<<
สิงหาคม 2558
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
23 สิงหาคม 2558
 

ประมวล′ผบ.ตร.′แจงบึ้มราชประสงค์-ขึ้นต้นไม่ใช่ก่อการร้ายลงท้ายแล้วแต่ดวง

ประมวล′ผบ.ตร.′แจงบึ้มราชประสงค์-ขึ้นต้นไม่ใช่ก่อการร้ายลงท้ายแล้วแต่ดวง

ขออนุญาตนำข้อมูลดังกล่าวจากมติชนรายวันมารวบรวมไว้เพื่อการศึกษา 

http://www.matichon.co.th/online/2015/08/14403129181440314882l.jpg
http://www.matichon.co.th/online/2015/08/14403129181440314882l.jpg



มติชนออนไลน์ ลำดับความคืบหน้าคดีคนร้ายก่อเหตุวางระเบิดที่
บริเวณแยกราชประสงค์ เมื่อวันที่17 สิงหาคมที่ผ่านมา 
ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 20 ราย บาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก ผ่านคำให้สัมภาษณ์ของพล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)

17 สิงหาคม วันเกิดเหตุระเบิดบริเวณลานหน้าศาลพระพรหม เอราวัณ 
แยกราชประสงค์ กทม

http://www.matichon.co.th/online/2015/08/14403129181440314894l.jpg

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)
เปิดเผยว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่องที่นำมาวางไว้เพียงลูกเดียว 
ทำด้วยท่อแป๊บห่อด้วยผ้าสีขาว น้ำหนัก 3 กิโลกรัม รัศมีทำลายล้างประมาณ 100-150 เมตร ส่วนดินระเบิด การจุดระเบิด อยู่ระหว่างการตรวจสอบ

ส่วนสาเหตุการเกิดระเบิดนั้นยังไม่สามารถสรุปในตอนนี้ 
ยังคงมองทุกประเด็น ทั้งเรื่องการเมือง ภาคใต้ ยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง 
มองไปทุกกลุ่มที่มีประสิทธิภาพ ส่วนจะเชื่อมโยงกับเหตุระเบิดที่พารากอน 
และศาลอาญา ก่อนหน้านี้หรือไม่นั้น ยังไม่สามารถตอบได้ 

18 สิงหาคม หลังเกิดเหตุระเบิด 1 วัน

http://www.matichon.co.th/online/2015/08/14403129181440314906l.jpg

กทม.ทำความสะอาดพื้นที่ ห้างย่านราชประสงค์เปิดปกติ วันเดียวกัน 
เกิดเหตุระเบิดภายในแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงใต้สะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน 
โดยเป็นระเบิดชนิดเดียวกันกับที่ใช้ที่แยกราชประสงค์

- ซีซีทีวีจับภาพชายต้องสงสัย 1 ราย ไม่ทราบสัญชาติ ผมหยักศก 
รูปร่างท้วม สวมใส่เสื้อยืดสีเหลือง กางเกงขาสั้นสีฟ้า ใส่แว่นตาสีเหลือง 
รองเท้าผ้าใบ สะพายกระเป๋าเป้ด้านหลัง

วันเดียวกัน พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่าจากภาพชายเสื้อเหลืองที่ได้จากกล้องวงจรปิดนั้นอาจมีการแปลงใบหน้าหรือตกแต่งหน้าตาเพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าใจผิดหรือหลงทางยืนยันยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้งและยังไม่เคยพูดว่าเป็นการกระทำของชาวต่างชาติ

19สิงหาคม หลังเกิดเหตุระเบิด2วัน

http://www.matichon.co.th/online/2015/08/14403129181440314916l.jpg

ตำรวจเปิดเผยภาพสเกตช์คนร้ายก่อเหตุระเบิดบริเวณศาลท้าวมหาพรหม 
แยกราชประสงค์ พร้อมขอศาลอนุมัติหมายจับตามภาพสเกตซ์ 
พร้อมประกาศตั้งรางวัลนำจับ1ล้านบาท

