Group Blog
 
<<
มกราคม 2553
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
27 มกราคม 2553
 
All Blogs
 
อาหารและการดูแลสุขภาพ(ผู้ป่วยมะเร็งและคนทั่วไป)

ไปรับหลานที่ไปปฏิบัติธรรม ทำสมาธิกรรมฐานที่ศูนย์ปฎิบัติธรรม(วัด)เวฬุวัน ขอนแก่นมาในช่วงปีใหม่

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=imaginer&month=09-2009&date=28&group=4&gblog=111

อาคารห้องพักผู้ไปปฎิบัติธรรมนอนค้างคืน ที่ศูนย์ปฎิบัติธรรมเวฬุวัน












หลานได้หนังสือน่าสนใจมาเล่มนึงที่วัดแจกให้เฉพาะวันนั้น เนื้อหามีประโยชน์มากเลยเลือกลอกมาลงให้คนที่มีปัญหาโรคมะเร็ง และคนที่อยากดูแลสุขภาพได้ลองปฎิบัติ
เพราะเท่าที่อ่านมีบางรายที่หายจากโรคมะเร็งและส่วนใหญ่อาการดีขึ้นมาก จิตใจก็ดีขึ้นเยอะ ลดอาการปวดลงได้มาก โดยที่ไม่ทานยาเลยเป็นเวลา 1 เดือนในการเข้าโครงการ

"โครงการเรียนรู้กายใจด้วยธรรมะ ธรรมชาติ"
โครงการนี้ก่อนทำเป็นหนังสือ เป็นการร่วมมือระหว่าง สำนักปฎิบัติธรรมสวนเวฬุวัน และคณะแพทย์โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ขอนแก่น รวมทั้งวิธีปรุงอาหารดูแลผู้ป่วยด้วยวิธีแพทย์ทางเลือกจากการสอนของ ดร.รสสุคนธ์ พุ่มพันธุ์วงศ์
โดยมีผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งมาสมัครเข้าโครงการร่วมปฏิบัติ

เมื่อจบโครงการแล้วก็รวบรวมเป็นหนังสือเรื่อง"กาลครั้งหนึ่ง เมื่อฉันหัดเดิน"
หรือไปดาวน์โหลดหนังสือที่นี่ก็มีค่ะ

http://www.dhammasatta.org/index.php?mo=3&art=469853






เห็นหนังสือตอนแรกน่ารักสวยงาม คิดว่าหนังสือนิทาน
ดูไม่ออกเลยว่าเป็นหนังสือธรรมะและสุขภาพ
รูปเล่มถึงจะหนามาก แต่ก็ชวนให้อ่าน กระดาษเนื้อดีจนน่าเก็บรักษาไว้

แม้แต่ใบรองปกยังสวยเลย




ผู้ออกแบบปก/ภาพประกอบ พระมงกฏ (ฤกษ์พิชัย)
ปกหลัง






เนื้อหาด้านในเกี่ยวกับการแพทย์ทางเลือก คือ วิธีรักษาโรคที่ไม่อาศัยการทานยา การผ่าตัดหรือวิธีอื่น ๆ ที่ใช้ในการแพทย์แผนปัจจุบัน ซึ่งสามารถบรรเทาอาการและรักษาโรคให้หายได้

สำหรับผู้เข้าสู่สายธรรมชาติ อาการต่างๆที่เกิดขึ้นถ้าคนไม่ยึดมั่นพอไม่เข้าใจ มักจะเกิดอาการตกใจอาการต่างๆที่เกิดขึ้น เพราะขณะที่เกิดอาการเหล่านี้ ถ้าในแนวทางธรรมชาติบำบัดถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะแสดงว่าร่างกายมีการฟื้นฟูและซ่อมแซมตัวเองอย่างเป็นระบบ
หากเกิดอาการเหล่านี้ขึ้น โดยเฉพาะผู้ทานน้ำผักปั่นและควบคุมอาหารตามคำแนะนำพึงให้รู้ว่า

อาการท้องเดิน มีการทำความสะอาดลำไส้
อาการอาเจียน มีการทำความสะอาดกระเพาะอาหาร
อาการไข้สูง มีเหงื่อและปัสสาวะ ทำความสะอาดเลือด
หายใจเหม็นและมีเมือกต่าง ๆ ทำความสะอาดปอด
ปวดเมื่อยทั้งเนื้อตัว ร่างกายเริ่มขับของเสียทิ้ง เซลล์ของคุณที่ไม่มีชีวิตกำลังจะมีชีวิต

ขอให้ท่านที่เกิดอาการดังกล่าวใจเย็นและมั่นคง และอย่าตกใจ ต่อไปอาการที่เกิดจะค่อย ๆ หายไปเอง

การขับพิษในร่างกายระดับเซลล์
เมื่อร่างกายมีการขับพิษตามแนวธรรมชาติบำบัดนั้น
ผู้ป่วยจะมีอาการ คือ ถ่ายบ่อย ปัสสาวะบ่อย วิงเวียน รับประทานได้น้อย
ไม่นอนเวลากลางคืน มีอาการทางผิวหนัง คัน บวม มีผื่นแดง หายใจแรง อ่อนเพลีย ง่วงนอนกลางวัน ตื่นบ่อย เป็นต้น

ดังนั้น เมื่อเกิดอาการต่าง ๆ ดังกล่าว การปฎิบัติเบื้องต้นสามารถทำได้ ดังนี้

- ดื่มน้ำโหระพา ใบเตย สะระแหน่
(ต้มในน้ำเดือด 1 ลิตร ใช้โหระพา ใบเตย สะระแหน่ 100 กรัม )
- ดื่มนมธัญพืช
- ดื่มน้ำเอนไซม์ผลไม้เข้มข้น
- ซุปผัก ( ผักกาดหอม + ไข่ขาว+มะเขือเทศ+หอมหัวใหญ่ )
- น้ำผักปั่น ทุก ๆ 1 ชั่วโมงอย่างละ 20 ซีซี
- ดื่มน้ำอุณหภูมิห้อง 100 ซีซี ทุก 1 ชั่วโมง
- ผักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ



น้ำนมธัญพืช เวลาผู้ป่วยหิวก็จะให้ดื่มเรื่อย ๆ
(ดิฉันได้ลองทำทานแล้วชอบมากเลย ดื่มง่ายดี สำหรับดิฉันทำไม่ยาก แช่เมล็ดทั้งหมดในน้ำเอนไซม์ 1 คืน เช้ามาล้างน้ำที่แช่เมื่อคืนออก
แล้วก็นำมาต้มในหม้อหุงข้าว ตั้งโปรแกรมข้าวต้ม 1 ครั้ง
ตักมาปั่นด้วยเครื่องปั่น หรือตำด้วยครกถ้าขยัน
แล้วเอาใส่หม้อหุงข้าว ตั้งโปรแกรมข้าวต้มเป็นครั้งที่สอง
ก็เป็นอันเรียบร้อย ถ้าทานไม่หมดก็เอาใส่ตู้เย็นไว้มาอุ่นทานในวันต่อไป ได้สูตรอาหารเวลาทานเจได้เลย)


