2. ปาฏิหาริย์ปลดกรรม


 

ปาฏิหาริย์ปลดกรรม

 

ลดกรรมให้ชีวิตดีทุกคนทำได้

 

                บูรพาจารย์ท่านสอนวิธีแก้ไขที่เรียกว่า 

 

“4  ปาฏิหาริย์ที่จะเปลี่ยนชีวิตเราได้  เริ่มจาก”

 

                “1.  เราต้องยอมรับว่าเราเป็นผู้สร้างกรรม

 

นั้นมา”  วันนี้เรารู้แล้วว่าที่เราเจอแต่เรื่องร้ายๆ  มาตลอด

 

เพราะเราต้องไปสร้างกรรมไม่ดีเอาไว้

 

แน่นอน  จะโยนความผิดที่ก่อขึ้นหรือหลีกเลี่ยง

 

ความรับผิดชอบไม่ได้

 

                การลดกรรมหรือปลดกรรมที่เป็นกรรม

 

ผูกพันที่ก่อให้เกิดเรื่องราวต่างๆ  นั้น  “ต้องเริ่มแก้ที่

 

ใจ  เราก่อน  เพราะจะนำไปสู่การแก้ไขที่ถูกต้อง

 

ตรงทาง”

 

                เพราะใจหรือจิตเราเป็นผู้เก็บหรือบันทึกกรรม

 

ของเราที่ทำมาในทุกภพชาติ  แล้วจะทำ

 

อย่างไรถึงจะลดกรรมหรือปลดกรรมได้  เริ่มจาก

 

ใจเราต้องรู้สึกสำนึกผิดจริงๆ  ที่ได้ทำลงไป  ไม่ว่า

 

จะเจตนาหรือไม่เจตนา  รู้ตัวหรือไม่รู้ตัว  จำได้

 

หรือจำไม่ได้  เพราะในบางกรรมก็มาจากอดีตชาติ

 

เราระลึกชาติไม่ได้จึงไม่มีทางรู้เลยว่าเคยทำอะไร

 

เราจึงควรสารภาพผิด  ขอรับผิดและพร้อมจะ

 

แก้ไขในทุกกรรม  เราต้องเริ่มจากตรงนี้ก่อนจะทำ

 

เรื่องอื่นทั้งหมด

 

                อย่าคิดเป็นอันขาดที่จะหลอกเจ้ากรรม

 

นายเวรเพื่อเอาตัวรอดในวิกฤตที่กำลังเผชิญอยู่

 

เพียงเพื่อหลอกให้เขาใจอ่อนยกโทษ  ให้อภัย

 

ให้อโหสิกรรมให้  ทั้งๆ  ที่เราไม่รู้สึกสำนึกจริงๆ

 

                “บอกคำเดียวว่าอันตรายมากๆ

 

เพราะแรงแค้น  แรงอาฆาต  แรงกรรม

 

จะเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว  ทีนี้รับรองว่า

 

รับมือไม่ไหวแน่นอน”

 

                เจ้ากรรมนายเวรที่มีชีวิตนั้น  คือมีกายเนื้อ

 

มีจิตใจ  หากเรารู้สึกตัวแล้ว  สำนึกแล้ว  ขอให้

 

เอ่ยปากขอโทษที่เราไปล่วงเกินเขาไม่ว่าจะเป็น

 

เรื่องใด  เงินทอง  คำพูดการกระทำใดๆ 

 

พร้อมกับการแสดงให้เห็นว่าเราพร้อมที่จะแก้ไขในสิ่งนั้นจริงๆ

 

ร้อยละ  90  เขาพร้อมที่จะให้อภัยเพราะ

 

ส่วนมากคือคนที่รักใคร่ชอบพอมาก่อนและมีบุญ

 

ร่วมกันมาด้วยถึงได้มาเจอกัน

 

                เคยช่วยเหลือกันแล้วผิดใจกันจนมีเรื่อง

 

มีราวขึ้นมา  นอกจากที่หนักหนาสาหัสจริงๆ

 

เข้าไปหาซึ่งหน้าไม่ได้แล้ว  ถ้าอย่างนี้อย่าเพิ่ง

 

เข้าไป  ต้องรอเวลาที่บุญเหมาะสมจัดสรรให้  คือ

 

เราต้องค่อยๆ  สร้างบุญใหม่อุทิศไปให้ตัวเขา

 

และเทวดาประจำตัวเขาทางอ้อมก่อน

 

                ทำไปเรื่อยๆ  รอจนบุญนั้นส่งผล  ให้ใจเขา

 

อ่อนลงในทางธรรม  รอสถานการณ์คลี่คลายแล้ว

 

ค่อยเข้าไป  เคล็ดวิชาศักดิ์สิทธิ์นี้บอกให้หลายคน

 

ไปทำสำเร็จมาแล้วมากมาย  หลายคนที่นึกว่าตายแน่

 

