กรีนพีซดำรงอยู่เพราะโลกอันบอบบางใบนี้สมควรมีผู้ปกป้อง โลกต้องมีวิธีแก้ปัญหา ต้องมีการเปลี่ยนแปลง ต้องมีการลงมือทำ
 
ความคืบหน้าพืชจีเอ็มโอไทย กับไพ่ใบสุดท้ายของบริษัทเมล็ดพันธุ์

หลังจากที่ “คณะทำงานศึกษาแนวทางการนำสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมและผลิตภัณฑ์มาใช้ในประเทศไทย” ได้มีมติร่วมกันในเรื่องพืชจีเอ็มโอว่าให้กลับไปใช้มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2550 แต่เราจะวางใจได้เพียงไรตราบใดที่พระราชบัญญัติความปลอดภัยทางชีวภาพยังคงเป็นไพ่ใบสุดท้ายของบริษัทเมล็ดพันธุ์

จากมติดังกล่าวของครม.ทำให้พืช GMO หรือสิ่งมีชีวิตตัดต่อพันธุกรรม ยังคงอยู่ภายใต้เงื่อนไขการทดลองภาคสนามที่เข้มงวด เช่น ต้องทำรายงานผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ต้องทดลองในสถานที่ของราชการเท่านั้น ต้องรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ องค์กรสาธารณะประโยชน์ และนักวิชาการ นอกจากนั้นคณะรัฐมนตรีต้องเป็นผู้อนุมัติให้มีการทดลองเป็นรายกรณีเท่านั้น ด้วยเหตุนี้บริษัทเจ้าของสิทธิบัตรเมล็ดพันธุ์ GMO และผู้ได้รับผลประโยชน์จึงเดินหน้าเต็มกำลังในการผลักดันพ.ร.บ.ความปลอดภัยทางชีวภาพเพื่อเป็นกฎหมายบังคับใช้แทน ซึ่งพ.ร.บ.ความปลอดภัยนี้ถือได้ว่าเป็นไพ่ใบสุดท้ายของผู้สนับสนุนพืช GMO

เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2558 รศ.ดร.จิราภรณ์ ลิ้มปานานนท์ ดร.สมชาย รัตนชื่อสกุล และนายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ตัวแทนคณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคภาคประชาชน และมูลนิธิชีววิถี ได้แถลงข่าวในการประชุมเพื่อวิเคราะห์ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวซึ่งมีประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของประชาชน สิ่งแวดล้อม และภาคเศรษฐกิจและสังคมดังต่อไปนี้

หมวดความปลอดภัยทางชีวภาพ

  • การขาดความมีส่วนร่วมของภาคประชาชน – ในมาตรา 6 ได้กำหนดให้คณะกรรมการความปลอดภัยทางชีวภาพมาจากภาครัฐ 11 คน (ปลัดกระทรวงและอธิบดี) และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่เกิน 10 คนที่แต่งตั้งโดยรัฐมนตรี ซึ่งมาตรานี้เปิดช่องให้รัฐมนตรีสามารถแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในจำนวนเท่าใดก็ได้ เพื่อความโปร่งใส พ.ร.บ.ฯ ควรเปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญและองค์กรที่เกี่ยวข้องกับงานด้านความปลอดภัยทางชีวภาพคัดเลือกตัวแทนกันเอง นอกจากนั้นควรกำหนดจำนวนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิให้ชัดเจน

  • ควรกำหนดให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเป็นผู้ที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับบริษัทที่มีผลประโยชน์จาก GMO

การควบคุมทั่วไป

  • มาตรา 17 ควรประกาศในลักษณะห้ามมิให้มีการผลิตหรือนำเข้าสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมทุกชนิด เว้นแต่จะได้ประกาศยกเว้นไว้แทนร่างฉบับปัจจุบันซึ่งระบุว่า “มาตรา 17 ให้รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการมีอำนาจประกาศกำหนดสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมที่ห้ามผลิตหรือนำเข้า” เพราะตามมาตรา 17 นี้พ.ร.บ.ฯ จะคุ้มครองเฉพาะพืชที่ถูกประกาศ ซึ่งจะเปิดช่องให้การกับการผลิตและนำเข้าพืช GMO นอกรายการ

