ทำวันนี้ให้ดีที่สุด แม้ว่าจะผิดหวังแต่ก็ ถือว่าเราได้ทำดีที่สุดแล้ว
  วัีนนี้ได้ข้อคิดดีๆ มาอีกเรื่องหนึ่งซึ่งผมรู้ทั้งรู้ และเข้าใจแต่ลืมมันไป คือการอยู่กับปัจจุบัน เพราะไม่ว่าคุนจะรู้อดีต หรืออนาคต แต่มันก็ไม่สู้รู้ปัจจุบัน  เรื่อง่ายๆ แค่นี้ทำไมนะเรามองข้ามไป มันทำให้เราฟุ้งซ่าน เดาตอนจบไปเอง คล้ายๆ จะเป็นโรคซึมเศร้า  ทำให้เราเศร้าไปเอง การที่เราไปแคร์คนอื่นมากๆ มันทำให้เรา ด้อยคุณค่าลงทันที  ชีวิตผ่านมาโดยอยู่คนเดียวมาตลอดการเปิดรับใครเข้ามามัน ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ มันเหมือนกับการที่เราไม่เคยขึ้นไปดวงจันทร์ แล้วเราจะรู้ได้ไง ว่าความรู้สึกของคนที่อยู่บนดวงจันทร์มันเป็นยังไง  มันเหมือนเป็นคำสาปหรือไง มันเป็นโชคดี หรือโชคร้าย ทุกสิ่งทุกอย่างมันมีนัยแอบแฝง ถ้าเรามองมุมบวกมันก็คือบวก  

ทุกวันนี้มันสับสนว่าเราแปลก หรือคนอื่นที่แปลกกว่านะ  จะนึกถึงวันนี้ไว้ว่า แง่คิดวันนี้ สำคัญมาก คืออยู่กับปัจจุบัน  ทำวันนี้ให้ดีที่สุด แม้ว่าวันนี้ หรือวันพรุ่งนี้ จะเกิดอะไรขึ้น เราจะไม่เสียใจ เพราะเราทำดีที่สุดแล้ว  สิ่งที่ยังไม่เกิด อย่าไปปรุงแต่งมันขึ้นมา  ยังมาคิดเลยว่าชีวิตช่วงนี้มันขาลง งานก็ตก ปัญหามีเข้ามาทุกรูปแบบ สิ่งที่เข้ามามันต้องการทดสอบอะไรกับเรานะ แล้วสิ่งที่มาทดสอบนี่หนักขึ้นเรื่อยๆ ที่ผ่านมามัน เล็กน้อยมาก แต่วันนี้ทำไมมัน แรงจัง คนออกข้อสอบนี่ช่างโหดร้ายเสียนี่ ที่ผ่านมา5 เดือนมานี่ เหมือนทำอะไรผิดไปหมดเลย มีแต่เรื่องเข้ามาไม่หยุดหย่อน บางทีอยากจะบอกคนที่คิดจะเข้ามาคุยกับเราหน่อยว่า ช่วยๆทำอารมณ์ดีๆ หรือ เข้ามาคุยดีๆหน่อย อย่ามีอารมณ์ ไปเก็บกดมาจากที่ไหน ทิ้งๆมันไปซะ อย่ามาระบายกับผมๆ ไม่ใช่ที่รองรับอารมณ์ จะคอยบอกตัวเองว่าต้องปรับปรุง กล้า เดินหน้าเข้าไว้ ถ้าคุณหลงเข้ามาอ่าน ขอบอกเลยว่า ทำวันนี้ให้ดีที่สุด ให้เหมือนวันสุดท้าย นะ








Create Date : 27 กรกฎาคม 2556
Last Update : 12 สิงหาคม 2557 0:20:05 น.
Counter : 879 Pageviews.