สูตร น้ำนมธัญพืช






อาการปวด คือสัญญาณขอความช่วยเหลือของร่างกาย บอกให้เรารู้ว่ามีของเสียจำนวนมากคั่งค้างอยู่ตามอวัยวะส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
การใช้ยาแก้ปวด จะเป็นผลดีในระยะสั้น เพราะกดประสาทส่วนส่งสัญญาณปวดให้เรารับรู้ จะกดเพียงชั่วคราว เมื่อยาหมดฤทธิ์ก็จะปวดอีก ซึ่งการใช้ยาเป็นเวลานานทำให้เกิดพิษสะสมอยู่ในร่างกาย และส่งผลให้ระบบประสาท ตับ ไต เสื่อมลงรวดเร็ว

วิธีระงับอาการปวด

การทำสมาธิ เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงสุด เนื่งจากทำสมาธิจนนิ่ง ต่อมใต้สมองจะหลั่งฮอร์โมนแอนโดฟิน แห่งความสุขออกมา
ทำให้ร่างกายเบาสบาย ปลอดโปร่ง สดชื่น รู้สึกดีขึ้น บรรเทาอาการปวดได้ดี
การบริโภคอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อปรับร่างกายให้สมดุลเป็นกลาง ร่างกายกำจัดของเสียในร่างกายได้และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อฟื้นฟูอวัยวะ


นาฬิกาชีวิต

จากการศึกษาวิจัยพบว่า อวัยวะในร่างกายมี 12 ระบบ แต่ละระบบจะทำงานหนัก 2 ชั่วโมงในแต่ละวัน เราควรจะจัดสรรเวลาดำเนินชีวิตให้สอดคล้องกับอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายดังนี้

5.00-7.00 น. เป็นช่วงเวลาของลำไส้ใหญ่
กระตุ้นขับของเสียออกจากร่างกาย(อุจจาระ) ดังนั้นควรฝึกขับถ่ายเป็นเวลาก่อน7โมงเช้า แต่คนเรามักไม่ตื่นนอนในช่วงเวลานี้ ทำให้ร่างกายดูดซึมของเสีย กากอาหารที่ตกค้างเข้ากระเพาะอาหารใหม่ เป็นสาเหตุทำให้เกิดริ้วรอยบนใบหน้า เกิดไขมันเสีย ๆ


7.00-9.00 น. เป็นช่วงเวลาของกระเพาะอาหาร
ควรทานอาหารเช้า เพราะกระเพาะจะย่อยสูงสุดในช่วงนี้เท่านั้น
จะหลั่งน้ำย่อยกรดสูงออกมามาก เพื่อย่อยอาหาร ถ้าเราไม่ทานช่วงนี้
เกิดโรคกระเพาะและโรคหัวใจ เนื่องจากม้ามไม่สามารถเก็บพลังงานสำรองไว้ได้ ทำให้หัวใจทำงานหนัก ถ้าทานช่วงนี้กระเพาะจะแข็งแรง

9.00-11.00 น. เป็นช่วงของ ม้าม
จะเริ่มเก็บพลังงานสำรอง สารอาหารจำเป็นต่อร่างกาย ถ้าไม่ทานอาหารเช้า จะดึงพลังงานสำรองมาใช้ พลังงานรวมจะหายไป ร่างกายจะอ่อนแอ เพลีย ไม่มีแรง

ม้ามมี หน้าที่ควบคุมเม็ดเลือด สร้างเม็ดเลือดขาว กรองแบคทีเรียทุกชนิด ควบคุมไขมัน คนปวดศรีษะบ่อยมักมาจากความผิดปกติของม้าม

11.00-13.00 น. ช่วงของหัวใจ
ถ้าร่างกายไม่ได้สารอาหารหัวใจจะทำงานลำบาก จะเห็นได้ว่าคนที่หัวใจวายมักจะเกิดก่อนเที่ยง หรือหลังจากกินอาหารเที่ยง ดังนั้นอาหารมื้อเช้าจึงเป็นสิ่งจำเป็นขาดไม่ได้ ผู้ที่ไม่ทานอาหารเช้าเป็นประจำ จะทำให้หัวใจวายง่าย
ถ้าเรานอนดึก เซลล์เม็ดเลือดแดงจะแตกมากว่านี้ ซึ่งเป็นภาวะของความดันโลหิตสูง จึงควรเลี่ยงความเครียด และระงับอารมณ์ตื่นเต้นหรืออาการตกใจ

13.00-15.00 น. ช่วงลำไส้เล็ก
ถ้าร่างกายไม่ได้อาหารเช้าจะไม่มีอาหารย่อยลำไส้เล็ก ทำให้ลำไส้เล็กย่อยตัวเอง
นานๆเข้า ลำไส้เล็กจะอ่อนแอลง เพราะทำหน้าที่ย่อยคาโบไฮเดรต ไขมัน เกลือแร่ในตอนเช้ามาเป็นพลังงานทั้งหมด

ลำไส้เล็กมีหน้าที่ดูซึมอาหารที่เป็นน้ำทุกชนิด เช่น วิตามิน โปรตีน เพื่อสร้างกรดอะมิโน สร้างเซลล์สมอง ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ช่วงนี้ควรงดกินอาหารทุกชนิด เพื่อเปิดโอกาสให้ลำไส้ทำงานเต็มที่

15.00-17.00 น. ช่วง กระเพาะปัสสาวะ
เพื่อขับกรดของเสียออกจากร่างกาย ไม่ควรอั้นปัสสาวะ
เพราะจะถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือดแทน นอกจากนี้กระเพาะปัสสาวะยังเกี่ยวกับระบบความจำ ไทรอยด์และระบบเพศทั้งหมดอีกด้วย

17.00-19.00 น. ช่วงไต
ควรหยุดทำงานทุกชนิด
รวมทั้งไม่ควรออกกำลังกายแบบเต้น วิ่ง หรือเคลื่นไหวมาก ๆ
เพื่อไม่เป็นการเพิ่มกรดให้ร่างกาย เพราะไตทำงานหนักช่วงนี้ ออกกำลังกายตอนเย็นจะทำให้ไตวายง่าย เวียนหัว ปวดศรีษะง่าย
ยกเว้นออกกำลังกายแบบโยคะ ไทเก็ก ซึ่งจะไม่ทำให้เกิดกรดแลคติกในร่างกาย

และควรทานอาหารเย็นเสร็จก่อน 18.00 น. โดยทานอาหารที่ย่อยง่ายและควรทานให้เสร็จก่อนเข้านอน 3 ชั่โมง

ผู้ใดง่วงนอนช่วงเวลานี้ แสดงว่ามีปัญหาเกี่ยวกับไตเสื่อม
คนที่ทำงานทำงานหนักมาทั้งวันแล้วไม่พัก ถ้าทำเป็นประจำจะทำให้ไตอ่อนแอลง
เกิดอาการปวดหลัง ปวดข้อต่าง ๆ เพราะไตควบคุมกระดูก ฮอร์โมน อวัยวะสืบพันธุ์
เลือด หูและตา

