Autumn in Korea @ อุทยานแห่งชาติโซรัคซาน, กรุงโซล (2)
หกเจ็ดแปด การปลุกแบบมาตรฐานของทัวร์ทั่วไป มอร์นิ่งคอลหกโมงเช้า รับประทานอาหารเช้าเจ็ดโมง แปดโมงล้อหมุนตามลำดับ หากเทียบกับเวลาของไทย เท่ากับว่ามื้อเช้าวันนี้ตอนตีห้า เข้าเมืองตาหลิวต้องหลิวตาตาม ขืนตามใจท้องไม่กิน ไม่รับประกันความหิวอาจมาเยือนโดยไม่มีใครเห็นใจ ถึงต่างถิ่นต่างวัฒนธรรมแค่ไหน มื้อเช้าแบบอเมริกันเบรกฟัส ที่ไหน ๆ ก็แทบไม่ต่างกัน ตบท้ายด้วยลูกแพรเชื่อมที่อร่อยได้ใจไปเต็มร้อย ซัดทีเดียวไปเกือบสิบชิ้น ภาพภูเขาสีดำทะมึนเด่นตระหง่านอยู่เบื้องหน้า มองไปแทบไม่เห็นปลายเขา มีหมอกขาวปกคลุมอยู่ มองเห็นมีสีขาวโพลนห่มเขาโซรัคตรงปลาย เสียงสมาชิกร่วมทริปอุทานเข้าหู นี่ไง..หิมะตกแล้ว สองมือยกคลำเครื่องนุ่งห่ม ย้ำความพร้อมรับความหนาวอย่างไม่รู้ตัว ห้าชิ้นบนสามชิ้นล่าง ถุงมือ ถุงเท้า หมวกสองชั้น น่าจะพอรับประกันกักไออุ่นพร้อมเผชิญหิมะครั้งแรกในชีวิต อุทยานแห่งชาติโซรัคซานต้อนรับแขกมาเยือนด้วยเม็ดฝนที่โปรยปราย แต่ความสวยของภูเขาสี่ฤดู สวิตเซอร์แลนด์ของเกาหลีเบื้องหน้าตอนนี้ แทบไม่มีใครยี่หระต่อสายฝน เดินไปเก็บภาพไปอย่างสนุกสนาน พอ ๆ กับเสียงเร่งเร้าของไกด์นำทางที่กลัวไม่ทันขึ้นกระเช้า ไม่ได้ลำเอียงแต่โซรัคสวยกว่านามิเป็นไหน ๆ ใบไม้เปลี่ยนสียังคงมีให้เห็น เขียวบ้าง แดงบ้าง สีเหลือง สีน้ำตาลอมส้ม สวยเหมือนภาพวาด ที่ถ้าไม่เกรงใจพี่เป้คุงของฉัน ใจอยากจะละเลียดเก็บภาพให้หนำใจ เสียงประกาศรับประกันความปลอดภัยกระเช้า เพราะใช้เทคโนโลยีของสวิตเซอร์แลนด์ แต่พอเห็นจำนวนคนที่ยัดกันเข้าไปในกล่องสี่เหลี่ยมหลายสิบชีวิตเท่านั่นแหละ สวิตก็สวิตเถอะ ต่อมเสียวเริ่มทำงานหนักทันทีที่กระเช้าขยับขึ้นที่สูง ไออุ่นในกระเช้ากับความหนาวข้างนอก เกิดฝ้าที่กระจกทำอดชมวิวสวยเบื้องล่าง ถึงจุดหมายปลายเขาปุ๊บ สิ้นเสียงพี่เป้คุงนัดหมายปั๊บ ทุกคนพุ่งออกสถานีสัมผัสหิมะแบบถึงเนื้อถึงตัวทันทีอย่างไม่มีใครรอใคร เป็นความโชคดีที่วันนี้มีโอกาสสัมผัสหิมะ เพราะหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่าน