โลกส่วนตัว
Group Blog
  •  photo ohmybaby.jpg
 
All blogs
 

เล่าประสบการณ์ ทำเลสิคตา ณ โรงพยาบาลกลาง (วันผ่า) ภาค 3



ต้องขออภัยเพื่อนๆหลายๆ คนที่เข้ามาอ่าน เรื่องทำเลสิคตาทั้ง ภาค 1 และ ภาคสอง ที่ปล่อยให้รอนานนะคะ เจ้าของบล็อคไม่ค่อยมีเวลาว่างเลยค่ะ วันนี้พอได้โอกาส จึงแวะมาเล่าต่อค่ะ

เข้าเรื่องกันเลยดีกว่าค่ะ

นับจากวันที่หญิง ผ่าตัด(เลสิคตา) จนถึงวันนี้ 11มกราคม 2557 ก็ เป็นเวลา 9 เดือนแล้วค่ะ ตอนนี้สภาพตาของ หญิงยังมีแห้งๆ อยู่บ้างในวันที่ใช้สายตาเยอะยังพกน้ำตาเทียมใช้เป็นบางครั้งอยู่เลยค่ะ

จะเล่าวันที่ ไปผ่า (ทำเลสิค) แล้วนะคะ อาจจะตกหล่นหรือติดขัดไปบ้าง เพราะ ทิ้งระยะเวลากว่าจะมาเล่านานเกินไปแต่จะพยายามให้ข้อมูลที่ครบถ้วนที่สุด แต่อาจจะไม่ 100 % นะคะ แต่จะให้ ตรงตามความรู้สึก ณ ตอนนั้น ให้มากที่สุดค่ะ

ก่อนวันผ่าตัดญ ปฏิบัติตามที่พยาบาลแจ้งไว้ คือใช้แผ่นเช็ดตา งดใส่คอนแท็คเลนส์1อาทิตย์เป็นอย่างต่ำ(สำหรับคนที่ใช้คอนแท็คเลนส์)

วันที่2 เมษายน 2556 คือวันที่ คุณหมอ นัดผ่า (ที่ต้องเรียกผ่า เพราะคุณหมอและคุณพยาบาลเรียก อาจฟังดูน่ากลัวแต่จริงๆ ไม่เหมือนการผ่าตัดในห้องผ่าตัดหรอกค่ะ คิดซะว่า ระดับเลเวลความกลัวเยอะกว่า ไปรักษารากฟัน หรือถอนฟันที่คลินิค 50 เปอร์เซ็นต์ 555 )

วันนั้นไม่ได้แต่งหน้านะคะใครแต่งไปก็ควรล้างออกนะคะ ไม่ใส่น้ำหอมด้วยค่ะ เพราะเครื่องเลเซอร์ จะทำงานได้ดี ถ้าไม่สภาวะอะไรรบกวน เครื่องประดับถ้าเป็นไปได้ถอดฝากคนอื่นให้หมดค่ะ ทำจิตใจให้นิ่งๆ สงบๆ เพื่อที่ตาเราจะได้นิ่งค่ะ

ก็นั่งรอคิวค่ะ ช่วงนั่งรอด้านนอกพยาบาลจะเรียกไปล้างตา จากนั้น ก็ หยอดยา ญ ไม่แน่ใจ ว่าหยอดยาก่อนหรือล้างตาก่อน แต่จำได้ว่าต้องหยอดยา 2 ตัว ค่ะ ก่อนเข้าห้องผ่าตัดจากนั้นพอใกล้ถึงคิวพยาบาลก็จะเรียกเข้าไปนั่งรอหน้าห้องผ่าตัดด้านในค่ะระหว่างนั้น พยาบาลจะถามว่า

“ตื่นเต้นไหมคะทำจิตใจสบายๆนะคะ “แนะนำถ้าตื่นเต้นไม่ควรเก็บไว้ในใจค่ะควรบอกพยาบาลไปเลย เพราะเค้าจะมียาคล้ายๆกล่อมประสาทเบาๆ ให้เรากินก่อนเข้าห้องผ่าค่ะ เพื่อที่เราจะได้คลายความเครียดและความตื่นเต้นลงค่ะ

ญเลือกกินยานะคะ คือตื่นเต้นไม่ตื่นเต้นไม่รู้ค่ะ อะไรที่เรียกว่าป้องกันไว้ทำค่ะเกิดเข้าไปในห้องผ่าแล้วตื่นเต้นกะทันหันก็แย่เลยค่ะ555

ญได้เข้าผ่าเป็นคนสุดท้ายเพราะ พยาบาลบอกว่า ญ ดูจะตื่นเต้นและกลัวมากๆเลยให้นั่งฟังเพลง สงบๆ จิตใจค่ะ (มีหูฟังเพลงให้ฟังค่ะเป็นเพลงเย็นๆ สบายๆ ค่ะ)

ระหว่างที่รอใกล้จะเข้าผ่าตัดพยาบาล ให้ ญ เปลี่ยนชุดคลุม และ เก็บผมเผ้าให้เรียบร้อยเอายาฆ่าเชื้อมาทาที่หน้าให้ทั่วๆ ค่ะ ไม่แน่ใจว่าคืออะไร

แนะนำว่าช่วงนี้ถ้าจิตใจไม่ปกติ สวดมนต์เลยค่ะ จะนับถือศาสนาอะไรก็สวดของศาสนานั้นเลยค่ะธรรมมะคือที่พึ่งทางจิตใจของแท้ ค่ะ วันนี้

