เมษายน 2551

 
 
1
2
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
ความเปลี่ยนแปลง


ในหุบเขาผาแดงยามนี้ แลดูสดใสขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากหมอกควันที่คอยปกคลุมบรรยากาศในหุบเขา ค่อยเลือนลาง แล้วจางหายไป พร้อมกับน้ำฝนที่หล่นจากฟากฟ้า ระเหยหาย ละลายหายไปกับความชื้น เมฆก้อนโตเคลื่อนเข้ามาแทนที่ อยู่เหนือยอดดอย

ผมกับตานั่งคุยกันที่สวนบนเนินเขา พลางมองดูไม้ป่าที่กำลังผลิยอดอ่อนสีเขียวอยู่ไกลๆ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดความสดชื่นของบรรยากาศในยามนี้ สายลมเย็นพัดโชยมาสัมผัสผิวกาย ทุ่งนาในยามแล้งที่ยังมีชุ่มชื้น สังเกตุถึงความหลากหลายของพืชพรรณ ที่ชาวบ้านปลูกทั้งข้าวผักกาดขาวปลี กะหล่ำ มะเขือ ถั่วเหลือง และอีกหลากหลายชนิด




ท่ามกลางสายลมที่ยังพัดโชยมาเรื่อยๆ เขาชี้ให้ผมมองไปที่ดอยผาแดง แล้วเอ่ยว่า สันนั้นเขาเรียกว่าสันผักหวาน ตรงนั้นเป็นถ้ำผาไป่ ตรงโน้นเป็นดอย......... (จำไม่ได้แล้ว) เดินไปหมดแล้วที่แถวนั้น แล้วเล่าให้ฟังต่อว่า เมื่อสมัยก่อนเป็นพรานป่า เคยไปล่าสัตว์ป่าได้ ฟาน(เก้ง) เข้าบ้านมาบ่อยๆ แล้วยังบอกว่าฝีมือแกในการยิงปืนน้อยคนจะเทียบได้ ผมนั่งนิ่งหลับตา จินตนาการย้อนไปวาดภาพในอดีต ถึงความอุดมสมบูรณ์ของหุบเขาแห่งนี้ ผสมกับวิถีชีวิตที่เรียบง่าย

เขาหันหน้ามองไปมา แล้วสะดุดกับภาพทุ่งนาข้างหน้า แล้วเอ่ยขึ้นมาตอนหนึ่งว่า “ตอนนี้ปลูกอะไรมากมาย แล้วคนก็ทะเลาะกันแย่งน้ำกัน เมื่อก่อนปลูกข้าวเสร็จแล้วก็ปลูกถั่ว เหลือง หน้าแล้งก็เข้าป่าล่าสัตว์”



ทำให้ผมต้องทบทวนคำพูดข้างต้นขึ้นมาทันที เพราะว่าได้ยินข่าวชาวบ้านทะเลาะกันในการแย่งน้ำในการทำการเกษตรฤดูแล้งยามนี้ เนื่องจากช่วงนี้ต้องใช้น้ำมากในการดูแลรักษาพืชที่ปลูกไว้ ซึ่งเป็นพืชระยะสั้นต้องการน้ำมาก เพราะราคาผักในช่วงนี้กำลังดี หลายคนทุ่มที่จะลงทุนกับการปลูกพืชเชิงเดียวอย่างนี้ โดยการกู้เงินจากแหล่งต่างๆ แต่เรากลับกำหนดราคาเองไม่ได้ ถือว่าเป็นการเสี่ยงมากในการลงทุนแบบนี้

ช่วงเวลาที่ผ่านมาผมได้เฝ้ามองการเปลี่ยนแปลงของสังคมชนบทเล็กๆ ที่อยู่กลางหุบเขาแห่งนี้ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันนี้พบว่า การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะด้านไหนก็ตาม ทั้งนโยบายของรัฐ ทั้งกระแสทุนนิยมที่เข้ามาโดยหลีกเลี่ยงไม่ได้ ล้วนแล้วแต่จะส่งผลต่อความสัมพันธ์ของคนในชุมชนเปลี่ยนไป



“รัฐจะกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ โดยการปล่อยเงินให้จำนวนห้าหมื่นล้านบาท ให้กับรากหญ้า เพื่อที่จะให้เกิดการหมุนเวียนทางด้านเศรษฐกิจ เพื่อที่จะทำให้นักลงทุนต่างประเทศเชื่อถือ” ต้นทางเสียงมาจาก วิทยุทรานซิสเตอร์เครื่องเก่าที่อยู่ในตูบบนเนินเขา แว่วดังมา

......สุดท้ายเรา (รากหญ้า) เป็นเพียงแค่สิ่งกระตุ้นให้กับนายทุนชาวต่างชาติ เท่านั้นเหรอ.....? (ผมสบถในใจ)



Create Date : 03 เมษายน 2551
Last Update : 3 เมษายน 2551 11:44:09 น.
Counter : Pageviews.

35 comments
  
เห็นด้วยค่ะ เพราะเป็นอีกคน ที่รักและเคารพรากหญ้าทุกๆคนบนพื้นแผ่นดินไทย
โดย: Gigg (Gigg_Pat ) วันที่: 3 เมษายน 2551 เวลา:11:50:25 น.
  
ระบบสังคมที่เปลี่ยนแปลง ความสัมพันธ์ในสังคมก็เปลี่ยนแปลง
รูปแบบความสัมพันธ์แบบเครือญาติเริ่มหายและแทนที่ด้วยระบบเงินตราและเครดิต สิ่งที่น่ากลัวสำหรับเกษตรกรตอนนี้คือ การเป็นลูกจ้างของระบบบริษัทขนาดใหญ่ โดยเฉพาะพวก contract farming น่ะค่ะ ต่อไปสงสัยจะปลูกพืชน้ำมันกันหมดละเน้อ...พืชอาหารคงมีคนปลูกน้อยลงแน่ๆ

ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ
โดย: philous (phil-harmonica ) วันที่: 3 เมษายน 2551 เวลา:11:59:39 น.
  
สุดท้ายเราเป็นเหมือน หญ้าที่ไร้รากด้วยซ้ำ เหมือนเราเป็นเพียงคนอาศัย หรือ "ตัว" เสริม ทีคอยกระตุ้น เล็กๆ ให้กับชาวต่างชาติ ไม่มีแม้ค่าอะไรหลงเหลือให้ภาคภูมิใจว่า ว่าเราเป็น"เจ้าของ" ไม่แม้ เป็นผู้ที่มีสิทธิ์ ครอบครองความภาคภูมิใจเลยงั้นหรือ...
มาเเชร์ค่ะ ด้วยมิตรภาพเช่นกันค่ะ
โดย: โมกสีเงิน วันที่: 3 เมษายน 2551 เวลา:12:21:45 น.
  
มีเพื่อนไปทำเกษตรบอกว่าชาวบ้านใช้มีดและเกี่ยวข้าวสู้เขาไม่ได้แล้ว พากันวิ่งตามชาวกรุงกัน
โดย: chinging วันที่: 3 เมษายน 2551 เวลา:14:10:22 น.
  
สวัสดีครับสำหรับเพื่อนใหม่
Gigg /philous /chinging
และเพื่อนเก่าที่รู้ใจอย่างคุณโมกสีเงิน

ขอบคุณสำหรับความคิดที่แหลมคม
หวังเราคงต้องแลกเปลี่ยนความคิดอีกหลายๆเรื่องน่ะครับ...

ด้วยมิตภาพ
โดย: ดอกเสี้ยวขาว วันที่: 3 เมษายน 2551 เวลา:16:29:42 น.
  
ข้าวกำลังจะขายได้ราคา(ดี?) ...รากหญ้าจงเจริญ !!!

เพื่อหญ้าที่ไร้รากอย่างเราจะได้อาศัยพึ่งพิงต่อไป
โดย: แม่ไก่ วันที่: 3 เมษายน 2551 เวลา:16:56:58 น.
  
