Group Blog
 
 
กุมภาพันธ์ 2548
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728 
 
20 กุมภาพันธ์ 2548
 
All Blogs
 
สะพานข้ามดาว

สะพานข้ามดาว

โดย GTW

++++

คืนที่ฟ้าหม่นดวงดาวหมอง…

สายลมพัดหอบกระไอน้ำตาในเสียงราวคร่ำครวญหวนไห้

ชายหนุ่ม…หญิงสาว ต่างคนต่างเดิน…ต่างทางต่างวิถี ..มาพบกันกลางสะพานข้ามจันทร์

ข้างหลังของทั้งสองคือความมืด เนื่องเพราะทั้งสองเดินมาจากความมืด

แสงจันทร์คืนนี้ทอแสงสีเหลืองเศร้าอาบฟ้า… แต่เงาจันทร์สั่นไหวเดียวดายในสายน้ำข้างล่าง

“ภาษาดาว…”

ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นหลังเกาะราวสะพานมองความอ้างว้างบนฟากฟ้าในความเงียบงันเนิ่นนาน

“คุณคิดว่าดวงดาวเหล่านั้นกำลังพยายามบอกอะไรกับเรา”

หญิงสาวไม่ตอบในทันที หากจ้องมองราวค้นหาอะไรบางอย่างที่ไม่มีวันเจอ…ไม่ว่าจะเป็นเงาอดีตหรือเงาใจในอนาคต

“ฉันอ่านภาษาดาวไม่ออกหรอกค่ะ แต่คิดว่าดวงดาวกำลังร้องไห้มากกว่าจะหัวเราะ”

“ภาษาดาวเป็นภาษาสากล ผมคิดอย่างนี้ มันอาจหัวเราะ ร้องไห้ ยิ้มแย้ม เศร้าโศก ขึ้นอยู่กับมุมมองและอารมณ์ของคนที่มองในตอนนั้น ”

“มันอาจหัวเราะกับคนอื่น แต่กำลังร้องไห้กับฉัน”

หญิงสาวพูดช้าๆหันมามองอีกฝ่ายหนึ่ง

“บางที…ก็กับคุณด้วย”

“ไม่มีคำว่าบางที”

“……”

“มันใช่”

สะพานข้ามจันทร์โค้งจากเงามืดสองฝากผ่านกลางจันทร์ เหนือประทีปโคมไฟแห่งชีวิตหลากหลาย ชีวิตที่มีทั้งสุขทุกข์ปนกันไป บางคนอาจหลับไหล บางคนอาจยังตื่นอยู่ แต่บางทีอาจมีเพียงสองชีวิตซึ่งชิดกันเกาะราวสะพานแห่งนี้เท่านั้นที่ฉายแสงแห่งชีวิตสว่างที่สุดในเวลานี้

แสงสว่างจะกระจ่างชัดที่สุดก็ต่อเมื่ออยู่ในความมืดที่สุด

“เราแต่งงานกันไหม”

จู่ๆ ชายหนุ่มก็เอ่ยขึ้นมา

“เร็วไปไหมคะเรารู้จักกันนานเท่าไรแล้ว”

“ประมาณยี่สิบกว่านาที”

“ยี่สิบกว่านาที”

หญิงสาวทวนคำ เงาตาฉายแววครุ่นคิด

“ที่จริงความรักเป็นสิ่งที่ไม่มีเหตุผลและก้าวข้ามเวลาอยู่แล้ว บางคนรู้จักกันเป็นสิบปียังแทบไม่รู้อะไรกันเลย บางคนรู้จักกันวันเดียวก็เหมือนสิบปี แต่อะไรทำให้คุณคิดว่าเราจะแต่งงานกันได้”

“เพราะคุณเดินมาจากความมืดเหมือนผมไง”

หญิงสาวหัวเราะเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่มีความสุขเศร้าปนอยู่ในน้ำเสียง

“คุณรักฉัน?”

