INDYINDARE.IC
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]






**************************



**************************


::: 18/November/2009 :::

**************************



**************************


MusicPlaylist
Music Playlist at MixPod.com
.
New Comments
Group Blog
 
 
กุมภาพันธ์ 2555
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
26272829 
 
29 กุมภาพันธ์ 2555
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add INDYINDARE.IC's blog to your web]
Links
 

 
My cooking <3 :: ทำ "กะปิโหว่ หรือกะปิหวาน" สูตรคุณนายแม่มาถึงคุณลูก






ประเดิมด้วยของคาวก่อนเลย อิอิ เป็นน้องใหม่ในเรื่องทำอาหารสุดๆเลยค่ะ
ไม่ค่อยได้เข้ามาอ่านบล็อกเรื่องทำอาหารเท่าไหร่ ปกติจะสิงแต่ในหัวข้อความงาม ><
ช่วงนี้ตัวเองไม่ค่อยงามด้วยภาระหน้าที่ที่ต้องเปลี่ยนไป
จากที่ชอบสวยๆงามๆก็ค่อยๆมาชอบกินชอบทำก็เลยมาเปิดหัวข้อจริงจังค่ะ

เป็นคนไม่ค่อยมีสูตรตายตัวเป๊ะๆนะคะ ทำตามอารมณ์ตัวเองบ้าง ซื้อหนังสือมาอ่านศึกษาไปเรื่อยบ้าง
รู้อะไรไม่เท่ารู้วิชา จากวันนี้ไปต้องฝากฝังตัวใน"ห้องสูตรอาหารและก้นครัวบ่อยๆ"เพื่อพัฒนาฝีมือ อิอิ
จริงๆทำขนมบ่อยกว่าค่ะ แต่ไม่ได้ถ่ายรูปเก็บไว้เลย ด้วยความใจร้อน วันนี้ทำ "กะปิโหว่หรือกะปิหวานนั่นแหล่ะค่ะ"
ทำเพราะที่บ้านมีสวนมะม่วง ช่วงนี้เป็นช่วงที่มะม่วงใกล้จะสุกเกือบหมดสวนต้องรีบเก็บขายเอง ซึ่งปกติจะส่งแม่ค้าคนกลางนะคะ
พอเราขายเอง แรกๆคิดแค่ว่า "จะเปิดกระบะขายเอาง่ายๆ เพราะสวนเราเอง ขายถูกๆกันไปเลย"
โชคดีที่ที่บ้านก็มีปั๊มน้ำมันที่ทำกับญาติๆ ปั๊มค่อนข้างใหญ่ พื้นที่เยอะ เลือกจุดยุทธศาสตร์ได้เต็มที่
มันทำให้เราขายดีเทน้ำเทท่า. เอาล่ะสิงานนี้ ลูกค้าจรก็เยอะ ลูกค้าประจำก็แยะ
ทุกคนต่างต้องการ "น้ำปลาหวาน. กะปิหวาน. พริกเกลือ" บลาๆๆๆๆๆ
แม่แป้งเองถึงกับปิดร้านทำผม(ปกติเปิดร้านเสริมสวยอยู่) ต้องมาเป็นแม่ค้า สวมวิญญาณแม่ค้าใจดีซะงั้น.
และด้วยเหตุนี้เอง ทำให้แม่"ขุด"เอาสูตรต่างๆที่เคยช่วยยายขายของสมัยเด็กๆมาหมด
สูตรนี้แม่ทดลอง ลองผิดลองถูกเอาเอง ไม่เคยเล่นอินเตอร์เน็ต
ไม่เคยถามใคร ลองทำแบบลองผิดลองถูก เสียเป็นหม้อๆเพื่อให้ได้รสชาติที่ดีที่สุด ถูกปากที่สุด
และความเคยชินที่ช่วยแม่ทำ ก็เลยทำเองได้ง่ายๆแบบสบายบรื๋ออออออ อิอิ
" แม่แป้งเก่งมากกกกกกกกกกก ... ภูมิใจในตัวแม่นะนี่ ^^ "


ปรากฎว่า คนติดกันทั่วบ้านทั่วเมือง ทุกวันนี้ขายมาได้ประมาณสองอาทิตย์เกือบสามอาทิตย์แล้วค่ะ
จากที่ทำวันละ10กระปุก มาเป็น20กระปุกและ50กระปุก แต่วันนี้แป้งจะมาทำสูตรนี้แค่ 20-25 กระปุกนะคะ
เพราะวันนี้แม่ไปทำบุญเลยขายแค่ครึ่งวันค่ะ ^^

