
สิ่งที่เราทำได้ คือ การสังเกตุอาการของโรค และรีบส่งตัวไปรักษาโดยด่วน
อาการของโรคคาวาซากิ
จะเริ่มด้วยอาการไข้สูงลอยทั้งวัน ไม่ค่อยตอบสนองต่อยาลดไข้ ไข้จะเป็นอยู่นานหลายวันหากไม่รักษา มักไม่มีอาการทางหวัดเช่น อาการไอ หรีอน้ำมูกไหล ไม่มีผลการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฎิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่งวินิฉฉัยโรคนี้ได้อย่างเด็ดขาด แพทย์จะให้การวินิจฉัยได้จากเกณฑ์วินิจฉัยจาก 4 ใน 5 ข้อ ร่วมกับอาการไข้สูงหลายวัน
เกณฑ์การวินิจฉัย
1. ไข้สูงเฉียบพลันทันทีทันใด สูงเกิน 104 องศาฟาเรนไฮด์ ไข้จะขึ้นๆ ลง ระยะเวลา 4-14 วัน แต่บางราย อาจถึง 30 วัน
2. ตาแดงทั้ง 2 ข้าง ไม่มีขี้ตา (ocular conjunctival injection)
3. การเปลี่ยนแปลงของริมฝีปากและในช่องปาก ซึ่งอาจพบได้ดังนี้คือ ริมฝีปากแห้ง แดงแตก ลิ้นอาจมีลักษณะหนาขึ้นและออกเป็น สีชมพูคล้ายผลสตรอเบอรี่ ( strawberry tongue )และเยื่อบุในช่องปากแดง ลิ้นแดงบวมคล้ายสตรอเบอรี่เป็นอาการที่ชัดเจนมากของโรคนี้
4. ต่อมน้ำเหลืองที่คอโต โตข้างเดียวเป็นส่วนใหญ่แต่อาจโตหลายต่อมก็ได้ เมื่อกดที่ต่อมไม่มีอาการเจ็บ
5. มีผื่นที่ลำตัวหน้าแขน ขา ผื่นเป็นปื้นๆ หลายรูปแบบบางครั้งพบว่ามีผิวหนังแดง และลอกที่บริเวณก้น (Perineun) มือเท้าบวมในช่วงแรก มักไม่ยอมใช้มือเท้าเดินหรีอเล่น เนื่องมาจากเจ็บระบม มีผิวหนังลอกเริ่มที่บริเวณขอบเล็บ และ อาจพบที่รอบก้นและขาหนีบ
ประมาณ 80 % ของผู้ป่วยเป็นเด็ก อายุน้อยกว่า 5 ปี โดยส่วนใหญ่จะมีอายุน้อยกว่า 2 ปี

เหมือนไหม ผลสตรอเบอรี่
โรคนี้ถ้าปล่อยทิ้งไว้ไม่รักษาจะเป็นอย่างไร
อาการดังกล่าวมาข้างต้น 5 ข้อ ไม่มีข้อใดจะมีการทำลายอย่างถาวรต่ออวัยวะนั้น ที่สำคัญทึ่สุดคือการอักเสบของเส้นเลือดโคโรนารี่ซึ่งเป็นเส้นเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจเมื่อมีการอักเสบมากจะเกิดการโป่งพองของเส้นเลือดนี้ และมีการอุดตันของเส้นเลือด ทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดไปเลี้ยง หัวใจวายหรือทำงานล้มเหลวเสียชีวิตได้เส้นเลือดทั่วร่างกายอาจมีการอักเสบได้เช่นกัน เกล็ดเลือดที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงท้ายของการดำเนินโรค จะทำให้มีการเสี่ยงต่อการอุดตันของเส้นเลือดเพิ่มขึ้น