ขอบคุณอย่างที่สุด เป็นเกียรติ อย่างยิ่งที่ได้รับเกียรติให้เป็นเพื่อนที่รู้ใจ...
ปลื้มใจมากมายนัก..
ยินดียิ่งที่ได้รู้จัก คนดีเช่นคุณดอกเสี้ยวขาว อยากพูดคำนี้เช่นกันค่ะ

"ด้วยจิตรคาราวะ"
โดย: โมกสีเงิน วันที่: 4 เมษายน 2551 เวลา:10:04:06 น.
  
ยินดีเช่นกันค่ะ หวังว่าจะได้แลกเปลี่ยนความคิดใหม่ๆ ในบ้านนี้อีกบ่อยๆ ^_^
เพื่อนใหม่จะแวะมาทักทาย ดอกเสี้ยวขาวบ่อยๆ ค่ะ
โดย: philous (phil-harmonica ) วันที่: 4 เมษายน 2551 เวลา:17:37:04 น.
  
ราคาผักในช่วงนี้กำลังดี หลายคนทุ่มที่จะลงทุนกับการปลูกพืชเชิงเดียวอย่างนี้ โดยการกู้เงินจากแหล่งต่างๆ แต่เรากลับกำหนดราคาเองไม่ได้ ถือว่าเป็นการเสี่ยงมากในการลงทุนแบบนี้

......................
จากการผลิตเพื่อยังชีพกลับกลายเป็น ผลิตเพื่อการขาย ตัวเลขดูดีขึ้น แต่เรากลับจนลง..

รัฐจะกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ
โดยการปล่อยเงินให้จำนวนห้าหมื่นล้านบาท ให้กับรากหญ้า

ความโลภไม่เคยปราณีใคร???
(อย่าหลงกล)

ข้าวราคาดี นายทุนได้กำไรงาม....

..........................



การมีชีวิตอย่างมีคุณค่า การมีความสุขที่แท้จริง
ไม่จำเป็นต้องใช้เงินมาก....


อย่าเสี่ยงแขวนความสุขทั้งหมดของตน
ไว้กับเงินหรือสิ่งของ เพราะมัน
"อันตราย และไม่ยั่งยืน"
โดย: ช่อชบา IP: 58.9.235.165 วันที่: 4 เมษายน 2551 เวลา:22:14:48 น.
  
สวยงามทุกอย่างคิดดีทำดีจิตใจดีด้วยความสุขจะตามมาและทำให้โลกสวยงามด้วยค่ะ...
ดูแลตัวเองนะค่ะ
โดย: มุกสีทอง วันที่: 6 เมษายน 2551 เวลา:11:26:50 น.
  
แวะมาชวนไปทานอาหารเที่ยงค่ะ
โดย: มุกสีทอง วันที่: 7 เมษายน 2551 เวลา:13:56:12 น.
  
อ่านประโยคสุดท้ายแล้ว...ได้แต่
.....เฮ้ออออออออออออออ.... ดังๆๆ

อ่านแล้วก็นึกไปถึงเรื่องสั้นเรื่องหนึ่งของ
ครู คำสิงห์ ศรีนอก หรือลาวคำหอม
ในรวมเรื่องสั้นที่ชื่อ "ฟ้าบ่กั้น"น่ะ
จำชื่อเรื่องมิได้แร้ว..

เรื่องที่ว่า กระทรวงเกษตร
เอาสัตว์และพืชต่างๆจากต่างประเทศ
มาให้ชาวบ้านทดลองปลูก
และทั้งพืชและสัตว์ก็โตกว่าของพื้นเมือง
อะไรที่เป็นฝรั่งมันดี (ในเรื่องนะ)
สุดท้ายก็มีฝรั่งมาเอง
ซึ่งภรรยาผู้นำหมู่บ้านเข้าใจว่า
อะไรกันเนี่ย...คราวนี้...สามีเอาอะไรมา ไม่ใช่ทั้งสัตว์และพืช แต่เป็น... คน
คงจะปลูกคนอีกกระมัง

หึหึ...