ก็รอด  หนี้สินมหาศาลก็คุยกันได้ตกลงกันได้

 

หลายรายกลับมาดีกันช่วยเหลือกันต่อด้วยซ้ำ

 

                ส่วนเจ้ากรรมนายเวรที่ไม่มีชีวิต  เหลือเพียง

 

จิตวิญญาณนั้น  เขาปรารถนาอย่างเดียวคือ

 

“การชดใช้”  เขาอยากเห็นเราโดนแบบที่เราเคยทำกับเขา

 

หรือหนักกว่าด้วย  เป็นแรงแค้นเพิ่มดอกเบี้ย

 

                มี  2  สิ่งเท่านั้นที่จะแก้ไขได้คือ  “การรู้สึกผิด

 

จริงๆ”  กับ  “บุญใหม่”  ที่จะต้องทำส่งให้เขาผ่อนคลาย

 

มีความสุขสบายในภพภูมิของเขา  ให้เห็นความ

 

ตั้งใจที่เราจะชดใช้เขาในสิ่งที่เขาต้องการมากที่สุด

 

คือ  “บุญ”  เพราะเขาไม่มีกายเนื้อแล้ว

 

                “2.  ตั้งสัจจะใหม่”  ตั้งสัจจะกับตัวเอง  แบบที่จะ

 

ทำทุกวิธีทางที่จะให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งมีชีวิตและ

 

ไม่มีชีวิต  บรรเทาความทุกข์ที่เราเป็นผู้ทำกับเขา

 

พยายามรักษาสัจจะให้ได้  ถ้าเรื่องไหนไม่แน่ใจว่า

 

ทำได้อย่าถือสัจจะเป็นอันขาด  เช่น  บางคนบอกว่า

 

หากผ่านครั้งนี้ไปได้แล้วจะบวชแต่ไม่บวช

 

บอกจะกินมังสวิรัติแล้วไม่ทำ  รับรองว่าจะเจอหนัก

 

กว่าเก่า

 

                “3.  ทำทุกอย่างเพื่อชดใช้เจ้ากรรมนายเวร

 

เท่าที่จะทำได้”  เมื่อตั้งสัจจะมั่นคงแล้ว  “ต้องปฏิบัติ

 

ตามที่ตั้งสัจจะไว้  ทำให้ได้เรื่องที่ตั้งสัจจะไว้”  ไม่ว่า

 

จะเจอการทดสอบ  เจออุปสรรคอะไรต้องทำให้ได้

 

เพราะเจ้าหนี้ทุกคนต้องการให้ลูกหนี้ชดใช้ในสิ่งที่

 

เขาสูญเสียไปเร็วที่สุดทั้งนั้น  ในเจ้ากรรมนายเวร

 

ที่มีชีวิตอาจจะง่ายหน่อย  เพราะแค่ทรัพย์สินหรือ

 

เรื่องที่เราไปรับปากเขาแล้วไม่ทำ  เราไปชดใช้หรือ

 

ทำตามที่เขาต้องการก็จบโดยง่าย

 

                แต่ถ้าเจ้ากรรมนายเวรแบบไม่มีชีวิตอาจจะ

 

ยากเพราะเราบุญไม่พอ  ไม่มีนิมิตว่าเขาต้องการ

 

อะไรกันแน่ก็ต้องหาครูบาอาจารย์ท่านช่วย

 

จะเล่าให้ฟังในหลายร้อยหลายพันตัวอย่างจริงที่

 

ครูบาอาจารย์ท่านช่วย

 

                คนหนึ่งเคยทำให้เขาขาดอากาศหายใจจนตาย

 

ในอดีตชาติ  วิญญาณตามราวีให้มีแต่เรื่องร้ายๆ

 

เหมือนหายใจไม่ออกตลอดเวลา  เมื่อได้

 

ครูบาอาจารย์ชี้ทางชดใช้ให้ไปสร้างบุญเครื่องช่วย

 

หายใจในโรงพยาบาล  เขาก็ผ่านพ้นวิกฤตนั้นได้เลย

 

บางคนเคยใส่ร้ายให้เขาต้องติดคุกทรมาน

 

ก็ให้เอาหนังสือไปบริจาคที่คุกให้นักโทษได้อ่าน

 

ได้มีชีวิตใหม่  บางคนค้าขายไม่ขึ้นทำอะไรไม่สำเร็จ

 

ก็ให้ไปบวชส่งบุญให้เขา  หลังจากนั้นทำอะไรก็

 

เป็นเงินเป็นทองไปหมด

 

                “4.  สร้างบุญ  เชื่อมบุญ  และทำการขอ

 

อโหสิกรรมอย่างสม่ำเสมอ”  เรื่องของอานิสงส์บุญ

 

เป็นที่ต้องการของเจ้ากรรมนายเวรทุกประเภท

 

คนที่จะปลดกรรมลดกรรม  เปลี่ยนชีวิตได้

 