การขึ้นบัญชีปลดปล่อยสู่สิ่งแวดล้อม

  • ควรกำหนดให้มีตัวแทนภาคประชาชน หรือองค์กรพัฒนาเอกชนเข้าไปเป็นคณะกรรมการ

  • การจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นกรณีคณะกรรมการผู้ชำนาญการเห็นชอบรายงานประเมินความเสี่ยง (มาตรา 43) โดยผู้ยื่นคำขอขึ้นบัญชีปลดปล่อยสู่สิ่งแวดล้อมเอง อาจเกิดปัญหาในการจัดการรับฟังความคิดเห็นและทำให้ไม่ได้รับทราบความเห็นที่แท้จริง จึงควรให้หน่วยงานหรือองค์กรที่เป็นกลางอื่นเป็นผู้จัดการรับฟังความคิดเห็น

  • ผลการรับฟังความคิดเห็นตามมาตรา 43 จะถูกนำไปประกอบการพิจารณาโดยหน่วยงานผู้รับผิดชอบเท่านั้น (มาตรา 44) และหน่วยงานผู้รับผิดชอบไม่จำเป็นต้องรับฟังหรือปฏิบัติตามผลการรับฟังความคิดเห็นก็ได้

สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมที่อยู่ในบัญชีปลดปล่อยสู่สิ่งแวดล้อม

  • การพิจารณาความปลอดภัย หรืออันตรายที่เกิดจากสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมใช้เฉพาะข้อมูลและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจน และต้องเกิดความเสียหายแล้วเท่านั้น (มาตรา 35, 46) ถือว่าขอบเขตการบังคับใช้กฎหมายแคบเกินไปทั้งที่ Biosafety Protocol อนุญาตให้ใช้ดุลพินิจตามสมควรได้แม้จะไม่ปรากฏหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ รวมทั้งสามารถใช้เหตุผลด้านสังคมเศรษฐกิจ (Socio-Economic consideration) ได้ (Biosafety Protocol Act, 11.8, 26)

  • ร่าง พ.ร.บ. นี้ใช้บัญชีปลดปล่อยสู่สิ่งแวดล้อมเป็นกลไกในการบริหารจัดการ โดยหากสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมที่อยู่ในบัญชีปลดปล่อยฯ ก่อให้เกิดความเสียหาย ร่าง พ.ร.บ. นี้ไม่ได้กำหนดให้มีผู้รับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น โดยกำหนดให้ต้องมีการรับผิดชอบเฉพาะกรณีความเสียหายเกิดจากสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมที่ไม่อยู่ในบัญชีปลดปล่อยเท่านั้น (มาตรา 52) ซึ่งรูปแบบการกำหนดแยกประเภทสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมที่อยู่และไม่อยู่ในบัญชีปลดปล่อยนั้นเป็นรูปแบบที่ไม่ปรากฏใน Biosafety Protocol หรือ Nagoya-Kuala lumper Supplement Protocol ดังนั้นการไม่กำหนดให้ต้องมีการรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมที่อยู่ในบัญชีปลดปล่อยจึงอาจขัดกับวัตถุประสงค์ของ Biosafety Protocol หรือ Nagoya-Kuala lumper Supplement Protocol

ด้วยสภาวะทางการเมืองในปัจจุบันเป็นการยากที่เราจะทราบว่า พ.ร.บ. ความปลอดภัยทางชีวภาพ จะประกาศออกมาเมื่อไร แต่จากฉบับร่างที่ถูกนำมาเปิดเผยในงานแถลงข่าวก็พอจะเห็นได้ชัดเจนว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้มีช่องโหว่ที่เอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทเมล็ดพันธุ์ข้ามชาติเป็นอย่างมาก ถ้าไม่ต้องการให้ พ.ร.บ.ฉบับนี้ออกมาโดยขาดการรับรู้และมีส่วนร่วมของภาคประชาชน เช่นเดียวกันกับ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ โปรดช่วยกันแชร์เรื่องนี้ออกไปให้เป็นกระแสสังคมเพื่อรักษาอธิปไตยบนผืนดินให้ลูกหลานของเราในวันหน้า