“ผมแน่ใจที่สุด”

“อะไรทำให้คุณแน่ใจ”

“คุณดูชีวิตด้านล่างโน้น”

ชายหนุ่มชี้มือไปในความมืดด้านล่าง หมู่ตึกบ้านเรือนสร้างดารารายโรยประดับดินแข่งดาวบนฟ้าไกล..

“มีถนนไม่รู้กี่สาย มีคนไม่รู้กี่คน มีทั้งคนที่รู้จักและไม่รู้จัก ต่างคนต่างเดินไปตามทางที่มุ่งมั่นของตนเองหรือเส้นทางที่คนอื่นขีดเอาไว้ เขาเหล่านั้นอาจเหมือนคนกำลังเลี้ยวหัวมุมถนนโดยที่ไม่รู้แน่ขัดว่าอะไรรออยู่….อาจเป็นความสำเร็จหรือความล้มเหลว ความสุขหรือความเศร้า แต่คุณกับผมต่างเดินมาพบกัน…จุดหมายเดียวกัน เราเหมือนคนกำลังเดินเข้าหากระจกเงา ต่างเหมือนเป็นเงาของอีกฝ่าย…..คงเป็นคำตอบได้แล้วใช่ไหม”

“คุณจะเอาอะไรเป็นของหมั้นล่ะคะ”

“ดวงจันทร์พอไหม”

“ต้องรวมดาวทุกดวงบนท้องฟ้าด้วย”

“ผมแถมดวงจันทร์และเงาดาวข้างล่าง ให้อีกด้วยก็ได้”

ทั้งสองหัวเราะให้แก่กันเป็นครั้งแรก

หญิงสาวยกมือเสยผมพริ้วไสวปรกหน้าจากแรงลมเปิดหน้าเพื่อสบตากับจันทราและหมู่ดวงดาว ชายหนุ่มรู้สึกว่ามีดาวเพิ่มขึ้นมาอีกสองดวง เป็นดาวที่สวยที่สุดเท่าที่เคยเห็น

“ตกลงค่ะ…ฉันแต่งงานกับคุณ”

ชายหนุ่มยิ้มให้กับตัวเอง ยิ้มให้กับดวงดาวและสายลมที่ร่วมเป็นสักขีพยาน

“คุณรู้ไหม นี่เป็นช่วงที่ดีและงดงามที่สุดของผม ”

“เรายังไม่รู้กระทั่งชื่อกันและกันเลย”

“ไม่สำคัญหรอกครับ…”

“ฉันเริ่มอ่านภาษาดาวออกแล้วล่ะค่ะ”

“อ่านให้ผมฟังสักนิด”

“บรรทัดเดียวนะคะ”

“ครับ”

“ฉันรักคุณค่ะ”

ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังโบยบินขึ้นไปบนฟากฟ้าด้วยจิตใจปลาบปลึ้มพองโต ลอยไปไล่เก็บดวงดาวเรียงร้อยเป็นมงกุฎดาวมาประดับใจเจ้าของคำพูด ทำไมคำพูดไม่กี่พยางค์จะมีพลานุภาพยิ่งใหญ่ป่านนี้

อาจเป็นเพราะชั่วชีวิตของคนบางคนไม่เคยได้รับคำนี้จากใจจริงๆของคนพูดเลย บางคนไม่แม้แต่จะได้รับ…ไม่ว่าจะออกมาจากใจจริงหรือไม่ก็ตาม กระทั่งบางคนไม่เคยแม้แต่จะมีโอกาสบอกคำๆนี้ให้แก่ผู้อื่น

นี่อาจเป็นประโยคยิ่งใหญ่ที่สุด…เป็นที่ต้องการที่สุดของมนุษย์ชาติ ไม่ว่าจะเป็นในอดีตหรืออนาคต และอาจเป็นประโยคเริ่มต้นของความสุขความเศร้าทั้งมวลเช่นกัน

ทั้งคู่สบตากัน..ยกมือเกี่ยวก้อยกัน

“คุณแน่ใจนะคะ”