เขาโซรัคหิมะยังไม่ตกเห็นให้เห็นเหมือนเช่นตอนนี้ สนุกสนานกับการถ่ายภาพเจ้าตุ๊กตาหิมะได้ไม่เท่าไหร่ แขกไม่ได้รับเชิญเริ่มถามหา มาเยือนด้วยอาการปวดอุ้งเท้าเป็นพัก ๆ ปลายเท้าเริ่มงุ้มงอ เอาละซิ นี่ขนาดถุงเท้าแบบหนา รองเท้าผ้าใบก็ใช่บาง เจอหิมะเข้าไปยังเอาไม่อยู่ ตะคริวไม่เข้าใครออกใคร จำต้องลากขาที่ถูกอาการเร่งเร้าเข้ามายังตัวอาคาร มองหาตำแหน่งฮีตเตอร์ทันที หลายคนคงงง มีแต่คนถอดหมวก ถุงมือ หวังให้ไออุ่นจากฮีตเตอร์สลายไอเย็นที่ติดมาจากการเล่นหิมะ มีแต่ฉันคนเดียวที่ยกขาขอไออุ่นอย่างไม่สนใจใคร ได้ผลฮีตเตอร์ไล่ตะคริวได้ แต่ใจชักเริ่มแหย๋ง ทั้งที่หิมะขาวโพลนอยู่เบื้องหน้าแต่ไม่กล้าแม้ตัวจะโผล่หัวออกจากอาคาร ยะเยือกขนาดนี้แม้อยู่ในอาคารก็เถอะ เจ้าตะคริวจะหวนกลับมาเมื่อไหร่ไม่รู้ ปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่า ถ้ารูปติดกล้องมาไม่น้อย ก็ยังดีน่า ฉันได้แต่ปลอบใจตัวเองเงียบ ๆ "วัดซินฮันซา " ในเขาโซรัค มีพระพุทธรูปปางสมาธิองค์มหึมากลางหุบเขา ทำเอาใจฉันสงบนิ่ง วัดซินฮันซาเป็นวัดเก่าแก่กว่าพันปี สร้างขึ้นในสมัยซิลล่า พี่เป้คุงเล่าว่า ..วัดส่วนใหญ่จะอยู่บนเขา พระสงฆ์ที่นี้ไม่ได้ออกเดินบิณฑะบาท ต้องหุงหาอาหารทานเอง นี่คือเหตุผลที่ฉันเลือกทำบุญด้วยการถวายข้าวสาร เพื่อร่วมอนุโทนากับพระสงฆ์ที่เดินรอยทางธรรมตามพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยจิตศรัทธา แทนการถวายเทียนเล่มโต ทิวทัศน์สองข้างทางเบื้องหน้าขากลับจากวัด สวยเหมือนใครเอาพู่กันมาแต้มสี มีต้นไม้ ใบไม้หลากสีเต็มไปหมด สูดลมหายใจเข้าเต็มปอดเต็มที่ ช่างสดชื่นอะไรอย่างนี้ สารภาพเทใจให้อุทยานแห่งชาติโซรัคซานเต็มสี่ห้อง ยอมให้เป็นขวัญใจอย่างไม่เกรงใจเกาะนามิ หากมีโอกาสต้องมาเยือนอีกซักครั้ง กูรูบอกว่าถ้ามาช่วงเดือนตุลาคม รับรองสวยบาดใจ เขาโซรัคตั้งอยู่ใจกลางภูเขาแทแบค ซึ่งทอดยาวไปถึงเขาคึมคังเกาหลีเหนือ มีหุบเขา สายน้ำ ทะเลสาป หินรูปร่างต่าง ๆ เกิดเป็นตำนานเล่าขานกันมา รวมทั้งจุดกำเนิดของเพลงอารีดังอีกด้วย มื้อเที่ยงระหว่างเดินทางไปกรุงโซล เป็นชาบู ชาบู