บันทึกเตือนความจำแบบมั่วซั่ว
Enter At Your Own Risk!!
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2554
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
18 สิงหาคม 2554
 
All Blogs
 
คิวบิก - การ์ตูนโชโจมาเฟียในคราบนิยาย

เรื่อง คิวบิก
แต่งโดย B 13 s.t


--- SPOILER ALERT ---


คิวบิก

เมื่อสองสามปีก่อน หลินหลานเซ่อ มาเฟียหนุ่มสุดหล่อลูกครึ่งตะวันตกที่รับตำแหน่งตั้งแต่วัยยี่สิบต้น เจ้าของบริษัทฉายหงกรุ๊ป (บริษัทข้ามชาติใหญ่ที่สุดในเอเซียคุมเศรษฐกิจเอเชียเกินครึ่ง) เกิดปิ๊งเด็กสาวสวย นันทกา เลยให้ ยุทธพงษ์ ผู้เป็นพ่อกู้เงินโดยใช้ลูกสาวเป็นหลักประกัน เมื่อกิจการของยุทธพงษ์เจ๊ง พ่อพาลูกสาวคนโตหนี ทิ้งคนเล็ก ฤทัยนาค อายุสิบเจ็ดบวกไอคิว 135 ไว้โดยไม่กระโตกกระตาก

มือขวา เฟ่ยจงซิน ที่มาเมืองไทย เลยต้องเอาสาวท้วมผู้ทำใจได้มานานว่าอย่าไปหวังให้ใครมาช่วยและเอาตัวรอดได้อย่างดีเยี่ยม ไปทำงานให้หนี้ยี่สิบล้านดอลลาร์ฮ่องกง ซึ่งช่วงแรกก็ทำงานก่อสร้าง ส่งของ และร้านอาหารในโรงเรียน แต่หาเงินได้ไม่มาก

โอกาสสำคัญในการปลดหนี้เจ็ดล้านและได้เอกสารแสดงตนมาถึง เมื่อฤทัยนาคได้ไปช่วยงานเจรจากับ คารอส ทาร์เปีย พ่อค้าอาวุธเถื่อนระดับโลกจากอเมริกา ที่ลูกชาย แดนนี่ เรียนด้วยกัน จนสามารถกล่อมให้เซ็นสัญญาการค้าผิดกฎหมายที่มีสัญญาร่วมหุ้นบังหน้า จากการเสนอตัวเป็นคนส่งอาวุธ ในขณะที่ตำรวจสากล แพททริค บัตตัน ไล่ตามจับอย่างเต็มที่

ไม่นาน หลินหลานเซ่อโดนหมายหัว งานนี้อาจเป็นการแย่งชิงอำนาจภายใน ระหว่างสามผู้นำหลัก คือ หลินหลานเซ่อ (เกาะฮ่องกงและผู้นำสูงสุด) ซานกุ้ย (เกาลูน) และ หลินเพ่ยอิง (นิวเทอริทอรีส์และลูกพี่ลูกน้อง) คนขับรถของหลินหลานเซ่อโดนฆ่า ทำให้งานต่อไปของฤทัยนาคเป็นคนขับรถเพราะรู้ลู่ทางดี ถึงจะเอาตัวรอดมาได้ แต่เจ้าพ่อเจ็บหนักและตั้งฤทัยนาคเป็นเงาผู้นำฉายา Cubic ที่ทำงานโดยมีผู้นำรู้ตัวอยู่คนเดียวก่อนที่ได้ผจญภัยต่ออีกหลายรายการ

I understood the fans' sensitivity; viewers' discretion is strongly advised. Please note that I stand by my opinions; yet, the discussion had simply generated too much arguments to deliberate. ทั้งนี้ ขอบอกก่อนว่าอ่านจบทั้งสองเล่ม และไม่ได้พยายามรีวิวตามหลักการใดๆ เป็นเพียงการแสดงความเห็นส่วนตัวเหมือนกับที่เขียนถึงเรื่องอื่น เตือนแล้วนะคะ!

อ่านไปได้นิดหน่อยก็บอกว่านี่เป็นการ์ตูนโชโจมาเฟียในรูปแบบนิยายนี่นา พรั่งพร้อมด้วยความเวอร์แบบโชโจบู๊ บวกกับความน่าจะเป็นต่ำและการขาดความน่าเชื่อถือในเรื่องของขนาดและหน่วยทางฟิสิกส์อย่างค่อนข้างรุนแรง แถมไม่ค่อยระวังเรื่องคำศัพท์หรือเรื่องรายละเอียดย่อยที่ขัดแย้งกันง่าย ทำให้อ่านจนจบด้วยอย่างพูดไม่ออกบอกไม่ถูก

จะว่าไป จขบ. ก็ใช้ระบบสองมาตรฐานนะคะ เรื่องเวอร์ที่ทนไม่ได้ในนิยาย แต่โอเคในการ์ตูน อาจเป็นเพราะความคาดหวังที่ต่างกันมาแต่ต้น และรูปแบบการนำเสนอของการ์ตูนที่ออกมาเป็นภาพทำให้ไม่ค่อยมีจินตนาการส่วนตัวเท่าไหร่ (รู้สึกว่าคนที่เขียนการ์ตูนโชโจบู๊ได้ซีเรียสและออกตลกหน้าตายในความเวอร์ที่ชอบที่สุด คงเป็น Takahashi Miyuki โดยเฉพาะเรื่อง 'Innocent Game' หรือ 'มัจจุราชหมายเลข 9')

ในขณะที่นิยายมีแต่ตัวอักษร ทำให้ต้องสร้างภาพออกมาเองด้วยจินตนาการส่วนตัว (จขบ. เคยโดนวัดว่าเป็นพวกที่เรียนรู้ด้วยรูปมากกว่าคำชนิดแทบตกสเกล เลยออกอาการเยอะ) และในเรื่องได้พยายามนำเสนอแบบซีเรียส ไม่ใช้เอามั่วเข้าว่าอย่างเดียว เรื่องความสมจริงทั้งหลาย เลยยิ่งรู้สึกมากกว่านิยายแบบมั่วมาเสียอีกค่ะ (แต่อย่างว่า ถ้ามั่วมากอาจจะเลิกอ่านไปก่อน)

สำหรับนางเอกอายุสิบเจ็ดมีความไม่เหมือนปกติตรงที่ไม่สวย ออกท้วม อึดและสมองดี ที่บอกว่าเก่งเพราะโดนพ่อใช้ทำงานตั้งแต่ระดับแม่บ้านยันผู้บริหารตั้งแต่เด็ก หลังจากที่ไปอยู่ฮ่องกงก็ได้ไปโรงเรียนแพงลิบ (ของเจ้าหนี้) ทำงานกรรมกรก่อสร้าง ส่งของและร้านอาหาร (แล้วเมื่อไหร่จะใช้หนี้กันหมด? อย่าลืมเรื่องค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายต่างๆ บวกดอกเบี้ยเข้าไปอีก)

ส่วนหลินหลานเซ่อก็สมกับเป็นพระเอกจริงๆ หล่อลากดินและห้ามเป็นตาแก่เด็ดขาด ไม่ทราบสามารถทะลุขึ้นมาครองตำแหน่งได้อย่างไรเมื่อดูจากความสามารถในการใช้คนและสร้างบุคลากร (ขอออกนอกเรื่อง ประโยคที่ชอบสุดจากนิยายเรื่องโปรด 'Mirror Dance' คือ One mark of a great man is the legacy of men he leaves behind him, to whom he's passed on his skills.) นอกจากหน้าที่หัวหน้ามาเฟียเต็มเวลายังว่างพอที่เป็นอาจารย์ใหญ่โรงเรียน

ระบบมาเฟียเรื่องนี้แปลกดีนะคะ มีระบบส่งต่ออำนาจเข้มแข็งยังกับรัฐบาล และมีการประชุมผู้อาวุโสที่เป็นช่วงในอุดมคติเพื่อกำจัดหัวหน้าพรรค ฟอกเงินโดยใช้งานธุรกรรมของโรงเรียน (ยังกับว่าถ้าเป็นสถาบันการศึกษาแล้วตำรวจหรือสรรพากรจะไม่สน ก็รู้กันอยู่ว่าใครเป็นเจ้าของ) แถมระดับเงินหมุนเวียนไม่น่าใหญ่พอให้ฟอกได้ง่ายๆ แต่ก็นะ โรงเรียนฉายหงมีพื้นที่เกือบห้าร้อยไร่กลางฮ่องกง ครูนักเรียนสามพันสองร้อยห้าสิบ (เทียบกันโรงเรียนหอวังที่มีที่ 23 ไร่ นักเรียนบวกครูเกือบสี่พันห้า หรือมีความหนาแน่นของประชากรมากกว่าเกือบ 30 เท่า) โรงอาหารในโรงเรียนมีหลังคาทรงโค้งสูงขึ้นไปเป็นร้อยๆ เมตร (ตึกใบหยก 1 สูงราว 150 เมตร)

การใช้แรงงานของนางเอกเริ่มที่ไซต์ก่อสร้างขนาดใหญ่ สวมหมวกกันน็อค (น่าเป็นหมวกนิรภัย hard hat) เอาจอบขุดดินลงเสาเข็ม (ยังกะลงเสาเอก) ส่วนงานส่งของก็สามารถสำรวจเส้นทางจากแผนที่ทั้งเก่าใหม่และพิมพ์เขียวผังเมืองที่ขอจากหัวหน้าคนงานก่อสร้างตึก น่าเสียดายจริงๆ ที่ไม่มีภาพถ่ายจากจานดาวเทียม

งานเจรจากับ พ่อค้าอาวุธเถื่อน หัวหน้ามาเฟียก็ให้คนที่ไหนไม่รู้ มาทำงานสำคัญมากโดยไม่ให้อะไรเลย ยกเว้นเวลา 5 ชั่วโมง (ขนาดเวลาอ่านสัญญายังไม่ทัน) และไม่เห็นมีอะไรที่จับต้องได้ไปต่อรอง (ถึงจะบอกว่าเป็นตัวล่อแต่ไม่ค่อยให้เกียรติอีกฝ่ายเลย) วิธีส่งของที่ออกมาก็ไม่ได้แปลกใหม่จนเจ้าพ่อทั่วไปทำไมจะทำไม่ได้ มีตำรวจสากลไปเป็นหัวหน้าตั้งด่าน ใช้เครื่องตรวจโลหะตรวจหาในรถพยาบาลที่มีโลหะเพียบ ยังกับว่าเตียงที่นอนเป็นเตียงไม้ จนเจอแต่โลหะดามกระดูก (ถ้าใช้สมมุติฐานนี้ว่าให้ชี้ไปที่ดามกระดูก คือปรับ threshold ของเครื่องไม่ได้?)

ส่วนงานขับรถนั่นก็ถึงรู้ลู่ทางดีแต่เน้นจักรยาน นางเอกไม่น่าเคยไปขับรถที่ต่างประเทศ และการทำใบขับขี่ไทยต้องอายุ 18 (นึกถึงข่าวอุบัติเหตุสะเทือนขวัญบนทางด่วนต้นปี 54 ถึงคนรถจะตาย แต่จะหาคนอื่นไม่ได้เลยหรือ ถ้าหาไม่ได้สุดๆ ขับเองยังดีกว่า) ทั้งที่ถ้าให้ดีคนขับให้วีไอพีควรมีการฝึกพิเศษเป็นคอร์สเลยนะ มีการหยุดรถซื้ออาหารเช้า การเดินทางไปที่เดิมเวลาเดียวกันทุกวันเป็นข้อห้ามสุดๆ ในการรักษาความปลอดภัย สุดท้าย ในวันสำคัญที่รู้ว่าจะโดนปองร้ายในเวลาที่กำหนด ก็น่าอยู่บ้านสบายๆ ให้อีกฝ่ายบุกแทนที่จะออกไปเดินรับลมชมธุรกิจข้างนอก

นิสัยชอบนิยายโชกเลือดของ จขบ.ทำให้บทบู๊สำคัญมาก อ่านแล้วหัวร่อก๊ากเต็มที่ ทั้งเรื่องความแข็งแรงของรถหุ้มเกราะที่ไม่ยักใส่โฟมในล้อ พระเอกใช้ปืนพกเบเร็ตตา (สีบรอนซ์หรือเงินกันแน่?) ยิงสวนชนะสไนเปอร์ที่ใช้ไรเฟิลยิงจากยอดตึกระฟ้า นางเอกที่วิ่งหนีแทบตายยังได้ยินเสียงผู้ร้ายที่ไล่ตามมาขึ้นลำกล้องปืน เรื่อง friendly fire ในซอกตึก ฯลฯ

ที่กล่าวมานี่ยังแค่ค่อนเล่มนิดๆ เองนะคะ สรุปได้ว่าสำหรับ จขบ. ที่ชอบให้นิยายมีตรรกะ ถ้านำเสนอแบบซีเรียสต้องมีความเป็นจริงสูง (ยกเว้นจะใช้เป็นแก๊กหรือมีความหมายแฝง) และตัวเลขอย่ามั่ว (จุดเซนซิทีฟพิเศษยกกำลังสาม เพราะต้องเจอปัญหาเรื่องการขาด sense of numbers ให้บ่นได้ตลอด) ต้องบอกว่าไม่ถูกโฉลก กัดฟันอ่านจนจบค่ะ

[18/08/11]

ป.ล. ขอเพิ่มเติมค่ะว่าอ่านตั้งแต่ต้นจนจบหน้าสุดท้าย แต่ไม่ได้เขียนต่อเพราะหมดแรงและจะเป็นการสปอยล์มากเกินไป ส่วนเรื่องความเห็นต่างๆ ก็ขอยินดีรับฟังทุกอันค่ะ ขออย่าให้แฟนๆ เรื่องนี้อย่าโกรธามากไปก็แล้วกัน นี่คือความเห็นของผู้อ่านคนหนึ่งเท่านั้น ของทุกอย่างมีทั้งคนชอบและคนไม่ชอบ อย่างไรก็ตาม ในฐานะคนอ่านคนหนึ่งก็มีสิทธิที่จะคิดและแสดงความเห็นส่วนตัวที่พร้อมรับฟังความเห็นของผู้อ่านคนอื่นที่แตกต่างกันได้เสมอค่ะ (ชอบมากเลยล่ะ สำหรับการวิเคราะห์ถกเถียงอย่างมีเหตุมีผลของเหล่านักอ่านทั้งหลาย) ในทางกลับกัน เมื่ออ่านที่คนอื่นแนะนำ ก็เป็นเพียงแนวทางและข้อมูลประกอบการตัดสินใจเท่านั้น จะชอบหรือไม่ก็ต้องอ่านเอง ตัดสินใจเอง และคาดว่าผู้อ่านบล็อคก็จะตัดสินใจด้วยตนเองเช่นกันนะคะ

ขอยกคำคมที่ชอบมากที่สุดอันหนึ่งมาอีกละกัน Think for yourself and let others enjoy the privilege of doing so too. (Voltaire) และ I disapprove of what you say, but I will defend to the death your right to say it.

[10/10/11]

ป.ล. 2 ขอเขียนเพิ่มเติมไว้ตรงนี้นะคะ สำหรับแฟนนิยายที่บังเอิญผ่านมา ก่อนอื่น จขบ. ก็ขอย้ำอีกครั้งว่าที่เขียนเหล่านี้ล้วนเป็นความเห็นใน web log ส่วนตัว และในเมื่อพูดถึงความเห็นส่วนตัว ก็ย่อมขึ้นอยู่กับประสบการณ์และลักษณะเฉพาะของแต่ละบุคคลที่มีจุดเซนซิทีฟต่างกัน ซึ่ง จขบ. ก็ต้องขอโทษผู้คอมเมนต์ด้วย ถ้าไปกระทบจุดเหล่านี้ของท่าน (ของรักของใคร ใครก็รักนะ)

เรื่องหนึ่งที่เขียนบ่นกันมากคือเรื่องใช้คำ โชโจมาเฟีย โปรดเข้าใจว่าโชโจก็มีความหลากหลาย จขบ. นึกถึงเรื่องโชโจบู๊ที่มีลักษณะของผู้มีอิทธิพลที่สามารถกระทำการนอกกรอบของกฎหมายได้โดยสะดวก แบบเรื่อง 'มัจจุราชหมายเลข 9' แบบนั้นเหละ (อีกคำที่คิดได้คือ เจ้าพ่อ แต่ดูแล้วมันบ้านๆ ไปหน่อย หรือถ้าใช้ อั้งยี่ คงร้องจ๊าก)

สรุปสั้นๆ ในภาพรวมตอนนี้ได้ว่า (รายละเอียดเอาไว้ก่อน) เพราะส่วนนี้แหละค่ะที่ทำให้ จขบ. รู้สึกมาก และก็แคร์ด้วย (หรือว่าเอาจริงเอาจังเกินไป ถึงจะเป็นนิยายก็ตาม) ไม่งั้นคงไม่ลุกขึ้นมาเขียนอย่างยาว ซึ่งนี่คือความเห็นส่วนตัวจากมุมมองของคนนอกวงการงานเขียน ที่แน่นอนว่ามีลักษณะเฉพาะที่ไม่เหมือนคนส่วนใหญ่ แต่ จขบ. ก็คิดว่าน่าจะมีสิทธิเขียนความเห็นในส่วนนี้ในบล๊อคส่วนตัวเช่นกันนะคะ

[18/10/11]

คิวบิก (ภาค Final)

[xx/08/13]

อ่านสองเล่มใหม่แล้วค่อยโล่งอกค่ะ เรื่องตัวเลขและการเปรียบเทียบที่ขัดกับความเป็นไปได้ทางกายภาพอันเป็นจุดเซนซิทีฟหลักของ จขบ. หายไปเยอะ (แต่ก็ไม่ได้หายหมด อย่างระบบการรักษาความปลอดภัยรัศมีหนึ่งกิโลเมตรของหลานเซ่อเวลาเดินทางที่ไม่น่ามีกำลังคนพอทำ หรือความห่างไกลของคฤหาสน์เก่าในอังกฤษบริเวณที่อุดมสมบูรณ์ กับการไร้ถนนและอันตรายของการหลงป่าโปร่งรอบบ้านอีกหลัง แต่หลังนี้ลำบากเพราะอ่านแล้วจินตนาการคร่าวๆ ไม่ออกเลยว่าสไตล์ไหน)

บทบู๊ที่มีหลายตอนเหมือนเอาสไตล์ฉากในภาพยนต์แอ๊คชั่นมารวมกัน ซึ่งก็เวอร์แบบภาพยนต์เอาสนุก มีตะหงิดอยู่เรื่อย อย่างการเบี่ยงเบนความสนใจโดยเอากระสุนโยนใส่ไฟให้ระเบิด (ความจริงเกิดการลุกไหม้ของแก็ปท้ายกระสุนทำให้ชิ้นส่วนหรือเศษปลอกกระสุนฉีกขาด ที่ความจริงตรงนี้ใช้ไม่คุ้มเพราะมันไม่แน่ไม่นอน อาจไม่เกิดอะไรด้วยซ้ำ ถึงเกิดก็กำหนดเวลายาก ทิศมั่วและไม่แรงด้วย ฟังดูก็รู้ เอากระสุนมาใช้ยิงเองหรือใช้กระป๋องอัดแก๊สดีกว่า) แต่เรื่องความช็อคหลังฆ่าคนตายก็ดีนะคะ ระหว่างทางความมึนก็มาเรื่อยๆ อย่างเรื่องสงสัยสุดขีดของอธิปไตยเหนือน่านน้ำภายใน หรือระบบการศึกษาที่ส่อไปทางอเมริกันมากกว่าอังกฤษ (ปกติเรียนวิชาข้ามเทอมทั้งปี ใช้คะแนนเฉลี่ยและระดับเกียรตินิยมเป็นตัวบอกระดับ) ฯลฯ

แต่เรื่องที่ จขบ. รู้สึกมากคือระบบรักษาความปลอดภัยและบอดี้การ์ดของทั้งสองฝ่ายไม่โปรทั้งที่มีทรัพยากรพอที่จะหาระดับดีที่สุดทั้งคู่ อย่างตอนไป๋ซิงโดนลักพาตัวโดยละม่อม และนาคที่ไปช่วย ก็สามารถออกมาได้ด้วยการหลอกว่าทุบกระจกเรือแล้วใช้เชือกจากผ้าปูเตียงปีนลงไป (นับเวลาลำดับเหตุการณ์และสภาพเงื่อนไขแล้วไม่น่าเชื่อ แบบว่าเสียชื่อธุรกิจด้านนี้ของอังกฤษที่ในระดับสูงมีชื่อเสียงว่าอดีตสมาชิกหรือเทรนโดยหน่วยพิเศษเพียบ >_< ) หรือตอนที่พานาคไปโรงพยาบาลแล้วมีรถชนคันตามที่บอร์ดี้การ์ดนั่ง ทำให้คนขับรถคันหน้าที่มี VIP หยุดลงไปดูจนโดนเชิดรถหายไป ก็ตามที่หลานเซ่อว่าคนขับให้ลำดับความสำคัญผิดอย่างแรง (และอยากโทษกลับว่าความผิดไม่น้อยอยู่ที่คนเลือกบุคลากรนั่นแหละ!) เรื่องการลงโทษรู้สึกไม่ค่อยแฟร์กับบอดี้การ์ดเท่าไหร่ ยกเว้นว่าทำไมไม่มีนั่งประกบในรถสักคนหลังช่วยแบกลงมาขึ้นรถ แทนที่จะไปขึ้นอีกคันกันหมดห้าคน (ตอนอ่าน จขบ. คิดว่าถ้าไม่ทรยศแบบสิ้นคิดก็ถูกสั่งไว้ จงใจซะขนาดนั้นจนอีกฝ่ายน่าจะสงสัย หรือจะ parody อะไรหรือเปล่า) ผลคือความรู้สึกว่าฝีมือการวางแผนและดำเนินงานของตัวเอกคลุมเครือมาก ไม่คล้อยนำว่าเก่งจริง เพราะต้องอาศัยความ incompetency ของอีกฝ่ายช่วยเยอะ

โดยทั่วไป ถ้าไม่นับเรื่องมองไม่เห็นพอยน์ในการก่อการขนาดนี้ของผู้ร้าย เจรจาซื้อกันซึ่งหน้าไม่ได้เรอะ! (แต่ถ้าคิดถึงว่าเป็นคนบ้าก็เอาเถอะนะ แถมไม่มีเรื่องให้เดินต่อ -_-") การวางโครงเรื่องก็น่าสนใจ มีการยอมเอาตัวเข้าแลก เสี่ยงเป็นกงจื้อถวายเศียร (แต่เดาง่ายไปนิดเพราะสไตล์เป๊ะ) ถึงรู้สึกฟลุ๊ก ไร้กำลังคน ทรัพยากร และบัญชีส่วนตัวไปหน่อย สำหรับพระเอก ออร่าของการใช้อำนาจดูธรรมดามากสำหรับผู้นำระดับนี้ (ส่วนการใช้คนและแบ่งงานไม่ต้องพูดถึง แถมน่ากลัวว่าจะเจอลูกน้องส่องเอาสักวัน) และชอบออกมาโชว์ตัวแบบ wish fulfillment อย่างคราวที่สถานีตำรวจหรือบริษัทส่งของ นาคเด่นกว่ามากแต่ก็ยังไม่ convincing ในฐานะคิวบิกที่เป็นแบบมาคนเดียวไร้ทรัพยากร ตอนพิเศษดูจะราบเรียบไปนิดหลังจากการหักมุมตอนท้ายตอนปกติ ระดับความหวานของเรื่องสูงแบบหวงห่วงมาก (แต่ จขบ. ไม่ค่อยรู้สึกซาบซึ้งเท่าไหร่) อ้อ ตอนนี้นางเอกไม่ท้วมแล้วนะ BMI กำลังดีเลย เอาเป็นว่าสำหรับนิยายรักพออ่านได้เรื่อยๆ เรื่องการหักเหลี่ยมและบทบู๊ก็ต่ำกว่าเกณฑ์สำหรับรสนิยม จขบ. (ยกเว้นเป็น parody ไปเลย จะให้อ่านเป็นการ์ตูนเวอร์ก็ทำใจไม่ได้) แต่ถ้าดูพัฒนาการก็ดีขึ้นเยอะล่ะค่ะ

[31/07/13]

ที่มา
[1] B 13 s.t. คิวบิก. สำนักพิมพ์ปริ๊นเซส, เล่ม 1-2, พิมพ์ครั้งที่ 1, 424+480 หน้า, 2554.
[2] B 13 s.t. คิวบิก (ภาค Final). สำนักพิมพ์ปริ๊นเซส, เล่ม 3-4, พิมพ์ครั้งที่ 1, 376+320 หน้า, 2556.


Create Date : 18 สิงหาคม 2554
Last Update : 19 ตุลาคม 2556 11:21:20 น. 105 comments
Counter : Pageviews.

 
มีปุ่ม like ในบล็อคไหมคะ ? อยากจะขอกดรัวๆๆๆ :]
เจ้าของบล็อคพูดได้ตรงประเด็นมาก บางจุดเราก็ลืมไปหรือมองข้ามไปนะนี่
จุดที่เราเห็นด้วยมากๆ แล้วงงว่าปล่อยผ่านได้ยังไง คือการเลือกใช้คนของหลินหลานเซ่อ
ผู้ชายคนนี้ไม่ได้ put the right man on the right job
จู่ๆ ไปหยิบเด็กสาวคนหนึงขึ้นมาเจรจางานชิ้นสำคัญโดยที่ผลงานจริงๆ ก็ยังไม่มีให้เห็น
เพียงแค่คาดหวังหรือเชื่อว่าเด็ก 17 ปีคนนี้จะทำได้
อ่านแล้วแบบ เฮ้ย หลินหลานเซ่อ แกก้าวมาเป็นมาเฟียอันดับหนึ่งได้ยังง๊ายยยย ???
หลินหลานเซ่อช่างเป็น CEO ที่ขัดกับหลักการใดๆ ทั้งหมดที่เราเรียนมา
ถ้าจะมองว่าผู้ชายคนนี้กล้าได้กล้าเสีย เราก็คิดว่าเป็นการกล้าแลกที่บ้ามากที่สุด
อีกจุดคือการให้บทความสำคัญกับนางเอกมากไป
นางเอกสามารถทำได้ทุกอย่างและพระเอกก็เชื่อว่านางเอกต้องทำได้
แต่ในเรื่องไม่ได้ให้ความสมเหตุสมผลที่ชวนให้ตัวเราคล้อยตามได้เลย
รวมถึงรายละเอียดอื่นๆ เช่นจนถึงตอนนี้เราก็แอบสงสัยว่าธุรกิจการศึกษามันจะฟอกเงินได้ยังไงหว่า ?
เราว่าธุรกิจการศึกษาเป็นอะไรที่ใช้เงินสูงและผลตอบแทนก็ไม่คุ้มค่าการทุนด้วยซ้ำ
จนป่านนี้ก็ยังคิดไม่ออกว่าการฟอกเงินมันอยู่ในวงจรไหนของระบบโรงเรีัยนหว่า ?

เจ้าของบล็อคต้องกัดฟันกรอดๆ เวลาอ่าน
ส่วนเราอ่านขำๆ ปล่อยผ่านบ้าง มันก็เพลินและสนุกดีค่ะ
ถึงจะมีอะไรมาทิ่มตาเวลาอ่านเถอะ 555+


โดย: AnMai วันที่: 18 สิงหาคม 2554 เวลา:23:03:27 น.  

 
อ่านของจขบ.แล้วคิดถึงคุณAnMaiขึ้นมาทันทีเลย อิอิ คิดคล้ายๆกัน

"ชอบให้นิยายมีตรรกะ ถ้านำเสนอแบบซีเรียสต้องมีความเป็นจริงสูง"
ใช่เลยค่ะ


โดย: Emotion-P วันที่: 19 สิงหาคม 2554 เวลา:9:00:30 น.  

 
อ่านรีวิวแล้วเลยคิดว่าพล็อตแบบนี้ ต้องเป็นการ์ตูนสถานเดียวละมั้งคะ เหมือนของ Shinjo Mayu ที่มีพระเอกอายุสิบปลายๆ เป็นเจ้าของบริษัท มาเฟีย หรือประเภทนั้น ไม่เข้าใจว่าจะอัจฉริยะกันไปถึงไหน จุดอ่อนไม่ค่อยมีนอกจากนางเอก แต่พอมีรูปให้ไม่ต้องจิ้นเอาเองมันก็รับได้


โดย: ~*Sing Praise*~ วันที่: 19 สิงหาคม 2554 เวลา:11:36:36 น.  

 
อืม...
ลังเลว่าจะซื้อ
พอเห็นรีวิวนี้แล้วก็ตัดสินใจโดยทันที


โดย: เหมือนพระจันทร์ วันที่: 19 สิงหาคม 2554 เวลา:14:35:51 น.  

 
ป๊าดดด....โธ่.. ยังไม่ได้ทันได้เม้าท์เม้นท์อะไรเลย ดันเผลอไปกด enter ซะได้นี่

เอาใหม่นะคะ

กำลังจะบอกเหมือนกับคุณตูนเลยว่า ลังเลว่าจะซื้อ แต่พอเห็นรีวิวนี้ก็ตัดสินใจได้โดยทันทีว่า...... ไม่ซื้ออ่ะ

เพราะเราก็ไม่ชอบนิยายที่ไม่อิงกับความเป็นจริงเหมือนกัน ถึงจะเป็นคนที่บ้าพารานอร์มอลมาก ๆ ก็เหอะ


โดย: โอ-พิน (o_pinP ) วันที่: 19 สิงหาคม 2554 เวลา:15:52:12 น.  

 
คุณ AnMai > ตอนเริ่มเขียนก็เตรียมใจในระดับหนึ่งค่ะ ว่าอาจโดนแฟนถล่ม แต่ช่วยไม่ได้ ก็ไม่ถูกรสนิยมนี่คะ ไม่มีผิดถูกหรอก ^_^ (Blog ไม่มี like ค่ะ มีแต่ปุ่ม bloggang vote กับ google vote ที่ตรงท้าย)

แต่เรื่องพระเอกนี่เห็นด้วยที่สุด ไม่เห็นความสามารถในฐานะ CEO เลยค่ะ ดูเหมือนแค่อ่านรายงานกับเซ็นต์ อ่านแล้วมองไม่เห็นสภาวะผู้นำ หรือแม้แต่ออร่า /charisma ส่วนตัวก็ไม่เจอ (ไม่ต้องพูดถึง อำนาจ/บารมี หรือ auctoritas/gravitas ให้เหนื่อยเปล่า) เหมือนพ่อหนุ่มหน้าใสที่ดีแต่ชักปืนไว อย่าว่าแต่นี่เป็นองค์กรมาเฟีย ตามหลักต้องมีกึ๋นเป็นพิเศษเพื่อคุมให้อยู่นะคะ (ฮือๆ ปกติก็ไม่ค่อยว่าหรอกค่ะ แต่คราวนี้มันไม่เจอจริงๆ)

คุณ Emotion-P > อิอิ ^_^

คุณ ~*Sing Praise*~ > เห็นด้วยค่ะว่าพล๊อตนี้ต้องการ์ตูนเท่านั้น อยากเสนอคนวาดค่ะ อืมม์ ต้องเวอร์เป็นปกติ เบาสมอง วาดบู๊ได้แต่ต้องทำให้ความไม่สมจริงเข้ากับความเวอร์ ลายเส้นต้องไม่ละเอียดมากและสมัยใหม่ แต่ก็ต้องไม่การ์ตูนเกินไป นึกไปนึกมาก็นึกคนอื่นไม่ออก สงสัยต้องคนที่ว่าแหละค่ะ

คุณเหมือนพระจันทร์ > ยังไงถ้าอยากลองก็เช่ามาดูก่อนดีกว่าค่ะ ไม่น่าเสี่ยง

คุณโอ-พิน > ลบอันว่างให้นะคะ ชอบพารานอร์มอลมากเหมือนกันค่ะ ถึงเรื่องพวกนี้ถึงไม่เป็นจริงแต่ก็มีตรรกะได้นะคะ (ถนัดแฟนตาซี ฮิๆ)


โดย: jackfruit_k วันที่: 19 สิงหาคม 2554 เวลา:16:34:33 น.  

