เมื่อเท้ามันคัน อะไรมันๆ จะเกิดขึ้น
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2560
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728 
 
26 กุมภาพันธ์ 2560
 
All Blogs
 
อิตาลี : พิพิธภัณฑ์วาติกันครึ่งวันเป็นอย่างน้อย











พิพิธภัณฑ์ที่มีอยู่มากมายในอิตาลี ปกติจะเปิดให้เข้าฟรีในวันอาทิตย์แรกของเดือน ยกเว้นพิพิธภัณฑ์วาติกันซึ่งจะเปิดให้เข้าชมฟรีในวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือน และให้เข้าชมได้ถึงตอนเที่ยงเท่านั้น หากท่านประสงค์จะเข้าชมพิพิธภัณฑ์เหล่านี้ฟรี ต้องเลือกในวันที่เขากำหนดและแนะนำให้ไปแต่เช้าตรู่ เพราะถ้าเปิดแค่ครึ่งวันแล้วกว่าจะเข้าแถวกว่าจะได้เข้าคงเที่ยงพอดี ท่านอาจจะเคยได้ยินถึงการเข้าแถวซื้อบัตรเข้าพิพิธภัณฑ์วาติกันมาบ้าง ในวันธรรมดาก็สองสามชั่วโมงแล้ว ถ้าคิดจะเข้าฟรีคงต้องวางแผนเวลาเป็นอย่างดี 


หรืออีกทางเลือกหนึ่งก็คือ ยอมจ่ายเงินซื้อบัตรเข้าชมตามปกติ 16 ยูโรที่พิพิธภัณฑ์หรือ 20 ยูโรหากจองล่วงหน้าทางอินเตอร์เน็ต ข้อดีเล็กน้อยของการจองทางอินเตอร์เน็ตซึ่งจ่ายแพงกว่าคือแถวเข้าพิพิธภัณฑ์สำหรับผู้ที่จองมาล่วงหน้าสั้นกว่าแถวปกติเล็กน้อย 


สรุปว่าจะเลือกแบบเข้าฟรี ซื้อตั๋วหรือจองมาล่วงหน้า ขอแนะนำให้มาเช้าที่สุดเท่าที่มาได้ครับ นอกจากท่านจะมีความอดทนในการยืนรอต่อแถวนานเป็นชั่วโมงแบบนี้


หลายคนอดรนทนไม่ไหวก็ต้องมาซื้อตั๋วที่แขกเอามาขายอัพราคาไปอีก ไม่ได้ถามว่าอัพขึ้นเท่าไหร่ แต่เห็นมีคนยอมควักเงินซื้อกันอยู่นะ


อย่าไปคิดอะไรมาก เราอยู่อิตาลีครับ เรื่องตั๋วผีอัพราคามีเยอะแยะมากมายทุกที่ ปราบปรามไม่หมดหรือไม่ปราบปรามก็มิทราบ แต่ส่วนใหญ่ก็เข้าได้จริงไม่มีปัญหานะครับ 


วันที่ผมไปโดยการซื้อตั๋วเข้าราคาปกติ ได้เข้าไปด้านในพิพิธภัณฑ์ประมาณเกือบสิบโมง


เห็นหลายกลุ่มมากับไกด์ ก็เป็นไอเดียที่ดีครับ เวลาที่มีเล็กน้อยถ้าขืนเดินแบบไม่มีทิศทางคงไม่ได้เห็นอะไรดีๆ มีไกด์เขาคงพาชมไฮไลท์สำคัญได้ครบถ้วนในเวลาอันจำกัด


สำหรับท่านที่มากันเองอย่างพวกผมแนะนำให้เช่า Audio Guide เพิ่มครับ จ่ายด้านในอีก 7 ยูโร ได้แท่งหรรษาไว้กดฟังคำบรรยายมา 1 แท่ง แผ่นที่เส้นทางการเดิน 1 แผ่น และคำทักทายสวัสดีครับแบบเพี้ยนๆ จากคนขาย คงเป็นที่ท็อปฮิตของนักท่องเที่ยวไทยเช่นกัน อ้อ ถ้าเป็นไปได้เอาหูฟังส่วนตัวติดไปด้วยครับ ฟังแท่งหรรษาผ่านหูฟังคุณภาพเสียงดึกว่ามาก


