สะดวกซื้อโตไวโชวห่วยทันใจถึง ปั๊ม
โชวห่วยสมัยใหม่โตไว เหตุห้างใหญ่ขยายช้า ปั๊มดังถูกจองเรียบ เทสโก้ผนึกเอสโซ บิ๊กซีเข้าบางจาก ล่าสุดท็อปส์บุกคาลเท็กซ์มุ่ง 100 สาขาใน 5 ปี เจ้าพ่อสะดวกซื้อยังระรื่น กอด ปตท.ต่อสัญญาอีก 10 ปี ขยายอีก 400 สาขา จับตา แฟมมิลีมาร์ท ในร่มเซ็นทรัล สั่นสะเทือนวงการ
สมรภูมิค้าปลีกสมัยใหม่เข้าสู่ยุคการแข่งขันรูปแบบใหม่อีกครั้ง เมื่อวงการพลังงานหันมาสนใจธุรกิจค้าปลีก อันจะเสริมรายได้และสร้างจุดขายให้กับแต่ละปั๊ม ด้านแบรนด์ร้านค้า ก็ถือโอกาสในการขยายสาขา ตามเส้นทางบุกธุรกิจ ร้านสะดวกซื้อ ที่มีทั้งค่ายไฮเปอร์มาร์เก็ต อย่างเทสโก้ โลตัส และบิ๊กซี รวมทั้งการขยายธุรกิจนอกห้างของบรรดาห้างสรรพ สินค้า ของเดอะมอลล์ และเซ็นทรัล
รายงานจากสมาคมคมผู้ค้าปลีกไทย ระบุว่า ธุรกิจร้านสะดวกซื้อมีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง โดยใน 6 เดือนแรกของปี 2555 มีการเติบโต 17.70% ขณะที่ในปี 2554 มีการเติบโต 6.1% (เนื่องจากประสบปัญหาวิกฤติน้ำท่วม) ปี 2553 มีการเติบโต 19.3% และปี 2552 มีการเติบโต 19.9%
> ไฮเปอร์คุมเอสโซ่-บางจาก
เริ่มต้นที่ฝั่งไฮเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งเจอข้อ จำกัดในการขยายสาขาใหญ่จนต้องลงมาเล่นในสาขาเล็ก ปัจจุบัน เทสโก้ โลตัส ได้ขยายเข้าสู่ปั๊มเอสโซ่ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 524 สาขา และมีเป้าหมายขยายอีก 20 สาขาต่อปี ภายใน 3 ปีนี้ โดยนโยบาย ด้านค้าปลีก เป็นหนึ่งในแนวทางการขยายธุรกิจโดยจะทำการขยาย โลตัส เอ็กซ์เพรส ในสถานีบริการน้ำมันเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันที่มีอยู่ 53 สาขา
ขณะที่บิ๊กซี ซึ่งส่ง มินิ บิ๊กซี ไปยังปั๊มบางจาก ซึ่งมี ปตท. เป็นหุ้นใหญ่ ดังนั้น จึงเท่ากับว่าเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับ ปตท. ซึ่งมี เซเว่น อีเลฟเว่น เป็นพันธมิตรหลัก ล่าสุดทางซีพีออลล์ ผู้บริหารเซเว่นอีเลฟเว่นก็ได้ต่อสัญญากับปั๊มน้ำมันปตท.อีก 10 ปี โดยคาดว่าจะเพิ่มสาขาอีกไม่ต่ำกว่า 400 สาขา จากปัจจุบันเปิดให้บริการแล้ว 800 สาขา
ส่วน มินิ บิ๊กซี ซึ่งปีนี้ได้พันธมิตรใหม่อย่างปั๊มบางจากเข้ามาเสริมความแข็งแกร่ง ปัจจุบันปั๊มบางจากมีอยู่กว่า 1,000 สาขา โดยปีนี้จะเริ่มทดลองเปิด 5 สาขา และคาดว่ามีปั๊มบางจาก ที่มีศักยภาพในการเปิดสาขาได้อีก 300 สาขาในอนาคต
รูปแบบของมินิ บิ๊กซีในปั๊มบางจาก จะมีความแตกต่างจากมินิ บิ๊กซีที่เปิดในชุมชนทั่วไปเล็กน้อย อาทิ การปรับเปลี่ยนสีสันของร้านจากเดิมที่มีสีเขียวและแดงเป็นหลัก โดยจะเพิ่มสีขาวเข้ามาสร้างความสบายตามากขึ้น ขณะที่จำนวนสินค้าจะมีมากขึ้น จากสาขาปกติมี 3,200-3,500 รายการ จะเพิ่มเป็น 4,200 รายการ โดยสินค้าที่เพิ่มขึ้นคือกลุ่มอาหารแห้งและอาหารสด บางสาขาจะมีร้านขายยาเพรียวด้วย