ความเป็นไปของโรค
1. จะมีไข้สูง ถ้าไม่ได้รับการรักษาสูงนานประมาณ 1-2 สัปดาห์ บางรายอาจนาน 3-4 สัปดาห์ มักให้ทานยาลดไข้ พาราเซตามอลแล้วไข้ไม่ลด
2. ตาแดง ตาขาวจะแดง 2 ข้าง ไม่มีขี้ตา และเป็นหลังมีไข้ประมาณ 1-2 วัน และเป็นอยู่นานประมาณ 1-2 สัปดาห์
3. ผื่นตามตัวและแขนขา มักเกิดหลังมีไข้ 1-2 วัน และมีได้หลายแบบ และผื่นอยู่นาน 1-2 สัปดาห์
4. มีการเปลี่ยนแปลงของริมฝีปากและช่องปาก จะมีริมฝีปากแห้งแดง และผิวหนังอาจแตกแห้งหลุดลอกได้ ภายในอุ้งปากจะแดง และลิ้นจะแดงคล้ายลูกสตรอเบอร์รี่ (Strawbery tongue) ในสัปดาห์ที่ 3
5. มีการเปลี่ยนแปลงที่ฝ่ามือและฝ่าเท้า โดยจะบวมแดง ไม่เจ็บ หลังจากนั้นจะมีการลอกของผิวหนังบริเวณปลายนิ้วมือ และนิ้วเท้า (ประมาณ 10-20 วันหลังมีไข้) และลามไปที่ฝ่ามือฝ่าเท้าบางรายเล็บอาจหลุดได้ หลังจากนั้นบางราย 1-2 เดือนจะมีรอยขวางที่เล็บ (Beau's line)
6. ต่อมน้ำเหลืองที่คอโต พบประมาณร้อยละ 50-70 ของผู้ป่วย ขนาดโตกว่า 1.5 ซ.ม. ไม่เจ็บ เป็นอาการร่วมหลังไข้ไป 2-3 สัปดาห์
7. อาการแสดงอื่น ๆ ที่อาจเกิดร่วมด้วย ได้แก่ ปวดตามข้อ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ กระเพาะปัสสาวะอักเสบแบบไม่ติดเชื้อ ท้องเสีย ซึ่งเป็นอาการแทรกซ้อนในระยะรุนแรงแล้ว

ฝ่ามือ ฝ่าเท้าบวมแดง
โรคคาวาซากิจะรักษาอย่างไร ?
เมื่อพบว่าผู้ป่วยเป็นโรคคาวาซากิ ควรให้นอนโรงพยาบาลเพื่อการติดตามการรักษาอย่างใกล้ชิด
วิธีรักษาทำได้โดย
จุดสำคัญของโรคนี้มิใช่ตอนเป็นไข้ แต่เป็นตอนที่ไข้ลดแล้วมีภาวะแทรกซ้อนทางหัวใจนั้นเอง
การดูแลรักษาผู้ป่วยโรคคาวาซากิ ควรจะเป็นการดูแลร่วมกันระหว่างกุมารแพทย์ และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางโรคหัวใจเด็ก
พบว่า Intravenous gammaglobulin (IVIG) ในขนาดสูงสามารถป้องกันโรคแทรกซ้อนทาง coronary artery ของผู้ป่วย Kawasaki disease โดยให้ในขนาด 2 กรัม / กก . ครั้งเดียว
ในกรณีที่ไข้ไม่ลงใน 48 ชั่วโมง สามารถใช้ซ้ำได้อีกครั้ง และให้ aspirin 80-100 มก./กก.