อีกอย่างที่ผมได้ทำการบ้านมาก่อนและคิดว่าสำคัญพอๆ กับการเช่า Audio Guide เลยคือการศึกษางานศิลปะที่เป็น Highlights ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ จิ้มไปในกูเกิลก็เจอแล้วครับ ส่วนใหญ่แนะนำไว้ไม่เกิน 10 รายการ เล็งๆ จำๆ ไว้ แล้วพยายามเก็บให้ครบผมว่าก็ถือว่าสมบูรณ์แล้วครับ อย่างอื่นก็แค่เดินผ่านๆ 


ยกเว้นท่านจะเป็นผู้ชื่นชมศิลปะและข้อมูลประวัติศาสตร์เป็นพิเศษและมีเวลาไม่จำกัดก็สามารถทัศนาได้อย่างเต็มที่จนจุใจไปเลยครับ ได้ยินมาว่าหลายคนมาชมสองสามวัน สำหรับผมสามชั่วโมงก็หมดแรงเดินแล้วครับ


ที่ผมเอามาลงเป็นรูปบางส่วนนะครับ 


ไม่มีคำบรรยายยืดยาวอะไรทั้งสิ้น


ให้ท่านได้เห็นหากมาเจอบล็อกนี้ก่อนไปพิพิธภัณฑ์วาติกันว่าด้านในเป็นยังไง


ท่านจะเห็นอะไรประมาณไหนบ้าง 


บางจุดในบางช่วงเวลาท่านอาจต้องไหลไปกับผู้คน ไม่สามารถเดินได้อย่างอิสระ 


ในวันเสาร์ที่ผมมายังดูว่าคนไม่เยอะมากครับ ไม่ได้เบียดเสียดอย่างที่คิดไว้


คงเป็นเพราะเป็นวันที่ฝนตกแต่เช้า คนไม่อยากออกจากบ้านกันเท่าไหร่


ไฮไลท์จะว่าไปแล้วเห็นเกือบครบนะครับ 


มีบางอย่างเท่านั้นเองที่ไม่แน่ใจว่าอยู่ตรงไหน


สังเกตว่าถ้าตรงไหนคนมุงกันเยอะๆ หรือไกด์หยุดอธิบายก็มักดีงาม


เคยไปพิพิธภัณฑ์ลูฟร์เมื่อนานมากแล้ว ไม่ต่ำกว่าสิบปี นั่นก็กว้างใหญ่อะไรเบอร์นั้น ขนาดเดินรีบๆ ลวกๆ ยังต้องเลือกเป็นบางส่วนเลยครับ


 แต่ที่คล้ายกันอย่างหนึ่งของพิพิธภัณฑ์ฝรั่งคือของแสดงหลายรายการก็ไปเอาของคนอื่นเขามาครับ จะด้วยการขอ ยึด ขโมย บังคับหรือได้มาด้วยความเสน่หา


เดินไปตามเส้นทาง ความพีคจะค่อยๆ เพิ่มขึ้น เพราะป้ายบอกทางทุกป้ายจะชี้บอกไปยัง Sistine Chapel เหมือนเป็นจุดหมายปลายทางของการเดิน จุดสุดยอดที่ทุกคนรอคอย 


ไปถึงก็สวยจริงๆ ครับ สมกับที่เป็น highlight ของ highlights ผมใช้เวลาชื่นชมส่วนนี้นานที่สุด ฟังแท่งหรรษาจนครบถ้วนทุกข้อมูล ทุกๆ 30 วิ จะได้ยินเสียงเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์ซึ่งกระจายตัวตามจุดต่างๆ ตะโกนว่า No photos, No videos, Silence please! เพราะความสวยงามทุกคนจึงจะเผลอยกกล้องขึ้นถ่ายภาพตลอดเวลา เสียงก็ดังอื้ออึงเหมือนมีประชุมตัวแทนจำหน่ายแอมเวย์ในนี้ 


หลายคนไม่รู้จริงๆ ว่าห้ามถ่ายภาพเพราะก่อนหน้านี้ทุกที่ทุกห้องถ่ายได้หมด บางคนแลดูเหมือนรู้แต่ก็จะแอบถ่าย ของผมนี่เผลอมือไปโดนนะครับ ไม่ได้ตั้งใจกด 


