เมษายน 2560
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
20 เมษายน 2560

**** นางสิงห์เจ้ายุทธจักร ตอน ศึกชิงบัลลังก์เกาะซิงกาโปของแม่นางต่ายจื้ออิง และ แม่นางหม่าหลิน****





เกาะซิงกาโปเป็นเกาะที่มีขุมทรัพย์มหาศาลจอมยุทธจากหลากเชื้อชาติ หลายสำนัก มาที่นี่เพื่อหวังกอบโกยเงินทองและชื่อเสียงผู้ใดได้ตำแหน่งบัลลังก์เจ้ายุทธภพของเกาะแห่งนี้นอกจากสามารถเก็บเงินทองได้เป็นกอบเป็นกำแล้วยังแผ่อิทธิพลไปยังแหล่งขุมทรัพย์อื่นๆ ในเพลาข้างหน้า ผู้แสวงโชคอื่นๆก็จักยอมสยบ หากจะแหลมเข้ามามีเอี่ยวแสวงหาผลประโยชน์ก็จักต้องเสียค่าต๋งให้กับผู้ครองตำแหน่งเจ้ายุทธภพแห่งนี้เสียก่อน อา..ช่างเป็นตำแหน่งที่น่าหมายปองเสียจริงๆ

ลานกว้างที่กำหนดให้เป็นสนามประลองเพลานี้คลาคล่ำไปด้วยผู้คนชาวซิงกาโปและชาวยุทธที่เดินทางมาจากหลายแห่งทั่วยุทธภพเพื่อเป็นสักขีพยานการชิงตำแหน่งนางสิงห์เจ้ายุทธจักรณ บัลลังก์แห่งนี้

เมื่อถึงเวลานัดหมายก็นวยนาดออกมาจากถ้ำเก็บตัวเป็นโกวเนี้ยทั้งสองนางนี้จริงๆ.....แม่นางต่ายจื้ออิงกระบี่มือหนึ่งของยุทธภพจากสำนักดอกเหมยฮัว และแม่นางหม่าหลิน ฉายา หงู๊ ไอ๊ซี่เซีย (เสียงคำรามของควายถูกเชือด) จากสำนักหลี่ไห่หงู๊ (กระทิงดุ)

“เจ้านี่เอง!”

“เป็นเจ้าอีกแล้ว!”

เสียงทักทายของแม่นางทั้งสองดูเหมือนคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี

“บาดแผลคราที่แล้ว เจ้ายังมิเข็ดหลาบ” แม่นางต่ายทักขึ้นก่อนมียิ้มสะแหยะ และชายหางตาประกอบใบหน้า

“ระงังปากของเจ้าให้ดีเถอะ เสร็จศึกนี้แล้ว อาจมิได้กลับไปดูดชาไข่มุกที่สำนักเป็นที่สำราญได้ดั่งเคย” แม่นางหม่าหลินก็มิได้ยอมกัน

เมื่อต่างฝ่ายต่างสะบัดหางม้าใส่กันแล้วทั้งสองโกวเนี้ยในวัยไล่เลี่ยก็ถอดชุดคลุมออกพลันที่เห็นคู่ประลองเผยโฉมภายใต้เสื้อคลุมออกมา หม่าหลินถึงกับอุทาน..

“จะ..เจ้า เจ้าไปทำอะไรมา!!”

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ตะลึงล่ะสิร่างของข้าแปรเปลี่ยนเป็นร่างที่สามแล้ว” ต่ายจื้ออิงหัวเราะลั่น เบ่งร่างโชว์กล้ามเนื้อเป็นประกายแวววับ

“เจ้าสำเร็จวิชาทุเรียนหมอนทองทั้งสี่ตั้งแต่เมื่อไร”

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ตอนเดินทางผ่านไท่ก๊กข้าได้สัมผัสกับตำราทุเรียนหมอนทอง และนำมาฝึกปรือจนได้ผลอย่างที่เห็น”

วิชาทุเรียนหมอนทองเป็นสุดยอดเคล็ดวิชาอันเป็นที่หมายปองของชาวยุทธทุกเพศทุกวัยปกติมิได้เป็นความใฝ่ฝันของจอมยุทธหญิง หาคนฝึกจนขึ้นรูปได้ยากยิ่ง แต่วันนี้ภาพของต่ายจื้ออิง มีพูของทุเรียนทั้งสี่ปรากฏให้เห็นบนหัวไหล่ทั้งสองและน่องที่ปูดปูน

หม่าหลินแม้ยังมิได้ปะมือแต่ก็มีหยดเหงื่อผุดออกมาจากขมับทั้งสองข้างแล้วลำพังฝีมือของต่ายจื้ออิงร่างเดิมก็รับมือได้ยากยิ่งอยู่แล้วมาได้เคล็ดวิชาทุเรียนหมอนทองจากไท่ก๊ก ซึ่งถือเป็นสุดยอดเวิชายิ่งทำให้นางกลายเป็นผู้ไร้เทียมทานจริงๆ

