Group Blog
  •  
  •   
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
กรกฏาคม 2557

 
 
1
2
3
4
5
7
8
9
11
12
14
15
16
17
18
19
20
21
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
Review : Freshel - whitening lotion (Moist)



Freshel whitening lotion (Moist)



มีอยุ่ช่วงนึงที่แอบเบื่อฮาดะ ลาโบะ ทำให้ต้องไปสำรวจตลาดเผื่อจะเจออะไรดี ๆ บ้าง
และแล้วก็ไปเจอกับน้ำตบของ freshel ตัวนี้เข้า  ด้วยชื่อเสียงของ freshel เอง
ที่เป็นแบรนด์ในเครือคาเนโบ้ (Kanebo) ยิ่งเพิ่มความน่าสนใจเข้าไปใหญ่
และหลังจากแสกนส่วนผสมคร่าว ๆ อยู่นานจึงจัดสินใจเลือกน้ำตบ
ตัว Freshel whitening lotion สูตร Moist  (M) ซึ่งจะแตกต่างจากสูตร light (L)
ตรงที่ไม่มีแอลกอฮอร์นอกนั้นส่วนผสมคล้ายกันแทบทั้งสิ้นต่างกันแค่เพียง
ลำดับของความเข้มข้นที่ใส่มาเท่านั้น





Review Score

1.สวนผสม (40%)


Water, Diproplyene Glycol,Glycerine,Butelyne glycol,
Ascorbyl Glucoside, PEG-20, Diglycerine Potassium Hydroxide,
Dipotassium Glycyrrhizate, Trisodium EDTA, Disodium EDTA,
Sodium Citrate , Vaccinium Myrtillus Extract, Critic Acid,
Saccharum Officinarum (Sugar Cane) Extract,
PEG-60 Hydrogenated Castor Oil, citrus grandis (grapefruit) fruit extract ,
Citrus Aurantium Dulcis (Orange) Fruit Extract ,
Citrus Medica Limonum (lemon) Fruit Extract , Soluble Collagen,
Dimethoxy DI-p-CRESOL , Acer Sacchurum (Sugar Maple) Extract,
Sodium Hyaluronate, Phenoxyethanol, Methylparaben,
Ethylparaben, Propylparaben, Butylparaben,



ถึงแม้จะใส่ส่วนผสมพวก natural extract มาหลากหลายชนิด
แต่ถ้าสังเกตดูดี ๆ มันอยู่หลังสารกลุ่ม EDTA ซึ่งเป็นสารกันเสียประเภทหนึ่ง
(แนว ๆ สารเพิ่มความเถสียร)แทบทั้งนั้น  เพราะฉะนั้นมันเลยไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไหร่
มาดูสารในลำดับต้น ๆ อย่าง Ascorbyl Glucoside วิตซีที่เกิดจากการต่อกันของ
Ascorbic acid กับ glucose ที่อยู่ในลำดับที่ 5 ถือว่ากลาง ๆ
สำหรับการเป็นสารแอคทีฟหลัก ด้วยคุณสมบัติที่เป็น anti-oxidant
ที่มีความเถสียรอยู่ในตัวแต่เรื่องการเป็นWhitening ยังไม่เป็นที่แน่ชัดนัก  



แต่อย่างไรก็ตามเจ้าโทนเนอร์ตัวนี้ก็ได้ใส่ Dipotassium Glycyrrhizate
สารไวท์เทนทิ่งที่ใช้กันอย่างแพร่หลายและเป็นที่ยอมรับกันในวงกว้างมาด้วย
ส่วนทีเหลือนอกจากสารที่กล่าวมานี้เป็นสารให้ความชุ่มชื่นที่ใส่มาหลายตัว
รวมถึงสารกักเก็บน้ำตัวดังอย่าง Sodium Hyaluronate ด้วย (ตัวนี้ใส่นิดเดียวก็เพียงพอ)


(น้ำบางส่วนที่ถูกอากาศและแสงแดดอาจถูก oxidize เปลียนรูปวิตซีที่ใส่มาจนมีสีเหลืองบ้าง
แต่นั่นก็พิสูจน์ว่าเค้าใส่วิตซีมาด้วยจริง ๆ )

โดยรวมแล้วสาระสำคัญต่างๆ  ก็ใส่มาให้ครบทั้งด้าน anti-oxidant,Whitening
และ สารให้ความชุ่มชื่น แต่ดูเหมือนว่าสารกลุ่ม whitening
จะใส่มาให้น้อยไปหน่อยรวมถึง Ascorbyl Glucoside  ที่ทางแบรนด์
วางให้เป็นตัวชูโรงแต่กลับใส่มาในระดับกลาง ๆ ซะงั้น แต่ยังดีที่
ไม่ได้ใส่แอลกอฮอร์มา (ก็แหงล่ะสูตร moist นี่ !!)
ขอลงคะแนนให้ที่ 6/10 คร้าบบบ


2.ผลการใช้ (30%)