แบบพื้นเมืองของคาบสมุทรเกาหลี คล้ายซุปหม้อไฟของญี่ปุ่น โดยนำเครื่องเขียงต่าง ๆ เช่น ผักหลากชนิด เห็ดตามฤดู หมูเบคอนจัดเตรียมไว้ เติมน้ำซุปชาบูปรุงรสแล้ว รอน้ำเดือดจึงนำอูด้งสดลงต้ม รับประทานเป็นอูด้งร้อน ทานพร้อมข้าวสวยร้อน ๆ พร้อมเครื่องเขียงต่าง ๆ อิ่มแปล้อีกมื้ออย่างเริ่มชินรสชาติและรูปแบบการกิน พริกที่นี่สีสันจัดจ้าน แต่ตรงกันข้ามกับรสชาติโดยสิ้นเชิง ลิ้นแทบหารสเผ็ดไม่ได้ ไกลพอประมาณระหว่างซอรัคกับโซล หลับ ๆ ตื่น ๆ อยากจะฝืนตัวให้เมมโมรี่สิ่งรอบข้าง ด้วยอุณหภูมิที่ต่ำทำปฏิกิริยากับไออุ่นในรถ ทำให้มองไม่เห็นอะไรเลย นอกจากความลางเลือน ต้องคอยเอามือเช็ดกระจกไล่ฝ้าเบิ่งตามองบ่อย ๆ ในความลางเลือน อดทึ้งและชื่นชมรัฐบาลเกาหลีไม่ได้ เจอภูเขาเจาะอุโมงค์ เจอเหว สร้างตอม่อ รถที่วิ่งไปมาบนท้องถนน ไม่ต้องเสียน้ำมันในการเดินทางมาก ไม่ต้องเสี่ยงต่ออุบัติเหตุจากการขับขึ้นเขาลงเขา เนื่องจากภูมิประเทศส่วนใหญ่ของเกาหลีเป็นภูเขา แรก ๆ ก็ตั้งหน้าตั้งตานับจำนวนอุโมงค์ พอเอาเข้าจริง ๆ ไม่รู้ลอดมากี่สิบ มุดมากี่ร้อย นับไปนับมาตาชักลาย คล้ายกำลังนับแกะอย่างไรอย่างนั้น หลับไปเมื่อไหร่ไม่รู้ตัว บวกกับเดซิเบลของพี่เป้คุง กล่อมนอนได้เป็นอย่างดี ถึงแม้ สะลึมสะลือยังจำเรื่องราวที่พี่เป้คุงเล่าถึงตำนานกษัตริย์ความเป็นมาของราชวงศ์เกาหลีได้ มาถูกปลุกอีกทีตอนที่ถึง โรงถ่ายละครฟอร์มยักษ์ตำนานกษัตริย์เทพสวรรค์ เทวัง ซา ชิน กิ ที่มีเพลงประกอบละครจากวงบอยแบนด์ ดง บัง ชิน กิ โรงถ่ายแห่งนี้จำลองขึ้นมาจากสถานที่ถ่ายทำจริงบนเกาะเชจู เป็นหมู่บ้านช่างเหล็กสมัยโคคุเรียว จะมีเครื่องไม้ เครื่องมือ และอาวุธสมัยโบราณที่ทำจากเหล็ก รวมทั้งกังหันน้ำโบราณอันใหญ่ยักษ์ที่ถูกใช้ในการถ่ายทำละครเรื่องนี้ด้วย สมกับเป็นสถานที่จำลอง ไม่ใหญ่โตกว้างขวางมากนัก ใช้เวลาเพียงไม่นาน จึงมุ่งสู่แม่น้ำฮัน เพื่อล่องเรือสำราญ ชมวิวทิวทัศน์ใจกลางกรุงโซล "แม่น้ำฮัน " เป็นแม่น้ำสายหลักและเป็นสัญลักษณ์ของกรุงโซลเลยก็ว่าได้ ไหลผ่านกรุงโซลจากตะวันออกไปยังตะวันตก กว้างกว่า 175 เมตร มีสะพานข้ามแม่น้ำถึง 