ชมพิพิธภัณฑ์เสร็จออกมายังไม่วายเจอ highlight สุดท้ายตรงบันไดวนก้นหอยตรงทางออก


หากไม่จุใจกับ Vatican Museums ห่างไปประมาณ 10 นาทีเดิน มีปราสาท Castel Sant'Angelo ตั้งอยู่ริมแม่น้ำไทเบอร์ในกรุงโรม 


มองเห็นได้จากหลายจุดในโรม ยังคงเป็นอาคารที่สูงสง่าสวยงาม โดดเด่น เพราะครั้งหนึ่งเคยเป็นอาคารที่สูงที่สุดในโรมด้วย แต่ก็คงหลายร้อยปีมาแล้ว


ถ้าท่านหลงหรือไม่แน่ใจว่าใช่หรือไม่ ให้สังเกตสะพานด้านหน้า ทอดจากถนนฝั่งหนึ่งตรงไปยังโบถส์


เป็นสะพานประดับรูปปั้นต่างๆ ที่สวยงามที่สุดสะพานหนึ่งในอิตาลี


ค่าเข้าชม 13 ยูโร ราคานี้ถือว่าวาติกันมิวเซียมคุ้มค่ากว่ามาก แต่ผมผ่านไปผ่านมาหลายรอบไม่เคยเข้าสักที เข้าเสียหน่อยจะได้เล่าเขาได้


ด้านในเป็นปราสาทรูปทรงกลม ก่อนหน้านี้เคยเป็นทั้งป้อม ที่พำนักของพระสันตะปาปา คุกและอื่นๆ


แต่วัตถุประสงค์ดั้งเดิม คือ สร้างเป็นสุสานเก็บพระศพของกษัตริย์เฮเดรียน (Hadrian) แห่งโรมและพระบรมวงศานุวงศ์ 


ที่เก๋และไกด์มักจะต้องเล่าให้ฟังคือสมัยหนึ่งได้มีการสร้างกำแพงที่มีทางเดินด้านบนเชื่อมระหว่างที่นี่กับโบสถ์ San Pietro ในวาติกันเรียกว่า Passetto di Borgo สำหรับให้โป๊ปใช้เป็นเส้นทางหลบหนีเมื่อเกิดเหตุความไม่สงบต่างๆ ในประวัติศาสตร์เคยใช้มาแล้วหลายครั้ง 


ด้านในซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์มีหลายห้องหลายส่วนให้เดินชม 


แต่เพราะผมเพิ่งไปพิพิธภัณฑ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งมา เลยไม่ได้ใส่ใจจะดูเท่าไหร่ครับ 


เก็บตั้ง 13 ยูโร น่าจะมีอะไรให้ดูใกล้เคียงกับ 16 ยูโรหน่อย 

เดินขึ้นข้างบนลงข้างล่าง มุดทางซ้าย ป่ายทางขวาได้สักประมาณเกือบชั่วโมง 


ก็มาโผล่ตรงชั้นบนสุดของปราสาท Sant'Angelo ซึ่งมีรูปปั้นนักบุญผู้ปกป้องศาสนจักร


และเป็นชื่อของโบสถ์แห่งนี้


ด้านบนเป็นจุดชมวิวที่สวยงามจุดหนึ่งของโรมครับ เคยเป็นอาคารที่สูงที่สุดในโรมเมื่อนานมาแล้ว สมัยนั้นคงล้ำมาก 


วิวจากบนนี้สามารถมองเห็นกรุงโรมได้เกือบรอบทิศ


แต่จริงๆ อยากชมวิวโรม จุดชมวิวฟรีมีอีกหลายจุด ไม่ต้องจ่ายตังค์ขึ้นมาถึงนี่ก็ได้ครับ ยังมี Capitoline Hill, Gianicolo, Giardino delgli Aranci, Villa Borghese










Create Date : 26 กุมภาพันธ์ 2560
Last Update : 28 กุมภาพันธ์ 2560 2:38:17 น. 0 comments
Counter : 383 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
Thaisoloclub
Location :
Rome Italy

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 28 คน [?]




Friends' blogs
[Add Thaisoloclub's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.