และแล้วก็ถึงเวลาค่ะ

เดินเข้าไปในห้องเขียงผ่า เอ้ย เตียงอยู่ตรงหน้า ใจเต้นตึกๆ แต่เริ่มผ่อนคลายได้นิดหน่อย คงเพราะกินยาเข้าไปแล้วด้วยค่ะ

พยาบาลในห้องมีด้วยกัน3 คนเลยค่ะใจดีทั้งนั้นเลย เรียก ญ ไปนั่งที่เตียงแล้วแจ้งหมอว่า คนไข้คนนี้ ตื่นกลัวนิดหน่อยนะคะหมอ

เอาผ้ามาคลุมหน้าค่ะเปิดแค่ตาด้านที่จะยิงเลเซอร์ หยอดยาชาก่อนเลยค่ะอันดับแรก

ระหว่างนั้นพยาบาลจะให้เราบีบลูกบอลค่ะ เจ้าลูกบอลนี่มีประโยชน์นะคะ เวลาเกร็งเวลากลัว บีบเจ้านี่ช่วยได้เยอะเพราะหมอไม่ให้เราเกร็งตาค่ะเลยต้องฝืนมาเกร็งที่มือแทน บีบเข้าไปค่ะ

ก็เริ่มแล้วค่ะหมอเริ่มทำตาข้างไหนก่อนหญิงไม่แน่ใจค่ะ จำได้ลางๆ น่าจะเป็นตาซ้ายก่อนค่ะ

ขั้นตอนแรกคือการเปิดกระจกตาค่ะหมอจะบอกเราว่า จะมืดแปบเดียวแต่ก็จะเห็นเป็นจุดลางๆอยู่นะคะ ญจำได้ ตอนที่เปิดไม่น่ากลัวค่ะเหมือนมีเครื่องมือมาทาบที่ตา เราจะไม่รู้สึกเจ็บปวดอะไรเลยค่ะ เพราะใส่ยาชานะคะ ระหว่างที่ ยิง ให้มองไฟจุดเขียวๆ ทำตานิ่งๆโฟกัสไปที่จุดเขียวๆไว้

สั้นอยู่ที่500ก็ยิงไปเลย ประมาณ 5-10 วิ ญ จำไม่ได้ค่ะ

ตอนนั้นหมอบอกว่า ให้มองที่จุดเขียวๆ นิ่งๆ นะคะ พยาบาลจะคอยเตือนตลอดค่ะ จะคอยพูดตลอดไม่ให้เราเหงาหรือว้าเหว่ หวาดกลัวค่ะ ว่า อีกนิดเดียวค่ะๆๆๆ ไม่ต้องเกร็งนะคะทำดีแล้วเก่งมากค่ะๆๆ นับถอยหลังให้ด้วยนะ5 4 3 2 1 เอ้าเสร็จแล้วค่ะ ระหว่างที่ยิงเลเซอร์ นั่น จะได้กลิ่นไหม้นิดหน่อยด้วยค่ะแหะๆ แต่ก็เริ่มโอเครแล้วนะเพราะไม่ยากแบบที่คิด

ทำข้างแรกเสร็จก็ย้ายไปทำอีกข้างค่ะ สำคัญค่ะว่าต้องลืมตาทั้งคู่ และมองไปที่จุดเขียวต่อให้ตาอยู่ใต้ผ้าที่ปิดไว้ก็ต้องลืมตาค่ะเพราะจะได้โฟกัสไปที่จุดเขียวๆ ได้ตรงค่ะ

สงสัยกันใช่ไหมคะว่าด้านที่เพิ่งจะยิงเลเซอร์ไปตะกี๊ จะลืมตาได้ยังไง—

ขอตอบว่าลืมได้ค่ะ อาจจะยากซักหน่อย ต้องพยายามค่ะ ญ จะคอยถามหมออยู่ด้วยว่า ญ ลืมตา 2 ข้างหรือเปล่าคะ หมอก็จะเปิดผ้าดูลืมอยู่ครับๆ คือ ไม่รู้สึกค่ะว่าลืมตาหรือ หรี่ตา เพราะเราหยอดยาชา

ตาอีกข้างก็ทำเหมือนเดิมบีบลูกบอลเหมือนเดิม มองจุดเขียวเหมือนเดิมใช้เวลาไม่นานค่ะ นับเป็นวินาที 2 ข้างก็ แปบเดียวค่ะ เป็นช่วงเวลาที่แปบเดียวจริงๆนะ

พอทำเสร็จ2 ข้างก็ครอบตาให้ค่ะ เป็นที่ครอบตาใสๆ มีรู

ญขอเล่าล้วนๆ นะคะ ไม่มีรูปภาพประกอบเลย (เค้าขอโต๊ดด >_<)

จากนั้นพยาบาลจะให้เรามานอนฟังเพลงผ่อนคลายเงียบๆหลับตานิ่งๆ ไม่ต้องกลอกตาสักพักนึงน่าจะประมาณ 10-15 นาทีได้ เพื่อที่ให้กระจกตาที่เปิดออกตะกี๊ สมานดีขึ้นกว่าเดิม ก่อนจะปล่อยเรากลับบ้านค่ะ