ชายหนุ่มถอนใจหากนัยน์ตามีแววแห่งความสุขล้ำลึกเช่นเดียวกับอีกฝ่ายหนึ่ง

“ข้างหลังของผมคือความมืด ข้างหน้าก็มีความมืดรออยู่ ไม่มีครั้งไหนที่แน่ใจมากกว่าครั้งนี้”

“เช่นกันค่ะ การเดินทางครั้งนี้อย่างไรก็ไม่เงียบเหงาเหมือนที่กังวลแต่แรกนะคะ”

…………………


บนสะพานข้ามดาว ไม่มีเงาของคนทั้งสองอีกแล้ว

พระจะนทร์เงาจันทร์สั่นพร่าไหว ผิวน้ำระริกไหวไล่คลื่นกระจายออกเป็นวงกว้าง

คืนที่ฟากหม่นดวงดาวหมอง…

สายลมพัดหอบกระไอน้ำตาในเสียงราวคร่ำครวญหวนไห้ปริเวทนาการ

ชายหนุ่ม…หญิงสาว ต่างคนต่างเดิน…ต่างทางต่างวิถี ..มาพบกัน..รู้จักกันกลางสะพานข้ามดาว

ข้างหลังของทั้งสองคือความมืด เนื่องเพราะทั้งสองเดินมาจากความมืด

บัดนี้มือข้างหนึ่งทั้งคู่เกาะกุมกันไว้มั่น อีกข้างหนึ่งกางอ้าทิ้งร่างดำดิ่งลงเงาจันทร์ในพื้นน้ำที่รอคอยอยู่ข้างล่างด้วยความเต็มใจ

ฟากฟ้ามีดาวประดับเพิ่มขึ้นมาอีกสองดวงแล้ว


..

จบ


Create Date : 20 กุมภาพันธ์ 2548
Last Update : 20 กุมภาพันธ์ 2548 18:47:26 น. 4 comments
Counter : Pageviews.

 
"แสงจันทร์คืนนี้ทอแสงสีเหลืองเศร้าอาบฟ้า… แต่เงาจันทร์สั่นไหวเดียวดายในสายน้ำข้างล่าง"

สวยจังเลย...ภาษาจันทร์

เรื่องเศร้าชมัด เอ๋ จะเศร้าให้ความบ้าดีมั้ยนี่ แหะ แหะ


โดย: พรายทราย วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2548 เวลา:22:15:57 น.  

 
อ่านจบแล้วขนลุกครับ

ผมขออนุญาตออกความเห็นนิดเดียว

ถ้าสมมติว่าผมเขียนเรื่องสั้นได้อย่างนี้นะครับ

ผมจะตัดประโยค

"บัดนี้มือข้างหนึ่งทั้งคู่เกาะกุมกันไว้มั่น อีกข้างหนึ่งกางอ้าทิ้งร่างดำดิ่งลงเงาจันทร์ในพื้นน้ำที่รอคอยอยู่ข้างล่างด้วยความเต็มใจ"

ทิ้งไปเลย

เพราะว่าประโยคก่อนหน้านี้

"พระจะนทร์เงาจันทร์สั่นพร่าไหว ผิวน้ำระริกไหวไล่คลื่นกระจายออกเป็นวงกว้าง"

ทำให้คนอ่าน(หมายถึงผม)หนาวถึงขีดสุดแล้ว
ประโยคก่อนประโยคสุดท้ายมาลดความหนาวลงอะครับ ^_^

ผมคิดว่าภาพที่วาดไว้มัวๆแต่ซ่อนไว้ จะปลุกเร้าจินตนาการดีกว่าภาพที่วาดไว้ชัดเจน (แหะๆ เอามะพร้าวห้าวมาขายสวนแท้ๆเลยนี่)


โดย: ศล IP: 203.159.36.10 วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2548 เวลา:16:50:47 น.  

 
อีกรอบ

ชอบเรื่องนี้ครับ


โดย: ศล IP: 203.159.36.10 วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2548 เวลา:16:51:22 น.  

 
ชอบภาษาดาว ;p


โดย: มาโซคิส วันที่: 20 พฤศจิกายน 2555 เวลา:20:44:01 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
GTW
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add GTW's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.