27 แห่งด้วยกัน ฉันจับจองเก้าอี้ตรงท้ายเรือเพื่อชมวิวชั้นบนกะเก็บภาพสวย พอเรือเริ่มขยับ ความหนาวเย็นเริ่มตีสนิท ยื่นหน้าท้าลมได้ไม่เท่าไหร่ รีบพุ่งตัวซุกไออุ่นในห้องโดยสารชั้นล่างของเรือทันที เวลาไม่มีลมก็พอทนไหว ลมมาทีไรจำใจยกธงขาว ความหนาวที่นี่ไม่เข้าใครออกใครจริง ๆ มื้อเย็นนี้ ถูกเสริฟด้วยไก่ตุ๋นโสม เป็นไก่ตัวเล็กนำมาตุ๋นพร้อมโสมอายุหนึ่งปี คนละหนึ่งหม้อหนึ่งตัว รับประทานกับเครื่องเคียง และที่ขาดไม่ได้ตามเคย คือ กิมจิ (เยอะ ๆ เลยน้อง) อิ่มได้ที่ย่อยอาหารต่อด้วย Jump Show เป็นการแสดงละครเวทีที่ใช้ศิลปะต่อสู้ชั้นสูง เทควันโด กังฟู มาผสมผสานกับมุขตลก ประกอบดนตรีที่ท่วงทำนองแบบพื้นเมืองเกาหลี ซึ่งเป็นโชว์ที่ได้รับความนิยมมากในในตอนนี้ ไม่ธรรมดา เดินออกโรงละครด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มฝันหวานถึงพระเอก แต่ละคนกล้ามเป็นมัด ๆ ศิลปะต่อสู้ก็เท่ห์เหลือหลาย ดูไปยิ้มไป ช่างเป็นของหวานตบท้ายมื้อเย็นได้ดีจริง ๆ เสียดายในโรงละครห้ามเก็บภาพ เก็บได้แต่ความทรงจำอันประทับใจ ขาดอะไรขาดได้ แต่ขาดใจแน่ ๆ หากไม่ได้ช็อปปิ้ง เรื่องหลับนอนไว้ทีหลัง ขอใช้พลังไปกับการช็อปปิ้งที่ "ตลาดทงแดมุน " ก่อน พอแสงสียามราตรีแยงตา ขาขยับพุ่งลงจากรถทันทีแทบทัน สกิ๊นฟูดส์ อีทูดี้ แฟชช็อป อยู่เบื้องหน้า อื่น ๆ อีกละลานตาทำหัวใจลิงโลด ในที่สุดมาก็มาถึงย่านแห่งการช็อปปิ้งอินแทรนด์ในฝัน ด้วยเวลาที่บีบบังคับ รู้สึกยังไม่ทันได้เริงร่า นาฬิกาก็ดูท่าจะหมุดเร็ว ยังไม่ได้ขยับไปไหนไกล แค่สามร้านหมดเวลานัดหมายพอดิบพอดี จำใจจากทงแดมุนด้วยสายตาละห้อย เมื่อไหร่จะได้เจอกันอีกก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าชั่วโมงครึ่งที่ผ่านมา เงินวอนในกระเป๋ายังไม่ไปไหน ไม่ใช่อะไร ก็มันไม่พอสำหรับโพยฝากซื้อของผองเพื่อน จำต้องรูดบัตรเครดิตไปโดยที่แทบจะไม่ได้อะไรเป็นของตัวเอง ของเพื่อนที่รักฝากนักฝากหนากันทั้งนั้น ไม่เป็นไรยังมีเมียงดงรอจะจ๋าอยู่วันหน้า ไปเมื่อไหร่จะช็อปของตัวเองให้หนำใจ นี่ถ้าพี่เป้คุงนัดตีห้าตามเวลาห้างปิด คงเดินช็อปชนิดไม่เห็นฝุ่น