1 comment
ไม่รู้จะให้กำลังใคร ให้ตัวเองก็ได้วะ


ใครบังเอิญเข้ามาอ่าน   ใครกำลังท้อแท้ หรือมีปัญหาชีวิต อย่าท้อนะคับ อย่าลืมว่าเราต้องอยู่ต่อในโลกนีอีกหลายวัน วันนี้อาจจะดูแย่หน่อยแต่พรุ่งนี้มารอคุณอยู่แล้วนะ บางครั้งเราเจอปัญหาที่แก้ไม่ได้ บางครั้งเราแก้ได้ แต่ไม่มีความกล้า เอาแรงกดดันทั้งหลายที่ถาโถมเข้ามา เปลี่ยนมันให้เป็นแรงกระตุ้นในการงาน หรือ การดำเนินชีวิต  น่าจะดีกว่า วันนี้ๆไม่นึกเลยว่า ศัตรูคู่อาฆาต เก่าๆ ยังมาตามหลอกหลอน ผูกจิตพยาบาท ไม่นึกว่าคนเราจะยังไม่ยอมตัดใจเลิกรา อโหสิกรรม กันอีก เขาจึงว่าคนที่คิดในแง่ลบ มักมีวิบากกรรม มาเยี่ยมเยือนเสมอ การไม่ผูกพยาบาทกัน อโหสิกรรมซึ่งกันและกัน เป็นสิ่งที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง 

True Story …
เรื่องจริง …
A son says to his father: ‘Dad, would you be willingly to run a marathon with me?’
วันนึงลูกชายได้พูดกับพ่อของเขาว่า “พ่อครับ พ่อจะไปวิ่งมาราธอนกับผมได้ไหม”
The father, despite his age and a heart disease, says ‘YES’.
ถึงแม้ว่าตัวคุณพ่อเองจะอายุมากแล้ว แถมยังเป็นโรคหัวใจ เขาเลือกที่จะตอบลูกของเขากลับไปว่า “ได้ซิลูก”
And they run that marathon, together.
หลังจากนั้นทั้งสองก็วิ่งมาราธอนด้วยกัน
The son asks: ‘Dad, can you run another marathon with me?’ Again father says ‘YES’.
อีกวันนึง ลูกชายได้ถามพ่อของเขาอีกครั้งว่า “พ่อครับ พ่อจะวิ่งมาราธอนกับผมอีกครั้งได้ไหม” แน่นอนว่า พ่อตอบกลับไปว่า “ได้ซิลูก”
They run another marathon, together.
เขาทั้งสองก็ได้วิ่งมาราธอนรายการอื่นอีกครั้งด้วยกัน
One day the son asks his father: ‘Dad, would please do the Iron Man with me?’
และอีกวันนึง ลูกชายก็ถามพ่อของเขาอีกครั้งว่า “พ่อครับพ่อจะลงแข่ง Iron Man กับผมได้ไหม”
Now just in case you wouldn’t know, ‘The Iron Man’ is the toughest triatlon in existance; 4km swimming, then 180 km by bike, and finaly another 42 km running, in one stroke.
(สำหรับคนที่ไม่รู้ว่า Iron Man คืออะไร มันก็คือไตรกีฬานั่นเองในภาษาไทย รายการนี้จะรวมมนุษย์เหล็กจากทั่วโลกมาแข่งขันกันโดยแบ่งออกเป็นว่ายน้ำ 4 กิโลปั่นจักรยาน 180 กิโลและวิ่ง 42 กิโล โดยไม่มีการหยุดพักใครเข้าเส้นชัยก่อนเป็นผู้ชนะ)
Again father says ‘YES’
และก็อีกครั้งหนึ่งที่ผู้เป็นพ่อไม่ได้ตอบปฏิเสธ “ได้ซิลูก”
Maybe this doesn’t ‘touch’ you yet by heart … until you see this movie (put on sound!):
บางทีบทสนทนานี้คุณอาจจะยังไม่เข้าใจ และยังไม่เกิดความประทับใจกับมัน…จนกระทั่งคุณได้ดูคลิปต่อไปนี้










Create Date : 25 กรกฎาคม 2556
Last Update : 25 กรกฎาคม 2556 8:44:40 น.
Counter : 416 Pageviews.