วันเดียวกันพล.ต.อ.สมยศ เรียกประชุมความคืบหน้าเหตุระเบิด 
จากนั้นเปิดเผยว่า ยังไม่ปักใจเชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าเป็นชาวต่างชาติ
หรือไม่ ยังไม่ทราบว่าคนทำเป็นขบวนการไหน แต่กลุ่มนี้มุ่งหวังดิสเครดิตรัฐบาล ทำให้รัฐบาลเสื่อมเสีย มุ่งหวังทำลายเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว มูลเหตุต้องการให้รัฐบาลเสียหน้า ขาดความน่าเชื่อถือ ไม่ได้รับการยอมรับจากอารยประเทศเรื่องความปลอดภัยในประเทศ ส่วนตัวยืนยันไม่ใช่การก่อการร้าย

20 สิงหาคม หลังเกิดเหตุระเบิด 3 วัน
พล.ต.อ.สมยศ ยืนยันยังไม่ปักใจว่าชายที่ปรากฏในภาพสเกตซ์ 
ว่าเป็นชาวต่างชาติหรือไม่

- คนร้ายทำเป็นขบวนการไม่ต่ำกว่า 10 คน มีทีมสำรวจพื้นที่ 
ดูแลเส้นทาง คุ้มกัน จัดหาวัสดุอุปกรณ์ และทีมพามาก่อเหตุ 
พาหลบหนีโดยรู้เส้นทาง วางแผนล่วงหน้าเป็นเดือน พร้อมกันนี้ 
ได้ยืนยันไม่เคยบอกว่ามีขบวนการต่างประเทศมาเกี่ยวข้อง 
บอกแค่ว่าเป็นขบวนการใหญ่ มีการจัดตั้ง เตรียมการ โดยใช้บุคคลจำนวนมากไม่ต่ำกว่า 10 คน

ได้เพิ่มรางวัลนำจับคนร้ายที่ก่อเหตุวางระเบิดแยกราชประสงค์ จากเดิม 1 ล้านบาท เพิ่มเป็น 2 ล้านบาท

21 สิงหาคม
หลังเกิดเหตุระเบิด 4 วัน
พล.ต.อ.สมยศ เปิดเผยว่า มีภาคเอกชน และต่างประเทศ 
เข้ามาช่วยเหลือเรื่องเทคโนโลยีในการตามจับคนร้าย 
โดยจะทำให้ภาพจากกล้องซีซีทีวีชัดเจนมากยิ่งขึ้น 

- ยังคงย้ำไม่มีข้อมูลความเคลื่อนไหวของกลุ่มก่อการร้ายสากล
พร้อมปฏิเสธข้อมูลของสื่อเดอะ ไทม์ส ออฟ ลอนดอน ที่รายงานว่า 
ชายต้องสงสัยที่วางระเบิดแยกราชประสงค์ชื่อ "โมฮัมหมัด มูเซยิน"  พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า หน่วยข่าวกรองจะมีรายชื่อขบวนการก่อการร้าย 
เช่น กลุ่มไอเอส กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ กลุ่มมูจาฮีดีน กลุ่มอัลกออิดะห์ 
หากปรากฏตัวที่ไหน เดินทางเข้าประเทศไหน หรือเดินทางออกไปประเทศใด 
จะมีการแจ้งเตือนไปยังประเทศนั้น เป็นความร่วมมือตามหลักสากล
เชื่อว่าขณะนี้กลุ่มผู้ก่อเหตุยังคงอยู่ในประเทศ

- เงินรางวัลนำจับของ ตร.เพิ่มเป็น 3 ล้านบาท

22 สิงหาคม หลังเกิดเหตุระเบิด 5 วัน

http://www.matichon.co.th/online/2015/08/14403129181440315457l.jpg

พล.ต.อ.สมยศ มีหนังสือวิทยุสั่งการเร่งด่วนที่สุดให้ พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกตร.ให้ข่าวความคืบหน้าคดีระเบิดเพียงคนเดียว วันเดียวกัน 
โฆษก ตร.กล่าวว่า ได้ส่งภาพสเกตช์ผู้ต้องหาก่อเหตุวางระเบิดบริเวณแยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา ให้ตำรวจสากล 190 ประเทศเพื่อช่วยติดตามคนร้าย