นอกจากนี้ผู้คนอยู่กับเครื่องอิเลคทรอนิกส์รอบตัวจึงรับคลื่นรังสีมาก จนทำให้เซลล์เม้ดเลือดแตกเป็นประจำ เช่นใช้คอมพิวเตอร์เสมอ มักจะมึนหัว ตาพร่า
ปวดหลัง ปวดเอว แสดงว่าเซลล์เม้ดเลือดตายแออัดในร่างกายจนขับไม่ทัน
จึงเกิดปวดต่าง ๆ ขึ้น
ถ้าปวดกระดูกต่าง ๆ แสดงว่าเสียเซลล์เม็ดเลือดจึกต้องดึงส่วนต่าง ๆ
ของไขกระดูก ถ้าไม่เข้าใจก็จะหายาแก้ปวดมากิน
ซึ่งแท้จริงร่างกายต้องการเฉพาะแคลเซียม แมกนีเซียมที่ได้จากทานผัก ผลไม้

สำหรับผู้มีอาการไตเสื่อม ในตอนเช้าให้อาบน้ำเย็น ส่วนตอนเย็นให้อาบน้ำอุ่น ถ้าอาบไม่ได้ ใช้วิธีแช่เท้าโดยใช้สมุนไพร เช่น ขิง ข่า กระชายลงไปผสมในน้ำด้วย

19.00-21.00 น.ช่วง กล้ามเนื้อหัวใจชะล้างตัวเอง
ควรผักผ่อนให้หัวใจทำงานน้อยลง ถ้าไม่พักช่วงนี้เลือดจะข้น หัวใจจะทำงานหนัก
ทำให้หัวใจโตเสี่ยงต่อการเป็นอัมพาต 5-6 เท่า
ควรผักผ่อน สวดมนต์ ทำสมาธิเพื่อให้ร่างกายจิตใจผ่อนคลายเข้านอน

21.00-23.0 . เวลาพลังงานรวม
ควรหลับให้ได้ตอน 3 ทุ่ม เพื่อสะสมพลังงานได้เพียงพอฟื้นฟูอวัยวะต่าง ๆ ให้สะอาดแข็งแรงสำหรับวันต่อไป ถ้าไม่พักช่วงนี้เซลล์เม็ดเลือดแดงจะแตกเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ
ถ้านอนตอน 3 ทุ่ม
ร่างกายจะสร้างเซล์เม็ดเลือดแดงมาแทนที่แตกไปในแต่ละวันให้สมดุล ล้างถุงน้ำดี ทำให้ถุงน้ำดีแข็งแรง

23.00-01.00 น. ช่วงถุงน้ำดี
ย่อยไขมันที่จะเปลี่ยนเป็นฮอร์โมน จึงเปลี่ยนเป็นกล้ามเนื้อ กระดูก ไขข้อ เส้นเอ็น ไขสมอง ตา น้ำหล่อเลี้ยงในร่างกายทั้งหมด
ถ้าไม่พักผ่อนช่วงนี้ ไขมันจะตกตะกอนอยู่ตามตัวเรา เช่นถุงใต้ตา มีพุง ปวดไหล่ ปวดท้องง่ายบริเวณลำไส้ใหญ่ ส่งผลให้เป็นโรคอ้วน นิ่ว และมีถุงชีสท์ตามร่างกาย ทำให้ร่างกายขาดวิตามิน เอ ดี อี เค 4 ตัวนี้ละลายไขมัน ทำให้ตาฝ้าฟาง กระดูกผุ ผิวหยาบกร้าน


1.00-3.00 น. เป็นช่วงเวลาของตับ
หน้าที่ของตับคือสะสมอาหารสำรองให้กับร่างกาย ถ้ายังไม่นอนร่างกาย
ร่างกายจะสูญเสียพลังงานส่วนที่สะสมไว้ ก่อให้เกิดโรคความดันโลหิต โรคเกาท์ โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ เป็นต้น


บทบัญญัติ 10 ประการ

1 ตื่นนอน 04.44 น. เข้าห้องน้ำ
2 ดื่มน้ำทันทีที่ตื่นนอน 500 cc( ครึ่งลิตร ) เป็นอย่างน้อย
3 ดื่มน้ำโหระพา 250 cc เช้า กลางวัน เย็น ก่อนอาหารทุกมื้อ
4 ดื่มน้ำข้าวผง 250 cc และอาหารไร้สารพิษ
5 ออกกำลังกาย 05.30-06.00 น.
6 รับประทานอาหารเช้า 07.30 น. กลางวัน 11.30 น. เย็น 17.30 น.
7 ดื่มน้ำทุก ๆ ชั่วโมง 500 cc เวลา 04.00-20.00 น.
8 เข้านอน 21.00 น.
9 ขับถ่ายอุจจาระเวลา 04.00 น. ก่อน06.30น.
10อยู่ในที่อากาศสะอาด




ระยะเวลา 32 วัน(ของโครงการ)

ตารางการส่งเสริมสุขภาพกายและสุขภาพใจ แบบ2
เพื่อเป็นแนวทางเพื่อผู้สนใจสุขภาพดูแลร่างกายและจิตใจ โดยเฉพาะผู้กำลังป่วยไม่แต่เฉพาะโรคมะเร็งเท่านั้น
ตารางการส่งเสริมสุขภาพกายและสุขภาพใจเป็นการผสมผสานปฏบัติธรรมหลวงพ่อจรัญ
และช่วงเวลาหมุนเวียนของพลังงานในร่างกายตามตำราดูแลสุขภาพเก่าแก่ของจีน ที่ได้กล่าวในหนังสือแพทย์ทางเลือกของดร.รสสุคนธ์ ขยายหลักการปฎิบัติ ดังนี้

03.00-04.00 น. ตื่นนอน ปฎิบัติสรีระกิจ
พลังงานสู่ปอด เหมาะตื่นมาสวดมนต์ปฎิบัติธรรม ตื่นเช้า
เราจะมีเวลาเพิ่มมากขึ้น หมายถึงกำไรชีวิตที่ได้รับ ทำอะไรได้อีกหลาย ๆ อย่างเพิ่มมากขึ้น เวลาทุกคนมีเท่ากัน แต่อยู่ที่ว่าใครจะใช้เวลาเหล่านั้นไปให้เกิดประโยชน์มากน้อยกว่ากัน
04.00-06.00 น. ปฎิบัติธรรม
2 ชั่วโมง เดินจงกรมและนั่งสมาธิสลับไปเรื่อย ๆ โดยแบ่งเวลาให้เท่า ๆ กัน ไปจนครบเวลา เดินจงกรมก่อนนั่ง
06.00-07.00 น. เตรียมตัวขับถ่าย
ช่วงลำไส้ใหญ่ เมื่อดื่มน้ำและเคลื่อนไหวร่างกาย เช่น เดิน ช่วยให้ขับของเสียง่ายขึ้นลำไส้เกิดการขยับตัว
07.00-09.00 น. รับประทานอาหารเช้า
กระเพาะต้องการอาหาร
09.00-11.00 น. ปฏิบัติธรรม
เดินจงกรมนั่งสมาธิ
11.00-14.00 น. รับประทานอาหารเที่ยง
ทานเสร็จพักผ่อน ทำกิจกรรมอื่น ๆ
14.00-17.00 น. ปฎิบัติธรรม
เดินจงกรมช่วยให้อาหารย่อย
17.00-19.00 น. รับประทานอาหารเย็น
19.00-20.30 น. ปฎิบัติธรรม
เพื่อสงบทางจิตใจไม่คิดฟุ้งซ่านก่อนนอน หลับเป็นสุขตื่นก็สุขด้วย ฝันดีไม่ฝันร้าย
20.30-21.00 น. ผักผ่อน เตรียมตัวเข้านอนก่อน 21.00 น.


