<<
กันยายน 2558
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
21 กันยายน 2558
 

กรณีศึกษาที่น่าสนใจ

  ขออนุญาตนำข้อมูลข่าวนี้จากผู้จัดการรายวัน มารวบรวมไว้เพื่อการศึกษา
http://manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9580000106401

เปิดโปงอภิสิทธ์ชน“ลูกท่าน-หลานเธอ”“น้องตั้น – สอยดาว”ผู้การ 191 อาจซวย !?


เปิดโปงอภิสิทธ์ชน“ลูกท่าน-หลานเธอ”“น้องตั้น – สอยดาว”ผู้การ 191 อาจซวย !?
ASTV ผู้จัดการ - “น้องตั้น”เละเป็นโจ๊ก ไม่รู้โง่หรือฉลาด เปิดประเด็นหมายจับคดีกบฏนอกจากตำรวจไม่สนยังรับสมัครหน้าตาเฉย แฉคอรัปชั่นอำนาจเต็มรูปแบบ ยุคใครยุคมันย้อนรอยลูกคนดังเข้าสอบบรรจุภายในเพียบ ตั้งแต่ 2 พี่น้องตระกูล “อยู่บำรุง “อาจหาญ -ดวง ลูกชาย “สมยศ -ผัวนางเอกดัง สงกรานต์ เตชะณรงค์”

       ตำรวจทั่วประเทศน้ำตาคลอเมื่อเห็นป้ายสำนักงานตำรวจแห่ชาติ ถูกทำลาย....ความรู้สึกยากจะบรรยายนี้หลายคนอาจจะลืมไปแล้วแม้กระทั่ง น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร หรือ”น้องตั้น”ทายาทเบียร์สิงห์ในฐานะนักการเมืองรุ่นใหม่ไฟแรง อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ และผู้ช่วยเลขานุการมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย แต่สำหรับข้าราชการตำรวจเกือบ 3 แสนคนยังไม่อาจลืมภาพเหตุการณ์ระหว่างการชุมนุมประท้วงของกลุ่มประชาชนที่เรียกตัวเองว่า “คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.)ช่วง ปี 2556-2557 มีเหตุการณ์ต่างๆเกิดขึ้นอย่างมากมาย มีทั้งการลอบทำร้ายกลุ่มผู้ประชุมด้วยการขว้างระเบิดสังหารเข้าใส่ หรือบางครั้งใช้เครื่องยิงระเบิดเอ็ม 79 ถล่มประชาชนผู้ร่วมชุมนุมบาดเจ็บ และเสียชีวิตจำนวนมากจนสิ้นสุดการชุมนุมมีประชาชนเสียฃีวิต 28 ราย บาดเจ็บอีกร่วมพันคน

สำหรับตำรวจเองต้องนับว่าความวุ่นวายทางการเมืองในครั้งนั้นสร้างรอยแผลลึกๆฝังในใจอยู่เช่นกันเช่นกรณี ด.ต.ณรงค์ ปิติสิทธิ์ ผบ.หมู่ จร. สน.ตลาดพลู ถูกยิงเสียฃีวิตระหว่างควบคุมฝูงชนที่สนามกีฬาดินแดงไทย-ญี่ปุ่น หรือเหตุการณ์ “เตะระเบิด”เพื่อรักษาชีวิตเพื่อนตำรวจด้วยกันของด.ต.ธีระเดช เล็กภู่ ผบ.หมู่ สภ.แสนสุข จ.ชลบุรี จนได้รับบาดเจ็บอาการสาหัสนอนรักษาตัวนานแรมปีเป็นต้น แต่นั่นคือเรื่องที่ตำรวจทุกคนพอทำใจได้เพราะเมื่อเกิดการกระทบกระทั่งกันอย่างรุนแรงถึงขั้นใช้อาวุธก็ยากที่จะไม่ให้เกิดความสูญเสีย ยกเว้นกรณีกลุ่มผู้ชุมนุมบุกทำลายป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภาพเหตุการณ์ต่างๆ ยังคงติดตาตรึงใจตำรวจส่วนใหญ่อย่างไม่รู้ลืมเพราะนั่นคือการย่ำยีศักดิ์ศรีตำรวจไทยอย่างที่สุดแล้ว