จะสะท้อนแบบไหน..กี่ปี..กี่ยุค
งานเขียนก็สะท้อนคอนเซ็ปต์ที่เป็นจริง
ทุกสมัย ....การกดขี่เป็นทอดๆ

"สุดท้ายเรา (รากหญ้า) เป็นเพียงแค่สิ่งกระตุ้นให้กับนายทุนชาวต่างชาติ เท่านั้นเหรอ.....? (ผมสบถในใจ)"

มาสบถเป็นเพื่อนด้วยคน
โดย: หมี่เกี๊ยว IP: 192.43.227.18 วันที่: 7 เมษายน 2551 เวลา:14:59:57 น.
  
ช่วงนี้งดเขียนบล๊อกค่ะ
เพราะกำลังปั่นงาน..เต็มตัว..
(อยากกลับบ้าน..ใจจะขาดแล้วค่ะ)

แต่ก็มีเสียงเรียกร้องมาค่ะ
เลยเอางานเดิมๆที่เคยเขียนปีที่แล้ว
เอามาแปะใหม่ค่ะ
คราวนี้มาชวนไปอ่านเรื่อง

ฉัน ลูกช้าง ลูกนกลูกกา: ภาษา การรับรู้และความจริง
โดย: หมี่เกี๊ยว IP: 192.43.227.18 วันที่: 7 เมษายน 2551 เวลา:15:06:20 น.
  
คนรากหญ้า ไม่ได้มองแต่เฉพาะคนยาก คนจน หากแต่รากหญ้า แฝงมาพร้อมกับกระแสทุน ในระบบหนี้หมุนเวียนแล้ว คนรากหญ้าอย่างเราๆก็ไม่เคยมีใครที่จะปฏิเสธไม่รับมัน ยุคสังคมปัจจุบันเปลี่ยนแปลงจนคนรากหญ้าตามไม่ทัน ต่างมุ่งหากำไร ผลประโยชน์เพื่อตัวเอง "ทำอย่างไรให้อยู่รอด" แม้กระทั่งผืนดิน แหล่งน้ำ ผืนป่า ก็ต้องปรับเปลี่ยนตัวเอง ให้อยู่รอดเช่นเดียวกัน
โดย: อีคาน้ำเงิน IP: 118.172.30.194 วันที่: 7 เมษายน 2551 เวลา:15:10:25 น.
  
ความเปลี่ยนแปลงคือสัจธรรมหลัก


เราล้วนเปลี่ยนแปลง-เปลี่ยนผ่านวิถีชีวิตรูปแบบเดิมๆ สู่เส้นทางที่ได้รับการกล่าวอ้างว่าดี

เพราะชาวบ้านคิดว่ามันดี
เพราะภาครัฐคิดว่ามันดี
แต่ดีของชาวบ้านกับภาครัฐนั้นโดยมากมักเข้าใจไม่ตรงกันเสมอ

ส่งผลให้เกิดปัญหาขึ้นมากมายหลากหลายพื้นที่
นี่เราพูดถึงการบริหารงานในรูปแบบองค์รวมกับรัฐบาลทุกยุคทุกสมัยนะคะ
ไม่จำเพาะเจาะจงว่าเป็นรัฐบาลนอมินีที่สั่งระดมทุนหวังพลิกฟื้นเศรษฐกิจ
และการกลับมากินดีอยู่ดีของประชาชนไทย

แต่อีกนั่นล่ะค่ะ...บอกแล้วไงคะ
ความเข้าใจของทั้งสองไม่ตรงกัน
กินดีอยู่ดีอย่างที่รัฐบาลกล่าวอ้างจึงไม่ได้หมายความว่า ประชาชนธรรมดาทำไร่ทำนาจะกลับมากินดีอยู่ดีซะที่ไหน!!!

โดย: เพลงเอย IP: 125.26.107.18 วันที่: 9 เมษายน 2551 เวลา:17:55:27 น.
  
สวัสดีคุณเพลงเอย/คุณดอกเสี้ยวขาว

"กินดีอยู่ดีอย่างที่รัฐบาลกล่าวอ้างจึงไม่ได้หมายความว่า ประชาชนธรรมดาทำไร่ทำนาจะกลับมากินดีอยู่ดีซะที่ไหน!!!"

