ชีวิตลั้นล้า.....
Group Blog
 
 
กุมภาพันธ์ 2560
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728 
 
16 กุมภาพันธ์ 2560
 
All Blogs
 
ประสพการณ์รักษานิ่วด้วยตัวเอง



เรื่องที่ดิฉันจะเล่าต่อไปนี้เป็นเคสเฉพาะของดิฉันนะค่ะ

เป็นเรื่องที่ดิฉันรักษาตัวเองจากโรคนิ่วในท่อไต

ไม่รับรองนะว่าจะใช้ได้ผลไหมกับคนอื่นหรือเปล่า ....

เรื่องนี้แค่อยากเล่าเป็นประสพการณ์  

     จากเมื่อตอนที่แล้วที่ดิฉันเล่าเรื่องที่ไปนอนโรงพยาบาลที่ญี่ปุ่นให้ฟัง

 อาจจะไม่ละเอียดมากนักเพราะดิฉันก็หลงๆลืมๆไปบ้างแล้ว

ดิฉันจะเริ่มจาก หลังจากที่ดิฉันออกจากโรงพยาบาล

แล้วกลับทำงาน โดยเข้าใจผิดว่าตัวเองหายดีแล้ว

และคิดว่าอาการที่ปวดอยู่คืออาการอักเสบ ที่ยังไม่หายดี

และคงจะหายดีในไม่ช้า แต่หลังจากลุงญี่ปุ่นบอกว่า

ถ้ายังมีอาการปวดอยู่ แสดงว่า ก้อนนิ่วยังไม่หลุด

ดิฉันก็เริ่มกังวลละตรูจะเอาไงละนี้...

      ดิฉันก็เลย กลับไปถามญี่ปุ่น ที่ไปรับดิฉันออกจากโรงบาลว่า

ทำไมหมอให้ดิฉันออกจากโรงบาล  แกบอกว่าก็ดิฉันบอกว่า

อยากออก แกก็เลยไปถามหมอให้ หมอก็เห็นว่า

อาการของดิฉันดีขึ้นแล้ว ก็เลยให้ออกได้

แล้วแกก็หันมามองหน้าดิฉัน “เธอหายดีแล้วไม่ใช่หรอ

ไม่ปวดแล้วใช่ไหม “ ดิฉันก็ไม่กล้าบอกว่ายังปวดอยู่

ก็เลยบอกว่า “ยังปวดอยู่บ้าง แต่ไม่เป็นไร”

    แต่จะด้วยสาเหตุอะไรก็ตาม ที่ทำให้ดิฉันเข้าใจผิด

อาจจะด้วยเรื่องของภาษาที่อาจจะสื่อสารไม่เข้าใจ

และด้วยหมอก็ไม่ได้คุยกับดิฉันโดยตรงด้วย

ถึงว่าทำไมหมอถึงกำชับกับดิฉันว่ากลับเมืองไทย

ให้ไปหาหมอที่เมืองไทย แล้วให้หมอที่เมืองไทยดู

ว่าจะทำยังไงต่อไป  แต่ตอนหมอคุยกับดิฉันแก

ก็ไม่ได้คุยกับดิฉันโดยตรง แกจะหันหน้าคุยกับลุงญี่ปุ่น

แกคงคิดว่าดิฉันเป็นต่างด้าวฟังภาษาญี่ปุ่นไม่เข้าใจ

แต่ดิฉันก็ไม่ได้ตั้งใจฟังจริงๆนั้นแหละ  พอมีคนฟังให้

ก็ขี้เกียจฟังไง ...ประมาณว่า ฟังแล้วมาบอก ตรูด้วยนะ...