       ความขัดแย้งจนเกิดเป็นจลาจลจบลงเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในขณะนั้นนำกำลังเข้ายึดอำนาจ ตำรวจทั้งหมดยอมรับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น บาดแผลทั้งฝ่ายประชาชนผู้ชุมนุมกับตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งค่อยๆจางลงไปกับกาลเวลา รวมทั้งมาตการเยียวยาต่างๆที่ทุกฝ่ายได้รับ กระทั่งมีมือดีเผยแพร่เอกสารการสมัครเข้าเป็นข้าราชการตำรวจระดับรองสารวัตรของ น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร หรือน้องตั้น แห่งมวลชน กปปส. เท่านั้นเองกระแสต่อต้านเกิดขึ้นอย่างรุนแรง และรวดเร็วทั้งนี้จากบรรดาเว็บเพจต่างๆทั้งในส่วนของตำรวจเอง และกลุ่มการเมืองฝ่ายตรงข้ามกับ กปปส.ต่างออกมาด่าทอ รุมประณาม บางรายนำภาพเหตุการณ์เก่าๆกลับมาโพสต์ลงอย่างละเอียดทั้งคลิประหว่างการบุกทำลายป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภาพความรุนแรงระหว่างการชุมนุมส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับตำรวจที่เป็นฝ่ายถูกประชาชนกระทำ

       กระแสต่อต้าน น.ส.จิตภัสร์ ลุกลามอย่างต่อเนื่อง มีการประกาศเชิญชวนให้ข้าราชการตำรวจทุกนายที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำนี้ให้แสดงสัญญาลักษณ์ด้วยการผูกริบบิ้นสำดำไว้ที่เสาวิทยุสื่อสาร หรือเสาวิทยุรถยนต์ กระจากมองข้างรถยนต์และจักรยานยนต์ ในระหว่างความไม่พอใจของข้าราชการตำรวจส่วนหนึ่งกับขั้วการเมืองตรงข้าม กปปส.กำลังขยายวงออกไปพล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันม่วง ผบ.ตร.ออกมายอมรับว่า “น้องตั้น”ได้ยื่นใบสมัครเป็นรองสารวัตรฝ่ายอำนวยการสังกัด 191 กองบัญชาการตำรวจนครบาล จริงแต่ยังมีขั้นตอนต่างๆอีกมากมาย

“ผมในฐานะ ผบ.ตร.ขอยืนยันกับเพื่อนข้าราชการตำรวจว่าจะใช้อำนาจหน้าตามกฎหมายพิจารณาอย่างละเอียดรอบครอบ โดยยึดหลักความเหมาะสม ถูกต้อง และระเบียบข้อบังคับอย่างรอบครองโดยยึดหลักความเหมาะสม ถูกต้อง ระเบียบ ข้อบังคับตลอดจนกฎหมายเป็นสำคัญ” แต่ดูเหมือนว่า “เครดิต”ของ ผบ.ตร.จะไม่สามารถหยุดกระแสไม่พอใจที่เกิดขึ้นจน พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผบก.191 “ต้นเรื่อง”ต้องออกมา “ตัดเกม”โดยยืนยันว่าแนวคิดดังกล่าวมาการขาดแคลนบุคลากรที่เชี่ยวชาญภาษาต่างประเทศ กองบัญชาการตำรวจนครบาล จึงเปิดรับสมัครบุคคลภายนอก กรณี น.ส.จิตร์ภัส ผ่านการสอบสัมภาษณ์แล้วขั้นตอนต่อไปคือเสนอสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อพิจารณาอีกครั้งหากสามารถผ่านไปได้จะติดยศ ส.ต.ต.และอบรมอีก 4-6 เดือนจึงมีสิทธิ์ติดยศ ร.ต.ต. “เราต้องการตำรวจชำนาญภาษาเพื่อรองรับ AEC น่าเสียดายที่น้องเขาจะถอนชื่อในวันที่ 21 ก.ย.นี้”