0 comment
เรื่องขำๆ ในอดีต เหมือนมันเกิดขึ้นมะวานนี้เลยนะ


สวัสดีจ้าาา

วันนี้ได้ฤกษ์ เขียนบล๊อกของตัวเองซะที หลังจากว่างงาน ขอบอกว่าเศรษฐกิจโหดร้ายมาก มันไม่มีผลกระทบกับผมก็จริง แต่ผมเคยทำงานยุ่งๆ กลับมานั่งอ่าน กระทู้ ตอบกระทู้ เล่นเฟซ เล่นเกม ซึ่งก็ไม่รู้จะไปทำอะไร จัดบ้านที่รกๆ ก็ขี้เกียจ จะทำกิจกรรมที่ชอบบางอย่างขี้เกียจไปหมด เหมือนชีวิตเข้าสู่มุมอับอีกครั้งนึง แต่หวังว่าเร็วๆนี้ งานคงจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมในไม่ช้า


เอาซะหน่อย เคยอ่านหนังสือเจอมาว่า การที่จะทำให้เราคิดดี คิดบวกได้ มันไม่ใช่เรื่องยาก ซึ่งปกติ ผมมองโลกในแง่ดีมาตลอด ชีวิต แม้จะไม่ราบเรียบแต่ก็ไม่ลำบากเหมือนใครเขา มันคือวิธีสร้างหรือดึงดูดสิ่งดีๆ มาหาเราเอง วิธีเหรอคับง่ายๆ คิดสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตเรื่องอะไรก็ได้ หรือเรื่องที่เราขำ หัวเราะ มีความสุข วันละ3 เวลา คือตอนตื่นนอน กลางวัน และก่อนนอน ติดต่อกัน สัก 6 เดือน เออเนอะ มันจะยากอะไร ผมเป็นคนที่มีเรื่องฮาาๆ ในชีวิต เยอะอยู่แล้ว บางเรื่องไม่กล้าเล่าให้ฟังหรอกเพราะมันฮาเกิน เก็บไว้ฮาคนเดียวดีกว่า จริงๆแล้วมันจะช่วยให้เรามีสุขภาพจิตดีขึ้น มันเป็นเรื่องของจิตใต้สำนึก และมันสามารถนำไปต่อยอด ทำให้ชีวิตคุณเปลี่ยนแปลง แล้วผมจะมาเล่า สิ่งที่ผมเจอ ซึ่งผมว่ามันมหัศจรรย์มากที่เกิดขึ้นกับตัวผมครั้งแล้ว ครั้งเล่า เอาล่ะ มาเผาเพื่อนกันดีกว่า อย่าหาผมว่านิสัยไม่ดีนะ เอาฮาน่า ถ้าเพื่อนผมมาอ่านเจอจะโกรธไหมเนี่ย เรื่องขำๆ ในชีวิตผม เรื่องบางเรื่องที่ประทับใจ ที่ยังจำได้ไม่มีวันลืม ซึ่งวันเวลามันพัดผ่านไปเร็วเหลือเกิน วันนึงผมขับรถผ่าน รร เก่า แวะไปทำธุระ เลยเดินไปนั่งริมคลองนั่งเล่น ตรงป้ายรถเมล์ เรื่องเก่าๆ ก็ผุดขึ้นมาแบบอัตโนมัติ