 
ขอกดlikeต่อจากคุณAnMaiด้วยค่ะ หมั่นไส้พระเอกตั้งแต่บอกว่าเป็นเจ้าของบริษัทข้ามชาติใหญ่ที่สุดในเอเชียอายุยี่สิบต้นๆ (คนอ่านอายุมากกว่าเกือบสิบปีอิจฉาตาร้อนผ่าว)แถมเป็นลูกครึ่งด้วยอ่ะ อะไรจะเพอร์เฟคขนาดนี้..แต่ถ้ามีจริงก็อยากขอเป็นนางเอกในหัวใจน้องเค้านะคะ
ดูบุคลิกลักษณะนางเอกแล้วเราชอบแฮะ ท่าจะเก่งกว่าพระเอกอีกนะเนี่ย

พูดถึงความเว่อร์คงไม่มีใครเกินมัจจุราชหมายเลข9แล้วล่ะค่ะ ชอบเหมือนกัน ช่างเป็นองค์กรที่มีresourceไม่จำกัด เรียกเฮลิคอปเตอร์มารับกันหยั่งกะเรียกแท็กซี่ปากซอย
...โอย ขำตอนปืนพกยิงสวนสไนเปอร์ คงไม่ได้แม่นขนาดยิงเข้าไปโดนตรงกลางหว่างคิ้วเลยนะคะ เหมือนเคยดูหนังที่แม่นขนาดนั้น

ประโยคจากMirror Danceช่างคมสมกับเป็นคุณBujold //แฟนเกิร์ลทำท่าเคลิ้ม
อ่านรีวิวแล้วคิดว่าคุณพระเอกเรื่องนี้เพียบพร้อมทุกอย่างแต่ไม่มีคาริสม่าอย่างที่คุณjkคอมเม้นต์ไว้ ช่างต่างกับพระเอกคนนั้นที่ทั้งเตี้ยทั้งไม่หล่อเล่มแรกก็ไม่ติดทหาร(เอาเข้าไป55)แต่มีออร่าผู้นำเต็มร้อย<3



โดย: อป (apple_cinnamon ) วันที่: 19 สิงหาคม 2554 เวลา:18:56:08 น.  

 
เราอ่านเพลินเลยนะ..แม้จะรู้สึกเว่อร์ๆ ไปบ้าง
เพราะในตอนอ่าน คิดว่ากำลังอ่านการ์ตูนญี่ปุ่นตาหวาน
ในแบบฉบับนิยายเรื่องยาว....อะไรที่เว่อร์ ก็เลยมองข้ามมันไป


โดย: nikanda วันที่: 20 สิงหาคม 2554 เวลา:4:30:45 น.  

 
คุณอป > ตัวนำคือนางเอกค่ะ ความจริงรู้สึกว่าพระรองเด่นกว่าพระเอกอีก ส่วนพระเอกให้อารมณ์ประมาณ คีนู รีฟ ตอนหนุ่มมากน่ะค่ะ แบบว่าแสดงไม่เอาไหน แต่เหมาะสำหรับจับแต่งชุดดำ ดูหล่อๆ เป็นอาหารตา

คุณ nikanda > อยากอ่านเป็นการ์ตูนมากกว่าค่ะ คงสนุกดี โดยเฉพาะตอนระเบิด แต่พอเป็นตัวอักษร เลยคิดมากเกิน


โดย: jackfruit_k วันที่: 20 สิงหาคม 2554 เวลา:6:52:20 น.  

 
อ่านแล้วนึกถึงการ์ตูนของmayu shinjo


โดย: Yok_Cartoon วันที่: 21 สิงหาคม 2554 เวลา:21:34:08 น.  

 
ตอนอ่านปกหลัง หวานเย็นบอกกับตัวเองไว้ว่าต้องเก็บเงินซื้อให้ได้ เพราะชอบเป็นพิเศษกับนิยายที่มีนางเอกฉลาด ๆ แต่พอได้อ่านรีวิวของคุณ Anmai กับ คุณ jackfruit_k แล้วลังเลค่ะ ไม่รู้ว่าตกลงจะอ่านดีมั้ยน้า

ที่สำคัญ... หวานเย็นลองคิดแบบฮา ๆ เอาเองว่าชื่อ หลินหลานเซ่อ น่าจะมีที่มาจากความเซ่อในการเลือกใช้คนก็ได้ค่ะ ถึงได้กล้าใช้เด็กอายุ 17 ปีไปเจรจาการค้าที่สำคัญมาก ๆ และหวังผลสูง


โดย: หวานเย็นผสมโซดา วันที่: 22 สิงหาคม 2554 เวลา:14:30:42 น.  

 
คุณหวานเย็นผสมโซดา > เรื่องชื่อพระเอกนี่สงสัยเอาเสียงมาเท่านั้นล่ะค่ะ ดูเหมือนผู้แต่งไม่ได้ระวังเท่าไหร่ ขนาดตอนสุดท้ายที่แต่งงานยังบอกว่านางเอกเปลี่ยนนามสกุลเป็นฝ่ายชายตามกฎหมาย ทั้งๆ ที่ทั่วไปไม่เห็นสาวจีนจะเปลี่ยนแซ่เลยนะคะ



โดย: jackfruit_k วันที่: 30 สิงหาคม 2554 เวลา:17:32:15 น.  

 
ตามความคิดเห็นส่วนตัวนะ

นิยายที่มีช่องโหว่หรืออาจจะไม่สมจริง อาจเป็นส่วนที่ทำให้เนื้อเรื่องน่าสนใจมากขึ้น พูดตามตรง เรายังไม่เคยเห็นนิยายเรื่องไหนอิงความเป็นจริงทุกอย่างเลย ทั้งแนวรักและแนวแฟนตาซี ถึงแม้นิยายเรื่องนี้อาจจะมีส่วนที่ไม่สมจริงไปบ้าง แต่เนื้อเรื่องก็มีความสนุกสนานจนทำให้เรามองข้ามส่วนที่ไม่อิงตามหลักความเป็นจริง แต่ว่าเราก็คิดว่ามันเป็นเรื่องที่สนุกมากๆ เราประทับใจเรื่องคิวบิกมากจริงๆ การอ่านนิยายคงไม่ใช่ว่าต้องมานั่งจับผิดทุกเรื่อง ทุกอย่างในโลกนี้คงไม่มีคำว่าสมบูรณ์แบบ ถ้าชอบความเป็นจริง เราก็สนุกกับการใช้ชีวิตในโลกความเป็นจริงดีกว่า นิยายคงหาความเป็นจริงยากไปสักหน่อย เพราะนิยายก็คือนิยาย
ป.ล. ถ้าไม่ชอบเรื่องนี้ก็ไม่ต้องอ่านดีกว่า เราว่ามันจะสบายใจมากกว่านะ


โดย: คนรักนิยาย IP: 58.9.149.34 วันที่: 8 ตุลาคม 2554 เวลา:22:24:23 น.  

 
ขอต่อนะคะ

"ชอบให้นิยายมีตรรกะ ถ้านำเสนอแบบซีเรียสต้องมีความเป็นจริงสูง"

แน่ใจแล้วเหรอคะหลังจากที่อ่านมาว่านิยายเรื่องนี้ต้องการนำเสนอแบบซีเรียสตามแบบที่คุณว่ามา ตามความเห็นของเราเองที่ดูได้จากการบรรยายของเรื่องคิวบิกเป็นหนังสือที่ไม่ได้แสดงความซีเรียสขนาดนั้น(ตามที่ผู้แต่งระบุไว้เองคือเป็นซึ้งกินใจ) มันแสดงอารมณ์ความรู้สึกของตัวละครมากกว่าที่จะมานั่งคิดเลข คิดข้อลทางฟิสิกส์จนคนอ่านไม่เข้าใจ(ถ้าอยากอ่านอย่างนั้นแนะนำให้ซื้อหนังสือเรียนมาอ่าน จะเป๊ะกว่าไหม) มันเป็นความเห็นส่วนตัวรึปล่าว แล้วที่เอาไปเทียบกับการ์ตูนโชโจ มันไม่ใช่แนวของคิวบิกเลย อย่างเม้นบนๆที่คิดว่าจะเป็นเหมือนเรื่องมาเฟียที่เน้นแต่ฉากอย่างว่า และนางเอกบอบบางที่มีขายอยู่เกลื่อนขอบอกว่าเทียบกันไม่ติด
ขอพูดถึงผู้อ่านที่ยังไม่ได้อ่านและได้มาอ่านบทความนี้นะคะ ถ้าคุณบอกว่าที่คุณไม่อยากซื้อเพราะได้อ่านบทความนี้ที่บ่งบอกว่าผู้เขียนมีความรู้ และมีเหตุผลมากจนสามารถบอกความไม่สมเหตุสมผลของเรื่องได้ทุกตารางนิ้ว(จนเหมือนตอนอ่านไม่ได้รับรู้อารมณ์ความรู้สึกของตัวละครแต่ละตัวและเนื้อเรื่องเลยแม้แต่น้อย) ถ้าเกิดคุณตัดสินใจไม่อ่านเพราะเรื่องแค่นั้น และบอกว่าชอบเรื่องที่มันสมเหตุสมผล ขอบอกว่าคุณนั่นแหละที่ไม่มีเหตุผล แถมยังตัดสิน'หนังสือดีๆ'เพียงแค่คำบอกเล่าที่ขาดประเด็นสำคัญมากๆไป

ขอติงนิดนึงเรื่องการเขียนบทความนี้นะคะ คือที่คุณเอาเนื้อเรื่องทั้งหมดของคิวบิกมาสปอยกันต่อ อยากจะให้สปอยแบบมีประเด็นสำคัญมาด้วย ไม่ใช่บอกแค่ว่า ยกตัวอย่างนะคะ ที่บอกว่าพระเอกยกให้นางเอกมาเป็นผู้เจรจาธุรกิจกับพ่อค้าอาวุธเถื่อน พอเจ้าของบล็อคยกมาแค่นี้ทำให้ขาดประเด็นสำคัญไปและยังมาว่าผู้แต่งว่าไม่มีเหตุผลที่จะเอานางเอกมาเจรจา ซึ่งความจริงแล้วพระเอกเองก็มีเหตุผลมากกว่านั้นโดยที่พระเอกได้เห็นความสามารถในการเจรจาที่เคยทำสำเร็จมาซึ่งทำให้พระเอกทึ่ง รวมทั้งพระเอกยังประทับใจความสามารถในการต่อรองและการพูดที่เป็นผู้ใหญ่ของนางเอกมาก่อนแล้ว อีกทั้งยังมีเหตุผลเสริมอื่นๆอีกที่ทำให้เลือกคือถึงแม้พระเอกจะเจรจาเองหรือให้พรรคพวกไปเจรจา ก็ล้วนเป็นมาเฟียทั้งสิ้น ซึ่งคารอสนั้นเกลียดมาเฟียเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พระเอกจึงลอง'เสี่ยง' (ขอบอกว่าในนิยายก็บอกว่าเสี่ยงที่จะให้นางเอกทำอยู่แล้ว) ดั้งนั้นอยากจะให้แก่ไขที่ว่าเนื้อเรื่องในส่วนนี้ ถ้าครั้งต่อไปจะเขียนสปอยเรื่องที่เป็น"แนวซึ้งกินใจ" แบบนี้อีกขอให้เขียนถึงรายละเอียดปลีกย่อยด้วยนะคะ ไม่ใช่เขียนแต่หลักการ เหตุผล หรือฟิสิกส์ อยากให้บอกที่มาที่ไปของเหตุการณ์ต่างๆประกอบด้วย
ขอบคุณค่ะ




โดย: คนรักนิยาย IP: 58.9.149.34 วันที่: 9 ตุลาคม 2554 เวลา:15:24:34 น.  

 
ขอบอกว่า เรื่องนี้ซื้อแล้วไม่ผิดหวังแน่ๆ ค่ะ ชอบมาก ทั้งบุคลิกของตัวละครเอย การดำเนินเรื่องเอย และความสัมพันธ์ของตัวละคร ขอบอกว่า ไม่ผิดหวังแน่ๆค่ะ


โดย: vivi IP: 125.25.18.248 วันที่: 9 ตุลาคม 2554 เวลา:15:43:26 น.  

 
ขอถามหน่อยนะคะ
คำว่า 'อ่านไปได้นิดหน่อย' ของคุณน่ะ อ่านแค่ไหนคะ ? และคุณมองว่าในเรื่อง CUBIC นั้นอะไรคือจุดดึงดูดคะ ?

คุณคิดแค่ว่า 'นิยายต้องมีความสมจริงจึงจะดึงดูดคนอ่านได้เหรอคะ'
ถ้าคุณต้องการความสมจริงถึงเพียงนั้น ฉันขอแนะนำให้คุณไปอ่านหนังสือสารคดีดีกว่าค่ะ

แล้วที่คุณบอกว่าให้นางเอกไปเจรจากับพ่อค้าอาวุธเถื่อนโดยใช้เวลาแค่ ๕ ชั่วโมงน่ะ คุณคงไม่ได้อ่านกระมังคะว่า 'พระเอกต้องการให้นางเอกเป็นตัวล่อเท่านั้น ไม่ได้หวังว่านางเอกจะทำสำเร็จค่ะ'

ส่วนเรื่องเครื่องตรวจโลหะนี่คงต้องขอให้ผู้รู้มาชี้แจงแล้วล่ะค่ะ
ถ้าจะวิจารณ์จุดนี้คงต้องขอให้ช่วยชี้แจงถึงเครื่องตรวจโลหะทุกชนิด พร้อมวิธีการใช้และข้อจำกัดของแต่ละเครื่อง รวมถึงโลหะทุกชนิดที่มักจะมีในรถพยาบาลแล้วล่ะค่ะ ถ้าต้องการความสมจริงล่ะก็
ต้องดูด้วยว่ามีความเป็นไปได้ไหมว่า 'เครื่องตรวจโลหะในเรื่องที่เน้นตรวจโลหะเฉพาะนี่จะดังกับอะไรบ้าง' และคงต้องถามแล้วล่ะว่าในรถพยาบาลนั่นใช้โลหะอะไรบ้าง ทำไมเครื่องตรวจโลหะถึงไม่ดัง เพราะถ้าต่อให้อุปกรณ์ในรถนั้นมีแต่โลหะ แต่ถ้าไม่ใช่โลหะประเภทที่ระบุไว้เครื่องตรวจก็ไม่ดังหรอกค่ะ (ถ้าเครื่องมือมีคุณภาพน่ะนะ แต่ตำรวจสากลที่ลงทุนทำขนาดนี้จะใช้เครื่องตรวจโลหะธรรมดา ไม่มีคุณภาพในการตรวจหาอาวุธ เราว่านั่นก็ไม่สมเหตุสมผลล่ะ)

และในเรื่องที่ให้นางเอกเป็นคนขับรถ ไม่ใช่แค่คุณสมบัติที่คุณว่าหรอกค่ะ ก็แค่พระเอกเชื่อใจนางเอกเท่านั้น เนื่องด้วยพระเอกเรื่องนี้ก็มีปมอยู่เหมือนกัน ถ้าคุณอ่านเรื่องนี้ทั้งหมดคุณคงจะสามารถพิจารณาได้เอง
ส่วนเรื่องที่พอพระเอกรู้ว่าจะโดนปองร้ายให้อยู่ในบ้าน โอ้ แล้วธุรกิจที่จะเจรจาล่ะคะ ถ้ากลัวขนาดนั้นก็อย่าเป็นมาเฟียเลย และวันนั้นพระเอกมีธุรกิจสำคัญขนาดที่ไม่สามารถใช้ตัวแทนมาเจรจาแทนได้ค่ะ ไม่ใช่เดินรับลมชมธุรกิจข้างนอกบ้าน
ส่วนที่นางเอกแวะซื้ออาหารเช้า นางเอกก็ยังไม่รู้แน่ชัดด้วยซ้ำว่าพระเอกจะโดนปองร้ายวันนี้

จริงที่ว่าบางจุดนิยายเรื่องนี้จะขาดความสมจริงไปบ้าง ด้วยก็เพราะขาดข้อมูลบางส่วนที่ไม่สามารถครอบคลุมเนื้อหาทั้งหมดทุกตัวอักษร แต่ B 13 s.t. ซึ่งเป็นผู้แต่งก็รับฟังความคิดเห็นของคนอ่านที่เสนอแนะมาและมีการปรับแก้ก่อนส่งพิมพ์แล้ว ซึ่งถ้าคุณติดตามนิยายเรื่องนี้ผ่านทาง dek-d.com ตั้งแต่แรกคุณจะเห็นว่ามีทั้งนักศึกษาแพทย์ พยาบาล และแพทย์แผนทางเลือก รวมทั้งนักอ่านทั้งหลายคอยสะกิดเตือนบางเรื่องที่ไม่สมจริงนัก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นนักอ่านเองก็ทราบดีว่านิยายคือนิยาย และต้องการอ่านนิยายเพื่อความบันเทิง มิได้ต้องการความสมจริงขนาดอ่านสารคดีจึงอ่านทำให้มีบางจุดที่เผยความไม่สมจริงออกมา แต่นักอ่านก็ไม่ติติง เพราะคิดว่าถ้าจะเอาแต่ความสมจริงจนมัวแต่ติติงจนทำให้เสียอรรถรสในการอ่านที่นิยายซึ่งไม่ใช่จะมาขายแต่กลุ่มเฉพาะเหมือนตำราเรียนนั้นก็ไม่สมควร เพราะนิยายทำเพราะต้องการขายให้กับกลุ่มคนทั่วไปและสนองความต้องการรังสรรค์ผลงานของนักเขียน ไม่ใช้ตำราเรียนที่จ้องแต่จะขายผู้อ่านกลุ่มเฉพาะ

และโดยส่วนตัวแล้ว ข้าพเจ้าก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ติดตาม CUBIC มาโดยตลอด เพราะชอบและนิยมในคาแรคเตอร์ของตัวละคร ซึ่งอาจต้องยอมรับว่า CUBIC เป็นนิยายที่มีคำผิดเยอะ แต่ข้าพเจ้าคิดว่าทำใจรับได้ เพราะสำหรับข้าพเจ้าเสน่ห์ของ CUBIC อยู่ที่ตัวละครและการดำเนินเรื่องค่ะ


โดย: Naruko IP: 125.25.144.136 วันที่: 9 ตุลาคม 2554 เวลา:18:25:39 น.  

 
ชอบเรื่องนี้แบบหลุดโลกไปเลยค่ะ ทันทีที่เห็นวางขายก็รีบ นำออกจากชั้นที่ร้าน มาวางชั้นสะสมของตัวเองแทน แล้วก็มองมันด้วยความปราบปลื้มสุดชีวิต....

ชอบการเดินเรื่องของเรื่องนี้มากเลยค่ะ ไม่ว่าจะอ่านหยุดที่ตอนไหนก็ ค้างงงงงงงงงทุกตอน (ควรจะยินดีไหมเนี่ย U_U )

อ่านแล้ว คนอ่านเกิดอาการ

ศรัทธา(*0*) ปลื้ม(o_0) ในตัวผู้แต่งสุดยอด เขียนได้สุดยอดไปเลยค่ะ


โดย: Mi Ni Min IP: 110.77.250.81 วันที่: 9 ตุลาคม 2554 เวลา:18:40:29 น.  

 
ไม่แปลกหรอกค่ะ ที่นิยายเรื่องหนึ่งจะมีทั้งผู้ที่ชื่นชอบและผู้ที่ไม่ชื่นชม

แต่การวิจารณ์หนังสือโดยที่อ่านยังไม่จบ สำหรับเราก็เหมือนการวิจารณ์ไวน์ โดยแค่การดูสีไวน์ และอาจจะยังมิได้ดมกลิ่นไวน์ ยังมิได้ลิ้มรสไวน์ แล้วคุณจะทราบได้อย่างไรว่า สิ่งนั้นดีหรือไม่ดีแค่ไหน ถ้าคุณยังไม่ได้ไปสัมผัสกับมันจริงๆ

และข้าพเจ้าคิดว่า หากจะตัดสินหนังสือเล่มใดว่าดีหรือไม่ คุณควรอ่านหนังสือเล่มนั้นจนจบซะก่อน ไม่ใช่แค่ตัดหรือคัดเลือกมาอ่านแค่บางตอนแล้วตัดสินชี้คุณค่าของหนังสือ มิฉะนั้นมันจะไม่เป็นการด่วนสรุปเกินไปหรือคะ?


โดย: Naruko IP: 125.25.144.136 วันที่: 9 ตุลาคม 2554 เวลา:18:52:42 น.  

 
ไม่รู้สินะ แต่สำหรับเรา อ่านแล้วไม่เครียดอ่ะ ไม่เบื่อเลยอ่ะ แทบไม่อยากจะวาง ไม่เสียดายตังค์ที่ซื้อไปเลย


โดย: hahahuhu IP: 223.204.202.12 วันที่: 9 ตุลาคม 2554 เวลา:19:52:01 น.  

 
มีคนชอบก็ต้องมีคนเกลียดไม่ว่ากัน ใครชอบแบบไหนก็อ่านๆไป ไม่ชอบก็เก็บเอาไว้ แล้วแต่รสนิยมของแต่ละบุคคล อย่าได้มีการเสียดสีกันเลย นิยายก็คือนิยาย ความจริงก็คือความจริง ขอบคุณค่ะ


โดย: ต้นหอม IP: 125.24.150.135 วันที่: 9 ตุลาคม 2554 เวลา:20:01:42 น.  

 
ขอต่ออีกนิดนะคะ
ถ้าคุณมีนิยายที่มีการนำเสนอแบบซีเรียส มีตรรกะ มีความเป็นจริงสูง ไม่มั่วตัวเลข อ่านแล้วสนุก อย่างที่คุณถูกโฉลกด้วย
ขอความกรุณา นำมาบอกกันด้วย อาจจะโพสที่บล็อกคุณหรือโพสที่ http://my.dek-d.com/whale2648/ ของ Monkey_D_Whale ด้วยค่ะ


โดย: คนรักนิยาย IP: 58.9.149.34 วันที่: 9 ตุลาคม 2554 เวลา:20:16:55 น.  

 
มาลงชื่อเสียดายแทนกับคนที่อ่านบทวิจารณ์นี้แล้วเลือกที่จะไม่อ่านหนังสือเล่มนี้ค่ะ เพราะว่าคุณจะพลาดหนังสือดีๆ สนุก เร้าใจ น่าติดตาม และแทบวางไม่ลงไปเรื่องนึงทีเดียวเชียวค่ะ

อ้อ กับความเห็นที่ว่าเรื่องนี้ทำให้นึกถึงการ์ตูนของ Shojo Mayu นี่ขอค้านอย่างแรงค่ะ เพราะว่ามันคนละแนว คนละขั้่่ว กันอย่างสุดๆ เลย เอามาเทียบกันไม่ได้เพราะจัดอยู่คนละประเภทค่ะ อีกอย่างแนวของนักเขียนการ์ตูนท่านนี้เท่าที่เคยเปิดอ่านมา จะออกแนวสื่อไปทางเรื่องบนเตียงซะเยอะ ซึ่งตัวเองจะปิดทิ้งและถ้าเห็นชื่อนักเขียนคนนี้ก็แทบจะไม่ซื้อเลย ซึ่งในคิวบิคนั้นไม่ได้มีเรื่องแบบนี้มาเป็นประเด็นทำให้หนังสือน่าดึงดูดเลยค่ะ

เนื่อเรื่องของคิวบิคนั้นมีสเน่ห์ และน่าติดตามได้อย่างเหลือเชื่อ มีไคลแมกซ์ของเรื่องที่ตื่นเต้นเร้าใจแทบจะเกือบทุกตอน อ่านแล้วได้ลุ้นตลอดเรื่อง แคแรคเตอร์ของตัวละครแต่ละตัวนั้นก็มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองและมีสเน่ห์ เป็นเรื่องที่อ่านแล้ว ไม่รุ้สึกว่ามีตัวละครตัวไหนที่ทำให้เกลียด แม้แต่ตัวร้ายที่สุดของเรื่องก็ตาม

ก็อยากเป็นอีกความเห็นนึง ที่ขอให้คนที่มาอ่านบทวิจารณ์นี้ ได้ลองพิจารณาใหม่และตัดสินใจด้วยตัวเองอีกครั้งนะคะ ว่าหนังสือเล่มนี้น่าจะได้ลองที่จะอ่านดูด้วยตัวเองไหม


โดย: Cheri Neko IP: 178.190.70.91 วันที่: 9 ตุลาคม 2554 เวลา:20:21:10 น.  

 
อ่า.... เข้ามาด้วยความดีใจว่าจะเป็น blog ชื่นชม ... ไหงเป็นงี้ไปได้...
สนับสนุน คห.22ค่ะ ... เสียดายกับคนที่เข้ามาอ่านแล้วบอกว่าไม่อยากซื้อ....แต่ไม่เป็นไร ตอนนี้ก็หาตามแผงไม่เจอแล้วเหมือนกัน (หมดๆๆๆ )
อยากบอกว่า สองเล่มหนาๆ แต่ว่าอ่านไม่เบื่อซักหน้านึง ... จบแล้วยังค้างอยู่เลย ... ดีนะที่คุณแบงค์เค้ามีภาคปล่อยผีมาต่อแก้ค้าง ....


โดย: ago IP: 125.27.49.54 วันที่: 9 ตุลาคม 2554 เวลา:21:04:56 น.  

 
ไม่ได้มาถล่มนะคะ เรื่องเนื้อเรื่องอื่นๆในนิยายที่ส่งผลต่อความสมเหตุสมผลในเรื่องที่คุณจขบ.ไม่ได้กล่าวถึงคุณคนรักนิยายกับคุณnarukoก็พูดไปแล้ว ดังนั้นไม่ขอพูดซ้ำค่ะ

แค่อยากให้คนที่กำลังตัดสินใจว่าจะซื้อลองเปิดอ่านบทแรกดูก่อนค่ะ แค่บทเดียวไม่น่าจะกินเวลามาก หลังจากนั้นคุณค่อยตัดสินใจว่าจะซื้อหรือไม่

คนเราต่างคนต่างความคิด มุมมองต่อเรื่องในด้านต่างๆ และความละเอียดในการอ่านก็ต่างกันค่ะ การอ่านผ่านๆคร่าวๆจับแต่ประเด็นกับการอ่านแบบละเอียดให้อรรถรสต่างกัน ฉากเดียวกันอาจมองคนละมุม นิยายเล่มเดียวกันบางคนอ่านอาจจะไม่ชอบ บางคนอาจจะชอบ บางคนอาจจะรักไปเลยก็ได้

สำหรับเรา เรารักนิยายเรื่องนี้ค่ะ เรื่องนี้เป็นนิยายที่ยกระดับนิยายแนวมาเฟียที่คิดว่าจะมีแต่นางเอกบอบบางกับเรื่องอย่างว่า ในเรื่องนี้นางเอกสุดยอดมากๆ ทั้งวิธีการคิด การพูด การแสดงออก ไหวพริบ การเอาตัวรอด การมองโลก การแก้ปัญหาแต่ละครั้งก็เป็นแผนที่เหนือความคาดหมายของเรา ฉากบู๊ก็ตื่นเต้นลุ้นระทึก ฉากหวานก็ซึ้งกินใจ (มีแค่คำพูดไม่กี่ประโยคกับการกระทำเล็กน้อย ไม่ถึงจูบด้วยซ้ำแต่ทำให้เราคิดว่าหวานได้ขนาดนี้)

ดังนั้นขอให้คนที่กำลังจะซื้อลองอ่านผ่านมุมมองของคุณเองก่อน อย่าพึ่งเชื่อเต็มร้อยกับนิยายผ่านมุมมองของคนอื่นนะคะ

เราไม่อยากให้คุณพลาดนิยายดีดีเรื่องนึงไปน่ะค่ะ

มันน่าเสียดาย

ปล.ขอออกตัวว่าไม่ได้ว่าจขบ.พูดไม่จริงนะคะ สิ่งที่พูดมาเป็นความจริงแต่แค่ส่วนหนึ่งของความจริงค่ะ ซึ่งต้องประกอบกับความจริงอีกส่วนจึงจะสมบูรณ์ ส่วนเรื่องมุมมองของจขบ.ก็อย่างที่บอกค่ะ ต่างคนต่างมุมมอง


โดย: maiiszy IP: 124.121.133.122 วันที่: 9 ตุลาคม 2554 เวลา:22:06:01 น.  

 
เป็นแฟนนิยายคนนึงของเรื่องนี้ค่ะ
บอกตรงๆ ว่าตัวเราเองไม่ทราบว่าข้อเสียมีมากน้อยยังไงอย่างที่จขบ. บอกมา แต่เราเองเชื่อว่าความดีความสนุกของนิยายเรื่องนี้จะกลบเรื่องพวกนั้นไปจนหมดแน่นอนค่ะ เราว่าเรื่องนี้นอกจากความบู๊ที่จขบ. ยกมาส่วนที่อ่านแล้วรู้สึกดีๆน่าจะเป็นความสัมพันธ์ของตัวละครมากกว่านะคะ เราว่าเป็นนิยายที่อ่านแล้วเป็นแนวฟีลกู๊ดมากๆเรื่องนึง เพราะไม่มีตัวร้ายที่ร้ายๆๆๆๆ ให้อ่านจนรำคาญหูรำคาญตาน่ะค่ะ ไม่รู้จะพูดยังไง แต่อยากให้ลองเปิดใจอ่านดูนะคะสำหรับคนอื่นๆ ที่ยังไม่ทันอ่านก็หมดกำลังใจซะแล้ว


โดย: Tms IP: 180.214.216.168 วันที่: 9 ตุลาคม 2554 เวลา:22:17:56 น.  

 
ขอโทษนะคะ คุณคนที่โพสบทความนี้ ดิฉันขอต่อว่านิดนิงที่คุณอ่านไม่จบแถมเก็บรายละเอียดไม่ดีไม่ครบ เม้นตกจุดที่สำคัญๆ ไปอย่างมหาศาล โดยรวมแล้วคนที่วิจาร์นบทความข้างต้นนี้ถือว่าวิจาร์นได้ไม่ตรงกับเนื้อเรื่องในนิยายที่เขียน คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงไปหมด เหมือนคุณ คนอ่านคนนี้สมองคิดตามนิยายเรืองนี้ไม่ทัน อย่างว่าคุณตกรายละเอียดที่สำคัญเยอะมาก ที่หลานเซ่อ ใช้นาคที่เป็นนางเอกติดต่อธูรกิจกับ พ่อค้าอาวุธเถื่อนระดับโลกนั้น เพราะพ่อค้าคนนั้นไม่ชอบมาเฟีย ให้มาเฟียมาติดต่อยังไงก็ไม่ได้ร่วมทุนแน่ และที่นางเอก ได้รับงานนี้เพราะเธอเคยติดต่อทำการค้ากับต่างชาติ สามครั้ง แต่สำเร็จเพียง หนึ่ง ครั้ง โดยใช้เงื่อนไขเดิมกับ สอง ครั้งแรกที่เสนอชาวต่างชาติไป ( นี่แหละ คือ เหตูผลที่ หลินหลานเซ่อ ใช้เด็กคนนี้ เพียงแค่ลองดูเท่านั้น และไม่คิดว่า นางเอกจะทำได้ ในอีกแง่ หลานเซ่อใช้แค่เธอเป็นตัวล่อ ทำให้เธอ เป็นที่สนใจจนทำให้คนรอบข้างลืมไปว่า งานครั้งนี้ เป็นงานที่เค้าจะใช้เซนต์สัญญากับพ่อค้าอาวุธเถื่อนระดับโลก ) คุณ จขบ. ค่ะ คุณตามนิยายเรื่องนี้ไม่ทันจริงๆ คะ ขอโทษด้วยนี่ไม่ได้ต่อว่านะแต่มันขัดใจ ( เหมือนไม่ได้ศัพท์จับมากระเดียด ) คนที่เค้าไม่ชอบอ่านนิยายแนวนี้แล้วไม่อ่าน ยังดีซะกว่าคนที่อ่านแล้วเก็บรายละเอียดสำคัญอะไรไม่ได้ มันทำให้รู้สึกเสียดายที่คนๆหนึ่งที่ไม่รู้อะไรเลย มาทำให้คนที่ยังไม่เคยสัมผัสนวนิยายเรื่องนี้เขว่เขวไป... ไม่ได้ว่านะคะแต่แค่รูสึก แล้วอีกอย่าง คุณกล้าวิจาร์นชื่อ หลิน หลานเซ่อ โดยที่ไม่รู้ความหมายของมันเลย ... มันไม่ใช่ตาเซ่อที่ไหนหรอกนะ แต่มันแปลว่า ผู้ยิ่งใหญ่น่ะ นี่คุณแสดงความเห็นที่ไม่ค่อยจะฉลาดนัก ให้คนอื่นๆได้อ่าน ไม่ได้อยากต่อว่านะ แต่มันเป็นความจริงนี่ซิ ทำไงได้ล่ะ


โดย: RoseLoveYuki IP: 223.206.56.240 วันที่: 9 ตุลาคม 2554 เวลา:22:56:44 น.  