       เป็นอันว่าเรื่องราวต่างๆที่กำลังเป็นประเด็นร้อนเริ่มผ่อนคลายลงอย่างรวดเร็วแต่ความ “ข้องใจ” หรือถึงขั้นไม่ไว้เนื้อเชื่อใจในหมู่ข้าราชการตำรวจ ไม่มีใครรับรอง หรือคาดได้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตำรวจทั่วทั้งประเทศรู้สึกกันอย่างไร แน่นอนว่าธรรมชาติของการอยู่รอด และ “วินัย”ที่ค้ำคออยู่ตำรวจชั้นผู้น้อย หรือในทุกระดับอาจแสดงความกระด้างกระเดื่องออกมาให้เห็นได้ แต่ในระยะยาวอำนาจการเมืองที่จำเป็นต้องอาศัยตำรวจเป็นเครื่องไม้เครื่องมือนี่อาจเป็นการก้าวพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย เพียงแค่การใช้อำนาจหรือเพียงแค่แสดงให้พวกพ้องเห็นถึง “น้ำใจ”แต่กลับเป็นการ “ย่ำยี”แผลเก่าที่กำลังเลือนๆไปแล้ว เกิดการอักเสบ ปวดแสบปวดร้อนชนิดยอมกันไม่ได้

สำหรับปฏิบัติการส่งเสริม - ผลักดันให้ “น้องตั้น”คนสวยแห่งมวลชนคน “นกหวีด”เข้ารับราชการตำรวจ มองเป็นอื่นไปไม่ได้เลยนอกจากความสนิทสนมในฐานะเป็นลูกรักของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ผู้ยิ่งใหญ่ตัวจริงเสียงจริงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลกลใด โง่ หรือฉลาดแต่ระบบ “อภิสิทธิ์ชน”รับบุคคลภายนอกของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีกันมาช้านานแล้ว สังเกตจากทุกยุคทุกสมัยที่ผ่านมามักมีบรรดาลูกท่านหลานเธอ “สมัครภายใน”กันอยู่เสมอๆเช่น 2 พี่น้องคนดังแห่งตระกูล “อยู่บำรุง” อาจหาญ -ดวง หมวดสงกรานต์ เตชะณรงค์ “หมวดอ้าย รชต พุ่มพันธ์ม่วง และทรงพันธ์ กุลดิลก เป็นต้นแบบของการใช้อำนาจหรือเส้นสายในห้วงเวลานั้น ใครก็ตามที่ได้คุมสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็มักใช้ “อภิสิทธิ์”ตรงนี้ “เปิดฃ่อง”ใช้ทางลัดให้สมุน -บริวาร เข้ามา “สอยดาว”เป็นว่าเล่นทั้งที่จริงแล้วข้ออ้างต่างๆเช่นเพื่อช่วยสร้างภาพลักษณ์ ช่วยประชาสัมพันธ์ล้วนเป็นเพียงเหตุผลจอมปลอมกระทั่งล่าสุดโยงไปถึงการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน หรือ AEC จึงจำเป็นต้องรับน.ส.จิตภัสร์ กฤดากร นักการเมืองสาวคนดังจากค่าย ปชป.ที่ผันตัวมาเป็นนักเคลื่อนไหวในกลุ่ม กปปส.

       แค่เพียงคุณสมบัติการเป็นอดีตนักการเมือง รวมทั้งนักเคลื่อนไหวที่มีคู่ขัดแย้งอย่างมากมายก็น่าเชื่อว่าเพียงพอต่อการขาดคุณสมบัติในลักษณะ “ต้องห้าม”แล้ว แต่ในระหว่างนี้ “น้องตั้น”ยังตกเป็นผู้ต้องหาร่วมกันกบฏ -ยุยงให้ประชาชนละเมิดกฎหมาย ร่วมกันก่อเหตุวุ่นวายในบ้านเมือง ซึ่งสำนักอัยการสูงสุดได้สั่งฟ้องคดีไปแล้ว เหตุใดกองบังคับการตำรวจ 191 ภายใต้การนำของพล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ -กองบัญชาการตำรวจนครบาล ภายใต้การนำของ พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพรหมณกุล ผบช.น. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยพล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง ผบ.ตร.จึงขานรับกันอย่างเป็นปี่เป็นขลุ่ย ท่านทราบไหมว่าน.ส.จิตภัสร์ นั้นมีหมายจับคดีร้ายแรงคาอยู่ การเข้าไปสมัครหรือสอบสัมภาษณ์กับ บก.191 อาจะเข้าข่ายมีใครละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่