ใช้ๆๆๆๆ จริงๆเห็นด้วยกับคุณเพลง

คนที่กินดีอยู่ดีก็คือคนที่เค้าออกมา

กล่าวป่าวประกาศให้ชาวบ้านทราบไง

เหอๆๆ

....ว่าถ้าทำตามแล้วจะดี(กินดีอยู่ดี)แต่ที่

ไหนได้ เหอๆๆไม่อยากจะพูด

"หัวโตเลย"

พืชผลที่ทำมาได้เยอะแต่ไม่มีคนซื้อ

แล้วจะเกิดผลอะไร....เฉลย..ก็เป็นหนี้ไงพี่น้อง เอิ๊กๆๆกรรมของเวรจิ้ง....แต่ชีวิตไม่สิ้นก็ต้องดิ้นต่อไป.......(มันก่อต้องดิ้นอยู่แล้วถ้าบะดิ้นก่อแปลว่าตาย)
โดย: *ลิงน้อย* IP: 118.174.9.224 วันที่: 10 เมษายน 2551 เวลา:11:21:37 น.
  
ลิงน้อยขอเสนอ...คำเมืองวันละ 2 3คำ

ตูบ นั้นคือ กระท่อม

ง่อม นั้นก่อคือ เหงา

เขา นั้นก่อคือ เปิ้ล

อยู่เคิ้ลๆๆคือเฮานั้นไง...เอิ๊กๆๆหัวเราะวันละนิดจิตจะแจ่มใสโรคภัยจะไม่ถามหา....นะขอรับ(แปลคำว่าอยู่เคิ้ลคือขึ้นคานและคำว่าเฮาคือเรา เน้อเจ้า) "ขอบคุณทุกท่านที่อ่านความเห็นนี้ "

คำเตือน : คุณผู้ชมต้องอ่านแบบใส่ทำนองเพลงเข้าไปแล้วจะสนุก&มัน
โดย: *ลิงน้อย* IP: 118.174.9.224 วันที่: 10 เมษายน 2551 เวลา:11:35:32 น.
  
ถึงคุณลิงน้อยผ่านคุณดอกเสี้ยวขาว

มาขอเหิดคำเมืองโดยเฉพาะคำว่า
"อยู่เคิ้ลๆๆคือเฮานั้นไง" ฮิ้ววววว

ตอนแรกจะมาบอกว่าเฮาก็เคิ้ลๆๆเหมียนกัน แต่เปลี่ยนใจแระ

เพราะมาคิดดูแล้วว่า
คำว่า"เคิ้ล"เนี่ยมันแปลว่าเหลือจากที่มีให้เลือก คำนี้แสดงอำนาจของฝ่ายชายชัดเจน แต่เพิ่งกึดได้เมื่อกี้ว่าเราไม่เลือกใครต่างหาก เราปฏิเสธการอยู่ในอำนาจการเลือกของชายโดยผ่านคำนี้ อี้เลาะ อิอิ

Therefore, (อีเล๊าะเดาะภาษาหรั่ง) คำว่า"เคิ้ล"ก็ใช้กะเรา ไม่ได้ต่างหาก

ฮา...ฮิ้วววววววววววว

ปล.ไม่ใช้คำนี้ถือว่าปลดแอกจากอำนาจฝ่ายชายและสังคมที่ถือลัทธิชายเป็นใหญ่ได้ไหมนี่ มันมีคำอื่นอีกไหมนะ

อืม....น่าคิดเนอะ

โดย: หมี่เกี๊ยว IP: 198.142.231.135 วันที่: 10 เมษายน 2551 เวลา:20:12:36 น.
  
มาแอบเรียนภาษาคำเมืองจากบล็อกคุณดอกเสี้ยวขาว

ปี้หมี่เกี๊ยวเจ้า "เคิ้ล" แปลว่าเหลือจากที่มีให้เลือก
มันให้ความหมายว่าป้อจายเป็นคนเลือกก่ปี้
หมายความว่าแม่ญิ๋งบ่ะมีสิทธิ๋เลือกงั้นหรือเจ้า

โดย: เพลงเอย IP: 125.26.109.136 วันที่: 11 เมษายน 2551 เวลา:19:23:34 น.
  
