|
|
| | 1 | 2 | 3 |
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | |
|
| |
|
|
|
|
|
|
|
|
สืบสานประเพณีและวัฒนธรรมไทย.....เพลงฉ่อย

ประเพณี ตามพจนานุกรมภาษาไทยฉบับราชบัณฑิตยสถาน ได้กำหนดความหมายประเพณีไว้ว่า ขนบธรรมเนียมแบบแผน ซึ่งสามารถแยกคำต่างๆ ออกได้เป็น ขนบ มีความหมายว่า ระเบียบแบบอย่าง ธรรมเนียมมีความหมายว่า ที่นิยมใช้กันมา และเมื่อนำมารวมกันแล้วก็มีความหมายว่า ความประพฤติที่คนส่วนใหญ่ยึดถือเป็นแบบแผนและได้ทำการปฏิบัติสืบต่อกันมาจนเป็นต้นแบบที่จะให้คนรุ่นต่อๆไปได้ประพฤติปฏิบัติตาม เป็นกิจกรรมที่มีการปฏิบัติสืบเนื่องกันมา เป็นเอกลักษณ์และมีความสำคัญต่อสังคม เช่น การแต่งกาย ภาษา วัฒนธรรม ศาสนา ศิลปกรรม กฎหมาย คุณธรรม ความเชื่อ ฯลฯ เป็นกฎระเบียบในการปฏิบัติตนและการวางระวางบุคคลในสังคมเช่น มารยาทในห้องรับประทานอาหาร ประเพณีของไทยนั้นให้ความสำคัญกับผู้อาวุโส ผู้น้อยต้องรู้จักมีสัมมาคารวะ ให้ความเคารพผู้ใหญ่ เช่น นักเรียนต้องให้ความเคารพครูบาอาจารย์ ประเพณีล้วนได้รับอิทธิพลมาจากสิ่งแวดล้อมภายนอกที่เข้าสู่สังคม รับเอาแบบปฏิบัติที่หลากหลายเข้ามาผสมผสานในการดำเนินชีวิต ประเพณีจึงเรียกได้ว่าเป็นวิถีแห่งการดำเนินชีวิตของสังคม โดยเฉพาะศาสนาซึ่งมีอิทธิพลต่อประเพณีไทยมากที่สุด วัดวาอารามต่างๆ ในประเทศไทยสะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลของพุทธศาสนาที่มีต่อสังคมไทยและชี้ให้เห็นว่าชาวไทยให้ความสำคัญในการบำรุงพุทธศาสนาด้วยศิลปกรรมที่งดงามเพื่อใช้ในพิธีกรรมทางศาสนาตั้งแต่โบราณกาล เป็นต้น ประเพณีไทยอันดีงามที่สืบทอดต่อกันมานั้นล้วนแตกต่างกันไปตามความเชื่อ ความผูกพันของผู้คนต่อพุทธศาสนา และการดำรงชีวิตที่สอดประสานกับฤดูกาลและธรรมชาติอย่างชาญฉลาดของชาวบ้านในแต่ละท้องถิ่นทั่วแผ่นดินไทย เช่น
.....ภาคเหนือ ประเพณีบวชลูกแก้วชาวไทยใหญ่ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน .....ภาคอีสาน ประเพณีบุญบั้งไฟของชาวจังหวัดยโสธร .....ภาคกลาง ประเพณีทำขวัญข้าวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา .....ภาคใต้ ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุของชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นต้น
ประเพณีและอารยธรรมไทยยังนำมาซึ่งการท่องเทียว เป็นที่รู้จักและประทับใจแก่ชาติอื่น นับเป็นมรดกอันล้ำค่าที่เราคนไทยควรอนุรักษ์และสืบสานให้ยิ่งใหญ่ตลอดไป
วัฒนธรรม สิ่งที่ทําความเจริญงอกงามให้แก่หมู่คณะ วัฒนธรรมประเพณีไทยคือการรักษาประเพณีนั้นไว้ให้สืบทอดกัน มีมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว เราควรจะรักษาวัฒนธรรมประเพณีไทยไว้ วัฒนธรรมหมายรวมถึง ทุกสิ่งทุกอย่างที่มนุษย์สร้างขึ้นมานับตั้งแต่ภาษา ขนบธรรมเนียมประเพณี ศาสนา กฎหมาย ศิลปะ จริยธรรม ตลอดจนวิทยาการและเทคโนโลยีต่าง ๆ อาจกล่าวได้ว่าวัฒนธรรมเป็นเครื่องมือที่มนุษย์คิดค้นขึ้นมาเพื่อช่วยให้มนุษย์สามารถดำรงอยู่ต่อไปได้ เพราะการจะมีชีวิตอยู่ในโลกนี้ได้มนุษย์จะต้องรู้จักใช้ประโยชน์จากธรรมชาติและจะต้องรู้จักควบคุมความประพฤติของมนุษย์ด้วยกัน