เกรงแต่สมาชิกร่วมทริปจะปล่อยให้หาที่หลับนอนคาถนนทงแดมุนแทน ถึง Best Western Premier Songdo Park Hotel เข็มนาฬิกาชี้เลขหนึ่งกว่า ๆ แต่ใจยังคาอยู่ที่ทงแดมุนไม่หาย ค่ำคืนนี้ไม่มีฟูกให้นอนแบบราชินีเกาหลี แต่มีเครื่องอำนวยความสะดวกเต็มที่ ตามสไตล์ห้าดาว บนเกาะชงโด กรุงโซลแห่งที่สอง เดิมทีที่พักจะต้องอยู่ในย่านท่องเที่ยวในเมือง แต่เนื่องด้วยมีการแสดงคอนเสิร์ตของนักร้องยอดฮิตติดลมบนอย่างเรน ทำเอาคนไทยร้อยกว่าชีวิตต้องผิดหวังตะลุยราตรี หนีระเห็จออกมาอยู่โรงแรมนอกเมืองที่ชงโด ชงโด เป็นเกาะที่เกิดจากการถมทะเลโดยนโยบายของรัฐบาลเกาหลี ที่หมายมาดให้เป็นกรุงโซลแห่งที่สอง เพื่อเป็นศูนย์กลางของธุรกิจ รองรับเศรษฐกิจของโลก มหาวิทยาลัยในโซลหลายแห่งเพิ่มหลักสูตรสอนภาษาของทุกประเทศ เพื่อให้เยาวชนเกาหลีในข้างหน้า เป็นพีอาร์ชักชวนนักธุรกิจทั่วโลกมาลงทุนและจัดสัมมนาที่ เมืองใหม่แห่งนี้ ซึ่งคาดการณ์จะเสร็จสมบูรณ์ใน ปี 2020 โดยประมาณ แอบปิ้งปั้งชักโครกอินเตอร์เข้าจนได้ น่านั่งน่าชังแทบไม่อยากลุกไปไหน ไม่วายนึกถึงคำเตือนของพี่เป้คุงลอยมาว่า อย่าได้ก้มหน้าลงไปมองยามสงสัย อาจมีใครล้างหน้าให้โดยไม่ตั้งใจ หากไม่เชื่อก็ลองดู แต่ที่ฉันนั่งแช่ไม่ใช่ไร หาปุ่มกดชำระไม่ถูก ปุ่มหญิง ปุ่มชาย ปุ่มน้ำร้อน ปุ่มน้ำเย็น สารพัดปุ่ม ไม่รู้กดปุ่มไหน ต้องลงผิดลองถูก ซักพักได้ใจ ที่นี้กดใหญ่ อุ๊ย..สบ้าย สบาย น่าย้ายไปอยู่ในห้องน้ำที่บ้านจริง ๆ จัดนั่นยัดนี่ที่หอบมาจากทงแดมุนเข้ากระเป๋า เสร็จปาเข้าไปตีสองกว่า ได้เวลาเก็บแรงตะลุยต่อวันที่สาม ตามตารางเวลานัดหมายวันพรุ่งนี้ พี่เป้คุงใจดีเลทให้มอร์นิ่งคอลเจ็ดโมงเช้า รีบมุดตัวเข้าที่นอน เหลือบมองสาวขี้ร้อนร่วมห้องนอนสลบสไล ยังไม่ทันได้เม้าส์อะไร ชิ่งหลับทิ้งกันซะล่ะ...
Create Date : 30 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 30 พฤศจิกายน 2552 2:26:59 น.
41 comments
Counter : Pageviews.
โดย: nLatte วันที่: 30 พฤศจิกายน 2552 เวลา:8:38:51 น.
โดย: Holapui (Holapui ) วันที่: 30 พฤศจิกายน 2552 เวลา:10:20:18 น.