ไปดูกันเลยยยยย >>>>





เตรียมส่วนผสม
- กะปิ (ใช้แค่ 1/2 กิโล) กะปิก็ทำเองค่ะมัดเป็นถุงๆไว้จะได้ใช้ง่ายๆ ถุงละ1กก.(งก) 5555
- น้ำตาลปึก (ใช้ 2 กิโล) แป้งลองซื้อยี่ห้อมิตรผลมาค่ะ มีคนบอกว่าของเค้าหอมดีก็เลยลองดู.
- เกลือ(2-3 ช้อนโต๊ะ) ความเค็มต้องเติมไปเองเรื่อยๆแล้วจะได้รสชาติที่ถูกปากถูกใจนะ.
- พริก(ใช้พริกสดสีแดงเม็ดใหญ่ 1 ถ้วยตวง)



เตรียมอุปกรณ์
- ชามสแตนเลสหรือหม้อขนาดกลางถึงใหญ่
(ตามปริมาณที่จะทำ)
- ถ้วยเล็กๆ เอาไว้พักส่วนผสม(เผื่อเอาไว้ก่อน)
- ช้อน หรือไม้พาย (ปาดขอบหม้อ)
- เครื่องปั่นเครื่องเทศ






**ก่อนจะนำมาปั่น แป้งล้างพริกให้สะอาดก่อนด้วยด่างทับทิมและน้ำเปล่าตาม จนสะอาดแล้วนำมาปั่นนะคะ**
**พริก แป้งหั่นครึ่งก่อนจะปั่นนะคะ จะได้ละเอียดกว่าใส่ลงไปเป็นเม็ดใหญ่ๆ เกล็ดพริกจะไม่สวยค่ะ**






แป้งปั่นที่ระดับ 1 ระยะเวลาประมาณ 15 วินาที หรือลองสังเกตุดูก็ได้ค่ะ ถ้าละเอียดพอแล้วก็หยุด.
แค่ไม่กี่วินาทีก็ละเอียดแล้วววววววววววววววว *3*






เสร็จแล้วก้จะออกมาหน้าตาแบบนี้
ค่อยๆเกลี่ยออกจากเครื่องปั่น ใส่ถ้วยเล็กๆพักไว้ก่อนนะคะ.






แกะน้ำตาลปึกใส่ลงหม้อให้หมดทั้งสองกิโล แล้วบี้ๆมันเป็นก้อนเล็กๆไว้นะคะ
เพราะเวลาเราใช้หัวปั่น(หัวตีไข่ใหญ่ๆหรือเล็กๆ ใช้แบบไหนก็ได้ค่ะ แต่อย่าเอาที่ตีขนมมาตีของคาวนะ กลิ่นมันจะติดเอา)






จากนั้นก็ใส่กะปิลงไปค่ะ เหมือนเดิมเลย คือ บี้ๆมันเป็นก้อนเล็กๆก่อน.






แรกๆนี่แป้งกับแม่จะใช้ไม้พายหนาๆกวนไปเรื่อยๆ แต่จะเมื่อยมากกกกกกกว่าเค้าจะเข้ากันดี
จริงๆมีเครื่องตีขนมนะคะ แต่คิดไปคิดมาซื้อใหม่ดีกว่า แยกการใช้งานของคาวและของหวานไปเลย.
แป้งเลยซื้อเครื่องตีใหม่ไปเลยค่ะ สบายใจด้วย. เอามาตีผสมน้ำตาลกับพริกเกลือ ทุ่นเวลาไปได้เยอะเลย.
.....
ก็ทิ้งให้เค้าอ่อนตัวซักพักในอุณหภูมิห้องปกติ แล้วค่อยตีนะคะ เพราะไม่งั้นหัวไม้ตีจะเสื่อมการใช้งานไว.







แป้งลืมจับเวลาว่าตีไปเท่าไหร่ กี่นาที. แต่สังเกตุก็ได้ค่ะว่าเนื้อของกะปิและน้ำตาลปึกเข้ากันรึยัง.








ตีต่อไปให้เนื้อกะปิและน้ำตาลเข้ากันเนียนแล้ว ก็ค่อยๆใส่เกลือลงไป.





สีเริ่มเปลี่ยนสวยและเนื้อเริ่มเนียนแล้วก็ใส่พริกลงไปค่ะ.






ลองใช้ช้อนตักขึ้นมาดูความเหนียว ถ้าตักขึ้นมาแล้วเนื้อเค้าเคลื่อนตัวลงต่ำช้า เป็นอันว่าใช้ได้นะคะ
เพราะกะปิโหว่ต้อง"เนืิ้อแน่นและเหนียว"ถึงจะอร่อยและแซ่บพอดีค่ะ :))







ใช้ถ้วยขนาดนี้ ปกติจะใช้เล็กกว่านี้แต่รีบทำเพราะมีออเดอร์มาเพียบ เข้าเมืองบ่ทัน T^T
ขนาดเท่านี้ก็จุได้เยอะค่ะ เนื้อแน่นๆเน้นๆกันไปเลยยยยยยย~





ใช้กระบวยตักแบบนี้จะได้ปริมาณพอดีถ้วยเลย. ง่ายดี อิอิ






แพ็คนึงมี 50 ถ้วยพร้อมฝาปิดพลาสติกเหมือนกัน. แต่คราวนี้แป้งทำแค่ 25 ถ้วยค่ะ
ปรมาณกะปิโหว่หรือที่ภาคกลางเรียกกันว่ากะปิหวานสองกิโลนี้ก้จะได้เต็มถ้วยเลย พอดีเลยค่ะ.