  
เพลงฉ่อย : เป็นเพลงพื้นเมือง ที่ไม่ทราบต้นตอว่าเกิดจากจังหวัดอะไร เป็นการละเล่นเพลงพื้นเมืองที่แพร่หลายมากที่สุดเพลงหนึ่ง มีคนร้องเล่นกันอย่างกว้างขวาง ไม่มีเครื่องดนตรีประกอบการร้องนั้น มีแต่การปรบมือเป็นการให้ประกอบจังหวะอย่างเดียว แต่ส่วนภายหลังเขาเอา "กรับ" มาตีด้วย การแต่งตัวนั้น ชายหญิงนุ่งผ้าโจงกระเบน ใส่เสื้อคอไทย คอกลมกระดุม 3 เม็ด มีผ้าขาวม้าเคียนพุง ส่วนหญิงใส่เสื้อสบาย ๆ แต่มีสไบเฉียง ทุกครั้งและขาดมิได้ เวลาเขียนคิ้วใช้ผงถ่านกากมะพร้าว

เพลงฉ่อย มีชื่อเรียกอีกชื่อว่า เพลงไอ้เป๋ เนื่องจากพ่อเพลงฉ่อย ยุคแรกชื่อ ตาเป๋ มี ยายมา เป็นภรรยา เริ่มแรกเพลงฉ่อย หรือ เพลงเป๋ เป็นที่นิยมในแถบ จังหวัดฉะเชิงเทรา และ จังหวัดใกล้เคียง ประมาณก่อนยุค พ.ศ. 2437 เป็นต้นมา ส่วนครูเพลงฉ่อย ยุคแรกเริ่มก็มี ครูเปลี่ยน - ครูเป๋ - ครูฉิม - ครูศรี - ครูบุญมา - ครูบุญมี ครูเพลงเหล่านี้มีแค่ชื่อ และ ตำนานส่วนประวัติไม่มีเลย เพลงฉ่อย นี้ปรับปรุงและดัดแปลงมาจาก เพลงโคราช - เพลงเรือ และเพลงปรบไก่ เป็นต้น ก็สาเหตุเนื่องจาก เวลาปรบมือเป็นจังหวะเพลงปรบไก่ ร้องบทไหว้ครูและเกริ่นอย่างเพลงโคราช ใช้กลอนก็ใช้คล้ายกับเพลงเรือ แต่อย่างไรเพลงฉ่อย ก็น่าจะอยู่ในยุคต้นสมัยรัชกาลที่ 5

นอกจากนี้แล้วเพลงฉ่อย ยังมีชื่ออื่นอีก "ฝ่ายเหนือ" อาจหมายถึงจังหวัดทางล่างเช่น จังหวัดอุทัยธานี - จังหวัดนครสวรรค์ - จังหวัดอ่างทอง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นต้น