ก็นอนฟังเพลงไป พอฟังเพลงสักพักพยาบาลก็จะมาอธิบายวิธีดูแล คืนนี้ก่อนกลับมาเปิดตาอีกที ในเช้าวันถัดไปค่ะ

อันนี้สำคัญมากค่ะ(ย้ำ!!!) สิ่งที่พยาบาลแนะนำจงเชื่อโดยที่ไม่ต้องใช้วิจารณญาณค่ะเพราะเป็นเรื่องเบสิคที่ควรปฏิบัติกัน คือ

นี่คือสิ่งที่ ญ ปฏิบัติเองล้วนๆค่ะ 

1. กลับไปบ้านคืนนี้พยายามพักผ่อน โดยจะให้ยาแก้ปวดมากิน ค่ะถ้าปวดก็กินแล้วนอนเลยค่ะ ไม่ต้องล้างหน้านะคะ คืนนี้ไม่อนุญาตให้ล้างหน้า นอนได้นอนเลยค่ะอาบน้ำหน่อยก็ดี^^ แต่หญิงไม่อาบนะ อิอิ

2 กินอาหารอ่อนๆอย่าให้กระทบกระเทือนหรือหนักหน่วงมาก งดใช้สายตาค่ะ หลับตาไปเลยยิ่งดีไม่ต้องกลอกตา ทำตานิ่งๆ 

ถ้าปฏิบัติในสิ่งที่ญ แนะนำได้ จะดีมากค่ะ เพราะ มีคนที่ เข้ามาผ่าตัดพร้อมเพื่อนของ ญ (เพื่อนญก็ทำเลสิคเหมือนกันแต่คนละวันกัน)  เค้าใช้สายตาดูทีวี เล่นมือถือ ในคืนนั้นเลย ปรากฏว่า มาตรวจใน 3 เดือนให้หลังการมองเห็นเค้าไม่ชัดเท่าคนอื่นค่ะ เจ้าตัวบอกว่า เค้าคงโชคไม่ดี – แต่จริงๆ ไม่ใช่หรอก ค่ะความเห็นส่วนตัวของหญิงคือ คุณไม่ดูแลตาของคุณเองแล้วคุณจะโทษใคร---

ได้กลับบ้านแล้วค่ะ เสร็จสิ้น วัน ผ่าตัดเลสิค เหลือวันพรุ่งนี้ที่ต้องไปเปิดตา

สนนจ่ายค่าทำเลสิค ไปประมาณ 40,000กว่าบาทค่ะ ญ จำไม่ได้จริงๆ ว่ากว่าเท่าไหร่นะคะขอโทษด้วยค่ะ ใช้บัตรเครดิตรูดปรื๊ดๆ ค่ะ (ผ่อนได้ สบายใจ)

ญเล่าครอบคลุม เลยนะคะจะได้อ่านจบทีเดียวไปเลย

วันต่อมาหมอนัดเปิดตา โมงเช้าค่ะญ ให้แฟนพามา วันนี้ ญ ลืมตามาตอนเช้ามองผ่านรูกลมๆ ของที่ครอบตา โลกของชั้นชัดแล้ว เย้ !!!!!


รูปด้านบน คือ มานั่งรอเปิดตาค่ะ เช้าวันถัดมานะคะ ^

ก็มาเปิดตาค่ะให้พยาบาลเปิดให้ 

บางคนจะมีอาการตาขาวแดง เหมือนมีห้อเลือด ไม่ต้องตกใจนะคะเกิดจากการถูกกดทับตอนที่ เปิดกระจกตาค่ะ เดี๋ยวก็หาย ส่วนตัวหญิง ไม่มีรอยแดงใดๆ ทั้งสิ้นค่ะ แววตา ตาดำ ตาขาว สีตา ปกติดีทุกอย่างค่ะ  ดีใจเหมือนกันที่ ไม่มีรอยอะไรเลย^^ คงเป็นเพราะเราทำตานิ่งๆ และเชื่อฟังหมอทุกอย่าง

พยาบาลก็จะทำความสะอาดรอบดวงตาให้เรา หยอดน้ำตาเทียมให้เรา พร้อมทั้ง อธิบายวิธีการปฏิบัติตัว ใน ช่วง 1 อาทิตย์แรกนี้

ญก็จำไม่ได้หมดหรอกค่ะ

แต่ มั่นใจว่าปฏิบัติตามได้ครบ คือ ไม่แต่งหน้า โดยเฉพาะบริเวณดวงตา พยายามไม่กินอะไรน้ำๆ เพราะเดี๋ยวกระเด็นเข้าดวงตา ไม่ล้างหน้าเลยค่ะ เพราะ พยาบาลจะให้น้ำเกลือเรามาเช็ดหน้าแทน ช่วงนี้ สิวจะขึ้น ก็ขึ้นค่ะช่างมัน ชั้นเอาเอาใจ ดวงตาของชั้นก่อนเป็นพอ ไม่ขยี้ตาไม่โดนตาเลย ค่ะ ถ้าคันให้ทำใจ คิดไว้แค่นี้ หรือเอามือลูบ ๆ พอค่ะลูบรอบตาพอให้หายคัน พยาบาลบอกว่าถ้ามีอะไรเข้าตาให้ใช้น้ำตาเทียมนี่ละ หยอดมันเข้าไป ล้างมันเข้าไป แทนน้ำเปล่าค่ะ ช่วงนี้ตาโดนน้ำตาเทียมอย่างเดียวค่ะ -- หน้าก็เช็ดๆ เอาน้ำเกลือเช็ดรอบดวงตาเอาค่ะ ตอนนอนก็ใช้ที่ครอบตาครอบค่ะ กัน กลางคืนหลับเผลอเอามือไปขยี้ตา กลางวันก็ใส่แว่นกันแดดค่ะ ลางานได้ 1 อาทิตย์ควรทำ แต่ถ้าทำไม่ได้ก็เลี่ยงคอมพิวเตอร์ได้ก็จะดีค่ะ ญก็พยายามทำแบบนั้นค่ะ

