เรื่องเกษตร คนเมืองก็เข้าใจได้

<<
มกราคม 2556
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
28 มกราคม 2556
 

มะพร้าวอ่อนเพื่อการส่งออก ตอนที่ 1

         มะพร้าวอ่อนผู้บริโภคทั้งชาวไทยและต่างประเทศจะนึกถึงรสชาติของนํ้ามะพร้าวที่หวานหอมและเนื้อที่หวานมันสามารถช่วยดับความกระหายคลายร้อนได้ดี สำหรับตลาดในต่างประเทศแถบยุโรป   มะพร้าวอ่อนเป็นผลไม้ที่ค่อนข้างใหม่และกำลังเป็นที่นิยมบริโภคในหมู่นักบริโภคทั้งหลาย ทำให้ปริมาณความต้องการในตลาดต่างประเทศมีมาก ประกอบกับมะพร้าวอ่อนของไทยมีรสชาติที่หอมหวานดีกว่าประเทศคู่แข็งที่สำคัญอย่างประเทศฟิลิปปินส์หรือศรีลังกา   การจำหน่ายมะพร้าวอ่อนในปัจจุบันจะมีทั้งการจำหน่ายในรูปบริโภคผลสดและการแปรรูปผลสดโดยเอาเฉพาะส่วนเนื้อและนํ้ามาบรรจุในภาชนะต่างๆ เช่น บรรจุในภาชนะพลาสติกหรือกระป๋อง ทำให้แนวโน้มด้านการตลาดและการส่งออกของไทยค่อนข้างสดใส และถ้าเกษตรกรได้มีการพัฒนาการผลิตมะพร้ามอ่อนให้มีคุณภาพดีขึ้นตามความต้องการของตลาดรวมทั้งมีการพัฒนาเทคโนโลยีด้านการแปรรูป ให้มะพร้าวอ่อนสามารถเก็บไว้บริโภคได้นานๆ โดยรสชาดไม่เปลี่ยนแปลงแล้วนั้นประเทศไทยก็จะเป็นประเทศผู้ส่งออกมะพร้าวอ่อนที่สำคัญระดับโลกประเทศหนึ่ง

พันธุ์

พันธุ์มะพร้าวแบ่งตามลักษณะของผลที่แตกต่างกัน ดังนี้ คือ
1. มะพร้าวนํ้าหอมชนิดผลยาวหรือผลเล็ก
         ขนาดผลค่อนข้างเล็ก ลักษณะผลยาวรี ผลภายในหัวแหลมท้ายยาวรี ผลภายในหัวแหลมท้ายแหลม ทรงผลไม่สวยงาม
2. มะพร้าวนํ้าหอมชนิดผลกลม
         เป็นมะพร้าวนํ้าหอมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดามะพร้าวนํ้าหอมด้วยกัน รูปทรงจะเป็นทรงกลมไม่เหมาะที่จะนำมาขายผลสดเพราะเปลือกบางและกะลาแตกง่ายเวลาปอกเปลือก
3. มะพร้าวนํ้าหอมชนิดผลรีหรือชนิดก้นจีบ
         เป็นพันธุ์ที่ให้ผลรีก้นจีบมีขนาดใหญ่พอสมควร ซึ่งเหมาะแก่การนำไปปลูกเป็นผลสดส่งขายปลีกแก่ผู้บริโภคโดยตรงเพราะเป็นรูปทรงที่สวยงาม รวมทั้งนํ้ามีรสชาติกำลังดี กลิ่นหอม น่ารับประทาน

                1                              2                              3

การปลูก

นิยมปลูกในช่วงฤดูฝน การปลูกมะพร้าวอ่อนโดยทั่วไปมี 2 แบบ คือ
- ปลูกบนแนวคันโอบ (คันสวน)
- ปลูกแบบเป็นสวน
         ระยะปลูกที่เหมาะสม 6X6 เมตร โดยขุดหลุมให้มีความกว้าง ยาว และลึก ประมาณ 50X50X50 เซนติเมตร   ถ้าปลูกในร่องสวน ให้หลังร่องสวนกว้าง 7-8 เมตร   ขุดหลุมปลูก 50X50X50 เซนติเมตร ปลูกบนหลังร่อง 2 แถวให้ระยะระหว่างต้นห่างกัน 6 เมตร และแต่ละแถวห่างจากท้องร่องข้างละ 1 เมตร แล้วนำหน่อพันธุ์ที่มีความสูงประมาณ 1 ฟุต ปลูกลงในหลุมที่เตรียมไว้ หากสูงเกินกว่านี้ต้องใช้ไม้ปักยึด กลบดินเพียงครึ่งลูกมะพร้าวไม่ให้กลบจนถึงโคนต้นเพราะจะทำให้เจริญเติบโตช้า หลังจากนั้นรดนํ้าให้ชุ่ม และควรมีการให้นํ้าอย่างสมํ่าเสมอ

การใส่ปุ๋ย

ปุ๋ยที่ให้ควรมีทั้งปุ๋ยเคมีและปุ๋ยอินทรีย์ โดยแบ่งใส่ปีกละ 2 ครั้ง จำ นวนปุ๋ยที่ใส่ต่อต้นมีดังนี้

 เมื่อมะพร้าวให้ผลแล้วในปีที่ 4 ก็ให้ปุ๋ยสูตรเดิม แต่เพิ่มปริมาณขึ้นตามความเหมาะสม

การปลูกพืชแซม
         ในแปลงปลูกมะพร้าวอ่อนสามารถปลูกพืชแซมได้ เช่น พืชผักสวนครัว พืชตระกูลถั่วต่างๆ   ข้าวโพด สับปะรด เพราะพืชเหล่านี้มีอายุการเก็บเกี่ยวสั้น สามารถเพิ่มรายได้ให้กับผู้ปลูกมะพร้าวอ่อนได้

การให้ผลผลิต
      จะเริ่มให้ผลผลิตหลังจากปลูกได้ 3 ปี แต่จะให้ผลไม่ค่อยดก ประมาณทะลายละ 2-3 ผล และจะทำให้ผลดกในปีที่ 4-5 ประมาณทะลายละ 10 ผล ปีละ 8-10 ทะลาย

*** โปรดติดตามอ่านตอนต่อไป  จะกล่าวถึง "โรคและแมลงศัตรูของมะพร้าวและการแปรรูป" ***

ขอขอบคุณแหล่งความรู้จาก

  • สุภาวดี ภัทรโกศ กรมส่งเสริมการเกษตร
  • สำนักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  • ศูนย์ข้อมูลทางการเกษตร

ชอบกด Like & Share เป็นกำลังใจให้ด้วยน่ะจ๊ะ




Create Date : 28 มกราคม 2556
Last Update : 28 มกราคม 2556 13:47:34 น. 0 comments
Counter : 1439 Pageviews.  
 
Name
* blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Opinion
*ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
Mr.Evo_IV
 
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]




[Add Mr.Evo_IV's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com