ส่วนความคืบหน้าในการติดตามตัวคนร้ายชายใส่เสื้อสีเหลืองตามภาพสเกตช์
ไปเจ้าหน้าที่สืบสวนสามารถไล่ตรวจกล้องจนทราบว่าคนร้ายโบกรถแท็กซี่สีเขียวคาดเหลืองมาจากพื้นที่เขตยานนาวาก่อนจะมาลงรถที่บริเวณสถานีรถไฟหัวลำโพงจากนั้นโบกรถตุ๊กตุ๊กเพื่อเดินทางมาก่อเหตุ เจ้าหน้าที่ได้หลักฐานเพิ่มเป็นธนบัตรใบละ20บาทที่คนร้ายชำระเงินค่ารถให้กับคนขับรถตุ๊กตุ๊กเพื่อนำธนบัตรดังกล่าวส่งตรวจสอบเพื่อหาดีเอ็นเอของคนร้ายส่วนคนขับรถแท็กซี่
ตำรวจกำลังเร่งตามตัวมาสอบปากคำ

- คนร้ายใส่เสื้อสีฟ้า ก่อเหตุที่ท่าน้ำสาทร ตำรวจเชื่อว่าเป็นกลุ่มเดียวกับ
ที่ก่อเหตุที่ราชประสงค์

23 สิงหาคม หลังเกิดเหตุระเบิด 6 วัน

http://www.matichon.co.th/online/2015/08/14403129181440315318l.jpg

- พล.ต.อ.สมยศ ปล่อยแถวระดมป้องกันปราบปรามและจัดการความปลอดภัย
ในยุทธการ “ปิดเมือง ค้นรังโจร“ พร้อมเปิดเผยความคืบหน้าของคดี
ยืนยันว่าเรามีเป้าหมาย เรามีจุดหมาย และเราทำงานกันมาโดยตลอด 
แต่ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นถ้าเราโชคดีก็จะสามารถ
จับคนก่อเหตุได้

ด้วยเหตุว่าความล่าช้าในการสืบสวนสอบสวนนั้นไม่ได้เกิดจากความสามารถ
ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเกิดจากทางเราไม่มีอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัยมาช่วยสนับสนุนในการทำงานเหมือนเจ้าหน้าที่ตำรวจในต่างประเทศ


สรุปประเด็นความชัดเจนจากคำให้สัมภาษณ์ของ ผบ.ตร. 
ในเวลานี้ (23 ส.ค.)

http://www.matichon.co.th/online/2015/08/14403129181440314925l.jpg

1.ผู้ก่อเหตุเป็นใคร ?
ผบ.ตร. ย้ำว่าไม่ใช่การก่อการร้ายข้ามชาติ แต่ทำเป็นขบวนการ คนร้ายชายชุดเหลืองไม่สรุปชัดว่าเป็นชาติใด

2.ผู้ก่อเหตุหวังผลอะไร ?

ผบ.ตร. เห็นว่าทำไปเพื่อหวังทำลายภาพลักษณ์ของรัฐบาล

3.ความคืบหน้าของคดีไปถึงไหน ?

ผบ.ตร. คืบหน้าไปตามลำดับ มีเป้าหมายชัดเจนว่ากลุ่มผู้ต้องสงสัยเป็นใคร 
แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้

4. จะจับคนร้ายมาลงโทษตามกฎหมายได้หรือไม่ ?

ผบ.ตร. ถ้าโชคดีก็จับได้ แต่ทั้งนี้เพราะเราขาดเครื่องมือที่ทันสมัย
ทำให้การทำงานล่าช้า/จบ
.......................................................................................................