จนครบกำหนด1 อาทิตย์แรกไปตรวจตาค่ะ หมอบอก สภาพปกติเห็นชัดดี       ตาแห้ง นะครับ หยอดน้ำตาเทียมเยอะๆ เย้ๆ ดีใจค่ะ กลับบ้านได้ จ่ายเงินค่าตรวจอาทิตย์ แรก 100กว่าบาทค่ะขากลับก็ไปแวะร้านขายยาหน้าศิริราชซื้อน้ำตาเทียม ยี่ห้อ วิสลูปกลับบ้าน 6 แพ็ค เพราะ ต้องหยอดเยอะทีเดียว ตาแห้งมาก ^_^

ส่วน ผลการตรวจ ครบรอบ 1 เดือน 3 เดือน และ6 เดือน ปกติดีค่ะ ตอนนี้  ก็ทำมา 9 เดือนแล้วหมอนัดตรวจอีกทีคือครบ 1 ปี ค่ะ ซึ่ง 

แอบกระซิบบอกนิดนึงว่า ยังหยอดน้ำตาเทียมอยู่เลยค่ะตอนนี้ แต่ลดจำนวนลงมาเรื่อยๆ ตามระยะเวลาค่ะ

ทิ้งท้ายด้วยประโยคสั้นๆ ค่ะ

สิ่งที่คิดว่าเสียเงินแล้วคุ้มที่สุดในชีวิตคือ เสียเงินทำเลสิคตา นี่ละค่ะ โลกของ ญ ไม่ต้องมองผ่านกรอบ แล้ว ดีใจเป็นที่สุดค่ะ

ดูแลรักดวงตา กันดีๆ นะคะ  

สุดท้ายนี้ ถ้า ญเล่าอะไรที่เป็นอันขาดตกบกพร่อง หรือข้ามไป ผู้รู้สามารถช่วยอธิบายแก้ไขได้นะคะ จะขอบพระคุณมากค่ะ หวังว่าเรื่องนี้จะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยสำหรับคนที่กำลังกังวลใจว่าจะทำเลสิคตาดีไหมนะ อยากทำแต่ไม่กล้า กลัวสารพัด ---ตอนนี้ก็พอจะมีข้อมูลอยู่บ้างแล้วเนอะไม่มากก็น้อย ขอบพระคุณที่อ่านจนจบค่ะ

ส่วนตัวคิดว่า ถ้าคุณคิดจะทำเลสิคตา ทำที่โรงพยาบาลไหนก็ได้ค่ะ เอาที่เราสะดวกและไว้ใจ ลองเข้าไปตรวจ เข้าไปคุยกับคุณหมอค่ะ อย่ามัวแต่กลัวจนไม่กล้าค่ะ ถ้าหาในกูเกิ้ลตามที่มีคนบอกเล่า บ้างก็บอกว่าทำแล้วดี บ้างก็บอกว่าทำแล้วไม่ดี ขึ้นอยู่กับดวงบ้างอะไรบ้าง ยิ่งอ่านเยอะยิ่งคิดเยอะ กังวลเยอะค่ะ ยิ่งถ้าไปเจอคนที่เจอประสบการณ์แย่ๆ มา พออ่านปุบ จิตตกเลยทีนี้ --- กลัวเลยค่ะ  ญ ก็ไม่รู้จะให้กำลังใจอย่างไร นอกจากบอกว่า อย่าไปกลัวค่ะ  มันไม่น่ากลัวแบบที่เราคิดค่ะ คนอื่นๆ ทำได้ เราก็ต้องทำได้สิน่าและ เพื่อนๆ ไม่จำเป็นว่า จะต้องไปทำเลสิคที่เดียวกับที่ ญ ทำค่ะ --

รูปนี้คือรูปถ่ายปัจจุบันค่ะ  สายตา ตรวจวัดแล้วค่าปกติดีทุกอย่างค่ะ ใช้น้ำตาเทียมเดือนละประมาณ 1 กล่องค่ะ(ยี่ห้อ vislube) ไม่ได้โฆษณาค่ะ แต่โรงพยาบาลเค้าให้มาใช้ค่ะ ในตอนแรก ราคาประมาณกล่องละ 350-380 ค่ะ  ถ้าตามร้านขายยาบางแห่งก็ 400 บาทเป็นยี่ห้อที่เหมาะสำหรับคนทำเลสิคตาค่ะ จริงๆ ระยะนี้ใช้ ยี่ห้ออื่นที่เข้มข้นน้อยกว่านี้ ราคาถูกกว่านี้ก็ได้ค่ะ ประมาณ 80-100 บาทที่เป็นขวดๆใช้ได้ 1 เดือน ตอนนี้ก็ใช้สลับกับ vislube เลือกยี่ห้อที่ไม่มีสารกันเสียนะคะ




BYe-Bye คร่าาา  แล้วเจอกันใหม่ กับเรื่องราวที่มีประโยชน์ อื่นๆ ค่ะ







 

Create Date : 10 มกราคม 2557    
Last Update : 11 มกราคม 2557 12:56:47 น.
Counter : 24680 Pageviews.  

