“Almost everything in life is easier to get into than out of.”--Author Unknown--
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2553
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
9 กรกฏาคม 2553
 
All Blogs
 
ไปเชียงคาน...ระบายสีให้ชีวิต

ฉันไปเชียงคานครั้งที่สองในรอบหนึ่งปี ซึ่งก็ไม่แปลกใจอะไรที่ตัดสินใจอย่างง่ายดายกับคำชวนของเพื่อน เพราะรู้สึกตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ไปเมื่อปลายปีที่แล้วว่า เชียงคานไปง่ายและน่าไป ไปอีกกี่ครั้งก็ไม่น่าเบื่อ แต่คราวนี้ไม่ได้ไปเดินช้าๆ ปั่นจักรยานเหมือนครั้งก่อน แต่ไปทำกิจกรรมกับเด็กๆ เพื่อนบอกว่า ไปทำค่ายศิลปะ ฟังดูดี แต่ก็ต้องออกตัวกันตั้งแต่แรกว่า วาดรูปไม่เป็น แต่ถ้าจะให้ร้องรำทำเพลง ทำกิจกรรมร่วมกับเด็กๆ คอยคุม คอยแจกข้าวแจกน้ำละก็พอไหว

คืนวันพฤหัส ชีวิตยังวุ่นวาย จ๊อบที่รับมาก็ยังทำไม่เรียบร้อยดี อะไร ๆ ก็ดูไม่ค่อยเข้าที่เข้าทางเท่าไหร่ แต่เพราะไม่ต้องเสียเวลาเก็บกระเป๋ากันมากด้วยคุ้นเคยอยู่แล้วว่า ในการเดินทางสองวันหนึ่งคืน จะต้องเอาอะไรไปบ้าง เสื้อกางเกงชุดชั้นในผ้าเช็ดหน้าผ้าเช็ดตัวไปเท่าไหร่ ส่วนข้าวของเครื่องใช้พวกสบู่ แปรง ยาสีฟัน ยาสระผม ยาแก้ปวด พวกนั้นเตรียมใส่ถุงแขวนไว้ในตู้พร้อมเอาไปไหนต่อไหนเสมออยู่แล้ว การเตรียมตัวก็เลยไม่ถึงกับหัวหมุน

แค่รู้ว่า กำลังจะได้ออกเดินทางไกลหลายร้อยกิโลเมตร ห่างจากชีวิตประจำวัน ความรู้สึกเดิม บรรยากาศเดิม ได้ออกไปสูดกลิ่นดิน กลิ่นฝน กลิ่นแม่น้ำ รอยยิ้มจางๆ ก็ลอยมาแตะใบหน้าแล้ว แม้จะรู้ว่า ความสุขไม่ต้องออกเดินทางหาขึ้นอยู่กับใจเราเป็นสำคัญก็ตาม

















เช้ามืดวันเสาร์ พวกเราถึงเชียงคานท่ามกลางบรรยากาศฝนพรำ แยกย้ายเอาของเข้าไปเก็บที่พัก นัดเจอกันอีกครั้งเวลาแปดโมง จากเดิม พวกเราจะทำกิจกรรมกันที่ลานวัด แต่ด้วยฝนโปรยก็เลยต้องจัดเตรียมสถานที่ใหม่ เป็นร้านลมรำเพย ที่มีพื้นที่กว้างขวางเพียงพอจะรองรับเด็กๆ จำนวนสี่สิบกว่าชีวิตและพี่ๆ อีกเกือบยี่สิบคน รวมไปถึงผู้ปกครองที่ผลัดกันมายืนมองว่า พี่ๆ พวกนี้มาทำอะไรกันกับลูกหลานของพวกเขา

เสียงเพลง เสียงหัวเราะ จังหวะกลอง ชวนให้บรรยากาศครึกครื้น สายหน่อยสายฝนก็หายไป แต่พวกเราก็ปักหลักมั่นไม่ไปไหนแล้ว บางเพลงฉันก็รู้จักจากการทำค่ายแบบทำๆ หยุดๆ ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา แต่บางเพลงและท่าเต้นก็ชวนตื่นตาตื่นใจ เช่นพลงจังหวะสามช่าที่ชื่อว่า “โจ๋เรนเจอร์”

“โจ๋เรนเจอร์ จ๊ะจ๊ะ โจ๋เรนเจอร์
โจ๋เรนเจอร์ จ๊ะจ๊ะ โจ๋เรนเจอร์
พวกเราไม่ทำตามเพื่อน พวกเราไม่ทำตามเพื่อน
โจ๋เรนเจอร์ จ๊ะจ๊ะ โจ๋เรนเจอร์”