 
อืม คุณ จขบ. ค่ะ ทำไมไม่แต่งนิยายเองล่ะ คือว่าอยากอ่านนิยายที่สมบูรณ์แบบและสมจริงที่สุดน่ะ คิดว่าถ้าเป็นคุณคงจะแต่งได้ไม่ยาก ใช่มั้ยคะ ลองแต่งดูสิค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ
แล้วส่งมาให้อ่านกันบ้างนะคะ

http://my.dek-d.com/roseloveyuki/


โดย: RoseLoveYuki IP: 223.206.56.240 วันที่: 9 ตุลาคม 2554 เวลา:23:24:04 น.  

 
ไม่รู้สินะ ว่าเจ้าของบ้านคิดยังไง ต่างคนก็ต่างจิตต่างใจ แต่ถ้าเราไม่เคยอ่านเรื่องนี้ แล้วมาอ่านคำวิจารณ์ของเจ้าของบ้าน เราก็คงไม่อยากอ่านคิวบิกเหมือนกัน แต่โชคดีที่เราอ่านเรื่องนี้จบแล้ว แถมตอนนี้ยังติดภาคผีเข้างอมแงมซะด้วย ไม่อย่างนั้นเราคงพลาดนิยายดีๆสนุกๆเรื่องนี้ไป เราชอบเรื่องนี้มากกกก อ่านแบบวางไม่ลงเลยอ่ะ ปกติจะเป็นคนอ่านนิยายช้า แต่เรื่องนี้สองเล่มจบ เราอ่านเร็วมาก อ่านแบบเก็บรายละเอียด ไม่ใช่อ่านแบบผ่านๆหรืออ่านไปแค่นิดหน่อย เมื่ออ่านจบแล้วจะรู้ว่าเรื่องนี้สุดยอดมาก เรานับถือ คนแต่งมาก การ์ตูนของชินโจ มายู เราก็ชอบอ่านนะ แต่ว่าอย่าเอานิยายกับการ์ตูนไปเทียบกันเลย มันคนล่ะอารมณ์กันอ่ะ คิวบิกเรายกให้เป็นนิยายที่ซื้อแล้วคุ้มเงินสุดๆ


โดย: kkk IP: 202.28.182.5 วันที่: 10 ตุลาคม 2554 เวลา:1:13:35 น.  

 
ความคิดเห็นส่วนตัว ที่(น่าจะ)โดนใจหลายๆคน 555555
คงรับได้นะคะถ้าจะขอวิเคราะห์คุณ บ้าง (มันเป็นสัจจะธรรมของโลกค่ะ ในเมื่อมีคนเริ่มก็ต้องมีคนสานต่อ) เหมือนคุณที่วิเคราะห์คนอื่นเขา ฉันจะขอวิเคราะห์คุณบ้าง (ผลจะออกมาเป็นยังไงมันขึ้งอยู่ที่คุณวิเคราะห์แล้วแหละ)
สำหรับคนที่บอกว่า อ่านไปได้นิดหน่อยก็บอกว่านี่เป็นการ์ตูนโชโจมาเฟียในรูปแบบนิยายนี่นา ความน่าจะเป็นต่ำและการขาดสามัญสำนึกในเรื่องของขนาดและหน่วยทางฟิสิกส์อย่างรุนแรง อยากบอกว่าถ้าจะแต่งนิยายโดยอิงจากเรื่องจริงมันก็แต่งได้ แล้วคุณไม่คิดว่ามันน่าเบื่อไปหน่อยหรอ...ที่ต้องหาเหตุและผลอะไรสักอย่างเพื่อให้มันมีความเป็นไปได้ ความน่าจะเป็น เปอร์เซ็นต์ที่จะเกิดได้ อะไรทั้งหลายแหล แค่เห็นก็แทบจะเลิกอ่านแล้ว (คิดได้ไง -_-; )
ชื่อมันก็บอกอยู่ว่านิยาย เค้าแต่มาให้คนอ่านสนุกไม่ได้แต่ให้คนอ่านเครียด นิยายมันเป็นหมวดๆหนึ่งที่แต่โดยการใช้จินตนาการแล้วแต่ว่าคนแต่จะสอดแทรกเกร็ดความรู้เข้าไปหรือไม่เท่านั้นเอง นิยายมันเป็นหนังสืออ่านนอกเวลา ไม่ใช่หนังสือหลักสูตรการเรียนนะที่จะมี ความน่าจะเป็น ขนาดและหน่วยทางฟิสิกส์นะ จะได้เอามันเข้ามาเกี่ยวมากมายขนาดนี่นะแค่มีสาระความรู้พื้นฐานก็พอ เช่น การต่อกระดูขาต้องใช้โลหะอะไรแค่นั้นก็พอไม่ต้องเจาะลึกขนาดนั้น -_-
แล้วที่บอกว่า ไม่ค่อยมีจินตนาการสักเท่าไรนะเรื่องอื่นมันมีมากกว่านี้ป่ะละ เห็นแต่ละเรื่องๆ มันก็พล็อตเดิมพล็อตเดียวกันหมดนั้นแหละ (อ่านจนเบื่อ =_= ) มีเรื่องนี้แหละที่แวกแนวมาเฟียที่สุดแล้วทั้งตัวเอก ทั้งตัวรอง
และที่บอกว่ามันเวอร์จนทนไม่ได้เนี่ยเค้าไม่เรียกว่าจินตนาการจนคุณคิดไม่ถึงเหรอ แล้วมาบอกว่าไม่มีจิตนาการส่วนตัว ถ้ามันไม่ส่วนตัวแล้วทำไมคุณถึงคิดไม่ได้อ่ะ ข้อถามหน่อย ถ้ามันไม่เวอร์ไม่ทำให้น่าดึงดูดแล้วใครมันจะไปอ่าน(ว่ะ)
แล้วที่บอกว่า ในขณะที่นิยายมีแต่ตัวอักษร ทำให้ต้องสร้างภาพออกมาเอง ด้วยจินตนาการส่วนตัว คุณเป็นคนบอกเองว่าจินตนาการไม่ถึงแล้วจะมาบ่นหา (พระแสงง้าง)อะไรค่ะ (ก็คนอื่นเขาจินตนาการถึงอ่ะ)
แล้วที่คุณดูจากการที่งานของนางเอกแล้วเมื่อไรจะใช้หนี้หมด มีทั้งค่าเล่าเรียนค่าใช้จ่ายต่างๆอีก ขอบอกเลยนะคะว่านี้มันเป็นนิยายค่ะนิยาย...ไม่ใช้บันทึกชีวิตประจำวันจะได้มีรายรับรายจ่ายค่าโน่นค่านี้บอกซะทุกอย่างนะ =_=;;
จะจริงจังอะไรกับนิยายขนาดน๊าน........ เฮฮาบ้างไรบ้างเหอะ จะเอาอะไรกะนิยายเขาเขียนให้อ่านสนุกมีเกร็ดความรู้ คติมาสอดแทรกบ้างก็ดีแล้ว
ไม่ใช่หนังสือสาระคดีชิวิตคนนะจะได้เป็นจิงเป็นจังไปซะทุกอย่าง แล้วไอ้เรื่องหลักการฟิสิกส์ สามัญสำนึก ความเป็นจริงสูงเนี๊ย เอามาทำม่าย ให้มันเครียดขึ้นไปอีกละค่า มีนิยายบ้านไหนเข้าเขียนบ้างอ่ะ เอามาลงให้อ่านบ้างดิถ้ามันสนุกจิงรัยจิงจะเม้นบอกให้นะค่า


อันนี้ส่วนตัวล้วนๆ
โดยส่วนตัวแล้วชอบเรื่องเรื่องนี้มากอ่ะ อ่านแล้วสนุกดีเป็นเรื่องแรกที่อ่านแล้วพล็อตเรื่องต่างออกไป เราเป็นคนอ่านได้ทุกแนวนะ และ CUBIC ก็เป็นเรื่องแรกที่อ่านแล้วชอบมากขนาดนี้
แล้วก็ที่วิเคราะห์ข้างบนนั้นนะเป็นอารมณ์ล้วนๆ และที่ คุณ บอกว่าไม่ถูโฉลกอย่าแรง ฉันก็ไม่ถูโฉลก....... เหมือนกันเข้าขั้นอารมณเสียเลยก็ว่าได้
ปล. ขอบคุณที่ทนอ่ามาจนถึงตอนนี่นะคะ.....ถ้าชอบก็กระทืบไลค์ให้ด้วย (ถ้ามีอ่ะนะ) 5555


โดย: แล้วแต่จะคิด IP: 182.232.242.167 วันที่: 10 ตุลาคม 2554 เวลา:1:40:15 น.  

 
ของติงนิดนึงนะคะ นิยายเรื่องคิวบิส นี่ ไม่เหมือนกับการ์ตูนเรื่องมาเฟียที่รักสักนิดเลยค่ะ ทั้งอารมณ์ เนื้อหา และการดำเนินเรื่อง มีเหมือนก็แต่ ตัวพระเอกเป็นมาเฟียเหมือนกัน

โดยส่วนตัวนะคะ

ตอนแรก อ่านคำวิจารณ์ของ จขบ ไปแล้ว ไม่อยากอ่านเรื่องคิวบิสเลยค่ะ แต่โชคดีมาก ที่ตัวเองได้อ่านเรื่องนี้มาก่อนที่ จะได้อ่านคำวิจารณ์ของ จขบ ค่ะ ทำให้ไม่พลาดนิยายดีๆ ไปอีกเรื่อง แล้วรู้สึกเสียใจแทน นักอ่านหลายท่าน ที่พอได้อ่านคำวิจารณ์ไปแล้ว คิดว่าเรื่องนี้ไม่น่าอ่าน เลยไม่ไปลองหามาอ่าน ทำให้พลาดไปได้นะคะ

สุดท้าย อยากฝากนิดนึงว่า ถ้าไม่ได้ลองอ่านเอง แค่อ่านคำวิจารณ์แล้วมาตัดสินเรื่องๆ นึงนี่ไม่ต่างไรจากคนหูเบาที่ฟังความข้างเดียวนะคะ อยากลองให้สัมผัสได้ด้วยตนเอง ว่า นิยายเรื่องนี้เป็นอย่างไร


โดย: vivi IP: 125.25.28.106 วันที่: 10 ตุลาคม 2554 เวลา:1:46:37 น.  

 
ต้องลองอ่านดูเอง อย่าเพิ่งหูเบากันได้ป๊ะ -0-

ขอบอกนิยายเรื่องนี้ "ตลาด" แค่ตรงพระเอกเป็นมาเฟีย

นอกนั้นไม่เหมือนใคร สนุก แถมตื่นเต้นดีออก

อย่าลืมว่าเราอ่านนิยายรัก ถ้าอยากเอาแบบ "ตึงเปรี๊ยะ"

หาอ่านพวกอิงการเมือง ประวัติศาสตร์
ที่คนเขียนเขา "ตั้งใจนำเสนอ" ส่วนสาระสำคัญข้อเท็จจริงไม่ให้ขาดตกบกพร่องดีกว่ามั๊ย??

แต่ถ้าจะอ่านนิยายแบบซีเรียสล่ะก็คงจะหานิยายสนุกๆอ่านได้ง่ายอยู่หร๊อกกก


โดย: อ่านจบ2รอบ IP: 61.19.66.185 วันที่: 10 ตุลาคม 2554 เวลา:2:28:29 น.  

 
สปินคิก(?)ใส่ปุ่มไลค์คห.26 กับ คห.29

เป๊ะ!! โดนใจมาก ซึ้งสุดๆมีคนพูดแทนความในใจ

ตอนแรกอ่านบล็อคแล้วเพลียใจจะชี้แจง(แบบว่ามันเยอะจัด)

รักที่สุ๊ด!!


โดย: อ่านจบ2รอบ IP: 61.19.66.185 วันที่: 10 ตุลาคม 2554 เวลา:2:43:54 น.  

 
ปล.นี่เราคิดไปเองรึเปล่า...รู้สึกว่าเจ้าของบล็อกนี้วิจารณ์หนังสือเรื่องไหนเนี่ย...แถบไม่เหลือชิ้นดีเลยนะ..จ๊ะ



โดย: ขออีกอันมันอดไม่ได้ IP: 61.19.66.185 วันที่: 10 ตุลาคม 2554 เวลา:2:47:52 น.  

 
อ้อ ลืมบอกอีกอย่างนะคะ ท่านหลิน หลานเซ่อ ไม่ใช่ หนุ่ม ม. ปลาย อายุ สิบกว่าๆ ค่ะ เพราะตอนในเล่ม อายุได้ 27 ปี แล้วค่ะ ส่วนข้อมูลด้านอื่นๆ มีเหล่า 'แฟนคลับ' ออกมาให้ข้มูลแล้วค่ะ คงไม่ต้องพูดถึงมาก


โดย: vivi IP: 125.25.28.106 วันที่: 10 ตุลาคม 2554 เวลา:7:53:11 น.  

 
คุณตกหล่นอีก อันนะคะ ปัจจุบัน ตอนที่นาคมาอยุ่กับหลานเซ่อ ไอคิวเธอก็ 153 ค่ะ ที่คุณ จขบ บอกเป็น 135 นี่เป็นต้นเรื่อง ถ้าคุณอ่านจบจริง คุณจะไม่พิมพ์เลขนี้แน่นอนค่ะ อันนี้บอกได้เลยว่า คุณยังอ่านไม่จบเล่มแล้วมาวิจารณ์นะคะ

ปกติ ไม่ค่อยจะได้อ่าน งานวิจารณ์สักเท่าไหร่ ก็เพราะ ว่า ถ้าเจอ งานจำพวก ยกยอว่าดีอย่างโน้น ดีอย่างนี้ สนุกยังงั้น แต่พอได้อ่านเข้าจริง มันสนุกตรงไหนเนี่ย เสียดายเงินมาก กับ อีกจำพวก คือ กะฉับเสียให้เละ ติตรงโน้นบ้าง ตรงนี้บ้าง แต่พอเอาเข้าจริง กับเป็นนิยายที่สนุก ไม่เสียดายเงินที่ซื้อ


โดย: vivi IP: 125.25.28.106 วันที่: 10 ตุลาคม 2554 เวลา:7:57:55 น.  

 
ลืม ปล ค่ะ หวังว่าคุณ จขบ จะไม่โกรธ 'พวกเรา' นะคะ ที่มาวิจารณ์ผลงานของคุณเช่นกัน เพราะนี่ก็เป็นอีก'ด้านหนึ่ง' เช่นกันที่คุณ จขบ ไม่ได้นำมาเสนอ พวกเราแค่อยากให้ 'ข้อเท็จจริง' อีกด้าน แก่ ผู้ที่ผ่านเข้ามาอ่านคำวิจารณ์ของ จขบ ได้รับทราบแล้วตัดสินใจใหม่ค่ะ


โดย: vivi IP: 125.25.28.106 วันที่: 10 ตุลาคม 2554 เวลา:8:29:30 น.  

 
เง่ออออ คุณจขบ.นี่ท่าจะเหนื่อยนะคะ จับผิดซะขนาดนั้น...เอาเป็นว่าจขบ.ลองตั้งใจอ่าน ตั้งใจซึมซับสิ่งที่ B 13 s.t เค้าต้องการจะสื่อดูก่อนดีรึเปล่าคะ แล้วจขบ.จะรู้ว่ามีอะไรดีมากกว่าเนื้อเรื่องหรือพล็อตเรื่องที่จขบ.ไม่ปลื้ม แต่ก่อนอื่น จขบ.ต้องลองเปิดใจก่อนน้า ว่าเนี่ยอะ "นิยาย" แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิง ใช่ อาจจะมีโอเวอร์บ้าง แต่เวียนคุงว่ามันอยู่ในฐานขอความเป็นจริงใช้ได้เลยน้า แล้วที่ดูๆมาเนี่ย จขบ.ไม่ถูกใจตรงที่อะไรมันจะเฟี้ยวฟ้าวขนาดนั้นใช่มะ คือ... ช่าย เวียนคุงก็เคยคิดค่ะ แต่เมื่อได้อ่านไปเรื่อยๆความกระจ่างมันก็ตามมาเรื่อยๆ มันเป็นอะไรที่สอดคล้องลงตัวกันมากเลยนะคะ ถ้าจะให้นิยายตามตรรกะ จขบ.หมายถึง"ชินเร"ปะคะ ถ้าเรื่องนั้นเวียนคุงติดตามหนึบเลยล่ะค่ะ มันก็เหมือนกันคือมีอัจฉริยะเหนืออายุ มีโอเวอร์เฟี้ยวฟ้าว แถมยังสนุกมากๆด้วย คนติดกันทั่วบ้านทั่วเมือง(รึเปล่า?)

ปล.ฝากถึงคนที่เห็นบล็อกนี้แล้วจะเลิกซื้อน่ะค่ะ ขอเถอะ don't judge a book by it's cover (เขียนถูกป่าวเนี่ย= ='') นี่คุณยังไม่เห็น cover คุณก็ตัดสินใจไม่ซื้อซะละ เอ้อ...เอาเถอะนะคะ 10 ปากว่าไม่เท่าตาเห็น ถ้าเป็นเวียนคุงเวียนคุงคงเสียใจน่าดู ที่นิยายที่เราอุตส่าห์ปั้นมันมากับมือต้องถูกดิสเครดิตโดยคำวิจารณ์เพียงบล็อกเดียว ลางเนื้อชอบลางยานะคะ

อ่า...สุดท้ายก็ฝากไว้ : คิวบิกมันสุกยอกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!


โดย: วิเวียน IP: 223.207.198.33 วันที่: 10 ตุลาคม 2554 เวลา:9:46:27 น.  

 
ตอนลงในเด็กดีไม่เคยอ่านเรื่องนี้ แต่ไปซื้อเป็นเล่มมาอ่าน
เราอ่านแล้วเราว่ามันสนุกมาก เสียดายแทนคนที่ไม่ซื้อมาอ่าน


โดย: Love IP: 210.1.5.88 วันที่: 10 ตุลาคม 2554 เวลา:11:45:03 น.  

 
เราคิดว่า มันก็เหมือนกับเราทานก๋วยเตี๋ยวนั่นแหละ
บางคนชอบ หวาน เปรี้ยว เผ็ด เค็ม มัน พอ ๆ กัน
บางคนเน้น หวาน
บางคนเน้น เปรี้ยว
บางคนเน้น เปรี้ยว เค็ม
บางคนเน้น หวาน เผ็ด
บางคนเน้น จืด
ฯลฯ
ใน คน ๆ เดียวกัน บางวัน ยังทานรสชาดต่างกันเลย
ยังไม่พอ ตอนเด็ก ชอบ กิน เส้นเล็ก โตมากันเส้นใหญ่ ตอนนี้ชอบเส้นหมี่ ฯลฯ
ฉะนั้น จะเอาความชอบส่วนตัวของตัวเอง ไปวิจารณ์ว่า ก๋วยเตี๋ยวถ้วยของคนอื่น รสชาดแย่ ก็ เ็ห็นจะฟังไม่ค่อยรื่นหู
แต่สำหรับเรา อ่านคิวบิก แล้ว ชอบ มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
และ***ไม่แคร์ด้วยว่า คนอื่นจะชอบหรือไม่*****
แคร์อย่างเดียวกลัวคนแต่งจะไม่แต่งต่อ ฮ่า ๆๆๆๆ


โดย: ppmay IP: 171.4.53.253 วันที่: 10 ตุลาคม 2554 เวลา:11:59:08 น.  

 
เอิ่ม...จขบ.คงโดนสับไปเยอะแ้ล้ว ผมไม่ซ้ำเติมแล้วกัน=w=" แค่จะมาบอกแบบสั้นๆง่ายๆ ในฐานะนักเขียนและนักวิจารณ์คนหนึ่ง(เช่นกัน) ...เพราะว่าผมเป็นทั้งนักเขียนเเละนักวิจารณ์ด้วย เลยเข้าใจความรู้สึกของทั้งคู่เป็นอย่างดี แต่...ในกรณีนี้ การวิจารณ์จริงๆจะไม่มีความชอบส่วนตัวมาลงเลยครับ แต่..ก็คงอย่างที่เขียนไว้ข้างต้นว่านี่เป็นรสนิยมของคุณเองล้วนๆ ผมเลยจะไม่ว่าอะไรมาก แต่ถ้าจะวิจารณ์ต่อไปในครั้งหน้า(แบบจริงจัง) ช่วยกรุณาอย่าเอาความรู้สึกส่วนตัวมาลงกับคำวิจารณ์นะครับ และที่สำคัญ การวิจารณ์ไม่ใช่การจับผิด เป็นแค่เพียงการมองในมุมมองของคนทั่วๆไป (หรือถ้าเป็นแบบเฉพาะก็ึคงต้องบอกว่าเป็นการส่วนตัว) ซึ่งนิยาย ก็คือนิยาย ไม่ใช่หนังสือสารคดีหรือประวัติศาสตร์ที่ให้พวกเรามานั่งจ้องจับผิดในประเด็นที่มันไม่จริงครับ...การเขียนนิยายเป็นงานที่ยากมาก ตั้งแต่การวางพล๊อต วางโครงเรื่อง สร้างตัวละคร ไปจนถึงการเขียนเรื่องให้สอดคล้องกับโครงที่เราวางไว้ รวมไปถึงการเกลาภาษาให้ออกมาสละสลวยเพื่อให้นักอ่านทั้งหลายได้เข้าใจกันง่ายๆ ดังนั้น ก่อนจะมาจ้องจับผิดใครหรือว่าวิจารณ์อะไรได้นั้น คุณต้องศึกษามาก่อนนะครับ ว่างานเขียนนั้น จริงๆแล้วมันยากเย็นแค่ไหน


โดย: kyo IP: 124.120.158.20 วันที่: 10 ตุลาคม 2554 เวลา:12:57:08 น.  

 
กดไลท์ให้ คุณ เคียวค่ะ เห็นด้วยอย่างแรงค่ะ สิ่งสำคัญของการเขียนอยุ่ที่ วางพล็อต การดำเนินเรื่อง ภาษา และ การดำเนินความสัมพันธ์กับตัวละคร นิยาย นะคะ ไม่ใช่หนังสือวิชาการ หรือ สารคดี ชีวประวัติคน

เอ หรือ จขบ คิดว่า ตัวเองกำลังอ่าน ชีวประวัติของหลานเซ่อ
อยู่เปล่าคะ

ปล หน้าบล็อกเพจนี้ hot มากค่ะ


โดย: vivi IP: 125.25.40.60 วันที่: 10 ตุลาคม 2554 เวลา:14:44:13 น.  

 
ค่ะ ได้อ่านปล.ของเจ้าของบล็อคแล้ว ขอบคุณนะคะที่มาต่อบทความเพื่อบอกให้ข้อคิดแก่คนอื่นว่าควรจะตัดสินใจ'เลือกซื้อ'กันเองดีกว่าเก็บความเห็นคนอื่นไปตัดสินใจ

แต่อยากจะขอขยายความที่จขบ.เขียนในปล.ไว้ไม่ชัดเจนเลยนะคะ(ซึ่งอาจทำให้คนอื่นเข้าใจผิด'อีกเรื่อง') ที่เขียนว่าแฟนนักอ่านนั้นโกรธจขบ. อยากให้เข้าใจว่าเราไม่ได้โกรธที่คุณ'ไม่ชอบ'คิวบิกนะคะ แต่โกรธที่คุณมาวิจารณ์อย่างไม่ชัดเจน ไม่มีเหตุผลที่ครบถ้วน เนื้อหาคลุมเครือ และยังใส่ความเห็นของตนเองว่าซ้ำลงไปตรงจุดนั้น(ทั้งๆที่มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นจริงซึ่งแฟนๆคนอื่นได้มาแก้ไขประเด็นที่ผิดๆแล้ว) ทำให้ผู้ที่ไม่เคยได้อ่านเข้าใจผิด และหมดความอยากอ่านไป นี่คือส่วนที่ทำให้เรารู้สึกไม่ดีเอามากๆ
ส่วนตัวแล้วความเห็นต่างๆ ก็ยินดีรับฟังทุกอันเช่นกันค่ะไม่ว่าชอบหรือไม่ แต่ก็ไม่อยากจะเห็นบทวิจารณ์หรือความเห็นที่ใส่ประเด็นไม่หมดจนทำให้คนอื่นพากันเข้าใจแบบผิดๆเช่นกันค่ะ
ปล.เหมือนบทเรียนแล้วกันนะคะว่าไม่ควรจะเลือกซื้อนิยายจากเพียง'มีคนแนะนำ' หรือมีคนไม่แนะนำค่ะ
ขอบคุณค่ะ



โดย: คนรักนิยาย IP: 58.9.149.34 วันที่: 10 ตุลาคม 2554 เวลา:17:02:39 น.  

 
คิวบิก - การ์ตูนโชโจมาเฟียในคราบนิยาย

แก้เหอะ ก็มันไม่ใช่อ่ะ คิวบิกมันโชโจตรงไหน(วะคะ)?

แค่พระเอกเป็นมาเฟียเท่านั้นก็กลายเป็นเลียนแบบโชโจเร๊อะ!

งั้นก็มีนิยายอีกเป็นพันๆเรื่องที่เลียนแบบโชโจงั้นสิ !?!?!


ในเมื่อมันไม่ถูกทำไมไม่แก้อ่ะ!

คนเห็นแล้วก็เข้าใจผิดๆกันหมดดิ!


โดย: กลับมาอีกครั้ง IP: 61.19.66.77 วันที่: 10 ตุลาคม 2554 เวลา:19:04:18 น.  

 
ต้องขอโทษอีกครั้งนะคะ นี่ขนาด คุณ จขบ. อ่านตั้งแต่หน้าแรกยันหน้าสุดท้ายแล้ว คุณวิจาร์นได้เหมือนคนอ่าน สองบรรทัด เว้น สองบรรทัด ไม่ก็เปิดผ่าน กับนิยายเรื่องนี้ถ้าจะอ่านแบบนี้อย่าเสียเงินซื้อเลยคะ ( เสียดายเงินแทนน่ะ ) เพราะดิฉันอ่านมาแล้ว ห้ารอบ เล่าให้ฟังทั้งเรื่องยังได้ คุณสปอยเหมือนไม่ได้อ่าน คุณรู้มั้ยว่าคนที่เค้ารู้รายละเอียด มันขัดใจนะ ไม่ใช่นิยายเรื่องนี้จะถูกวิจาร์นไม่ได้ วิจาร์นได้ จะสับแหลกแค่ไหนก็ได้ แต่ควรจะวิจาร์นให้อยู่ในพื้นฐานของเนื้อเรื่องจริงๆ ไม่ใช่การสปอยแบบฉาบฉวยตกรายละเอียดแบบนี้ นวนิยายเรื่องนี้มีแฟนคลับเยอะนะคะ คนที่ชอบส่วนใหญ่เป็นคนที่เก็บรายละเอียด และชอบที่จะซึมซับความรู้สึกของตัวละคร มีคนหลายคนที่วิจาร์นิยายเรื่องนี้ ทั้งแรง ( กว่าคุณ ) และมีเหตุผล (มากกว่าคุณ ) คิดเรื่องตรรกะความเป็นจริง หรือความน่าจะเป็นได้(มากกว่าคุณ ) และพวกเราที่เป็นแฟนคลับก็คิดตามบ้างไม่คิดตามบ้าง แล้วแต่คน คนเหล่านั้นเค้าวิจาร์นนิยายจริงๆ เพราะเค้าตั้งใจอ่านนิยายเรื่องนี้ คนแต่งก็พยามปรับปรุงตามที่แฟนคลับทุกคนเสนอ.. ตัวคนแต่งก็ไม่เคยว่านักวิจาร์นคนไหน หรือแม้แต่คำวิจาร์นนั้นจะเเรงแค่ไหนเลยนะคะ แค่ขอให้วิจาร์นเนื้อเรื่องที่ถูกต้องจริงๆ ก็จะไม่มีคนออกมาคอมเม้นติเตียนคุณหรอก.. ไม่ชอบคือไม่ชอบ แต่อย่าวิจาร์นแบบใช้อารมณ์ มั่วๆ คนอ่านอ่านแล้วรู้สึกแย่ในคำวิจาร์นของคุณ ทั้งที่นวนิยายเรื่องนี้ให้ครบทุกรสชาติ ขาดไปก็อย่างเดียวคือ ( มันไม่ติดเรทเลยแม้แต่นิดเดียว ) ทุกคนหวังดีกับคุณนะคะ คุณ จขบ. คนที่ออกมาติเตียนคุณคือคนที่อยากให้คุณมองทุกอย่างให้กว้างขึ้นไม่ใช่จำกัดความพอใจและไม่พอใจไว้ที่ตัวเอง เหมือนตัวเองเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่งและให้ทุกคนทำตามในสิ่งที่คุณคิดและสิ่งที่คุณชอบ หากคุณตัดความคิดที่เข้าข้างตัวเอง และวิจาร์นนิยายแต่ละเรื่องด้วยความเป็นกลางแค่นี้ คุณก็จะเป็นนักวิจาร์นที่คนหนึ่งแล้วนะคะ


โดย: RoseLoveYuki IP: 49.48.37.49 วันที่: 10 ตุลาคม 2554 เวลา:20:23:28 น.  

 
ออ.. อีกนิด ตรง ปล. น่ะค่ะ ดีนะคะที่ไม่วิจาร์นต่อ เพราะขืนอ่านต่อดิฉันคงได้หัวเราะ วิธีวิจาร์นที่... น่าทึ่ง อึ้ง และ งง ว่าตกลง มันอ่านจริงรึเปล่า (วะ) ดีแล้วคะอย่างที่คุณเม้นไว้ครั้งสุดท้ายว่าควรตัดสินใจเอง อย่างน้อยตอนนี้คุณก็มีเหตุที่ไม่ใช่อารมณ์ส่วนตัวเเบบออกแนวมั่วๆ ด้วย ในระดับนึงนะคะ พัฒนานะ ชม...


โดย: RoseLoveYuki IP: 49.48.37.49 วันที่: 10 ตุลาคม 2554 เวลา:20:50:32 น.  

 
ขออธิบายอะไรนิดนึงเรื่อง ภาษาจีน และความหมายของชื่อตัวละคร
ชื่อ หลิน หลานเซ่อนี่ ไม่ได้มั่วเทียบเสียงเอาแบบลวกๆ นะคะ 林( หลิน ที่แปลว่า ป่า 蓝色 หลานเซ่อ นี่แปลว่าสีน้ำเงิน ในความหมายที่รู้กันคือ สีน้ำเงินเปรียบเสมือนความยิ่งใหญ่ ) ป่าสีน้ำเงินก็คือ ป่าที่ทั้งเงียบ สงบ เหมือนป่ายามโพล้เพล้ไม่ก็ป่ายามใกล้รุ่งที่แสงสว่างยังเล็ดลอดเข้ามาถึงได้ไม่ดีนัก เหมือนกับนิสัยของพระเอกเรืองนี้ที่ดูลึกลับ และยากแก่การเข้าถึง เหมือนห้องมืดที่ไม่มีไฟ ทำให้อยากรู้อยากสัมผัสว่าด้านในอันมืดมิดนั้นมีอะไร และตกแต่งภายในแบบไหน มีความรู้สึกแบบใดแฝงอยู่ ....

ที่เขียนไปนี่ความหมายมันก็ตรงตัวนะ ป่าที่ที่ยิ่งใหญ่ แต่เมื่อเทียบกับบุคลิกตัวละครทำให้บรรยายความหมายออกมาแบบนี้

ตัวละตัวอีกที่มีชื่อจีนก็มีความหมาย ทุกชื่อนะคะ แต่คงจะไม่พิมพ์บอกในนี้ เป็นการให้ข้อมูลในการวิจาร์นเพิ่มอีกหนึ่งเรื่องนะคะ จะได้วิจาร์นแบบรู้จริง


โดย: RoseLoveYuki IP: 49.48.37.49 วันที่: 10 ตุลาคม 2554 เวลา:21:26:20 น.  

 
อีกนิดนะเรื่องแช่ นางเอกเป็นคนที่ตายไปแล้ว การตั้งแช่ขึ้นมาใหม่ตามความเป็นจริง ดิฉันคิดว่ามันยุ่งยากนะคะ ในเมื่อจะแต่งงานกันแล้ว ใช้แช่เดียวกันไปเลยจะง่ายกว่ากันเยอะ และคงไม่มีในกฏหมายจีนข้อไหนที่บอกว่า ห้ามภรรยาใช้แช่ (นามสกุล 姓) ของสามี มั้งคะ


โดย: RoseLoveYuki IP: 49.48.37.49 วันที่: 10 ตุลาคม 2554 เวลา:21:37:01 น.  