เรื่องแรก ย้อนไปสมัยเรียนมัธยมปลาย ตอนนั้นจะมีเพื่อนร่วมทางกลับบ้านอยู่ 4 คน ซึ่งบ้านผมจะไกลสุด ห่างจากคนสุดท้าย 3 ป้ายรถเมล์ ซึ่งเหงานะ คุยๆกันเพลินๆ เหลือคนเดียวนี่ 4คนนี้ เพื่อนผมบางคนมีลักษณะพิเศษ   คนในห้องจะเรียกจากลักษณะท่าทาง คนนึงเป็นคนผอม จีนๆ จมูกโด่งงุ้ม แบบนี้โหงวเฮ้งโคตรฉลาดเลย หน้าตามองดูแล้วแก่ๆ ในสายตาเพื่อนๆ จึงเรียกมันว่า ไอ้แปะ ซึ่งหมายถึง คนแก่ๆ ในภาษาจีน ไอ้แปะนี่เรียนจัดว่าเก่ง แต่ตอน ม4 ม 5 ยังไม่โดดเด่น ซึ่งไม่ต้องบอกเลยว่า เอ็นทร้านซ์ปีแรก ผิดหวังกันทั้งแก๊งค์เลยคับ ร่วมๆ 10 คน แต่ในปีต่อมาผมชวน ไอ้แปะนี่ละคับ เอ็นใหม่อีกรอบ ซึ่งมันไปลงราม (ผมก็ไปสมัครรามกับมันนะ แต่ไม่เคยไปสอบ) ส่วนผมเข้า ม เอกชน (ตามเพื่อน) พูดง่ายๆ ผมเรียนมัน 2 ที่เลย ไอ้แปะนี่เซอไพร้ซ์ ผมมาก คือมันสอบติด บัญชี มช เพิ่งมารู้ว่ามันเก่งมากๆส่วนผมสอบไม่ติดตามเคยด้วยเหตผลโง่ๆ อีกตามเคย  อดเลย ว่าจะได้ไปจีบสาวในรั้วจามจุรี ซะแล้วเชียว  ส่วนคนที่กลับบ้านด้วยกันอีก 2 คนคือ ไอ้ยอร์ช และ ไอ้ธง ไอ้ยอร์ชนี่ สำอางค์มากๆๆ หน้าตาดีระดับนึงในสายตาผม หุ่นจัดว่าดีมาก เรียนเก่ง ขยันพอตัว มันจะเป็นพวกชอบโชว์ มักได้รับมอบหมายให้เป็นคนจดชื่อคนคุยกันในห้อง หรือ งานที่ครูไว้ใจ คล้ายๆ หัวหน้าห้อง แต่จริงๆ มันดันมีหัวหน้าห้องหลายคนนี่สิ งง งง เล่าแล้วยาวว นิสัยเค้าน่าหมั่นไส้มากๆ ขี้งอน ชอบพูดแบบไม่คิด ไม่รักษาน้ำจิต น้ำใจเพื่อนเลย บางทีดูตุ้งติ้ง หยิ่งๆบางครั้ง ดูมีปัญหาทางบ้านนิดๆ ถ้าคนไม่รู้จักกันมาก่อน จะไม่ชอบ แน่ๆ แต่สำหรับผม ผมชอบมันนะ จริงใจดี รู้สึกว่าไอ้นี่คบได้ ดีกว่าพวก นักเลงบางคนในห้อง คนสุดท้ายคือ ไอ้ธง เพื่อนผมคนนี้ มีเรื่องให้เผาเยอะมาก ไอ้ธงหุ่นจะเหมือนมะขามไม่มีข้อ ล่ำมากๆไปทางอ้วน ชอบคุยแอ๊กๆ แต่จริงใจ หน้าดูแก่กว่าอายุมากๆ นึกว่า รุ่นน้า แต่นิสัยเด็กมากๆ ชอบอ่าน หนังสือโป๊ วีดีโอโป๊มากๆ แล้วมาเล่าเรื่องอะไรไม่รู้ ลามกๆ ซึ่งผมฟังแล้วมันคงเข้าใจอะไรผิดๆ หรือโดนชาวบ้านเขาหลอกมามากกว่า    แกเป็นคนฮามากๆ แก ออกเพี้ยนๆ ในบางเวลา ซึ่งบางทีผมไปนั่งเรียนข้างๆมันได้ไงไม่รู้ บางวันมันแกะสิว สะสมตามหน้าหนังสือเรียน ซึ่งผม งงเลย คับ มันนึกว่าสะสมสิวนี่มันคล้ายๆสะสมแสตมป์หรือเปล่าไม่รู้ ผมไม่เคยเจอแบบนี้มาก่อน วันดีคืนดี พี่ท่านเล่น ไม้โปร ขูดสิวเลยคับ บางวันหน้างี้เลือดซิบๆ  เพื่อนผมชื่อไ้อหรั่ง เห็น ร้อง โอ้ มายก็อด ขำท้องคัดท้องแข็ง ทุกวันนี้ยังคุยเรื่องนี้กันอยู่เลย ทั้งไอ้หรั่ง กับไอ้ธง ไม่ค่อยคุยจะกัน แบบว่าดูเชิงอะไร ประมาณนนี้ แต่ไม่ได้เกลียดกันนะ ไอ้ธงจะมีเพื่อนซี้ๆ นั่งใกล้ๆกัน อีก 2 คน ตัวดำๆซึ่งแรกๆ ผมมองแล้วไม่ค่อยถูกชะตา แต่คุยไปมา เฮ้ย นิสัยใช้ได้  ซึ่งไอ้ธงนี่ละคับ ที่นั่งเรียนกับผมทีไร ไม่คุยกันจนไม่เป็นอันเรียน ก็เล่นกัน ซึ่งผมเดาใจมันไม่ถูกเหมือนกัน บางทีมันทำท่าจะมาต่อย แบบเคนชิโร่ ผมก็จะต้องป้องกันตัว ล็อกแขน บ้าง ล๊อกคอบ้าง บางทีมาลูบขา งง แมร่งแอบเบี่ยงเบน  บางทีอึดอัดนะ เหมือนนั่งกับคนบ้า ไอ้ธงกับผมนี่เรียนพอกันเลยคับ คือบื้อพอกัน แต่มันขยันมาก ผิดกับผม ที่เรียนแบบไร้จุดหมาย เหมือนเรียนเป็นหน้าที่ ไม่มีคนชี้แนะ ชีวิตไม่มีหางเสือ ไม่มีทิศทาง คิดแล้วเศร้า แต่ที่นั่งในห้องเรียนนี่มัน มีพวกมาเฟีย ที่นั่งบางทีเลือกมากไม่ได้ คือ บางคนกูต้องนั่งตรงนี้ ถ้าครูมาเปลี่ยน คาบหน้าเอ็งต้องกลับไปที่เดิม ห้องนี้โต๊ะ เก้าอี้ชุดนี้ต้องของกูคนเดียว(แมร่งมึงไม่แบกกลับบ้านไปเลยวะ) หรือที่นั่งใกล้ๆ พวกตุ้ด แต๋ว ผมก็ไม่เอา กัวจิงๆ (กลัวใจอ่อนนะคับ อิอิ)  สมัยก่อน ไม่มีเกย์ ไม่มีไบ แต่ แอบเห็นกลายๆ ไม่รู้ใช่หรือเปล่า ไม่กล้าถาม