เล่าประสบการณ์ ทำเลสิคตา 2



--- สวัสดีอีกครั้งค่ะ ---

บทแรกที่เล่าไป จะเป็นสาระข้อมูล สำคัญ เกี่ยวกับเลสิค
แต่บทที่ 2 ที่ ญ กำลังจะเล่า ณ ตอนนี้ คือ การตัดสินใจว่าจะทำที่ไหน และอธิบายการเตรียมตัวก่อนการไปตรวจสภาพตาค่ะและรวมไปถึงขั้นตอนการตรวจสภาพตาก่อนทำเลสิคค่ะ

บทที่ 2 ตื่นเต้นไปกับขั้นตอนการตรวจสภาพตา

ตั้งชื่อเรื่องซะ ว่าตื่นเต้น จริงๆ ก็คือมันยิ่งกว่าตื่นเต้นนะ เราลุ้นด้วย 

อย่างที่บอกไม่ได้คิดจะทำ กลัวบ้าง เสียดายเงินบ้างอะไรบ้าง แต่ก็รำคาญตัวเองอ่ะ ที่ไปไหนก็มองผ่านแว่นไม่ค่อยชัด อยากถ่ายรูปสวยๆ แต่ละครั้งก็ต้องถอดแว่นถ่าย อยากแต่งหน้าสวยๆ ก็ถูกแว่นสายตาบดบังความสวย (ฮ่า ๆ) อยากเป็นอิสระจากแว่นมากมายค่ะ 

ประกอบกับ มีเพื่อนทำงาน PR ให้กับบริษัทที่นำเข้าเจ้าเครื่องทำเลสิคตา ที่โรงพยาบาลกลางนำมาใช้ ที่ชื่อว่า เครื่องเลเซอร์ SCHWIND Amaris 750 S 
เค้าบังเอิญ ได้รู้ข้อมูลว่าเจ้าเครื่องนี้ดีที่สุดในประเทศไทย (โอ้โห!! มันดีที่สุดในประเทศเชียวนะ) จึงอยากทำการตรวจและทำเลสิคตา ณ โรงพยาบาลกลางค่ะ 
และแล้ว นางก็มาบอกสาธยาย บรรยายสรรพคุณ โน้มน้าวใจ ประหนึ่งว่าหาเพื่อนทำ เพราะนางก็จะทำเช่นเดียวกัน 

นางบอกว่า >>> เครื่องใหม่นะแก ไม่มีปัญหาแน่ๆ ราคาไม่แพงสมเหตุสมผล โดนเพื่อนหว่านล้อม กับสถานการณ์อยากสวยบังคับ จึงตัดสินใจทำง่ายดาย เพื่อนจึงส่งชื่อของเราไปที่โรงพยาบาล เพื่อที่จะนัดทำเลย

เวลาผ่านไปไม่กี่วัน ...... (ความเร็วแสง ผ่านไปไวเหมือนโกหก)
เพื่อนโทรมาบอกเวลานัดตรวจตา คือ อีก 1 อาทิตย์ แถมยังบอกว่าตรวจเสร็จทำได้ หมอทำให้เลย !!! 
ใจเราก็นะ เห้ย++ อะไรมันจะไวปานนั้นอ่ะ ยังไม่ทันทำใจเลย 

ระหว่างที่รอ ... รอแล้วรอเล่า ...รอวันที่จะได้ไปตรวจ 
มือไม้ก็ไม่อยู่สุข จิตใจก็ไม่สงบ พาลนั่งเซิธหาข้อมูลการทำเลสิคตาที่โรงพยาบาลนี้ส่วนใหญ่ก็บอกว่าดี โอเคเลยนะ 

แต่เจ้ากรรม ฟีดแบก ที่ไม่ดีๆ ก็มีเช่นเดียวกัน อ่านแล้วก็หลอนพาลจิตใจอยู่ไม่เป็นสุข กลัว นึกเปลี่ยนใจก็หลายร้อยรอบ กังวลคนเดียวก็ไม่สนุกสิ ส่งลิงค์ไปให้เพื่อนอ่าน พากันหลอน กลัวอะไรไม่เข้าท่าอยู่ได้นะ..



และแล้วก็ถึงวันตรวจค่ะ
ตึ่กๆ ตั่ก (เสียงหัวใจเต้นแรง)


เดินเข้าไปที่ตึก ด้วยใจระทึก ตื่นเต้น หวาดกลัว สารพัด กับเพื่อน
(เพราะคิดว่าตรวจแล้วจะได้ทำเลย แต่เวลานั้นไปก็เย็นมากแล้ว)

พยาบาลเรียกค่ะ 
ขั้นตอนการตรวจมีดังนี้เลย เราไม่ได้ถ่ายรูปมาเนื่องจาก มึน งง สับสน 
และหวาดกลัว เลยลืมถ่ายรูป จึงขอยืมรูปจาก เว็บของโรงพยาบาลกลางเลยละกันนะคะ

