ชีวิตลั้นล้า.....
Group Blog
 
 
กุมภาพันธ์ 2560
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728 
 
15 กุมภาพันธ์ 2560
 
All Blogs
 
ประสพการณ์นอนโรงพยาบาลญี่ปุ่นกับโรคนิ่วของดิฉัน



เนื่องจากดิฉันช่วงนี้เกิดสนใจการดูแลสุขภาพขึ้นมา

เนื่องด้วยอายุอานามก็ไม่น้อยละ ปีนี้ก็ย่าง 41 เอง....เอ๊ง..

รู้สึกตัวเองไม่ค่อยแข็งแรง ปวดคอ ปวดไหล่ โรคยอดฮิตคนสมัยนี้

แล้วดูเหมือนจะเป็นภูมิแพ้นิดๆ พออากาศเย็นก็เริ่ม มีน้ำมูก

จาม ฟึดฟัด ทั้งๆที่ แต่ก่อนหน้านี้ไม่เคยเป็น

นี้สินะที่เขาเรียกว่าแก่....

ตั้งแต่จำความได้ จนถึงทุกวันนี้

ดิฉันเคยนอนโรงพยาบาลครั้งเดียว ....

เป็นก้อนนิ่วในไต แล้วมันตกลงมาที่ท่อไต

แล้วมันดันเบียดตัวผ่านท่อไตไปไม่พ้น มันก็ค้างอยู่อย่างนั้น

แล้วร่างกายเราก็พยายามขับมันออกมา ก็เลยเกิดการอักเสบ

ปวดตรงเอวค่อนไปด้านหลัง  เป็นที่ไหนไม่เป็นดันไปเป็นที่ญี่ปุ่น

ดิฉันนอนให้น้ำเกลือที่โรงพยาบาลประมาณ 4 วัน เพื่อให้น้ำเกลือ

ไปไล่เอาก้อนนิ่วออกมา ไหนๆ ดิฉันก็ตั้งหัวข้อบล็อกใหม่แล้ว

หัวข้อประเดิมขอเป็นเรื่องโรคนิ่วในไตของดิฉันก่อนแล้วกันนะค่ะ

หลังจากที่ดิฉันกลับมาจากไปเที่ยวมาคนญี่ปุ่นที่ดูแลดิฉันก็มาส่งที่บ้าน

แกขับรถออกไปไม่ถึง30นาที ดิฉันก็เริ่มมีอาการ ปวดท้อง คลื่นไส้

อาเจียน มีท้องเสียด้วย แต่ไม่มาก ตอนแรกนึกว่าอาหารเป็นพิษ

หลังอาเจียนออกมาก็นึกว่าจะดีขึ้น

สักพักก็ปวดอีก แต่รู้สึกแปลกๆ คือ ปวดไปทางเอวด้านหลังด้วย

ดิฉันเลยโทรให้คนญี่ปุ่นมารับไปโรงพยาบาล โรงพยาบาลที่ญี่ปุ่น

ไม่ได้เปิด24.ชัวโมงเหมือนโรงพยาบาลที่ไทยทุกที่นะจ๊ะ กว่าจะตระเวน

หาโรงพยาบาลที่จะรับเราเข้ารักษา เล่นเอาดิฉันปวดจนเหงื่อตก

ถ้าปวดท้องคลอดลูก คงจะคลอดไปละ ...

หลังจากเจอโรงพยาบาลที่รับแล้ว หมอก็กดท้องดิฉันดู ว่าปวดตรงไหน

แล้วก็ให้ดิฉันทำ CT Scan ไอ้ที่เราต้องมุดเข้าไปในอุโมงค์นะค่ะ

ทำให้เห็นว่ามีก้อนนิ่วเล็กๆ ติดอยู่ที่ท่อไต อาจารย์ญี่ปุ่น

ที่ไปดูภาพเอกเรย์ด้วย แกบอกว่าตอนแรกหมอมองไม่เห็นก้อนนิ่ว

แกบอกแกต้องชี้ให้หมอดู...อ้าวซะงั้น หมออาจจะยังหนุ่มอยู่ประสพการณ์ไม่ค่อยมี

จะบอกว่าหมอ หน้าตาดีมากอ่ะ หล่อยังกะ ยามะพี ขนาดดิฉันปวดท้องขนาดนั้น

ยังสดุดกับความหล่อแกเลย แต่ก้อนนิ่วดิฉันอาจจะไม่เตะตาแกแกเลยมองไม่เห็น ฮิฮิฮิ.