ไอ้ธงนี่บางทีมันดีใจหาย ตอนผมไม่ได้ทำการบ้านมา มันช่วยปั่นๆๆๆๆๆ จนครูไล่ตีทีละโต๊ะ มาจนถึงผมเหลือการบ้าน3 ข้อที่ไม่ได้ทำ โดนตีน้อยหน่อย เรื่องนี้ประทับใจมันมาก และมันเป็นคนที่สปอร์ต ไปไหนมาไหนบางทีมันเลี้ยง เพราะวันๆ พ่อแม่มันให้ตังเยอะหรือมันแฮ๊บมาหรือเปล่าไมู่้รู้ บ้านมันนี่ผมไปครั้งแรก ตะลึง ๆ ๆๆๆ ตึงๆๆๆๆๆ พูดได้ว่าจีฉ่อยนี่อายเลยคับ ใครไม่รู้ว่าร้านจีฉ่อยในตำนานเป็นยังไง ว่างๆ ผมจะเล่าให้ฟัง เพราะผมชอบไปขลุก เล่นเกมที่บ้านเพื่อนคนนึงแถวสามย่านประจำ  บ้านไอ้ธงนี่ขายของชำในตลาด ถามว่ามันหาของเจอได้ยังไงนี่ ผมไม่กล้าถามกลัวมันเคือง เพราะบ้านมันนี่ทางเดินเข้าบ้านนี่ เดินสวนได้คนเดียว นอกนั้นเป็นพวกสินค้าวางระเกะ ระกะ มืด อับ เคยไปนินทากับไอ้หรั่ง ว่า มึงเคยเห็นร้านแมงสาปไหมวะ คู่แข่งร้านแมงป่อง ขำกลิ้งกันทั้งคู่ พี่แกเวลาขึ้นรถเมล์ วันนั้นขำมาก มีที่นั่งข้างหลัง ตรงกลางเหลือ พี่ท่านไม่ยอมนั่ง ยืนโชว์ ชอบแอ๊กท่าว่าข้าเจ๋งยืนทรงตัวในรถโดยไม่ต้องจับพนักพิง วันนั้นมีสาวๆ รร อื่นนั่งด้านหน้าด้วย พี่แก แอ๊กสุดๆ แถมคุยเสียงดังโชว์สาวๆอีก (ปล รร ผม ชายล้วน) สักพัก พี่ พขร ขับอีท่าไหนไม่รู้ เบรคหัวทิ่มเลยคับ ไอ้ผมนั่ง อยู่แทบจะร่วงดีนะที่จับพนักไว้ ไม่เป็นอะไร ไอ้แปะั กลิ้งหลุนๆลงไปกองบนพื้น แต่ๆไอ้ธงนี่สิคับ มันไปโผล่ ตรงที่นั่งคนขับ หงายท้อง สารรูปดูไม่ได้ แล้วมันกลิ้งไม่ใช่ท่าธรรมดานะครับ ซัมเมอร์ซอลท์ ใส่เกลียวอีกต่างหาก มันกลิ้งอยู่คนเดียวเพราะดันทะลึ่งไม่จับราว มันลุกขึ้นมาทำหน้าเจื่อนๆ ยังมีหน้าคุยอีกนะ แต่ผมลืมไปแล้วว่ามันคุยว่าอะไร ขนาดพิมพ์ไปยังขำเลย 5555++ สาวๆหัวเราะ คิกคักๆ แล้วหน้าตามันจำง่ายคับ เจอสาวกลุ่มนี้ทีไรมีเขินอะ แต่นั้นมาไปเล่าในห้่องนี่มีฮาตลอด    อีกเรื่องนึง การยืนบนขั้นบันไดรถเมล์ หรือ การกระโดดลงรถเมล์ นี่ถือว่าเท่ห์โคตรๆ กระโดดแล้ววิ่ง ตอนชะลอ แสดงถึงทักษะอะไรสักอย่าง ก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าทำแล้วเท่ห์ หรือการโหนรถเมล์แขนเดียว หรือวิ่งตามรถเมล์ตอนมันออกตัว ปกติ ผมส่วนใหญ่จะโหนรถเมล์แขนเดียวไม่ใช่ว่าเท่ห์หรอกคือคนมันแน่น ไม่ไปก็สาย ส่วนกระโดลงรถเมล์นี่มีบ้างไม่บ่อย วันไหนครึ้มๆ เท่านั้น ส่วนไอ้ธงนี่คนนึงชอบมาก อะไรที่ได้แสดงศักยภาพนี่แกโชว์แบบไม่นึกถึงชีวิต ยิ่งถ้ามีคนยุ นี่แกคือร่างทรงดีๆนี่เอง วันนั้น แกทำท่าจะกระโจนลงตอนใกล้ถึงป้าย สิ่งที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น รถเมล์เหมือนกระตุก ตัวแกก็กระโจนไปแบบเสียจังหวะ ก็วิ่งๆๆๆ ตะกายไปตามจังหวะความเร็วเท้า การทรงตัวเริ่มเสียสมดุล คว่ำเสียหมดท่า คิดดูคับ คนบนรถเมล์ เป็นร้อยๆ (จริงๆมันหลักสิบคน แต่วินาทีนั้น คนที่จ้องมามันเหมือนคนเป็นร้อย นะผมว่า) ได้ฮาอีกแล้วซึ่งผมเป็นคนนิสัยเสียอย่างนึง คือถ้าเพื่อนหน้าแหกเมื่อไหร่ผมจะหัวเราะ แบบ หยุดไม่อยู่ คนในรถนี่อมยิ้มกันทั้งคันเลย คงขำผมมากกว่า มันแหงๆ เพราะผมหัวเราะแบบเอาเป็นเอาตายเลยทีเดียว เสียมารยาทสิ้นดี