อุปกรณ์ไม่พอล่าคนร้าย! “ผบ.ตร.” ซัด วงจรปิดเจ๊งเกินครึ่ง ยก มี20 ตัว ใช้ได้ 5

ขออนุญาตมติชนรายวัน นำข้อเขียนต่อไปนี้รวบรวมไว้เพื่อการศึกษา ดังนี้


พลตำรวจเอกสมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ 
เปิดเผยความคืบหน้าเหตุระเบิดที่บริเวณแยกราชประสงค์ที่ผ่านมาครบ 1 สัปดาห์แล้วว่าได้ส่งเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนลงพื้นที่ ตามที่มีผู้ให้เบาะแสมาจำนวนมาก 
ลงตรวจตามเกสต์เฮ้าส์ทั้งในกทม.และต่างจังหวัด และ มีการประชุมติดตามสถานการณ์ทุกช่วงเวลา พร้อมกันนี้ขอประณามผู้ที่เข้าโทรแจ้งเรื่องเท็จ 
และก่อกวน รวมทั้งในโซเชียลมีเดียที่โพสต์เหตุเท็จ สร้างความปั่นป่วน 
จึงสั่งดำเนินการตามกฎหมายเพื่อไม่ให้เกิดการทำตามเป็นเยี่ยงอย่าง 
เพราะกว่าร้อยละ90เป็นเรื่องเท็จทั้งสิ้น

ส่วนที่มีรายงานว่าคนร้ายเปลี่ยนเสื้อในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์เป็นสีเทานั้นได้ยินเรื่องดังกล่าวมานานแล้ว ซึ่งเป็นเพียงคำบอกเล่าของพยาน 
เนื่องจากกล้องภายในโรงพยาบาลเสีย  สำหรับกรณีที่ว่าคนร้ายยังอยู่ 
หรือหลบหนีออกไปแล้วหรือไม่ และจะตัดประเด็นใดทิ้งนั้นส่วน
ที่มีรายงานว่าคนร้ายบินไปมาเลเซียนั้น  ได้ประสานการตรวจสอบแล้ว 
ยังไม่พบ และยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบหาดีเอ็นเอจากธนบัตรใบละ 20 บาท ที่คนร้ายใช้จ่ายเป็นค่าโดยสารให้กับวินรถจักรยานยนต์รับจ้างแล้ว

จากแผนประทุษกรรมที่คนร้ายใช้นั้นต้องยอมรับว่าเป็นมืออาชีพ 
เพราะมีการเปลี่ยนรถเปลี่ยนการเดินทางตลอด 
แต่ก็มั่นใจว่าจะจับกุมคนร้ายได้ แม้จะหลังตนเองเกษียณอายุราชการก็ตาม  พร้อมกันนี้ขอประณามสื่อต่างชาติที่นำเสนอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับความเสียหาย โดยเลือกเสนอเฉพาะบางส่วนบางตอน 
เป็นการจ้องจะทำร้ายประเทศไทย

ส่วนความคืบหน้าเหตุระเบิดที่ใต้สะพานสาทรนั้น   
เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการในเรื่องการออกหมายจับอยู่   
อาจต้องใช้เวลาเพราะภาพจากกล้องวงจรปิดไม่ชัด 
และยืนยันว่ามีหลายสาเหตุที่เชื่อมโยงเหตุระเบิดที่สาทรกับราชประสงค์ 
อาทิรูปแบบที่ใช้เป็นต้น

โดยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงปัญหาความขัดข้องทางเทคนิคว่า 
ทุกวันนี้ตำรวจไทย ทำงานด้วยความรู้ความสามารถครีเอตสถานการณ์
สร้างเรื่องขึ้นมา ยกตัวอย่าง ทุกวันนี้เราติดตามคนร้ายจากกล้องซีซีทีวี 
ระหว่างทางมี 20 ตัว แต่เสียไป 15 ตัว ใช้ได้ 5 ตัว ก็กระโดดไปกระโดดมา 
มีส่วนที่หายไป ตำรวจมานั่งจินตนาการว่าตรงนั้นคืออะไร 
ต้องเสียเวลาสร้างจินตนาการ ตรวจสอบสิ่งที่ไม่ใช่

