<<
กันยายน 2558
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
20 กันยายน 2558
 

พรรคเพื่อไทย ชี้นโยบายประชารัฐ แค่เปลี่ยนชื่อ ไม่ต่างจากประชานิยม

ขออนุญาตกรุงเทพธุรกิจรายวัน รวบรวมข้อมูลนี้ไว้เพื่อการศึกษา
พรรคเพื่อไทย ชี้นโยบายประชารัฐ แค่เปลี่ยนชื่อ ไม่ต่างจากประชานิยม
นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกฯ ในฐานะคณะทำงานด้านเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเปิดนโยบายเศรษฐกิจประชารัฐของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่า ไม่ได้ต่างกันเลยกับนโยบายประชานิยม ทั้งในวิธีการดำเนินการในแต่ละนโยบาย เพียงแต่ตั้งชื่อเรียกกันใหม่เท่านั้น เพราะที่ผ่านมาได้มีการกล่าวหาว่าการทำประชานิยมทำให้บ้านเมืองเสียหาย ทั้งๆที่บางนโยบายประชานิยมทำแล้วเห็นผลลัพท์ออกมาดีมากๆ ไม่เหมือนเช็คช่วยชาติ 2,000 บาทในไทยเข้มแข็งเป็นต้น โครงการดีๆเช่น30บาทรักษาทุกโรคซึ่งได้รับการขานรับไปทั่วโลก

ทั้งนี้ ยังมี รถเมล์ รถไฟฟรี กองทุนหมู่บ้านSML ทุกวันนี้ยังทำกันอยู่ใช่หรือไม่ การทำประชานิยมก็ดำเนินการร่วมกันระหว่างรัฐกับประชาชนมาโดยตลอด เพราะถ้าจะปรบมือข้างเดียวมันคงไม่ดัง และนโยบายประชานิยมที่ผ่านมา ก็ทำเพื่อช่วยยกระดับประชาชน ลดความเลื่อมล้ำทางสังคมและให้ความช่วยเหลือพี่น้องรากหญ้าให้ลืมตาอ้าปากได้ในสังคมไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบและเป็นการช่วยในการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบตรงเป้าหมายและถูกจังหวะ/จบ

................................................................................................................................ขออนุญาตนำข้อมูลนี้จากกรุงเทพธุรกิจรายวันมารวบรวมไว้เพื่อการศึกษา

ประชารัฐ vs ประชานิยม : พิสูจน์กันที่ผลงาน มิใช่วาทกรรม /สุทธิชัย หยุ่น

http://www.bangkokbiznews.com/blog/detail/635638#sthash.jDctoXgU.dpuf

“ประชารัฐ” จะดีกว่า “ประชานิยม” หรือไม่นั้นพิสูจน์กันตรงที่ จะสามารถสร้างความแข็งแกร่ง - See more at: http://www.bangkokbiznews.com/blog/detail/635638#sthash.jDctoXgU.dpuf

ให้กับประชาชนใน “ฐานราก” มากกว่าเป็นเพียง “รากหญ้า” หรือไม่

“ประชารัฐ” จะเหมือน “ประชานิยม” หรือไม่ก็อยู่ที่ว่ารัฐบาลที่ทำนโยบายนี้มีเจตนาที่จะ “ซื้อความนิยม” ด้วยงบประมาณแผ่นดินเพื่อตนเองหรือพรรคพวกตนเองหรือไม่

ความเหมือนความต่างของ “ประชารัฐ” กับ “ประชานิยม” จึงไม่ได้อยู่ที่วาทกรรม หากแต่อยู่ที่ “กระบวนการ” และ “ผลที่วัดได้”

ความจริง “ประชานิยม” โดยตัวมันเองที่มาจากคำว่า populist policy นั้นไม่ได้เสียหายอะไรหากมุ่งจะทำในสิ่งที่ “ประชาชนนิยม” จริง ๆ

แต่หลายประเทศที่ผู้นำใช้นโยบาย “ลดแลกแจกแถม” เพื่อทำให้ประชาชนเสพติด ของแจกจากนักการเมืองจนงอมแงม และต้องเลือกกลับมาปกครองบ้านเมืองอีก เป็นต้นแบบของการใช้เงินเพื่อการครอบงำอำนาจ