นี่เป็นรูป ศูนย์เลสิค โรงพยาบาลกลางค่ะ บรรยากาศโดยรวม สงบ และ สะอาด ดีค่ะ





โดย สาระสำคัญที่ ญ ลืมเล่าตั้งแต่ขั้นต้น เลยในการเตรียมตัวก่อนไปตรวจสภาพตานะคะว่าจะสามารถ ทำเลสิคตาได้หรือไม่ มีดังนี้ 

การเตรียมตัวเพื่อตรวจประเมินสายตา
เป็นขั้นตอนการตรวจประเมินว่า มีความเหมาะสมในการรักษาด้วยเลสิกหรือไม่ โดย
• ใช้เวลาตรวจประมาณ 2-3 ชั่วโมง ผู้ใส่คอนแทคเลนส์ชนิดนิ่ม ควรถอดอย่างน้อย 7 วัน
• ผู้ใส่คอนแทคเลนส์ชนิดแข็ง ควรถอดอย่างน้อย 1 เดือน
• วันที่มาตรวจประเมินสายตา ควรพาญาติมาด้วย เนื่องจากมีการหยอดยาขยายม่านตา
จะทำให้ตาพร่ามัวสู้แสงจ้าไม่ได้ราว 4-6 ชั่วโมง และควรนำแว่นกันแดดมาด้วย

ซึ่งวันนั้นกลับบ้าน เบลอมากค่ะ เจอหยอดยาขยายม่านตาเข้าไป ^^ แต่ไม่เจ็บปวดใดๆนะคะ แค่เบลอๆ มึน ๆ มองทางไม่ชัดหนักกว่าเก่า

และ ขั้นตอนการตรวจสภาพตา มีดังนี้ค่ะ
ญ มีรูปภาพ โดยรวม ของเจ้าเครื่องต่างๆที่ใช้ในการตรวจมาฝากนะคะ
แต่ก็จำไม่ได้ค่ะ ว่าเครื่องไหนใช้ทำอะไรตรงขั้นตอนไหน
เนื่องจากตอนนั้นถอดแว่น และ เบลอๆ ถ่ายไป ตรวจไป มี 3-4 เครื่องค่











การวิเคราะห์สายตาก่อนการรักษา
ญ จะเล่าความรู้สึกเป็นข้อๆ ไปนะคะ
• ตรวจวัดการมองเห็น
ขั้นตอนนี้ เหมือนตอนไปตัดแว่นสายตาค่ะ คือ อ่านตัวเลข ลองเลนส์ค่าสายตาว่าอันไหนสบายตากว่า และวัดด้วยเครื่องด้วยค่ะ

• ตรวจวัดความดันลูกตา
เจ้าเครื่องนี้ เอาคางไปวาง และมองไปที่จุดๆ หนึ่งในภาพในเครื่อง แล้ว พยาบาลจะทำการเป่าลมมาที่ลูกตาค่ะ ปุด! พอสะดุ้ง เล็กๆ ไม่เจ็บค่ะ แต่ตกใจ

• ตรวจสภาพจอประสาทตา
ก็เป็นเครื่องปกติมองไปที่แสงค่ะ พยาบาลก็จะตรวจดูจอประสาทตาของเรา

• ตรวจวัดความโค้งกระจกตาส่วนหน้าและส่วนหลัง (Schwind Sirius)
ก็ไม่มีอะไร มองเข้าไปที่เครื่องเช่นเดียวกันค่ะ (เพื่อนๆ อย่าเพิ่งเคืองนะคะที่เราอธิบายง่ายๆ แบบนี้ คือเราเองก็จำรายละเอียดไม่ได้มากค่ะ)

• ตรวจวัดความหนาของกระจกตา (Pachymetry)
ขั้นตอนนี้ ต้องนอนลงบนเตียงนะถ้าจำไม่ผิด แล้วพยาบาลจะเอาเครื่องมือมาแตะที่ลูกตาค่ะ เป็นขั้นตอนที่กว่าจะผ่านก็ยากเหมือนกันนะ ถามว่าทรมานมั้ย สำหรับเราไม่นะ แต่มันยากอ่ะมันยาก !@!#!@#@$ เรากลอกตาหนี บีบตา ถูกดุ เยอะพอสมควรว่า ถ้าบีบตาแบบนี้ทำไม่ได้นะคะ 55 แต่ไม่เจ็บนะคะ

• วิเคราะห์สภาพสายตา (Wavefront Analyzer)
อืม ขั้นตอนนี้ไม่แน่ใจว่า หยอดยาขยายม่านตาตรงขั้นตอนนี้ก่อนตรวจด้วยรึเปล่านะคะ วิเคราะห์สภาพสายตาเพื่อความชัดเจนถูกต้องแม่นยำอีกที ค่ะ

• ตรวจวัดปริมาณน้ำตา (Schirmers Test)
โอ้วว !! อยากบอกว่าขึ้นตอนนี้ เป็นอะไรที่ทรมานเหมือนกันนะ พยาบาลเอาอะไรไม่รุ้มาติดที่เปลือกตาแล้วให้เราหลับตา โอ้โห มันแสบมากๆ หลับตาแบบ ทรมาน เป็นการตรวจว่า ตาเรามีน้ำตาปกติหรือไม่ค่ะ

---อันนี้ ถ่ายรูปมาให้ดูค่ะ ว่าใช้เจ้านี่แหละติดไปตรงเปลือกตาแต่ติดยังไง บอกไม่ได้ค่ะ ตอนนั้น ต้องหลับตาอย่างเดียว ---