ยอมรับว่าประสิทธิภาพของเครื่องมือที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยมีนั้น
ยังไม่ดีพอ สามารถตรวจสอบเบื้องต้นได้แค่เพียงชื่อนามสกุล 
และข้อมูลตามพาสปอร์ตเท่านั้น ซึ่งมีหลายประเทศและหลายบริษัท
มีเครื่องมือที่ทันสมัยและเข้ามานำเสนอ ซึ่งเครื่องมือไบโอเมตติคนี้
สามารถ ตรวจจับใบหน้า ฐานข้อมูลลายนิ้วมือ และการสแกนม่านตาได้ 
จึงอยากให้มีไว้ในทุกด่านตรวจคนเข้าเมืองทั่วประเทศ  
โดยเสนอรัฐบาลว่าให้นำเงินจากค่าปรับและค่าธรรมเนียม
ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่ต้องส่งคืนกระทรวงการคลัง
ปีละกว่า5-6พันล้านมาจัดซื้อเครื่องมือดังกล่าว

ขณะที่เมื่อวานนี้คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ 
ประธานกรรมการมูลนิธิไทยพึ่งไทย ได้นิมนต์พระสงฆ์สวดมนต์ 
และนำประชาชนจุดเทียน รำลึกครบรอบ 7 วัน 
เหตุวางระเบิดแยกราชประสงค์ โดยมีประชาชน นักธุรกิจ 
และนักท่องเที่ยวย่านราชประสงค์ กว่า ร้อยคน เข้าร่วม 
เพื่ออุทิศส่วนบุญให้แก่ผู้เสียชีวิตอีกด้วย/จบ
.......................................................................................................
คอลัมน์ สถานีคิดเลขที่ 12/มติชนรายวัน 2 ตุลาคม 2558

เรามาถึงคนชื่ออ๊อดได้อย่างไร โดย สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน


มีข้อสรุปอยู่อย่างหนึ่งว่า ปัญหาใหญ่ของสังคมไทยในช่วงขัดแย้งแตกแยกความคิดรุนแรงนั้น คนที่โดดเข้าไปร่วมวงขั้วใดขั้วหนึ่ง มักใช้ อคติ อารมณ์ ความชิงชัง มาอยู่เหนือเหตุผล

มองทุกปรากฏการณ์ ด้วยการปักธงในใจเอาไว้ก่อนแล้ว จากนั้นลากโยงทุกอย่างมารองรับ

เช่น คดีฆาตกรรมนักท่องเที่ยวที่เกาะเต่า 

หากเอาอคติเกลียดชังตำรวจมาปักธง ก็จะไม่เชื่อถือผลการสืบสวนสอบสวนไปทุกเรื่อง

พอมีข่าวว่าในชั้นสืบพยานศาล มีผู้เบิกความว่าผลการตรวจดีเอ็นเอที่ด้ามจอบ ไม่ตรงกับดีเอ็นเอจำเลย ก็รีบร้อนเฮตาม 

ทั้งที่หากเอาข้อเท็จจริงมาเป็นตัวกำหนด จะต้องตรวจสอบแล้วพบว่า ในชั้นพนักงานสอบสวนตำรวจนั้น มีการตรวจดีเอ็นเอในจุดอื่นอีกหลายจุด จนสามารถเสนออัยการพิจารณาสั่งฟ้องได้

มาในคดีระเบิด 20 ศพ เป็นระเบิดที่ร้ายแรงสุดที่เกิดใน กทม. หน่วยพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบแล้วชี้ว่า วัสดุอุปกรณ์และวิธีประกอบไม่เคยใช้มาก่อนในไทย