ผมเขียนมานี่เหมือนว่ามันเพิ่งผ่านไปเมื่อไม่นานนี้เอง เพื่อนบางคนเพิ่งเจอ หน้าตาก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมากมาย (แก่กันล่วงหน้า) ก็ไม่รู้จะเขียนอะไร จะว่านิสัยไม่ดีก็ว่าผมมาเหอะ ยอมรับทุกๆ กรณี กลัวว่าเรื่องนี้จะสูญหายไปจากความทรงจำ ซึ่งเคยลืมไปนานมาก นึกขึ้นมาทีไร อมยิ้มทุกที (คุณล่ะขำกะผมไหมคับ) ไว้ว่างๆผมจะ มาเผาเพื่อนคนอื่นๆอีก ซึ่งฮาไม่น้อยหน้ากัน เพื่อนสมัยวัยเรียนนี่คบกันด้วยใจจริงๆครับ เพราะตอนนั้นทุกคนยังไม่มีเล่ห์เหลี่ยมหรือผลประโยชน์น คบกันด้วยใจล้วนๆ ตอนแรกๆ ผมไม่สามารถเข้ากลุ่มกับใครได้เลย แต่ผมก็ขนะใจเพื่อนๆ แม้จะไม่ทุกคน แต่ก็เกือบหมด ยกเว้นพวกเถื่อนๆ ที่วันๆไม่รู้่มันคิดอะไรกัน วันๆจ้องแต่มาหาเรื่องทะเลาะวิวาท ทุกวันนี้ไม่รู้ว่าเป็นยังไงกัน ทำมาหากินอะไรกันบ้าง  ยังไงอย่าลืมนึกเรื่องที่ทำให้เรามีความสุข ทุกๆวัน ชีวิตคุณก็จะมีความสุข เชื่อผมนะ นอนหลับฝันดีคับ





