<<
มิถุนายน 2558
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
6 มิถุนายน 2558
 

มองต่างมุมกับการแก้ปัญหาเด็กแว้น

                   มองต่างมุมกับการแก้ปัญหาเด็กแว้น
                                                              เตือนใจ เจริญพงษ์
วันนี้ได้มีโอกาสอ่าน เรื่อง "เด็กแว้น 2 นครา"
ซึ่งมองต่างมุม จนได้ข้อคิดดีๆ หลายประการ
ผู้เขียนเป็นคนหนึ่งที่ทุ่มเทการเฝ้าระวังการแก้ปัญหาเด็กแว้น
ทั้งจัดประชุม สัมมนา ผลิตคู่มือ เพื่อแก้ปัญหาเรื่องนี้ให้เบาบางลง
โดยให้ความสำคัญกับ สถาบันครอบครัว โรงเรียน ชุมชน และ สังคมโดยรวม
จำได้ว่า..ช่วงเวลาที่ทำ 
มักได้รับความร่วมมือจาก
... ศาล 
....อัยการ 
....ตำรวจ 
.....ผู้ว่าราชการจังหวัด
.....องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ด้วยดีมาตลอด
แต่ก็มิอาจปรับเปลี่ยนทัศนะคติเด็กกลุ่มนี้ได้เลย
แม้กระทั่งที่จังหวัดฉะเชิงเทรา นายตำรวจที่ถูกวัยรุ่นซ้อม
อยากบันทึกไว้ในความทรงจำว่า
เคยเชิญท่าน..ร่วมงานประชุม...หารือกันเรื่องดังกล่าว
ท่านเป็นตำรวจที่สุภาพเรียบร้อย และตั้งใจทำงานมาก
และนึกไม่ถึงว่าท่านจะถูกกระทำรุนแรงถึงปานนั้น
และนำมาซึ่งความเสียใจท่ามกลางเพื่อนข้าราชการจากหน่วยต่างๆ
รวมทั้งผู้คนทั้งประเทศที่รับทราบข่าวคราวในวันนั้น

นับวันปัญหาเรื่องนี้ยิ่งจะเพิ่มพูนมากขึ้น
มาวันนี้ได้ข้อคิดอย่างหนึ่งว่า
เรามักเอาอะไรที่น่าเบื่อหน่ายไปยัดเยียดให้เด็กกลุ่มนี้
ซึ่งแน่นอนว่า...เขาไม่สนใจ ใส่ใจหรอก
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ต้องปรับเปลี่ยนแนวทางการแก้ปัญหา
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "กระทรวงยุติธรรม" 
ซึ่งมีหน้าที่โดยตรงในการอำนวยความยุติธรรม..ให้เกิดความเป็นธรรม
อยากให้เราๆพิจารณามุมมองต่อไปนี้
ตลอดจนหาแนวคิดแก้ปัญหาให้สามารถตอบโจทย์แบบเร็วๆ ดังนี้

เด็กแว้น 2 นครา 
คอลัมน์ ใบตองแห้ง

ทําไมเด็กแว้นปิดถนนแข่งมอ"ไซค์ถูกจับ 
ทำไมคนดีปิดถนนไม่เอาเลือกตั้งกลับลอยนวล 
ซ้ำบางส่วนได้เป็น สนช. สปช.กมธ.
ออกกฎหมายยกร่างโครงสร้างประเทศ

อ๊ะ อ๊ะ ยกเรื่องนี้มาเทียบไม่ใช่จะตะแบงปกป้องเด็กแว้น 
หรือเคียดแค้นชิงชังฝังหุ่นเป่านกหวีด 
เพราะถึงแม้เห็นต่างอย่างไรผมก็เข้าใจได้ 
เพียงอยากถามว่า แล้วคุณเข้าใจเด็ก แว้นไหม