รู้ทัน GMO

ในช่วงนี้มีข่าวที่ไม่ดีนักเกี่ยวกับแอปเปิลที่นำเข้าจากสหรัฐอเมริกา เรื่องนี้ผู้ บริโภคพอจะหลีกเลี่ยงได้ไม่ยากด้วยการหันมาบริโภคผลผลิตในประเทศซึ่ง นอกจากจะปลอดภัยจากความเสี่ยงแล้วยังเป็นการลดการก่อมลภาวะจาก การขนส่งด้วย อย่างไรก็ตามนอกจากแหล่งกำเนิดของผลผลิตแล้วกระบวน การผลิตก็เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้บริโภคควรจะรับรู้ซึ่งข้อมูลนี้จะแสดงอยู่บนสติก เกอร์เล็ก ๆ ที่ติดอยู่บนฉลากนั่นเอง

International Federation for Produce Standard ได้กำหนด ตัวเลขบนฉลากสำหรับการคำนวณราคา ณ จุดขาย (Price Look-Up) ซึ่ง ตัวเลขบนฉลากนี้นอกจากจะใช้ในการคิดราคาแล้วยังบอกถึงระบบการเพาะ ปลูกของผลผลิตนั้น ๆ ได้อีกด้วย

  • หากบนฉลากมีตัวเลขอยู่สี่หลัก หรือห้าหลักที่ขึ้นต้นด้วยหมายเลข “0” หมายความว่าผลผลิตนั้นปลูกขึ้นในระบบทั่วไปซึ่งจะใช้ปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลง เช่น กล้วยที่ปลูกโดยใช้สารเคมีจะติดฉลากด้วยหมายเลข 4011

  • หากบนฉลากมีตัวเลขอยู่ห้าหลักและขึ้นต้นด้วยหมายเลข “8” หมายความว่าผลิตภัณฑ์นั้นเป็นพืชที่ถูกตัดต่อพันธุกรรม ดังนั้นกล้วย GMO จะติดฉลากด้วยหมายเลข 84011

  • หากบนฉลากมีตัวเลขอยู่ห้าหลักและขึ้นต้นด้วยหมายเลข “9” หมายความว่าผลิตภัณฑ์นั้นเป็นพืชปลูกในระบบอินทรีย์ ดังนั้นกล้วยอินทรีย์จะติดฉลากด้วยหมายเลข 94011

อย่างไรก็ตามเนื่องจากไม่มีการบังคับใช้ที่เข้มงวดในการติดหมายเลข “8” หรือ “9” ผู้ค้าส่วนมากจึงหลีกเลี่ยงการติดหมายเลข “8” เพื่อให้ผู้ซื้อเข้าใจว่าเป็นผลผลิต “ทั่วไป”

และที่น่ากลัวมากขึ้นไปอีกคือ ในปี 2557 International Federation for Produce Standard ได้กำหนดหมายเลขนำหน้าเพียงสองหมายเลขคือ หมายเลข “0” และหมายเลข “9” โดยไม่ได้ระบุหมายเลข “8” ไว้ในคู่มือผู้ใช้งานอีกต่อไป นี่หมายความว่าผู้บริโภคจะไม่สามารถทราบได้อีกต่อไปว่าพวกเขากำลังบริโภคอะไรอยู่


เรื่องราว - มกราคม 27, 2558

ที่มา : http://www.greenpeace.org/seasia/th/news/Thai-gmo-and-last-card/




Create Date : 09 กุมภาพันธ์ 2558
Last Update : 11 กุมภาพันธ์ 2558 13:10:32 น. 0 comments
Counter : 450 Pageviews.  
 
Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

greenpeacethailand
 
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




30 ปีมาแล้วที่นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมกลุ่มเล็กๆ จากเมืองแวนคูเวอร์ แคนาดา ได้เช่าเรือลำเล็กมุ่งหน้าสู่เกาะอัมชิตกา นอกชายฝั่งของรัฐอลาสก้าเพื่อต่อต้านการทดลองระเบิดนิวเคลียร์ของสหรัฐ อเมริกา

แม้เรือลำนั้นจะไปไม่ถึงจุดหมาย เพราะถูกเรือลาดตระเวนชายฝั่งของสหรัฐอเมริกาจับกุมเสียก่อน แต่ก็นับว่าบรรลุวัตถุประสงค์

เพราะการกระทำของพวกเขากลายเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลก และนำมาสู่การก่อตั้ง 'กรีนพีซ' องค์กรรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมอันทรงพลังที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ที่ปัจจุบันมีสำนักงานอยู่กว่า 40 แห่งทั่วโลก จากนั้นจึงเริ่มการรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมต่างๆ หนึ่งในหลักการเมื่อเริ่มก่อตั้งกรีนพีซ ได้แก่ 'การเป็นประจักษ์พยานในที่เกิดเหตุ' นั่นคือ การจับตาและบันทึกการทำลายสิ่งแวดล้อม หลักการของการปฏิบัติการไร้ความรุนแรงนี้ ประกอบกับการเผชิญหน้าอย่างสันต ิได้เป็นรากฐานของกิจกรรมรณรงค์ของกรีนพีซตลอดมา

เอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้เป็นภูมิภาคที่สำคัญมากต่ออนาคตของโลก มรดกทางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของภูมิภาคนี้มีค่าควรแก่การปกป้องในตัวของมันเองอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามการพัฒนาอุตสาหกรรมและการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วใน 30 ปีที่ผ่านมาได้ส่งผลกระทบมหาศาลต่อสิ่งแวดล้อม ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมของภูมิภาคนี้ยังขยายวงกว้างออกไปยังประเทศอื่นๆ ด้วย โดยสิ่งแวดล้อมที่เสื่อมถอยรุนแรงเกิดขึ้นแล้วทั่วทั้งภูมิภาค มลพิษและการทำลายทรัพยากรกำลังทับถมขึ้นทุกขณะนอกเหนือจากวิกฤตเศรษฐกิจเมื่อไม่นานมานี้ เพราะบริษัทข้ามชาติและประเทศที่พัฒนาแล้วต่างๆ มีเป้าหมายที่ภูมิภาคนี้เพื่อขยายการดำเนินงานและเพิ่มเทคโนโลยีที่ทำลาย สิ่งแวดล้อม สิ่งที่ทำให้ปัญหาหนักขึ้นไปอีก ได้แก่ การขาดการตระหนักรู้ของชาวเอเชียเกี่ยวกับการทำลายสิ่งแวดล้อม และกลไกอันอ่อนแอของระบอบประชาธิปไตยที่ควรต้องใช้เพิ่อเสริมกำลังให้กับชุมชนในการผลักดันการตัดสินใจของรัฐบาล กรีนพีซเล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาและภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่เหล่านี้ ดังนั้น เพื่อที่จะผนึกกำลังและขยายกิจกรรมรณรงค์ขึ้นในเอเชียตะวันเฉียงใต้ จึงได้เพิ่มกิจกรรมต่างๆ ขึ้น

กรีนพีซมีบทบาทอย่างแข็งขันแล้วในหลายประเทศในเอเชีย งานของเราในภูมิภาคนี้ ได้แก่ การยับยั้งการนำเข้าขยะสารพิษอันตราย การณรงค์ให้การเลิกใช้สารพิษในผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ การคัดค้านการขนส่งสารกัมมันตภาพรังสี การรณรงค์ต่อต้านการทำลายป่า การล็อบบี้ให้รัฐบาลใส่ใจกับเรื่องพลังงานที่ยั่งยืนและชักชวนให้หันมาสนใจเรื่องอันตรายของการทำลายขยะสารพิษอันตรายให้ราบเรียบ การรณรงค์ต่อสู้ภาวะโลกร้อน และ การต่อต้านอาหารตัดต่อพันธุกรรม (จีเอ็มโอ) กรีนพีซมักทำงานกับกลุ่มท้องถิ่นต่างๆ จึงมีการรณรงค์ที่ประสบความสำเร็จในฟิลิปปินส์ ไต้หวัน อินเดีย อินโดนีเซีย และ ไทย เรามุ่งมั่นในการพัฒนาองค์กรในเอเชียในปลายทศวรรษที่ 80 และต้นทศวรรษที่ 90 และเริ่มก่อตั้งสำนักงานในญี่ปุ่น (พ.ศ. 2532) จากนั้นในจีน (พ.ศ. 2540) นอกจากนี้การดำเนินการสำรวจตรวจสอบในระยะแรกๆ ก็เริ่มขึ้นในภูมิภาคนี้ด้วย โดยหลักๆ มุ่งเน้นไปที่อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์

เอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้เป็นภูมิภาคหลักที่จะกำหนดทิศทางความมั่นคงด้านสิ่งแวดล้อมทั่วโลก เมื่อ 30 ปีที่ผ่านมา กรีนพีซได้ประสบความสำเร็จในการรณรงค์ในประเทศที่พัฒนาแล้วเพื่อลดและกำจัดมลพิษและความเสื่อมถอยทางสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตามความพยายามและความสำเร็จเหล่านี้สามารถกลับหน้ามือเป็นหลังมือ ได้เพราะบริษัทข้ามชาติเหล่านี้ส่งออกเทคโนโลยีสกปรก ซึ่งมีผลทำให้สิ่งแวดล้อมในภูมิภาคนี้เสื่อมถอย ดังนั้น หลังจากที่ได้สำรวจและจัดตั้งการรณรงค์ในประเทศหลักๆ แล้ว ในที่สุดกรีนพีซก็ประสบความสำเร็จในการเปิดสำนักงานในเอเชีย โดยกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 มีนาคม 2543 และกรีนพีซ เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ สำนักงานประเทศไทยถือกำเนิดขึ้นเมื่อ 3 พฤษภาคม 2544

คุณช่วยได้


Saving Mother Earth and Promoting Peace

มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องทำเมื่อต้องปกป้องโลกสำหรับคนรุ่นต่อไป และเรายินดีรับความช่วยเหลือเสมอ โปรด Add เรา หรืออีเมลมาหาเราที่ webteam.th@greenpeace.org

หากคุณสนใจเป็นอาสาสมัคร คุณจะช่วยเราได้ด้วยทักษะด้านใดก็ได้ ตั้งแต่นำจดหมายใส่ซองไปจนถึงการฝึกปีนและขับเรือ พนักงานหลายคนของเราเริ่มต้นจากการเป็นอาสาสมัคร อ่านต่อ

ชุมชนกรีนพีซทั่วโลกครอบคลุม 125 ประเทศและเขตการปกครอง เราได้รับชัยชนะหลายต่อหลายครั้งที่เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเมื่อเราออกเสียง เพียง 1 เสียง เราสามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้ โปรดสมัครเพื่อรับจดหมายข่าวอิเล็กทรอนิกส์เพื่อร่วมกิจกรรมรณรงค์ออนไลน์ ที่จะส่งให้คุณอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง โดยจะเต็มไปด้วยวิธีการที่คุณสามารถกลายเป็น 'นักกิจกรรม 1 นาที' ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ อ่านต่อ

เราปฏิบัติการทั่วโลกเพื่ออนาคตของโลกของเรา เราต้องการคนที่ทุ่มเทให้กับงานหนักและมาตรฐานของมืออาชีพที่ผู้สนับสนุนหลายล้านคนทั่วโลกของเราคาดหวังจากองค์กรการรณรงค์ชั้นนำของโลกที่ลงมือทำเพื่อสิ่งแวดล้อม หากคุณคิดว่ามีคุณสมบัตินี้ โปรดดูที่หน้าตำแหน่งงานว่าง อ่านต่อ

เราไม่รับเงินบริจาคจากรัฐบาลหรือบริษัท ดังนั้นเราจึงใช้เงินจากประชาชนเช่นคุณในการดำเนินงานรณรงค์ของเรา เงินบริจาคของคุณจะช่วยทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ อ่านต่อ

ทุกคนสามารถช่วยโลกได้ในทุกๆ วัน ด้วยทางเลือกเล็กๆ น้อยๆ ต่างๆ ซึ่งมีผลดีต่อโลกอย่างมาก อ่านต่อ
เว็บบอร์ดสนทนาของเราเป็นที่พูดคุยเพื่อติดต่อกับนักสิ่งแวดล้อมคนอื่นๆ ที่นี่คุณสามารถคุยโว พูดพร่ำ ถาม เรียกร้อง อธิบาย เป็นแรงบันดาลใจ ติเตียน และ ต่อต้าน รวมถึงใช้วิธีอื่นๆ ที่คุณคิดออก เพื่อแสดงถึงความเป็นคุณ อ่านต่อ

บล๊อกของกรีนพีซ ในภาษาไทย เป็นที่รวบรวมเรื่องราวของนักรณรงค์และอาสาสมัครกรีนพีซ ที่เขียนเกี่ยวกับกิจกรรมรณรงค์ในสถานที่ต่างๆ และบทความเกี่ยวกับการปกป้องสิ่งแวดล้อม อ่านต่อ


พบเราได้ที่:

Facebook | Twitter | Flickr | Blogspot | YouTube
[Add greenpeacethailand's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com