 
ออกตัวก่อนค่ะว่าเป็นผู้ที่ติดตามคิวบิกก่อนตีพิมพ์ ฉะนั้นเราจึงได้เห็นอะไรหลายๆ อย่างที่นอกเหนือจากการอ่านเป็นรูปเล่มเพียงอย่างเดียว นั่นคือการได้อ่านความคิดเห็นของผู้อ่านหลายร้อย-พัน ว่าเขามีข้อคิดเห็นต่อเนื้อเรื่องแบบใด
อืม...นี่เป็นครั้งแรกที่เจอคนคิดว่า...มันช่างเป็นนิยายมาเฟียกับสาวน้อยใสซื่อตาหวานตามพล็อตตลาด! มันก็ไม่ผิดถ้าได้อ่านอย่างละเอียดแล้วค่อยสรุป ขอย้ำว่าอ่านนะคะ เพราะนั่นคือความคิดเห็นส่วนตัว
แต่นั่นหมายถึงนิยายเรื่องอื่นค่ะ เรื่องนี้นางเอกของเรามีเสน่ห์ที่ความอึดและสมองค่ะ

การที่คนเราได้อ่านนิยายเรื่องหนึ่งแล้วเข้าใจเนื้อเรื่องมากแค่ไหนดูได้จากการสรุปเรื่องยามที่เล่าเรื่องย่อๆ ให้ผู้อื่นฟัง แต่เท่าที่ดู เราคงได้อ่านนิยายมาคนละเนื้อเรื่องแต่ชื่อเรื่องและตัวละครตัวเดียวกันกระมังคะ

ขอโทษด้วยที่เผลอเข้ามาอ่าน เพราะนึกว่าเป็น'คิวบิก' เรื่องเดียวกับที่เราได้อ่านและหลงรักในเสน่ห์ของการดำเนินเนื้อเรื่องอย่างชาญฉลาดจนหมดใจ


โดย: coOnNumAy IP: 202.91.19.169 วันที่: 10 ตุลาคม 2554 เวลา:22:00:55 น.  

 
ขอพูดต่ออีกหน่อยถึงนักอ่านที่มาอ่านบทความนี้

คุณยัง'ไม่เคย'ได้อ่านนิยายเรื่องนี้เลยเพราะฉะนั้นคุณไม่มีสิทธิ์ที่จะมาพูดถึงแบบไร้เหตุผล
ทั้งที่ยังไม่ได้อ่าน ที่คุณบอกว่า'Shinjo Mayu ที่มีพระเอกอายุสิบปลายๆ เป็นเจ้าของบริษัท มาเฟีย หรือประเภทนั้น ไม่เข้าใจว่าจะอัจฉริยะกันไปถึงไหน จุดอ่อนไม่ค่อยมีนอกจากนางเอก' คุณยังไม่ได้อ่านแล้วเอาอะไรมาตัดสินว่ามันเหมือนหรือไม่เหมือน ก่อนที่คุณจะคอมเม้นคุณยังไม่ทันได้รูจักเรื่องนี้เลย แค่อ่านบทความนี้ก็รู้ว่านางเอกไม่ได้บอบบางเหมือนนางเอกนิยายมาเฟียทั่วไป หรือถ้าคุณตัดสินใจว่าเหมือนเพราะพระเอกเป็นมาเฟีย นั่นน่าจะเป็นเหตุผลของคุณมากกว่าที่คุณจะรับรู้ถึงเนื้อเรื่องจริงๆ

'หลินหลานเซ่อ น่าจะมีที่มาจากความเซ่อในการเลือกใช้คนก็ได้ค่ะ ถึงได้กล้าใช้เด็กอายุ 17 ปีไปเจรจาการค้าที่สำคัญมาก ๆ และหวังผลสูง'กับที่ว่า'เรื่องชื่อพระเอกนี่สงสัยเอาเสียงมาเท่านั้นล่ะค่ะ ดูเหมือนผู้แต่งไม่ได้ระวังเท่าไหร่'ทั้งสองข้อความนี้แสดงให้เห็นว่าคุณไม่ได้ใช้เหตุผลในการเขียน คุณได้อลงไปศึกษาภาษาจีนมาอย่างถี่ถ้วนแล้วรึยัง ว่ามันหมายความว่ายังไง การที่มาพูดโดยขาดหลักการ ความเป็นจริงของคุณมันคงไม่ดีสักเท่าไหร่โดยเฉพาะนักอ่านที่ยังไม่ทันได้อ่านแต่พออ่านบทความนี้แล้วออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งๆที่ไม่รู้ตื้นลึกหนาบางจริงๆของเรื่อง ก่อนที่จะแสดงความคิดเห็นออกมา ควรจะมีเหตุผล'ที่แท้จริงมารองรับนะคะ'

ขอบคุณค่ะ


โดย: คนรักนิยาย IP: 58.9.73.211 วันที่: 10 ตุลาคม 2554 เวลา:22:05:58 น.  

 
คน 1 คน

การทีเราจะคบหาหรือรู้จักใครสักคน
ไม่ว่าจะในฐานะอะไรก็ตาม
สิ่งหนึ่งที่ควรท่อง ควรจำไว้อยู่เสมอก็คือ

" คน " เป็นสิ่งมีชีวิต ที่มีทั้งด้านบวก และด้านลบ อยู่ในนั้น
อย่าตั้งใจกับคนหนึ่งคนมากเกินไป
เพราะไม่มีใครอยากเป็นต้นเหตุของความล้มเหลว

อย่าคาดหวังกับ คน 1 คนมากเกินไป
เพราะไม่มีใครสามารถเป็นทุกอย่าง ที่ทุกคนอยากให้เป็น

อย่าให้เวลากับคน 1 คนมากเกินไป
เพราะไม่ว่าใครก็อยากมีช่วงเวลาของความเป็นส่วนตัว....คนเดียว....

อย่าพยายามเปลี่ยนแปลงคน 1 คนมากเกินไป
เพราะนั่นจะทำให้เค้าไม่หลงเหลือความเป็นตัวของตัวเอง


อย่าควบคุมชีวิตคน 1 คนมากเกินไป
เพราะมนุษย์มักจะหาวิธีการแทรกตัว เพื่อออกมาจากกฎที่ถูกกำหนด

อย่าบีบบังคับคน 1 คนมากไปกว่านี้
เพราะถ้าคนๆ นั้น หลุดจากภาวะบีบบังคับมาได้
คุณจะกลายเป็นคนที่ถูกหักหลังได้ในทันที

เธอ. . .ลองมองดูฉันดีๆ ฉันมีลมหายใจ
ไม่ใช่ภาพวาด ที่จะสวยงามอยู่ตลอดเวลา
ฉันเองก็เป็น " คน " เป็นสิ่งมีชีวิตที่มี 2 ด้าน . . . เช่นกัน
...อยากรู้จักใครสักคน ต้องหัดเรียนรู้ไม่ใช่เปลี่ยนแปลง...


เน้นตรงนี้

อย่าคาดหวังกับ คน 1 คนมากเกินไป

เพราะไม่มีใครสามารถเป็นทุกอย่าง ที่ทุกคนอยากให้เป็น

หลังจากอ่านคอมเรื่องอื่นๆ ที่คุณเคยคอมเม้นมา และตัวดิฉันเองก็เคยอ่านนวนิยายเรื่องนั้น มาแล้ว รู้สึกว่าคุณจะคาดหวังกับนิยายเกืยบทุกเรื่อง หรือทุกเรื่อง สุดยอด สุดยอดมากจริงๆ ชื่นชมจากใจ

ที่ด้านบนนี่เอามาให้อ่านนะคะ รู้สึกว่ามีอะไรดีๆ แล้วอยากจะมาเล่าสู่กันฟังนะคะ ฮะๆๆ


โดย: RoseLoveYuki IP: 49.48.37.49 วันที่: 10 ตุลาคม 2554 เวลา:23:08:16 น.  

 
ได้ข่าวว่า จขบ. มาเพิ่มป.ล. ต่อ
ข้าพเจ้าขอชี้แจงนะคะ ในการแสดงความคิดเห็นที่ข้าพเจ้าได้ชี้แจงไปนั้น มิได้คิดจะโจมตีบทวิจารณ์นี้ค่ะ แค่ต้องการคำแจกแจงถึงความไม่สมจริงที่คุณอ้างถึงเท่านั้น และคิดว่าคุณยังนำเสนอจุดเด่นของ CUBIC ได้ไม่ครอบคลุม จึงต้องการแสดงความคิดเห็น เพื่อเป็นทางเลือกแก่คนที่อ่าน blog นี้ เพราะบางครั้งการอ่านคำวิจารณ์จากคนอื่นมากเกินไปแล้วทำให้ความตั้งใจไขว้เขวไปจากสิ่งที่ดีนั้นเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมากจริงๆ ค่ะ


โดย: Naruko IP: 101.109.208.122 วันที่: 11 ตุลาคม 2554 เวลา:0:08:52 น.  

 
รู้เหตุผลแล้วค่ะ ว่าทำไม บล็อกวิจารณ์+รีวิว บล็อกนี้ ถึงมีคอมเม้นในแต่ละบทความแค่ไม่กี่คน


โดย: vivi IP: 125.25.37.140 วันที่: 11 ตุลาคม 2554 เวลา:1:54:40 น.  

 
ถึงคุณคนวิจารณ์ ถ้าจะบอกว่าสงสารคุณก็น่าสงสารน่ะค่ะเพราะอยู่ดีๆ คุณก็วิจารณ์แบบหมดเปลือกของคุณเลย คุณน่าจะออมไว้บ้างน่ะ แฟนนิยายส่วนใหญ่ที่ซื้ออ่านหรือเขาอ่านทางบล็อกขอผู้แต่ง เขารอที่จะอ่านกันเป็นปีๆได้ แต่คุณมาวิจารณ์แค่วันเดียวคุณก็โดนถล่มเละแล้วอ่ะ คุณน่าจะรอเหมือนที่แฟนนิยายเข้ารอบ้าง คือรอให้นิยายผ่านไปซัก 1 ปีก่อนแล้วค่อยมาวิจารณ์ดีกว่าป่ะ เพราะออกมาวิจารณ์อย่างนี้มันดูไม่ดีเลย คนที่ซื้อหนังสือไปเขาจะคิดกับคุณอย่าไง สำหรับคุณๆ ไม่คิดหรอก เพราะคุณกล้าที่จะวิจารณ์ อย่างงี้เขาเรียกว่าด้านแล้วล่ะจริงไหม (ไม่ได้ว่าน่ะ แค่เอาตามความเป็นจริง ส่วนใหญ่ทั้งหนังหรือละครเขาก็จะรับได้หมด ถ้าจะมีอาชีพเป็นนักวิจารณ์) แต่สำหรับแฟนหนังสือเขาจะคิดกับคุณว่าอะไร และอีกอย่างสำหรับคนที่ไม่ได้อ่านแล้วบอกว่าไม่ซื้อ อันนั้นคุณจะตัดสินที่นิยายหรือคนวิจารณ์ให้คุณกัน คุณไม่มีความคิดของตนเองเลยหรอ คุณอ่าน ออกและแยกแยะออก คุณจะไปตามเขาทำไม ไม่ได้บอกให้คุณไปซื้อ แต่จะบอกว่าให้คุณคิดเอง ไม่ไช่ไปตามคนอื่นเขา ที่จะบอกก็มีแค่นี้ เราก็เป็นนักอ่าน แต่ไม่เคยวิจารณ์ใคร (ข้อความนี้เป็นข้อความแรก) อ่านแล้วอย่าไปซีเรียสกับมันเลย เพราะมันเป็นนิยาย


โดย: หมูกะปิ IP: 110.49.240.123 วันที่: 11 ตุลาคม 2554 เวลา:2:07:52 น.  

 
ไม่อยากจะกล่าวอะไรมาก เพราะว่า หลายหลายคนก็ได้มาเม้นท์ความที่อยากจะบอก จขบ. ไปแล้ว ฉันเป็นคนหนึ่งที่ติดตามคิวบิค ตั้งแต่ยังไม่ทันได้ทำเป็นเล่ม และได้เห็นถึงความพยายามในการช่วยเหลือกัน ของเหล่านักอ่าน ที่ต่างช่วยกันหาข้อมูลมาให้นักเขียน ได้พิจารณาเขียน ทั้งยังเคยเถียงกันเรื่องถังออกซิเจน แบบไม่จบไม่สิ้น กันอย่างเมามันส์ สนุกดีค่ะ^^

ถ้าจะให้พูดถึงเรื่องนิยาย ฉันว่า คิวบิค เป็นนวนิยายที่สนุกอีกเรื่องหนึ่ง ที่น่าซื้อเก็บเอาไว้อ่าน เท่าที่ดูจาก จขบ. ได้วิจารณ์นั้น ก็อย่างที่ว่า ยังตกไปอีกหลายหลายจุด ที่อยากให้ลองกลับเข้าไปอ่านและซึบซับในความรู้สึกของตัวละครในตอนนั้นนั้นอีกครั้ง เผื่อจะเข้าใจเหตุผลและความรู้สึกของตัวละครมากยิ่งขึ้น ว่าทำไมในตอนนั้นนั้นตัวละครนั้น ถึงตัดสินใจในการทำเช่นนั้น รู้สึกว่า นักเขียน เขาจะใส่เหตุและผลเอาไว้ให้อยู่

คุณ จขบ. เป็นคนที่เก่งนะค่ะ ที่สามารถจับผิดในหลายหลายเรื่องได้ ซึ่งฉันก็จับผิดได้เหมือนกันและคงจะมีหลายหลายคนที่จับได้และเคยสะกิดสะกิดไรเตอร์ไปแล้ว แต่รู้ไหมค่ะ ความสนุกของเรื่องมันกลบไปหมดมากกว่า 5555+
เอาเป็นว่า นิยายเรื่องนี้ มีเสน่ห์ตรงความสนุกของการดำเนินเนื้อเรื่อง กับ ตัวละครนะ

ใครที่ยังไม่ได้อ่าน ลองหยิบมาอ่านสักนิด แล้วจะหลงรักในตัวละครแต่ละคน และขอให้สนุกกับคิวบิค นะคะ


โดย: LiTle-Bit-LaW-O-NaNG IP: 110.49.226.110 วันที่: 11 ตุลาคม 2554 เวลา:2:31:21 น.  

 
ก็จะไม่ขอพิมพ์ไรมากแล้วกันนะค่ะ
เพราะรู้สึกว่า จขบ. จะโดนสับยับไปแล้ว
ตัวเราเองก็เป็นนักอ่านคนนึงที่ชอบนิยายเรื่องนี้มาก
ตอนแรกๆที่เราเริ่มอ่านนิยาย เราคิดจะอ่านเพื่อคลายเครียดจากการเรียนนะ ไม่ได้เพื่อหาข้อติแบบประมาณว่า
อุ๋ย!! ทำไมมันไม่สมจริง ทำไมไม่มีเหตุผลเลยอ่ะ คิดได้ยังไงใช้เด็กอายุ 17
นี่คุณขา มันเป็น"นิยาย"นะโว้ย แล้วเค้าก็บอกประเภทแล้วว่าซึ้งกินใจ มันเป็นนิยายคลายเครียด คุณจะไปนั่งจับผิดให้มันได้เรื่องอะไรขึ้นมา โชคดีจริงๆเลย ที่เราไม่ได้คิดอะไรๆแบบคุณ เพราะชาตินี้ทั้งชาติไปอ่านนิยายเรื่องไหนมันก้ไม่สนุกหรอก
อาเมน....


โดย: GiG@Jin IP: 124.120.41.137 วันที่: 11 ตุลาคม 2554 เวลา:10:16:29 น.  

 
เราว่านักอ่านคิวบิกน่าจะพอได้แล้วมั้ง เพราะตัวนักเขียนเองก็ออกมาพูดไปแล้วเรื่องนี้ ยังไงก็ขอเอาคำพูดของนักเขียนที่อ่านบล็อกแล้วมาลงหน่อย

คำตอบของ B 13 s.t ในความเห็นที่ 1469

" ไปอ่านบทวิจารณ์มาแล้ว แต่พี่ว่ามันก็ไม่แปลกนะ เพราะว่านิยายแต่ละเรื่องของพี่ทุกพล็อตมาจากการเป็นคิดพล็อตการ์ตูนอยู่แล้ว(อย่างที่บอกบ่อยๆ ว่าชอบเขียนการ์ตูนแต่ยังไม่ีปัญญาาเขียนการ์ตูนเรื่องยาว เลยแปลงมันเป็นตัวหนังสือลงเว็บ แค่โชคดีมีสนพ.มาติดต่อเลยคว้าโอกาสไว้ แค่นั้น) ดังนั้นถ้าเขาจะบอกว่าเวอร์ไม่สมจริง ยิ่งถ้าเขาชอบอ่านนิยายผู้ใหญ่ๆ ก็เป็นเรื่องปกติที่เขาจะไม่ชอบ(ซึ่งดูจากนิยายที่ จขบ. เขารีวิวแต่ละเรื่องก็บอกรสนิยมเขาอยู่แล้วว่าชอบนิยายประเภทไหน) เพราะพี่ตั้งใจเวอร์เนื้อเรื่องมันให้เป็นรูปแบบการ์ตูนอยู่แล้ว ให้อ่านแล้วเห็นภาพเป็นการ์ตูนในหัวเลยล่ะ แค่นักอ่านอ่านแล้วมันสนุก ไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อสังคม ไม่ป้อนยาพิษให้คนอ่าน หรือมากเกินไปจนน่าเกลียด พี่ก็ว่ามันก็ไม่เป็นปัญหาล่ะ ไม่ว่าจะวิจารณ์ยังไง เพราะเอาจริงๆ บทวิจารณ์รูปแบบนี้เป็นเรื่องที่คิดไว้แล้วว่าต้องเจอ เพราะพี่ก็รู้รูปแบบนิยายของตัวเองดีว่าเขียนมันออกมาในรูปแบบไหน เสียตรงไหนบ้างแย่ตรงไหนบ้าง และมีนักอ่านประเภทไหนที่รับได้รับไม่ได้ ดังนั้นพี่ว่าศึกษามันไว้เป็นบทเรียนและยอมรับคำวิจารณ์ไปดีกว่า เราจะเห็นด้วยไม่เห็นด้วยก็ยังเป็นสิทธิ์ของเรา แต่เราก็บอกว่าเขาผิดไม่ได้อยู่ดี เนื่องจากนั้นก็สิทธิ์ของเช่นกัน เพราะนิยายบางเรื่องพี่ก็อ่านไม่จบแล้วปิดมันและหยุดอ่านก่อนก็มีเยอะแยะ 555+ ไม่มีนิยาย การ์ตูน หนังเรื่องไหนไม่โดนวิจารณ์ ดังนั้นใจร่มๆ ครับ"

*****************

จากที่นักเขียนออกมาบอก ก็สุปง่ายๆ ว่ารับคำวิจารณ์ไว้แล้ว คิดว่าไม่มีเหตุอะไรที่ต้องโวยอีก เพราะยิ่งโวยคนที่ดูแย่น่ะนักเขียน ไม่ใช่นักอ่าน และจะพาลให้คนพาคิดว่าไม่มีสิทธิ์แตะนิยายที่คนอ่านเยอะๆ ได้เลยสินะ คราวนี้เป็นประเด็นใหม่อีก

เราคิดว่าประเด็นเรื่องนี้ มันมีปัญหาเดียวคือ จขบ. หยิบนิยายมาไม่ถูกจริตตัวเองเท่านั้นเอง เพราะจากที่เห็นนิยายแต่ละเรื่องที่ จขบ. รีวิวมา มันไม่ได้มีความใกล้เคียงกับ คิบบิกเลยแม้แต่น้อย ทั้งพล็อต ทั้งตัวละคร ธีมของเรื่อง การดำเนินเรื่อง ที่สำคัญ จขบ. ไม่ได้รู้ว่าตัวนักเขียนคนนี้ เป็นนักเขียนการ์ตูนด้วย และที่มาเขียนนิยายก็แค่อยากเขียนการ์ตูนเรื่องยาว แต่ทำไม่ได้ เลยมาแปลงสารเป็นนิยายลงเว็บ แค่มีสนพ.มาให้โอกาสเขาเลยคว้าไว้ ดังนั้นเลยไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะไม่รู้ว่า B 13 s.t จะคิดพล็อตจากการเป็นการ์ตูนมาลงเป็นนิยายทั้งหมด เลยรู้สึกว่าสิ่งที่อ่านจากคิวบิกนั้นมันคือการ์ตูนดีๆ ในคราบนิยายนี่เอง ซึ่งแน่นอนว่าสำหรับคนอ่านนิยายแนวผู้ใหญ่ ไม่มีใครชอบหรอก เพราะคิวบิกเป็นนิยาย+ไลท์โนเวลผสมกัน ซึ่งจับกลุ่มวัยรุ่น และวัยผู้ใหญ่บางกลุ่มที่ไม่ได้ยึดติกกับการที่นิยายจะต้องเป็นแนวผู้ใหญ่ ดราม่า สมเหตุสมผลทุกอย่าง(ซึ่งก็ไม่รู้ว่าใครกำหนดขึ้นมาว่านิยายต้องเป็นรูปแบบนี้ ทั้งที่การ์ตูนและหนังก็โอเวอร์เกินจริงได้ แต่นิยายกลับทำไม่ได้ เป็นทัศนคติที่แปลกๆ เหมือนกัน)

เพียงแต่สิ่งที่ทำให้เกิดประเด็นใหญ่ ก็คงเพราะ จขบ. ดันวิจารณ์นิยายที่มันไม่ใช่แนวที่ตนเองถนัด ผลการวิจารณ์มันเลยสาดเสียเทเสียอย่างที่เห็น จนแฟนนักอ่านพากันเดือด ทำให้เรานึกถึงเรื่องมีคนเคยเปรียบเทียบนักวิจารณ์ว่าเป็นหมอได้ เลยขอยกคำพูดเขามาหน่อย


"นักวิจารณ์ก็เป็นเหมือนหมอที่รักษานิยายเรื่องนั้นๆ ให้ดีขึ้น หรือหายจากโรค ซึ่งหมอก็แบ่งออกเป็นหมอเฉพาะทางหลายแขนง เหมือนนิยายที่แบ่งออกเป็นหลายประเภท
หากหมอที่มารักษาไม่ใช่หมอเฉพาะทางของโรคนั้น ก็จะได้แต่รักษามั่ว รักษาไม่ถูกจุด คนไข้มีแต่จะยิ่งแย่ หรือหนักสุดก็ตายคาที่ไปเลย
ถึงแม้ว่าได้หมอเฉพาะทางของโรคนั้นมารักษา แต่ถ้าหมอไม่มีจรรยาบรรณมากพอ ก็เป็นผลเสียกับคนไข้อีกเหมือนกัน
ร้ายสุดคือหมอเถื่อน ไม่ได้ผ่านการฝึกฝนเรียนรู้เพื่อที่จะเป็นหมอโดยเฉพาะมาก่อน อุปกรณ์ในการรักษาก็มีไม่พร้อม แต่อยากจะได้ชื่อว่าเป็นหมอ ก็เปิดคลินิกรับรักษาโรค คนไข้มากมายที่แยกประเภทหมอไม่ออก หรือหาหมอดีไม่ได้ก็แห่กันไปขอให้รักษา ผลคือบ้างก็ตายคาเขียง บ้างก็พิกลพิการไป
ดังนั้นจึงได้คิดว่า ทางที่ดีคนไข้ควรจะลองพยายามใช้เวลาค่อยๆ พยายามรักษาตัวเองด้วยตัวเองจะดีที่สุด หรือไม่ก็ให้คนที่คอยติดตามอ่านนิยายของคุณมาตลอด คนอ่านที่ชื่นชอบนิยายของคุณนั่นแหละช่วยบอกอาการที่ปรากฏของโรคให้ ไม่ใช่ไปขอให้ใครอื่นที่ไม่ได้สนใจจะอ่านนิยายของคุณเลยมาช่วยรักษา เพราะคนอ่านที่ติดตามอ่านนิยายคุณย่อมจะมีความปรารถนาดีต่อตัวคุณ และเต็มใจที่จะช่วยคุณมากกว่าหมอเถื่อนอย่างแน่นอน"

เครดิท http://www.dek-d.com/board/view.php?id=2286780

เรื่องหมอเนี่ย เราไม่ค่อยเห็นด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะมันเหมือนจำกัดคนวิจารณ์ว่าต้องเป็นคนที่อ่านแนวเฉพาะเท่านั้นถึงจะวิจารณ์ได้ เราว่าความจริงไม่ว่าจะอ่านแนวไหนก็วิจารณ์แนวอื่นได้ เพียงแต่ต้องตัดรสนิยมส่วนตัว อคติ และมองมันให้เป็นกลาง ไม่ใช่ไม่ชอบ ไม่ใช่แนว ก็สาดเสียเทเสียไปซะหมด ไม่มีอะไรดีเลย ซึ่งการหยิบนิยายเล่มนี่มาของ จขบ. ก็ไม่รู้ว่าควรจะโทษใครดี คนแนะนำ คนคิดหน้าปกที่ดันคิดไม่ตามคอมเซ็ปเนื้อหานิยายทำให้พาเข้าใจผิดว่ามันต้องเป็นนิยายแนวที่ จขบ. อ่าน หรือโทษคำโปรยหลัง หรือ จขบ.เองที่ไม่หาตัวอย่างมันมาอ่านก่อนว่าชอบหรือไม่ ซึ่งเราก็ไม่รู้ควรโทษใคร แต่อยากสรุปง่ายๆ แค่ว่า หากยังไม่พร้อมสำหรับนิยายในแนวที่ตนไม่ชอบ ไม่ถนัด และยังทำใจให้เป็นกลางไม่ได้ อย่าเพิ่่งวิจารณ์หรือตัดสินนิยายนั้นเหมือนเราเป็นผูพิพากษา ชี้ว่าเขาผิด เราถูก นิยายนี่มันแย่ นิยายนี่มันชั่ว นิยายที่ฉันอ่านและชอบนั้นดีทุกเล่ม นิยายที่ฉันไม่ชอบนั้นขยะวรรณกรรมหมด ถ้าเป็นแบบนี้อย่าเพิ่มหยิบนิยายเล่มนั้นมาวิจารณ์ แต่หากพร้อมจะยอมรับนิยายในแนวที่ไม่ถนัด พร้อมจะวิจารณ์มันอย่างเป็นกลาง ตัดทุกอคติ มองภาพรวมออก จะวิจารณ์เท่าไหร่ก็ไม่มีใครว่า

ซึ่งยังไงก็ถือว่าบล็อคนี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของ จขบ. ยังไม่ถือว่าเป็นคำวิจารณ์ และแฟนนักอ่านท่านอื่นก็ไม่ควรมาต่อว่า จขบ. อีก เพราะแม้แต่นิยายของนักเขียนชั้นครูอย่างวินทร์ เลียววาริณยังเคยโดนด่าว่าเขียนวรรณกรรมขยะมาแล้ว แล้วทำไมนิยายของนักเขียนใหม่จะโดนติแรงๆ ไม่ได้ ที่สำคัญหากนักเขียนเขารับฟังไปแล้ว เราก็ควรเคารพการรับฟังของนักเขียน และสิทธิส่วนบุคคลของ จขบ. บล็อคด้วย ยังไงฝากถึงแฟนนักอ่านทุกคนด้วย

ขอบคุณที่อ่านมายาวขนาดนี้



โดย: คนผ่านมา IP: 223.205.184.149 วันที่: 11 ตุลาคม 2554 เวลา:14:36:50 น.  

 
เอาล่ะ ทีแรกอ่านรีวิวของคุณจบ ความคิดแรกเลยที่ผุดขึ้นมา

" นี่เจ้าของบอร์ดเขาจงใจรึเปล่าเนี่ย...ถล่มนิยายคิวบิก เพื่อให้บอร์ดตัวเองเต็มไปด้วยคอมเม้น ?? "

ไม่ได้หมายความว่า หากแฟนคลับเยอะแล้วจะยิ่งใหญ่จนใครแตะต้องไม่ได้หรอกนะ แต่คือ..มันส่อเกินไปหน่อย

1. ดูคำวิจารณ์และเนื้อหาที่สปอยล์ :: คุณแทบไม่ได้อ่านด้วยซ้ำ หรือถ้าอ่านก็คงอ่านแบบไม่ได้อยากอ่าน อ่านข้ามๆ

เพราะเนื้อหาที่คุณอ่านและเราอ่าน มันไปคนละทิศเลย เหมือนคุณจะอ่านลวกๆ เอาแค่ให้จบหน้าสุดท้าย แล้วมาเขียนรีวิวอย่างที่บอกความคิดในใจเลยว่า

" ทีนี้ล่ะ พวกเอฟซีคิวบิกมันจะต้องมาถล่มตรูแน่ หึหึหึ บอร์ดที่รกร้าง มีไม่กี่คอมเม้นก็จะบูมแล้ว เย้ๆๆๆ บูมในลักษณะไหนไม่เป็นไร ดังไว้ก่อน เดี๋ยวก็ดีเอง "

ไม่อยากคิดในแง่ร้ายกับคุณเจ้าของบอร์ดหรอกนะ แต่มันเป็นอะไรที่ปะติดปะต่อกันได้โดยไว ขอโทษล่วงหน้าหากมันกระทบกระเทือนจิตใจ และคล้ายจะหยามคุณเล็กน้อย

2. ดูเหมือนคุณจะไม่ได้ดูหมวดหนังสือก่อนหยิบ
"ซึ้งกินใจ" ไม่ใช่ "สารคดี" หรือ "แอ็คชั่น"

แต่เป็นเพียงซึ้งกินใจที่มีข้อมูลสาระประกอบมากกว่าซึ้งกินใจที่คุณเคยอ่านมาก็เท่านั้นเอง
หลายเรื่องที่คุณอ่าน เราก็อ่าน แต่ขอบอกว่าจะไม่อ่านรีวิวเรื่องอื่นของคุณหรอกนะ เพราะมันคง "ชุ่ย" เหมือนอันนี้ มองหาจุดบอดที่สร้างภาพลวงตาเอง มันเป็นจุดบอดที่คุณไม่เข้าใจเพราะอ่านไม่ละเอียดต่างหาก
รสนิยมการอ่านของคุณ เห็นแล้วว่าไม่เห็นจะมีหนังสือเต็มไปด้วยสาระและตรรกะแท้จริงสักเท่าไหร่

เอาจริงๆ...วสันตลีลายังออกแนวงี่เง่ากว่าเยอะ แล้วก็รู้นะว่าหลายเรื่องในลิสต์นั่น มีแต่พระเอกที่วันๆไม่ทำอะไร เกี้ยวกันไปเกี้ยวกันมา....ไม่สงสัยเหรอว่าเอาอะไรกิน

สงสัยมากนัก ทำไมไม่ถามหาฉากเข้าห้องน้ำของตัวละครซะเลยล่ะ ให้สมเหตุสมผลทั้งหมดก็ต้องมี :p

สรุป ไม่แปลกใจ ก็คุณเคยอ่านแต่นิยายพื้นฐาน คนเดินดินธรรมดา พอเริ่มหลุดกรอบตัวเองก็เลยไม่ค่อยสนใจ

คนเรามองต่างมุมนะ
โดยเฉพาะคนที่เสพนิยายคนละสายกัน ปกติเราเสพแนวแฟนตาซีเป็นส่วนมาก (แต่ที่คุณรีวิวไว้ส่วนมากเราก็อ่านแล้ว)

และในมุมของเรา อ่านรีวิวถึงกลางๆ โมโหปรี๊ดเลย แต่พออ่านจบก็ถอนหายใจเฮ้อ เลิกโมโห...ปลงแทน เพราะเนื้อเรื่องมันมั่วมาก ถ้าจะมั่วขนาดนี้...


โดย: I love FANTASY IP: 202.12.74.7 วันที่: 11 ตุลาคม 2554 เวลา:17:25:05 น.  