หม่าหลินพยายามเบือนความคิดไปทางอื่นเสียไพล่หาเรื่องคุยไปเรื่อยเพื่อหาจุดอ่อน

“หึ หึ เจ้ายังคงใส่ชุดของพี่ชายมาลงสนาม” หม่าหลินอมยิ้มอาภรณ์ของต่ายจื้ออิงนับว่าไม่เปลี่ยนไปตามยุคสมัยยังคงเอกลักษณ์อาภรณ์สมัยราชวงศ์หมิงอยู่ ประหนึ่งสวมชุดกางเกงนอนปานนั้น

“เจ้าก็ยังคงใส่ชุดกระโปรงของน้องสาวเช่นเดิม” ต่ายจื้ออิงตอกกลับอย่างเจ็บแสบ ทำเอาหม่าหลินหันมามองตาขวาง ชุดของนางนับว่าปราดเปรียวและล้ำยุคที่สุดแล้วมิใยว่ามันจะคับติ้วไปสักหน่อย

“อย่าเสียเวลาสาวหาวเลย มาประลองกันเลยดีกว่า” หม่าหลินกระโดดขึ้น ชักมีดสั้นคู่ซึ่งเป็นอาวุธประจำกายออกมาร่ายรำ

“เดี๋ยว!!” ต่ายจื้ออิงยกมือขึ้นปราม “เราต้องหาผู้เป็นกลางมาตัดสินชี้ขาดก่อนมิเช่นนั้น ชนะไปอาจมิกลายเป็นแพ้” ต่ายจื้ออิงกล่าว

“ใครล่ะจะเป็นผู้ชี้ขาด”

“ข้าเอง” ที่บนฟ้ามีร่างๆหนึ่งพุ่งทะยานออกมาพร้อมเสียง

“แม่นางเหม่เม๋!!”

“เป็นแม่นางเหม่เม๋จริงๆเจ้าของฉายาปวยไล้ปวยขื่อ (บัดเดี๋ยวมา บัดเดี๋ยวไปแล้ว)”

“ใช่แล้ว เป็นข้าเอง” แม่น่างเหม่เม๋ทะยานลงสู่พื้นในท่าย่อเข่าข้างหนึ่งไว้ที่พื้นใบหน้าและแขนขาทั้งสี่ ยังมีผ้าพันแผลพันธนาการโดยรอบ

“ข้าเป็นผู้ที่เพลี่ยงพล้ำต่อท่านทั้งสองมาโดยราบคาบก่อนหน้านี้จึงสมควรเป็นผู้ชี้ขาด เพราะข้าย่อมไม่ถือหางฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแน่นอน”

“กล่าวได้ดีมีเหตุผล สมควรแล้ว” ต่ายจื้ออิงประสานมือคารวะ หม่าหลินก็ทำเช่นเดียวกัน เป็นอันว่าทั้งสองยอมรับการชี้ขาดของแม่นางเหม่เม๋

“การประลองเริ่มต้น ณ บัดนี้..นี้..นี้” แม่นางเหม่เม๋ประกาศจบก็มีเสียงไอกระแอมออกมามีโลหิตปะปนออกมาเล็กน้อย อาการบาดเจ็บของนางยังมิทุเลาไปเลยจริงๆ

ทันทีที่เสียงประกาศจบลงหม่าหลินก็ทะยานขึ้นฟ้า ชิงซัดมีดสั้นคู่นั้นเข้าใส่ต่ายจื้ออิงโดยมิให้ทันตั้งตัวเสียงมีดแหวกลมเพียงฟิ็วเดียว ต่ายจื้ออิงมิทันระวังถูกปลายแหลมของมีดสั้นด้ามหนึ่งเสียบเข้าที่หัวไหล่ถึงกับทรุดตัวลง

หม่าหลินมิรอช้าตามเข้าไปหมายเผด็จศึกในเพลงเดียว แต่ก็ต้องชะงัก ตีลังกาม้วนหลังกลับมา

เพราะเมื่อต่ายจื้ออิงทรุดนั่งอยู่ในท่าขัดสมาธิก็เบ่งลมปราณได้แล้ว ใช้วิชาทุเรียนหมอนทองเบ่งให้มีดปลายแหลมกระเด้งผลุงออกมาราวกับถูกสปริงดีด บาดแผลที่มีเลือดไหลซิบๆ ค่อยๆ สมานตัวและหายไปเป็นปลิดทิ้ง หม่าหลินรวมทั้งชาวยุทธต่างอุทานกันเป็นเสียงเดียวเกิดจากท้องพ่อท้องแม่มิเคยพานพบ