> เซ็นทรัลส่งท็อปส์เข้าคาลเท็กซ์
สำหรับรายล่าสุดจากค่ายเซ็นทรัล ที่เพิ่งเข้าคว้าสิทธิ์บริหารร้านสะดวกซื้อ แฟมมิลี่มาร์ท ที่มี อยู่กว่า 700 สาขาในเมืองไทย ซึ่งถือเป็นการสั่นสะเทือนวงการคอนวีเนียนสโตร์อย่างหนัก ล่าสุด ทางเซ็นทรัล ก็หันมาประกาศตัวเป็นหนึ่งร้านสะดวกซื้อที่เข้าปั๊มน้ำมัน โดยส่งแบรนด์ ท็อปส์ เดลี่ เข้าไปในคาลเท็กซ์
นายเอเดรียน เบนเด็ก ประธานกรรมการและผู้จัดการใหญ่ บริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด กล่าวว่า ด้วยภาวะราคาน้ำมัน และการแข่งขันที่สูงในกลุ่มผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมันของไทย ส่งผลให้กลยุทธ์ด้านการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอสำหรับการแข่งขัน
บริษัทจึงได้ตัดสินใจร่วมมือกับเซ็นทรัลฟู๊ดรีเทล เพื่อเปิดให้บริการร้าน ท็อปส์ เดลี่ ในสถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์ โดยในเบื้องต้นได้ทดลองดำเนินการที่ สาขาอโศกและสาขางามวงศ์วาน
การร่วมมือกันครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มมูลค่าธุรกิจแบบผสานความแข็งแกร่ง ด้วยการขยายบริการในพื้นที่ว่างของสถานีบริการน้ำมัน โดยนำ ท็อปส์ เดลี่ ซึ่งเป็นมินิซูเปอร์มาร์เก็ต มาให้บริการ ผู้ใช้บริการจึงสามารถจับจ่ายสินค้า ประจำวันนอกเหนือจากการแวะเติมน้ำมันเพียงอย่างเดียว นายเอเดรียน กล่าว
บริษัทคาดว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะสามารถตอบโจทย์ ไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบและพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ ที่มองหาสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการเพิ่มเติมจากสถานีบริการ น้ำมัน อาทิ บริการซ่อมบำรุงรถยนต์ ร้านอาหาร มุมกาแฟและการจับจ่ายสินค้าจำเป็นที่ใช้ประจำวัน ได้เป็นอย่างดี
> ชูจุดต่างอาหารสดในปั๊ม
ด้านนายอลิสเตอร์ เทย์เลอร์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด กล่าวว่า บริษัทได้พัฒนารูปแบบร้านท็อปส์ เดลี่ให้เป็นมินิซูเปอร์มาร์เก็ตที่เหมาะสมกับสถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์ ด้วยงบลงทุนประมาณ 3-3.5 ล้านต่อสาขา บนพื้นที่ 150 ตารางเมตรโดยจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคกว่า 2,500 รายการ ครอบคลุมหลากหลายหมวดหมู่สินค้า เช่น ผัก ผลไม้ อาหารสด อาหารพร้อมปรุง สินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน รวมถึงการบริการเคาน์เตอร์เซอร์วิส และบริการอีเพย์ เติมเงินโทรศัพท์มือถือ ซึ่งแตกต่างจากร้านสะดวกซื้อทั่วไปที่ไม่มีอาหารสดจำหน่าย
