<<
พฤษภาคม 2558
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
28 พฤษภาคม 2558
 

วันนี้"ดาวเคราะห์เรียงตัว"/คิดเป็นวิทยาศาสตร์กันเถอะ

วันนี้"ดาวเคราะห์เรียงตัว"/คิดเป็นวิทยาศาสตร์กันเถอะ

                                                                    เตือนใจ เจริญพงษ์

ดีใจมากๆๆที่ได้อ่านเรื่องราวนี้จากมติชนรายวัน
ขอชมเชยผู้เขียนว่า...เขียนได้อย่างมีเสน่ห์
กล่าวคือ..นำเอา "หลักคิดวิทยาศาสตร์พื้นฐาน"
มาสร้างแรงจูงใจให้คนอ่านตระหนักข้อเท็จของการตัดสิน
ว่า...เชื่อ หรือไม่เชื่อ ใน...เหตุและผล
ดั่งกาลามสูตรกังขานิยฐาน 10 
หมายถึง วิธีปฎิบัติในเรื่องที่ควรสงสัย หรือหลักความเชื่อ 
ที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ในกาลามสูตร
  1. อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการฟังตามกันมา
  2. อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการถือสีบๆกันมา
  3. อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการเล่าลือ
  4. อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการอ้างตำรา หรือคัมภีร์
  5. อย่าปลงใจเชื่อ เพราะตรรก
  6. อย่าปลงใจเชื่อ เพราะอนุมาน
  7. อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการคิดตรองตามแนวเหตุผล
  8. อย่าปลงใจเชื่อ เพราะเข้าได้กับทฤษฎีที่พินิจไว้แล้ว
  9. อย่าปลงใจเชื่อ เพราะมองเห็นรูปลักษณะน่าจะเป็นไปได้ 
  10. อย่าปลงใจเชื่อ เพราะนับถือว่า ท่านสมณะนี้เป็นครูของเรา
คนส่วนหนึ่งตัดสินเชื่อว่า..ใช่
เพราะขาดการนำหลักคิดของวิทยาศาสตร์พื้นฐานมาไตร่ตรอง
คนอีกกลุ่มเชื่อแบบไม่ต้องคิดอะไรเลย
 เล่ามาเถอะย่อมเชื่อของใหม่และแปลกเสมอ
คนกลุ่มสุดท้ายอันน้อยนิดในสังคม
ตัดสินใจเชื่อโดย..
นำหลักคิดของวิทยาศาสตร์พื้นฐานมาไตร่ตรอง

ฝากให้ ...เยาวชน นิสิต นักศึกษา คนรุ่นใหม่ ว่า...

"การคิดแบบวิทยาศาสตร์ การตั้งคำถาม 
ตั้งข้อสงสัยอย่างเป็นเหตุเป็นผลในเชิงวิทยาศาสตร์ 
ช่วยขจัดความกลัวที่เกิดจากความไม่รู้ของคนเราได้ชะงัด
นั่นคือความงดงามของวิทยาศาสตร์นั่นเอง"
นำการเทียบเคียงเรื่องดังกล่าวกันคะ
หลายเรื่องที่เกิดขึ้นในสังคมบ้านเรา
สื่อมวลชนมิได้พยายามที่จะปรับเปลี่ยนทัศนะคติ
วิธีคิดให้กับผู้คน กลับมอมเมาใน
...โชคลาง...ปาฎิหารย์...กันแบบเมามัน
จึงไม่น่าแปลกที่เกมข่าวลือ
มักมีสีสัน และเปลี่ยนไปคนละเรื่องจากหัวแถว
จนกระทั่งปลายแถว แบบ/เอวังเสมอ

วันนี้! เกิดปรากฏการณ์"ดาวเรียงตัว" ฝรั่งตื่น"

แผ่นดินไหวครั้งใหญ่"?!


ถ้าใครมีความทรงจำแม่นยำสักหน่อยคงจำได้ว่า เมื่อประมาณ 2-3 ปี
ที่ผ่านมา มีข่าวลือกันสนั่นทั้งในเมืองไทยและเมืองนอกเมืองนา 
ว่าด้วยปรากฏการณ์"ดาวเคราะห์เรียงตัว" 
ที่ว่ากันว่าก่ออันตรายใหญ่หลวงให้เกิดขึ้นกับโลกถึงขนาด
"สิ้นโลก" กันเลยทีเดีย




ตอนนี้ก็มีมาอีกแล้ว อาศัยเหตุการณ์เดียวกันบอกกันว่า 
ในวันที่ 28 พฤษภาคมนี้ จะเกิดปรากฏการณ์ดาวเคราะห์เรียงตัว
กันอีกแล้ว แต่คราวนี้เตือนว่าจะก่อให้เกิดแผ่นดินไหวใหญ่ขึ้น
ในวันเดียวกันนั้น เป็นแผ่นดินไหวใหญ่ระดับที่ไม่ค่อยเกิดขึ้น
ให้เห็นกันบ่อยครั้งนัก คือที่ระดับ 9.8 ตามมาตราริกเตอร์