 
ไม่แปลกหรอกค่ะ ที่มนุษย์จะแสดงความคิดเห็นผ่านอินเตอร์เน็ต
ไม่แปลกหรอกค่ะ ที่นิยายจะถูกวิจารณ์ ไม่ว่าเรื่องนั้นจะดังหรือไม่ก็ตาม
ไม่แปลกหรอกค่ะ ที่มนุษย์ย่อมปกป้องสิ่งที่ตนเองรักและชื่นชม
แล้วจะแปลกตรงไหนคะ ที่ข้อมูลผ่านอินเตอร์เน็ตจะได้รับการส่งให้อ่านต่อ
แล้วก็คงไม่แปลก เมื่อข้าพเจ้าอ่าน CUBIC แล้วมาเจอ Blog นี้ซึ่งสปอยเนื้อเรื่องโดยเน้นส่วนสำคัญของเรื่องผิดจุด ติในเรื่องความสมจริงหลายประเด็น ซึ่งข้าพเจ้าก็ได้ขอคำชี้แจงไปแล้วให้ช่วยแจกแจงความเป็นไปได้อย่างละเอียดให้ทราบหน่อย แต่จขบ. ก็ไม่แจกแจง
ข้าพเจ้าก็ไม่คิดอะไรมาก ก็เพราะคิดว่าเป็นเพียงการแสดงความคิดเห็นของ จขบ. ที่อยากวิจารณ์ และจขบ. เองก็คงมีรสนิยมอ่านนิยายไม่ตรงกับข้าพเจ้า และข้าพเจ้าเพียงต้องการชี้ให้ผู้เข้ามาอ่านใน Blog นี่ได้รับรู้และมองในมุมอื่นซึ่งผู้ที่ติดตาม CUBIC อย่างข้าพเจ้าได้สัมผัสบ้าง
เพราะจากใจจริงแล้ว ข้าพเจ้ารู้สึกเสียดายแทนผู้ที่อ่าน Blog นี้แล้วตัดสินใจไม่อ่าน CUBIC จริงๆ ค่ะ เพราะเรื่องที่ไม่สนุกสำหรับคนหนึ่ง อยากเป็นเรื่องโปรดสำหรับอีกคน

ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงใคร่ขอให้ทราบความคิดเห็นใน Blog นี้ก็คือความคิดเห็นของมนุษย์ปุถุชนธรรมดาที่ยังมีกิเลสในกมลสันดาน (ไม่เว้นข้าพเจ้า) ข้าพเจ้าจึงใคร่ขอให้ทุกท่านที่อ่านความคิดเห็นพวกนี้ได้โปรดไตร่ตรองถึงตรรกะและจุดประสงค์ของการโพสนี้ด้วยจิตของท่านเองค่ะ


โดย: Naruko IP: 101.51.173.72 วันที่: 11 ตุลาคม 2554 เวลา:20:40:30 น.  

 
ตกใจมากค่ะที่เห็นความเห็นเยอะมาก ไม่ได้เข้าดูเพราะเจอเดทไลน์งาน ตอนนี้ขอลานอนก่อนนะคะ


โดย: jackfruit_k วันที่: 11 ตุลาคม 2554 เวลา:23:28:17 น.  

 
อืม.. ยังไงดีล่ะ คือว่าที่เราที่เราเม้นแรกๆ แค่อยากบอกว่า อ่านให้ละเอียดหน่อย ( ไม่เชิงเกี่ยวกับชอบไม่ชอบหรอก ) แต่หลังๆที่เม้นนี่ เริ่มส่วนตัวไม่เกี่ยวกับนิยายและ ก็สับทุกเรื่องนี่นา คงอยากเป็นนักวิจาร์นที่ดี มีอะไรก็แนะนำกันไป คนเถียงกันมากๆ เป็นเพื่อนกันเยอะไป ไม่เห็นเป็นไรเลย คุณ จขบ. ไม่โกรธใช่ป่ะ ถ้าจะมีคนมาเม้นในคอมเม้นที่คุณเม้นมากมาย เราว่ามันได้ประโยชน์และข้อคิดหลายๆ อย่างนะ ดีออก ไม่เหงาด้วย คึกคักดี

อย่าประม่านา นิยายที่เถียงกันมากเนี่ย ยิ่งดังนะ จะบอกให้
ฮะๆๆ คิวบิกจงเจริญ บันไซ เค้าอยากอ่านเวอร์ชั่นการ์ตูนแบบตั้งแต่ต้นจนจบเลยอ่ะ มันคงจะสนุกมักๆ รอ ร้อ รอ


โดย: RoseLoveYuki IP: 223.205.152.82 วันที่: 11 ตุลาคม 2554 เวลา:23:31:08 น.  

 
คนอ่านนิยายแต่ละคนชอบนิยายแต่ละแบบก็ไม่เหมือนกันค่ะ อย่าเอาความไม่ชอบของตัวเองมาตัดสินนิยายที่คุณไม่ชอบว่าไม่ดี ชอบหรือไม่อยู่ที่คนอ่าน แต่ที่แน่ๆๆ เราชอบนิยายคิวบิกมากที่สุด อ่านตอนเป็นหนังสือแล้วมาอ่านต่อในเวบอีก


โดย: หมูไหม IP: 124.122.117.188 วันที่: 13 ตุลาคม 2554 เวลา:21:50:11 น.  

 
ส่วนใหญ่สรุปข้างบนนะคะ ตอนนี้เริ่มว่างก็ขอมานั่งไล่เก็บที่มีความเห็นเพิ่มเติมค่ะ ขอบอกก่อนนะคะว่าไม่รู้สึกโกรธอะไรที่โดนว่า เพราะส่วนตัวชอบการโต้วาทีอยู่แล้ว อยากจะพูดคุยจนได้ข้อสรุปที่เข้าใจตรงกันทั้งสองฝ่าย อีกข้อที่ต้องเสริมคือ จขบ. ไม่ได้ติดตามทางเว็บค่ะ เลยไม่ทราบหรอกว่าเรื่องนี้มาอย่างไร ในเว็บอยู่ประเภทไหน เห็นเป็นนิยายที่วางขายในท้องตลาดที่ออกรวดเดียวจบเท่านั้นเอง ความรู้สึกของการรอและความมีส่วนร่วมก็ต่างกันแน่นอนค่ะ

_______________________________

คุณคนรักนิยาย > ความชอบส่วนตัวค่ะ ลางเนื้อชอบลางยา ตอนแรกไม่ทราบค่ะว่าเป็นเรื่องซึ้งกินใจ (เข้าใจว่าคงเป็นประเภทในเว็บเด็กดี) แต่ธรรมดาไม่ค่อยตามนิยายในเว็บค่ะ ชักแก่ ตาไม่ค่อยดี จะอ่านเฉพาะเรื่องที่ชอบจริงๆ เท่านั้น แต่ก็มีเรื่องที่ยังสงสัยอยู่นะคะ

ตอนที่บอกว่าให้นาคไปเจรจากับคารอสเพราะอีกฝ่ายไม่ชอบมาเฟีย แต่ถ้าอีกฝ่ายไม่ชอบมาเฟียจนหลานเซ่อไปเจรจาเองไม่ได้ แล้วภายหลังจะร่วมงานกันได้อย่างไร แถมเป็นงานที่ผิดกฎหมายด้วย ต้องไว้วางใจหรือไม่ก็ตัดความรู้สึกเอาผลประโยชน์ร่วมกันเป็นหลัก ส่วนเรื่องเป็นตัวล่อนั่นไม่ได้รู้สึกชัดเจนเท่าไหร่ค่ะ อาจจะเวิร์คในกรณีที่ตกลงกันได้แล้ว แต่ตอนนี้ยัง ก็สงสัยอยู่ค่ะว่าเป็นการเสี่ยงที่คุ้มค่าหรือไม่ อาจจะทำให้แย่ลงจนเลิกพูดกันไปเลยก็ได้

ส่วนนิยายมาเฟียที่ชอบมากที่สุดที่อ่านมา คงเป็นเรื่อง Godfather ค่ะ แสดงให้เห็นถึงความทารุณโหดร้าย ความโกรธแค้น ความโลภแก่งแย่งทะเยอทะยาน ที่มีรากฐานจากความพยายามที่จะปกป้องพวกพ้องได้อย่างชัดมากเลยค่ะ (แต่มันติดเรทไปมาก)

_______________________________

คุณ Naruko > เนื่องจากเครื่องตรวจจับโลหะใช้การตรวจจับการเปลี่ยนแหลงของสนามแม่เหล็ก ทำให้มีการตรวจจับโลหะได้ด้วยความไวไม่เท่ากัน ซึ่งก็จะมีการปรับเปลี่ยน sensitivity ของเครื่องได้ เพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะโลหะ มวล ระยะ รวมถึงแบตเตอรี่ที่เป็นแหล่งพลังงานของประเภทมือถือด้วย ซึ่งปริมาณของโลหะของของที่ส่ง กับโลหะดามกระดูกก็แตกต่างกันอย่างน้อยเป็นสิบเท่า โดยปกติสำหรับประเภทมือถือแล้ว สามารถลดความไวและเพิ่มระยะห่าง พูดง่ายๆ คือ สามารถ discrimination โลหะดามกระดูกได้ไม่ยากนะคะ (แนวทางการใช้) นอกจากนั้น การส่งของคราวนี้ก็ดูเหมือนจะไม่ได้ซ่อนกันอย่างโหดร้ายนัก แบบพวกขนยาที่มีการยัดไว้ตามส่วนต่างๆ ของรถยนต์ น่าจะค้นออกมาได้ไม่ยากนักน่ะค่ะ

ส่วนเรื่องไปเจราจางานในวันนั้น ก็คิดว่าในฐานะที่เป็นผู้ทรงอิทธิพลอย่างยิ่ง อีกฝ่ายควรต้องอำนวยความสะดวก กำหนดการประชุมก็น่าจะรู้นานแล้ว จะขอเลื่อนหน่อยก็ไม่เป็นปัญหา ทำงานแบบนี้ถึงต้องกล้า แต่ไม่น่าจะบ้าบิ่นนะคะ (แต่ตรงนี้ยอมรับว่า subjective มากนะคะ) ส่วนคนขับรถที่มารับงานที่มีโอกาสสูงมากที่จะโดนโจมตี แล้วขับรถที่ไม่ชิน ด้วยทักษะระดับสูง ก็คิดว่ายากนะคะ แต่ที่แน่ๆ เลยคือการเดินทางซ้ำกันบ่อยนี่ ถือเป็นข้อห้ามในการรักษาความปลอดภัยของคนที่ไม่ใช่บุคคลสาธารณะ


โดย: jackfruit_k วันที่: 15 ตุลาคม 2554 เวลา:19:23:27 น.  

 
ขออกตัวก่อนว่าไม่ใช่แฟนนิยายนี้ แต่อ่านมาแล้ว และไม่ได้รู้สึกชอบเป็นพิเศษหรือเกลียด

แต่เท่าที่อ่านในความเห็น จขบ. ที่เกี่ยวกับตัวเนื้อเรื่องมันเป็นแค่ความคิดในเชิงความรู้สึกของ จขบ.เอง เพราะว่าเท่าที่อ่านมา จขบ. เหมือนพยายามบังคับมือนักเขียนในเขียนตามความคิดของตัวเองที่คิดว่าถูกมากกว่ามันจะสมเหตุสมผลจริงไหม เพราะว่าตามที่ จขบ. บอกในความเห็นที่ 62 เรื่องการเลือนวันเจรจา เรากลับคิดว่าถ้าการเจรจาธุระกิจขนาดใหญ่ที่ต้องใช้คนใหญ่ที่สุดมันเลื่อนออกไปง่ายขนาดนั้นก็แสดงว่าการทำธุระกิจครั้งนี้มันช่างเหมือนการเล่นขายของมากกว่า ที่อยากจะเลื่อนก็เลือน แบบนี้ไม่พากันล้มจมกันทั้งบริษัทรึไง เลือนไปมาได้ง่ายดาย แถมเป็นการแสดงออกด้วยความจริงมาเฟียระดับสูงขนาดนี้ไม่มีปัญญาต่อกรกับใครได้เลย สักแต่จะหนีและทิ้งเงินหลายร้อยล้านที่หล่อเลี้ยงคนทั้งหมดในการปกครองไปง่ายๆ เพียงเพื่อหนีจากสิ่งที่ไม่แน่ใจว่าจะเกิดขึ้นร้อยเปอร์เซ็นต์หรือไม่ และคงต้องเลื่อนการเจรจาไปเลื่อยๆ อย่าลืมว่าศัตรูเป็นคนในรู้ทุกอย่าง จะเลือนการเจรจาไปเมื่อไหร่ก็ต้องถูกตามล่าอยู่ดี อีกอย่างเรื่องเครื่องตรวจจับในนั้นนักเขียนบอกไว้แล้วว่าอาวุธที่ส่งทำจากอะไรบ้าง นั่นหมายถึงว่ามันกำหนดไวเแล้วว่าใช้วัตถุอะไรบ้าง ซึ่งวัตถุในการดามกระดูกในเรื่องก็บอกเหมือนกันว่าใช้อะไรทำ ซึ่งเป็นวัตถุประเภทเดียวกันกับที่ใช้กับอาวุธคือไทเทเนี่ยม ซึ่งเป็นโลหะประเภทเดียวกับอาวุธที่ขนมาด้วย ซึ่งถามว่าเรื่องจริงมันจะร้องไวขนาดนั้นไหมกับเครื่องตรวจจับโลหะ หรือจะร้องไหม ฉันก็ไม่แน่ใจ(เพราะไม่เคยไปตรวจจับอาวุธเองที่ไหน ซึ่งนักเขียนก็คงไม่เคยเหมือนกัน) แต่ถามว่านักเขียนจะทำให้มันร้องได้ไหม ฉันขอบอกว่าได้ ไม่ผิด เพราะสิ่งที่นักเขียนใส่มา เขาก็คือหาข้อมูลที่ใส่แล้วพอจะมีโอกาสเป็นไปได้ เพราะถ้าทำไม่ได้เลยหนังหรือนิยายหลายเรื่องก็คงสร้างขึ้นมาไม่ได้เหมือนกันเมื่อทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับทฤษฏีที่เป็นไปได้ร้อยเปอร์เซ็นต์เท่านั้น(ขนาดโลกของความเป็นจริง บางคนยิงทะลุสมองตัวเองยังไม่ตาย) ซึ่งนี้ก็คือตัวอย่างความเห็นของฉันที่กำลังจะบอกว่า ส่วนที่คุณไม่ถูกใจนั้นมันคือส่วนที่คุณอยากให้นักเขียนเขียนตามที่คุณคิดเท่านั้น คิดว่ามันสมเหตุสมผลน่ะ แต่ตรงนี้ก็ว่าคุณไม่ได้ คุณก็ไม่ผิด ความสมเหตุสมผลและการคิดวิเคราะห์เนื้อหานิยายเราไม่เหมือนกัน

และเพราะการมองของคนอ่านไม่เหมือนกัน ความสมเหตุสมผลของคนอ่านก็ไม่เหมือนกัน ดังนั้นการแสดงความคิดเห็นในเนื้อเรื่องในเชิงนี้ ฉันคิดว่ามันเป็นการจับมือคนเขียนในเขียนตามความคิดของเราเองเท่านั้นเอง ไม่ใช่ไม่สมเหตุสมผลจนรับไม่ได้ แต่แค่นักเขียนไม่ได้ดำเนินเรื่องอย่างที่คุณต้องการให้เป็นเท่านั้นเอง

แล้วก็ฉันเคยคุยกับนักเขียนโดยตรงเรื่องข้อมูลนิยาย ซึ่งนักเขียนเขาก็เคยบอกว่าข้อมูลบางอย่างถามจากผู้รู้โดยตรงที่เคยปฏิบัติการจริงมาแล้ว(ซึ่งหลายอย่างขัดกับทฤษฏีก็มีมาก) และเป็นข้อมูลที่คนส่วนใหญ่มักคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ แต่ความจริงแล้วมันเป็นไปได้ก็มี และบางส่วนที่แต่งเอาขึ้นมาเองก็มี แบ่งๆ กันไป(ไม่ได้บอกว่าเขาถูกหมดนะ ไม่ถูกก็มีเยอะ แต่ถูกแล้วคนไม่รู้ก็มีเหมือนกัน)

แต่เรื่องที่จะมาพูดตรงๆ ครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องการสมเหตุสมผลไหมกับนิยายเรื่องนี้ แต่ที่อยากจะพูดเลย อาจจะแรงซักหน่อยขออภัยไว้ก่อน ก็คือวิธีการรีวิวหนังสือของ จขบ. คือการวิจารณ์แรงๆ ตรงๆ ไม่ใช่ข้อห้าม แต่ว่าสิ่งที่ฉันได้อ่านจากรีวิวนิยายเรื่องนี้ครั้งนี้ของ จขบ. ฉันไม่รู้สึกถึงว่ามันเป็นการรีวิวนิยายหรือการวิจารณ์เลย แต่เหมือนแค่การเอานิยายที่ จขบ. ไม่ชอบมาประจานในที่สาธารณะ เป็นการประจานและทำให้อับอายที่สุด เหมือนคุณเกลียดเพื่อนคุณคนหนึ่ง คุณก็หาวิธีจับเขาขึ้นและเวทีและให้ทำอะไรที่จำอวย และน่าขายหน้า ให้เขาถูกเกลียดและถูกมองแย่ที่สุดเท่าที่จะทำได้ และคุณก็แค่นั่งหัวเราะสะใจเท่านั้นเอง ซึ่งขอบอกตรงๆ ไม่คิดว่าการรีวิวนิยายในลักษณะนี้จะเกิดจากบุคคลที่บอกว่าแก่แล้ว ทำงานและจับความสมเหตุสมผลในนิยายได้เป็นฉากๆ ทุกเรื่อง คุณหาแค่ความสมเหตุสมผลในนิยายตลอดเวลา แต่คุณกลับไม่มีเหตุผลในการรีวิวนิยายเลย คือคุณอยากด่าอยากเอามัน หรือติขนาดไหนก็ได้กับเพื่อนคุณในกลุ่ม กับคนที่มีรสนิยมอ่านนิยายแบบเดียวกับคุณ แต่ไม่ใช่การลงมันในที่สาธารณะแบบอินเตอร์เน็ตที่มีคนเข้ามาดูร้อยพ่อพันธ์แม่ และไม่ได้รู้จักคุณหรือนักเขียนที่คุณรีวิว คุณอยากจะตรงอยากจะแรงก็ได้ถ้ามันเป็นเอกลักษณ์ที่คุณภูมิใจ แต่ช่วยคิดถึงมารยาททางสังคมด้วย และคิดถึงคนที่ถูกคุณด่าด้วย สิ่งที่คุณรีวิวมาในนิยายเรื่องนี้มันนไม่ใช่การพูดตรงแบบคนตรงไปตรงมา แต่มันเป็นการด่ากันใส่หน้า ด่ากันเพียงเพราะว่าฉันไม่ชอบขี้หน้าแกด้วยอคติของฉันเอง เท่านั้นเลยที่เห็นได้จากรีวิวนี้ ต้องขอโทษด้วยที่พูดแบบนี้ แต่ฉันรู้สึกแบบนั้นจริงๆ เพราะเท่าที่เห็นจากการวิจารณ์ของท่านอื่น ที่เขาก็ไม่ชอบนิยายเรื่องนี้มันยังไม่เป็นแบบนี้เลย คือไม่คิดจริงๆ ว่ามันจะเกิดจากคนที่มีวัยวุฒิที่สูงแล้ว ขนาดจับข้อผิดพลาดของนิยายได้หมด แต่กลับใช้อารมณ์กับนิยายที่ไม่ชอบเพียงเรื่องเดียวด้วยการรีวิวแบบนี้... แน่นอนว่ามันถูกใจ และสะใจคนที่อ่านบล็อคคุณประจำ เขาเห็นคล้อยกับคุณทุกอย่างแน่นอน เพราะเขารู้จักคุณ แต่คนที่ไม่รู้จักคุณเลยแบบฉันมาอ่านแล้วมันทำให้คุณดูแย่ในสายตาฉัน เพราะลักษณะการพูดและการรีวิวของคุณมันแสดงตัวตนของคุณออกมาแบบนั้น ต้องขอโทษอีกครั้งที่ต้องพูด เพราะอยากเตือนคุณเรื่องนี้จริงๆ คุณจะเกลียดนิยายเรื่องนี้มากแค่ไหนฉันไม่สน คุณจะเอามันไปด่าไปว่า ไปฉีก ไปเผาทิ้งกับใครฉันก็ไม่ว่า แต่ครั้งหน้าถ้าจะรีวิวนิยายที่ไม่ชอบอีก และจะเอามาลงเว็บสาธารณะ(ถึงจะบอกว่าเป็นบล็อคของคุณ แต่มันก็เป็นบล็อกเปิดที่ใครก็เข้ามาได้) กรุณา และ กรุณาเลย ใช้เหตุผลให้สมกับที่ชอบจับความสมเหตุสมผลในนิยายหน่อย ไม่ใช่สาดแค่อารมณ์ สาดแค่อคติ สาดแค่รสนิยมในการรีวิวมัน

หรือคุณจะบอกว่ามันเป็นนิยาย มันเป็นสื่อสาธารณะฉันจะด่ามัน จะประจานมันให้จมดินไม่ต้องผุดต้องเกิดขนาดไหนก็ได้ ฉันไม่ผิด มันเป็นสิทธิ์ คุณกำลังจำกัดกรอบความคิดของฉัน... ฉันก็บอกว่าคุณไม่ผิดและมันเป็นสิทธิ์ของคุณจริง... แต่คุณคิดถึงสิทธิ์ของเจ้าของนิยายบ้างไหม และคิดถึงคำว่ามารยามในสังคมบ้างไหม ถ้าเราอยากจะทำอะไรก็ได้ จะแรงขนาดไหนก็ได้ และสิทธิ์ความรู้สึกของคนที่เราแรงใส่น่ะจะเป็นยังไง แรงได้ แต่ช่วยแรงอยากมารยาทและเหตุผลด้วย ไม่ใช่แค่อารมณ์หรือความสะใจ และเห็นว่ามันเป็นแค่เครื่องระบายอารมณ์

คุณโชคดีที่นักเขียนเรื่องนี้เขาไม่ได้คิดมาก ไม่ได้คิดอะไรกับบทรีวิวแบบนี้ จากที่ความเห็นที่ 56 ว่าไว้ แต่ถ้าเจอนิยายเรื่องอื่น เจอนักเขียนคนอื่นและคุณไม่ชอบมันอีก ข้อร้องว่าอย่ารีวิวแบบนี้อีก คุณไม่เห็นความดีของมันแต่ไม่ใช่ว่าคนอื่นจะไม่เห็น คุณอยากจะบอกว่าไม่ชอบมัน ไม่มีใครว่า แต่อย่าใช้วิธีประจาน หยามเหยียดมันแบบที่คุณกำลังทำอยูอย่างนี้อีก เพราะนักเขียนคนต่อไปที่คุณไม่ชอบนิยายเขา เขาอาจไม่ใช่แบบนักเขียนเรื่องนี้แล้วก็ได้ เขาอาจจะไม่มาด่าคุณกลับ หรือไม่แสดงความคิดเห็นใดๆ แต่มันอาจจะแย่กว่านั้น ซึ่งจะไปในทางไหนบ้างฉันก็ไม่รู้... คือตอนนี้ฉันรู้สึกว่า จขบ. เป็นแค่นักข่าวบันเทิงที่ตีไข่ใส่สีดาราที่ตัวเองไม่ชอบ ไม่มีจรรยาบรรณของสื่อ ไม่มีจรรยาบรรณของคนที่สร้างสื่อ แค่เขียนบทความด้วยความรู้สึกที่เกลียด อยากประจานให้คนอื่นเกลียดด้วย เท่านั้นเลยจริงๆ

ต้องขอโทษด้วย ต้องขอโทษด้วยอีกครั้งสำหรับความคิดเห็นนี้ แต่อยากจะเตือนถึงเรื่องนี้จริงๆ ฉันจะไม่พูดว่า "คุณมาด่าเขา คุณเขียนได้แบบเขารึเปล่า" ฉันจะไม่พูด เพราะมันเป็นตรรกะที่น่ารังเกียจมาก และฉันก็เกลียดตรรกะนี้มาก แต่อยากบอกว่า ก่อนจะรีวิวอะไรด้วยความรู้สึกที่ไม่ชอบ พยายามเปิดตาให้กว้างกว่านี้ เปิดสมองให้โปร่งกว่านี้ คิดให้รอบคอบกว่านี้ อย่าให้ความรู้ความฉลาดหรือข้อมูลต่างๆ นาๆ ที่คุณมีเยอะแยะอยู่ในสมองมันสูบเปล่าหรือไม่มีประโยชน์ ใช้มันในสมกับที่วุฒิภาวะที่สูงของคุณมี ที่สมกับที่คุณหาเหตุผลกับนิยายทุกเนื่อง จับทุกข้อผิดพลาดของนิยายได้ มาจับข้อผิดพลาดของตัวเองจับอารมณ์ที่มันจะทำให้วุฒิภาวะพวกนั้นมันต่ำลง ไม่ต้องคิดว่าจะชมนิยายที่ตัวเองไม่ชอบแบบไหน ไม่ต้องบอกว่าชอบนิยายที่ตัวเองเกลียดที่รีวิวมันเอาใจแฟนนักอ่านเรื่องนั้นๆ แต่แค่รีวิวตามสิ่งที่ตนใช้เหตุผลในการมองแล้ว รีวิวตรงๆ ได้ บอกว่าไม่ชอบได้ แต่อย่าให้มันต้องถึงขั้นประจานอย่างที่เห็นอยู่ ณ ตอนนี้เลย ความตรงไปตรงมากับการด่ากันตรงๆ มันห่างกันแค่เส้นยาแดงผ่าแปด ดังนั้นต้องควบคุมมันให้ได้ อย่าให้มันเกิดซ้ำแบบกรณีนี้อีกเลย

หวังว่า จขบ. จะอ่านนะคะ ขอโทษอีกครั้งที่พูดแรง




โดย: คนๆ หนึ่ง IP: 223.206.203.144 วันที่: 16 ตุลาคม 2554 เวลา:0:11:15 น.  

 
ขออีกคอมเม้นท์

ที่บอกไป ฉันไม่ได้ดูแค่การรีวิวของ จขบ. นะ(และอ่านทุกอย่างที่เพิ่มมาใหม่หมดแล้วด้วยที่คุณมาเขียนเพิ่มเติม) แต่ฉันดูจากการตอบคอมเม้นท์ของ จขบ. กับแฟนนักอ่านบล็อกของคุณด้วย เลยคอมเม้นท์ไปแบบความเห็นที่ 63 นั้น เพราะมันเห็นชัดจริงๆ ว่า จขบ. คิดยังไงกับนิยายเรื่องนี้(ความคิดเห็นแรกของคนเรามันจะบริสุทธิ์ ไม่เติมแต่ง ไม่กั่นกรอง ดังนั้นคำตอบที่เขียนไว้ครั้งแรกนั้นจะเป็นความรู้สึกจริงๆ ของคน ซึ่งการตอบคอมเม้นท์นั้นบ่งบอกอยู่แล้วว่าคุณรู้สึกยังไงในการรีวิวนิยายเรื่องนี้)... ซึ่งมันเป็นการประจานกันจริงๆ เป็นการประจานกันอย่างน่ากลัวเลยจริงๆ



โดย: คนๆ หนึ่ง IP: 223.206.203.144 วันที่: 16 ตุลาคม 2554 เวลา:0:43:49 น.  

 
แอบอยากกระทืบไลค์ความเห็นของคุณคนๆหนึ่งมากๆ

ความจริงก็ไม่อยากจะมาคอมเม้นท์ต่อแล้วเพราะเห็นว่านักอ่านหลายคนมาถกเถียงข้อเท็จจริง ที่คิดเราคิดเอาเองว่าน่าจะทำให้จขบ.'ตาสว่างแล้ว'

แต่พอเห็นการอัพบล็อคใหม่ของจขบ.แล้วทนไม่ได้จริงๆค่ะ เพราะหลังจากที่อ่านจบแล้วส่วนตัวไม่รู้สึกถึงความอยากจบการถกเถียงในเรื่องคิวบิกจากเจ้าของบล็อคเลยแม้แต่น้อย ทั้งการเขียนอย่างประชดประชันเช่นประโยคนี้

'คิดย้อนหลังก็ได้บทเรียนว่าไม่ควรไปแหยมอ่านนิยายที่มีโครงสร้างโชโจ ออกจะบื้อเองที่อ่านจบแล้วไม่คิดทบทวนความเข้าใจด้านประเภทของนิยายใหม่หลังจากอ่านจบ'

..โกรธมากค่ะ นี่หรือคะผู้ใหญ่ที่มีเหตุผลจนสามารถจับผิด(ตามความเห็นของตัวเอง) และพิมพ์ข้อความที่ทำให้ตนเอง(เกือบดูเหมือน) ผู้ที่มีวุฒิภาวะ? ส่วนตัวเราเองนั้นยังเป็นแค่เด็กไม่บรรลุนิติภาวะ แต่พอเห็นความคิดเห็นของผู้ที่บอกว่าตนเองเป็นผู้ใหญ่แล้วมันไม่น่านับถือเลยค่ะ

ข้อแรกนิยายเรื่องนี้มีโครงสร้างโชโจตรงไหนคะ กรุณาอธิบายด่วน และไม่เข้าใจว่าแหยมนิยายที่จขบ.บอกเองว่าเป็นโครงสร้างโชโจด้วยตนเอง แล้วมาเขียนรีวิวเองในตอนแรกว่านิยายเรื่องนี้มันซีเรียสเน้นความเป็นจริงสูง? ไม่รู้สึกตอนเขียนเหรอคะว่ามันขัดแย้งในตนเองอยู่(นึกว่าชอบจับผิดทุกเรื่องซะอีก)

และยังรู้สึกแปลกใจมาก! ที่คนช่างสังเกตุอย่างจขบ.บอกว่าอ่านคิวบิกจบแล้วก่อนมาสับแหลกนิยายเรื่องนี้(บางส่วนแบบผิดๆตามที่เคยกล่าวไปในความเห็นก่อนๆ) กลับบอกว่าไม่ได้คิดทบทวนความเข้าใจด้านประเภทของนิยายใหม่หลังจากอ่านจบ นั่นเป็นคำพูดที่น่ากลัวมากๆ(สำหรับคนที่มีเหตุผลอย่างจขบ.) เพราะคุณตัดสินว่ามันเป็นโชโจ (หรือคุณไม่เข้าใจว่าโชโจหมายความว่าอะไร) โชโจมันคงไม่ใช่นิยายบู๊สะใจเน้นตัวเลข(อย่างความสูงของโรงอาหาร หรือขนาดพื้นที่รร.) และเครื่องตรวจจับโลหะหรอกใช่มั๊ยคะ...คุณจขบ.