แม่นางเหม่เม๋ถึงกับหลับตาปี๋

“เดชะบุญนะ ที่เราตกรอบไปก่อน” แม่นางเหม่เม๋รำพึงเบาๆ ในลำคอมิประสงค์จะให้ผู้ใดได้ยิน

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า เป็นไง ตะลึงเลยสิ คราวนี้ถึงทีของข้าบ้าง” ต่ายจื้ออิงเห็นคู่ต่อสู้อยู่ในอาการยืนก็ไม่ได้นั่งก็ยังลำบากเช่นนั้นก็รีบทะยานตัวขึ้นสู่ท้องฟ้า ชูกระบี่ในมือขึ้นแล้วจ้วงลงมาอย่างรวดเร็ว

เฟี้ยวววววว....!!!!!!

เร็วประหนึ่งลมเพชรหึงที่หวนกลับแม้นใครพยายามจ้องมอง ก็เห็นเป็นเพียงควันจางๆ พุ่งเป็นสายไปเท่านั้น

แต่ก่อนที่กระบี่จะถึงลำคอของหม่าหลินทันใดนั้น ก็มีเสียงคำรามลั่นออกมา ผู้คนต่างก็ปิดหูกันหมด เด็กเล็กๆพากันร้องกระจองอแง

“อ๊า..อ๊ากกกกกกกกก”

เป็นเสียงคำรามของหม่าหลิน กับไม้ตายท่า “หงู๊ไอ๊ซี่เซีย” ทำเอาต่ายจื้ออิงต้องหยุดชะงักเพื่อเอานิ้วมาอุดหู

เสียงคำรามในระยะใกล้ๆส่งพิษร้ายให้ถึงตับไตไส้พุง ต่ายจื้ออิงซวนเซไปมา มือข้างหนึ่งกุมหน้า อีกข้างหนึ่งกุมที่ท้อง

“ฮ่า ฮ่า ฮ่าเคยโดนมาแล้วยังมิรู้พิษสงของมันอีกหรือ” หม่าหลินเหมือนย่ามใจ ชูมีดสั้นคู่ในมือขึ้นหมายช่วงชิงโอกาสทองจ้วงแทงมิให้ตั้งตัว

แต่ต่ายจื้ออิงยังมีสติอยู่ พิษของหงู๊ไอ๊ซี่เซียอาจทำร้ายผู้อื่นได้หนึ่งเพลาแต่ใช้กับต่ายจื้ออิงได้เพียงพริบตาเดียวเท่านั้น

ต่ายจื้ออิงเพียงยกกระบี่ขึ้นชี้ออกไปเบื้องหน้า รอร่างของหม่าหลินทะยานเข้ามาหามีดคู่ของหม่าหลินจ่อที่ซี่โครงทั้งสองข้างของต่ายจื้ออิงแต่กระบี่ของต่ายจื้ออิงก็จ่อเข้าที่คอหอยของหม่าหลินในขณะเดียวกัน

ทั้งสองร่างหยุดชะงักกันอยู่ในท่านั้นนานชั่วอึดใจต่างมิมีใครตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปมีเพียงเสียงลมหายใจที่สาดใส่กันเฉกเช่นกาต้มน้ำร้อนเท่านั้น

“มีดสั้นของเจ้าอาจทำให้ข้าบาดเจ็บแต่ก็เพียงชายโครง หากแต่ลำคอของเจ้าจะถูกกระบี่นี้เจาะทะลุไปถึงท้ายทอย เจ้าจงเลือกเอาเถิด” ต่ายจื้ออิงกล่าวทำลายความเงียบงัน ตาถลึงมิกระพริบ

หม่าหลินกัดริมฝีปากล่างของนางจนโลหิตไหลออกมาเป็นสายที่มุมปากมือที่กุมมีดสั้นทั้งสองคลายลงช้าๆหล่อนยังใคร่จะมีลมหายใจอยู่ต่อไปอีกตราบเท่านาน

“หยุด..! การประลองสิ้นสุดลงไปแล้ว ต่ายจื้ออิงคือผู้ชนะ” แม่นางเหม่แม๋ประกาศออกมาดังลั่นก่อนจะกลับมากระแอมไอดังเดิม

เจ้าเมืองแห่งเกาะซิงกาโปมอบรางวัล 3 พันชั่ง 3พันตำลึง ให้กับต่ายจื้ออิง พร้อมบัลลังก์เจ้ายุทธภพให้ครอบครองนานหนึ่งปี การประลองยุทธชิงเจ้ายุทธภพแห่งเกาะซิงกาโปก็ได้จบสิ้นลงด้วยประการฉะนี้




Create Date : 20 เมษายน 2560
Last Update : 20 เมษายน 2560 13:23:22 น. 0 comments
Counter : 144 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

*bonny
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




[Add *bonny's blog to your web]