สวัสดีปีใหม่เมืองเจ้าคุณดอกเสี้ยวขาว
ยามปีใหม่นี้ใคร่ปิ๊กบ้านขนาดเรยเนี่ย
แต่บ่กลับอ่ะดีละ ..กั๋วคนมารอดำหัว
(แปลว่า..ฒ..แล้วไง... ฮ่า ๆๆๆ)
..........
ขออนุญาตตอบคำถามคุณเพลงเอย และขอเพิ่มเติมและแก้ไขตัวเองด้วย

ไปตีลังกาคิดมาละ มันมีการเอาไปใช้ในคำว่า "บ่าวเขิ้น", "บ่าวเคิ้น", และ "บ่าวเคิ้ล"ด้วยนะ (คำว่าเคิ้ลอันหลังนี้ตามคุณลิงน้อย อิ อิ)

แสดงว่า มันเหลือจากการเลือก จะเหลือจากใครเป็นผู้เลือกก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง อิอิ

เช่นในวลีว่า
"ของมันเขิ้น" คือ ของมันเหลือจากการเลือก ถ้าเป็นกรณีที่แม่ค้าพ่อค้าใช้ก็หมายความว่ามันเหลือจากการเลือกนั่นล่ะ

กลับมาที่เดิมที่เริ่มไว้ เขิ้นในความหมายข้างบนนู้น จึ่งคือความหมายตามกรอบคิดแบบไตที่ทั้งหญิงและชายต่างมีสิทธิเลือก

แต่ถ้าใช้กรอบคิดทางวัฒนธรรมแบบอินเดียและจีน (กรณีที่ผู้ชายเป็นผู้มีสิทธิเลือก-อันนี้คร่าวๆนะ) ที่เข้ามาทีหลังกรอบคิดไตดั้งเดิมเมื่อใด คำว่าเขิ้นนั้นอยู่กับผู้หญิง มิได้อยู่กับผู้ชายเป็นหลัก

สรุปได้ว่า คำมีความหมายที่เปลี่ยนแปลงไปตามเวลา และสื่งที่มีอิทธิพลในการเปลี่ยนความหมายของคำ คือแนวคิดอื่นที่ได้รับเข้ามาในวัฒนธรรม

เพราะฉะนั้นความหมายของคำสามารถเป็นตัวบ่งบอกการเปลี่ยนแปลงของแนวคิดได้ บอกระยะเวลาได้

หากบ่หันตวยยินดีแลกเปลี่ยนข้อมูลเรื่อยเจ้า ...ชอบค่ะชอบ อิอิ

อุ้ย...ฟุ่งซ่านไปเสียแร้ว ..ปี้เนี่ย

สวัสดีปี๋ใหม่เมืองทุกคนค่ะ
คุณลิงน้อย..โตเวยๆเน้อ อิ อิ
โดย: หมี่เกี๊ยว IP: 192.43.227.18 วันที่: 12 เมษายน 2551 เวลา:7:32:52 น.
  
โดย: ครูจี๊ด วันที่: 13 เมษายน 2551 เวลา:0:30:44 น.
  
สวัสดีปี๋ใหม่ครับทุกคน

หลากหลายความคิดเห็น
ช่างงดงามมากครับ


ขอให้มีความสุขวันปี๋ใหม่ครับ
โดย: ดอกเสี้ยวขาว วันที่: 13 เมษายน 2551 เวลา:8:07:14 น.
  
โดย: ดอกเสี้ยวขาว วันที่: 13 เมษายน 2551 เวลา:8:20:11 น.
  
สุขสรีปี๋ใหม่เมืองเจ้า...

โดย: แม่ไก่ วันที่: 13 เมษายน 2551 เวลา:14:21:32 น.
  
สวัสดีวันสงกรานต์ค่ะ ขอให้มีความสุขไปสู่เป้าหมายในเร็ววันค่ะ
โดย: chinging วันที่: 13 เมษายน 2551 เวลา:15:40:48 น.
  