ง่ายๆ แต่ได้ใจทั้งวัยโจ๋และวัยจ๊าบ


















สนุกสนานกันพอให้ได้รู้จักชื่อพี่ๆ น้องๆ ก็ได้เวลา “วิชาศิลปะ” สีน้ำ พู่กัน ขวดน้ำเปล่า จานสี กระดาษปอนด์ ถูกแจกจ่ายเข้าสู่วง คุณครูศิลปินเริ่มอธิบายการผสมสีอย่างง่ายๆ เพียงไม่นาน บทเรียนวิชาศิลปะก็เริ่มต้นบรรเลงโดยศิลปินน้อยทั้งหลาย ฉันในฐานะพี่เลี้ยงของกลุ่มได้แต่หันซ้ายหันขวา คอยหยิบยื่นแม่สี ทั้ง แดง เหลือง และน้ำเงิน ให้เด็กๆ ในวงตามแต่ใครจะเรียกหา และช่วยผสมสีให้ได้เพิ่มมาเป็น เขียว เหลือง และม่วง ตามคำครูสอน จากนั้นก็คอยกำกับหนูๆ ให้ใช้พู่กันจุ่มสีแล้วป้ายๆ ลงบนกระดาษ เรียกว่า “อาร์ท” กันเป็นแถวๆ

จากแปดโมงเช้าถึงสี่โมงเย็น สิ่งที่เห็นเป็นรูปธรรมก็คือ เด็กๆ ได้ผลงานศิลปะคนละสองชิ้น วัดตามหลักทฤษฎีก็คงเป็นที่น่าสงสัยว่าเด็กๆ จะได้รับความรู้เรื่องศิลปะไปมากน้อยแค่ไหน ผลงานแต่ละคนจะได้คะแนนเต็มบ้างหรือเปล่า การมาแบบชั่วครั้งชั่วคราวของพี่ๆ ก่อประโยชน์อะไรกับเด็กๆ บ้าง แต่ถ้าวัดจากความดังของเสียงหัวเราะเสียงปรบมือ ลีลาท่าเต้น แววตาอันมุ่งมั่น ณ ช่วงเวลาที่พี่จากเมืองบางกอกและน้องเมืองเชียงคานได้มีร่วมกัน ฉันว่างานนี้ความสุขก็เกือบร้อยเต็ม



















พ้นจาก “วิชาศิลปะ” ฉันและเพื่อนจ๋าก็ขอแยกตัวออกมา เรามุ่งหน้ากลับสู่ที่พัก แต่ระหว่างทาง ป้ายคำว่า “นวดเพื่อสุขภาพ ชั่วโมงละ 150” เตะตาจนพวกเราขาสะดุด ต้องแวะไปนอนในบ้านไม้ริมแม่น้ำโขงให้คุณป้าบีบๆ นวดๆ บ้านไม้เปิดโล่ง ลมแม่น้ำพัดเบาๆ คุณป้าของฉันนวดได้ถึงเส้นถึงกระดูกเลยทีเดียว ทำเอาเคลิ้ม ทันใดนั้น เสียงลมอื้ออึง ฝนตั้งเค้าใกล้เข้ามาทุกทีๆ ในที่สุดเชียงคานก็ตกอยู่ในม่านฝนอีกครั้ง พวกเราไม่ได้รอให้ฝนหยุด คุณป้าใจดีให้ยืมร่ม พาหนะสองขาพาเรากลับที่พักพร้อมอาการหิวซ่ก

พี่ต้น และพี่ต้อง เจ้าของร้าน “จำเลยรัก” ใจดีผัดโหระพาหมูชิ้นราดข้าวให้น้องผู้หิวโหย กลิ่นหอมของใบโหระพาแกล้มกลิ่นฝน ช่างหอมยวนใจ โดยไม่รอช้า สองสาวก็จัดการฟาดอาหารที่อยู่ตรงหน้าเสียเรียบ ต่อด้วยขนมปังปิ้งเนยนมน้ำตาล และชาเย็นภายในเวลาอันรวดเร็ว รอดตายไปอีกมื้อ