...............

เสร็จแล้วก็เอาไปกินกันได้เลย ส่วนแป้งก็จะเอาไปให้แม่และผู้คนที่แวะมาซื้อที่ร้านได้ชิมได้กินกันค่ะ

...............


ที่สำคัญที่เน้นมากกก แม่จะเน้นฝังหัวมาตั้งแต่เด็กๆเลยว่า "ห้ามกินอาหารที่ใส่ผงชุรสเด็ดขาด"
เด็กๆไปซื้อก๋วยเตี๋ยวจะพูดติดปากมากๆว่า "เส้นเล็กไม่เอาผงชูรสค่ะ" 5555
แต่ถ้าพูดตอนนี้คงโดนแม่ค้าด่าเอานะคะ เอาเป็นว่าอะไรที่เลี่ยงได้เพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงก็ทำไปค่ะ





ออกร้านโลดดดดดดดดดดดดด(จะขายเองโดยไม่ผ่านแม่ค้าคนกลางแค่ชั่วคราวแค่ช่วงเดือนกุมภา-มีนา)
ส่วนป้ายในรูปนี้ พ่อเป็นคนคิดค่ะ ยังแปล่งๆกับคำว่าเครื่องเคียงอยู่ เพราะกินมะม่วงก็ต้องมีเครื่องเคียงด้วยหรือนี่ 55
ถามความได้มาคือ จะได้ประหยัดคำไม่ต้องเขียนยาวๆว่า "พริกเกลือ. กะปิแห้ง. กะปิโหว่. พริกเกลือเผ็ด. น้ำปลาหวาน ปลอดผงชูรส"
อืมๆ ก็จริงของพ่อค่ะ เขียนสั้นๆเข้าใจง่ายๆ แต่ยังแปลกอยู่ดีสำหรับแป้งเองนะ 55555






ชิมกันได้ตามสบายเลยค่ะ
มีทั้งเขียวเสวย, มันเดือนเก้า, ฟ้าลั่น, น้ำดอกไม้สุก, น้ำดอกไม้เปรี้ยว.
ชิมกันตามสบายน๊าาาาา







...



ขอบคุณทุกๆท่านที่แวะเวียนผ่านเข้ามาชมบล็อกแรกของหัวข้อทำอาหารของแป้งนะคะ ^_^




วันนี้ขอลาไปก่อน



สวัสดีค่ะ ^_^


...






INDYINDARE.PAENG













Create Date : 29 กุมภาพันธ์ 2555
Last Update : 29 กุมภาพันธ์ 2555 2:38:07 น. 6 comments
Counter : Pageviews.

 
อยากอุดหนุนแล้วสิคะ...ไกลไปหน่อยเหอๆๆๆ กินทางบล็อคก่อนละกันนะคะ


โดย: auau_py วันที่: 29 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:8:10:38 น.  

 
auau_py :: ขอบคุณมากๆค่า แค่เข้ามาชิมมาชมก็ดีใจแล้วค่ะ อิอิ


โดย: INDYINDARE.IC วันที่: 29 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:14:19:57 น.  

 
น่าทานมากๆเลยยิ่งช่วงนี้หน้าร้อนมะม่วงตรึม อร่อยมว้ากกกกกกกกกกก


โดย: นู๋น้ำปั่นอันดับหนึ่ง วันที่: 29 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:15:28:42 น.  

 
ของโปรดมากมายแต่ไม่เคยทำทานเองเลย

พิมพ์ไปน้ำลายไหลไปอ่ะ


โดย: กรุ๊ปบีราศีสิงห์ วันที่: 29 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:15:30:34 น.  

 
ขอชิมหน่อยนะคราบบ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 29 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:19:41:28 น.  

 
นู๋น้ำปั่นอันดับหนึ่ง :: 555555 ที่สวนแป้งนี่เก็บไม่ทันเรยยยยยยย ว่าจะลองทำเมนูน้ำมะม่วงปั่นด้วยค่ะ อิอิ

กรุ๊ปบีราศีสิงห์ :: ฮี่ๆ ดีใจๆๆๆที่ยั่วให้น้ำลายไหลได้ คิคิคิคิ

ทนายอ้วน :: คนดังมาเม้นให้แล้วววว ดีใจมากๆเลยค่ะ ชิมให้หมดเป็นสิบกระปุกก็ไม่ว่าค้าบบบ อิอิ


โดย: INDYINDARE.IC วันที่: 29 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:21:23:57 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.