หลังจากปฏิบัติตามตารางที่กำหนดแล้ว ผลแข็งแรงขึ้น หน้าตาผิวพรรณผ่องใส สดชื่น แจ่มใส ดูไม่เหมือนคนป่วย กำลังใจดีขึ้นมาก







ความเป็นกรดด่างของอาหาร

กรดมาก มีกลุ่มกรดอะมิโนตกค้างอยู่ ซึ่งเกิดจากทานเนื้อสัตว์มาก ไม่ทานผักผลไม้
ด่างมาก แอมโมเนียตกค้าง เกิดจากทานผัก โดยเฉพาะพวกผักใบเขียว เป็นต้น
ดังนั้น เราจึงควรปรับให้สมดุล เป็นกลางหรือ สภาวะกรดอ่อน โดยอาหารที่เป็นกลางมีกรดอ่อนแฝงอยู่ คือ ผักใบเขียวรสมิ้นท์ เช่น ใบโหระพา สะระแหน่

อาหารที่มีความเป็นกรด ส้มทุกประเภท กระถิน ชะเอม ลูกเนียง คะน้า แตงกวา ทุเรียน มะม่วง ลำไย ใบมะยม ใบชะมวง ใบลูกหว้า ใบยอ ผักพื้นบ้านรสเปรี้ยว พริก มะแว้ง

อาหารที่มีความเป็นด่าง ใบกระเพรา โหระพา ตะไคร้ ใบแมงลัก ผักกวางตุ้ง ผักกาดเขียวปลี ผักพื้นบ้านที่มีรสฝาด ผักกูด ยอดฟัก ยอดฟักทอง ตำลึง มะเขือเปราะ มะเขือยาว สะระแหน่ ใบหม่อน

อาหารธรรมชาติที่มีความเป็นกลาง ถ่วงสมดุลอารมณ์

น้ำผักปั่น น้ำโหระพาต้ม น้ำนมธัญพืช น้ำส้มคั้น น้ำเสาวรส น้ำมะนาว น้ำผลไม้ทุกชนิด (ยกเว้นมีสารกันบูด ตกแต่งสี กลิ่นรสจากสารเคมี) น้ำสะอาดวันละ3000-4000 cc. สลัดผัก ผัดผัก มะระผัด ซุปหอมใหญ่ใส ซุปผัก ซุปเห็ด มะเขือยาว ยำฟองเต้าหู้ สลัดใบแมงลัก เห็ดหยอง มะเขือยาว



อาหารฟื้นฟูและอาหารต้องห้าม
ชมรมบ้านสุขภาพ

จากการเก็บข้อมูลของผู้เข้ารับการบำบัด ณ ชมรมบ้านสุขภาพนั้น ทำให้เราพบว่า โรคที่คุกคามคนไทยเป็นจำนวนมาก ก็คือ โรคที่เกี่ยวข้องกับ ไต ตับ ลำไส้ และมะเร็ง ทำให้มีคำถามต่าง ๆ มากมายที่มักจะถามเสมอว่า ในเมื่อขบวนการบำบัดในแนวทางธรรมชาติบำบัดนั้นงดใช้ยา และนำอาหารมาใช้ทดแทน อาหารชนิดใดที่จะทานได้ และอาหารชนิดใดที่เป็นของต้องห้าม ดังนั้นทางชมรมบ้านสุขภาพจึงได้รวบรวอาหารต้องห้าม และ อาหารฟื้นฟูสุขภาพสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคไต ตับ ลำไส้ และมะเร็ง ดังนี้



อาหารต้องห้ามสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคไต ตับ ลำไส้ และมะเร็ง

ของดอง ชะเอม ชะพลู ใบยอ ชุงฉ่าย ผักโขม สะเดา ไชเท้า ขี้เหล็ก ใบขี้เหล็ก ใบขี้เหล็กหวาน ใบมะม่วงหิมพานต์ สะตอ ลูกเนียง กระถิน ชะอม หน่อไม้ คะน้า แตงกวา กระหล่ำปลี กระหล่ำดอก หัวปลี ใบกุยช่าย บล็อคโคลี่
มะละกอดิบ ฟักทอง งาดำ (ร้อนทำให้ท้องอืด) ข้าวโพด (มีไขมันมาก มีไขมันที่ย่อยไม่หมด ทำให้เลือดข้น) ถั่วลิสง เมล็ดมะม่วงหิมพานต์ แครอท อัลมอนด์ ถั่วเน่า เต้าเจี้ยว ซีอิ๊ว เกลือ กะปิ สาหร่ายทะเล กะทิ เผือก (มีแก๊สมาก) ลูกกะ
อาหารทะเลทุกชนิด น้ำตาลกรวด มะม่วง
ฝรั่ง (ทำให้ปวด) มะพร้าวอ่อน ทุเรียน ละมุด ลำไย ขนุน แตงโม นมข้น สัปปะรด คอฟฟี่เมท แป้งสาคู แป้งเปียก ข้าวเหนียว น้ำตาลทราย ขนมจีน อาหารขัดผิว ก๋วยเตี๋ยว แกงป่า แกงส้ม แกงอ่อม มันสำปะหลังและใบ (มีไซยานิคแอซิด)
ผักกระโดน กุ้งแห้ง ส้มตำ ทอฟฟี่ ไอศกรีม เนย ชีส ขนมเค็ก คุกกี้ เนื้อหมู เนื้อวัว เป็ด ไก่ กุ้ง หอย ปู ปลาหมึก เครื่องในทุกชนิด อาหารกระป๋อง น้ำอัดลม ชา กาแฟ เครื่องดื่มชูกำลัง แบรนด์ รังนก