นั่งย่อยอยู่ในร้านก่อนจะขึ้นไปอาบน้ำสระผม เตรียมตัวไปเชียร์บอล ที่ร้านสาลาลาว ซึ่งรายละเอียดนับจากนี้โดยเฉพาะช่วงเก้าสิบกว่านาทีของเกมการแข่งขันฉันขอไม่พูดถึง เนื่องจากจุก ไม่ใช่เพราะผลบอลเพียงอย่างเดียว แต่เพราะอาหารอีกห้าจานที่ฉันบรรจุเข้าไปเต็มกระเพาะ ดังรายการต่อไปนี้ “ไก่ทอด ซ่าปลา ยำหมูย่างแตงกวา กระดูกหมูทอด ยำวุ้นเส้นผักกูด” เรียกได้ว่า เชียร์บอลเต็มอิ่ม ปากมันกันเลยทีเดียว หมดคู่แรก พวกเราทั้งสี่ ฉัน เพื่อน และพี่ๆ เจ้าของร้านจำเลยรักตั้งใจว่าจะกลับบ้านไปนอนเอาแรงเพื่อกลับมาดูคู่สองต่อ แต่พอล้มตัวลงนอน ฉันก็รู้ทันทีว่า พับโครงการตื่นตอนตีหนึ่งครึ่งไปได้เลย

















เช้าวันรุ่งขึ้น รู้สึกตัวตื่นตอนหกโมงครึ่ง แต่ก็หลับต่อจนถึงแปดโมง ล้างหน้าแปรงฟันแล้วสองสาวก็เร่งรุดไปหาอาหารเช้าทันที “ข้าวปุ้นน้ำแจ่ว” ซอย 14 บน คือเป้าหมายในการเขมือบครั้งนี้ ขนมจีนต้มเลือดหมู น่าจะเป็นคำอธิบายอาหารชนิดนี้ได้ใกล้เคียงที่สุด แต่ถ้าจะให้กระจ่างแจ้ง แนะนำว่าควรเดินทางไปรับประทานด้วยตนเอง ไม่เสียเที่ยวแน่นอน กลับมาถึงถึงที่พัก สั่งชาน้ำผึ้งมะนาวโซดาคนละหนึ่งแก้ว อร่อยชื่นใจ (ในวงเล็บว่า เพื่อนฉันกินขนมปังปิ้งอีกสองชิ้น ส่วนฉันขอยอมแพ้) และนั่งละลายเวลาด้วยการเขียนโปสการ์ดหาบรรดาสุดที่รักทั้งหลาย ผู้ซึ่งคงจะนั่งๆ นอนๆ อิจฉาฉันกันเป็นแถวๆ

เส้นขนมจีนยังไม่ทันเรียงตัวดี และแม้รู้ทั้งรู้ว่าบ่ายนี้พี่ต้นแห่งจำเลยรักจะพาไปกินก๋วยเตี๋ยวเนื้อที่ปากชม แต่พวกเราก็ออกตัวว่า ขอไปกินออเดิร์ฟระหว่างรอก็แล้วกันนะคะคุณพี่ หลังจากอาบน้ำแปลงโฉมใส่เสื้อตัวใหม่ลาย
“จำเลยรัก” พวกเราก็เตรียมตัวออกเดินทางไปยังเป้าหมายความอร่อยที่ชื่อว่า “ตำด๊องแด๊ง” ซอย 10 บนใกล้ตลาด งานนี้น้ำลายสอจนแทบจะหยดติ๋งๆ ตำด๊องแด๊งไม่ได้เสริฟใส่จานธรรมดา ภาชนะแบบนี้บ้านฉันเรียกว่า “ถาด” อร่อยล้ำเลิศในปฐพี กินแกล้มแคปหมูและโค้กเย็นชื่นใจ ถ้ามีไก่ย่างอีกสักครึ่งตัว ฉันคงจะเข้าถึงอารมณ์ของชูชกได้แน่ๆ



















กลับมาถึงร้าน จัดการกับโปสการ์ดที่เหลือต่อ นั่งเล่น นั่งรอ แล้วก็ได้เวลาออกเดินทาง ปากชุม เป็นอำเภอที่อยู่ห่างจากเชียงคานประมาณ 40 กิโลเมตร ระหว่างทางคือต้นไม้เขียวขจีและเป็นเส้นทางเลาะเลียบริมโขง มองเห็นถนนฝั่งลาวรำไร บรรยากาศดี แดดสวย ฟ้าใส แต่พอจอดรถจะลงไปถ่ายรูป เม็ดฝนหล่นมาจากฟ้าทันที ไม่เข้าใจจริงๆ


