หลังจากนั้นดิฉันก็นอนอยู่โรงพยาบาล นอนให้น้ำเกลือ อย่างเดียว

แต่ก่อนที่จะนอนโรงพยาบาล เขาก็ตรวจคลื่นหัวใจดิฉันก่อน

เวลาที่ดิฉันปวดก็ให้ยาแก้ปวดทางสายน้ำเกลือ และดิฉันจะต้องเดินไปฉี่ทุกๆชัวโมง

แล้วต้องฉี่ใส่แก้ว เพราะพยาบาลจะต้องเอาฉี่ไปตรวจดูว่านิ่วออกมาหรือยัง

ตกลงหมอ วินิจฉัยว่าดิฉันเป็นนิ่วในไตและมีอาการอาหารเป็นพิษด้วย

คนญี่ปุ่นบอกดิฉันกินเยอะ และกินของดีเกินไป เลยอาหารเป็นพิษ ซะงั้น..

การที่ดิฉันต้องลุกไปฉี่ ทุกชั่วโมง มันเป็นอะไรที่ลำบากมากตอนกลางคืน

ถ้าดิฉันนอนทับสายน้ำเกลือ จะได้หลับสบายเลย แต่ตอนเช้าจะโดนพยาบาลว่า

การอยู่โรงพยาบาลที่ญี่ปุ่นลำบากมากนะ ถ้าใครคิดจะป่วยป่วยอยู่เมืองไทยดีที่สุด

ก่อนที่จะนอนโรงพยาบาล เขาจะมีการชี้แจงคนไข้ว่า ห้องอาบน้ำอยู่ไหน

ห้องซักผ้าอยู่ไหน ต้องทำเองหมด ไม่มีเสื้อผ้าโรงพยาบาลให้เปลี่ยน ดิฉันก็ไม่มีญาติ

อยู่ที่นั้น ก็ไม่รู้จะทำยังไง จะให้อาจารย์คนญี่ปุ่นมาดูแลก็ไม่ได้เพราะเขาเป็นผู้ชาย

ก็นอนในชุดเดิมนั้นแหละ นอนได้2วัน พยาบาลคงสงสารเลยไปยืมเสื้อผ้าของ

โรงพยาบาลมาให้ แล้วก็ช่วยเช็ดตัวให้ รู้สึกรันทดตัวเองมากอ่ะ..

แต่เขาก็ใส่ใจคนไข้นะค่ะ ดูได้จากดิฉันกินข้าวไม่ได้ เพราะมันเหม็นมากตอนนั้น

ดิฉันก็ไม่รู้ทำไม พยาบาลก็ไปหามะม่วงมาให้กินถึงจะเป็นแค่มะม่วงกระป๋องก็เถอะ

แต่ตอนนี้ดิฉันคิดว่าน่าจะเป็นซุปจากเนื้อวัว ดิฉันไม่กินเนื้อวัวก็เลยเหม็นกินไม่ได้