พูดตามตรงนะโปรแกรมอบรมเด็กแว้น 
แบบพบนักจิตวิทยา ฝึกวินัย ส่งเสริมคุณธรรม 
ฟังพระ เรียนกฎหมายจราจร และบำเพ็ญประโยชน์อะไรนั่น 
ผมว่าไม่ตรงเป้าสักนิด
แต่เอาละ อย่างน้อยส่วนราชการก็ตอบได้ว่า 
ได้พยายามทำอะไรแล้ว

พูดอย่างนี้ไม่ใช่มีคำตอบสำเร็จว่า
ควรแก้ปัญหาเด็กแว้น อย่างไร 
แต่ถ้าย้อนมองงานวิจัยเด็กแว้น 
ที่ อ.ปนัดดา ชำนาญสุข ทำไว้ 
ะเห็นว่าพวกเขาคือวัยรุ่นคึกคะนอง 
ที่มาจากครอบครัวคนจนเมืองหรือคนชั้นกลางระดับล่าง 
(คงไม่มีเวลาเอาใจใส่ลูกเหมือนในละครหลังข่าว) 
ไม่มีอนาคตทางการศึกษา ไม่เห็นโอกาสประสบความสำเร็จในชีวิต 
จึงอาศัยการจับกลุ่มบิดคันเร่งท้าทายกฎหมาย 
สร้างปมเด่นให้ตนเองพ้นจากการเป็น "คนชายขอบ"

ไม่ว่าเข้มงวดปราบปรามแค่ไหน ใช้ศีลธรรมกี่ฉบับ 
ก็จับเด็กแว้นไม่หมดสักที นี่ขนาดใช้ "ยาแรง" 
จับแล้วยึดรถ จับแล้วพ่อแม่ต้องเข้าอบรม "ปลูกฝังจิตสำนึก"
(เลวทั้งโคตรเลยนะ)

ถ้าจะพูดอะไรถูกๆ เด็กแว้นเป็นผลพวงจากเศรษฐกิจทุนนิยม 
(โทษทุนนิยมไว้ก่อนไม่ผิดชัวร์) 
ที่ทำลายสังคมดั้งเดิมอันดีงาม มีวัด มีหมู่บ้าน มีตลาดน้ำ 
(ต้องช่วยกันรักษาวัฒนธรรมแต่งชุดไทย)

แต่มันใช่แค่นั้นไหม มันมีอะไรในการพัฒนาแบบไทยๆ 
ที่ทำให้เรามีมหาเศรษฐีติดอันดับโลกของนิตยสาร Forbes 
โดย 50 มหาเศรษฐีมีสินทรัพย์ 1 ใน 4 ของ GDP 
ขณะที่คนชายขอบถูกไล่ที่ทำกิน 
ถูกจัดระเบียบ ถูกบอกให้ "เคารพกฎหมาย"

ถ้าย้อนไปดูครอบครัวเด็กแว้น 
คนจนเมือง คนชั้นกลางระดับล่างในสังคมไทย 
หาบเร่ แผงลอย พ่อค้าย่อย แท็กซี่ สามล้อ ฯลฯ 
ใช่หรือว่า
พวกเขาไม่มีศีลธรรม ไม่เคยเข้าวัด 
ไม่รู้จักปลูกฝังจิตสำนึกให้ลูก

ผมว่ามีนะครับ แต่สิ่งที่ปลูกฝังมาด้วยกันในวิถีชีวิต 
"คนชั้นล่าง" ก็คือความเชื่อว่าสังคมนี้ไม่มีความเป็นธรรม 
ไม่มีความยุติธรรม ไม่เชื่อมั่นกฎหมาย 
เพราะกฎหมายคือเครื่องมือหาผลประโยชน์ถ้าใครหลบเลี่ยงได้ 
เพราะสิ่งที่เขาเห็นในชีวิตประจำวันคือการรีดไถ 
เอารัดเอาเปรียบ อำนาจเป็นใหญ่ เล่นเส้นเล่นสาย 
"มือใครยาวสาวได้สาวเอา"