ทุกประเด็น ทุกคำถามแม้จะเค้นถามกันอย่างไรก็เชื่อได้เลยว่าคำตอบไม่มีอะไรในกอไผ่ แต่สิ่งที่จะเกิดต่อนี้ไปก็คือพฤติกรรมต่างๆที่ผู้มีอำนาจเคยด่า หรือประณามใครไว้ วันนี้พิสูจน์แล้วว่าในยุคที่ขึ้นชื่อว่าประเทศชาติกำลังปฏิรูป ไม่มีการทุจริตคอรัปชันกลับมีการ “คอรัปชันอำนาจ”ใช้อำนาจหน้าที่อย่างเกินเลย ขาดหลักธรรมาภิบาลถึงขั้นเลวร้ายไม่ต่างอะไรกับยุคนักการเมืองเลวๆที่เคยทำไว้ /จบ
.................................................................................................................................
 ขออนุญาตผู้จัดการรายวันนำข้อมูลนี้มารวบรวมไว้เพื่อการศึกษา                          
หลังจากที่กระแสข่าวว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติเตรียมรับ น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร หรือตั๊น แกนนำ กปปส.ที่เคยนำมวลชนชุมนุมขับไล่รัฐบาล ชัตดาวน์ประเทศ และเคยนำมวลชนบุก บช.น. เข้าเป็นข้าราชการตำรวจ ในตำแหน่งรอง สว.ฝอ.สปพ.บช.น. ติดยศ ร.ต.ต. โดย กก.กพ.บช.น.อ้างว่ามีความจำเป็น เนื่องจากขาดผู้มีความรู้ความสามารถ ด้านการประสานงานกับต่างประเทศ พร้อมเตรียมเสนอเรื่องมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ ผบ.ตร.เป็นผู้พิจารณาอีกครั้ง

       ล่าสุดเพจ "ตำรวจไทย สู้ๆ" ได้โพสต์ข้อความว่า "แสดงจุดยืน" ไม่เห็นด้วยกับการรับบุคคลที่ทำลายตำรวจเข้ามาเป็นตำรวจ ด้วยการ #ผูกริบบิ้นสีดำ ที่เสาวิทยุสื่อสาร เสาวิทยุติดรถยนต์ หรือกระจกมองข้างรถยนต์ รถจักรยานยนต์

       ปรากฏว่าหลังจากที่เพจดังกล่าวโพสต์ข้อความนี้แล้ว มีบรรดาตำรวจได้ส่งรูปติดริบบิ้นสีดำไว้ที่ ว. ที่เสาอากาศรถ ซึ่งส่วนใหญ่ยอมรับไม่ได้ที่ สตช.จะรับแกนนำ กปปส.เป็นตำรวจ เนื่องจากเห็นว่าน.ส.จิตภัสร์เคยแสดงกิริยาดูถูกเหยียดหยามเจ้าหน้าที่ตำรวจและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อครั้งที่มีการชุมนุมกปปส. โดยนำผู้ชุมนุมบุกเข้าไปในกองบัญชาการตำรวจนครบาล สโมสรตำรวจ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติมาแล้ว อย่างไรก็ตามล่าสุดมีกระแสข่าวว่า น.ส.จิตภัสร์จะไปขอถอนชื่อออกจากการเป็นตำรวจในวันนี้ (21 ก.ย.)แล้ว /จบ
.................................................................................................................................
ขออนุญาตมติชนรายวันนำข้อมูลนี้มารวบรวมไว้เพื่อการศึกษา
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1442730534

ตร.ผูกริบบิ้นดำ-สู้เชิงสัญลักษณ์! ต้าน บช.น.บรรจุ"