     หลังจากนั้นดิฉันก็มาปรึกษากับลุงที่เคยเป็นนิ่วแกบอกว่า

แกก็นอนให้น้ำเกลืออยู่โรงบาลเจ็ดวัน แต่นิ่วก็ไม่ออก แกเลย

ต้องเข้าโรงพยาบาล เพื่อให้หมอยิงเลเซอร์ก้อนนิ่วให้แตก

แล้วหลุดออกมาเอง แล้วแกก็บอกว่ามีอีกทางคือต้องกินน้ำเยอะๆ

วันละ3ลิตร แต่แกบอกว่า เป็นไปไม่ได้ งานก็ต้องทำ

จะมานั่งกินน้ำเยอะแยะยังงั้นได้ยังไง ดิฉันเห็นด้วย ตัวดิฉันเอง

เป็นคนกินน้ำน้อยมาก น้อยขนาดที่ว่า ไม่กินข้าวก็ไม่กินน้ำ

นี้ก็อาจเป็นสาเหตุให้ดิฉันเป็นนิ่วด้วยมั้ง คิดเองนะ

       หลังจากนั้นดิฉันก็กลุ่มใจ ไม่รู้จะทำยังไงดีจะกินยาแก้ปวด

ทุกวันก็ไม่ไหว ก็เลยลองค้นหาข้อมูลดูในเน็ตว่า

ดิฉันจะสามารถ ทำอะไรได้ไหม แต่ทุกเพจก็จะเขียนแค่คร่าวๆ

“ถ้าไม่ได้ปวดมากไม่มีการอักเสบหมอ ก็จะนัดผ่าทีหลัง”  มีบางเพจ

ก็แนะนำให้กินแกงสัปปะรด  บ้างก็บอกให้กินน้ำเยอะๆ    

แกงสัปปะรดนี้คงไม่ไหว ไม่รู้จะไปหาสัปปะรดในญี่ปุ่นมาแกงได้ยังไง

ส่วนไอ้กินน้ำเยอะๆ ก็ไม่มีใครเขียนว่าไอ้เยอะๆ นี้

อย่างไหนที่เรียกเยอะ สำหรับดิฉัน วันละ 3 แก้ว ก็เยอะแล้วนะ

หลังจากเพียรพยายามเปิดเมลย์สักพัก ในที่สุดก็มีเพจที่สามารถ

ตอบคำถามดิฉันได้ เขาเขียนว่า ต้องกินเยอะ ประมาณ 15 นาที

ต่อ1แก้ว หลังจากรู้คำตอบแล้ว ดิฉันก็ ตั้งใจว่า จะใช้เวลาใน

การรักษาตัวเอง 3 วันถ้า3วัน ไม่หาย ดิฉันคงต้องขอตัวกลับเมืองไทย

    วันที่ดิฉันเริ่มคือวันศุกร์ ซึ่งโชคดีดิฉันไม่มีประชุมอะไรเลย

นั่งหน้าจอคอมร์อย่างเดียว ดิฉันก็วางแก้วน้ำไว้ แล้วดื่มทุกๆ 15นาที

ซึ่งมันทำให้ดิฉันเดินต้องเดินเข้าห้องน้ำทุกๆ15นาทีเช่นกัน

    วันแรกยังไม่รู้สึกอะไรยังคงปวดอยู่ แต่รู้สึกปวดน้อยลง

ดิฉันเดินไปคุยกับลุงญี่ปุ่นอีกว่าดิฉันกำลังทำอะไรอยู่  ลุงแกก็อวยพรให้ดิฉัน

ทำสำเร็จ แล้วก็บอกว่า วิบากกรรมเธอไม่หมดแค่นี้นะ “เธอจะปวดอีก

ตอนที่มันผ่านท่อปัสสาวะ “ ดิฉันได้ยินก็รู้สึกท้อใจ แต่ก็ฮึดสู้   เพราะ

ยังรู้สึกโชคดีที่ว่า   ยังไงซะท่อปัสสาวะก็สั้นกว่าท่อไตละน่า...

วันเสาร์ดิฉันก็ลุกขึ้นมาดื่มน้ำแต่เช้า นั่งอยู่หน้าโทรทัศน์นั้ยแหละ

กินได้ครึ่งวัน รู้สึกไม่ค่อยปวดละ ก็ดีใจ เฮ้ย... ดิฉันทำสำเร็จด้วย

พอลูบๆคลำๆ อยู่พักนึง มันก็กลับมาปวดอีก สรุป ตรูโดนหรอก

มีปวดจริง ปวดหลอก เหมือนคลอดลูกเลย ...ฮิฮิฮิ

      ดิฉันเดินฉี่จนรู้สึกว่าเจ็บตรงนั้นไปเลย แถมบางที

มันไหลออกมาเองทั้งที่ยังเดินไม่ถึงห้องน้ำ  ช่วงบ่ายวันเสาร์

เริ่มดีขึ้นไม่ปวดแล้ว คราวนี้ดิฉันดิดว่า น่าจะโอเคร ก็เข้านอน

แบบดีใจสุดชีวิต แต่ก็ดีใจได้แป็บเดียว กลางคืนก็กลับมาปวดอีก

สรุป ดิฉันหายจริงคือ ช่วงเช้าวันอาทิตย์ และตอนมันผ่านท่อปัสสาวะ

มันก็เจ็บจริง ดิฉันนี่ถ่างช่วย ... เปิดทางเต็มที่เลยแต่ก็เจ็บไม่นานจริง

อย่างที่ดิฉันคาดไว้แหละ ท่อมันสั้นกว่า ฮิฮิฮิ

สรุป ดิฉันใช้เวลากินน้ำไป เกือบสามวัน ก็หาย

ดิฉันโชคดีมากที่ไม่ต้องผ่าตัด ...