อยากบอกว่าน่าเสียดายที่จขบ.ลบข้อมูลรีวิวที่ไม่ได้แก้ไขให้ถูกต้องไปซะแล้ว แถมยังมาเขียนข้อความประชดประชันใส่นักอ่านที่มาตอบโต้อย่างมีเหตุผลอย่างนี้อีก(นึกว่าคุณจขบ.จะชอบถกเถียงกันอย่างมีเหตุผลตามที่เคยว่าไว้ในปล.อันเก่าซะอีก)
เราเห็นด้วยกับความเห็นที่63มากว่า ก่อนหน้าที่คุณนำมารีวิวนั้นคุณได้สับแหลก และเอามา(ขอใช้คำว่า)ประจานอย่างเสียหายในที่สาธารณะ และจนถึงตอนนี้คุณก็ได้ลบข้อความเหล่านั้น และเปลี่ยนมาประจาน'แฟนคลับนักอ่าน'อย่างเสียหายแทน อย่าพึ่งปฏิเสธนะคะคุณจขบ.อ่านนี่ก่อน
'ลดความขัดแย้งในขณะที่ยังยืนยันความเห็นส่วนตัว ที่คิดว่ามีสิทธิคิดและเขียนได้ในเรื่องความไม่ถูกโฉลก โดยไม่อ้างว่าเป็นนักวิจารณ์หรือมีความสามารถในการวิจารณ์ใดๆ'

...มีวุฒิภาวะจริงๆค่ะ(ประชดนะ...) คุณพูด'เหมือนกับ'แฟนคลับคิวบิกมาต่อว่าว่าคุณว่าห้ามจขบ.เขียนบทความต่อว่าคิวบิกอย่างนู้นอย่างนี้ ซึ่งเรากลัวว่าผู้อ่านที่ไม่เคยได้อ่านรีวิวของจขบ.มาก่อนและอาจขี้เกียจที่จะอ่านเม้นของแฟนคลับจะเข้าใจผิดว่าแฟนคลับคิวบิกนั้นไม่มีเหตุผลมาด่าจขบ.ที่อยากมาแสดงความเห็นนี้ได้อย่างไร(จขบ.ที่เชียวชาญด้านความน่าจะเป็นน่าจะคิดได้นะคะว่าความเห็นอย่างนี้อาจเกิดขึ้น)
จากที่อ่านเม้นที่ผ่านๆมาไม่ได้มีใครห้ามสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็นต่อนิยายไม่ว่าจะด้านดีไม่ดีเลยนะคะ (ถ้ามีกรุณาแปะชี้แจงด้วย) มีแต่ออกมาตักเตือนผู้ใหญ่อย่างคุณที่ออกมาเขียนบทความ'สาธารณะ'อย่างไม่มีวุฒิภาวะโดยการยกเอาแต่ประเด็นหรือเนื้อเรื่องของนิยายที่ไม่สมบูรณ์ที่สนับสนุนการ'ประจาน'ของตัวจขบ.เอง รวมทั้งส่วนที่จขบ.สงสัยในเนื้อหาของนิยายที่สงสัยเองและตอบเอง แฟนคลับก็มาแก้ไขในส่วนตรงนั้นอย่างมีเหตุผลไม่เคยได้ห้ามในสิทธิแสดงความเห็นของจขบ.เลยถ้าความคิดเห็นเหล่านั้นมีเหตุผลที่ถูกต้องประกอบด้วยทุกอย่าง

คราวนี้ขอเราแสดงความเห็นต่อบทความที่แก้ไขใหม่นี้บ้างนะคะ ยังดีที่จขบ.รับรู้ได้ว่าตัวเองเป็นคนสองมาตฐาน แต่ถ้าคุณรู้อย่างนั้นแล้วยังมารีวิวคิวบิกเช่นนั้นอีกด้วยความเห็นสองมาตฐานของคุณเองมันก็เหมือนกับการประจานอย่างร้ายกาจอย่างที่คห.63ว่า คุณเป็นผู้ใหญ่น่าจะตระหนักได้ว่าบทความนี้เป็นบทความที่ทุกคนสามารถเข้ามาอ่านได้(ถ้าไม่ชอบเช่นนั้นก็อยากให้ปิดเป็นบล็อคส่วนตัวไปเลยดีกว่า) คุณมาใช้ความเห็นสองมาตฐานของคุณรีวิวนิยายแบบที่มีส่วนที่ไม่ถูกต้องคุณน่าจะคิดได้ว่ามันจะส่งผลอย่างไรต่อผู้ที่ไม่เคยได้อ่านหนังสือมาก่อน(อย่าบอกว่าคิดไม่ได้นะคะเพราะคอมเม้นแรกๆในบทความนี้ก็ได้บอกไว้แล้ว) ไม่ได้ห้ามเลยค่ะว่าคุณจะอยากบ่น'ความในใจ'แบบกระปอดกะแปดของคุณไป ถ้ามันไม่ได้ทำให้คนอื่น'เดือดร้อน'หรือเสียชื่อเสียง
ดีใจค่ะที่คุณเห็นว่าการเขียนWeblog(เว็ปบล็อค) ไว้เป็นที่ฝึกเขียนภาษาไทย เพราะส่วนตัวแล้วบางครั้งอ่านที่คุณเขียนแล้วไม่ค่อยเข้าใจในความหมายที่วกไปวนมาเท่าไหร่
...แต่อย่าลืมนะคะมันยังคงเป็นที่สาธารณะถ้าคุณไม่ได้ปิดให้มันเป็นพื้้นที่ส่วนตัว ดังนั้นนอกจากจะฝึกภาษาไทยแล้ว อย่าลืมฝึกมารยาทสังคมด้วยที่ไม่ควรแสดงความปากจัดด้วยความโน้มเอียงเป็นผู้ที่ชอบดูถูกถากถาง(Cynicism//แปลจากกูเกิล)อย่างที่จขบ.ว่าตัวเองเอาไว้อยู่แล้ว

ปล.ขอโทษนะคะที่อาจเขียนคำพูดบางคำดูรุนแรงไปบ้าง
แต่เราก็พูดโดยใช้เหตุผลในทุกๆข้อที่ได้กล่าวไป ถ้าเจ้าของบล็อคอยากจะพูดแก้ไขส่วนใดที่เราอาจเข้าใจผิดไปก็ขอให้พูดโต้ตอบด้วยเหตุผลด้วยนะคะ(ไม่เอาประชดแบบไม่มีเหตุผลอีก)

ปล.2 อยากเสนอความเห็นให้เจ้าของบล็อคเขียนคำไทยให้มากขึ้นแทนการใช้ศัพท์อังกฤษน่ะค่ะ เพราะเราไม่ได้เชี่ยวชาญและเชื่อว่าอีกหลายคนคงไม่เชี่ยวชาญ มันจึงทำให้เข้าใจข้อความที่ต้องการจะสื่อให้เป็นเหตุเป็นผลของจขบ.ได้ยากขึ้นน่ะค่ะ (แค่แสดง'ความเห็นส่วนตัว'เฉยๆนะคะไม่ได้บังคับว่าจขบ.ต้องทำ)

ขอบคุณค่ะ


โดย: คนรักนิยาย IP: 58.9.38.132 วันที่: 16 ตุลาคม 2554 เวลา:23:04:24 น.  

 
ใช่ คนๆ หนึ่งพูดถูก ว่าจะไม่มาแล้วนะ แต่อดกด like ไม่ได้
ถ้าคุณเจ้าของบล็อกต้องการเพียงระบายความรู้สึกจริงๆ ควรจะมีระหัสผ่านซะ คนอื่นเค้าจะได้ไม่เข้ามาดูไม่มาแสดงความคิดเห็น และทำให้เจ้าของบล็อกรู้สึกไม่ดี เพราะคุณต้องการ พ่นทุกอย่างที่คิดว่าไม่เป็นอย่างที่ตัวเองคิด คุณควรจะระบายมันแล้วจำกัดไว้ในวงแคบ เพื่อความสบายใจของตัวคุณเอง เพราะ พวกเราก็เป็นคนๆ หนึ่งที่มีความรู้สึก และมีสองมาตรฐานเช่นเดียวกัน แล้วเราก็เป็นเพียงมนุษย์ที่มีกิเลสมาก เห็นการเขียน ประจาน (จากข้อความด้านบน ก็อดไม่ได้ ทั้งที่เป็นเว็บเปิด เราก็น่าจะแสดงความคิดเห็นได้ นะ ) อย่าคิดมากไปเลย ไม่ต้องถึงกับไม่อ่านนิยายออนไล หรอก ถ้าแยกแยะได้ เรื่องแค่นี้ก็เป็นปัญหา จิ๊บๆ เล็กๆ เล็กมากๆ ละเหี่ยใจ ( ฉันหลงเข้ามาได้ยังไง ( ไร้สาระจริงตูเฮ้อ )


โดย: ละเหี่ยใจ IP: 223.205.157.132 วันที่: 16 ตุลาคม 2554 เวลา:23:30:26 น.  

 
พอเถอะค่ะทุกคน ปล่อยให้เค้าปล่อยวาจาถากถางพวกเราไปเถอะ ก็จุดประสงค์จริงๆ เราไม่ได้คิดจะว่า คุณ จขบ สักหน่อย ทุกคนไม่ต้องโพสแล้ว สงสารเจ้าของบล็อก เค้าคงหาคำตอบที่ดีกว่านี้มาตอบไม่ได้แล้ว เราเข้าใจนะคุณ จขบ ที่คุณอยากรักษาหน้าของตัวเอง คุณจะยืนยันหัวชนฝาว่าฉันถูก มันก็ถูกแค่เพียงความคิดคุณเท่านั้น อย่าไปกดดันเธอเลย เบื่อการเถียงแบบข้างๆ คูๆ ได้แล้ว ทุกคนกลับไปใช้ชีวิตปกติเถอะ ยังไง นวนิยายเรื่องคิวบิกมันก็ดังในตัวมันเองอยู่แล้ว แล้วดิฉันคิดว่า เนื้อหาในนั้นสามารถดึงดูดนักอ่านได้หลายท่านและทุกเพศทุกวัน คุณ จขบ เป็นนักอ่านท่านหนึ่ง ที่ไม่นิยมชมชอบ ก็ปล่อยเค้าไป คนชอบมีมากมาย จะแคร์ทำไมแค่คน คนเดียวที่ต้องการเพียงสนองอารมณ์ ต่อนวนยายทุกเรื่อง ทุกท่านโปรดอย่าสนใจคน คนนี้อีกเลยสงสารเค้าบ้างอะไรบ้าง ดิฉันคิดว่า คนที่ตัดสินใจไม่อ่านเพราะอ่านกระทู้นี้ ถ้านวนิยายเรื่องนี้ดีจริง ( ดิฉันคิดว่าดีนะ มากๆด้วย ) คนที่ไม่อ่านเค้าจะวกกลับมาอ่านเอง เลิกคิดมากกันได้แล้ว

ละเหี่ยใจ ( วันนี้ไปงานสัปห์ดาหนังสือมา เห็นคิวบิกขายดีมากๆ ลดฮวบ ลดฮวบเลย 555 ปลื้มใจ มีคนเห็นคุณค่า ปลื้มอา ปลื้มมากๆ )


โดย: ละเหี่ยใจ IP: 223.205.157.132 วันที่: 17 ตุลาคม 2554 เวลา:0:04:44 น.  

 
เอ่อ จขบ.อย่าเพิ่งเบื่อหน้ากันนะคะ ;p

อยากจะมาใช้สิทธิแสดงความเห็นต่อนิยายดูบ้างน่ะคะ
ไม่ได้เขียนเพื่อให้จขบ.เห็นด้วยนะคะ แต่เขียนเพื่อให้ผู้อ่านท่านอื่นที่หลงมาอ่านเม้นนี้ได้ลองคิดดูค่ะ

ในส่วนที่จขบ.เคยว่านิยายเรื่องนี้มีการใช้ตัวเลขที่ดูโอเวอร์
นั้นในส่วนพื้นที่โรงเรียนนั้นเห็นด้วยค่ะเพราะในเกาะฮ่องกงคงหาพื้นที่ขนาดนั้นยาก
แต่ในส่วนของความสูงของโรงอาหารนั้นอยากลองเสนอความคิดดูค่ะ
1."ห้องอาหารกว้างโออ่า ดูสูงเป็นร้อยๆเมตร"
กับ 2."ห้องอาหารกว้างโออ่า สูง13เมตร"
เข้าใจค่ะว่าเป็นจขบ.คงเลือกข้อสองเพราะดูสมจริงค่ะ

แต่ในการเขียนนิยายนะคะ ถ้าหากลองนำการใช้อติพจน์โวหาร(การกล่าวเกินจริงเพื่อเน้นย้ำความรู้สึกให้หนักแน่นขึ้น)ในโคลงกลอน มาผสมผสานกับพรรณนาโวหารมันก็จะทำให้ผู้อ่านสามารถใช้จินตนาการร่วมด้วยโดยไม่ต้องมาปวดหัวนั่งคิดไม่ใช่เหรอคะ...?
ถ้าเราลองอธิบายแบบข้อสองมันอาจได้ความสมจริงก็จริง แต่คนที่อ่านก็อาจต้องคิดต่อแทนที่จะนั่งอ่านต่อเพลินๆ(13เมตรเหรอ?มันประมาณตึก4ชั้นล่ะม้างงง?)
กับกล่าวเกินจริง ซึ่งวามคิดแรกเมื่อได้อ่านสูงเป็นร้อยๆเมตรภาพที่เห็นอย่างแรกคืออะไรล่ะคะ 'โอ้ววว ห้องอาหารนี่มันใหญ่โตจริงๆ' มันไม่ได้ทำให้ผู้อ่านจินตนาการได้ง่ายขึ้นหรือคะ

ยกตัวอย่างนะคะเมื่อเราเห็นตึกไบหยกครั้งแรกแล้วเรามาเขียนนิยายต่อ 1.ตึกไปหยกนี้สูงจริงๆเลย เหมือนสูงเป็นพันๆเมตรเลย กับ 2.ตึกไบหยกเนี่ยสูงจริงๆเลย เหมือนสูงประมาณ300เมตรแหนะ
แบบที่หนึ่งไม่ได้ทำให้ผู้อ่านรู้สึกว่าผู้เขียนต้องการจะเสนอว่ามันสูงจริงๆเลย เหรอคะ

ที่จขบ.ว่าคนแต่งนิยายนั้นผิดที่เขียนไม่ตรงความจริง แต่นิยายมันก็ยังคงเป็นนิยายนะคะทุกอย่างย่อมมีหลายด้านจริงไหมคะ ดังนั้นถ้าหากลองมองให้กว้างขึ้น(ตามวุฒิภาวะที่มีมากขึ้น)อาจทำให้เห็นด้านอื่นๆ ที่ไม่ได้มีแต่ความสมจริงที่ผิดพลาดหรอกจริงไหม โดยเฉพาะทางด้านการใช้ภาษาไทย และการแต่งนิยายมันยังมีคำว่าจินตนาการบัญญัติใช้อยู่ ดังนั้นนิยายอาจจะช่วยให้ผู้ที่ยังมองโลกคับแคบมองได้กว้างขึ้นก็ได้ค่ะ

ปล.พิมพ์ไปไม่ทันได้ดูคห.ที่67 ขอโทษด้วยนะคะที่มาแสดงความเห็นต่อ แต่ว่าแค่อยากเม้นไว้เผื่อผู้ที่ไม่เคยอ่านคิวบิกจะเข้าใจเนื้อเรื่องแบบผิดๆไปน่ะคะ


โดย: คนรักนิยาย IP: 58.9.38.132 วันที่: 17 ตุลาคม 2554 เวลา:0:30:01 น.  

 
สำหรับคห.ที่62 ขอบคุณจขบ.ที่อุตส่ามาตอบเม้นก่อนๆของเราให้นะคะ

เอ่อ แอบงงกับจขบ.เล็กน้อยที่บอกว่าไม่รู้ว่ามันเป็นนิยายประเภทซึ้งกินใจ เพราะเห็นในตอนแรกที่จขบ.รีวิวคิวบิกเองยังเอาคิวบิกไปเปรียบเป็นการ์ตูนโชโจในคราบนิยาย(?)อยู่เลย ก็เลยแอบงงว่าสรุปจขบ.เข้าใจมั๊ยคะเนี่ยว่าโชโจที่ว่านี่มันแนวไหน...

เห็นจขบ.เม้นมาว่ายังคงสงสัยในเนื้อหาบางประการของคิวบิกอยู่ก็เลยจะมาตอบให้นะคะ

'ตอนที่บอกว่าให้นาคไปเจรจากับคารอสเพราะอีกฝ่ายไม่ชอบมาเฟีย แต่ถ้าอีกฝ่ายไม่ชอบมาเฟียจนหลานเซ่อไปเจรจาเองไม่ได้ แล้วภายหลังจะร่วมงานกันได้อย่างไร '

ขอลองแปลคำถามนี้นะคะ จขบ.ต้องการจะสื่อว่าในเมื่อคารอสไม่ชอบมาเฟียซะขนาดนั้นมันจะเจรจาสำเร็จได้ยังไงใช่ใหมคะ(เข้าใจผิดในคำถามประการใดก็ขออภัยด้วย)

ขอแก้ไขความเข้าใจของจขบ.นะคะในเรื่องไม่เคยบอกไว้เลยว่าคารอสนั้นเกลียดมาเฟียเข้าใส้จนขนาดทำธุกิจกันไม่ได้ไม่ใช่หรือคะ
แล้วเรื่องที่มาตกลงร่วมงานกันได้ก็คงเป็นเพราะนาคนี่แหละค่ะที่ช่วยเหลือ(ผู้ที่'ได้อ่าน'ก็คงจะรู้)
และที่สำคัญที่คารอสตกลงทำงานร่วมกันไม่ได้เพราะเกิดสนใจข้อเสนอของหลานเซ่อขึ้นมาฉับพลันซักหน่อยใชไหมคะ ถ้าอ่านจริงก็คงจะรู้ว่าข้อเสนอไม่ได้มีผลอะไรเลยกับการตัดสินใจของคารอส(เพราะไม่ได้ตั้งใจจะมาตกลงแต่แรกแต่จะมาส่งอาวุธต่างหากเลยใช้การเจรจาธุรกิจเป็นข้ออ้างในการมาฮ่องกง) แต่เป็นเพราะ'นาค'ตัดสินใจช่วยส่งอาวุธให้จึงตกลงยอมร่วมงานกับมาเฟียที่แม้จะไม่ค่อยชอบแต่ก็ไม่ได้เสียผลประโยชน์อันใดกับการเจรจาครั้งนี้

'ส่วนเรื่องเป็นตัวล่อนั่นไม่ได้รู้สึกชัดเจนเท่าไหร่ค่ะ อาจจะเวิร์คในกรณีที่ตกลงกันได้แล้ว แต่ตอนนี้ยัง ก็สงสัยอยู่ค่ะว่าเป็นการเสี่ยงที่คุ้มค่าหรือไม่ อาจจะทำให้แย่ลงจนเลิกพูดกันไปเลยก็ได้ '

เอ่อ...ไม่ค่อยแน่ใจว่าตกลงจขบ.อ่านเรื่องเดียวกันรึปล่าว
1.ตัวล่อ..เนื้อเรื่องมันก็บอกเองอยู่แล้วว่า หลานเซ่อใช้นาคมาเพื่อทำให้นักข่าวจับตาดูนาค(ที่ตั้งใจจะให้คิดกันเองว่านาคเป็นใครกันแน่) แทนการจับตาดูการเจรจาธุรกิจที่กำลังจะเกิดขึ้น (คงไม่มีใครในงานคิดหรอกใช่ไหมคะว่าเด็กอย่างนาคกำลังพูดคุยธุรกิจผิดกฎหมายอยุ่กับคารอส)
ถึงแม้จะยังเจรจาธุรกิจไม่สำเร็จแต่มันก็ทำให้พวกนักข่าวลืมไปไม่ใช่หรือคะจะมีการเจรจาธุรกิจขึ้น...
เลยออยากถามจขบ.ว่ามันเสี่ยงอย่างไม่คุ้มค่าตรงไหน ในเมื่อหลานเซ่อไม่มีอะไรจะต้องเสียอยู่แล้วเพราะถึงตัวเองไปพูดเองก็ใช่ว่ามันจะสำเร็จ แล้วที่บอกว่าอาจทำให้แย่ลงจนเลิกพูดกันนี่หมายถึง คารอสกับหลานเซ่อเหรอคะ...
เอ่อ...จขบ.คิดว่าคารอสเกลียดหลานเซ่อมาตั้งแต่ชาติปางก่อนรึไงคะ แค่เจรจาธุรกิจไม่สำเร็จนี่ต้องถึงขั้นเลิกพูดกันเลยเชียวหรือ?(เอ่อะ...)

ปล.แอบชอบThe godfather เหมือนกันค่ะ เคยได้ยินมานานแล้วแต่เพิ่งจะได้ดูหนังภาคแรกไป(เชยดีไหม) และรู้สึกว่ามันเขียนบทได้ดีมากๆ แต่ในส่วนของนิยายยังไม่เคยได้อ่านเลยค่ะ ไว้ดูหนังภาคต่อจบแล้วจะลองหาอ่านดู อยากรู้ว่ามันจะสมจริงทุกกระเบียดนิ้วอย่างที่ถูกใจนิยายซีเรียสแบบจขบ.รึปล่าว...

ขอบคุณค่ะ


โดย: คนรักนิยาย IP: 58.9.38.132 วันที่: 17 ตุลาคม 2554 เวลา:10:15:26 น.  

 
คุณคะ อ่านแบบข้ามๆ ขอไปทีหรือเปล่า ตอนแรกบอกตามตรงว่ามันดูเวอร์ๆแต่ก็ รักนิยายเรื่องนี้มากๆ (เราก็เป็นแฟนคลับ B.13) มันไม่ใช่นิยายเกลื่อนตลาดทั่วไป ที่นางเอกสวยพระเอกหล่อ เจอที่แรกชอบ มีแต่โลภในราคะ กาม แล้วก็เรด 18+ แต่นี้ไม่ใช่ คุณอ่านนิยายเรื่องนี้อะ เข้าใจไม เขาต้องการจะสื่อ(ในความคิดของเรา) ว่าความรักไม่ได้เกิดจาก กาม ราคะ รูปร่างภายนอกที่สวยงาม แต่มันอยู่ที่ใจ ความเชื่อใจ ความสัทธา ความจริงใจที่จริงจัง ความห่วงใย กำลังใจ ความต้องการที่จะปกป้องคนๆหนึ่ง เท่าที่กำลังเราจะมี และการทำธุรกิจ ไม่ได้จำกัดอายุ ไอคนแก่ใก้ลจะลงโลงจะตายวันจะตายพรุ่งยังนั้งบริหารงานได้เลย การทำะุรกิจมันอยู่ที่ประสบการนะคุณแล้วก็ไมได้มีกฎหมายจำกัดอายุคนที่จะทำธุรกิจ (ไม่ได้สมัคเข้าเล่นการเมื่องสะหน่อย) แล้วอีกอย่าง ตัวร้าย ก็ไม่ได้ร้ายอย่างสุดๆ ตีตัวขึ้นมาตั้งเป็นศัตรูแบบโจ่งแจ้ง (โง่มาก) มันแสดงให้เห็นกิเลสของคนแต่ละคน และความโง่ ผิดพลาดที่ไม่ผิดซ้ำสอง เจ็บแล้วมันจำ คิดแก้สถาณการได้ดี ตามทันศัตรูได้แต่ก็ไม่ประมาท แกนนิยายอาจจะดูเกลื่อน แต่รายละเอียดในเรื่องมันต่างกัน ไม่รู้จริงอย่ามาเขียนสุมสี่สุ่มห้า เหมื่อนพวกหลับตาจิ้มคีบอร์ด ส่งๆ ถ้าหาเหตุผลที่ดีกว่านี้มางัดได้ แล้วพอจะเป็นที่ยอมรับ คงจะไม่โดน แฟนคลับด่าขนาดนี้หรอกนะ มันอาจจะดูเวอร์ๆ นะสำหรับนิยายเรื่องนี้ แต่ก็มีอัตราในการที่จะเป็นจริงได้สูง อย่างน้อยการฆ่าคนในเรื่องนี้ ถ้าเป็น เรื่องจริงๆในชีวิตก็เกิดได้ สมมติ ถ้ามีคนจะฆ่าคุณ คุณก็ไม่อยากตายกลัวที่จะตาย จึงดิ้นรนที่จะเอารอด ถ้าคุณไม่ฆ่าเขา เขาก็จะฆ่าคุณ สุดท้ายคุณก็ต้องฆ่าเขาเพื่อที่จะเอาตัวรอด ถ้าไม่เกิดพลาดโดนก่อน 55555

ปล.ต่างคนต่างความคิด อะนะ แต่อ่าน บทความคุณก็ขำๆ กับคนไม่รู้จริง 5 5 5 5 5 5 5 แหะๆ ๆ ๆ ๆ \\ ( = 3 = ) /


โดย: 207+0+1+2+3+4..= IP: 183.89.131.161 วันที่: 18 ตุลาคม 2554 เวลา:21:29:51 น.  

 
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

ขนาดเขาบอกไว้แล้วว่า "รีวิวนี้เป็นความเห็นส่วนตัว"
แต่ถ้าแฟนคลับนิยายเรื่องนั้นเยอะละก็...
ยังไงก็มีแต่โดนกับโดน
(เพราะงั้นอย่าแตะต้องนิยายที่คนชอบเยอะดีกว่า..สาวกเขาแรง)


โดย: อย่าแตะนิยายแฟนคลับเยอะ IP: 223.205.130.116 วันที่: 28 สิงหาคม 2555 เวลา:19:19:10 น.  

 
^ ขอออกตัวเลยว่าไม่รู้สึกอะไรหรอกค่ะ ถ้าใครอยากแสดงความเห็นก็ตามชอบ เพราะเรื่องการโต้แย้งในงานประจำก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว (ทั้งโดนและอัดเองมาเยอะจนทนทานสูง) ออกขำๆ มากกว่า


โดย: jackfruit_k วันที่: 28 สิงหาคม 2555 เวลา:20:02:56 น.  

 
ช่วงบ่ายเผลอนอนกลางวันมากไป ตกดึกมาเลยข่มตานอนไม่ได้เสียที ก็เลยว่าจะมาตามข่าวนิยายเรื่องคิวบิกนี่สักหน่อย กลายเป็นว่าดันมาเจอรีวิวอันนี้เข้า

อ่านบรรทัดแรกก็รู้สึกแปลกใจขึ้นมาทันที ยี่สิบต้นๆ? เอ...ถ้าสมองเราไม่ได้ฟั่นเฟือน หรือลืมเลือนอะไรไป จำได้ว่าหลานเซ่อ 27-28 แล้ว อันนั้นมันเรียกว่ายี่สิบต้นๆเหรอ แต่ช่างเถอะ ถ้านั่นมันจะเป็นยี่สิบต้นๆของจกท.เราไม่ว่ากัน
โดยส่วนตัวชอบอ่านรีวิวของคนอื่นเป็นงานอดิเรกอยู่แล้ว เพราะจะได้รู้ว่าควร หรือไม่ควรตัดสินใจซื้อของสิ่งนั้น แต่พอมาเจอรีวิวนี้ ก็แปลกใจมาก แปลกใจตั้งแต่หัวข้อ "โชโจ" เคยอ่านโชโจมาทุกเล่ม ซื้อเก็บไว้ที่บ้านด้วย พอดีช่วงนั้นเห่อ รู้สึกว่ามันเอากันทั้งเรื่อง เนื้อเรื่องก็ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนมากเลย ต่างจากคิวบิกที่อ่านแล้วรู้สึกว่าเป็นนิยายที่อ่านแล้วต้องคิดตามอย่างหนักถึงขั้นเกือบจะปวดหัวเลยทีเดียว แถมฉากหวานยังมีน้อยซะยิ่งกว่าอะไร ด้วยเหตุนี้เราก็เลยแปลกใจว่าจกท.เอามาเปรียบกันด้วยเรื่องอะไร
อันที่จริงก็มีอีกหลายอย่างในคิวบิกที่อยากจะอธิบาย สั้นๆว่าพล่ามให้ฟัง แต่เรื่องแบบนี้ แนะว่าให้กลับไปอ่านเองใหม่เลยดีกว่า ส่วนประเด็นหลักที่อยากจะทิ้งท้ายไว้ก็คือ "การจะวิจารณ์อะไรสักอย่าง ควรเข้าถึงเรื่องนั้นให้ลึกถึงรายละเอียด ตั้งแต่ต้นจนจบ" ยกตัวอย่างที่เจอบ่อยคือรีวิวมือถือ ที่แกะ แทะ เลาะ ปลอกออกมาเป็นชิ้นๆให้ดูถึงส่วนประกอบข้างใน พร้อมเปิดเครื่องให้ดูเทียบกับรุ่นอื่นด้วย "แล้วค่อยสรุปออกมาว่ามันดี หรือไม่ดีตรงไหน เพราะการวิจารณ์ในสิ่งที่ไม่ได้รู้จริง มันไม่ใช่วิธีของนักวิจารณ์จริงๆเค้าใช้กัน ถ้าจกท.คิดว่าตัวเองเป็นนักวิจารณ์ก็ควรปรับปรุงในเรื่องนี้ อย่าปล่อยให้ความมักง่ายทำลายวงการการวิจารณ์ และที่สำคัญคือทำลายตัวจกท.เองด้วย
ปล.ขอบคุณที่อ่าน นี่ยังไม่รู้สึกง่วงเลยนะ


โดย: 45678 IP: 58.9.210.50 วันที่: 8 ตุลาคม 2555 เวลา:4:05:02 น.  

 
 
^
ยี่สิบปีต้นคือตอนพระเอกเห็นนางเอกสมัยก่อนค่ะ ตอนเปิดเล่มเมื่อหลายปีให้หลัง ส่วนเรื่องโชโจ ขอยกตัวอย่างรุ่นใหม่เช่น มัจจุราชหมายเลขเก้า innocent games กลรักเจ้าบุปผา เก่าปานกลาง อย่าง Tokyo crazy paradise เก่ามากก็อย่างยอดหญิงซาลาดีนาซ่า หรือ ชุดเจนนี่พระจันทร์เพลิง พวกนี้ยังไงก็เป็นโชโจนะคะ


โดย: jackfruit_k วันที่: 10 ตุลาคม 2555 เวลา:8:59:15 น.  

 
เราชอบเรื่องนี้มากนะ ถึงจะอ่านแล้วออกเว่อร์ๆไปหน่อยก็เถอะ แต่อ่านแล้วรู้สึกไม่เหมือนนิยายทั่วๆไปที่เคยอ่านมาดี ทั้งพล๊อต การดำเนินเรื่อง ตัวละคร แค่กล้าที่จะให้นางเอกแตกต่างออกไปจากนิยายทั่วๆไปที่นางเอกต้องสวยตลอด เราก็ว่าทึ่งคนเขียนที่กล้าที่จะแตกต่างดี และทึ่งกับการเขียนในแผนการซับซ้อนต่างๆที่นางเอกคิด อ่านแล้วแบบว่าเฮ้ย..คิดได้ไงอะ มันสนุกก็ตรงนี้แหละ แค่อยากจะบอกคนที่คิดว่าไม่อยากซื้อเรื่องนี้ ว่าคุณพลาดอย่างมากที่ไม่ได้อ่านนิยายดีๆเรื่องหนึ่งไป ที่คุณจขบ.ติมาทั้งหมด ยังไงเรื่องนี้ก็ยังดีกว่านิยายพล๊อตดาษดื่นอื่นๆที่วางขายอยู่ในตอนนี้ก็แล้วกัน


โดย: มันแกว IP: 171.7.96.17 วันที่: 7 ธันวาคม 2555 เวลา:19:47:43 น.  

 
เราเห็นด้วยกับจขบ.นะที่ว่ามันเหมือนโชโจมังงะ
แต่คิดว่าในคอมเม้นต่างหากที่ทำให้้เขว แค่บอกว่ากลิ่นอายเหมือนมังงะ
จขบ.ไม่ได้บอกว่าเหมือนเรื่อง "มาเฟียที่รัก" ของชินโจ มายุ ในตำนานนั่นสักหน่อย
แค่คนคอมเม้นเกิดความสงสัยเอาไปโยงกับเรื่องนั้นเฉยๆ=_= เป็นการรวมความที่ก่อให้เกิดดราม่่าสุดๆ


เรายังคิดอยู่เลยว่า ถ้าคนที่ชอบคิวบิกนี่น่าจะชวนไปอ่านการ์ตูนญี่ปุ่นดูบ้าง
เพราะมีหลายเรื่องเลยดีนางเอก ฉลาด เรื่องมันส์ มีชั้นเชิง พระเอกนางเอกรักกันได้โดยไม่ต้องพูดแบบนี้
แต่ที่คิวบิกดังนี่เพราะแปลกใหม่สำหรับวงการนิยายหรือเปล่่
เพราะปกตินิยายไทยมันมักจะไม่ใช่สไตล์นี้

เราก็เป็นคนนึงที่ชอบความรักของพระนางแบบไม่หวานมาก
ติดตามทั้งการ์ตูนและนิยาย กล้าพูดเลยว่าการ์ตูนมีสัดส่วนเริ่องที่เป็นทำนองนร้มากกว้าจริงๆ

และคนเขียนก็เป็นคนที่อ่านการ์ตูน ได้รับอิทธิพลมาจากการ์ตูนแน่ๆ ตั้งแต่เรื่องโซเคนโยแล้ว


โดย: Charot IP: 115.67.132.207 วันที่: 12 ธันวาคม 2555 เวลา:22:34:11 น.  

 
จะว่าเวอร์ก็เวอร์นะคะเรื่องนี้
แต่ไม่รู้ทำไมเราช๊อบชอบบบบบบบบ 5555

จขบ.อ่านแล้วไม่ชอบก็ไม่แปลกหรอกค่ะ ต่างคนก็ต่างใจ
แต่แค่อยากบอกว่า การอ่านนิยายให้สนุกมันไม่ยากขนาดนั้นหรอกค่า
แต่นั่นก็อีกล่ะ จขบ.ไม่ใช่ตัวเรา คุณอาจจะเป็นคนเอ็นจอยนิยายยากก็ได้

แต่สำหรับเรา CUBIC IS A PART OF MY READING LIFE ค่าาาา!!!!!! อิ!อิ!


โดย: Berkfha IP: 125.27.104.236 วันที่: 15 มกราคม 2556 เวลา:18:18:11 น.  

 
ปิดบล็อกนี้ไปเถอะ เพราะ jackfruit-k ไม่มีสมอง ใช้ spinal cord คิด


โดย: น้ำมนต์ IP: 115.67.35.20 วันที่: 16 มกราคม 2556 เวลา:23:13:49 น.  

 
เรื่องที่เครื่องจับวัตถุไม่ทำงานกะรถพยาบาลนั้น เพราะเครื่องถูกตั้งมาให้ จับวัตถุพวกไทเทเนียม ซึ่งจะมีความแข้งแรงสูงและราคาแพง โดยอุปกรณ์ในรถพยาบาลจะไม่ได้ใช้ พวกนี้ทำมันจึงไม่ร้อง มันก็เหมือนกับที่คุณเข้าเครื่องตรวจจับระเบิด ตามห้างแล้วมันไม่ร้องแหละคะ ถึงในตัวคุณจะมีโลหะ เช่นโครงเสื้อชั้นใน หรื่อ นาฬิกา (บางครั้งนาฬิกาก็ทำให้เครื่องร้องได้ ถ้าเป็นนาฬิกาที่มีราคาแพงๆ) เพราะเครื่อตรวจจับไม่ได้ถูกตั้งมาให้ตรวจจับโลหะพวกนั้น ถึงจะตรวจจับโลหะแต่ก็แยกประเถทได้ว่าจะตรวจ โลหะชนิดไหนคะ ส่วนในเรื่องคิวบิก ยอมรับว่ามีบางช่วงมันดูเวอร์ แต่ไม่รู้สึกว่าเวอร์เกินไป เพราะก็ยังมีเหตุผลรองรับอยุ เข้าใจเจ้าของกระทู้เหมือนกัน แต่มันก็เปนปกติของคนเราอะนะ ว่าเด็ก 17 อะจะมีปัญญาทำไรได้ แต่บางทีเรื่องแบบนี้มันมีจรอง แต่มันน้อยก็เท่านั้นเอง มนุษณ์เรามีศักยภาพไม่เท่ากัน จริงๆแล้ว เรื่องที่มันเหลือเชื่อเกิดกับมนุษณ์เรามานักต่อหนักแล้ว จริงๆ มีเรื่องที่เหลือเชื่อเยอะมาก


โดย: งงจัง IP: 161.246.192.201 วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:0:21:36 น.  