ในระยะเฉียบพลันของโรค และลดเป็น 5 มก./กก./วัน อีก 6-8 สัปดาห์
1. แกมม่า โกลบลิน (Gamma globulin) ร่วมกับซาลิซิเลท (Salicyte)
2. ยาลดไข้และลดการอักเสบของกล้ามเนื้อหัวใจและผนังหลอดเลือด
3. ยาป้องกันการเกาะกลุ่มของเกร็ดเลือด เพื่อลดอุบัติการของเส้นเลือดอุดตัน
4. ให้อิมโมโนโกลบูลิน เพื่อลดอุบัติการณ์การการเกิดการโป่งพองและการอักเสบของเส้นเลือดโคโรนารี่
5. IVGG (intravenous gammaglobulin) เพื่อป้องกันโรคแทรกซ้อนทาง หลอดเลือดหัวใจ โดยจะให้ผลดีมาก ในระยะ 10 วันแรกของโรค ซึ่งยาตัวนี้จะมี ราคาสูงมาก
6. ควรอยู่ในการดูแลของผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะ

โรคแทรกซ้อน เป็นภาวะแทรกซ้อนทางหัวใจและหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจ (Coronary Artery) ซึ่งจะมีผลต่อชีวิตและอาการของผู้ป่วยมาก
ได้แก่ anuerysm ของ coronary arteries และ large arteries อื่น
arrhythmia และ mitral valve disease การตายในระยะต้นเกิดจาก myocarditisและความผิดปกติของ conducting system เป็นส่วนใหญ่
ส่วนการตายในระยะหลังคือ สัปดาห์ที่ 2 4 เกิดจาก myocardial ischemia, acute myocardial infarction จาก aneurysmrupture หรือ thrombosis
พบประมาณร้อยละ 20-30 ถ้าไม่ได้รับการรักษาโรคแทรกซ้อน ที่หัวใจ และหลอดเลือด ได้แก่ เกิดกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ลิ้นหัวใจอักเสบ ทำให้ลิ้นหัวใจรั่ว
และหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ (Coronary Artery) อักเสบเกิดเป็นหลอดเลือดแดงโป่งพอง (Aneurysm) ซึ่งอาจเกิดที่หลอดเลือดเส้นเดียว
ตำแหน่งเดียว หรือเกิดหลายเส้นเลือด และหลายตำแหน่งก็ได้ โดยพบความผิดปกติดังกล่าวได้ในช่วง 10-28 วันของโรค
ในผู้ป่วยที่ไม่พบโรคแทรกซ้อนของหลอดเลือดหัวใจจะมี Complete recovery
ในเด็กส่วนใหญ่ที่มีโรคแทรกซ้อนทางหัวใจมักจะสบายดีไม่มีอาการ จากการรวบรวมในญี่ปุ่นพบว่า 1-2 % ของผู้ป่วยโรคคาวาซากิ เสียชีวิตจากโรคแทรกซ้อนทางหัวใจซึ่งมักเกิดใน 1-2 เดือน แต่การพยากรณ์โรคในระยะยาวยังไม่ทราบ
ถ้าเกิดโรคแทรกซ้อนมาก และรุนแรง อาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้(ประมาณร้อยละ 1-2)
ในสัปดาห์แรกมือเท้าบวมและเจ็บ
ในสัปดาห์ที่สอง ผิวหนังลอกที่ปลายนิ้วมือ นิ้วเท้า มีข้ออักเสบมักเป็นทั้ง 2 ข้างพร้อมกัน เป็นได้ทั้งข้อใหญ่ข้อเล็กในระยะแรกอาจจะมีอาเจียน ปวดท้อง อุจจาระร่วง กล้ามเนื้ออักเสบ
นอกจากนี้ยังพบแก้วหูอักเสบแผลในปาก ไอ เมื่อมีอาการแทรกซ้อนคือ ปอดอักเสบรุนแรงถึง เยื่อหุ้มสมองอักเสบ เด็กซึม ตับโต ม้ามโต และกระสับกระส่ายได้ ความผิดปกติที่หัวใจพบได้ร้อยละ 10-40ของเด็กซึ่งเป็นโรคแทรกซ้อนที่สำคัญ ต้องปรึกษาแพทย์ที่รักษาอย่างใกล้ชิด
จะต้องดูแลอย่างไรหลังจากออกจากโรงพยาบาล?