                “ต้องเป็นผู้สร้างบุญอย่างสม่ำเสมอ

 

หลังจากนั้นต้องเชื่อมบุญหรืออุทิศบุญ

 

แบบเจาะจงให้เจ้ากรรมนายเวรทุกครั้ง

 

ทุกคน  ทุกลำดับ”

 

                การเชื่อมบุญไม่ใช่พิธีกรรมทางไสยศาสตร์

 

แต่เป็นการทำบุญโดยที่เราตั้งใจที่จะโมทนาอุทิศ

 

บุญกุศลที่ทำบุญนี้  ส่งตรงไปที่คนที่เราต้องการ

 

จะให้  แต่ที่พิเศษกว่าเล็กน้อยก็คือ  เป็นการทำ

 

ในเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ  ไม่ได้กล่าวอุทิศบุญ

 

แบบกว้างๆ  ซึ่งมุ่งตรงไปที่เรื่องราวต่างๆ  ที่เรา

 

อยากให้เกิดขึ้น  แต่ต้องเป็นในทางที่ถูกธรรม

 

เท่านั้นถึงจะสำเร็จได้  การเชื่อมบุญถือว่าเป็น

 

การกระตุ้นบุญเก่า  ปลดกรรมลดกรรม  และสร้าง

 

บุญใหม่ไปพร้อมๆ  กัน

 

                เพื่อที่จะทำให้เจ้ากรรมนายเวรเขาใจอ่อน

 

ยอมยกโทษ  ให้อโหสิกรรมโดยง่าย  และอีกข้อหนึ่ง

 

ที่ควรรู้ว่าทำไมถึงบอกว่าต้องทำแบบสม่ำเสมอ

 

ต่อเนื่อง  “เพราะเราทุกคนนั้นมีเจ้ากรรมนายเวร

 

มหาศาล  เพราะได้สร้างกรรม  สร้างเจ้ากรรม

 

นายเวรกันมานับไม่ถ้วนในทุกภพชาติ”

 

เมื่อเจ้ากรรมนายเวรรายนี้อโหสิกรรมไป  ก็มีรายใหม่

 

เข้ามาต่อคิวทันทีตามลำดับกรรม  เป็นกฎแห่งกรรม

 

จึงต้องขออโหสิกรรมอยู่ตลอดเวลา  ชีวิต

 

ถึงจะกลับมาดี  สุข  รุ่งเรืองได้  หากมีผลกรรม

 

เข้ามาก็จะเบาแทนที่จะหนักจนรับมือไม่ไหว

 

                “4.  ข้อนี้สำคัญมาก  นั่นคือต้องทำให้

 

ครบทุกข้อสม่ำเสมอ  มากพอ  นานพอ

 

แล้วปาฏิหาริย์จะเกิดขึ้นกับทุกคน”

 

จากหนังสือปาฏิหาริย์..เชื่อมบุญ..ปลดกรรม..ชีวิตดีฉับพลัน

 

โดย  ธ.ธรรมรักษ์

 

พิมพ์ที่  บริษัท  ส.เอเชียเพรส  (1989)  จำกัด

 

จัดทำโดย  สำนักพิมพ์เสบียงบุญ  ในโครงการบุญ  ธ.ธรรมรักษ์

 




Create Date : 23 กุมภาพันธ์ 2560
Last Update : 23 กุมภาพันธ์ 2560 17:03:16 น.
Counter : 78 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

นาคสีส้ม
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



วัตถุประสงค์ของ blog นี้ :

เนื่องจากส่วนตัวเป็นคนชอบได้หนังสือธรรมะมาจาก
ที่ต่างๆ และมักชอบซื้อมาอ่านเป็นประจำเสมอ
เลยทำให้หนังสือกองเต็มบ้านมากมาย
เวลาจะนำไปบริจาค ก็มักจะเสียดาย เพราะ
บางครั้ง บางที ก็หยิบเล่มเก่าๆมาอ่านอีกรอบ
เวลาใครมาขอรับบริจาคอะไรต่างๆ
มักจะหวงไว้ ไม่ค่อยส่งต่อหนังสือให้ใคร

จนมาคิดว่า ไม่ควรจะหวงไว้
เพราะเนื้อหาค่อนข้างมีประโยชน์
นำมาปรับใช้ในชีวิตได้เป็นอย่างดี
เลยอยากจะแบ่งปันความสุขให้คนอื่นๆ

เลยจัดทำ blog นี้ขึ้นมาค่ะ
ไว้เก็บรวบรวมเนื้อหาที่ได้อ่านแล้ว
มาเก็บไว้ที่นี่ ส่วนหนังสือก็จะนำไปบริจาค
ให้คนอื่น ได้ใช้ประโยชน์ต่อไปค่ะ

สำหรับเล่มไหนที่เพื่อนๆคิดว่าสนุก
ก็สามารถแนะนำได้นะคะ ^__^
กุมภาพันธ์ 2560

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
25
26
27
28