อาหารฟื้นฟู ไต ตับ ลำไส้ มะเร็ง

ลูกเกด (โรคมะเร็งงด) ขนมปังโฮลวีท (งดผงฟู) ผักบุ้ง มะระ (กินสดใช้น้ำส้มสายชูหรือ เอนไซม์ล้าง)
บวบ (สามอย่างนึ่งโรยด้วยพริกไทย) ลูกเดือยข้าวเจ้า (ดูดซึมเร็ว) ผักหวาน ผักกาดขาว ผักกาดเขียว
ตำลึง กวางตุ้ง ฟักเขียว หน่อไม้ฝรั่ง ใบมะขามอ่อน ดอกมะขามอ่อน กระเทียม หอมใหญ่ เต้าหู้ขาว
ต้นกระเทียม ยอดฟักทอง ดอกไม้จีน โปรตีนเกษตร วุ้นเส้น ฟองเต้าหู้ ดอกแค ยอดแค เห็ดทุกชนิด
เห็ดหูหนูขาว-ดำ อ่อมแซบ ยอดมะยม ใบทองหลาง มะตูมสุก มะขวิด มันเทศ เก๋ากี้ เก็กฮวย ยอดผักบุ้ง + กระเจี๊ยบเขียว (ใช้ย่าง แก้โรคพยาธิ)
ลูกพลับสด (ให้พลังงาน) พุทราจีน เม็ดบัว ถั่วดำ เมล็ดทานตะวัน ใบกระทกรก (ทำซุปผักได้ดี ดีสำหรับคนเป็นหวัด)
ถั่วพร้า (สร้างภูมิคุ้มกัน) มะเขือพะวง ระกำ อี่หร่ำ –อีชึก (ลวก) ผักพาย (กินสด) เกาลัด (สารดูดซึมน้ำตาลมีไขมันน้อย)
รากบัว มันแกว กล้วยต้ม มังคุด แอปเปิ้ล (ให้พลังงานสูงมาก) เม็ดฝักบัวสด (1 เม็ด = ข้าว 1 กำมือ) ผักโสม ใบหมุ่ย
องุ่น (ขับปัสสาวะป้องกันนิ่วในไต) น้ำองุ่นสดปั่น (จะทำความสะอาดตับ-ไต กินประมาณ 2 อาทิตย์) ใบบัวบกอินเดีย
มะแว้งต้น ผักคาวตอง (มีแคลเซียมมาก โรคโลหิตจางควรกิน) ใบมันปู



มารู้จักน้ำผักปั่นกันเถอะ

ในน้ำผักเป็นกรดอ่อน ๆ ที่มี คลอโรฟิลล์ ( Chlorophyll สารสีเขียวในพืช ) มีวิตามินเอ วิตามินซีธาตุเหล็ก โปแตสเซียม แมกนีเซียม และฟอสฟอรัส
ซึ่งเมื่อทานเข้าไป จะเกิดการแลกเปลี่ยนการใช้สารอาหารได้สูงสุด ณ จุดที่ร่างกายสามารถนำของ เสียทิ้งได้ทั้งหมด และทำให้ร่างกายสร้างพลังงานในแต่ละเซลได้อย่างมีประสิทธิภาพ และส่งผลให้เกิดการ สร้างเซลใหม่ทดแทนเซลเก่าที่ตายในแต่ละวันได้เต็มที่

น้ำผักสูตรบ้านสุขภาพเป็นน้ำผลไม้ผักสด จึงช่วยล้างสิ่งปฏิกูลในร่างกายตลอดจนสารพิษต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว ซึ่งปรากฏการณ์ที่สังเกตได้ คือ ลดอาการปวดต่าง ๆ จากอาการท้องเสีย หรือมีของเสีย ค้างอยู่ในระบบเลือดมากจนปวดตามกล้ามเนื้อ อาการปวดหลังดังกล่าวจะลดลง ลดอาการปวดศีรษะ ลดไข้ ลดความอ่อนเพลีย ลดอาการนอนหลับยาก ลดอาการนอนกรน

ซึ่งอาการที่ดีขึ้น คือ ขบวนการที่ร่างกาย ชะล้างของเสียออกได้ดีขึ้น ซึ่งอาการดังกล่าว ไม่ควรเก็บกดได้ด้วยการใช้ยาระงับปวด ซึ่งเป็นการไปหยุดความ สามารถในการ ชะล้างของร่างกาย ทำให้เกิดสารพิษมากขึ้นในทุกระบบของร่างกาย และแพร่กระจาย สะสมจนก่อเกิดเซลมะเร็ง

การกินน้ำผักก่อนเป็นการเตรียมร่างกายให้ย่อยสารอาหารที่เรากินลงไปได้ดีกว่าเดิม นั่นคือ เกิดสภาวะดีกับร่างกายทั้งระบบ


น้ำผักทำหน้าที่ 2 อย่างในเวลาเดียวกันคือ

1. ให้สารอาหารที่ร่างกายนำไปฟื้นฟู ตับกับตับอ่อน
2. กระตุ้นให้ร่างกายพร้อมในการ ย่อยไขมันที่เหลือค้างอยู่ เปลี่ยนรูปไปเป็นพลังงานทำให้ร่างกายเตรียมพร้อมที่จะย่อยสารอาหารที่รับประทานเข้าไปในมื้อต่อไป


ส่วนประกอบของน้ำผักและประโยชน์

เรื่อง : ชมรมบ้านสุขภาพ

น้ำผักมีสารอาหารแร่ธาตุที่ช่วยฟื้นฟูการทำงานของอวัยวะทุกส่วนในร่างกาย ช่วยการทำงาน 5 ระบบ คือ ระบบดูดซึม ระบบทางเดินหายใจ ระบบหมุนเวียนโลหิต ระบบภูมิคุ้มกัน และระบบต่อมไร้ท่อ

- ผักกาดหอม ช่วยฟื้นฟูเซลโดยเฉพาะระบบประสาทและเซลในปอด ช่วยบำรุงกล้ามเนื้อ กระดูก เส้นเอ็น ช่วยบำบัดโรคโลหิตจาง
- คื่นฉ่าย ช่วยฟื้นฟูระบบประสาทและฟื้นฟูการสร้างเซลเม็ดเลือด ช่วยชะล้างของเสียในระบบเลือด ช่วยให้ร่างกายมีความสามารถใช้แคลเซียมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดอาการเจ็บปวดของระบบข้อเสื่อมต่าง ๆ
- มะเขือเทศ ช่วยทำให้เม็ดเลือดแดงแข็งแรง ช่วยทำให้ผิวพรรณดี เพิ่มภูมิต้านทานของร่างกายมีสารช่วยย่อยอาหาร ทำให้เยื่อบุกระเพาะ ลำไส้ทำงานเป็นปกติ
- หอมหัวใหญ่ ช่วยทำให้หัวใจแข็งแรง
- มะนาว ช่วยฟื้นฟูภูมิคุ้มกัน
- น้ำผึ้ง ให้พลังงานสำรองกับม้ามและฮอร์โมน


พืชผักที่สามารถทดแทนหรือเพิ่มเติม

-กล้วยน้ำว้าสุก เป็นผลไม้ที่วิตามินสูง เมื่อต้องการเพิ่มความหวานใช้แทนน้ำผึ้งได้
-แอปเปิลแดง ให้วิตามินเอ ซี แคลเซียมและฟอสฟอรัส
-ผักกาดขาว แทนผักกาดหอมให้แคลเซียมและไฟเบอร์ ช่วยให้ขับถ่ายดีขึ้น
-ใบสะระแหน่ ช่วยขับลมในลำไส้และบำรุงปลายประสาท
-ใบโหระพา ช่วยขับลมในลำไส้ บำรุงปลายประสาท ลดความเป็นกรดในกระแสโลหิต ลดอาการไข้ แก้ปวดหัว
-ผลไม้ที่ให้รสเปรี้ยว ตะลิงปลิง มะดัน มะนาว ส้ม ส้มโอ เสาวรส