Create Date : 20 กรกฎาคม 2556
Last Update : 23 กรกฎาคม 2556 2:52:26 น.
Counter : 520 Pageviews.

0 comment
กระทู้ขำๆ คลายเครียด
 ว่างๆ ได้อ่านกระทู้ขำๆ บางทีลืิมๆไป อยากจะยิ้มอีกครั้ง บางกระทู้ชอบทั้งคนตั้งกระทู้ และทั้งคนตอบ ฮามากขอบอกๆๆ แล้วอย่าลืมนะ นึกถึงตวามสุข ความรู้สึกดีๆ ทุกๆวัน ชีวิต เป็นสิ่งที่ซัีบซ้อนเราต้องควบคุมความคิดเราให้ได้ น้อยคนนักที่จะมีใครรักเรา มากกว่าตัวเราเอง  เราควรเติมความสุข เป็นรางวัลชีวิตให้ตัวเราเอง  ชีวิตคนเรามันสั้นมากๆๆ  life is short, play hard   ทำวันนี้ให้ดีที่สุด ขอแบ่งปันให้คนที่แวะเข้ามาอ่านได้มีความสุข และสุขภาพจิตที่ดีๆ นะคับ
1. กระทู้นึงที่ผมได้อ่านแล้วขำๆ กับชาวยุทธภพ จริงๆ  