แต่หลัง วันนั้นผ่านมาจนถึงวันนี้ดิฉันรู้สึกว่า ดิฉันไม่สามารถ

กลั้นปัสสาวะได้นาน  แต่ไม่รู้ดิฉันคิดไปเองหรือเปล่านะ

หลังจากดิฉันทำสำเร็จดิฉันก็คุยอวดไปเรื่อย ดูภูมิใจเป็นอันมาก

หลังจากนั้นดิฉันก็พยายามกินน้ำให้เยอะขึ้นแหละ แต่ก็ไม่ได้

เยอะมาก กินมากๆก็ไม่ไหว ความรู้สึกตอนต้องเดินเข้าห้องน้ำตลอด

จนเจ็บตรงนั้น กับตอนที่มันไหลออกมาเองโดยไม่ได้เบ่ง ยังจำได้ดีเลย

ดิฉันละอิจฉาคนกินน้ำได้เยอะๆ จริงๆเลย

ดิฉันก็หวังว่าที่ดิฉันกินน้ำเยอะขึ้นจะช่วยไม่ให้ดิฉันกลับเป็นโรคนี้อีกนะ

แต่ลุงญี่ปุ่นบอก พออายุมากขึ้น ส่วนใหญ่ก็จะกลับมาเป็นกันอีก

ดิฉันก็หวังว่ามันจะไม่กลับมาเร็วเกินไปนะ

 สุดท้ายนี้ ดื่มน้ำกันเยอะๆนะ 

ด้วยความปราถนาดี 



ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ตคะ




Create Date : 16 กุมภาพันธ์ 2560
Last Update : 16 กุมภาพันธ์ 2560 15:02:35 น. 1 comments
Counter : 306 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

 
สวัสดีนะจ้ะ เราแวะมาทักทาย สักคิ้ว 6 มิติ ลบรอยสักคิ้วด้วยเลเซอร์ ลบรอยสักคิ้ว Eyebrow Tattoo Removal เพ้นท์คิ้วลายเส้น เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ
ให้ใจหายใจ สุขภาพ วิธีลดความอ้วน การดูแลสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย สุขภาพผู้หญิง สุขภาพผู้ชาย สุขภาพจิต โรคและการป้องกัน สมุนไพรไทย ผู้หญิง ศัลยกรรม ความสวยความงาม แม่ตั้งครรภ์ สุขภาพแม่ตั้งครรภ์ พัฒนาการตั้งครรภ์ 40 สัปดาห์ อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์ โรคขณะตั้งครรภ์ การคลอด หลังคลอด การออกกำลังกาย ทารกแรกเกิด สุขภาพทารกแรกเกิด ผิวทารกแรกเกิด การพัฒนาการของเด็กแรกเกิด การดูแลทารกแรกเกิด โรคและวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิด เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารสำหรับทารก เด็กโต สุขภาพเด็ก ผิวเด็ก การพัฒนาการเด็ก การดูแลเด็ก โรคและวัคซีนเด็ก อาหารสำหรับเด็ก การเล่นและการเรียนรู้ ครอบครัว ชีวิตครอบครัว ปัญหาภายในครอบครัว ความเชื่อ คนโบราณ


โดย: nokyungnakaa วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:13:08:29 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

jeblue
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เป็นล่ามภาษาญี่ปุ่นค่ะ..
แต่ชีวิตก็ไม่ได้มีแต่ภาษาญี่ปุ่นนะ ♪(๑ᴖ◡ᴖ๑)♪
ชีวิตยังมีอะไรอีกเยอะแยะ....(*´∀`)♪

แวะไปคุยกันที่FB นี้ได้นะ

facebook.com/maliwan.mali.52




Flag Counter
New Comments
Friends' blogs
[Add jeblue's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.