สูตรน้ำผักปั่น






อาหารสะอาดปลอดภัยด้วยน้ำเอนไซม์

ทำให้เกิดการสลายอนุมูลอิสระในร่างกายให้เกิดเป็นอนุมูลธาตุ ซึ่งช่วยให้ระบบเซลล์และระบบเคมีในร่างกายเกิดภาวะสภาวะดุล และเกิดซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอและเสื่อมไปอย่างรวดเร็ว เนื่องจากอุดมไปด้วยโปรตีน วิตามินและเกลือแร่ คือ วิตามิน บี1 บี 2 บี 12 นอกจากนี้เมื่อร่างกายได้รับเอนไซม์ คือกรดอะมิโน วิตามิน


ประโยชน์ของเอนไซม์

1 ช่วยปรับความเป็นกรดด่างในร่างกาย
2 ทำให้ระบบย่อย การดูดซึมอาหารดีขึ้น
3 ช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น
4 ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของเซลล์
5 สลายสารพิษและสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย บรรเทาโรคภูมิแพ้
6 ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ
7 ช่วยปรับสมดุลสุขภาพให้กลับคืนสู่สภาพปกติ
8 ช่วยรักษาระบบเผาผลาญพลังงานในร่างกาย เช่น สลายไขมัน จ่ายพลังงานไปยังเซลล์ที่ต้องการ
9 ช่วยลดระดับCholesterolในเลือด
10 ช่วยขัดขวางการทำงานของเซลล์มะเร็ง กำจัดความสามารถเซลล์มะเร็ง

อาหารสะอาดปลอดภัยด้วยน้ำเอนไซม์

ระยะเวลาการหมักผลไม้+น้ำผึ้ง+น้ำ ในสัดส่วน 1:1:10
น้ำเอนไซม์สำหรับล้างผักผลไม้และเนื้อสัตว์
ทำให้สดกรอบ ไร้สารพิษสามารถเก็บได้นาน
ใช้ล้างเนื้อหมู เป็ด ไก่ หอย ปู ปลา ทำให้สดเนื้อหวานนุ่ม


วิธีทำน้ำเอนไซม์
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=imaginer&month=09-2006&date=08&group=1&gblog=16

วิธีล้างเพื่อกำจัดสารพิษตกค้าง

ล้างผัก ผลไม้ น้ำเอนไซม์ 1 ช้อนโต๊ะ/น้ำ 1 ลิตร แช่ผัก ½ กิโลกรัม นานครึ่งชั่วโมง
ล้างเนื้อสัตว์ น้ำเอนไซม์ 2-4 ช้อนโต๊ะ / 1ลิตร แช่เนื้อสัตว์ ½ กิโลกรัม นานครึ่งชั่วโมง




รวมสูตรอาหารภายในเล่ม


ผัดมะเขือยาว เต้าหู้ โหระพา
เครื่องปรุง
มะเขือยาว เต้าหู้ โหระพา กระเทียม สามเกลอ พริกแดงเม็ดใหญ่ ซีอิ๊วขาว

วิธีทำ
หั่นเต้าหู้เป็นชินเล็ก ๆ ทอดให้เหลืองแล้วพักไว้
ตั้งกระทะเอาสามเกลอลงไปผัดให้หอม
ใส่มะเขือยาว เต้าหู้ที่ทอดไว้ ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว ปิดฝาไว้
รอสักพักแล้วเปิดฝา คนให้เข้ากัน รอจนสุก จึงใส่โหระพา พริกแดง เท่านี้เป็นอันเสร็จ


ก๋วยเตี๋ยวราดหน้า
ผัดเครื่อง
ตั้งกระทะใส่น้ำมัน นำเห็ดหอมแห้งที่หั่นมาผัดให้เหลือง
ใส่สามเกลอผัดให้หอม จึงใส่เต้าหู้นิ่มที่ทอดแล้ว
เห้ดฟาง เห็ดนางฟ้า พอสุกแล้วใส่ซีอิ๊วขาว
เติมน้ำพอสมควร เมื่อเดือดแล้วชิมให้พอดี
ใส่แป้งข้าวโพด (ละลายน้ำก่อน) คนพอสมควร





แซนวิช





ผัดผักกาดขาว
เครื่องปรุง
เต้าหู้ ผักกาดขาว กระเทียม ซีอิ๊วขาว

วิธีทำ
หั่นเต้าหู้เป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วทอด
ผักกาดขาวหั่นเป็นชิ้นพอคำ
ตั้งกระทะใส่น้ำมันแล้วนำกระเทียมลงเจียวให้หอม
ใส่ผักกาดขาวปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว ปิดฝาทิ้งไว้สักครู่
เปิดฝาคนให้เข้ากัน พอผักสุกก็รับประทานได้


ซุปฟักทอง
เครื่องปรุง
ฟักทอง ซีอิ๊วขาว หอมหัวใหญ่ มะเขือเทศ โบโหระพา ต้นหอม ใบสะระแหน่

วิธีทำ
ต้มฟักทอง หอมหัวใหญ่ มะเขือเทศ เมื่อสุกแล้วทิ้งให้เย็น
นำไปปั่น
นำมาต้มโดยผสมกับน้ำที่ต้มฟักทอง เคี่ยวจนเดือด
ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว
เวลารับประทานโรยพริกไทย ต้นหอมหรือใบสะระแหน่หรือใบโหระพาก็ได้



ซุปมะระ
เครื่องปรุง
มะระ ซีอิ๊วขาว พริกไทย

วิธีทำ
ต้มน้ำให้เดือด ใส่วีอิ๊วขาวและพริกไทย
ต้มให้หอมอีกครั้ง
ใส่มะระต้มจนสุกค่อนข้างนิ่มรับประทานได้เลย


วุ้นเส้น
เครื่องปรุง
เห็ดหอมแห้ง เห็ดหูหนูขาว-ดำ ดอกไม้จีน ซีอิ๊วขาว วุ้นเส้น ฟองเต้าหู้
ผักชี เห็ดนางฟ้า ต้นหอม เห็ดฟาง หอมแดง พริกไทย

วิธีทำ
1 แช่ดอกไม้จีน เห็ดหูหูหนูขาว-ดำ เห็ดหอมแห้ง ฟองเต้าหู้ และวุ้นเส้นให้นิ่ม
2 โขลกหอมแดง พริกไทย รากผักชีให้ละเอียด
3 นำเห็ดมาผัดให้เหลือง ใส่เครื่องแกงที่โขลกไว้ ผัดให้หอมแล้วใส่ทุกอย่างลงไป
(อย่าใส่น้ำมันเยอะ) ใส่ซีอิ๊วขาว
4 พอเดือดเติมน้ำให้พอดี ชิมรส พอเดือดอีกครั้งใส่วุ้นเส้น ต้นหอม ผักชี ตักรับประทาน


ผัดผักกระจ้อนใส่เต้าหู้ไข่
เครื่องปรุง
ผักกระจ้อน(ผักกวางตุ้ง) สามเกลอ เต้าหู้ไข่ ซีอิ๊วขาว