ถ้าคุณอยู่ในยุทธภพจะยึดอาชีพใดเป็นหลักครับ


คราวนี้มาอ่านคำตอบฮาๆกัน

ความคิดเห็นที่ 117
เบี้องหน้าขายหมั่นโถว
เบื้องหลัง...
ความคิดเห็นที่ 117-1
ขายถั่วดำสินะ

ความคิดเห็นที่ 120
มั่นใจในหนังหน้าและเรือนร่างของตัวเอง ขอเป็นนางโลมอันดับ1ในยุทธภพ หนุ่มหล่อๆจะได้แวะเวียนมาหาบ่อยๆ^^
ความคิดเห็นที่ 120-1
ระวัง เถียน ป๋อกวง จอมโจรจาคะ นะ

2  กระทู้ฮาๆ อีก กระทู้นึง เกี่ยวกับถั่วแดง 

ถั่วแดงหลวง ถั่วแดงผีสิง

กระทู้คำถาม
หลายวันก่อนอยากต้มถั่วแดงหลวงเม็ดใหญ่ไว้กินเพิ่มโปรตีนหลังออกกำลังกาย
ก็ทำตามสูตร เอาถั่วไปแช่นํ้าไว้ 1 คืน ประมาณ 15 ชมได้ จนถั่วเม็ดนิ่มเหมือนต้มสุกแล้วเลย
ก็เอาไปต้มปกติ 5 ชมก็แล้ว 8 ชมก็แล้ว 10 ชมก็แล้ว ก็ยังไม่นิ่มกลับแข็งขึ้นมาแบบเคี้ยวนี่ยังมีกลิ่นเหม็นเขียวอยู่เลย
พอดีต้องออกไปข้างนอกเลยพักไว้ก่อน กลับมาต้มอีก 5 ชมก็นิ่มขึ้นมาบ้างแต่ยังร่วนๆอยู่ ต้มต่ออีก 4 ชม ก็นิ่ม
ขึ้นมาอีกนิดแต่ก็ไม่ทีท่าว่าจะนิ่มๆเละๆ เลยตัดใจเอาแค่นี้พอ เพราะต้มรวมกันแล้วเกือบ 20 ชม เสียเวลาและเปลืองไฟ
ความจริงแล้วเคยให้แม่บ้านต้มให้กินก็ใช้เวลาแค่ 5-6 ชมเท่านั้น (พอดีแม่บ้านลากลับบ้านนอก)
ไม่รู้เป็นถั่วแดงผีสิงที่ต้องอัญเชิญดวงวิญญาณผีออกไปก่อนหรือป่าว มันถึงจะนิ่มได้
อยากรู้ว่าทำไมต้องใช้เวลานานขนาดนี้ ถั่วเม็ดนิดเดียว ต้มเกือบ 20 ชม ยังไม่ยอมนิ่ม หลอนมากกก

ปล ที่แทกห้องวิทยาศาสตร์เพราะอยากรู้ความลับทางกายภาพของถั่วแดงด้วย
ความคิดเห็นที่ 8
คงเป็นเช่นนั้น
หรือ
ถั่วเก่าเก็บ

เคยต้มถั่วเขียว ที่ซื้อเป็นถุงกิโล จากศูนย์การค้า
ซื้อเมื่อปี 2544  แล้วเอามาต้มเมื่อปี 2553
หลายชั่วโมงมากๆ  ก็ยังแข็งเหมือนเดิมครับ
ความคิดเห็นที่ 8-1
ไม่น่ารีบเอามาต้มเลย อีกนิดก็ครบสิบปีพอดี -"-







Create Date : 20 กรกฎาคม 2556
Last Update : 23 กรกฎาคม 2556 12:59:05 น.
Counter : 1088 Pageviews.

1 comment

บาบู๋
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



New Comments