โดย: Nongpurch วันที่: 30 พฤศจิกายน 2552 เวลา:10:21:58 น.
โดย: amienaruke วันที่: 30 พฤศจิกายน 2552 เวลา:17:50:09 น.
โดย: แม่ปู (myroom_pu ) วันที่: 30 พฤศจิกายน 2552 เวลา:20:55:43 น.
โดย: Holapui วันที่: 1 ธันวาคม 2552 เวลา:9:20:58 น.
โดย: siza (ss_kc2527 ) วันที่: 1 ธันวาคม 2552 เวลา:11:18:34 น.
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 1 ธันวาคม 2552 เวลา:15:59:25 น.
โดย: Nongpurch วันที่: 1 ธันวาคม 2552 เวลา:17:08:29 น.
โดย: wicsir วันที่: 1 ธันวาคม 2552 เวลา:20:47:22 น.
โดย: pk12th วันที่: 2 ธันวาคม 2552 เวลา:11:20:18 น.
โดย: นักล่าน้ำตก วันที่: 2 ธันวาคม 2552 เวลา:17:19:33 น.
โดย: puipom วันที่: 2 ธันวาคม 2552 เวลา:20:17:11 น.
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 3 ธันวาคม 2552 เวลา:7:23:45 น.
โดย: นักล่าน้ำตก วันที่: 3 ธันวาคม 2552 เวลา:14:19:17 น.
โดย: แมงหวี่@93 วันที่: 3 ธันวาคม 2552 เวลา:17:39:45 น.
โดย: wicsir วันที่: 3 ธันวาคม 2552 เวลา:17:40:33 น.
โดย: แมงหวี่@93 วันที่: 4 ธันวาคม 2552 เวลา:9:58:33 น.
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 4 ธันวาคม 2552 เวลา:11:36:50 น.
โดย: Nongpurch วันที่: 4 ธันวาคม 2552 เวลา:18:57:27 น.
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 5 ธันวาคม 2552 เวลา:7:38:45 น.
โดย: แม่ปู (myroom_pu ) วันที่: 5 ธันวาคม 2552 เวลา:12:56:05 น.
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 6 ธันวาคม 2552 เวลา:5:51:46 น.
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 6 ธันวาคม 2552 เวลา:22:03:56 น.
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 7 ธันวาคม 2552 เวลา:11:04:11 น.
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 8 ธันวาคม 2552 เวลา:7:56:45 น.
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 8 ธันวาคม 2552 เวลา:14:02:57 น.
โดย: แม่ปู (myroom_pu ) วันที่: 9 ธันวาคม 2552 เวลา:19:16:21 น.
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 10 ธันวาคม 2552 เวลา:7:54:01 น.
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 11 ธันวาคม 2552 เวลา:5:22:27 น.
โดย: แม่ปู (myroom_pu ) วันที่: 11 ธันวาคม 2552 เวลา:20:59:37 น.
โดย: Nepster วันที่: 12 ธันวาคม 2552 เวลา:2:02:33 น.
Location :
เชียงใหม่ Thailand
[ดู Profile ทั้งหมด]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember ผู้ติดตามบล็อก : 0 คน [? ]
ชอบอ่านหนังสือ ชอบถ่ายรูป & บันทึกเรื่องราว เล่าสู่กันฟัง ^^ ยินดีที่ได้รู้จักเพื่อนพี่น้อง Blog Gang & ขอบคุณที่แวะมาทักทายกันค่ะ :-D Jin 09.9.09
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30
โชคดีจังไปคราวนี้ได้เจอทั้งใบไม้เปลี่ยนสีและหิมะด้วย
แต่อย่างที่ว่าไว้ อากาศหนาวๆนี่ไม่เข้าใครออกใครจริงๆ
คุณจขบ.เลยเป็นตะคริวเลย
แต่วิวที่หุบเขาโซรัคซานก้อสวยงามคุ้มค่านะคะ