หลังเปิดให้บริการมากว่า 2 สัปดาห์ พบว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภค โดยกลุ่มสินค้าที่ได้รับความนิยมสูงสุดจะเป็นกลุ่มอาหาร คือ เครื่องดื่มแช่เย็นและอาหารพร้อมรับประทาน เช่น ติ่มซำ ไส้กรอก นายอลิสเตอร์ อธิบาย
สำหรับผลประกอบการนั้น นายเอเดรียน กล่าวว่า จากการประเมินผลประกอบการในสาขาอโศกและสาขางามวงศ์ วาน พบว่า สามารถกระตุ้นยอดขายน้ำมันเพิ่มได้ประมาณ 8% และในระยะยาวคาดว่าจะสามารถกระตุ้นได้ถึง 10% ด้านยอด จำหน่ายสินค้าเมื่อเทียบกับร้านเก่าแล้วเพิ่มขึ้น 80% และ 40% ตามลำดับ
ดังนั้น บริษัทตั้งเป้าภายในสิ้นปี 2555 จะเปิดบริการ ท็อปส์ เดลี่ ใน สถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์ 10 แห่ง แบ่งเป็นกรุงเทพและปริมณฑล 8 สาขา เชียงใหม่ 1 สาขา และภูเก็ต 1 สาขา หลังจากนั้นคาดว่าจะสามารถเปิดบริการได้ไม่น้อยกว่า 100 สาขา ใน 5 ปี
นอกจากการเปิดร้านท็อปส์ เดลี่แล้ว บริษัทยังมีแผนขยายสาขาสถานบริการน้ำมันคาลเท็กซ์เพิ่มอีก 100 สาขา ภายในปี 2015 ซึ่งเท่ากับบริษัทจะมีสถานีบริการน้ำมันรวมทั้งสิ้น 500 แห่ง ทั่วประเทศ และคาดว่าจะสามารถมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มเป็น 10% จาก 8% ในปัจจุบัน
> จับตาแผนขยายธุรกิจนอกห้าง
เรื่องราวการแข่งขันของธุรกิจร้านสะดวกซื้อจะยังไม่จบลงแค่นี้ คงต้องติดตามความเคลื่อนไหวของทางเซ็นทรัลในการบริหารร้านแฟมมิลี่มาร์ทนับจากนี้ ส่วน เดอะมอลล์ กรุ๊ป ก็เริ่มนำแบรนด์ กูร์เม่ต์ มาร์เก็ต ซูเปอร์มาร์เก็ตระดับพรีเมี่ยม ขยายออกไปนอกห้างสรรพสินค้าแล้วจำนวน 3 สาขา ขณะที่เครือ สหพัฒน์ก็มีแผนที่จะนำร้าน ลอว์สัน จากประเทศญี่ปุ่นเข้ามาเปิดให้บริการ และคาดว่าสมรภูมิของธุรกิจร้านสะดวกซื้อจะร้อนแรงฝุ่นตลบมากกว่าที่เคยเป็นส่วนเจ้าใหญ่อย่าง เซเว่น อีเลฟเว่น ที่ประกาศว่าจะเปิดครบ 6,800 สาขาในปีนี้ ก็อาจ จะต้องทำงานหนัก ท้ายสุดแล้ว เมื่อชนกันหนักๆ ผลที่ได้รับจากการแข่งขัน คือประโยชน์ที่จะตกสู่ผู้บริโภคนั่นเอง
ที่มา: http://www.siamturakij.com/  E-Magazine By นายแว่นธรรมดา... ดาวน์โหลดฟรีได้ที่นี่ครับ... http://www.naiwaen.com/?p=917 แวะทักทายนายแว่นธรรมดาได้ที่นี่ครับผม... FaceBook http://www.facebook.com/NaiwaenTammada ตกแต่งบ้าน และสวนสวย Home Decor Garden http://homebuyerguides.blogspot.com/2011/09/mdf-index.html 
| Create Date : 16 กันยายน 2555 |
| Last Update : 16 กันยายน 2555 14:40:04 น. |
|
0 comments
|
| Counter : 2805 Pageviews. |
|
|
|