ตั๊น จิตภัสร์"แกนนำกปปส. เป็นตำรวจ

หลังจากที่กระแสข่าวว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติเตรียมรับ น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร หรือตั๊น แกนนำ กปปส.ที่เคยนำมวลชนชุมนุมขับไล่รัฐบาล ชัตดาวน์ประเทศ และเคยนำมวลชนบุก บช.น. เข้าเป็นข้าราชการตำรวจ ในตำแหน่งรอง สว.ฝอ.สปพ.บช.น. ติดยศ ร.ต.ต. โดย กก.กพ.บช.น.อ้างว่ามีความจำเป็น เนื่องจากขาดผู้มีความรู้ความสามารถ ด้านการประสานงานกับต่างประเทศ พร้อมเตรียมเสนอเรื่องมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ ผบ.ตร.เป็นผู้พิจารณาอีกครั้ง

ล่าสุดเพจ  ตำรวจไทย สู้ๆ ซึ่งเป็นเพจของเหล่าผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ได้โพสต์ข้อความว่า "แสดงจุดยืน" ไม่เห็นด้วยกับการรับบุคคลที่ทำลายตำรวจเข้ามาเป็นตำรวจ ด้วยการ #ผูกริบบิ้นสีดำ ที่เสาวิทยุสื่อสาร เสาวิทยุติดรถยนต์ หรือกระจกมองข้างรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ของคุณ


ปรากฏว่าหลังจากที่เพจดังกล่าวโพสต์ข้อความนี้แล้ว มีบรรดาตำรวจได้ส่งรูปติดริบบิ้นสีดำไว้ที่ ว. เสาอากาศรถ รวมทั้งส่งรูปเมื่อครั้งที่ น.ส.จิตภัสร์ขับรถแบ๊คโฮบุกเข้าไปในกองบัญชาการตำรวจนครบาล รวมทั้งภาพเหตุการณ์ผู้ชุมนุม กปปส. พังทำลายป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งส่วนใหญ่ยอมรับไม่ได้ที่ สตช.จะรับแกนนำ กปปส.ที่เคยทำลายทรัพย์สินของตำรวจเข้ามาเป็นตำรวจ

ขอบคุณภาพจากสมาชิกเพจ   ตำรวจไทย สู้ๆ/จบ

.......................................................................................................

ขออนุญาตกรุงเทพธุรกิจรายวันนำข้อมูลมารวบรวมไว้เพื่อการศึกษา

http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/666686

"จิตภัสร์"เผยยังไม่ยื่นสละสิทธิ์ตำรวจ โผล่ตรวจร่างกายโรงพยาบาลตำรวจวันนี้

พ.ต.อ.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ,น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร,สมัครข้าราชการตำรวจ

.กองบัญชาการตำรวจนครบาล-พ.ต.อ.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รอง ผบก.จร. ในฐานะผู้ช่วยโฆษก บช.น. เปิดเผยความคืบหน้ากรณี น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร หรือตั๊น สมัครเป็นข้าราชการตำรวจกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ หรือ 191 (ผบก.สปพ.)ว่า อยู่ระหว่างขั้นตอนการพิจารณา ซึ่งน.ส.จิตภัสร์มีคุณสมบัติครบถ้วน หลังจากรับสมัครแล้วขั้นตอนต่อไปคือการสัมภาษณ์ ทั้งนี้บช.น. เพียงเปิดรับสมัคร เมื่อน.ส.จิตภัสร์มาสมัครก็ต้องรับสมัครไว้ และได้มีการตรวจสอบคุณสมบัติว่าเป็นบุคคลต้องห้ามหรือไม่ ถ้าไม่ใช่ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการสัมภาษณ์ว่าเหมาะสมหรือไม่ และส่งผลการสอบสัมภาษณ์ไปให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)พิจารณา

พ.ต.อ.เอกรักษ์ กล่าวอีกว่า สำหรับน.ส.จิตภัสร์ได้เดินทางมาสมัครเอง ที่บก.สปพ.ในตำแหน่ง รอง สว. ซึ่งตำแหน่งนี้มีคนมาสมัครหลายคน ซึ่งเขาไม่เคยมาที่ บช.น. เลย เพียงแต่บก.สปพ. รับสมัครและเสนอเรื่องขึ้นมาที่ บช.น. โดยหน้าที่ของ บช.น. ก็ต้องทำเรื่องเสนอต่อไปให้ ตร. พิจารณาเพื่อขอเปิดตำแหน่งเนื่องจากมีความจำเป็น ถ้า ตร.เห็นว่าไม่มีความจำเป็นที่จะรับสมัครในตำแหน่งนี้ก็ถือว่ายกเลิก