อีกทั้งเบาะแสชิ้นแรกที่ได้คืนนั้น คือวงจรปิดเห็นคนถือเป้ระเบิดมาวาง เป็นแขกขาว

พอประสานกับข่าวกรองก็รู้ได้ว่า มีข่าวเตือนมาก่อนแล้วว่าม็อบตุรกีที่บุกสถานกงสุลไทยเมื่อ 9 กรกฎาคม เพราะโกรธแค้นที่ไทยส่ง 109 อุยกูร์กลับไปจีนในวันที่ 8 กรกฎาคมนั้น

บางส่วนของม็อบนั้น บุกมาไทยแล้ว

จากนั้นการแกะรอยมือระเบิดที่เป็นไปด้วยเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์ แม่นยำ ทำให้จับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย เจออุปกรณ์สารระเบิด คู่กับพาสปอร์ตเปล่าของตุรกีอีกสองร้อยเล่ม

2 คนที่ถูกจับ เป็นคนสัญชาติอุยกูร์ ถือพาสปอร์ตตุรกี

ต่อมาออกหมายเพิ่มอีก 17 คนก็ล้วนคนชาติดังกล่าว มีหญิงไทยคนหนึ่ง ก็มีสามีเป็นตุรกี ตอนที่ถูกตำรวจล่าตัวนั้น ก็พักอยู่บ้านสามีที่ตุรกีโน่น

จากวันระเบิด 17 สิงหาคม คดีคืบหน้าตามลำดับ ชัดเจนว่าเป็นเรื่องอุยกูร์ และที่ถูกจับถูกออกหมายก็ตุรกีอุยกูร์ซินเจียงทั้งนั้น

ตำรวจทำงานผ่านไป 41 วัน พอ 28 กันยายน เปิดแถลงสรุปคดี หักเลี้ยวเสียงล้อร้องเอี๊ยดลั่น วกเข้าสู่ประเด็นการเมืองดื้อๆ

ด้วยการเปิดตัว นายอ๊อด พยุงวงศ์ หรืออีกชื่อ นายยงยุทธ พบแก้ว บุคคลที่ไม่มีบัตรประชาชน ไม่มีเลข 13 หลักในระบบทะเบียนราษฎร์

บอกว่าเกี่ยวพันคดีระเบิด 2 แห่งก่อนนั้น พูดง่ายๆ ว่าจะบอกว่าเป็นเสื้อแดง 

ต้องถามว่านายอ๊อดผู้ลี้ลับนี้มาเกี่ยวกับระเบิดอุยกูร์อย่างไร

คำตอบของตำรวจคือ มีพยานบุคคลเห็นว่านายอ๊อดมาพบกับ น.ส.วรรณา สวนสันหรือ ไมซาเราะห์ ที่ไมมูณา การ์เด้นโฮม 

แต่ไม่มีหลักฐานภาพวงจรปิด!!

จากนั้นมีการหาข้อเท็จจริงต่ออีกว่า 9 คดีที่นายอ๊อดเคยถูกจับนั้นคืออะไร พบว่าดมกาว เสพยาบ้า แทงบอล แทงหวยยี่กี มีข้อมูลว่าเป็นซาเล้งจรจัด ไม่มีบ้านไม่มีเลขที่

คดีฝ่าฝืน พ.ร.ก.เมื่อปี 2553 นั้น คือพยายามจะเข้าไปในม็อบ นปช.ตอนกระชับพื้นที่ห้ามเข้า เลยโดนจับ

ภายใต้พื้นฐานของการหาความจริง ไม่เอาอคติมาบดบัง

พอดูจากเส้นทางนายอ๊อดแล้ว ต้องถามอย่างมึนงงว่า เรามาถึงจุดที่มีคนชื่ออ๊อดได้อย่างไร!??/จบ
........................................................................................................




Create Date : 23 สิงหาคม 2558
Last Update : 14 ตุลาคม 2558 22:59:33 น. 0 comments
Counter : 471 Pageviews.  
 
Name
* blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Opinion
*ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet

justice0009
 
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]




[Add justice0009's blog to your web]

MY VIP Friend

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com