ไข่ตุ๋น
วิธีทำ
1 นำไข่และน้ำใส่ซีอิ๊วขาว พริกไทย แล้วนำมาตีแรง ๆ
2 เมื่อนำไปนึ่งจึงใส่ต้นหอม ผักชี
3 เวลานึ่งไข่ น้ำต้องเดือดเต็มที่ก่อน
4 เมื่อนำไข่วางลงไป จึงหรี่ไฟให้ช้าลง หน้าไข่ตุ๋นจะได้สวย





สลัดผัก




ผัดบวบใส่ไข่
ส่วนประกอบ
ผักบวบ สามเกลอ ไข่ ซีอิ๊ว

วิธีทำ
1 เอาสามเกลอลงไปผัดให้หอม แล้วใส่บวบ
2 รอสักครู่แล้วเปิดฝา คนให้เข้ากัน ใส่ซีอิ๊วขาว ปิดฝาอีกครั้ง รอสักนิดจนบวบสุก
3 รับประทานได้ทันที ทานกับพริกป่น จะได้รสชาติยิ่งขึ้น


พะโล้





ต้มยำเห็ด





ทอดมันผัก




ข้าวต้มเห็ด
ส่วนประกอบ
เห็ดหอม สามเกลอ เห็ดนางฟ้า ข่า เกลือ กระเทียมเจียว พริกไทย
ต้นหอม ผักชี คึ่นฉ่าย ซีอิ๊วขาว เต้าหู้นิ่ม ข้าวกล้อง

วิธีทำ
หั่นเต้าหู้เป็นชิ้นเล็ก ๆ นำไปทอดให้เหลือง
แช่เห็ดหอมให้นิ่ม แล้วนำมาหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ
นำข่าไปตำให้ละเอียด หั่นต้นหอม ผักชี คึนฉ่าย
นำเห็ดนางฟ้า เห็ดฟางมาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ

ผัดเครื่อง
ตั้งกระทะใส่น้ำมัน นำเห็ดหอมไปทอดจนเหลือง แล้วนำข่าไปผัดให้หอม
ใส่สามเกลอลงไปผัดด้วยกัน
จากนั้นใส่เต้าหู้ เห็ดนางฟ้า เ็ห็้ดฟาง ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว
นำข้าวใส่พอประมาณ ชิมรสให้พอดี รอให้เดือดอีกครั้งก็ใช้ได้

วิธีต้มข้าว
ต้มน้ำให้เดือดและใส่เกลือเล็กน้อย
จากนั้นใส่ข้าวไม่ต้องต้มให้สุกมาก

น้ำจิ้ม
นำน้ำเต้าเจี้ยว น้ำเสาวรส ขิง ข่า พริกตำผสมกัน แล้วชิมตามชอบ

เวลารับประทาน
ตักข้าวต้มใส่ถ้วย
นำเครื่องที่ผัดไว้ใส่ลงผสมให้เข้ากัน
โรยกระเทียมเจียว ต้นหอม คึ่นฉ่าย พริกไทย
รับประทานกับน้ำจิ้มเพื่อเพิ่มรส



ขนมจีนน้ำยาเห็ด
เครื่องปรุง
พริกแห้ง 10 เม็ด
ตะไคร้ 8 ต้น
ข่า 2 หัว
กระชาย 2 ขีด
กระเทียม 3/4 ถ้วย
หัวหอม 1 ถ้วย
เห็ดฟาง ใบมะกรูด
น้ำ 10 ถ้วย
เกลือ

วิธีทำ
1 นำพริกแห้ง ตะไคร้ ข่า กระชาย หอม(ปอกเปลือกด้วย)เอาไปอบไฟให้หอม
ต้มน้ำให้เดือด จึงใส่เครื่องลงไปต้ม 30 นาที
2 นำเครื่องแกงมาบดให้ละเอียดแล้วนำไปต้มใหม่ ทิ้งค้างคืนไว้ 1 คืน
3 วันรุ่งขึ้น นำเห็ดฟางไปอบให้สุกนำมาสับให้ละเอียด และนำไปตำจนละเอียด
นำน้ำออกจากเห็ด (เห็ดจะหวาน)
4 อุ่นน้ำยาให้เดือด แล้วนำมากรองใส่เห็ดที่สับไว้ ชิมรสดูให้พอดี
5 ใส่ใบมะกรูดลงไปเคี่ยวต่ออีกสักพัก ประมาณ 30 นาที จะได้น้ำยาขนมจีนรสชาติเข้มข้นน่ารับประทาน



ก๋วยเตี๋ยวเห็ด
เครื่องปรุง
เห็ดฟาง เห็ดนางฟ้า ข้าวโพด ถั่วงอก ผักบุ้ง ผักกระจ้อน ดอกขจร
เต้าหู้นิ่ม เห็ดหอมแห้ง เส้นหมี่ข้าวกล้อง สามเกลอ ตั้งฉ่าย กระเทียมเจียว

วิธีทำ
1 ตั้งกระทะใส่น้ำมัน นำสามเกลอลงไปผัดให้หอม ใส่หัวผักกาด (หั่นเป็นแว่นๆ)ข้าวโพดแบ่งเป็น 3-4 ท่อน
2 แช่เส้นก๋วยเตี๋ยวให้นิ่มแล้วนำมาลวก
3 ถั่วงอก ผักบุ้ง ผักกระจ้อน ดอกขจร (ไม่จำเป็นต้องใส่ทุกอย่าง เลือกที่มีตามฤดู)
4 นำมาลวกในน้ำสะอาด เสร็จจากลวกแล้ว จึงเติมเส้นและน้ำซุป

วิธีผัดเครื่อง
1 ตั้งกระทะใส่น้ำมัน ทอดเห็ดหอมจนเหลือง
2 ใส่สามเกลอผัดจนหอม จึงใส่เต้าหู้ที่ทอดไว้ ตามด้วยเห็ดนางฟ้า
ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว แล้วเติมน้ำเล็กน้อย ต้มไปสักพักก็ดับไฟ

วิธีทาน
นำเส้นก๋วยเตี๋ยวและผักที่ลวกไว้ใส่ชาม ใส่เครื่องที่ผัดไว้ กระเทียมเจียว ตั้งฉ่าย
และก็เติมน้ำซุปร้อน ๆ


แกงเลียง
เครื่องปรุง
หอมแดง พริกสด พริกไทย ฟักทอง ข้าวโพดอ่อน ตำลึง บวบ
ยอดฟักแม้ว ใบแมงลัก ซีอิ๊วขาว

วิธีทำ
1 โขลกเครื่องแกง พริกสด พริกไทย หอมแดง ให้ละเอียด
2 ต้มฟักทองให้สุก ใส่เครื่องที่โขลกไว้ ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว แล้วตามด้วยบวบ
ยอดข้าวโพด ยอดฟักแม้ว ตำลึง ใบแมงลัก