ส่วนคำว่า "เพลงตะขาบ" (ต้นฉบับเดิมใช้ ฃ.ฃวด) คนเพลงเก่า ๆ เรียกเพลง..วง.. เพราะของเดิมยืนเป็นวง เล่นกับลานดิน เนื่องจากสมัยนั้นไม่มีเวที ดั่งกับปัจจุบันนี้ ส่วนบ้างคนก็เรียกว่า "เพลงฉ่า" เพราะเวลารับเพลง รับว่า เอ่ชา เอ๊ช้า ชาฉ่าชา หนอยแม่ เลยเรียกติดกัน จนปัจุบันคนก็ยังเอามาร้อง เล่นกันส่วนมากเป็นท่อนนี้ ชาวโพหัก อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี ก็เรียกศัพย์บัญญัติแปลก ๆ พิสดารอีกว่า "เพลงทอดมัน"
* รวมอายุของบทเพลงฉ่อยแล้ว อายุไม่น่าเกิน 126 ปี
จาก..........วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี ภาพ..........จากอินเตอร์เน็ต
| Create Date : 29 เมษายน 2553 |
| Last Update : 29 เมษายน 2553 11:15:54 น. |
|
32 comments
|
| Counter : Pageviews. |
|
|
|
โดย: อุ้มสี วันที่: 29 เมษายน 2553 เวลา:13:24:38 น. |
|
|
|
โดย: tummydeday วันที่: 29 เมษายน 2553 เวลา:15:36:54 น. |
|
|
|
โดย: ❤ น้ำฝน ❤ (CeciLia_MaLee ) วันที่: 29 เมษายน 2553 เวลา:16:03:14 น. |
|
|
|
โดย: Dingtech วันที่: 29 เมษายน 2553 เวลา:17:21:25 น. |
|
|
|
โดย: น้อยค่ะ (GLA_GAW ) วันที่: 29 เมษายน 2553 เวลา:19:02:26 น. |
|
|
|
โดย: Tristy วันที่: 29 เมษายน 2553 เวลา:20:22:13 น. |
|
|
|
โดย: วิสกี้โซดา วันที่: 29 เมษายน 2553 เวลา:23:25:39 น. |
|
|
|
โดย: น้อยค่ะ (GLA_GAW ) วันที่: 30 เมษายน 2553 เวลา:7:56:26 น. |
|
|
|
โดย: ถปรร วันที่: 30 เมษายน 2553 เวลา:8:22:11 น. |
|
|
|
โดย: อาคุงกล่อง วันที่: 30 เมษายน 2553 เวลา:15:55:21 น. |
|
|
|
โดย: ostojska วันที่: 1 พฤษภาคม 2553 เวลา:6:40:10 น. |
|
|
|
โดย: อุ้มสี วันที่: 1 พฤษภาคม 2553 เวลา:17:25:16 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 2 พฤษภาคม 2553 เวลา:6:53:47 น. |
|
|
|
โดย: Ably วันที่: 3 พฤษภาคม 2553 เวลา:11:06:22 น. |
|
|
|
โดย: no filling วันที่: 3 พฤษภาคม 2553 เวลา:19:14:58 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 4 พฤษภาคม 2553 เวลา:6:36:21 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 5 พฤษภาคม 2553 เวลา:6:13:40 น. |
|
|
|
โดย: Tristy วันที่: 5 พฤษภาคม 2553 เวลา:8:03:58 น. |
|
|
|
โดย: mutcha_nu วันที่: 5 พฤษภาคม 2553 เวลา:8:41:57 น. |
|
|
|
โดย: อุ้มสี วันที่: 5 พฤษภาคม 2553 เวลา:12:01:03 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 6 พฤษภาคม 2553 เวลา:7:44:49 น. |
|
|
|
โดย: Ably วันที่: 6 พฤษภาคม 2553 เวลา:10:22:28 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 7 พฤษภาคม 2553 เวลา:7:47:12 น. |
|
|
|
โดย: eikon วันที่: 7 พฤษภาคม 2553 เวลา:9:30:15 น. |
|
|
|
โดย: Ably วันที่: 7 พฤษภาคม 2553 เวลา:11:29:57 น. |
|
|
|
โดย: ถปรร วันที่: 7 พฤษภาคม 2553 เวลา:22:05:21 น. |
|
|
|
|
|
|
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
|
|
|
|
|
|
|