ถึงปากชุม ประมาณบ่ายสาม ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อไม่อยู่รอพวกเราแล้ว ปิดร้านเงียบเชียบ งานนี้คนนำทางขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่ แต่จะเป็นไร แค่ได้รับความกรุณาที่พี่ๆ พานั่งรถชมวิว มานั่งกินบรรยากาศที่ปากแม่น้ำโขง ในวันสบายๆ ใจก็สุขเพียงพอแล้ว แต่โต้โผของเราหิ้วท้องมาไกล เลยต้องขอกินก๋วยเตี๋ยวอีกเจ้าที่มีคำการันตีว่า มากี่ครั้งๆ รสชาติความไม่อร่อยยังเหมือนเดิม รสชาติไม่ถูกปากแต่ได้คะแนนความสม่ำเสมอไปเต็มๆ ขากลับ พ้นตลาดปากชุมมาไม่ทันถึงโค้งแรก เราก็กระโดดลงจากรถไปยังร้านอาหารตามสั่งทันที กระเพราะเครื่องในราดข้าวสอง ต้มมาม่าหมูสับหนึ่ง ฉันซึ่งปฏิเสธในตอนแรกทนความเย้ายวนของกลิ่นและหน้าตาอาหารไม่ไหว เลยต้องขอกระเพราะหมูสับหนึ่งจาน


ขากลับเราหยุดแวะที่ร้านขายของแปลก แต่ความแปลกก็คือไม่มีของแปลกเหลือไว้ขายแล้ว มีแต่ของธรรมดาๆ แวะอีกสองสามครั้งเพื่อหยุดเก็บภาพทิวทัศน์ธรรมชาติที่คงไม่ได้มีโอกาสมาเห็นกันบ่อยๆ กลับมาถึงเชียงคาน พวกเราก็เริ่มเก็บกระเป๋าเพื่อเดินทางกลับ
























พอหยุดทำกิจกรรมทุกอย่าง หยุดหาที่กิน หยุดหาที่เที่ยว หยุดเพื่อเดินทางกลับ ก็ดูเหมือนว่า จังหวะชีวิตช้าลงมานิดหน่อย แล้วพอนั่งมองดูเวลาที่เคลื่อนไปก็ไม่ได้รู้สึกว่าครั้งนี้เวลาเดินช้าหรือเดินเร็ว เวลาก็เดินไปตามจังหวะของเวลา ดังนั้นแล้วเมื่อต้องกลับ ก็ยอมรับได้อย่างสบายใจโดยไม่เหมือนครั้งก่อนที่แทบจะไม่อยากกลับ ครั้งนี้ รู้สึกว่าเมื่อเราทำอะไร หรือไปไหนก็ตาม ถึงจุดๆ หนึ่ง มันก็ต้องเป็นไปตามที่มันควรจะเป็น เรียกว่า มันก็ถึงเวลาของมันเท่านั้นเอง






















ในที่สุดก็มีโอกาสได้คลอดบล็อกใหม่สมใจซะที
ขอไม่เขียนอะไรมากแล้วกันเนอะ
ภาพกับเรื่องข้างบนคงบอกอะไรได้เยอะแล้ว
ขอบคุณมิตรภาพดีๆ รอบๆ ตัว
^^
@Chinagkhan2






Create Date : 09 กรกฎาคม 2553
Last Update : 9 กรกฎาคม 2553 16:31:16 น. 11 comments
Counter : 899 Pageviews.

 
ตามมาจากลายแทงทางโน้น หาทางเข้า
ก็มาเจอกับบล็อกนำเที่ยวแบบสบายๆ กับมิตรภาพ
ที่หาได้ไม่ยากอย่างที่น้องแอมเจอ ... อ่านแล้ว
อิ่มเอม กับเรื่องของบรรยากาศในการท่องเที่ยวและก็
เรื่องราวของความเย็นสบายของรอบๆ ตัวกับเชียงคานจ้ะ


โดย: JewNid วันที่: 9 กรกฎาคม 2553 เวลา:16:32:13 น.  

 


..


อิ่มเอม ((( ขอยืมคำพี่พู่ด้วย .. แหะ แหะ ))

กับ

เรื่องราว ๆ ดี
แถมด้วยรูปสวย ๆ
กับน้ำจงาม ๆ

ของ เจ้าของบ้าน นี้





..


โดย: ทิ .. (Ka - Ti ) วันที่: 9 กรกฎาคม 2553 เวลา:16:57:47 น.  

 
เข้า Blog เพราะเห็นหัวข้อ ไม่นึกว่าเป็นคุณแอม
ถ่ายภาพฟ้าได้เป็นฟ้าจริงๆ ครับ
น่าไปเหมือนกันนะ เชียงคาน


โดย: คนขับช้า วันที่: 9 กรกฎาคม 2553 เวลา:18:12:49 น.  

 
เชียงคานยามฝนโปรยสวยเป็นพิเศษ
แต่ยังสู้ตัวอักษรงาม อารมณ์สดใสยามเดินทางไกลของแอมไม่ได้

เห็นรูปแล้วอยากไปด้วยยยยยจ้ะ


โดย: SevenDaffodils IP: 68.48.3.234 วันที่: 9 กรกฎาคม 2553 เวลา:19:14:33 น.  