ปอเปี๊ยะสด
เครื่องปรุง
สามเกลอ หัวผักกาด สะระแหน่ โหระพา ถั่วงอก เห็ดหอมแห้ง
เต้าหู้นิ่ม ผักกาดหอม ผักชี วุ้นเส้น แผ่นปอเปี๊ยะ
(อาจใช้โรตีสายไหมแทนได้ เพราะจะได้ความหอมจากแผ่นโรตี)

ขั้นเตรียม
หั่นเต้าหู้เป็นแผ่นบาง ๆ นำไปทอดให้เหลืองแล้วหั่นเป็นชิ้นลูกเต๋าเล็ก ๆ
เห็ดหอมแช่น้ำให้นิ่ม
หัวผักกาดสับคล้ายกับสับมะละกอ
วุ้นเส้นมาแช่ให้นิ่ม
สะระแหน่ โหระพาเด็ดเอาแต่ใบ
ผักชีผักกาดหอมล้างให้สะอาด (ให้สะเด็ดน้ำ)
ถั่วงอกล้างให้สะอาดแล้วลวกพักไว้

น้ำจิ้ม
ใส่น้ำส้มสายชูที่ได้จากเอนไซม์หรือแอปเปิล
นำน้ำตาลทรายแดงมาเคี่ยวพอให้ข้น ใส่เกลือให้มีรสหวานเค็มเปรี้ยว
ตำพริกกระเทียมให้ละเอียดใส่ตามลงไป

วิธีผัดไส้ปอเปี๊ยะ
นำเห็ดหอมลงไปผัดให้หอมและผัดสามเกลอจนหอม
ใส่วุ้นเส้น เติมน้ำ ซีอิ๊วขาว คลุกเคล้าให้เข้ากัน ใส่เต้าหู้
ชิมให้ได้รสจัดนิดนึง ปิดไฟแล้วนำถั่วงอกลงไปผสม
คลุกเคล้าด้วยมือให้เข้ากัน

วิธีห่อปอเปี๊ยะ
คลี่แผ่นปอเปี๊ยะออก วางโหระพา สะระแหน่ แล้วตักเครื่องที่ผัดวางไว้อีกที
ห่อแผ่นปอเปี๊ยะ พยายามห่อให้แน่น ๆ (เวลาตักรับประทานไส้ปอเปี๊ยะจะได้ไม่หลุด)

ตัดปอเปี๊ยะเป็นคำ ๆ ราดน้ำจิ้มทานพร้อมผักแกล้ม เช่นผักกาด ผักชี


ผัดกระเพราเต้าหู้เห็ด
เครื่องปรุง
เต้าหู้ เห็ดฟาง เห็ดนางฟ้า กระเทียม รากผักชี ใบกระเพรา ซีอิ๊วขาว

วิธีทำ
หั่นเต้าหู้เป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วทอด
โขลกกระเทียม รากผักชี
นำเห็ดฟาง เห็ดนางฟ้า หั่นเป้นชิ้นเล็กพอประมาณ
ตั้งกระทะใส่น้ำมัน นำเครื่องโขลกแล้วลงผัดให้หอม
ใส่เห็ดฟาง เห็ดนางฟ้า ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว ปิดฝา
เมื่อทุกอย่างสุกแล้วใส่กระเพรา เป็นลำดับสุดท้าย


จับฉ่าย
เครื่องปรุง
ผักกระจ้อน ผักกาดขาว ซีอิ๊วขาว สามเกลอ เห็ดฟาง เห็ดนางฟ้า

วิธีทำ
1 ตั้งกระทะใส่น้ำมัน นำสามเกลอลงไปผัดให้หอม
2 ใส่ผักต่าง ๆ ลงไป ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว
3 ปิดฝา หรี่ไฟให้ช้า ๆ พอผักสุกจนนิ่ม ชิมรสตามใจ




Create Date : 27 มกราคม 2553
Last Update : 24 สิงหาคม 2554 13:15:09 น. 0 comments
Counter : 3463 Pageviews.

เนเวอร์แลนด์
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 88 คน [?]







แนะนำให้ชม

บัวหิมะ
บัวหิมะ
วิธีเลี้ยงบัวหิมะ
เกิดมาทำไม ตายแล้วไปไหน
บั้งไฟพญานาคที่ไปดูมา
ติดอันดับTOP Page Views
อาหารและการดูแลสุขภาพ ผู้ป่วยมะเร็งและคนทั่วไป
เที่ยวขอนแก่น
Michael Jackson
คอนเสิร์ตบอย Peacemaker
คลิปเจ้าขุน
การกลับมาของX Japan

ท่องเที่ยว

UFOที่เคยเห็น
บั้งไฟพญานาคที่ไปดูมา
หาดใหญ่และปัตตานี
ไข่มุกอันดามัน
อะ พีพี
เกนติ้ง
กัวลาลัมเปอร์
หาลิงเข้าถ้ำทะเลภูเขาเลยจ้า นอนดูหมอกที่ปราจีนบุรี
เที่ยวปราจีนบุรีต่อ
เลยจะถึงไหมละนี่
พักค้างแรมที่เลย
เลยจนเกือบถึงลาว
ขุดกรุเขื่อนป่าสัก
บึงแก่นนคร ขอนแก่น
พระธาตุขามแก่น
เดินทางไปลพบุรี
กินข้าวอิงภูชัยภูมิ
ลาว เวียงจันทร์
ลาว2
ปิดทริปเที่ยวลาว
ล่องเรือเจ้าพระยา
รถไฟลอยฟ้า ฟ้า ไทย
รถไฟใต้ดินไทย
ทะเลน้ำจืดหาดวังโกขอนแก่น บ้านปราสาทโคราช
วังน้ำเขียวโคราช
ชอปปิ้งหนองคาย
ตัวเมืองขอนแก่น
น้ำผุดทับลาว ชัยภูมิ
สนามหลวง2
ไปดูงานศิลป
สายน้ำกับปลาที่ไปปล่อย
งานExpro
เขื่อนอุบลรัตน์
เที่ยวป่าวัดพรไพรวัลย์
ล่องแพอ่างเก็บน้ำห้วยไร่
ทะเลหมอกภูพานน้อย
วัดเจดีย์ชัยมงคล
ครั้งหนึ่งที่เคยโบกรถ
น้ำหนาว,เพชรบูรณ์
พระพุทธชินราช,พระธาตุลำปางหลวง
น้ำพุร้อน,วัดร่องขุ่น
มหาลัยแม่ฟ้าหลวง,น้ำตกก้างปลา
เวียงแก่น,ภูชี้ฟ้า
ดอยแม่สลอง
อุทยานฯขุนแจ
สวนโลกราชพฤกษ์
วัดเจดีย์7ยอด,วัดเจดีย์หลวง
ดอยสุเทพ,ทุ่งสแลงหลวง
โครงการครูบ้านนอก
วัดหลวงพ่อโตใหญ่ที่สุดในโลก
ที่พักปากช่อง
เลย-ลาว-ท่าลี่
ถึงระยองแล้วจ้า
ทะเลตอนเช้า
งานเที่ยวภาคใต้






foodietasteเนเวอร์แลนด์
 foodietasteเนเวอร์แลนด์

Friends' blogs
[Add เนเวอร์แลนด์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.