และนี่คือรูปยาต่างๆ ที่พยาบาลหยอดให้วันที่ตรวจสภาพตาค่ะ
จำได้แค่ว่ามียาขยายม่านตาในนี้ด้วยค่ะ ไม่แน่ใจว่ามียาชาหรือไม่ (อาจจะมีมั้งนะ)




ตรวจเสร็จพยาบาลเปิด วิดิโอการผ่าตัดทำเลสิครักษาสายตาสั้น เป็น วีทีอาร์ สั้นๆ ให้ดูค่ะเพื่อที่จะได้เข้าใจและรับรู้เรื่องราวมากขึ้น เผื่อบางคนที่ยังไม่เข้าใจดี ระหว่างที่นั่งดูแบบเบลอๆ มือก็ไม่ลืม หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปไว้ค่ะ เผื่อแบ่งปันเพื่อนๆ ดูกัน



สรุปผลการตรวจ ญ ปกติค่ะ ความหนาของกระจกตาก็ปกติ หมอจึงนัดวันมาทำ ค่ะ ตื่นเต้นยิ่งขึ้นแล้วละทีนี้

เสียค่าใช้จ่ายในการตรวจไป 1058 บาท ค่ะ

ลืมบอก อีกเรื่องคือ พยาบาลให้แผ่นสำหรับเช็ดดวงตามาด้วยค่ะ ซึ่งแผ่นนี้มีราคาสูงพอสมควรใช้เช็ดรอบดวงตาก่อนวันที่จะทำการผ่าตัดสายตาด้วยเลเซอร์ 1 อาทิตย์ ญ ลืมถ่ายรูปไว้  แต่ลักษณะเจ้าแผ่นที่ว่านี้ จะอยู่ในซองปิดสนิท แกะออกมาจะเปียกๆ คล้ายทิชชู่เปียกแต่สากกว่ามาก ต้องเช็ดดวงตาเบาๆ แผ่นนึงใช้ได้ 2 ด้านค่ะ สำหรับดวงตาข้างละด้าน เพื่อลดไขมันบริเวณขอบตาและฆ่าเชื้อโรคค่ะ ญ ใช้เช็ดก่อนวันทำเลสิค 7 วัน เพื่อความปลอดภัยในการรับการรักษาค่ะ ^^

สรุปอีกที คือ กลับบ้านไป ด้วยความมีนๆ กลัวๆ แต่ก็โล่งไปนิด เพราะมีเสียงเล่าลือกันมาว่า ขั้นตอนการตรวจก่อนทำเลสิค น่ากลัวกว่าตอนผ่าตัดจริงๆ ซะอีกนะ ผ่านตรงนี้มาได้ ขั้นตอนต่อไปก็ง่ายแล้ว ^^

อ่อ วันตรวจ พาเพื่อน หรือ แฟน หรือ คุณพ่อ คุณแม่ไปเป็นเพื่อนด้วยนะคะ เพราะเราอาจจะมองอะไรไม่ชัดหลังตรวจค่ะ ใส่แว่นก็ยังไมได้ ต้องให้คนอื่นพากลับบ้านนะ

แล้ว วันหลังจะมาเล่าต่อ ในวันขึ้นเขียง ของจริงนะคะ วันนี้ แค่นี้ก่อน ทิ้งท้ายสั้นๆ ค่ะ
ว่า เลสิค ไม่ได้ น่ากลัวแบบที่คิดค่ะ ^^







 

Create Date : 04 พฤษภาคม 2556    
Last Update : 6 พฤษภาคม 2556 7:50:01 น.
Counter : 10942 Pageviews.  

เล่าประสบการณ์ ทำเลสิคตา 1




---สวัสดีค่ะ ---

วันนี้ มาพูดคุย บอกเล่า สาระ กันบ้างดีกว่าเนอะ ขอเล่าย้อนหลังนะคะ 
ปัจจุบัน ญ ได้ทำการ เลเซอร์แก้ไขปัญหาสายตาสั้นและเอียงด้วยเลสิคไปเรียบร้อยแล้วค่ะ
วันนี้จะมาเล่าย้อนหลังเป็นบทๆ ไปดีกว่าเนอะ ถือซะว่าแบ่งปันประสบการณ์ค่ะ

บทที่ 1 ศึกษาก่อนทำเลสิค

ตัว ญ เอง เป็นคนสายตาสั้นมาตั้งแต่ประถมค่ะ จึงใส่แว่น นับแต่นั้นมา ( จาก ป.4 อายุ 10 ขวบ จนปัจจุบัน 29 ) ก็เป็น 10 กว่าปีแล้วค่ะ

สถานะ : เป็นคนไม่ชอบใส่คอนแทคเลนส์ค่ะ เพราะคิดว่าใส่ยาก เคืองตา ตาแห้ง กลัวมือจิ้มตาบ้าง
ปัจจุบัน สายตาสั้น ข้างขวาและข้างซ้ายไม่เท่ากันค่ะ ข้างขวา 600 ข้างซ้าย 550 โดยประมาณ
เอียงด้วยค่ะประมาณ 100 นิดๆ นะคะ จำไม่ได้ชัดเจนนัก 

ก็ ใส่แว่น ก็ดีค่ะ แต่ เป็นคนที่ตารับแว่นสายตาที่มีค่าสายตาหนามากๆ ไม่ได้ จะเห็นภาพหลอน มึนหัว บ้าง จึง ใส่แว่นที่มีค่าสายตาแค่ 500 เท่ากันติดต่อมา 3 ปี 