 
ภาพสวยอย่างแรงครับ


โดย: Huntingdon วันที่: 9 กรกฎาคม 2553 เวลา:22:15:04 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับน้องแอม

เห็นรอยยิ้มอันกว้างขวางของเจ้าของบล็อก
เชื่อแน่ว่ากิจกรรมดีดีครั้งนี้
คงเติมเต็มความรู้สึกน้องแอมจนเต็ม

เชียงคานเป็นเมืองที่พี่กิจยังไม่มีโอกาสได้ไปนะครับ








โดย: กะว่าก๋า วันที่: 10 กรกฎาคม 2553 เวลา:7:26:36 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับน้องแอม









โดย: กะว่าก๋า วันที่: 11 กรกฎาคม 2553 เวลา:6:48:06 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับน้องแอม








โดย: กะว่าก๋า วันที่: 12 กรกฎาคม 2553 เวลา:5:51:08 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับน้องแอม








โดย: กะว่าก๋า วันที่: 13 กรกฎาคม 2553 เวลา:6:59:48 น.  

 
อ่านมาเรื่อยๆ เหมือนเวลาที่เชียงคาน
และสายน้ำโขง เรื่อยๆ แต่สุขใจ

เนาะ
เอ ปากชม หรือ ปากชุม อ่ะ พี่จำเป็น ปากชม นะ
เห็นนักกิจกรรมคนสวย หน้าตามีรสนิยมจริงๆนะ ตะเอง 55
อยากให้ตะเองเอาเรื่องลงนิตยสารจังเลยค่ะ กรุงเทพธุรกิจวันอาทิตย์ก็ดี
รูป-เรื่อง ฝีมือขนาดนี้ สบายมากเลย เชียร์ๆๆ จ้ะ


โดย: พี่พิ คนสวยที่ซู๊ด IP: 124.122.219.188 วันที่: 19 กรกฎาคม 2553 เวลา:19:33:02 น.  

 
พี่ไปขลุกอยู่ร้านจำเลยรัก วันกลับอยู่เป็นชั่วโมง
พี่ต้นใจดีมาก ให้ยืมเครื่อง Mac ไร้ท์ รูปจากสามกล้อง
ใส่ลงแผ่น DVD
...
ใจดีจริงๆ พี่เค้าเป็นหุ้นส่วนร้าน เพลินพรมแดน
ตรงถนนเส้นนอก แถวตำรวจน้ำน่ะ
ร้านน่ารักมาก มีชิงช้าสีเหลืองอยู่หน้าร้านแถวๆป้าย
...
ไว้น้องแอมไปรอบหน้า แนะนำร้านนี้น๊า

ตำด๊องแด๊งของพี่ ร้านกุมารทอง ซอย 17 แซ่บหลายยย
พูดแล้วก็น้ำลายฟูมปากอีกละ ^^"
...
...
ไปอีกเนี่ย เจอกันใหม่ เชียงคาน
ไปหน้าฝนบ้าง น่าจะดี ^^"


โดย: พี่ต่ายเองจ้า^^" IP: 10.0.10.74, 125.27.7.235 วันที่: 15 มกราคม 2554 เวลา:22:04:40 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

I am just fine^^
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]




How are you today? I am just fine,always.

If you have something to say, say it then out loud.


uP tO dAtE
17.11 ...real...

16.11 ซ่ อ น

12.11 เก็บใบไม้กิ่งไม้ที่ร่วงหล่นในสายน้ำ ก่อนปล่อยให้ลอยหายไป

26.10 ดอกไม้ในบ้านหลังหนึ่ง

22.10 อะไร อะไร

04.10 กระเป๋าเมาท์เจ้านาย

22.09 ...บ้าง...

21.09 เป่าหิน

14.09 เริ่มขึ้น-จบลง เขาหลวง, สุโขทัย

30.08 ถูกผิด

27.08 น้ำตาลหวานขม

20.07 A piece of paper :)

12.07 ย้อนวันวาน เชียงคานที่คิดถึง : )

09.07 ไปเชียงคาน...ระบายสีให้ชีวิต

28.06 The promise สัญญาว่าจะรอ

26.06 ตื่นสาย

14.06 พื้นพื้น



bY rEQuEst
* Isalnd of life/ Kitaro (P'house)
* How can you mend a broken heart/Al Green (P'tye)
*Love of my life/Queen (Bon Bon)
New Comments
Friends' blogs
[Add I am just fine^^'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.