ตอนแรกที่แสกนส่วนผสมคร่าว ๆ ไว้นั้นความรู้สึกคือมันน่าใช้มาก
ด้วยความที่เห็นวิตซีอยู่ในลำดับต้น ๆ แต่พอใช้ ๆ มันธรรมดาซะเหลือเกิน
มาไล่ส่วนผสมดูอีกที่วิตซีอยู่ลำดับที่ 5 เลยนี่หว่า  ความชุ่มชื่นที่ไม่ค่อยมี
ส่วนทางกับส่วนผสมที่ใส่สารประเภทนี้มาหลายตัว  



เนื้อที่เป็นน้ำเหลว ๆ ซึ่งส่วนตัวรู้สึกมันเหลวเกินไปที่จะนำมาทำเป็นน้ำตบ
ด้วยความที่ราคาไม่ได้สูงอะไรจึงตัดใจนำมาเทใส่สำลีแล้วเช็ดหน้าแทน
หลังจากใช้ไปได้ซักระยะก็ไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงใด ๆ ทั้งสิ้น
ได้แค่เพียงเตรียมผิวพร้อมรับการบำรุงและขจัดสิ่งสกปรกต่างๆ  
จากการใช้สำลีเท่านั้น  คะแนนส่วนนี้ให้ไปที่ 4/10 คร้าบบบ


3.ความคุ้มค่า (20%)

ราคา 200ml/490.- ถ้าใครจะนำมาเทใส่ฝ่ามือแล้วทาลงบนผิวหน้าเลย
ถือว่าราคาเบาเมื่อเทียบกับน้ำตบด้วยกัน (ฮาดะ 170ml/520.-) หรือถ้าใคร
นำมาใช้เป็นโทนเนอร์เช็ดผิวโดยเทใส่สำลีก็ถือว่าราคาปกติ ไม่ได้แพงอะไร
ถึงราคาจะเกือบห้าร้อยบาทแต่อย่าลืมว่าได้ปริมาณถึง 200ml



แต่ถ้ามองในด้านความคุ้มค่าจากส่วนผสมและผลการใช้แล้วยังแอบมีความรู้สึก
เสียดายเงินอยู่ลึก ๆ มันน่าจะให้ความคุ้มค่ามากกว่านี้  เงินเกือบห้าร้อยบาท
สามารถทำไปซื้อน้ำตบหรือโทนเนอร์เช็ดผิวที่ราคาเรทเดียวกัน
แต่ส่วนผสมและผลการใช้ดีกว่านี้ได้ให้คะแนนในด้านความคุ้มค่าไปที่ 6/10


4.เนื่อผลิตภัณฑ์ / บรรจุภัณฑ์ (10%)



เนื้อสัมผัสค่อนข้างเหลวเมื่อเทใส่สำลีแล้วเช็ดผิวไม่มีอาการเหนอะหนะอะไร
แต่ความชุ่มชื่นก็ไม่มีด้วยเช่นกัน  ขวดเป็นลักษณะโปร่งแสง  แม้จะกรองแสงได้
ในระดับหนึ่งแต่ก็ยังมีโอกาสที่แสงแดดจะเข้ามาสัมผัสกับตัว product ได้อยู่ดี
และยิ่งมีวิตซีเป็นส่วนประกอบด้วยแล้ว  บรรจุภัณฑ์แบบนี้คงทำให้วิตซีเสื่อมสภาพลงได้  
ถ้าไม่เก็บให้พ้นแสงแดด (วิตซีถ้าโดนแสดงแดดโดยตรงเสื่อมภาพแน่นอนครับ
เหมือนกับภาพที่ได้โชว์ไปข้างต้น)

คะแนนส่วนนี้ให้ไปที่ 7/10


สรุปคะแนน

คะแนนรวมของ water essence จาก freshel ขวดนี้ได้ไปที่ >>> 55%
ค่อนข้างต่ำตามน้ำผ้าที่ผมได้ใช้มากับตัวเอง  ยังดีที่ปริมาณที่ให้มา
ค่อนข้างเยอะและราคาที่ไม่สูงนัก  ยังพอสู้กับตัวอื่น ๆ ได้อยุ่บ้าง (มั้ง !!)







Favorite grade

>>>>    D+  !!!!!!!
ผลลัพธ์ที่ได้จากการใช้มันยังไม่โอเคเท่าไหร่ ถึงแม้ว่า
จะมีส่วนผสมที่สามารถคาดหวัดได้ก็เถอะ  แต่ยังดีที่ราคาไม่แพง
จนรู้สึกซื้อมาแล้วเสียเปล่า ปริมาณ 200ml ขวดนึงก็ใช้ได้หลายเดือนอยู่เหมือนกัน
(ถ้าใช้ทุกวันทั้งเช้าและเย็นน่าจะใช้ได้ถึง 2-3 เดือนเลยล่ะ)  
สำหรับคะแนนความชอบส่วนบุคคลนี้ขอตัดให้ที่ D+ คร้าบบ
อย่างน้อยมันก็ไม่มีส่วนผสมที่ทำร้ายผิวนี่นา



Create Date : 10 กรกฎาคม 2557
Last Update : 10 กรกฎาคม 2557 23:13:53 น.
Counter : 5331 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Jimmy Return
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 73 คน [?]



มหากาพย์ศาสตร์แห่งความงาม