"ยืนยันว่าการรับสมัคร 1 ตำแหน่งไม่ได้เปิดมาเมื่อรับสมัครใครเพียงแค่คนเดียว อย่างไรก็ตามขณะนี้ไม่ได้หมายความว่าน.ส.จิตภัสร์ได้เป็นตำรวจแล้ว ยังอยู่ขั้นตอนการรับสมัครเท่านั้นจะติดหรือเปล่ายังไม่รู้เลย"พ.ต.อ.เอกรักษ์ ระบุ 

เมื่อถามว่าน.ส.จิตภัสร์จะยื่นสละสิทธิ์หรือไม่พ.ต.อ.เอกรักษ์ กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่มีการสละสิทธิ์ ถ้าเกิดจะขอสละสิทธิ์ต้องมาถอนใบสมัครที่ต้นสังกัด คือ บก.สปพ. โดยต้องแจ้งว่าการที่มาขอสมัครคัดเลือกเป็นข้าราชการตำรวจมีความประสงค์ขอถอนใบสมัคร แต่ตอนนี้เขายังไม่ได้ยื่นมา

เมื่อถามว่าน.ส.จิตภัสร์ มีหมายจับหรือไม่พ.ต.อ.เอกรักษ์ กล่าวว่า เป็นหมายจับของดีเอสไอ ซึ่งเขามารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว ซึ่งตอนนี้หมายจับถูกยกไป เนื่องจากผู้ต้องหามารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว ตอนนี้คดีอยู่ระหว่างต่อสู้คดีและการสอบสวนของดีเอสไอ ซึ่งศาลยังไม่ตัดสินยังไม่ถือว่ามีความผิด

รายงานข่าวแจ้งว่าเมื่อวันที่ 18ก.ย. ที่ผ่านมา เวลา 09.00 น. น.ส.จิตภัสร์ ได้เดินทางมาที่บช.น. เพื่อสอบสัมภาษณ์ในตำแหน่งดังกล่าว โดยมีตัวแทนจากฝ่ายอำนวยการ 9ฝ่ายอำนวยการ 5 และฝ่ายอำนวยการ1 เป็นกรรมการสอบสัมภาษณ์  และวันนี้( 22 ก.ย.) เวลา 10.00 น.  ได้เดินทางไปตรวจร่างกายที่ รพ.ตำรวจ เพื่อเป็นหลักฐานประกอบการสมัครตำรวจ/จบ

...............................................................................................................................................................

ขออนุญาตมติชนรายวันนำข้อมูลนี้มารวบรวมไว้เพื่อการศึกษา

http://www.matichon.co.th/online/2015/09/14429978231442997918l.jpg

วันที่ 23 กันยายน พลตำรวจตรีวรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการศูนย์บริหารคดีพิเศษ ในฐานะรองโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ แถลงข่าวกรณีกระแสข่าวว่า ดีเอสไอลบหรือยกเลิกหมายจับของ นางสาวจิตภัสร์ กฤษดากร อดีตแกนนำ กปปส.

โดยชี้แจงว่านางสาวจิตภัสร์ เป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีพิเศษที่สืบเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง เมื่อปี 2556 ในข้อหาร่วมกันเป็นกบฎ และข้อหาอื่น อีก 8 ข้อหา และมีการออกหมายจับนางสาวจิตภัสร์ แต่ต่อมานางสาวจิตภัสร์ ได้เข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน และได้รับการปล่อยตัวไป ซึ่งตามกฎหมายเมื่อได้ตัวผู้ถูกกล่าวหาแล้ว หมายจับดังกล่าวจึงสิ้นผลไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 68