ย้อนไปอีกที 
ทำไมคนดีปิดถนนลอยนวล นั่นแหละตอกย้ำความคิดคนจน
โดยไม่ต้องมีสี ว่ากฎหมายมีไว้จัดการพวกเขาเท่านั้น 
ไม่ใช่แค่เด็กแว้น แต่ดูแมงกะไซค์ถูกตำรวจจับทุกวัน 
ทำไมขึ้นสะพานลอยไม่ได้ ทำไมวิ่งลงอุโมงค์ไม่ได้ 
ทำไมไม่ทำเลนแมงกะไซค์
แต่พอคนชั้นกลางเห่อขี่จักรยานออกกำลังกาย 
ก็ทำเลนจักรยานพร้อมกับสั่งให้รถวิ่ง 30 ก.ม.ต่อชั่วโมง

แมงกะไซค์กลายเป็น "สองล้อชั้นสอง" 
ไปแล้ว ไม่ใช่แค่คนจน 
ขนาดมหาวิทยาลัยยังคลั่งรักษ์โลกจนสั่งห้ามน.ศ.ขี่แมงกะไซค์
เพื่อใช้รถไฟฟ้า และปั่นจักรยานแทน

ท่ามกลางการพัฒนาแบบไทยๆ 
โลกของคนชั้นล่างกับโลกของคนชั้นกลางคนระดับบน 
แยกห่างกันออกไปทุกที ไม่ใช่แค่เรื่องการเมือง 
แต่ทุกเรื่องในวิถีชีวิต วัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อ

คนชั้นล่างปากกัดตีนถีบหาเลี้ยงชีวิต อยู่ในโลกที่หยาบกร้าน 
คนชั้นกลางมีอันจะกินแสวงหาไลฟ์สไตล์ คุณภาพชีวิต 
ความสะดวกสบายต่างๆ คนชั้นล่างจนเครียดกินเหล้า สูบบุหรี่ 
คนชั้นกลางจิบไวน์ อ่านหนังสือธัมมะดีๆ 
แล้วก็บอกว่าไอ้พวกนี้ไม่รู้จักพอ 
คนชั้นล่างดิ้นรนทำกินข้างถนน หรือรุกล้ำป่าเสื่อมโทรม 
คนชั้นกลางบอกว่าสังคมต้องจัดระเบียบ 
คนชั้นล่างเอาเศษกระดูกเลี้ยงหมา โมโหขึ้นมาก็เตะหมา 
คนชั้นกลางรักน้องหมา 
กระทั่งออกกฎหมายใครทำร้ายหมาติดคุก

2 นคราไม่ใช่แค่ประชาธิปไตย 
แต่รวมถึงโลกทรรศน์และความพึงพอใจ 
คนชั้นกลางมองสังคมไทยจากเล่าเต๊ง 
แล้วบอกว่าเราอยู่ในสังคมที่ดีมีศีลธรรม พร้อมทุกอย่าง 
แค่นักการเมืองเลว 
ขณะที่คนชั้นล่างมองขึ้นมาว่าสังคมนี้ไม่มีความยุติธรรม 
มันก็เลวเหมือนกันหมด

เริ่มต้นจากเรื่องเด็กแว้น 
ลงท้ายไม่ใช่แค่เด็กแว้น แต่ประเด็นก็อยู่ในนั้น 
ทำอย่างไรพวกเขาจะมีความเชื่อความหวังมากกว่าปฏิเสธสังคม/จบ

ที่มา : ข่าวสดออนไลน์
......................................................................................................







Create Date : 06 มิถุนายน 2558
Last Update : 6 มิถุนายน 2558 21:24:23 น. 0 comments
Counter : 678 Pageviews.  
 
Name
* blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Opinion
*ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet

justice0009
 
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]




[Add justice0009's blog to your web]

MY VIP Friend

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com