เรื่องนี้ไม่ค่อยมีใครหยิบมาลือกันในไทยเท่าใดนัก
 แต่ในเครือข่ายสังคมออนไลน์ของเมืองนอก เตือนเรื่องนี้กันตรึม 
จะด้วยความจริงใจหรือไม่ก็ไม่รู้ได้ หลายคนอาจยักไหล่ให้กับเรื่องนี้ 
แต่คนที่เชื่อก็เชื่อจนตื่นตระหนก

http://www.matichon.co.th/online/2015/05/14327805251432780547l.jpg

เรื่องนี้สะท้อนความจริงอย่างหนึ่งของมนุษย์ นั่นคือ 
ไม่ว่าจะอยู่ในประเทศใด เป็นคนเชื้อชาติไหน ใช้ภาษาใด 
ก็มีธรรมชาติอย่างเดียวกันประการหนึ่งคือ กลัวในสิ่งที่เราไม่รู้

แต่ถ้าถามว่าในทางวิทยาศาสตร์ เรื่องนี้เกิดขึ้นจริงได้หรือไม่ 
คำตอบก็คือ ไม่สามารถเป็นจริงได้

เหตุผลมีอยู่หลายอย่างหลายประการ ตั้งแต่เรื่องข้อเท็จจริงพื้นๆ 
ที่ว่า วันที่ 28 พฤษภาคม ไม่ได้เกิดการเรียงตัวของดาวเคราะห์ทั้งหลาย 
รวมทั้งดวงอาทิตย์เป็น "เส้นตรง" จริงๆ เรื่อยไปจนถึงเหตุผลสำคัญที่ว่า
 แม้เกิดการเรียงตัวกันขึ้นจริงๆ ก็ไม่มีทางที่การเรียงตัวของดวงดาว
จะส่งผลให้เกิดอิทธิพลใดๆ ขึ้นกับโลก

ผู้ที่ปล่อยข่าวเล่าลือในทำนองที่ฝรั่งเรียกกันว่า
"สูโด-ไซนซ์" หรือ"วิทยาศาสตร์เทียม"
ที่บ่อยครั้งกลายเป็นเรื่องที่ไม่ใช่วิทยาศาสตร์ไปโดยสิ้นเชิงนี้ 
มักอ้างเอาว่า การเรียงตัวของดวงดาวก่อให้เกิด "พลังงาน"
เพิ่มขึ้นมหาศาล แต่ไม่ยักบอกในรายละเอียดว่าพลังงานที่ว่า
นั้นคืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร

แล้วก็บอกด้วยว่า การเรียงตัวกันทำให้ "แรงโน้มถ่วง"
 เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก พลังงานทั้งสองอย่างนี้แหละที่ใช้เป็นเหตุผลที่ว่า 
แผ่นดินไหวใหญ่แบบที่ไม่เคยพบเห็นกันมาก่อนจะเกิดขึ้นตามมา

โดยข้อเท็จจริงนั้น แม้ว่าจะเกิดการเรียงตัวของดาวเคราะห์
เกิดขึ้นจริงตามอ้าง การเรียงตัวดังกล่าวก็สร้างแรงโน้มถ่วง
ที่จะส่งอิทธิพลต่อโลกน้อยมาก คือ "น้อยกว่า" 
อิทธิพลจาก แรงโน้มถ่วงของดวงจันทร์ที่มีต่อโลกด้วยซ้ำไป

ข้อเท็จจริงอีกอย่าง ก็คือ แรงโน้มถ่วงของดวงจันทร์
ที่มีต่อโลกนั้น มีอิทธิพล "น้อย" จน "ไม่มีนัยสำคัญ" 
ต่อการเกิดแผ่นดินไหวของโลก

ดวงจันทร์นั้นอยู่ใกล้โลกมาก (380,000 กม.)
 ผลก็คือ แรงโน้มถ่วงของดวงจันทร์ มีอิทธิพลต่อโลกมากกว่า 
ดาวเคราะห์ทุกดวงรวมกัน ถึงราวๆ 50 เท่าตัว 
เราเรียนกันมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วว่า วงโคจรรอบโลกของดวงจันทร์นั้น
มีลักษณะเป็นวงรี ดังนั้น ดวงจันทร์จึงจะเข้ามาอยู่ใกล้โลกมากที่สุด
และไกลจากโลกมากที่สุด เดือนละ 2 ครั้ง เพราะดวงจันทร์ใช้เวลา 1 เดือน
จึงโคจรรอบโลกครบ 1 รอบ

ถ้าหากแรงโน้มถ่วงที่เกิดจากการรวมตัวของดาวเคราะห์ทุกดวง
ทำให้เกิดแผ่นดินไหวใหญ่บนโลกได้จริงดวงจันทร์
ก็ต้องทำให้เกิดแผ่นดินไหวใหญ่กว่า(อย่างน้อยก็เกือบ50เท่าตัว) 
ให้เกิดกับโลกได้ 2 ครั้งในทุกๆ เดือน

ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นจริง!


การคิดแบบวิทยาศาสตร์ การตั้งคำถาม 
ตั้งข้อสงสัยอย่างเป็นเหตุเป็นผลในเชิงวิทยาศาสตร์ 
ช่วยขจัดความกลัวที่เกิดจากความไม่รู้ของคนเราได้ชะงัด

นั่นคือความงดงามของวิทยาศาสตร์นั่นเอง/จบ


ที่มาข้อมูล:มติชนรายวัน
วันที่28พฤษภาคมพ.ศ. 2558 ปีที่ 38 ฉบับที่ 13591
.......................................................................................................



Create Date : 28 พฤษภาคม 2558
Last Update : 19 กันยายน 2558 3:45:08 น. 0 comments
Counter : 492 Pageviews.  
 
Name
* blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Opinion
*ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet

justice0009
 
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]




[Add justice0009's blog to your web]

MY VIP Friend

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com