ซึ่งคดีดังกล่าวพนักงานสอบสวนได้สั่งฟ้องนางสาวจิตภัสร์ กับพวกรวม 58 คน พร้อมส่งสำนวนให้พนักงานอัยการพิจารณาส่งฟ้อง เมื่อวันที่ 1พฤษภาคม 2557 แต่ทางอัยการได้ขอให้พนักสอบสวนสอบเพิ่มในบางประเด็นแต่ในรายละเอียดส่วนนี้ไม่สามารถเปิดเผยได้

ส่วนกรณีคุณสมบัติการเข้ารับราชการตำรวจของนางสาวจิตภัสร์นั้นเห็นว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะต้องเป็นผู้พิจารณาตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติปี2547 ซึ่งดีเอสไอไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นนี้

/จบ
.................................................................................................................................
ขออนุญาตกรุงเทพธุรกิจราายวัน นำข้อมูลนี้มารวบรวบรวมไว้เพื่อการศึกษา

'จิตภัสร์'ขอถอนชื่อเข้ารับคัดเลือกสมัครรับราชการตำรวจ

http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/667019

"จิตภัสร์ " ขอถอนชื่อการเข้ารับคัดเลือกสมัครเข้ารับราชการตำรวจ เผยบช.น.สรรหาผู้เหมาะสมแทนมาดำรงตำแหน่งที่ว่าง

กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) - มีรายงานข่าวแจ้งว่า จากกรณี น.ส.จิตภัสร์ กฤษดากร หรือตั๊น แกนนำกปปส. ถอนชื่อการเข้ารับคัดเลือกสมัครเข้ารับราชการตำรวจสังกัดฝ่ายอำนวยการ บก.สปพ. นั้น จะต้องมีการยื่นหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรขอถอนชื่อออกจากการคัดเลือกดังกล่าวที่บช.น. ก่อน หากไม่มีการยื่นหนังสือดังกล่าวมาเพื่อแจ้งให้คณะกรรมการรับทราบ ก็จะต้องดำเนินการพิจารณาในตำแหน่งดังกล่าวอีกครั้ง

ส่วนภายหลังจากที่ น.ส.จิตภัสร์ ได้ขอถอนชื่อออกจากการเข้าบรรจุในตำแหน่งดังกล่าว จะมีการคงตำแหน่งเดิมที่ว่างอยู่ไว้หรือไม่ ทางคณะกรรมการจะต้องมีการพิจาณาทำเรื่องสอบถามไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ว่า ทางบช.น.จะต้องมีการสรรหาผู้เหมาะสมแทนมาดำรงตำแหน่งที่ว่าง หรือจะให้มียุบตำแหน่งที่เสนอผู้เหมาะสมไปกรณีที่ตำแหน่งดังกล่าวว่างลง

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า กรณีการดำเนินการขั้นตอนการตรวจสอบหลักฐานของ น.ส.จิตภัสร์ จะต้องให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 22 ก.ย. ที่ผ่านมานั้น ตามที่ได้มีการกำหนดไว้ตามประกาศ แต่ น.ส.จิตภัสร์ ได้ทำการตรวจร่างกายเพียงอย่างเดียว โดยที่ไม่ได้เดินทางมาพิมพ์ลายนิ้วมือ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการตรวจสอบประวัติกับกองทะเบียนประวัติอาชญากรในวันที่ 23 ก.ย.ที่ผ่านมา

จึงถือว่าขาดคุณสมบัติการเข้าสมัครดังกล่าว เนื่องจากจะต้องดำเนินการตรวจร่างกายและทำการพิมพ์ลายนิ้วมือภายในวันที่ 22 ก.ย.ที่ผ่านมา คาดว่าประมาณ 1-2 วัน ทางบช.น.จะสามารถสรุปการตรวจสอบการขาดคุณสมบัติดังกล่าวต่อไป/จบ

.................................................................................................................................

ขออนุญาตมติชนรยวันนำข้อมูลนี้มารวบรวมไว้ เพื่อการศึกษา

"หมอแอร์" โพสต์ถึงดราม่าสมัครตำรวจ "

หากโกงตั้งแต่เเรก จะเป็นผู้รักษากฎหมายได้อย่างไร?

