น.  

 

ว้าวววว บรรยายได้บ้านนอกแบบสุดๆอะ บล็อกนี้คนบ้านนอกเขียนแน่นอน //โดนตบซะงั้น ชมนะเนี่ยชม!
slow life เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของคนเมืองที่ไปอยู่บ้านนอกแป๊บๆครับ คนบ้านนอกจริงๆไม่ได้รู้สึกว่าตัวเอง slow life ซักกะติ๊ด
มัวแต่ slow life เกือบทำควายหาย 555

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ไวน์กับสายน้ำ Diarist ดู Blog
NENE77 Funniest Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น

 

โดย: ชีริว 23 กันยายน 2559 22:01:37 น.  

 

มาแล้ว ๆ ภูมิใจนำเสนอมากเลย อิอิ

 

โดย: ฟ้าใสวันใหม่ 25 กันยายน 2559 9:43:18 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

NENE77
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 18 คน [?]






กระดังงาสงขลา ... คลิก
ดาวทอง ... คลิก
เล็บมือนาง ... คลิก
ดอกอัญชัน ... คลิก
ดาวประดับ ... คลิก
ดอกรัก ... คลิก
เทียนหยด ... คลิก
ดอกลิปสติก ... คลิก
ชาฮกเกี้ยน ... คลิก
หัวใจสีม่วง ... คลิก
บานชื่น ... คลิก
ดอกนีออน ... คลิก
หงอนไก่ไทย ... คลิก
ซัลเวีย .. คลิก
เฟื่องฟ้า ... คลิก
แย้มปีนัง ... คลิก
กระดุมทองเลื้อย ... คลิก
หญ้าขัดมอญ ... คลิก
ดอกต้อยติ่ง ... คลิก
ผักเสี้ยนขน ... คลิก
เซ่งใบมน ... คลิก
Group Blog
 
<<
กันยายน 2559
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
20 กันยายน 2559
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add NENE77's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.