สวัสดีปีใหม่ค่ะ คุณดอกเสี้ยวขาว




โดย: Nok_Noah วันที่: 14 เมษายน 2551 เวลา:21:18:56 น.
  
สวัสดีปีใหม่นะคะ ดอกเสี้ยวขาว
ขอให้เป็นปีที่เย็นฉ่ำเย็นใจ และให้สติและความไม่ประมาทอยู่คู่กับดอกเสี้ยวขาวตลอดไปนะคะ.... ^_^
สวัสดีวันสงกรานต์ไทยค่า....
โดย: philous (phil-harmonica ) วันที่: 15 เมษายน 2551 เวลา:11:28:27 น.
  
หวัดดีปี๋ใหม่ค๊า
ไปเที่ยวไหนมามั่งค่ะ เล่าให้คนอยู่บ้านฟังมั่งดิ
โดย: ช่อชบา IP: 58.9.100.13 วันที่: 15 เมษายน 2551 เวลา:19:46:52 น.
  
ใช่ๆๆๆๆ มาเห็นด้วยกะคุณช่อชบา
ไปเที่ยวไหนมาเอามาเล่าให้คนอยู่ต่างบ้านต่างเมืองฟังด้วยดิ นะ ๆๆๆๆๆ
โดย: หมี่เกี๊ยว IP: 192.43.227.18 วันที่: 16 เมษายน 2551 เวลา:6:08:14 น.
  
มาสวัสดีปี๋ใหม่เมืองเจ้า..

ขอให้มีความสุขตลอดไปค่า
โดย: โมกสีเงิน วันที่: 16 เมษายน 2551 เวลา:10:05:58 น.
  
มาทักทายวันนี้ วันปากปีเจ้า......

มาสาดน้ำใจในวันสงกรานต์


Comment Zuzaa...

Comments for Hi5, Myspace สวยๆ อย่างเยอะ...จัดปัย



โดย: *ลิงน้อย* IP: 118.174.72.123 วันที่: 16 เมษายน 2551 เวลา:11:40:28 น.
  
วันที่ 26 พวกพี่ไปประชุมภาคีฯกันที่ฟาร์ม 63 เชียงดาว ถ้าคุณดอกเสี้ยวไม่ไปไหนก็เชิญไปพบปะพูดคุยด้วยค่ะ
โดย: แพรจารุ วันที่: 16 เมษายน 2551 เวลา:20:57:20 น.
  
สวัสดีปี๋ใหม่เมืองเจ้าคุณดอกเสี้ยวขาว

โดย: เพลงเอย IP: 118.174.179.237 วันที่: 17 เมษายน 2551 เวลา:3:41:40 น.
  
หวัดดีเจ้าค่ะ
เหงบ่าวที่เรือนบอกว่า มีคนมาเยี่ยม
ขอบคุงน๊าที่เข้าไปหาที่เรือน กิ๊กศรีกลับมาแล้ว เอาบุญมาฝากหอบใหญ่ๆอ่ะค่ะ อ่ะค่ะ
โดย: นู๋กิ๊ก (Gigg_Pat ) วันที่: 17 เมษายน 2551 เวลา:13:35:03 น.
  
ชอบผลงานเขียนของคุณมากเลยค่ะ เพิ่งเข้ามาอ่านเป็นครั้งเเรกค่ะ เเล้วชอบมากเลยค่ะ
โดย: ดอกเอื้องในกรุง IP: 70.48.248.209 วันที่: 10 สิงหาคม 2551 เวลา:3:06:50 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)
ดอกเสี้ยวขาว
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



.....ร้อยพันคำ แฝงฝัง.....

.....อยู่ในความเงียบ.....

.....บนหน้าผา ผาสูงชัน.....

.....ใต้แสงตะวัน.....

.....มีเงาตะวัน.....

.....ความฝันของเธอ ....

.....เหมือนใจของเธอ.....

.......................................................
เพลงดอกเสี้ยวบนไหล่ดอยหลวงเชียงดาว
โดย คุณสุวิชานนท์ รัตนภิมล
อัลบั้มเพลงรักเชียงดาว
โค๊ดเพลง โดย คุณแพรจารุ