หลังจากดิฉันนอนได้4วัน ดิฉันก็บอกกับคนญี่ปุ่นว่า

อยากออกจากโรงพยาบาล เพราะค่าใช้จ่ายสูง แต่โชคดี

ที่ดิฉันทำประกันการเดินทางไว้ แต่เป็นแบบจ่ายไปก่อน

กลัวว่านอนไปนอนมาคงต้องรูดบัตรจนเต็มวงเงิน

แนะนำนะค่ะ ควรทำประกันการเดินทางไว้

เพราะเราไม่รู้ว่าเราจะป่วยเมื่อไร

หลังจากนอน 4 วัน อาการปวดของดิฉันก็ดีขึ้น แต่ไม่หายขาด

ปวดแบบทนได้ แต่น่ารำคาญ เหมือนปวดประจำเดือน

หลังจากหมอให้ดิฉันออกจากโรงพยาบาล ดิฉันก็นึกว่า

ตัวเองหายแล้วไอ้ที่เจ็บๆ อยู่ อาจจะยังไม่หายดี

หมอบอกให้ดิฉันกลับไปหาหมอที่เมืองไทย แล้วให้

หมอดูว่าควรจะทำยังไงต่อไป หลังจากนั้นดิฉันก็กลับ

ไปทำงาน แต่อาการปวดของดิฉัน ก็ปวดเรื่อยๆ

ไม่หายสักที มันก็เลยทำให้เราหงิดหงิดในการทำงาน

ต้องกินยาพาราทุกๆ 4 ชัวโมง

หลังจากกลับมาจากโรงพยาบาล ลุงญี่ปุ่นที่สนิทๆ

ก็เดินมาถามว่าดิฉันเป็นไงบ้าง

ดิฉันบอกว่ายังปวดอยู่ ลุงญี่ปุ่นก็เลยบอกดิฉันว่า

แกเคยเป็นนิ่วมาก่อน ถ้ายังปวดอยู่แสดงว่าก้อนนิ่ว

ยังอยู่  อ้าว.....ดิฉันเข้าใจผิดมาตลอดนึกว่าหายดีแล้ว

แล้วดิฉันจะทำยังไงต่อไปละนี้....กำหนดกลับเมืองไทย

อีกตั้งเป็นเดือน ...

ไว้คราวหน้าดิฉันจะมาเล่าใหม่นะ...

เป็นประสพการณ์ ในการรักษานิ่วเองของดิฉันด้วยตัวเอง

แล้วเจอกันค่ะ 




Create Date : 15 กุมภาพันธ์ 2560
Last Update : 15 กุมภาพันธ์ 2560 11:40:29 น. 1 comments
Counter : 281 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

 
สวัสดีนะจ้ะ เราแวะมาทักทาย สักคิ้ว 6 มิติ ลบรอยสักคิ้วด้วยเลเซอร์ ลบรอยสักคิ้ว Eyebrow Tattoo Removal เพ้นท์คิ้วลายเส้น เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ
ให้ใจหายใจ สุขภาพ วิธีลดความอ้วน การดูแลสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย สุขภาพผู้หญิง สุขภาพผู้ชาย สุขภาพจิต โรคและการป้องกัน สมุนไพรไทย ผู้หญิง ศัลยกรรม ความสวยความงาม แม่ตั้งครรภ์ สุขภาพแม่ตั้งครรภ์ พัฒนาการตั้งครรภ์ 40 สัปดาห์ อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์ โรคขณะตั้งครรภ์ การคลอด หลังคลอด การออกกำลังกาย ทารกแรกเกิด สุขภาพทารกแรกเกิด ผิวทารกแรกเกิด การพัฒนาการของเด็กแรกเกิด การดูแลทารกแรกเกิด โรคและวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิด เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารสำหรับทารก เด็กโต สุขภาพเด็ก ผิวเด็ก การพัฒนาการเด็ก การดูแลเด็ก โรคและวัคซีนเด็ก อาหารสำหรับเด็ก การเล่นและการเรียนรู้ ครอบครัว ชีวิตครอบครัว ปัญหาภายในครอบครัว ความเชื่อ คนโบราณ


โดย: nokyungnakaa วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:13:08:51 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

jeblue
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เป็นล่ามภาษาญี่ปุ่นค่ะ..
แต่ชีวิตก็ไม่ได้มีแต่ภาษาญี่ปุ่นนะ ♪(๑ᴖ◡ᴖ๑)♪
ชีวิตยังมีอะไรอีกเยอะแยะ....(*´∀`)♪

แวะไปคุยกันที่FB นี้ได้นะ

facebook.com/maliwan.mali.52




Flag Counter
New Comments
Friends' blogs
[Add jeblue's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.