เมื่อ 2 ปีที่แล้ว มีเพื่อนแนะนำเรื่องเลสิค ให้เข้าหูอยู่บ้าง ตอนนั้นก็สนใจ ค่ะแต่ไม่กล้าทำ ไม่คิดจะทำ และ ที่สำคัญเลยเรื่องค่าใช้จ่าย ก็จำเป็นในระดับหนึ่ง คิดว่าทำไปแล้วจะเปลืองเงินมาก

ก็เลยปล่อยมาเรื่อย แต่ก็ไม่วายหาข้อมูลคร่าวๆ จากสภานพยาบาลต่างๆ ในตอนนั้น ที่ดูราคาไว้ก็ที่โรงพยาบาลกลางค่ะ เห็นว่าราคาถูกที่สุดเท่าที่ดูมาจากหลายๆ ที่แล้ว (ขออนุญาต บอกชื่อ สถานที่ คงไม่เป็นไรนะคะ)

แต่ ก็ ได้ ทำการ search หาข้อมูลใน google หาคนรีวิวในเว็บ pantip อยู่บ่อยครั้ง จนมาเจอ ข้อมูลของโรงพยาบาลกลางค่ะ 

สาระมีดังนี้ค่ะ
ภาวะสายตาผิดปกติ คือ...
โดยปกติการมองเห็นเกิดจากการที่แสงตกกระทบที่ผิวกระจกตา แล้วเกิดการหักเหโฟกัสไปที่จอประสาทตาพอดี ภาพที่มองเห็นจึงมีความชัดเจน ไม่ว่าวัตถุนั้นจะอยู่ใกล้หรือไกล แต่หากความโค้งของกระจกตา หรือความยาวของลูกตา มากหรือน้อยเกินไป จะทำให้เกิดความผิดปกติ ดังนี้

สาเหตุของสายตาผิดปกติ

1. สายตาสั้น (Myopia)
เกิดจากความโค้งของกระจกตามาก หรือขนาดของลูกตายาวเกินไป ทำให้แสงโฟกัสก่อนถึงจอประสาทตา ภาพที่มองเห็นจึงชัดเจนในที่ใกล้มากกว่าไกล

2. สายตายาว (Hyperopia)
เกิดจากความโค้งของกระจกตาน้อย หรือขนาดของลูกตาเล็กเกินไป ทำให้แสงโฟกัสหลังจอประสาทตา ภาพที่มองเห็นจึงไม่ชัดเจนในที่ใกล้

3.สายตาเอียง (Astigmatism)
เกิดจากความโค้งของกระจกตาในแต่ละแนวไม่เท่ากัน ทำให้แสงโฟกัสที่จอประสาทตาไม่เป็นจุดเดียว จึงมองเห็นเป็นภาพซ้อน อาจเกิดร่วมกับสายตาสั้นหรือสายตายาวก็ได้

การแก้ไขภาวะสายตาผิดปกติด้วยเลเซอร์ที่ได้รับความนิยม
LASIK (Laser Assisted In Situ Keratomileusis)
คือการแยกชั้นกระจกตาด้วยเครื่องมือ Microkeratome แล้วใช้เลเซอร์ปรับเปลี่ยนความโค้งของผิวกระจกตาด้านล่าง จากนั้นทำการปิดชั้นกระจกตาด้านบนกลับที่เดิม โดยไม่ต้องเย็บ

PRK (Photorefractive Keratectomy)
คือ การขูดผิวกระจกตาชั้นนอกสุดออก โดยไม่ต้องแยกชั้นกระจกตา แล้วใช้เลเซอร์ปรับเปลี่ยนความโค้งของผิวกระจกตา จากนั้นใส่คอนแทคเลนส์ปิดไว้เพื่อช่วยสมานแผล ซึ่งวิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีสายตาสั้นหรือยาวไม่มาก ผู้ที่มีกระจกตาบางหรือบุคคลบางอาชีพ

การแก้ไขสายตาทั้งสองวิธีนี้ จะมีการหยอดยาชา จึงไม่มีความเจ็บปวด อีกทั้งใช้เวลาในการยิงเลเซอร์เพียงไม่กี่นาที และยังสามารถมองเห็นได้ชัดเจนในเวลาอันรวดเร็ว
ผู้ที่เหมาะสมรับการรักษาด้วย LASIK
• ควรมีอายุ 20 ปีขึ้นไป
• มีค่าสายตาคงที่หรือเปลี่ยนแปลงไม่เกิน 50 (0.5D) อย่างน้อย 1 ปี
• ไม่มีโรคของกระจกตา เช่น ภาวะตาแห้งอย่างรุนแรง โรคอักเสบเรื้อรังในลูกตา โรคเบาหวาน
กลุ่มโรครูมาตอยด์ SLE
• มีความเข้าใจที่ถูกต้องต่อการผ่าตัดแก้ไขสายตาผิดปกติด้วยเลเซอร์


ที่มา : ศูนย์เลสิค โรงพยาบาลกลางค่ะ





 

Create Date : 04 พฤษภาคม 2556    
Last Update : 6 พฤษภาคม 2556 7:50:26 น.
Counter : 3020 Pageviews.  


girly_ying
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Friends' blogs
[Add girly_ying's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.