เป็นประเด็นร้อนสะเทือนวงการที่มีคนให้ความสนใจเเละวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางสำหรับการสมัครบรรจุเป็นข้าราชการตำรวจที่ล่าสุดพ.ต.ท.หญิง อัญชุลี ธีระวงศ์ไพศาล หรือ หมอแอร์ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้โพสต์แชร์ข่าวการรับสมัครตำรวจผ่านทางเฟซบุ๊ก หมอแอร์ พร้อมแสดงความคิดเห็นถึงประเด็นดังกล่าว หลังมีข่าวการสมัครเข้าเป็นตำรวจแบบไม่ชอบธรรม บอกหากโกงตั้งแต่เริ่มเข้ามา แล้วจะเป็นผู้รักษากฎหมายของประเทศได้อย่างไร ?  ท่ามกลางบรรดาชาวเน็ตที่เข้ามาร่วมเเสดงความคิดเห็นร่วมด้วยเป็นจำนวนมาก


"บางคนอาจหลงไปมองเป็นประเด็นทางการเมืองเพียงอย่างเดียว จนมองข้ามประเด็นหลักๆคือกระบวนการเข้าบรรจุเป็นข้าราชการตำรวจที่ไม่ชอบธรรม ซึ่งควรจะหมดไปจากสังคมไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นของประเทศไทยและคนไทยทุกคน ไม่ใช่องค์กรหรือบริษัทของใครคนใดคนหนึ่งที่มีอำนาจแล้วคิดจะทำอะไรก็ได้ตามอำเภอใจ อยากเอาใครมาบรรจุก็ได้ แอบเปิดแอบรับแอบสัมภาษณ์ แอบตรวจร่างกาย รับตำแหน่งเดียว สมัครคนเดียว ได้คนเดียว จะมีไปอีกนานแค่ไหน? อีกกี่ตำแหน่งที่ต้องเสียไป?
บางคนได้ติดยศรับเงินเดือนทุกเดือนแต่ไม่ทำงานราชการเลย กลายเป็นกาฝากขององค์กรและลอยหน้าลอยตาในสังคมว่าตนเป็นตำรวจโดยปราศจากจิตสำนึก

"ถ้าคิดจะปฏิรูปองค์กรตำรวจจริงๆดังที่เคยประกาศกร้าวกันมาควรเริ่มตั้งแต่การคัดคนเข้ามาบรรจุเป็นข้าราชการตำรวจอย่างถูกต้อง"
ทุกตำแหน่งควรรับตามหลักเกณฑ์อย่างชอบธรรมเปิดรับสมัครประกาศ สอบแข่งขัน เลือกคนที่มีความสามารถเหมาะสมและพร้อมที่สุด ถ้าเข้ามาแล้วไม่ทำงานเลยก็ควรจะลาออกไปหรือถูกไล่ออก ให้คนที่อยากทำงานเข้ามาทำงานแทน

สำหรับคนมีเงินมีฐานะอยากให้ลูกได้ติดยศเป็นตำรวจ ควรจะส่งเสริมให้ลูกอ่านหนังสือไปสอบแข่งขันกับคนอื่นอย่างยุติธรรมแฟร์ๆ ถ้าลูกคุณแน่ เค้าจะสอบได้แน่นอน ลูกชาวบ้านจนๆต้นทุนน้อยยังสอบได้ แล้วลูกคนต้นทุนชีวิตสูงจะสอบไม่ได้ก็ให้ไปทำอาชีพอื่นที่เหมาะกับเค้ามากกว่า ให้ลูกได้เป็นผู้พิทักษ์สันติราษฏร์อย่างสง่างามและภาคภูมิดีกว่าเข้ามาเป็นกาฝากขององค์กรให้อับอาย ให้เกียรติของวงศ์ตระกูลต้องมัวหมอง

"หากโกงตั้งแต่เริ่มเข้ามา แล้วจะเป็นผู้รักษากฎหมายของประเทศได้อย่างไร?"




Create Date : 21 กันยายน 2558
Last Update : 27 กันยายน 2558 18:24:32 น. 0 comments
Counter : 1261 Pageviews.  
 
Name
* blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Opinion
*ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet

justice0009
 
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]




[Add justice0009's blog to your web]

MY VIP Friend

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com