 
^ ข้อมูลเพิ่มเติม https://www.ncjrs.gov/pdffiles1/nij/184433.pdf


โดย: jackfruit_k วันที่: 7 มีนาคม 2556 เวลา:18:34:35 น.  

 
โอ้ เพิ่งเห็นบทวิจารณ์นี้แฮะ

อยากบอกว่าตอนแรกที่อ่านบทวิจารณ์ของคุณก็เออออห่อหมกด้วยนะ แบบว่า จุดนี้นี่เองที่เขาลือกันว่าคิวบิกไม่สมจริง ก็ถือว่าชี้แจงละเอียดดี ทำให้เราเข้าใจคนที่เห็นต่างมากขึ้น ว่าคุณคิดอะไร และเห็นจุดบกพร่องอะไรในเรื่องนี้

แต่พอมาอ่านการตอบคอมเม้นของ จขบ แล้ว รู้สึกแปลกๆ คุณยึดมั่นในความคิดของตนเองดี แต่มากไปหน่อย จนดูเหมือนไม่เปิดใจรับฟังสิ่งที่แฟนคลับพยายามอธิบายสักเท่าไหร่ และเอาแต่ผลักไส คิดไปว่า "ก็แค่การโต้แย้งในงานประจำซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว"

อืม สิ่งที่อยากแนะนำเพิ่มเติมในฐานะนักวิจารณ์เหมือนกัน คือ จะวิจารณ์เรื่องไหน ต้องดูบริบทของเรื่องนั้นก่อน ซึ่งเราก็ยอมรับว่าคิวบิกพลาดข้อมูลที่สมเหตุสมผลไปเยอะ แต่ก็ไม่ใช่ว่าเห็นเขาพลาดนิดพลาดหน่อยเลยจับผิดเขาทุกบรรทัด แถมโยงความรู้สึกส่วนตัวเข้าด้วยกัน จนกลายเป็นผลสรุปว่าเรื่องนั้นไม่ดีทั้งที่คุณยังอ่านหนังสือเรื่องนั้นไม่จบเสียด้วยซ้ำ

ของแบบนี้ตัวแปรมันเยอะนะจ๊ะ


โดย: moolee IP: 58.8.71.185 วันที่: 1 เมษายน 2556 เวลา:3:21:46 น.  

 
อ่านแล้วหงุดหงิด คุณตั้งประเด็นผิด ที่สำคัญคุณเข้าใจนิยายเรื่องนี้ผิดไป ถึงจะอ่านไม่จบเล่ม คุณน่าอ่านให้ละเอียดก่อนวิจารณ์ คนชอบอ่านการ์ตูนจะไม่เข้าใจนิยายอย่างที่คุณบอก มันต้องจินตนาการเอง ซึ่งแต่ละคนจินตนาการ ต่างกันลิบลับ มันจึงเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของนิยาย ต่างจากการ์ตูน ที่มันมีภาพพร้อม อธิบายเสร็จสรรพ เห็นกันไปเลยเรื่องราว ฉากสมจริง หรือ โอเวอร์ อย่างไรว่ากันไป ลองให้คนอ่านนิยายวิจารณ์การ์ตูนสิ คุณจะบอกให้พวกเขามองข้ามเรื่องบางเรื่องเหมือนกัน


โดย: aemie IP: 110.171.193.62 วันที่: 5 เมษายน 2556 เวลา:12:15:45 น.  

 
เพิ่งเป็นแฟนของคิวบิกประมาณต้นเดือนนี้ และมันเป็นเนื้อเรื่องอะไรไม่รู้ที่เราชอบมากๆวางไม่ลง อาจถึงขั้นว่ารัก ยกความดีความชอบให้เพื่อนที่หอบมาให้อ่าน ยิ่งได้อ่านภาคไฟนอลที่เพิ่งรีไรต์เสร็จไม่นานอีก ซาบซึ้ง หวานสุดๆ ถึงขั้นเราติดจนต้องสั่งซื้อในเว็บ(ที่กำลังลดเยอะ55 .. จุดนี้ เก๋มาก) เรายังเข้าไปอ่านบทที่ชอบซ้ำๆด้วยนะ บางที

อ่านรีวิวแล้วทำให้เราเกิดกระตุกขึ้นมาได้ว่าเออ...ไอส่วนนี้ก็เป็นจริงอย่างที่ท่านว่า เวอร์เอย อะไรเอย ทั้งที่ก่อนนี้มองข้าม(อาจเพราะตอนอ่านความสนุกมันพาเพลิน+ประสบการณ์ของนักอ่านอันน้อยนิดอย่างเรา) แต่บางส่วนด้วยความเข้าใจในนิยายตอนนั้นๆต่างจากท่าน เลยเห็นต่าง

แต่ก็นะขอบคุณบล็อกนี้เหมือนกันที่ทำให้เรานั่งร่ายอ่านทุกคอมเม้น(ไม่อยากบอกว่าแอบมันส์ #ชะอุ้ย) มันทำให้เราได้ข้อคิดดีๆ และคำแนะนำที่คุณเค้าให้กันมาคิดกับตัวเอง

..และยิ่งเน้นย้ำว่า สิ่งที่เราได้มันไม่ใช่ความสนุกที่สมจริงอันแสนสมบูรณ์แบบจากคิวบิก แต่เราได้เปิดมุมมองการอ่านนิยายใหม่ ได้อัถรสของตัวละครที่มีเสน่ห์ และที่สำคัญได้สัมผัสกับความสวยงามของความรักที่ไม่ได้เริ่มจากความใคร่(อย่างแนวมาเฟียทั่วไป) แต่ความสัมพันธ์ที่อบอวลไปด้วยความอบอุ่น ห่วงหาอาลัย ความเข้าใจ ความห่วงใย ความรักที่พร้อมภัคดี ความผูกพันที่ค่อยๆเติมเต็ม และการทุ่มเทใส่ใจแบบที่อ่านแล้วโคตรโรแมนติก กลับลึกซึ้งเสียยิ่งกว่า

คือเราได้เพ้อกับเรื่องนี้เต็มๆอ่ะ ด้วยความที่มันไม่ใช่ชีวิตจริง และไม่อาจสัมผัสกับหลายๆเรื่องได้ลึกซึ้งเท่านี้(สำหรับเรา) เลยดีใจที่ได้อ่านจัง รักกกกกกกกกกกกก

#เอาหน่าจุดเซนซิทีฟของคนเรามันไม่เท่ากันจรีงๆ #ขอยืมคำ จขบ.นีสสสสสสส


โดย: autumn IP: 14.207.31.7 วันที่: 22 เมษายน 2556 เวลา:0:07:14 น.  

 
ชอบนิยายเรื่องนี้มากคะ เลยไล่อ่านคอมเม้นในเนตมาเรื่อยๆ มาเจอที่นี่แหละมันแปลกๆ แต่เชื่อแน่ว่าแฟนคิวบิคทุกคน จำคำพูดและบทละครได้ทุกฉาก จินตนาการได้ทุกซีน ดังนั้นหากจะวิจารณ์ให้แน่นจริงๆ ช่วยอ่านนิยายให้จบก่อนค่อยวิจารณ์จะดีกว่า
เวลาอ่านนิยายกันจริงๆ ก็คงไม่มีใครมานั่งคำนึงถึงอัตราส่วนอันแท้จริง ของปริมาณต่างๆทั้งสเกล่าร์และเวกเตอร์หรอก รวมถึงเครื่องตรวจจับโลหะ ที่แพตทริก บัตตันใช้ มันอาจจะเป็น GTX 200 เทคโนโลยีต่างดาวรึเปล่า ก็ช่างมานเหอะ ประเด็นมันยุที่นางเอกทำไงให้รอดมาได้มากกว่า และถ้าผู้แต่งเค้าจะแต่งภาคสองสามสี่ ก็จะตามซื้อไปเรื่อยๆ
ขอบคุณที่ทำให้สิ่งหนึ่งปิ๊งในสมองว่า อย่าไปเชื่อคำวิจารณ์ของนักอ่านจนกว่าจะได้อ่านเอง (มะงั้นเราอาจะพลาดเรื่องที่สนุกที่สุดในชีวิตก็ได้)


โดย: วิปปิ้ง IP: 171.4.94.117 วันที่: 24 เมษายน 2556 เวลา:23:52:48 น.  

 
มาเสริมอีกนิด เกี่ยวกับใบขับขี่ของนางเอก
หากจขบ.ได้อ่านจริงๆจะจำว่า นอกจากเงินใช้หนี้ 7 ล้านดอลฯฮ่องกงแล้ว
นางเอกได้ขอพวกเอกสารที่ยืนยันว่าตนไม่ใช่ต่างด้าวด้วย
และหนึ่งในนั้นนางเอกขอใบขับขี่ และฝากพระเอกโกงอายุให้
ส่วนเรื่องเส้นทาง รู้ว่ามันเวอร์ไปนิด แต่คิดซะว่ามันเป็นสกิลนางเอกแล้วกัน


โดย: natsu IP: 58.8.48.199 วันที่: 26 เมษายน 2556 เวลา:0:45:30 น.  

 
^ การมีใบขับขี่ หรือเรื่องเอกสารปลอม ไม่ได้แสดงว่ามีความสามารถในการขับขี่รถเพื่อการคุ้มครองค่ะ


โดย: jackfruit_k วันที่: 26 เมษายน 2556 เวลา:11:45:58 น.  

 

โอย คคห. ในบล็อคนี้ขำกว่าอ่านนิยายอีกนะเนี่ย
คุณ jackfruit_k ปวดตาบ้างไหมคะ แต่ละความเห็นมากันยาวเชียว อิ_อิ


โดย: a murder suicide วันที่: 26 เมษายน 2556 เวลา:21:23:15 น.  

 
^ ขำๆ มากกว่าค่ะ ถ้าว่างก็อ่าน คิดว่าถ้าใครอยากเขียนอะไรก็ตามสบายค่ะ ต่างคนต่างใจ ประสบการณ์ความคาดหวังต่างกัน แต่ยังไงอ่านให้ครบก่อนก็ดี เพราะชักเบื่อเรื่องบอกให้อ่านจบก่อน ว่าเขียนไว้ชัดแล้วนะ


โดย: jackfruit_k วันที่: 27 เมษายน 2556 เวลา:9:50:52 น.  

 
สวัสดีค่ะ คุณjackfruit_k คือก็ไม่ได้อยากจะว่าอะไรหรอกนะคะ แต่ว่าการที่คุณออกมารีวิวนิยายเรื่องนี้อ่ะค่ะ คือตอนแรกที่เข้ามาอ่านก็คิดว่าแค่อยากจะเห็นมุมมองของนักอ่านท่านอื่นๆบ้าง

เอาตั้งแต่ตอนต้นๆที่เริ่มอ่านริวิวของคุณเลยนะคะ คือไม่เข้าว่าคุณไปอ่านตอนไหนว่าพระเองอายุ20ต้นๆ แล้วตามที่ไล่ๆอ่านคห.มาคุณบอกว่า อายุ20ต้นๆเป็นตอนที่พระเอกเจอนางเอก ไอ้เราก็งงๆอยู่เหมือนกันค่ะว่ามันไปเจอกันตอนไหน

แล้วก็เรื่องที่คุณบอกว่าพระเอกบ้าหรือเปล่าที่เลือกนางเอกมาเจรจาธุรกิจที่มีผลประโยชน์มาเกี่ยวเยอะเนี่ย แต่มันก็อย่างที่คนอื่นๆเค้าบอกมาแหละค่ะ ว่านางเอกเป็นตัวล่อ

หรือจะเป็นตอนขนส่งอาวุธก็เหมือนกัน เรื่องนี้ไม่ใช่ความคิดของนางเอกคนเดียว ถ้าคุณอ่านคุณจะรู้ว่านางเอกได้รับความช่วยเหลือต่างๆจากคนรอบตัวค่ะ

และถ้าคุณอ่านให้ละเอียด คุณก็จะเข้าใจถึงความคิด ความรู้สึกของพระเอกว่าทำไมถึงเลือกเเละรักนางเอก

และอีกอย่างถ้าคุณอ่านจริงเรื่องนี้ ไม่มีส่วนเหมือนกับมาเฟียที่รักเลยสักนิดนะคะ ไม่ว่าจะเป็นนางเอกที่ดูยังไงมันก็คนละแนวกันอ่ะค่ะ หรือว่าจะเป็นพระเอกก็ไม่น่าใช่เพราะไม่ได้หวังแต่จะแอ้มนางเอง

คงไม่ว่ากันนะคะที่บอกแบบนี้ เพราะเราเองก็เป็นคนหนึ่งที่ชอบวิจารณ์พวกนิยายกับเพื่อนๆเหมือนกัน ก็เข้าใจความรู้สึกค่ะ

หวังว่าคงอ่านจบนะคะ ขอบคุณค่ะ


โดย: --mushroom-- IP: 125.24.78.55 วันที่: 30 เมษายน 2556 เวลา:19:10:44 น.  

 
คือแบบว่า เป็นแฟนนิยายคิวบิกเหมือนกันนะคะ
พออ่านบทวิจารณ์ของคุณก็คิดได้อย่างเดียวเลยค่ะ
"เออ แบบนี้ก็มีด้วยวุ้ย"
ไม่ใช่ในทางที่ไม่ดีนะคะ คือแบบว่า ไม่เคยเจอคนวิจารณ์ออกมาแนวๆนี้มาก่อน แปลกดี ประสบการณ์แปลกใหม่ ๕๕๕๕๕๕


"All good books are alike in that they are truer than if they had really happened and after you are finished reading one you will feel that all that happened to you and afterwards it all belongs to you; the good and the bad, the ecstasy, the remorse and sorrow, the people and the places and how the weather was."
--- Ernest Hemingway --- Writer & Journalist


ปล. เอ้อ คุณรู้ยังคะว่าพี่แบงค์กำลังจะออกสองเล่ม Final แล้ว เป็นภาคเฉลยเรื่องทุกอย่าง มีอะไรให้คุณวิจารณ์อีกเยอะ ตอนนี้ยังไม่ลบจากเด็กดีด้วย ลองไปอ่านสิคะ แล้วกลับมาวิจารณ์หน่อย อยากอ่านค่ะ ชอบบบ


โดย: ZaLeas IP: 171.5.153.15 วันที่: 12 พฤษภาคม 2556 เวลา:16:22:59 น.  

 
เป็นแฟนนิยายคิวบิกของคุณแบงค์ อ่านมา 2 รอบ ออกจะสนุกมาก เลยงงๆๆ ว่าเจ้าของบล็อกอยากอ่านนิยาย รึอ่านบทความสารคดีอิงความเป็นจริงขนาดนั้น

ท่าทางเจ้าของบล็อกคงเป็นคนจริงจัง เต็มขั้น วิจารณ์ออกมาในแนวลบขนาดนี้ ชีวิตพี่คงเครียดมาก สงสารคนเขียนหนังสือสนุกๆๆ มาให้อ่านจะท้อใจเอา

เป็นกำลังใจให้คุณแบงค์ค่ะ หนังสือคุณสนุกจริงๆๆๆ ในระดับคนปกติอ่านแล้วสนุกมากถึงไม่โดนใจคนจริงจังในชีวิตก็ปล่อยเขาไป


โดย: ัyumi IP: 1.20.0.159 วันที่: 6 กรกฎาคม 2556 เวลา:16:33:35 น.  

 
อยากจะถามว่าก่อนที่จะสปอย คุณอ่านเรื่องนี้แล้วเข้าใจมันจริงๆแล้วงั้นหรือ ในเรื่องที่คุณติงมา ในเรื่องมันมีทั้งเหตุ และผลของมัน จะบอกว่าพระเอกไม่รู้จักใช้คน ให้แค่เด็กที่ไหนไม่รู้ไปเจรจา แต่ถ้าคุณอ่านจริงๆ ก็จะเห็นว่า นางเอกเป็นแค่ ทางเลือกหนื่งที่พระเอกหยิบมาใช้ เพราะพ่อค้าอาวุจไม่ชอบมาเฟีย และนางเอกมีความสามารถมีวิธีการที่น่าสนใจ แต่ไม่ได้หวังถึงขั้น นางเอกจะทำสำเร็จ คุณบอกตำรวจใช้เครื่องตรวจโลหะในรถพยาบาลที่มีโลหะเพียบ แต่ถ้าคุณจะสนใจชักนิดที่นักเขียนเขียนว่า เครื่องนั้น ตั้งค่าตรวจเฉพาะโลหะที่ใช้ทำอาวุจปืนประเพทไทเทเนียม คุณบอกว่าชีอรียจเรื่องความปลอดภัย เอาใครก็ไม่รู้มาขับรถทั้งที่ไม่ถูกฝึกมา แต่ลองคิดดูนะคะ คุณกำลังมีอันตะราย แต่ต้องออกไปข้างนอกอย่างเลี่ยงไม่ได้ (ชื่งในเมื่อคุณเป็นถึง CEO เป็นผู้นำแก็งมาเฟียใหญ่ จะอยู่บ้านนอนเฉียทิ้งงานเพราะกลัวตายงั้นเหรอ) แต่คนขับรถที่ไว้ใจดันโดนเก็บ คุณจะเอาเลือกใคร ระหว่างคนขับรถใหม่ที่ถูกฝึกมาอย่างดีแต่ไม่รู้ว่าเป็นหนอนบ่อนไส้ เป็นคนถูกจ้างมาของคนที่ต้องการเก็บคุณ กับ คนที่คุณรู้จักดีว่าไว้ใจและเชื่อใจเขาได้ ว่าจะพาคุณถึงจุดหมาย ไม่ทำร้ายหักหลัง และไม่หลงทาง ... ฉันไม่รู้นะคะว่าคุณใช้หลักอะไรมาวิจารณ์เรื่องนี้ แต่สำหรับฉัน ฉันว่าเรื่องนี้สนุกมากค่ะ บางทีอาจดูเวอร์เกีนจริง แต่ส่วนมากก็ล้วนมีเหตุ และผลของมัน ชื่งทำให้เรื่องนี้มีอะไรให้น่าติดตามมากกว่าจะมองหาความรักหวานแหววในแบบนิยายที่เกลื่อนตลาด ขอบอกว่าอ่านเรื่องนี้แล้วบางคนอาจเลีกอ่านนิยายมาเฟียหน้าหล่อ สาวน้อยหน้าสวยที่เอาแต่ตบจูบแล้วลากขื้นเตียงทีมีให้เห็นทั่วไปจนเหมือนกับว่าลอกกันมาทั้งนั้นแค่เปลี่ยนชื่อ เปี่ยนบทนิดหน่อย แต่โครงเรื่องก็เหมือนกัน

ทั้งหมดนี้ก็คือความเห็นส่วนตัวของฉัน คนที่อ่าน แล้วก็รักนิยายเรื่องนี้ และขอบอกเป็นการส่วนตัวอีกเช่นกันค่ะ ว่าใครที่มา อ่านบทความนี้แล้วไม่คิดจะอ่าน คิวบิก ขอบอกว่า คุณพลาดแล้วละค่ะ


โดย: inunaru IP: 141.0.11.36 วันที่: 6 กรกฎาคม 2556 เวลา:17:15:27 น.  

 
อ่านแล้วฟินมาก.. ขอบอก


โดย: แม่นาค IP: 115.84.90.7 วันที่: 6 กรกฎาคม 2556 เวลา:18:24:04 น.  

 
หึๆ โดนสับเละเลยล่ะสิ โถ่ๆ ชางหน้าสมเพช น่าเวทนาสิ้นดี จขบ.ย่อมาจากอะไรน่ะ เจือกเข้าขั้นบ้า เหรอ ฮ่าๆ ตั้งได้เข้ากับตัวเองมากกอะ ขอกดไลค์

จุ๊ๆ เข้าใจคำว่า 'นิยาย'มั้ย ถ้ามันสมจริงไปซะหมด มันจะถูกเรียกว่า'นิยาย'เหรอ มันคือสิ่งที่ถูกปรุงแต่งขึ้นมา เจือกเข้าขั้นบ้าใช้อะไรคิดอะ foot เหรอ

และก็น่ะเวลาอ่านนิยายของคนอื่นนะ อ่านให้มันจบซะก่อน หรือว่าสมองปลาทองรึไง ถึงได้จำไม่ได้น่ะว่าเนื้อเรื่องมันคืออะไร และก็น่ะถ้าอ่านจบแล้ว ก็ช่วยไปคอมเมนในเว็บของผู้แต่ง ถ้ารูสึกยังไงก็เมนไป ไม่ชอบก็บอกไม่ชอบ ชอบก็บอกชอบ แค่นี้ก็จบและ ไม่ใช่มาตั้งบล็อก วิจารณ์นิยายเรื่องนี้และก็เรื่องอื่นๆ อย่างเสียๆหายๆ รู้มั้ยการทำแบบนี้น่ะมันเหมือนคนเก็บกดอะ ช่างน่าสงสาร ระวังน่ะเก็บไว้นานจะกลายเป็นบ้า หึๆ ลาขาดกันล่ะ


โดย: mania IP: 101.108.8.117 วันที่: 6 กรกฎาคม 2556 เวลา:22:53:59 น.  

 
ที่จริงก็เป็นคนที่อ่านหนังสือเยอะมากนะ อ่านทุกแนวด้วย ตั้งแต่การ์ตูน วรรณกรรมเด็ก หนังสือจีนกำลังภายใน นวนิยายตั้งแต่เด็กพึ่งเขียน ยันวรรณกรรมชื่อดังจากนักเขียนชื่อดังทั้งหลาย วรรณกรรมแปล นิยายปกล่ำก็ยังอ่านเลย แต่ไม่ค่อยจะวิจารณ์เท่าไหร่ เพราะถือว่าการเขียนนิยายไม่ว่าจะแนวไหนก็เป็นสิทธิของผู้เขียนนะ ยกเว้นแต่บางเรื่องที่มันแย่มากจริงๆเช่นเนื้อหาติดเรทสุดๆ และไม่มีเหตุผลชนิดอ่านแล้วรับไม่ได้ (ซึ่งโดยมากก็จะหยุดอ่านไปเองโดยไม่ต้องไปเสียเวลากับมัน) ....แต่เวลาอ่านหนังสือของตนเองนั้น จะรู้เลยว่าจะชอบอ่านแบบไหน ช่วงเวลาใด และแค่ลองเปิดอ่านดูไม่กี่บรรทัดของหนังสือ ก็พอจะเดาได้เลยว่าตัวเองชอบหรือไม่ชอบอย่างไร สำนวนเป็นอย่างไร วิธีคิดของตัวละครเป็นอย่างไร และที่สำคัญคือเป็น "สไตล์หนังสือ" แบบไหน ดังนั้น แทบจะเรียกได้ว่าแค่หยิบหนังสือแต่ละเล่ม (หรือดูชื่อเรื่อง) ก็พอจะเดาได้แล้วว่าเป็นสไตล์อะไร ...ไม่ใช่คนวิจารณ์หนังสือ เพราะส่วนตัวแล้วคิดว่าคนที่คิดจะวิจารณ์หนังสือนี่ ต้องเป็นคนที่อ่านอย่างเก็บรายละเอียดนะ เก็บและวิจารณ์ในแต่ละชอตของเรื่องว่าชอบไม่ชอบตรงไหน อะไรที่ไม่สมเหตุสมผล หรือความเป็นไปได้ แต่เท่าที่อ่านคนวิจารณ์คนนี้ออกจะสงสัยอยู่ว่าเขาอ่านในแง่มุมไหน ดูจากข้อเท็จจริงของฉากในหนังสือและเหตุผลที่อธิบายในความต่อเนื่องของหนังสือหรือเปล่า เพราะคำวิจารณ์มันดูขัดแย้งกับเนื้อหาในหนังสือค่อนข้างมากทีเดียว ... ที่จริงหนังสือก็เหมือนงานศิลปะนั่นแหละ....มีได้หลากสไตล์ และมีทั้งคนชอบและไม่ชอบ เพียงแต่คิดว่าถ้าจะรีวิวงานเขียนแบบมืออาชีพ ก็คงต้องไปเป็นนักวิจารณ์หนังสือซึ่งเขาจะมีหลักการของการวิจารณ์ แต่ถ้าจะเขียนสับแหลกในฐานะคนอ่านที่ไม่ใช่มืออาชีพ...อย่างน้อยก็น่าจะอ่านรายละเอียดให้ชัดเจนก่อนแล้วค่อยมาวิจารณ์อย่างมีเหตุและผลมากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การรีวิลแบบครึ่งๆกลางของตัวเนื้อหาในหนังสือ ทั้งๆที่ผู้เขียนจะบอกเหตุผลแทบจะทุกอย่างของการกระทำในตัวละคร (ซึ่งหากคนอ่านไม่เห็นด้วย ก็ต้องนำเหตุผลของตนเองมาหักล้างกับเหตุผลของคนเขียน) ...เผอิญไม่ได้ชอบวิจารณ์หนังสือ เพราะถือว่าตัวเองอ่านหนังสือเอาไอเดีย เอาจินตนาการ เอาความสนุก และแง่คิดต่างๆของหนังสือ มากกว่าที่จะไปคิดเรื่องของความสมจริงในชีวิต (ซึ่งความจริง เรื่องจริงในชีวิตบางอย่างยังแทบจะเว่อร์มากกว่าในนิยายด้วยซ้ำไป) ก็เลยไม่เคยซีเรียสกับการเขียนหนังสือของนักประพันธ์คนไหน แต่จะเก็บแค่ว่าชอบ ไม่ชอบ สไตล์เขียนของคนไหน และรู้สึกว่าคนไหนมีคุณภาพแค่ไหนในมุมมองของตนเอง


โดย: ผ่านมา IP: 171.96.57.208 วันที่: 6 กรกฎาคม 2556 เวลา:22:57:06 น.  

 
เพิ่งผ่านมาเห็นบทความนี้เองค่ะ
รู้สึกเสียดายลึกๆที่เพิ่งมาเจอ เพราะว่า คงมีหลายคนที่เปิดอ่านรีวิวของคุณแล้วตัดสินใจที่จะไม่ซื้อนิยายดีๆไปเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว

ดิฉันเข้าใจว่า การวิจารณ์มันเป็นเรื่องธรรมดา เพราะนิยายที่เขียนออกมาไม่มีเล่มไหนที่สมจริงได้ร้อยเปอร์เซ็นหรอกค่ะ ถ้าไม่ใช่หนังสือเรียนพวกแคมเบลอะไรงี้ ฉะนั้น นิยายทุกเรื่องจึงมีจุดที่คนชอบและไม่ชอบ มีจุดให้จับผิดหลากหลาย แต่สิ่งสำคัญของการเป็นผู้วิจารณ์ คือ คุณต้องเข้าใจในนิยายเรื่องนั้นอย่างลึกซึ้ง

ซึ่งคุณสอบตกตั้งแต่แรก... คุณอ่านนิยายเรื่องนี้ไม่จบแน่นอน หรือ อย่างที่คุณบอกว่า อ่านจบ แต่ก็คงจะเป็นการอ่านที่ผ่านๆตา เพราะคุณ"พลาด" ในหลายจุดของคำวิจารณ์ และเป็นเรื่องแย่เลยทีเดียวที่การพลาดครั้งนี้มันช่วยดิสเครดิตคุณว่า คำวิจารณ์ของคุณมันน่าเชื่อถือน้อยมาก ดังนั้นสำหรับการอ่านคำวิจารณ์ในเรื่องอื่นๆ ดิฉันจึงไม่กล้าที่จะตัดสินใจเชื่อจากคำของคุณ...นักวิจารณ์หนังสือที่อ่านหนังสือไม่จบ น่าขำสิ้นดี!

ถ้าคุณอ่านมาถึงบรรทัดนี้แล้วรู้สึกว่า ความเห็นของดิฉันมันก็ไร้เหตุผลมาสนับสนุนเหมือนกับที่คำวิจารณ์หนังสือของคุณ
ขอให้คุณรู้ไว้สักนิดนะคะ ว่า

ดิฉันเป็นนักอ่านที่เข้าขั้น บ้าหนังสือมาก เลยทีเดียวค่ะ ดิฉันอ่านมาหลายเรื่องมากพอที่จะทายเนื้อหาได้ตั้งแต่อ่านคำโปรยปกหลัง และดิฉันก็เคยอ่านนิยายเรื่องคิวบิกนี้ด้วย

แต่ดิฉัน ก็ยังไม่กล้าพอที่จะตั้งตนเป็นนักวิจารณ์งานเขียนค่ะ
เพราะการเป็นนักวิจารณ์ มันมีอะไรมากกว่า คำพูดที่สักแต่ พ่นๆๆออกมาว่า เรื่องอะไรเป็นยังไง ทั้งๆที่ไม่เคยได้สัมผัสมันด้วยหัวใจอย่างลึกซึ้ง

และที่สำคัญ นักวิจารณ์ที่ดีต้องรับฟังเหตุผลของฝ่ายอื่นด้วย แต่เท่าที่ดิฉันไล่อ่านทุกค้อมเม้น ประกอบกับการอ่านคำวิจารณ์ของคุณ มันก็ชี้ได้ว่า คุณยึดมั่นในคำวิจารณ์ที่คุณพ่นออกมา แต่ไม่ได้รับผิดชอบในสิ่งที่เกิด

ส่วนประเด็นอื่นๆก็มีคุณคอมเม้นท์อื่นๆได้กล่าวถึงไปแล้ว ดิฉันก็คงจะขอวิจารณ์แค่เพียง "ตัวของคุณ" เท่านั้นนะคะ

และถ้าคุณตระหนักได้ถึง บทบาทของผู้วิจารณ์ ที่คุณกำลังทำอยู่นี้

ดิฉันก็หวังว่า คุณคงจะปรับเปลี่ยนตัวคำวิจารณ์ของคุณใหม่เสีย
ถ้าไม่รู้จะเริ่มอย่างไร

ดิฉันแนะนำให้คุณไปจับหนังสือ คิวบิก นี้ขึ้นมาใหม่ แล้วอ่านมันอีกรอบอย่างตั้งใจ :) คงไม่ได้รบกวนเวลาของคุณสักเท่าไหร่หรอกนะคะ
เพราะถ้าหักล้างเวลาสัก 5 ชม ของคุณที่ต้องอ่านคิวบิกใหม่เพื่อมารีวิวให้มีเหตุผลกว่าเดิม กับเวลาเกือบ 2 ปี ที่คำวิจารณ์ห่วยๆของคุณมันได้บันทึกประวัติศาสตร์และทำลายหนังสือเรื่องนี้ให้กลายเป็นหนังสือกิ๊กก๊อกทั้งๆที่มันไม่ใช่ไปอย่างน่าเสียดาย

คุณไตร่ตรองเอาเถอะนะคะ ดิฉันเชื่อว่าคนที่วิจารณ์งานเขียนของคุณคงเป็นคนที่ชอบงานเขียนมาก และ คงจะทราบดีว่า กว่างานเขียนแต่ละเรื่องจะเกิดมาเป็นเล่มได้นั้น ผู้เขียนเรื่องนั้นๆ ต้องทุ่มเทแระงใจและแรงกายเขียนให้จบขนาดไหน

อย่าปล่อยให้คำวิจารณ์อันเลื่อนลอยของคุณในครั้งนี้ มาประจารถึงตรรกะความคิดของคุณเลยนะคะ
:)



โดย: นักอ่านเสรี IP: 202.28.180.202 วันที่: 12 กรกฎาคม 2556 เวลา:21:36:22 น.  