หากมีการโป่งพองของเส้นเลือดโคโรนารี ( Coronary artery ) มีโอกาสที่เกิดอุดตันและมีกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดไปเลี้ยงได้ ในเด็กเล็กจะบอกเรื่องเจ็บหน้าอกด้านซ้ายไม่ได้แต่จะร้องกวนไม่หยุด ไม่กินนมหรือข้าว ซีด เหงื่อออก หายใจหอบเหนื่อย และชีพจรเต้นเร็วมากขึ้น ให้รีบพามาโรงพยาบาลเป็นการด่วน เพื่อตรวจคลื่นหัวใจ, อัลตราชาวน์หัวใจ ( 2D echocardiogram ) ซ้ำ และให้ยาละลายลิ่มเลือดและขยายหลอดเลือดโคโรนาร๊
หากตรวจไม่พบความผิดปกติของ Coronary artery ตั้งแต่ต้นและได้รับการรักษาที่ถูกต้องแต่ต้น โอกาสเกิดการโป่งพององเส้นเลือดในระยะต่อม จะลดน้อยมาก แต่ต้องมาติดตามการรักษาอย่างต่อเนื่อง ให้กินยาแอสไพรินตามที่แพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอ
ในช่วงที่กินยาแอสไพริน หากมีการระบาดของอีสุกอีใส ให้หยุดยาและมาติดต่อสอบถาม หรือมาพบแพทย์
การพยากรณ์โรค
โรคนี้สำหรับผู้ป่วยที่ไม่มีหลอดเลือดแดงโคโรนารี่อักเสบจะหายสนิทเป็นครั้งที่ 2 น้อยมาก
เด็กที่ป่วยแล้วพิการหรือเสียชีวิตพบในผู้ป่วยที่มีความผิดปกติที่หัวใจ เช่น Coronary Aneurysms = หลอดเลือดโคโรนานี่โป่ง
คุณถามว่าเป็นกรรมพันธุ์หรือไม่ขณะนี้ยังไม่ทราบคราบ คงต้องรอการวิจัยอีก 4-5 ปี ก็คงจะทราบว่าโรคอะไรเป็นกรรมพันธุ์จีน (gene) ตัวไหนเป็นต้นเหตุ
เมื่อลูกเป็นโรคนี้แล้ว สิ่งที่ต้องทำหลังการรักษาแล้ว
เลี้ยงดูลูกของคุณให้แข็งแรง ให้อาหารกายให้ครบ 5 หมู่ รวมถึงสารอาหารน้ำด้วย และให้ออกกำลังกายตามอายุ พักผ่อนให้เพียงพอ
โรคนี้มีภาวะแทรกซ้อนทางระบบหัวใจและหลอดเลือดที่สำคัญดังที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว คือ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ และหลอดเลือดหัวใจโป่งพอง
ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด หรือกล้ามเนื้อหัวใจตายตั้งแต่อายุน้อย ๆ ได้ การรักษาด้วยยาตั้งแต่ระยะต้นๆ ของโรค ช่วยลดภาวะแทรกซ้อนได้มาก
เด็กที่เป็นโรคคาวาซากิจำเป็นต้องได้รับการติดตามเพื่อระวังภาวะแทรกซ้อนทางระบบหัวใจและหลอดเลือดต่อเนื่อง ถ้าไม่มีภาวะแทรกซ้อนแล้ว 2-3เดือน สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ
โดยมีข้อปฎิบัติเพิ่มเติมเพียงการปรับระยะเวลาการให้วัคซีนให้เหมาะสมในแต่ละรายเท่านั้น
ในรายที่มีภาวะแทรกซ้อนทางระบบหัวใจและหลอดเลือดนั้น ส่วนใหญ่ก็ยังใช้ชีวิตได้เกือบปกติ
เพียงแต่ต้องได้รับยาบางอย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้องมีข้อปฎิบัติ หรือข้อระมัดระวังเพิ่มเติม
ตลอดจนการปรับระยะเวลาการให้วัคซีนให้เหมาะสมบ้างในแต่ละรายเท่านั้น
อย่างไรก็ตามภาวะแทรกซ้อนทางระบบหัวใจและหลอดเลือดเหล่านี้ไม่แสดงอาการให้เห็นจนกว่าจะรุนแรงมากแล้ว
จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพบกุมารแพทย์โรคหัวใจเป็นระยะๆตามนัดอย่างต่อเนื่อง และปฎิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด นะคราบ
ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก ผศ.นพ.สมเกียรติ โสภณธรรมรักษ์ กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
รู้ทันโรคถือเป้นเรื่องสำคัญนะคราบ เพราะทุกวันนี้โรคแปลกๆมันเยอะจริงๆ
| Create Date : 31 มีนาคม 2551 |
| Last Update : 31 มีนาคม 2551 19:19:27 น. |
|
17 comments
|
| Counter : Pageviews. |
|
ตอนแรกเห็นในโฆษณาก็ขำๆ คือขำที่ชื่อโรคอ่ะนะ เพราะเราไม่เคยได้ยินเลย
แต่อ่านบลอกนี้จบเริ่มขำไม่ออกละ น่ากลัวชะมัดเลย