พอยุคนักธุรกิจหมื่นล้านมาเล่นการเมือง และเห็นว่าจะใช้วิธีการเช่นนี้เพื่อสร้างความนิยมชมชอบได้ ก็หาทางใช้งบประมาณเพื่อการนี้ กลายเป็น populism ที่แปลเป็นไทยว่า “ประชานิยม” ในความหมายทางลบที่น่ารังเกียจไป

ทั้ง ๆ ที่การช่วยเหลือประชาชนที่ยากไร้นั้นเป็นหน้าที่ของรัฐ และการเพิ่มสวัสดิการสังคมในกับชนชั้นกลางนั้นไม่ใช่เรื่องเสียหายแต่อย่างไร

การที่นายกฯประยุทธ์ จันทร์โอชาประกาศแนวทาง “ประชารัฐ” โดยมีรองนายกฯ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ระดมพลังจากฝ่ายประชาสังคม ที่นำโดยคุณหมอประเวศ วะสี เป็นความพยายามที่จะทำให้แตกต่างไปจาก “ประชาชนิยม” ด้วยการยืนยันว่าที่ทำนี้ไม่ได้ต้องการสร้างความนิยมชมชอบให้กับตนเองหรือกลุ่มตน เพราะไม่ว่าจะเป็นนายกฯ หรือคุณสมคิด หรือคุณหมอประเวศประกาศจะไม่เล่นการเมืองอยู่แล้ว

นโยบาย “ประชารัฐ” เน้นความร่วมมือระหว่าง “รัฐ” กับ “ประชา” ที่ประสานพลังกันสร้างความแข็งแกร่งลงไปถึง “ฐานราก” ขณะเดียวกันก็สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ในเวทีระหว่างประเทศพร้อม ๆ กันไป

จะทำสำเร็จหรือไม่ไม่ได้อยู่ที่ว่างานเปิดตัวอลังการเพียงใด หรือมีคนมีชื่อเสียงมาร่วมในการแถลงเจตนารมณ์มากน้อยเพียงใด

หากแต่อยู่ที่การลงมือทำงานอย่างจริงจัง ระดมความคิดของคนทุกฝ่าย กระจายความรับผิดชอบไปสู่ท้องถิ่น ฟังเสียงคน “ฐานราก” อย่างกว้างขวาง และประเมินผลกันอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการสร้างความแข็งแกร่ง อำนาจต่อรอง และภูมิต้านทานให้กับคนชนบทห่างไกล ที่ยังมีช่องว่างกับชนชั้นกลางและผู้มีอันจะกินในเมืองอย่างมีนัยสำคัญยิ่ง

จะว่าไปแล้วการจะเรียกนโยบายกระจายรายได้ สร้างความแข็งแกร่งให้กับประชาชนระดับฐานราก (หรือจะเรียก “รากหญ้า” ก็ไม่ได้ผิดกติกาแต่อย่างใด) และลดช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนอย่างเอาจริงเอาจังนั้น จะใช้ชื่ออย่างไรก็คงไม่สำคัญเท่ากับว่าคนทำจริงหรือไม่ และทำแล้วประเทศชาติได้ประโยชน์จริงหรือไม่

แต่ไหน ๆ รัฐบาลชุดนี้ก็ไม่ต้องการจะได้ชื่อว่า “ลอกการบ้าน” ของรัฐบาลคุณทักษิณ และเชื่อว่าตนมีความสุจริตใจกว่า, การแข่งขันเพื่อทำความถูกต้องให้กับคนไทยในทุกระดับด้วย brand ใหม่ก็น่าจะเป็นสิ่งที่ก่อประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองได้

ทุกฝ่ายในบ้านเมืองกำลังจับตา และประเมินผลงานกันอย่างขะมักเขม้นแน่นอน/จบ

..................................................................................................................................

 





Create Date : 20 กันยายน 2558
Last Update : 23 กันยายน 2558 8:09:42 น. 0 comments
Counter : 806 Pageviews.  
 
Name
* blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Opinion
*ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet

justice0009
 
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]




[Add justice0009's blog to your web]

MY VIP Friend

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com