 
เพิ่งเป็นนักอ่านมือใหม่ และเป็นแฟนคิวบิก เลยไม่ขอวิจาร์ณงานเขียนอย่างเป็นทางการ แต่บอกได้แค่ว่าสนุกมาก ถ้าใครไม่ได้อ่านน่าเสียดายมาก
สนุกมากจนคิดเหมือนกับหลายคอมเม้น( ในกระทู้อื่น) ว่าจะทำให้เรื่องอื่นลดอรรถรสลงไปเลย ตอนนี้อยากหาเรื่องอื่นอ่านต่อ ขอให้ผู้เชี่ยวชาญทุกคนช่วยแนะนำหน่อยคะ ชอบแบบคิวบิกนี่แหละคะ เด็ด สนุก หวานสลับ เข้มข้น ซับซ้อน แต่อมยิ้มเวลาอ่าน
มันวางไม่ลงจริงๆ และต้องอ่านซ้ำอีกหลายรอบแน่นอน
แฟนๆคิวบิคช่วยแนะนำหน่อยนะคะ ry4111@yahoo.com คะ
ขอบคุณมากคะ
ลองหาหาดูไม่กล้าเลือกเลยกลัวผิดหวังเพราะยังติดใจคิวบิคอยู่มากมายตัดใจไม่ลงจริงๆ


โดย: Cherry IP: 58.9.213.99 วันที่: 8 สิงหาคม 2556 เวลา:21:16:20 น.  

 
เห็นด้วยกับ จข.บลีอคมากๆ เรื่องไม่สมเหตุสมผล พยายามยัดเหยียดความฉลาดนางเอก ทั้งที่อ่านแล้วไม่รู้สึกว่าแลาดเลย ฉากบู๊อ่านแล้วขำเหมือนกันค่ะ ไม่ได้สมจริงเอาเสียเลย เหมือนถูกสะกดจิตอ่ะ พอมีคนอวยเยอะๆ คนเลยจะนึกว่าสนุก เราก็เป็น


โดย: นักอ่าน IP: 171.6.177.85 วันที่: 6 กันยายน 2556 เวลา:18:10:13 น.  

 
สำหรับเรา เราว่านิยายมันไว้คลายเครียดนะ ไม่ให้เครียดกว่าเดิมถ้าคุณมานั่งจับผิด หรือต้องการอะไรที่มันสมเหตุสมผลมากๆละก็อ่านหนังสือเรียนดูจะสนุกกว่านะจับผิดไปเต็มที่ เวลาเจอจุดผิดคนอื่นจะได้ได้ประโยชน์ด้วยไง เครียดขนาดนี้อย่าอ่านนิยายเลย
ปล.เราว่าที่คุณเขียนมาน่าจะเรียกว่าจับผิด มากกว่าวิจารย์หรือรีวิวนะ แล้วก็ใช้ความ"ต้องการตัวเอง"เป็นหลักมากกว่าความเป็นกลางนะ
คห.ที่ 98 เราว่านางเอกฉลาดก็ดูโอเคกว่านางเอกแบบแบ๊วๆที่เห็นในหนังไทยนะ


โดย: ผ่านมาเฉยๆ IP: 58.9.133.6 วันที่: 19 กันยายน 2556 เวลา:20:37:45 น.  

 
ก็ไม่คิดว่าจะได้มาอ่านคำวิจารณ์ของคุณต่อนะคะคุณจขบ.
(ขอให้อ่านความคิดเห็นนี้ให้จบเพื่อแก้ไขความเข้าใจผิดของคุณนะคะ)
จากที่อ่านคำวิจารณ์ของจขบ.ในคิวบิกภาคแรกก็ไม่คิดว่าคุณจะตามต่อนะคะเนี่ย เพราะจากที่คุณพูดมาว่าไม่น่าไปแหยมกับนิยายแบบนี้ และยังพูดอีกว่าคุณกัดฟันอ่านจนจบ แล้วคิดยังไงถึงได้ซื้อภาคต่อได้ล่ะคะ? เท่าที่ดูแล้วถ้าคุณไม่ชอบจนต้องอ่านต่อ ก็คงอยากจะเอามาเขียนบล็อกสร้างกระแสต่อล่ะมั้งคะ เพราะจากคำวิจารณ์ในภาคแรกก็ได้ยอดวิวกับคอมเม้นมาเพียบ แต่ก็คงต้องขอขอบคุณ
เริ่มแรกก็คงต้องถามจขบ.ก่อนนะคะว่า คุณเข้าใจในเรื่องที่ดิฉันได้ชี้แจงไปไหมคะ เพราะจากที่อ่านมารู้สึกว่าคุณจะยึดมั่นในสิ่งที่คุณคิดเหลือเกินจนไม่ยอมรับเหตุผลของคนอื่นๆเลยนะคะ เพราะดิฉันคิดว่าดิฉันก็ได้ชี้แจงไปอย่างละเอียดแล้ว แต่คุณก็ไม่เห็นจะแก้ไขคำวิจารณ์(ที่ไม่มีเหตุผลมารองรับของ)คุณเลยแม้แต่นิดเดียว จากครั้งก่อนที่ได้เห็นคุณลบคำวิจารณ์ ต่อจากนั้นก็เพิ่มใหม่แล้วคลุมดำ เพื่อจะจบปัญหา แต่กลับมาลงใหม่โดยไม่แก้ไขตั้งแต่คำนำ ยัน ปล.2 พร้อมต่อด้วยคำวิจารณ์ภาคใหม่เนี่ย ก็ทำให้ดิฉันคิดว่าคุณคงไม่อยากอยากจะ'จบ'จริงๆ
ขอติงนิดนึงเรื่องการใช้ภาษานะคะ ดิฉันอ่านคำวิจารณ์ภาคไฟนอลของคุณไม่ค่อยเข้าใจซักเท่าไหร่ บางทีมีการใช้ภาษาอังกฤษมาปน แถมการใช้ประโยคก็ไม่ค่อยแข็งแรงซักเท่าไหร่นัก แต่ก็พอจะรู้ว่ามีแต่คำติเตียนที่ไม่มีเหตุผลมารองรับเต็มไปหมด คราวหลังจะจับผิดตรงไหนขอเหตุผลมาด้วยก็ดีนะคะ(ดิฉันได้พูดเรื่องนี้ไปหลายรอบแล้วแต่คุณก็ยังคงไม่แก้ไขอยู่ดี) ไม่งั้นคนอ่านรีวิว’บางคน’อาจจะเข้าใจเรื่องคิวบิกไปผิดๆก็ได้ค่ะ ดิฉันอยากจะชี้แจง’ทุกๆเรื่อง’ให้คุณฟังค่ะ แล้วก็ขอแนะนำว่าให้ไปอ่านความคิดเห็นของดิฉันที่ผ่านมา(ความคิดเห็นที่ 14 ,65,68,69) หรืออาจจะอ่านความคิดเห็นของนักอ่านที่มาชี้แจงไว้เพิ่มเติมด้วยก็จะเป็นประโยชน์มาก เพื่อแก้ไขความเข้าใจผิดๆของคุณนะคะ หรือถ้าคุณยังไม่เข้าใจอีก ดิฉันก็ยินดีที่จะแปลคำชี้แจงออกมาเป็นภาษาอังกฤษเพื่อให้คุณเข้าใจได้มากขึ้นเพื่อที่จะนำไปแก้ไขบล็อกของคุณนะคะคุณจขบ.
เอาล่ะค่ะ อย่างแรกที่ดิฉันเคยให้คำอธิบายไปแล้วในเรื่องการใช้ตัวเลขกับการเปรียบเทียบที่ขัดกับความเป็นได้ทางกายภาพ ขอย้ำอีกที่ว่านี่คือการใช้วรรณศิลป์รูปแบบหนึ่งที่เรียกว่า “อติพจน์” คือการกล่าวเกินจริงเพื่อให้ได้ความรู้สึกที่ชัดเจนยิ่งขึ้นค่ะ ซึ่งการใช้ภาษารูปแบบนี้มีมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้วค่ะ เหมือนอย่างที่เห็นได้ในวรรณคดีทั่วไป ดิฉันจะขอยกตัวอย่างเล็กน้อยเพื่อให้เข้าใจได้มากขึ้น เช่น ‘ร้องไห้จนน้ำตาไหลเป็นสายเลือด’ ถ้าคุณจขบ.เห็นมาแบบนี้ก็คงจะบอกว่ามันผิดสินะคะ เพราะตามความเป็นจริงแล้วคนร้องไห้ออกมาเป็นเลือดไม่ได้ มันผิดหลักทางกายภาพของมนุษย์ค่ะ แต่ถ้าคิดตามแล้ว ก็หมายถึงว่าร้องไห้หนักมากๆๆ ซึ่งคนเขียนเค้าต้องการสื่อออกมาแบบนั้นค่ะ ก็เหมือนกับการที่พี่แบงค์นำมาใช้ในการบรรยาย ซึ่งส่วนนี้ดิฉันก็ได้ให้คำอธิบายกับคุณไปแล้วนะคะ
เรื่องต่อไปก็คงจะเป็นฉากต่อสู้ที่คุณติเตียนมาคุณให้เหตุผลมาส่วนนึงแต่ก็ยังไม่ครบถ้วนซึ่งเป็นเหตุผลที่ช่วยสนับสนุนคำพูดของคุณทำให้คนที่มาอ่านเข้าใจผิด เช่น การโยนลูกกระสุดเข้าหาไฟแล้วระเบิดออกมา การกระทำนี้เป็นจริงได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องอาศัยความฟลุคหรืออาจจะไม่เกิดขึ้นเลยอย่างที่คุณกล่าวมาค่ะ ซึ่งการโยนกระสุนเข้าหาไฟเพื่อให้ระเบิดนั้นต้องมีการเอาส่วน’แก๊ป’ที่คุณว่านั้นกระแทกกับพื้นอย่างแรง ก่อนที่จะขว้างค่ะ ซึ่งถ้าทำแบบนี้แล้วกระสุนก็จะกลายเป็นระเบิดดีๆนี่เอง ส่วนเรื่องที่คุณถามว่ายิงสู้ตรงๆไปเลยดีกว่ามั้ย คือ ดิฉันไม่เข้าใจว่าคุณได้อ่านละเอียดแล้วรึยังน่ะค่ะ เพราะคนเขียนก็ได้อธิบายไปในเรื่องแล้วว่า เป็นเพราะคนที่สู้ด้วยเป็นถึงนักฆ่าที่เชี่ยวชาญด้านการต่อสู้และการใช้ปืนนะคะ ถึงนางเอกจะหลบอยู่หลังตะและมีปืนอยู่กับตัวก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะสู้ได้นะคะ เอาง่ายๆ จขบ.ไม่ต้องถึงกับไปสนามรบ แค่คุณไปแข่งเกมยิงปืนกับคนที่เล่นเกมมาซัก 5 ปี คุณมีอาวุธพร้อมมีทุกๆอย่างเหมือนกับเข้า แต่คุณขาดทักษะในการเล่น คุณก็แพ้เค้าอยู่ดี ซึ่งก็เหมือนในกรณีนี้นะคะ ที่นาคสู้ไม่ได้แน่ จึงต้องใช้วิธีการนี้ค่ะ ส่วนเรื่องของอธิปไตยเหนือน่านน้ำภายใน หรือระบบการศึกษาที่ส่อไปทางอเมริกันมากกว่าอังกฤษ อันนี้ดิฉันเองก็ไม่มีความรู้ค่ะ แต่ถ้าได้ติดตามในเว็บนิยายคิวบิกภาคไฟนอล รู้สึกจะมีการเขียนคำอธิบายไว้แล้วน่ะค่ะ ถ้าดิฉันหาเจอจะเอามาชี้แจงให้อีกทีนะคะ
ส่วนเรื่องระบบการรักษาความปลอดภัย ตรงนี้ทำให้ดิฉันสงสัยมากๆว่าคุณอ่านข้ามๆรึเปล่า ถึงได้ไม่รู้ว่าหลานเซ่อจงใจลดการรักษาความปลอดภัยของไป๋ซิงเพื่อล่อคนร้ายตัวจริงและนาคออกมา ส่วนตรงที่บอกว่าใช้การทุบกระจกและผ้าปูเตียงเพื่อหลอกว่าหนีไปแล้ว ดิฉันไม่เข้าใจเหตุผลที่ใช้ประกอบของคุณจริงๆ ลองคิดดูว่า ถ้าสมมติคุณมีลูกแล้ววันนึงคุณเข้ามาในห้องลูกเห็นลูกเปิดหน้าต่างทิ้งไว้พร้อมกับที่มีผ้าปูเตียงห้อยไว้ คุณจะคิดว่าลูกคุณหลบอยู่ใต้เตียงงั้นหรอคะ? แล้วที่บอกว่าลำดับเหตุการณ์และสภาพเงื่อนไขไม่มีความเป็นไปได้ ดิฉันไม่เข้าใจว่ามันเป็นไปไม่ได้ยังไง เพราะตอนนี้ทุกคนก็กำลังหาตัวคนร้ายที่ทำร้ายนาคอยู่ค่ะ


โดย: คนรักนิยาย IP: 58.9.71.20 วันที่: 18 ตุลาคม 2556 เวลา:14:20:50 น.  

 
^
ขอต่อนะคะ
ส่วนเรื่องที่นาคโดนลักพาตัวไประหว่างทางไปรพ. คือตอนที่ขึ้นรถในหนังสือก็อธิบายไว้แล้วว่า รถคันนั้นเป็นของไป๋ซิง และมีคนขับรถอยู่ในนั้นอยู่แล้วนะคะ พอวางตัวนาคปุ๊ป ไป๋ซิงเข้าตามแล้วก็ออกรถไปเลยนะคะ คนที่เหลือจึงต้องตามไปทีหลังค่ะ แล้วพอรถคันหลังโดนชน คนขับรถของไปซิงที่เป้นลูกน้องจึงลงมาดูเพื่อหวังว่าจะช่วยเพื่อนของเค้าได้ค่ะ(หนังสืออธิบายไว้หมดแล้ว) ซึ่งที่คุณพูดไว้ ดิฉันเข้าใจว่า ทำไมลูกน้องคนนั้นถึงลงมาช่วยพวกที่เหลือ ทั้งที่มีคนสำคัญนั่งอยู่ในรถ คือส่วนนี้คุณพูดว่าไม่มีทางเลยที่บอดิการ์ดคนนั้นจะลงมาดูพวกที่เหลือใช่ไหมคะ? ในช่วงเหตุการณ์แบบนั้น คุณพูดได้เต็มปากมั้ยคะว่าคุณจะไม่ลงมาจากรถแน่นอน ขอยกตัวอย่างให้ง่ายๆ เพื่อนคุณขับรถตามคุณมาเพื่อไปเที่ยวกัน แล้วในรถคุณมีพ่อแม่นั่งอยู่ด้านหลังโดยที่แม่สลบไปต้องไปรพ.ด่วน เพื่อนคุณโดนรถชนจนเละ คุณมีสองทางเลือกคือลงไปดูเพื่อนกับ สองขับต่อไปเลย อันนี้คุณอาจจะพูดว่าไม่สมจริง มันเทียบกับเหตุการณ์ในนิยายไม่ได้ แต่มันก็มีประเด็นที่เหมือนกันอยู่ค่ะ ถ้าเกิดคุณบอกว่าคุณต้องลงไปดูเพื่อนแน่นอน เพราะนี่คือเพื่อนของฉัน แล้วคุณไม่คิดหรอคะว่ารถเพื่อนคุณอาจจะระเบิดแล้วพ่อแม่คุณก็จะโดนไปด้วยน่ะค่ะ ซึ่งเหมือนในกรณีนี้ที่บอดิการ์ดไม่ได้คิดถึงผลที่ตามมา ไม่ได้ระแวงว่าจะเกิดเหตุลักพาตัวขึ้นค่ะ ทำให้เค้าลงไปดูพวกของเค้าก่อน(เพราะนาคก็ไม่ได้หยุดหายใจนี่คะ แค่สลบและเลือดออก) ดังนั้นกรณีนี้มีความเป็นไปได้ค่ะ และมีความเป็นไปได้สูงมากด้วยค่ะ ส่วนการที่หลานเซ่อลงโทษดิฉันว่าก็ไม่ได้ผิดอะไรเพราะหลานเซ่อลงโทษที่คนนี้โง่ ดันไม่รู้จักระวังจนทำให้นาคถูกลักพาตัวไป

ปล. ดิฉันขอพูดอีกครั้งว่าทั้งที่คุณชอบการโต้เถียงแบบมีเหตุผล แต่เมื่อมีนักอ่านมาแก้ไขความเข้าใจผิดและชี้แจงในส่วนต่างๆไว้ให้แล้ว ทำไมคุณถึงยังไม่แก้ไขรีวิวของคุณอีก การเขียนของคุณนี้ดิฉันขอพูดตรงๆว่า มันไม่ใช่ความคิดเห็นส่วนตัวค่ะ แต่มันคือการจับผิดนิยายค่ะ คนที่รีวิวปกติเค้าต้องพูดถึงข้อดีและข้อเสีย จุดอ่อนจุดแข็งของเรื่อง ไม่ใช่มาชี้จุดผิด(ที่ไม่ได้ผิด แต่คุณไม่เข้าใจเองเพราะคุณอ่านอย่างไม่ละเอียดถี่ถ้วน) อย่างโน้นอย่างนี้ บางส่วนที่ไม่สมจริงก็มีบ้างดิฉันยอมรับ แต่ไม่ใช่ทั้งเรื่องเหมือนอย่างที่คุณได้กล่าวมาแน่นอนค่ะ แล้วจากที่ดิฉันสังเกตได้นะคะ คุณจขบ.ไม่น่าจะใช่คนที่ยอมรับความคิดเห็นของคนอื่นอย่างที่คุณกล่าวมานะคะ เพราะจากที่ชี้แจงไป ไม่มีการตอบรับ ไม่มีการใช้เหตุผลของคุณมาโต้ตอบในสิ่งที่นักอ่านได้กล่าวไป มีเพียงแต่การเมินเฉย และตอบเฉพาะคอมเม้นที่สนับสนุนบล็อกของคุณเท่านั้น (เห็นได้จากการที่คุณตอบคอมเม้นที่72ทั้งที่พึ่งมาเม้นหลังจากคนอื่นไป1ปี แถมยังมาตอบอย่างรวดเร็วห่างกันแค่1ชม.) รวมทั้งยังไม่มีการแก้ไขความเข้าใจผิดของนักอ่านบางคน เช่นบอกว่าเรื่องคิวบิกเหมือนกับเรื่องมาเฟียที่รักบ้างล่ะ เรื่องชื่อพระเอกบ้างล่ะ แล้วความคิดเห็นที่ดิฉันได้แสดงไปก็ไม่มีการมาตอบกลับว่าเข้าใจไหม หรือถ้าไม่เห็นด้วยก็ไม่มีการโต้แย้งกลับมา คุณยังคงยึดมั่นในความคิดของคุณว่าคุณถูก หรือการที่คุณไม่ออกมายอมรับส่วนที่คุณผิดเพราะคุณกลัวเสียหน้ากันแน่คะ คุณโตและมีวุฒิถาวะมากพอแล้วทำไมถึงยังทำแบบนี้อีก ดิฉันเองก็ไม่เข้าใจ คนที่โตแล้วควรจะยอมรับความผิดพลาดและแก้ไขมันนะคะ

ปล.2 ที่คุณออกมาประชดประชันว่า นักอ่านโชคร้ายที่ผ่านมาอ่านบล็อกของคุณ หรือ คุณเขียนรีวิวไปกระทบจุดใครบางคนน่ะค่ะ คือ คุณพูดเหมือนกับว่าคุณไม่ยอมรับว่าการที่คุณออกมาพูดถึงบางส่วนของเนื้อเรื่องแบบผิดๆโดยยกเหตุผลที่คุณมีมาสนับสนุนข้อติของคุณมันเป็นสิ่งที่ผิด แล้วยังมาประชดนักอ่านว่า คิวบิกนี่แตะไม่ได้ ด่านิดด่าหน่อยไม่ได้ แล้วนักอ่านก็ไม่ได้พูดด้วยว่าคุณแสดงความคิดเห็นของคุณออกมาไม่ได้ แต่พูดว่าคุณไม่ควรแสดงความคิดเห็นแบบผิดๆออกมาต่างหากล่ะคะ ที่คุณพูดมาก็เหมือนเป็นการโยนความผิดให้นักอ่านที่มาแสดงความคิดเห็นน่ะค่ะ ก็ต้องขอให้คุณเข้าใจตรงนี้ด้วย และนำไปแก้ไขด้วยค่ะ

ปล.3 ต้องขอขอบคุณคุณจขบ.อีกครั้งนะคะที่อุดหนุนนิยายนี้ ทั้งที่ในภาคแรกยังพูดว่าไม่ถูกโฉลก อ่านแล้วไม่ชอบ ขัดใจ ขาดตรรกะ ไม่มีความเป็นจริง ไม่ซีเรียสแบบที่คุณชอบ ดิฉันเองก็ต้องนับถือความพยายามในการอ่านของคุณที่คุณบอกว่ากัดฟันอ่านจนจบเล่มสอง แต่ไม่รู้ว่าไหงกัดฟันอ่านได้ต่อจนจบเล่ม4ได้นะคะเนี่ย : )


โดย: คนรักนิยาย IP: 58.9.71.20 วันที่: 18 ตุลาคม 2556 เวลา:14:22:14 น.  

 
คุณคนรักนิยาย >

ที่อ่านต่อ เพราะมีนักอ่านมาแนะให้ลองอ่านอีก ด้วยหลักที่ว่าสิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น อย่าเชื่อโดยง่ายโดยเฉพาะในยุคอินเตอร์เน็ตนี้ แต่ดิฉันว่าการเขียนในบล็อคก็ไม่ใช่รีวิวนะคะ เป็นการแสดงความเห็นส่วนตัวเท่านั้น ส่วนเรื่องยอดวิวนี่ไม่เคยสนใจอยู่แล้วและไม่ได้คิดเลยว่าจะโปรโมตอะไรเลยค่ะ เพราะเป็นเรื่องงานอดิเรกและจุดยืนส่วนตัว ที่เขียนบล็อคเหล่านี้เพราะแรงจูงใจภายในในการจดบันทึก ไม่ใช่เรื่องงานที่ต้องมานับการอ้างอิง (ขอปรับความเข้าใจของหลายคนตรงนี้ด้วย ความจริงก็ไม่ทราบมาก่อนว่าอ่านภาคแรกว่าเป็นนิยายออนไลน์ด้วยซ้ำ) และที่ส่วนใหญ่ไม่ตอบก็เพราะตามที่บอกแล้วล่ะค่ะ ยังไงก็แล้วแต่คิดว่าเมื่ออยู่ใน public domain ทุกคนก็มีสิทธิและความรับผิดต่อต่อการเขียน แต่เรื่องประชดนักอ่านว่าแตะไม่ได้นี่ คิดว่าไม่เคยนะคะ หรืออาจเป็นเพราะเขียนสื่อสารไม่ดีก็ได้ค่ะ ยังไงช่วยแนะหน่อยนะคะว่าตรงไหน จะได้แก้ได้ เรื่องระดับความรู้สึกในการใช้ภาษายิ่งไม่ค่อยถนัดอยู่

2. เรื่องอติพจน์นี่ก็ไม่มีปัญหานะคะ แต่การใช้อติพจน์ที่ไม่ใช่รูปแบบที่พบกันทั่วไปพร้อมกับ*ตัวเลข* ในฐานะที่งานเกี่ยวข้องโดยตรง ก็จะรู้สึกทันที เรื่องนี้เป็นปัญหาเชนซิทีฟเฉพาะบุคคล ซึ่งคนอ่านมีความแตกต่างกัน ซึ่งก็คิดว่าเขียนไว้ชัดเจนแล้วนะคะ

3. เรื่องการโยนกระสุนเข้าไปในกองไฟ อ้างตาม NRA Firearms Sourcebook ค่ะ แต่ที่มีความเห็นก็ไม่ได้เน้นเรื่องว่าทำได้หรือไม่ได้นะคะ แต่เสนอกว่าใช้ของอย่างอื่นให้ระเบิดสร้างความเบี่ยงเบน แล้วเอากระสุนยิงเองดีกว่าค่ะ จะมีฝีมือหรือไม่ก็ตาม

4. เรื่องทุบกระจกและผ้าปูเตียง ถ้าดิฉันเฝ้ายามอยู่ด้านนอกหลายคน ได้ยินเสียงกระจกแตก ไขกุญแจเปิดประตูเข้าไปดูพบผ้าพาดนอกหน้าต่างที่สูงหนึ่งชั้น มองลงไปไม่เห็นคน ต้องแบ่งคนค้นห้องแล้วล่ะค่ะ

5. เรื่องขับรถไปโรงพยาบาล ขอให้พิจารณาแยกมุมการส่งคนรู้จักและทำหน้าที่ในฐานะผู้คุ้มกันออกจากกันนะคะ ถ้าเป็นครอบครัวหรือคนรู้จักก็อย่างหนึ่ง แต่การทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยของวีไอพีนี่คนละเรื่องกันนะคะ (ในเรื่องนี้ขอตั้งสมมุติฐานว่ามีทรัพยากรและการเข้าถึงบุคลากรที่ถูกเทรนมาอย่างดี) เป็นแนวปฏิบัติปกติที่ต้องมีการ์ดในรถหรือทิ้งรถตาม เพราะผู้คุ้มกันมีหน้าที่โดยตรงที่ต้องระแวงค่ะ


โดย: jackfruit_k วันที่: 19 ตุลาคม 2556 เวลา:11:41:41 น.  

 
เรื่องอติพจน์ในการใช้ตัวเลขของพี่แบงค์ คือเราคิดว่านั่นเป็นส่วนที่ช่วยให้การจินตนาการง่ายขึ้นมากกว่านะคะ เพราะคนทั่วไปคงไม่มานั่งนึกถึงตัวเลขเป๊ะๆของแต่ละสถานที่หรอกค่ะ แต่การที่คุณจะซีเรียส และชอบคิดตัวเลขที่เป็นความจริงก็คงไม่ใช่ความผิดเช่นกันค่ะ

ส่วนการโยนกระสุนเข้ากองไฟที่คุณบอกว่าให้ใช้อย่างอื่นระเบิดแทนแล้วใช้ปืนยิงเอง ส่วนนี้ดิฉันได้ไปอ่านใหม่อีกรอบและทำความเข้าใจแล้ว ในฉากนั้น นากไปหลบอยู่หลังโต๊ะทำงานนะคะก็ไม่น่าจะมีของอะไรที่ใช้ระเบิดได้แล้วในตอนนั้น แล้วนาคก็แบ่งกระสุนออกมาส่วนหนึ่งเพื่อใช้ระเบิดเบี่ยงเบนความสนใจ รอนักฆ่าเดินมาตามจุดที่กำหนดแล้วออกไปผลักตู้หนังสือให้ล้มลงทับ แล้วใช้ปืนยิงเองทีหลังค่ะ สรุปก็คือเป็นการทำตามที่คุณแนะนำมาทุกอย่างน่ะค่ะ ซึ่งตรงนี้ก็ไม่ได้ผิดอะไร

เรื่องทุบกระจกและผ้าปูเตียง ดิฉันเองก็ได้ไปอ่านทวนอีกรอบ ส่วนนี้ได้กล่าวไว้ว่า หลังจากที่เดนิสและบอดิการ์ดได้ออกไปแล้วยี่สิบนาที กระจกแตก และบอดิการ์ดห้าคนค่อยวิ่งกลับมาดูนะคะ จากเวลาแล้วก็น่าจะเป็นไปได้ที่นาคและไป๋ซิงวิ่งออกหายออกไปจากระยะที่มองเห็นได้ค่ะ

เรื่องขับรถ อันนี้ดิฉันเข้าใจคุณที่ว่าในบอดิการ์ดคนนั้นควรที่จะไม่ควรที่จะทิ้งนาคกับไป๋ซิงไว้ในรถแล้วลงไปดู แต่คือการที่จะลงไปดูดิฉันคิดว่ามันมีความเป็นไปได้ค่ะ ในสถานการณ์คับขันคนเรามีเวลาคิดไม่มากนัก และการที่จะเกิดการตัดสินใจที่ผิดพลาดก็มีความเป็นไปได้สูง และบอดิการ์ดคนนั้นเองก็รู้จักกับพวกที่โดนชนด้วยนะคะดิฉันคิดว่ามันก็ไม่แปลกที่จะลงไปช่วย แล้วก็คงไม่ได้ทันคิดว่าจะมีใครมาลักพาตัวนาคไป ก็พอจะเข้าใจที่ว่าบอดิการ์ดคนนี้น่าจะถูกเทรนมาอย่างดี แต่อย่างที่บอก ถ้าไม่ได้เจอสถานการณ์แบบนั้นกับตัวจริงๆก็คงไม่อาจพูดได้ว่า'ไม่มีทางลงไปอย่างแน่นอน'หรอกค่ะ แต่ถ้าคุณจะต้องให้ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต้องมีความเป็นไปได้ร้อยเปอเซนต์ดิฉันก็คงแก้ไขอะไรไม่ได้ (ความจริงในนิยายมีแต่เหตุการณ์ที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นนะคะ เช่นพ่อแม่พระเอกหรือนางเอกเครื่องบินตกบ้าง โดนยิงแล้วไม่โดนจุดสำคัญบ้าง รวมทั้งการตัดสินใจที่ผิดของตัวละครในเรื่องน่ะค่ะ)

ปล. ที่ต้องการให้จขบ.แก้ไขคือในส่วนที่ผิด เช่น ไอคิวนางเอก 153 และส่วนที่ดิฉันได้ชี้แจงไปแล้วจขบ.เข้าใจตามกันแล้วค่ะ(มีบางส่วนที่จขบ.ยังแย้งอยู่ที่ดิฉันคิดว่ามันไม่ได้ผิดน่ะค่ะ ไว้คราวหน้าดิฉันจะมาเม้นชี้แจงให้อีกรอบเผื่อจขบ.จะได้เข้าใจในส่วนนั้นๆเพิ่มขึ้นค่ะ) รวมถึงปล.2ของคุณ ที่บอกว่าถ้าไปกระทบจุดใครเข้าน่ะค่ะ(คำว่านักอ่านที่โชคร้ายผ่านมาคุณได้แก้ไขไปแล้ว)

ปล.2 ถึงคุณได้กล่าวมาว่านี่ไม่ใช่รีวิว แต่นักอ่านส่วนใหญ่ก็เข้าใจว่ามันคือรีวิวค่ะเห็นได้จากคอมเม้นบนๆ แต่คุณก็ไม่เห็นจะบอกว่ามันไม่ใช่รีวิวนี่คะ แต่ความจริงดิฉันก็คิดว่ามันไม่เหมือนรีวิวค่ะ ไม่ใช่การแสดงความคิดเห็นด้วย น่าจะเป็นการจับผิดนิยายมากกว่าค่ะ

ปล.3 ความจริงดิฉันก็ยังคงรู้สึกแปลกใจที่คุณจขบ.ซื้อเล่ม3-4ต่อนะคะ ถึงจะบอกว่ามีคนแนะนำมา(อีกแล้ว) จึงซื้อ แต่ว่าถ้าภาคแรกจขบ.ไม่ชอบขนาดนั้นดิฉันคิดว่าคนทั่วไปก็ไม่น่าจะซื้อนิยายนั้นนะคะ(ยิ่งเป็นภาคต่อด้วยแล้วยิ่งไม่น่าเป็นไปได้)

ขอบคุณค่ะ


โดย: คนรักนิยาย IP: 58.9.240.85 วันที่: 20 ตุลาคม 2556 เวลา:9:06:53 น.  

 
บล๊อกแทบแตกเม้นกันกระจายอ่านคิวบิกแล้วเหมือนดูหนังเลยไม่เสียดายเลยที่อ่านวางไม่ลงถ้าอยากสัมผัสนิยายทำให้ต้องตื่นเต้นพร้อมจินตนาการสุดๆ


โดย: มีนานุช IP: 49.230.142.193 วันที่: 9 พฤษภาคม 2557 เวลา:23:56:26 น.  

 

เพิ่งเข้ามาค่ะ คอมเมนต์เยอะมาก อ่านจนตาแฉะเลย

เราเคยอ่านเรื่องนี้ค่ะ อ่านไป 30 กว่าหน้า ก็วาง ทนอ่านต่อไม่ไหว คือ เราไม่ชอบการยัดเยียด ความรู้ ความสามารถของตัวละคร โดยใช้การอธิบายเหมือนประโยคบอกเล่าทั่ว ๆ ไป เราชอบให้มีเหตุการณ์แล้วคนอ่าน ตัดสินเองว่า ตัวละครนี้มีนิสัยอย่างไร จากการการตัดสินใจหรือแก้ปัญหาต่อเหตุการณ์นั้น ๆ อ่านไปก็มีแต่อวยนางเอกว่า เก่งยังงั้นยังงี้ เลยขอบายค่ะ



โดย: จื่อหลง IP: 58.137.229.226 วันที่: 12 กันยายน 2557 เวลา:12:16:49 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
BlogGang Popular Award#10


 
jackfruit_k
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 61 คน [?]




Latest Updates
นิยาย ไทย, จีนแปล, แปล, อังกฤษ; การ์ตูน ญี่ปุ่น, อื่นๆ; หนังสือ ไทย, แปล, อังกฤษ
New Comments
Friends' blogs
[Add jackfruit_k's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.